มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 25

บทที่ 25


เคลียร์





    ระยะหลังมานี่เธอกับวิฑูรย์ค่อนข้างสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง เพราะเธอต้องคอยประสานงานกับเขาตลอดเวลา ทำให้พอรู้อุปลักษณะนิสัยของผู้ชายมาดนักธุรกิจคนนี้อยู่บ้าง เขาเป็นคนที่ไม่ใช่คนหล่อบาดตาแต่เป็นคนที่ดูดีอย่างร้ายกาจ ร่างสูงพอฟัดพอเหวี่ยงกับก้องภพตาเหยี่ยวคมแถมคำพูดและการวางตัวที่น่าเคารพและน่าเกรงขามมาก ก็ไม่ผิดหรอกที่คนอย่างอัญชลีจะหมายตาไว้


    แถมนิสัยยังดูเป็นสุภาพบุรุษซะน่ากลัว พูดครับแทบจะทุกคำ คุยกับพนักงานในบริษัทก็เป็นกันเอง แบบนี้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้เป็นต้องหลงชนิดที่เรียกว่าโงหัวไม่ขึ้นแน่ๆ โชคดีนะเนี่ย ที่พี่ก้องหล่อกว่าหลายเท่า ไม่งั้นนะ ฮึ่ม! ไม่รอดหรอก... แกคิดอะไรของแกอยู่ไอ้พีช! จะแต่งงานอยู่รอมร่อแล้วยังบ้าผู้ชายอื่นอีก


    แต่แหม พูดไปก็เขินเหมือนกันนะเนี่ยที่มานั่งชมแฟนตัวเอง


    เมื่อวานนี้เธอไปส่งมอบงานมาถือเป็นการปิดงานเรียบร้อย เพราะคุณวิฑูรย์บอกผ่านและชื่นชอบกับห้องคอนโดหลังใหม่ของเขา ระดับผู้บริหารอย่างคุณวินเนี่ยหาบ้านอยูได้สบาย แต่เจ้าตัวบอกกับเธอไว้ว่า ‘บ้านหลังใหญ่ อยู่คนเดียวมันเหงาครับ’


    โอ๊ย ถ้าเธอโสดนะ ฮึ่ม! ...ไม่รอดแน่


    ก้องภพเองก็รู้การทำงานของเธอเหมือนกัน และก็รู้ว่าเธอค่อนข้างปลื้มผู้ชายคนนี้อยู่ไม่น้อย เพราะเธอเองก็เล่าทุกอย่างให้เขาฟังหมด แม้จะโดนเขม่นโดนงอนไปหลายครั้งแต่เธอก็ตามง้อทุกครั้ง และดูเหมือนก้องภพจะชอบใจที่ได้งอนเธอด้วย ก็ง้อทีไรปากเธอเจ่อกลับมาทุกทีเลยน่ะสิ


    “อีกแค่สิบวันแล้วนะพีช แม่บอกให้หยุดงานได้แล้ว” ก้องภพเตือนหญิงสาวให้รู้ถึงกำหนดวันแต่งงานเพราะดูท่าทางเจ้าตัวจะไม่ยอมหยุดทำงานที่ค้างไว้อยู่ง่ายๆ


    “อีกตั้งสิบวันแน่ะพี่ก้อง ชุดก็ตัดไว้แล้วห่วงอะไรเล่า แล้วอย่างพีชนะแค่สองวันก็สวยเช้งจนหนุ่มๆ ต้องเหลียวหลังแล้วล่ะ” ตอนนี้เธอแทบจะย้ายห้องทำงานมาอยู่ที่เดียวกับก้องภพแล้ว เพราะเวลาคิดแบบทีไรเธอต้องการที่สงบๆ อย่างห้องแฟนหนุ่มเป็นตัวเลือกที่ดีมาก


    ก้องภพถอนหายใจออกมา ทำไมต้องทำเป็นไม่ตื่นเต้นอะไรด้วยนะ เขาอีกสินอนแทบไม่หลับทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจเฝ้านับวันอย่างใจจดใจจ่อ


    เหมือนหญิงสาวจะล่วงรู้ความคิด เธอวางดินสอร่างแบบในมือลง เดินไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานเขาเท้าคางมองหน้าแฟนหนุ่ม หรือเจ้าบ่าวในเร็ววัน “พีชต้องหาอะไรทำไม่ให้สมองโล่ง มันประหม่าอ่ะ...ก็เคยแต่ถ่ายรูปงานแต่ง ไม่เคยแต่งนี่มันก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันนะ”


    ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานให้ เอื้อมมือไปบีบจมูกอย่างมันเขี้ยว นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นที่ทำงานนะจับจับมาหอมๆ จูบๆ ให้หนำใจเลย


    แล้วเสียงโทรศัพท์จากเครื่องของพีร์ธาดาก็ดังขึ้น เป็นอันยุติความการอ้อนของเธอ พอเห็นว่าปลายสายเป็นใครก็ยิ้มร่าบอกก้องภพแบบกวนๆ ไป “กิ๊กโทรมา”


    “เหอะ” ก้องภพสะบัดเสียงใส่อย่างไม่สบอารมณ์ ก็รู้ว่าฝ่ายเรามันไม่คิดแต่อีกฝ่ายไม่แน่ แต่เอาเถอะอีกสิบวันก็ไม่มีใครคิดจะมาแย่งแล้ว


    “ว่าไงคะคุณวิน มีอะไรให้พีชรับใช้รึเปล่า” พีร์ธาดาหันไปแลบลิ้นใส่แฟนหนุ่มอย่างหยอกล้อ


    “เย็นนี้คุณพีชว่างไหมครับ”


    “ว่างค่ะ” พีร์ธาดาตอบโดยไม่คิด “คุณวินจะชวนไปไหนเหรอคะ”


เฮ้ย มีชวนกันด้วย ก้องภพตาโตใส่แฟนสาวลุกจากที่นั่งตัวเองก้าวเท้าไปหาเธอทันที แล้วยืนจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง


    พีร์ธาดาระเบิดหัวเราะแบบไม่มีเสียงออกมา ก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ก็ขี้หึงไม่หยอกแต่ก็อดไม่ได้ที่จะกวนประสาทเขา “อ๋อค่ะ ได้ค่ะ...แล้วเจอกันค่ะ”


    “ไปไหน” ก้องภพถามคาดคั้นอย่างเอาเรื่อง


    “กินข้าว” พีร์ธาดาเดินไปกอดแขนชายหนุ่มไว้ อ้อนประหนึ่งลูกแมวเชื่องๆ ตัวหนึ่ง “พีชไปนะ”


    “ผมไปด้วย” โชคดีสำหรับคนอย่างเขาที่ตาสว่าง เห็นภาพแม่เสือเจ้าเล่ห์ซ้อนทับลูกแมวตัวเชื่องอย่างชัดเจน


    “ได้ไง วันนี้พี่ก้องมีนัดกับลูกค้า” พีร์ธาดาเตือนความจำชายหนุ่มทันที ไม่ใช่ไม่อยากให้เขาไปแต่วันนี้ชายหนุ่มมีนัดกับลูกค้าคนสำคัญจริงๆ “แค่ไปกินข้าวเอง...นะ” แล้วหญิงสาวก็บอกชื่อร้านไป


    ก้องภพลืมสนิทว่าวันนี้เขามีนัดกับลูกค้ารายใหญ่ หากเบี้ยวนัดไปคงต้องชวดทั้งเงินทั้งเส้นสายในอนาคตไปแน่เลย “แล้วจะกลับกี่โมง”


    “ไม่ดึกหรอก”


    “สองทุ่ม”


    พีร์ธาดาเงยหน้ามองแฟนหนุ่มอย่างตะลึงกับเดดไทม์ของเขา “ก็ได้”


    ก้องภพก้มลงไปหอมผมที่เริ่มยาวของแฟนสาว เม้มปากแน่น เพราะไม่รู้ทำไมวันนี้เขาถึงสังหรณ์ใจไม่ดียังไงพิกล “ผมจะรีบตามไปทีหลัง ไม่ต้องกลับเองรออยู่ที่ร้านแหละ”


    “ครับ เจ้านาย”




    พีร์ธาดาออกจากบริษัทตอนเกือบจะห้าโมงครึ่ง เกือบลืมเวลาไปแล้วดีที่คุณวิฑูรย์โทรเข้ามาเตือนเรื่องนัดอีกที หญิงสาวขับรถคันหรูของแฟนหนุ่มที่ให้เอามาใช้แทนในวันนี้ออกมาจากบริษัทมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่นัดหมาย


    เพราะสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างมากในใจกลางเมืองกรุงทำให้เธอไปสายพอสมควร อยากจะเขกกะโหลกตัวเองแรงๆ เหลือเกินที่ดันลืมนัดเสียสนิท พีร์ธาดาคว้ากระเป๋าใบโตสะพายข้างลงจากรถไม่ลืมส่งแมสเสจบอกแฟนหนุ่มว่าตนถึงที่หมายแล้ว เธอบอกบริกรรับแขกด้านนอก จากนั้นเขาก็เดินนำเธอมายังโต๊ะที่วิฑูรย์นั่งอยู่ก่อนแล้ว


    “โอ๊ย พีชขอโทษจริงๆ ค่ะคุณวิน ทำงานเพลินจนลืมเวลาไปเลย” อันที่จริงไม่ใช่แค่เวลา แต่ลืมนัดไปด้วยน่ะสิ


    “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ เพราะผมเองก็เป็นบ่อย” วิฑูรย์ยิ้มให้ “คุณพีชเชิญสั่งอาหารได้เลยนะครับ”


    “ค่ะ จัดหนักไม่เกรงใจเลยนะคุณวิน”


    “ตามสบายครับ ผมถือว่าเลี้ยงขอบคุณ”




    สายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องเฝ้ามองหญิงสาวตั้งแต่เข้ามาในร้านกระทั่งเดินลงไปนั่งสนทนากับวิฑูรย์ในมุมหนึ่งของร้านอาหาร สายตาที่ไม่เคยเป็นมิตรต่อหญิงสาวคนนั้น แล้วยิ่งความรู้สึกเหมือนถูกแย่งของรักไป ยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีกว่าเธอ ไม่เคยชนะหญิงสาวคนนี้สักครั้งเดียว


    ร่างบางระหงเคลื่อนกายไปหยิบไวน์ชั้นเยี่ยมออกจากตู้ รินใส่แก้วบอกบริกรที่จ้องมองอย่างงงงวยกับการกระทำของเธอผู้นี้ ก็พอจะรู้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้คือแขกกิตติมาศักดิ์ของเจ้านาย แต่ว่า... “เดี๋ยวฉันออกไปเสิร์ฟเอง”


    เธอยกถาดที่บรรจุด้วยแก้วที่มีไวน์อยู่สามใบ พร้อมเดินออกไปยัง จุดหมาย...




    ก้องภพก้มมองดูนาฬิกาเรือนโตบนข้อมือถอนหายใจเฮือก นี่มันเกือบจะทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว การเจรจากับลูกค้ารายนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี และเขามั่นใจว่าเขาจะได้ลูกค้ารายใหม่แน่นอน ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาโทรออกหาแฟนสาว แต่ปลายสายไม่ยอมรับเสียอีก จากสี่สิบห้านาทีที่แล้วที่เขาได้รับข้อความจากเธอมันก็น่าจะพอเหมาะกับเวลาแล้วสิ แต่ทำไมไม่ยอมรับสายนะ


    แต่ก่อนที่ก้องภพจะต่อสายเข้าไปอีกรอบ ชื่อที่ทำให้เขาเสียวสันหลังได้เสมอก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ ‘อัญชลี’


    “มีอะไรเหรอลี”


    เมื่อวางสายก้องภพรีบเรียกแท็กซี่ที่ผ่านเข้ามา บอกปลายทางใจร้อนรนกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก แค่คำว่า ‘ลีอยู่กับพีช’  แค่นั้นไม่จำเป็นต้องคิดมากหากว่าไม่ได้หลุดออกมาจากปากของผู้หญิงที่ชื่อ อัญชลี


    สภาพแฟนสาวที่เขาเห็นทำเอาอยากจะวิ่งเข้าไปชกหน้าไอ้หนุ่มนั่นสักที หากไม่เพราะเมื่อประเมินจากภาพโดยรวมแล้ว พีร์ธาดาไม่ใช่คนคออ่อนที่จะเมาล้มพับไปได้ง่าย ก้องภพเดินเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ข้างตัวเธอนั่งลง จับศีรษะให้เอนซบลงมาบนบ่าเขาแทนที่จะไปซบที่บ่าของหนุ่มอีกคนอย่างเมื่อตอนที่เขาเข้ามาเห็น


    “ลี ทำไมพีชเป็นแบบนี้ได้”


    “ฉลองให้พีชน่ะ” อัญชลียิ้มพร้อมตอบคำถามเขา


    “กินอะไรไป” ก้องภพขมวดคิ้วเข้าหากัน สายตาเลื่อนไปเห็นแก้วเปล่าและขวดไวน์กลางโต๊ะ “พีชกินไวน์”


    “ใช่ครับ ผมสั่งมาเอง” วิฑูรย์เอียงคอถามอย่างงงๆ เพราะตอนแรกเขาก็คิดว่าพีร์ธาดาอาจจะคออ่อนเมาง่าย แต่จากสีหน้าของแฟนของเธอตอนนี้คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดแล้วกระมัง “ผมไม่รู้ว่าคุณพีชคออ่อน”


    “ปกติพีชไม่เป็นครับคุณวิฑูรย์” ก้องภพเลื่อนสายตาจากวิฑูรย์ไปยังอัญชลี รู้แน่ว่าผู้หญิงคนนี้รู้ดีว่าทำไม “พีชแพ้ไวน์ครับ ดื่มไม่ได้ ถ้าดื่มไปก็จะเป็นอย่างที่เห็น”


    วิฑูรย์ขมวดคิ้วลงทันที รู้สึกเหมือนมีอะไรวิ่งมาจุกอยู่ที่คอหันไปหาผู้หญิงคนเดียวกับก้องภพอย่างคาดไม่ถึง “คุณลีรู้”


    “ก็แค่อยากฉลองนิดหน่อยน่าก้อง ไม่เห็นต้องซีเรียสเลย มาแล้วก็พากลับไปสิ” อัญชลีไม่หลบตาก้องภพ ตอบส่งๆ ไป แต่ในใจนึกประหวั่นกับทีท่าของผู้ชายอีกคน


    “คุณลี” วิฑูรย์เรียกให้เธอหันมาสบตาเขา เมื่อเธอหันมาก็ต้องพบกับแววตาที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย “ผมไม่รู้นะว่าคุณคิดอะไรอยู่ แต่แบบนี้ผมไม่ชอบ”


    “คุณวิน” อัญชลีครางขึ้นมาอย่างตกใจ ตอนแรกเธอก็กะจะแกล้งพีร์ธาดาเล่นๆ พอให้หายแค้นได้บ้าง แต่พอมาเจอกับสายตาตัดพ้อของวิฑูรย์เข้าก็ทำเอาเธอสูญเสียความมั่นใจไปแทบหมด “มันไม่ใช่นะคะ”


    “ผมขอโทษนะครับคุณก้องภพ ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าคุณพีชแพ้ไวน์ ยังไงผมขอตัวก่อนเลยแล้วกันครับ ส่วนค่าอาหารผมจัดการหมดแล้ว” เพราะที่นี่เป็นร้านอาหารของครอบครัวเขาเอง วิฑูรย์ขยับตัวลุกขึ้นเดินไปทันที ไม่สนใจเสียงเรียกของผู้หญิงอีกคน


    อัญชลีทำท่าจะลุกขึ้นตาม แต่ก็เบรกตัวเองนั่งลงที่เดิมกัดริมฝีปากตัวเอง มองก้องภพสลับกับมองหญิงสาวที่เมาคอพับคออ่อนอยู่ในอ้อมกอดเขา ขอเคลียร์กับทางนี้ก่อนแล้วกัน...


    “ลีก็รู้ว่าพีชแพ้ไวน์ ทำไมถึงไม่บอกคุณวิฑูรย์” ก้องภพตำหนิเพื่อนทันทีที่บุคคลที่สามออกไป อัญชลีรู้เพราะพวกเขาเคยออกทริปด้วยกันครั้งยังไม่มีปัญหาเข้ามาสุม


    “เออ ลีขอโทษก็ได้ที่อำแรงไปหน่อย ลีบอกตามตรงว่าลีแค่รู้สึกเสียหน้าที่ต้องเป็นยัยนี่แต่งกับก้อง ลีก็อยากแกล้งเอาคืนบ้าง ที่ไปหาบ่อยๆ ก็อย่างให้แม่นี่หึงก้องเล่น ไม่ได้คิดอะไรแล้วล่ะ” อัญชลีถอนหายใจเฮือก นี่พวกเขาคิดอะไรกัน เธอโตพอจะมีสมองคิดอะไรได้บ้างแล้วนะ “ทำไม คิดว่าลีจะมอมไวน์แม่นี่แล้วลากไปทำอะไรมิดีมิร้ายหรือไง”


    ก้องภพไม่พูดตอบ เขาก็คิดไว้บางส่วนเหมือนกันเพราะอย่างที่บอกเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ยังเหมือนคนเดิมเมื่อห้าหกปีก่อนหรือเปล่า “แกล้งแบบนี้ใจหายใจคว่ำหมด”


    “โธ่ก้อง ลีเปลี่ยนไปแล้วนะ ไว้จะหาโอกาสไปขอโทษอิทธ์ด้วย” อัญชลีเริ่มนั่งไม่เป็นสุขเมื่อคิดว่ายังมีผู้ชายอีกคนที่เธอต้องไปตามง้อ! “นี่ก้อง ลียอมรับว่าลีไม่ชอบพีร์ธาดาอยู่เหมือนเดิม แต่ลีก็ไม่ไปทำลายชีวิตคู่ของก้องหรอก ลีกลับไปนั่งคิดหลายรอบแล้วมันไม่มีประโยชน์อะไร ลีไปเจอโลกภายนอกมาพอควร ลีรู้ลีทำตามใจตัวเองต่อไปไม่ได้แล้ว ลีต้องหัดคิดถึงคนอื่นบ้าง”


    “ขอบคุณนะลี”


    “อย่าลืมแจกการ์ดลีล่ะ” อัญชลีคว้ากระเป๋าตัวเองแล้วลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเดินออกไปหาเป้าหมายแต่เหมือนนึกอะไรออก “ฝากขอโทษพีชด้วยนะ บอกด้วยว่าลีอโหสิกรรมให้...ไปก่อนนะก้อง หลุดคนนี้ไปสงสัยได้ขึ้นคานแน่ๆ ”


    “ขอบคุณมากๆ อีกครั้งนะลี แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”


    “ลีสิต้องขอโทษ เอาเป็นว่าลีอโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วกัน อย่าลืมอโหสิลีคืนด้วย ไปและๆ ไว้เจอกันวันงาน” อัญชลียกมือโบกลา ผลุนผลันออกจากร้านไป เธอจะไม่ยอมเสียผู้ชายดีๆ อย่างคุณวินไปแน่นอน กว่าจะเจอใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ แล้วผู้ชายคนนี้แหละที่สอนให้เธอรู้จักกับคำว่า ‘รักและให้’


    “โชคดีนะ คว้าไว้ให้ได้” ก้องภพยิ้มให้เพื่อนหญิงคนนี้อย่างจริงใจและโล่งใจที่สุดในหลายปีที่ผ่านมา อย่างน้อยเขาก็ได้เพื่อนที่คบหามานานกลับมาคนนึง


    แต่ประเด็นตอนนี้คือผู้หญิงคนนี้น่ะสิ เมาแล้วจะหลับไปเลยก็ไม่ได้ชอบสะลึมสะลือมือไม้อยู่ไม่สุด “พีช นิ่งๆ สิ” ก้องภพรวบมือหญิงสาวที่เริ่มแปะป้ายไปตามใบหน้าเขาแล้วหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว


    “เออะ” สิ้นเสียงเรอที่เกือบเบาของพีร์ธาดา ก้องภพตัดสินใจโดยพลันต้องเอาผู้หญิงคนนี้กลับบ้านให้เร็วที่สุด


    “อื้อหือ กินไรไปเนี่ยพีช มาแต่เสียงกลิ่นไม่ต้องได้มั้ย ไปๆ กลับบ้าน”


    ก้องภพประคองหญิงสาวมาถึงรถได้อย่างค่อนข้างทุลักทุเล ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่สูงเทียบฝรั่งมังค่าได้สบายแต่กับว่าที่เจ้าสาวรายนี้ผู้ขึ้นชื่อว่ามีความสูงระดับนางแบบ มันก็ทำให้เอาลากออกมาได้ค่อนข้างลำบาก


    “กลับบ้านผมแล้วกันนะ”


    “ป่ะ กลับบ้าน” เสียงป้อแป้ดังลอยสมทบทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักอย่างกับคนบ้าจากตามมาประกอบคำพูด


    ก้องภพยิ้มกระหยิ่มในใจ แสดงสีหน้าแววตาอย่างคนเจ้าเล่ห์ “พูดแล้วนะ” ก่อนฉวยโอกาสคนเมาก้มลงไปหอมแก้มแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างมันเขี้ยว




    พีร์ธาดาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนหลับลงไปใหม่เพราะแสดแดดากหน้าต่างส่องเข้าตา หญิงสาวยกมือขึ้นบีบนวดขมับทั้งสองข้างของตัวเองไปมาหน้าตาเหยเกเพราะผลพวงจากการแฮงค์ ให้ตายสิ ทำไมเธอต้องแพ้ไวน์ด้วยนะ เมาไม่พอยังต้องมานั่งเมาค้างแบบนี้อีก ทั้งวันแน่เลยฉัน


    จนหญิงสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งปรับความชัดของรูม่านตาจนได้โฟกัสก็พบว่า ห้องนอนเธอเปลี่ยนไป! และนั่นทำให้เธอเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งทันที ก่อนจะจะเท้ามือกับเตียงเพราะดันลุกเร็วไป โอย หน้าจะมืดเอา... ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนกัน แล้วเมื่อวานใครมาส่งฉัน แต่นั่นไม่สำคัญเท่า...ชุดที่ใส่อยู่มันไม่ใช่ชุดของเมื่อวาน!!


    และพีร์ธาดาก็หายสงสัยเมื่อหางตาเห็นก้องภพกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ อ้อ บ้านพี่ก้องนี่เอง...


    เฮ้ย! ทำไมเป็นบ้านพี่ก้องได้ล่ะเนี่ย...แล้วทำไมพี่ก้องต้องออกมาจากห้องน้ำด้วย แล้ว...แล้วที่สำคัญทำไมต้องนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวโชว์หุ่นล่ำกล้ามท้องเป็นมัดแบบนั้นด้วย แล้วเมื่อคืนมัน มัน...โอ๊ย ฉันอยากเป็นลม


    พีร์ธาดานั่งอ้าปากค้างตัวแข็งอยู่บนเตียงนอนของเขา เธอยังช็อคอยู่ถึงแม้ว่าเธอจะต้องแต่งงานกับเขาในเร็ววัน แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะยอมพรากพรหมจรรย์สุดที่รักออกไปได้ง่ายๆ นะ ไอ้คนฉวยโอกาส! มือที่เท้าอยู่บนเตียงลูบไปลูบมาเมื่อไปสัมผัสกับหมอนก็หยิบและปาใส่คนที่กำลังเดินยิ้มร่าเข้ามาหาทันที


    แล้วพีร์ธาดาก็ฉวยหมอนที่ปาไปขึ้นมากระหน่ำตีก้องภพเป็นคอมโบ “ไอ้พี่ก้อง ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้บ้า ไอ้ผู้ชายเฮงซวย”


    “โอ๊ย โอ๊ย พีชเป็นอะไรเนี่ย” ก้องภพรีบคว้าหมอนที่ตีไม่ยั้ง รวบตัวหญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอดเพื่อไม่ให้แสดงฤทธิ์เดชได้ “ผมจะไปแต่งตัว แล้วเราค่อยมานั่งคุยกัน โอเคมั้ย เพราะถ้าอยู่แบบนี้...คุณไม่รอดผมแน่”


    หญิงสาวตัวเกร็งขึ้นมาทันที พยักหน้าแข็งๆ ให้เขา เห็นด้วยกับคำพูดเขาทุกประการ ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวมันเสี่ยงเกินจะมานั่งกอดกันแบบนี้ ถึงแม้จะมีรอบแรกแต่เธอไม่ยอมให้มีรอบสองแน่ๆ ฮึ!




    ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าด้วยชุดสบายๆ เสื้อยืดสีพื้นซีดตัวเก่ากับกางเกงเลผูกปมตามสไตล์การแต่งตัวยามพักผ่อนของเขา ชายหนุ่มเดินลงไปนั่งข้างหญิงสาวที่กำลังนอนหลับตาเอามือนวดขมับตัวเองไปมาอยู่ เขาสะกิดเธอให้ลุกขึ้นนั่งพร้อมส่งน้ำหวานที่เขาชงเตรียมไว้ให้ ตามด้วยช็อคโกแลตอีกหนึ่งแท่ง วิธีแก้แฮงค์สุดแสนจะคลาสสิคแต่ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ


    พีร์ธาดากินทุกอย่างที่ก้องภพส่งมาให้ เพราะถ้าเป็นวิธีที่ได้มาจากบรรดาผองเพื่อนมันทำกัน(คือเธอก็ทำตามพวกมันมาตลอดเหมือนกัน) คงเป็นการ ‘ถอน’ อย่างเดียวล่ะมั้ง สักพักเธอก็รู้สึกดีขึ้นสมองเริ่มทำงานดีขึ้นตามลำดับแม้อาการปวดหัวจะยังอยู่เหมือนเดิม


    “เกลียดไวน์ ทำไมพีชกินทีไรต้องแฮงค์หนักแบบนี้ด้วยนะ ปวดหัววววว” หญิงสาวครางออกมาอย่างอดไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็


    แอลกอฮอล์ชนิดไหนเธอก็ลองมาหมดแล้ว แพ้อะไรไม่แพ้ดันมาแพ้ไวน์ สงสัยปากจะไร้รสนิยม


    “ก็รู้ว่ากินแล้วเป็นแบบนี้จะไปกินมันทำไมล่ะ” ก้องภพเอ็ดแฟนสาวทันทีเมื่อเธอบ่นเสร็จ


    “เอ้า ก็เขาฉลองแล้วจะให้พีชปฏิเสธได้ไงล่ะ ไม่ได้กินนานแล้วด้วย...ก็นึกว่าหาย” ประโยคหลังหญิงสาวเอ่ยเบาๆ เมื่อสายตาตำหนิของแฟนหนุ่มเพ่งมาที่เธออย่างเอาจริงเอาจัง


    “ผมจะไม่ว่าเลยถ้าตรงนั้นมีผมอยู่ด้วย ดีนะที่เป็นคุณวิฑูรย์กับลี ไม่งั้นผมไม่อยากคิดเลย”


    พีร์ธาดาขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินชื่อผู้หญิงอีกคนที่เธอสงสัยอย่างมากว่าเจ้าหล่อนจะมาไม้ไหนกันแน่ เพราะจากเมื่อคืนยัยคุณอัญชลีไม่ได้มีท่าทีจะประสงค์ร้ายอะไรเธอเลย แม้จะเชียร์เธอให้กินไวน์ก็เถอะ แต่สายตายัยนี่มันไม่เหมือนเมื่อก่อนอย่างบอกไม่ถูกแหะ “สรุปอัญชลีเขาจะเอากับเรา เมื่อวานพีชค่อนข้างแปลกใจอยู่เห็นพูดจากระหนุงกระหนิงกับคุณวินอย่างกับเป็นแฟนกัน”


    “ลีไม่ได้คิดอะไรกับผมแล้ว เขาฝากขอโทษพีชด้วยนะ”


    “โอ้ พีชโหสิให้ แค่นี้ก็พอใจแล้วกังวลซะเสียสุขภาพจิตไปได้ตั้งนาน” พีร์ธาดายิ้มขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี เหมือนจะลืมไปหมดว่าก่อนหน้านี้เธอกลัวอะไรอยู่จนเมื่ออีตาก้องภพเอื้อมมาจับมือเธอไปหอมฟอดจูบจ๊วบนั่นแหละ


    “ปล่อยนะพี่ก้อง อธิบายเรื่องมือคืนมาเดี๋ยวนี้เลย” พีร์ธาดาชักมือกลับทันที เช็ดหลังมือกับที่นอนไม่ใช่รังเกียจนะแต่น้ำลาย...


    ก้องภพจ้องหน้าแฟนสาวอย่างจริงจังแล้วจึงเปิดปากพูด “เมื่อคืน...พีชเมามาก...แล้วผมก็” ก้องภพเม้มปากแน่นเสมองไปทางอื่น “ผมก็...พาพีช...กลับบ้านผม...แล้วก็...พาพีช...ขึ้นมา...” ก้องภพถอนหายใจเฮือกอย่างละอายใจตัวเอง


    “ขึ้นมาอะไร ทำไมต่อ โอ๊ยพูดทีเดียวเลยไม่ได้รึไง มันลุ้นจนเหนื่อยไปหมดแล้วเนี่ย! ” พีร์ธาดาโวยวายอย่างหัวเสีย คนบ้าอะไรพูดสองคำหยุดแบบนี้ คนฟังมันเหนื่อยนะว้อย


    ก้องภพพยักหน้าอย่างยอมรับกับตัวเอง ค่อยๆ หันกลับมาสบตาคมของหญิงสาว “บนห้องผม...เตียงนอนผม...จากนั้น...ผมก็...จูบ”


    “พอ!! พีชไม่อยากฟังแล้ว ทำไมพี่ก้องทำกับพีชแบบนี้” พีร์ธาดยกมือขึ้นปิดหูส่ายหัวไปมาร้องกรี๊ดๆ ในลำคอเบาๆ เพื่อไม่ให้ได้ยินคำพูดต่อไปของก้องภพ ซึ่งดูจากปากแล้วชายหนุ่มยังไม่ยอมหยุดพูด “หยุดๆ พอๆ ได้แล้วพี่ก้องพีชไม่อยากฟังแล้ว! ”


    “แล้วผมก็ไปอาบน้ำ” ก้องภพหยุดไว้เพียงเท่านี้ นั่นก็เพียงพอแล้วล่ะเพราะเขาอธิบายไปหมดแล้ว... แต่ช่วยไม่ได้ ไม่ยอมฟังเอง


    “ป่ะ ไปกินข้าวเที่ยงกัน แม่รออยู่ข้างล่าง”


    พีร์ธาดาน้ำตาคลอเบ้าก้มหน้างุด “พีชขอตัวอาบน้ำก่อน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบเดินก้มหน้าคว้าผ้าเช็ดตัวที่ชายหนุ่มเตรียมไว้ให้เดินเข้าห้องน้ำไป


    “งั้นผมรอข้างนอกนะ”




    พีร์ธาดาเดินออกมาจากห้องนอนของก้องภพไปยังห้องโถงด้านนอกที่มีโต๊ะกินข้าววางอยู่มุมหนึ่งใกล้ห้องครัว พบกับนิศาแม่ของชายหนุ่มกับเขานั่งยิ้มให้เธอทั้งคู่ พีร์ธาดายิ้มแหยส่งกลับไป เพราะการเมาหัวทิ่มกลับบ้านแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักในสายตาของผู้อื่น


    หญิงสาวยกมือไหว้กับผู้อาวุโสกว่า เดินลงไปนั่งตรงที่ว่างที่มีชามอาหารวางอยู่ เมนูในช่วงเที่ยงของวันนี้สำหรับเธอเป็นของเบาๆ อย่างข้าวต้มปลา


    “ปวดหัวอยู่รึเปล่าพีช ทานข้าวต้มก่อนแม่ทำไว้ให้แล้วทานยาด้วยนะ จะได้ไม่ปวดมาก”


    “ค่ะ” พีร์ธาดาส่งยิ้มคืน


    “พีช” นิศายิ้มให้ว่าที่ลูกสะใภ้น้อยๆ “ช่วงนี้จนถึงวันแต่งไม่ต้องไปทำงานนะ เดี๋ยวแม่กับคุณหญิงจะพาพีชไปเข้าสปา ขัดตัว แล้วก็วันนี้คงไม่ไหว แต่พรุ่งนี้ไปแจกการ์ดให้แขกสำคัญๆ กับตาก้องนะ การ์ดส่วนใหญ่แม่กับคุณหญิงจัดการส่งให้แล้ว”


    “ค่ะ” พีร์ธาดาพยักหน้าให้แม่นิศา เริ่มรู้สึกแย่ขึ้นตามลำดับเพราะงานแต่งตัวเองทั้งทีแต่ต้องรบกวนผู้ใหญ่อีก หน้าที่ของเธอก็มีเพียงแค่ไปลองเพื่อตัดชุด ถ่ายรูปคู่ ดูแลตัวเอง(ขนาดว่าดูแลดีแล้วยังเมาให้แม่ว่าที่สามีเห็นอีก เฮ้อ) แต่ที่เธอของานนี้คือการมีส่วนร่วมในการจัดงานแต่งของตัวเองพยายามให้ออกมาแบบในฝันมากที่สุด


    “แล้วเมื่อคืน แม่ไม่อยากให้พีชเป็นแบบนั้นอีกจนกว่าจะถึงวันแต่งนะ แต่ให้ดีอย่าเมาแบบนั้นเลยดีกว่านะ”


    พีร์ธาดารู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองเริ่มหดเหลือนิ้วครึ่ง การโดนผู้ใหญ่อย่างนิศาต่อว่าไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์นักเพราะใบหน้ายิ้มๆ คำพูดหวานลื่นแต่ความหมายเผด็จการแบบนั้น น่ากลัวจริงๆ พีร์ธาดายกมือขึ้นไหว้ขอโทษ “พีชขอโทษค่ะ”


    “ไม่เป็นไรจ๊ะ ว่าแต่ตาก้องได้บอกอะไรพีชไปรึยัง”


    พีร์ธาดาเลิกคิ้วสงสัยอย่างไม่เข้าใจความหมาย “บอกอะไรเหรอคะ”


    “ไม่กินข้าวเหรอครับ” ก้องภพพูดคั่นขึ้นมา พยายามส่งซิกบอกแม่ตัวเองให้ยุติบทสนทนาที่จะทำให้แผนเขาเสีย


    ตอนแรกนิศาก็ทำท่าจะพูดขึ้นแต่พอเห็นลูกชายกระพริบตาแรงๆ ให้เหมือนไม่อยากให้เธอพูด เธอก็ไม่พูดอะไรต่อไปก็ได้ ไอ้ลูกตัวดีคงมีแผนอะไรอยู่ เจ้าแผนการจริงๆ “ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ ทานเถอะ”


    พีร์ธาดาก้มหน้าก้มตากินตามที่นิศาบอก แต่ไอ้ที่บอกมันหมายถึงอะไรนะ หรือว่า...เรื่องที่เธอกับเขาอะไรๆ กันเมื่อคืน โอย ดีแล้วค่ะที่ไม่คะยั้นคะยอพีช


    แล้วหญิงสาวก็กินโดยไม่พูดอะไรอีก และพยายามไม่หันไปมองทางนิศาด้วย เพราะทั้งอายและละอายใจในการกระทำของตัวเอง
หลังทานอาหารเสร็จระหว่างที่ช่วยแม่ของชายหนุ่มล้างจานอยู่หญิงสาวเอ่ยหากทำเสร็จก็ขอตัวขึ้นไปพักผ่อนในห้องก้องภพ พร้อมหันไปกำชับก้องภพว่าห้ามเข้าห้องเป็นอันเด็ดขาดเพราะเธอจะนอน!


    “แต่นั่นห้องผมนะ ผมต้องเข้าได้สิ”


    “พีชจะนอน” พีร์ธาดาค้อนให้คนดื้อตาใสขณะมือกำลังเช็ดจานที่นิศาส่งมาให้ “ถ้าอย่างนั้นพีชนอนห้องอื่นก็ได้”


    “โอ๋ๆ ผมล้อเล่นน่าก็นอนไปสิ ห้องอื่นมันยังไม่ว่างผมเอาของไปถมเยอะ คิดว่าผมจะทำอะไรเหรอ” ก้องภพพิงผนังกำแพงห้องครัวถามเธอที่กำลังช่วยแม่เขาล้างแก้วน้ำอยู่


    “ตาก้อง เราไปทำงานไป เป็นหัวหน้าเขามาเบี้ยวงานแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” นิศาหันไปสั่งพ่อตัวดีที่ป่วนว่าที่ภรรยาไม่เลิก “ให้น้องนอน ไม่ต้องไปกวนเดี๋ยวแม่ดูให้เอง แล้วเดี๋ยวช่วงบ่ายแก่ๆ คุณหญิงจะเข้ามาด้วย”


    “โธ่แม่ สั่งก้องอีกแล้วอ่ะ” ก้องภพครวญเสียงอ่อนแต่ทำตามคำมารดาแต่โดยดี ก่อนไปเขาเดินเข้าไปหอมแก้มแฟนสาวฟอดใหญ่พร้อมบอก “ผมไปก่อนนะที่รัก”


    พีร์ธาดาก้มหน้าปิดใบหน้าตัวเองที่มันคงแดงไปถึงหูแล้วล่ะมั้ง ทำอะไรประเจิดประเจ้อจริงๆ เลย หากไม่มีแม่ยืนอยู่ด้วยเธอจะไม่เขินเท่านี้เลยให้ตายสิ “อายแม่มั่งสิ”


    ก้องภพขำที่ได้แหย่แฟนสาว อยากจะลงไปหอมให้จมเขี้ยวแต่ติดที่สายตาตำหนิของแม่เพ่งมาที่เขาอย่างน่ากลัว เขาจึงไหวไหล่ให้แม่ตัวเองอย่างท้าทายอำนาจ “งั้นเย็นๆ ผมกลับมาแล้วไปกินข้าวกัน บอกคุณหญิงป้าไว้ด้วยนะแม่ว่าก้องจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน”


    “จ๊ะ ไปเถอะ เพราะแม่เริ่มคันมือแล้ว” นิศาบอกเสียงอ่อนโยนให้ลูกชาย แม้ประโยคหลังจะดูนักเลงไปนิดก็เถอะ


    โอ้ น่ากลัวสุดๆ ประสบการณ์เตือนก้องภพว่าหากทำเล่นเขาเองจะเจ็บตัวมิใช่น้อย ชายหนุ่มโบกมือบายให้ทั้งคู่ก่อนเดินเข้าห้องเพื่อไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อนออกไปยังพาหนะสี่ล้อของตัวเองพร้อมคิดไปด้วยว่า ‘พีชกับแม่นิสัยคล้ายกันเลย...แล้วชีวิตที่เหลือจะรอดมั้ยเนี่ย’




    พีร์ธาดาเปิดคอมพิวเตอร์ในห้องนอนของแฟนหนุ่ม ลงชื่อเข้าโปรแกรมสไคพ์กวาดหารายชื่อผู้ออนไลน์เมื่อเจอคนที่อยากเจอ เธอก็ไม่รอช้าเปิดคุยผ่านวีดีโอทันทีพร้อมเห็นหน้าคนสนทนาด้วยทั้งสองคนในโปรแกรมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์


    “ไอ้ยอดชาย วันนี้แกนอนดึกเหรอยะ” พีร์ธาดาทักเพื่อนหนุ่มที่ไปทำงานที่อเมริกาทันทีที่ต่อสายไปถึงอีกฝ่ายสำเร็จ


    “เออ งานไม่เสร็จ” ชาตรีตอบกลับมา จากในกล้องเธอเห็นอยู่ว่าเพื่อนกำลังง่วงๆ อยู่กับแผ่นกระดาษอะไรสักอย่างของมัน


    “งานไม่เสร็จ หรือแฟนกวนกันแน่ยะพ่อยอดชาย” อินทิรายักเลียริมฝีปากส่งไปให้เพื่อนที่กำลังเงยหน้าจ้องมองวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ของตัวเองอยู่


    “โอ๊ย อยากมีเวลาให้กวนเหมือนกัน นี่ฉันต้องเคลียร์งานให้เสร็จภายในอาทิตย์นะ” ชาตรีโบกไม้โบกมืออย่างเซ็งในอารมณ์ “จะได้ลายาวไว้ไปงานแต่งคนแถวนี้ได้”


    “พีช ห้องแลแปลกๆ ไปนะ เหมือนไม่ใช่ห้องแกเลย” วิวจากทางฝั่งพีร์ธาดาดูแปลกไปจริงๆ ซึ่งชาตรีก็ส่งเสียงสนับสนุนด้วยอีกคน


    “ไม่ได้อยู่คอนโด” พีร์ธาดาแทบอยากจะปิดไอ้โปรแกรมบ้านี่ทันที ทำไมเธอไม่ทันฉุกคิดนะว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คอนโดตัวเอง แต่เพราะเธอยังไม่ง่วงเท่าไหร่เลยมาเปิดไว้เผื่อมีเพื่อนออนไลน์จะได้คุยรอเวลา


    “แล้วอยู่ไหนวะ ที่คุ้นๆ จัง” อินทิราเคลื่อนใบหน้าเข้าไปสำรวจวิวทางพีร์ธาดาชัดๆ


    “บ้านพี่ก้อง”


    “ห้องพี่ก้องด้วย! ” อินทิราตะโกนเสียงออกมาสมทบ “อะไรแกอีกไม่กี่วันก็จะเข้าห้องหออยู่แล้ว จะรีบไปไหน”


    พีร์ธาดาแสดงอาการสติแตกให้เพื่อนทั้งสองเห็นทันที เธอขยี้หัวตัวเองไปมาจนผมเผ้ายุ่งเหยิงพร้อมเบะปากทำท่าจะร้องไห้ “ไอ้อิน แกหยุดไปเลยนะ ฉันเครียดจะตายอยู่แล้ว เมื่อคืนเมาไวน์จำอะไรไม่ได้เลยว่ะ ตื่นมาก็...ก็อยู่ห้องพี่ก้องแล้ว”


    “เมื่อคืนแกกินไวน์” ชาตรีทวนประโยค “แกแพ้ไม่ใช่เหรอไอ้พีช”


    “เออ เมื่อวานไปกินข้าวกับลูกค้ามา แล้วยัยเจ้ลีมาด้วยเพราะไปกิ๊กอยู่กับลูกค้าฉัน ลูกค้าสั่งไวน์มาเลี้ยงไม่กินก็ไม่ได้ว่ะ” พีร์ธาดาหวนระลึกถึง


    “เจ้ลี...ยัยอัญชลี! ” ชื่อหลังเพื่อนทั้งสองต่างประสานเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนอินทิราจะชิงพูดก่อน “มีกิ๊กด้วย แล้วโผล่ไปหาแก แล้วยังไง เล่ามาดิ”


    “ไม่ได้ไปหาฉัน เมื่อวานฉันนัดกินข้าวกับลูกค้าที่ร้านของเขาน่ะ ลูกค้าฉันไฮโซ๊ไฮโซแถมดูดีโคตรๆ อีก ก็ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมเจ้แกถึงเล็งไว้ แต่ดูทั้งคู่ก็สนิทกันนะฉันเห็นคู่นี้มาตั้งนานแล้วล่ะ”


    “เออ เรื่องที่เขาจะไปกิ๊กกั๊กกับไฮโซรูปหล่ออะไรช่างเขาเหอะ แต่ที่ฉันอยากรู้คือ เขาไม่ได้อะไรๆ กับพี่ก้องแล้วเหรอ”


    พีร์ธาดาไหวไหล่เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “ไม่แล้วล่ะ เจ้แกยืนยันกับพี่ก้องเรียบร้อย”


    เพื่อนทั้งสองต่างถอนหายใจกันอย่างโล่งอก แม้จะผิดคาดไปนิดที่อัญชลีไม่แผลงฤทธิ์ นัยๆ ว่าคิดได้แล้วนั่นแหละ แต่ก็รู้สึกยินดีกับเพื่อนด้วยที่ต่อไปนี้จะไม่มีอุปสรรคอะไรอีกแล้ว “แล้วไง เมื่อคืนซ้อมก่อนถึงวันจริงเหรอ”


    “ซ้อมใหญ่เปล่า” ชาตรีรับเป็นลูกคู่กับอินทิราทั้งสองหัวเราะคิกคักส่งสายตาแวววาวไปให้เพื่อนที่นั่งอ้าปากหวอผ่านโปรแกรมสไคพ์


    “ซ้อมอะไร โอ๊ย ปวดหัวโว้ย พวกแกนะเนี่ยพูดให้ฉันคิดมากอีกและ ปวดหัวๆ ฉันไปนอนต่อแล้ว” พีร์ธาดาไม่รอฟังเสียงแซวปะปนกับโวยวายเมื่อเธอชิ่งหนีไปเสียดื้อๆ


หลังปิดคอมพิวเตอร์หญิงสาวคลานขึ้นเตียงพยายามมองโลกในแง่ดีไว้ ‘คงไม่มีอะไรหรอกไอ้พีช เพราะมันไม่รู้สึกแปลกๆ เลยนี่ เลือดก็ไม่มีไหล’ แต่อีกก่อนหญิงสาวจะผลอยหลับไปโดยคิดวนไปวนมาว่าเธอยังรักษาพรหมจรรย์สุดรักสุดหวงได้อยู่หรือไม่




Create Date : 06 มกราคม 2554
Last Update : 6 มกราคม 2554 14:22:07 น. 1 comments
Counter : 422 Pageviews.

 
ผิดสัญญา !!! โอ๊ยยย ก้มหัวรับความผิดของตัวเองเลยค่ะ

สาเหตุเดียวคือ เที่ยว เที่ยว และเที่ยวไม่คิดชีวิต
ก็ขอลงรวดจนจบเลยค่ะ

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะคะ พบกับตอนสุดท้ายได้เลยค่ะ :)





โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:14:24:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.