Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
19 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๗ ความลับที่อยู่ในใจ

 ความลับที่อยู่ในใจ

 

และแล้วช่วงเวลาที่ไม่อยากให้มาถึงก็กางใบแล่นฉิวมาเยี่ยมเยียนจนได้เมื่อชายร่างยักษ์ศีรษะล้านเลี่ยนลุกขึ้นจากที่นั่งข้างประตูร้าน ณ วินาทีนั้น ฉันตัดสินใจกระดกแก้วเหล้าเทใส่เสื้อตัวเองก่อนจะถือแก้วที่มีน้ำอัมฤทธิ์เหลืออยู่ค่อนแก้วนั้นลุกขึ้นทำท่าเดินโซเซไปขวางทางเป้าหมายเอาไว้อย่างบ้าบิ่นทั้งที่ในสมองยังตีบตันว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีไม่ให้ตัวเองเจ็บตัว ด้วยสภาพในร้านที่แออัดไปด้วยสิงห์นักดื่มทำให้ชายร่างยักษ์ไม่มีช่องทางเดินอื่นนอกจากจัดการกับฉันให้พ้นทางเสียก่อน

‘หลีกไป’ ชายร่างยักษ์ขู่เสียงแข็งกร้าวรอดไรฟันออกมาพลางทำท่าจะผลักไหล่ของฉัน ซึ่งแน่นอนว่าฉันไวพอที่จะเบี่ยงตัวหลบพ้นได้ทัน

‘แกต่างหากที่ต้องหลบ ไม่เห็นรึว่าฉันเดินมาทางนี้ก่อน’ ฉันตะโกนบอกเสียงดังลั่นเพื่อให้เมอเตอัสที่อยู่หลังร้านได้ยิน พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นทั้งๆที่ข้างในนั้นได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังโครมครามลั่นโลก ‘แกรู้ไหม ว่าฉันเป็นใคร ทำไมบังอาจมาขวางทางฉันอยู่แบบนี้’

ชายที่อยู่ตรงหน้ากลอกลูกตาสีฟ้าไปมาทำท่าเหมือนพยายามนึก

‘แกเป็นใครมันก็เรื่องของแก หลีกทางไปซะเดี๋ยวนี้’ เขาตวาดเสียงดังกลับมา ‘นอกเสียจากว่า...แกอยากตาย’

‘โอ๊ะ...ถ้าแกรู้ว่าพ่อฉันเป็นใคร คำพูดของแกควรเอาไปเตือนตัวแกเองมากกว่า’ ฉันยังดื้อด้านเมื่อเห็นว่าดวงตาของชายร่างยักษ์มีท่าทีบ่งบอกว่าลังเลใจอยู่ไม่น้อย ‘แกรู้ไหม ว่าฉันเป็นลูกใคร’

ประโยคหลังนั้นฉันเพิ่งคิดได้แบบสด ๆ ร้อน ๆ เลยทีเดียว และรู้ตัวว่าไม่เข้าท่าสักนิดที่พูดไปแบบนั้น เพราะสารรูปเสื้อผ้าซอมซ่อของฉันในตอนนี้บ่งบอกชัดเลยว่าไม่ได้เป็นลูกคนใหญ่คนโตในเมืองนี้อย่างแน่นอน

‘ฉันไม่สนว่าแกเป็นลูกใคร’ ชายร่างยักษ์พ่นลมหายใจฟึดฟัดใส่หน้าก่อนจะยื่นมือทำท่าเหมือนจะเล็งมาบีบคอของฉัน มือของฉันจึงสาดเหล้าที่เหลือในแก้วใส่หน้าของเขาเต็ม ๆ และอาศัยจังหวะเวลาที่เขาใช้มือลูบหน้านั้นก้มรอดใต้หว่างขาของเขาไป

‘ไอ้เด็กเลว’ เสียงชายร่างยักษ์ตวาดลั่น ฉันพยายามมองไปที่หลังร้านก็ยังไม่เห็นว่าเมอเตอัสจะออกมาตามที่ได้นัดหมายกันไว้ ‘แกอยากตายมากนักใช่ไหม’

ชายศรีษะล้านจ้องหน้าฉันเขม็งพลางสาวเท้าดุ่ม ๆ เดินตรงมาหา ฉันหันไปเห็นว่าด้านหลังของฉันซึ่งเป็นทางเดินไปที่ประตูร้านนั้นมีคนลุกขึ้นยืนมุงดูปิดทางไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาส่งเสียงเฮลั่นคล้ายต้องการดูคนห้ำหั่นกันต่อหน้า

‘ฉันเชียร์ไอ้ตัวเล็ก...มีใครจะเล่นกับฉันไหม’ ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้น

‘แต่ฉันเทหมดตัวให้ไอ้คนหัวล้าน’ อีกเสียงหนึ่งผุดขึ้น

แล้วเสียงการเฮโลพนันขันต่อก็เริ่มเซ็งแซ่ขึ้น โดยมีฉันกับชายร่างยักษ์ต่างยืนจังก้าจ้องตากันอยู่กลางวง มิหนำซ้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเมอเตอัสออกมาเป่านกหวีดช่วยฉันได้ทัน

ชายร่างยักษ์โถมตัวพุ่งเข้าหาในช่วงจังหวะที่ฉันกระโดดหลบไปอยู่ใต้โต๊ะข้างตัวได้ทันพอดี ฉันได้ยินเสียงเขาคำรามลั่น และต่อมาโต๊ะไม้สี่ขาที่ฉันซ่อนตัวอยู่ก็ถูกยกลอยขึ้น ชายร่างยักษ์ชูโต๊ะขึ้นสูงเหนือหัวของเขา ฉันจึงตัดสินใจกระโดดถีบไปที่กลางอกของเขาอย่างแรง เขาเซล้มหงายหลังลงไป โต๊ะที่เขายกขึ้นนั้นหล่นลงไปบนตัวของเขาเอง ทำให้ฉันคิดว่ามีจังหวะที่จะหนีออกไปจากร้านในตอนนั้น แต่กลับกลายเป็นว่ากองเชียร์กลับขวางทางไว้ไม่ยอมให้ฉันออกจากการต่อสู้

‘สู้ให้จบนะไอ้ตัวเล็ก...ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้แพ้รู้ชนะกัน’ ใครคนหนึ่งตะโกนบอก ‘เอ้า...พวกเราช่วยกันปิดทางออกไว้ ถ้าไม่รู้ผลแพ้ชนะ อย่าให้ใครออกไปจากร้านเด็ดขาด’

ให้ตายเถอะ...โหดร้ายชะมัด นี่ฉันกับชายร่างยักษ์กลายเป็นไก่ชนให้คนเล่นพนันไปเสียแล้ว

‘ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้ไปสู้กันนอกร้านดีกว่า’ ฉันต่อรองหวังจะหาทางหนีทีไล่พลางคิดสงสัยขึ้นมาว่าเจ้าของร้านหายหัวไปไหนกัน ทำไมไม่ออกมาห้ามศึก ‘ไม่กลัวร้านพังรึไง’

‘ฉันจะฆ่าแกให้กลายเป็นผีเฝ้าร้านนี่ล่ะ’ แต่คนที่ให้คำตอบกลับมาคือคู่ต่อสู้ที่โถมตัวเข้าหาฉันอีกครั้ง โชคดีที่ฉันกระโดดขึ้นไปอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ทันแล้วรีบกระโดดข้ามไปอีกโต๊ะ หลังจากนั้นก็กระโดดข้ามต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงโต๊ะเคาเตอร์ด้านใน ฉันคิดว่าในเมื่อออกทางประตูหน้าร้านไม่ได้ก็ต้องออกทางหลังร้าน และที่สำคัญเมอเตอัสที่อยู่หลังร้านคงช่วยฉันได้อีกแรง

* * * * * * * * * * * * * *

เสียงหัวเราะลั่นของเมอเตอัสที่นั่งอยู่ข้างหน้าบนหลังม้าตัวเดียวกันกับฉันทำให้ฉันรู้สึกโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขาไม่ได้อยู่ที่ร้านตอนที่ฉันมีเรื่องกับชายร่างยักษ์ เพราะเมื่อฉันวิ่งเอาตัวรอดมาถึงห้องเก็บของหลังร้านก็พบว่าชายที่ชื่อบีอูสซึ่งเป็นเจ้าของร้านเหล้านั้นกลายเป็นศพนอนคุดคู้ลิ้นจุกปากไปเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงต้องเผ่นหนีออกมาจากประตูหลังร้านโดยมีชายร่างยักษ์และบรรดากองเชียร์ที่บ้าคลั่งหวังเงินพนันวิ่งตามหลังมาติด ๆ ...ฉันวิ่งเผ่นไปข้างหน้าอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้จนกระทั่งเริ่มหมดแรงจึงได้ยินเสียงม้าวิ่งไล่หลังมาประกบตัวไว้ทัน เมื่อหันไปดูจึงเห็นว่าเป็นเมอเตอัสนั่งยิ้มปากกว้างอยู่บนหลังม้า และต่อมาเขาก็ตวัดแขนดึงตัวฉันขึ้นไปนั่งอยู่ด้านหลังของเขาได้อย่างรวดเร็ว

“ไอ้บ้าเอ้ย...ฉันไม่น่าเชื่อถือไว้ใจนายเลยจริง ๆ ” ฉันด่าด้วยภาษาไทยด้วยความที่เหลืออด ก็เขาหลอกให้ฉันไปหาเรื่องชายร่างยักษ์ในขณะที่ตัวเขาเองไปฆ่าบีอูสที่หลังร้านแล้วหายหัวไปไหนมาก็ไม่รู้

‘แกพูดอะไร’ เขาหันมาถามขณะที่ยังบังคับม้าให้วิ่งต่อไปตามถนนเลียบคลอง

‘บีอูส...ฆ่าบีอูสทำไม’ ฉันตะโกนถามด้วยความแค้นเคือง ‘เขาเป็นเพื่อนท่านไม่ใช่รึ’

‘ฉันไม่ได้เป็นคนฆ่าเขา’ เสียงตะโกนบอกกลับมา ‘ฉันเห็นชายน่าสงสัยคนหนึ่งที่มากับชายหัวล้านคนนั้นตามบีอูสไปที่หลังร้าน ฉันจึงแอบตามเข้าไปดู แต่ฉันเข้าไปไม่ทัน บีอูสถูกชายคนนั้นฆ่าแล้วขโมยของที่บีอูสจะเอามาให้ฉันไปด้วย ฉันจึงต้องตามคนร้ายนั่นไปเพื่อแย่งเอาของที่ควรจะเป็นของฉันกลับมา’

‘แล้วท่านให้ฉันขวางทางชายหัวล้านคนนั้นไว้ทำไม’

‘ฉันกะจะเข้าไปจัดการกับชายที่ตามบีอูสไปหลังร้านเสียก่อน แล้วค่อยออกมาจัดการอีกคน ที่ฉันให้แกขวางทางไว้เพราะอยากดูฝีมือกับใจของแกก็เท่านั้น’

‘ไม่กลัวว่าฉันจะถูกฆ่าตายรึไง’ ฉันตะโกนออกไปด้วยอารมณ์โกรธขึ้งปนน้อยใจ

‘ถ้าตายก็เรื่องของแก...คนอ่อนแอยังไงก็ต้องตายอยู่ดี’ คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก คนอะไรไร้ความปรานี

‘หลงคิดว่าท่านใจดี เห็นฉันเป็นน้องชายอย่างที่เคยพูด’

‘เป็นน้องแล้วตายไม่ได้รึ ถ้าแกแพ้ สักวันแกก็ต้องตายอยู่ดี’ เขาตอบก่อนจะหัวเราะลั่นอีกครั้ง ‘แต่ตอนนี้ แกก็รอดมาแล้วนี่’

“ป่าเถื่อนที่สุด” ฉันสบถด้วยภาษาไทยแม้ใจหนึ่งจะยอมรับว่าในสมัยนี้สังคมไม่ได้สงบร่มเย็นแบบในอนาคตนักหรอก ชีวิตในปัตตาเวียคงต้องต่อสู้ทุกทางเพื่อให้มีชีวิตรอด

‘ฉันไม่รู้ว่าแกบ่นอะไร แต่รู้ไหม...ว่าฉันเชื่อฝีมือแก เห็นจากการฝึกต่อสู้กับบรรดาลูกเรือแล้วฉันจึงวางใจว่าแกน่ะหลบหนีว่องไวปราดเปรียว ชายร่างยักษ์คนนั้นไล่กระทืบแกไม่ทันหรอก...จริงไหม’

‘แล้วท่านได้ของกลับมารึเปล่า ชายที่ฆ่าบีอูสเป็นอย่างไรบ้าง’ ขณะถามฉันรู้สึกหวาดหวั่นกับคำตอบเสียจริง

‘ฉันโยนตัวคนร้ายให้ทหารแถวนั้นไปแล้ว เขามีมีดที่ใช้ฆ่าบีอูสและเสื้อผ้าของเขาเปื้อนเลือด ป่านนี้ทหารคงอยู่เต็มร้านเหล้านั่นแล้ว’

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าเหยเกของชายเจ้าของร้านเหล้า และแม้จะรู้สึกได้ว่าเมอเตอัสไม่ได้ตอบคำถามแรกเกี่ยวกับสิ่งของที่เขาไปแย่งกลับมา แต่ฉันก็ไม่อยากดื้อดึงถามซ้ำต่อไป...ก็มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันที่จะต้องรู้นี่นา เอาชีวิตรอดมาได้นี่ก็บุญหนักหนาแล้ว

‘ฉันจะปลอบใจแกด้วยการพาออกไปเที่ยวที่ตลาดท่าเรือด้านนอกเมืองปัตตาเวีย’ เมอเตอัสบอกในที่สุด ‘งานเฉลิมฉลองรับปีใหม่ที่ตลาดท่าเรือข้างนอกมีอะไรให้แกเพลิดเพลินกว่าข้างในหลายเท่า’

‘หวังว่าท่านคงไม่หาคู่ต่อสู้ร่างยักษ์ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่ามาให้ฉันก็พอ’ ฉันอดประชดประชันไม่ได้

‘ฉันจะพาแกไปชมสาว ๆ นอกเมือง รับรองว่าไม่ผิดหวัง’ คำบอกเล่าของเมอเตอัสเล่นเอาฉันหายใจแทบไม่ออก

‘ฉันยังเด็ก ไม่สนใจสาว ๆ หรอก’ ฉันบอกเสียงเข้มทันที 

‘ฮ่าๆ ๆ ๆ  แล้วฉันจะคอยดูว่าแกจะหักห้ามใจได้อย่างที่พูดรึเปล่า  แกน่ะกำลังจะโตเป็นหนุ่มน้อยแล้ว’ เมอเตอัสส่งเสียงหัวเราะลั่นอยู่ข้างหน้า ส่วนฉันก็ได้แต่นึกอยากกระโดดลงจากหลังม้าให้รู้แล้วรู้รอดไป

‘ฉัน...ฉันนึกว่าท่านชอบ...เอ่อ...รักอยู่กับแปนเนีย’ ฉันเปลี่ยนประเด็นโดยไม่ทราบสาเหตุเหมือนกันว่าทำไมฉันจึงหักมุมเฉไฉไปหาทาสสาวที่ชื่อแปนเนียจนได้ แม้จะรู้ว่าแปนเนียนั้นไม่ใช่เพนนีแน่นอนแล้ว

‘แกอย่ามาอวดรู้ใจฉัน’ เสียงห้วนตวาดกลับมา ‘ฉันจะไปรักนางทาสคนนั้นได้อย่างไร’

คำตอบของเขาทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันควัน...สองพี่น้องตระกูล ฟาน เมอเตส ที่ฉันรู้จักช่างดูถูกดูแคลนนางทาสเสียจริง ๆ ฉันรู้สึกผิดหวังว่าเมอเตอัสผู้พี่ก็ไม่ได้ต่างไปจากน้องชายของเขาเลย

‘แกสายตาไวแต่ไม่เฉลียวฉุกคิด ดูไม่ออกรึว่านางทาสคนนั้นรักอยู่กับเบอรอส คนงานในบ้าน พวกเขาคงแอบเป็นคู่ผัวตัวเมียกันเรียบร้อยไปแล้วตอนที่ฉันไม่อยู่...ถึงฉันจะดูโหดเหี้ยม แต่ฉันไม่มีนิสัยฝืนใจผู้หญิงหรอกน่า’

คำบอกเล่าของเมอเตอัสทำให้ฉันอ้าปากค้าง...ฉันดูผู้ชายคนนี้ผิดไปหรือนี่

‘เอิ่ม...ว่าแต่...ท่านรู้จักผู้หญิงที่ชื่อเพนนีบ้างไหม’ ฉันตัดสินใจถามเข้าเป้าหมายที่อยากรู้เต็มที เพราะเท่าที่รู้มาจากมะเตโอสนั้น เพนนีคือคนรักของเมอเตอัสนี่นา และที่สำคัญจากคำบอกเล่าในครั้งก่อน เพนนีกับเมอเตอัสเดินทางไปสิงหลาด้วยกัน

‘ไม่แน่ใจนัก...เท่าที่เจอผู้หญิงที่ตลาดท่าเรือต่าง ๆ มาบ้าง...บางทีฉันก็ไม่ได้ถามชื่อเสียงเรียงนามพวกหล่อนทุกคนหรอกนะ’ เมอเตอัสให้คำตอบแบบมีเลศนัยอีกแล้ว ‘บางทีพอหน้ามืดขึ้นมาก็ไม่อยากถามชื่อนางพวกนั้นให้เสียเวลาหรอก’

ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีอาการหน้าแดงกับคำตอบที่ได้รับรู้...เฮ้อ...อย่างน้อยสองพี่น้องตระกูล ฟาน เมอเตส นี่คงเป็นโรคหื่นเหมือนกันจริง ๆ

งานเฉลิมฉลองต้อนรับการเข้าสู่ปีใหม่ที่ตลาดท่าเรือปัตตาเวียเต็มไปด้วยบรรดาพ่อค้าและนักเดินเรือนานาชาติออกมาเที่ยวเต็มไปหมด เมอเตอัสพาฉันเข้าไปในร้านเหล้าร้านหนึ่ง มีสาว ๆ สองคนนุ่งน้อยห่มน้อยมานั่งคลอเคลียป้อนเหล้าป้อนกับแกล้มพลางฉอเลาะออดอ้อนเมอเตอัส ส่วนฉันปฏิเสธเสียงแข็งไม่ขอสาว ๆ มาให้บริการ ฉันรู้สึกอึดอัดมากเมื่อทนไม่ไหวจึงต้องหาทางแอบเลี่ยงออกมานอกร้าน โชคดีที่เมอเตอัสกำลังสาละวนอยู่กับสาว ๆ ฉันจึงหลุดพ้นออกมายืนอยู่หน้าร้านนั้นได้ในที่สุด

ท้องฟ้าในยามเที่ยงคืนย่างเข้าสู่วันใหม่ทำให้ฉันอดคิดถึงพระจันทร์ที่สิงหลาไม่ได้...ใต้แสงจันทร์นวลตาที่ฉันกับนายทหารเนปาเคยยืนดูโคมลอยด้วยกัน ฉันยืนมองดูดวงจันทร์จนมันเคลื่อนตัวเข้าสู่วันปีใหม่ ใน พ.ศ. ๒๒๐๓ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าป่านนี้ ดินซึ่งอาจมาอยู่ในร่างของเนปาแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง เขาอยู่ที่ไหน และเมื่อไหร่เราจึงจะได้พบกันอีกครั้ง

‘มายืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้’ เสียงเข้มดังขึ้นทำให้ฉันต้องหันหลังกลับไปดู จึงได้เห็นเมอเตอัสยืนอยู่ด้านหลัง ‘ไปเอาม้ามา...ฉันจะกลับแล้ว’

ฉันรีบทำตามคำสั่งทันที เมื่อขี่ม้าและนำมันกลับมาที่หน้าร้าน เมอเตอัสก็กระโดดขึ้นมานั่งอยู่ด้านหลังของฉัน

‘เฮ้...ท่านไม่บังคับม้าเองรึ’ ฉันตกใจเมื่อเมอเตอัสซบหน้าลงกับไหล่ ลมหายใจร้อน ๆ แผ่วเบาของเขารดอยู่ที่ต้นคอของฉัน

‘อย่าเรื่องมาก...ฉันเมาหนักขนาดนี้  กลับกันได้แล้ว’ เสียงอ้อแอ้เชิงขู่บังคับออกคำสั่งอย่างคนเอาแต่ใจ

ฉันจำใจต้องบังคับม้าให้ออกวิ่ง เมื่อมาถึงด่านประตูเข้าเมือง เมอเตออัสงัวเงียขึ้นมาเพื่อให้ทหารตรวจป้ายประจำตัว แต่พอผ่านด่านมาแล้วเขาก็สิ้นท่าซบอยู่กับไหล่และคอของฉันอีกครั้ง และคราวนี้สองแขนของเขาก็ตวัดมากอดเอวของฉันไว้หลวม ๆ ซึ่งทำให้ฉันแทบไม่อยากหายใจ จึงใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่แกะแขนของเขาออกไป แต่สักพักสองแขนนั้นก็กลับมากอดเอวฉันไว้อีกเหมือนเดิม ทำให้ฉันต้องเร่งฝีเท้าม้าให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้กลับถึงบ้านพักให้เร็วที่สุด เมื่อถึงที่หมาย แปนเนียและเบอรอสออกมารับตัวเมอเตอัสลงจากหลังม้าและพาเขาเข้าไปในห้องนอน ฉันรู้สึกโล่งใจที่พาคนเมากลับมาถึงบ้านได้โดยที่ตัวฉันเองก็อยู่รอดปลอดภัย 

* * * * * * * * * * * * * *

ฉันได้เสื้อผ้าชุดใหม่ในอีกสามวันต่อมา มันทำให้ฉันรู้สึกทะมัดทะแมงและดูดีขึ้นมากในชุดกางเกงขายาวสีดำ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวอมเทา มีปกเสื้อขาดใหญ่ ที่คอและหน้าอกเสื้อมีผ้าระบายช่วยอำพลางสรีระภายใต้ผ้ารัดหน้าอกได้อย่างดี  รองเท้าบู้ทหนังยาวถึงกลางน่องทำให้ฉันไม่ต้องเจ็บฝ่าเท้าเมื่อต้องเดินอยู่บนถนนหินสาก ๆ ในเมืองปัตตาเวีย

นอกจากเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว เมอเตอัสยังหามีดสั้นจำนวนหนึ่งโหลมาให้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเข็มขัดหนังเก็บมีดสั้น รวมทั้งดาบยาวและปืนพกมาให้ฉันอีกหนึ่งกระบอกด้วย ครั้งแรกที่เห็นบรรดาอาวุธเหล่านั้นฉันก็ได้แต่อ้าปากค้าง...เพราะมันมีความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังย้อนมาเจอกับสภาพแวดล้อมที่เคยอยู่ในร่างของสร้อยอีกครั้ง เพียงแต่ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ในร่างของฮารุโกะ...อาของสร้อยเท่านั้นเอง

ฉันยังไม่มีโอกาสส่องกระจกมองหน้าเจ้าของร่างแบบชัด ๆ  รู้เพียงว่าผมของฮารุโกะยาวช้ามาก เพราะฉันมาอยู่ในร่างของเธอเกือบห้าเดือนแล้วแต่ผมกลับยาวขึ้นจากเดิมเพียงประมาณสองนิ้วเท่านั้น และที่สำคัญกว่านั้นคือฮารุโกะไม่มีประจำเดือนเหมือนผู้หญิงทั่วไป

‘นั่งเหม่ออะไรอยู่ วันนี้แกต้องตามฉันออกไปที่เรือสำเภาด้วย’ เสียงห้วนของเมอเตอัสปลุกฉันจากภวังค์ความสงสัย ‘เที่ยวนี้เมื่อได้ของครบแล้ว ฉันได้รับคำสั่งให้เดินทางไปสิงหลา’

‘สิงหลา’ ฉันทวนคำหลังสุดที่ได้ยินด้วยความลิงโลดหัวใจพองโต ‘ท่านจะเดินเรือไปสิงหลาจริง ๆ รึ...ว่าแต่จะออกเดินทางเมื่อไหร่’

‘ไม่น่าจะเกินเดือนนี้...ก็จนกว่าจะได้ของครบนั่นล่ะ’

‘เย้ๆ ๆ ๆ’ ฉันตะโกนลั่น ลุกขึ้นกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ซ้ำยังลืมตัวเผลอโผเข้าไปกอดเมอเตอัสเข้าจนได้ เมื่อโดนเขาผลักออกมาอย่างรวดเร็วฉันจึงค่อยรู้สึกตัว

‘แกออกไปไกล ๆ ฉัน’ เมอเตอัสตวาดจ้องตาเขม็งจนฉันต้องรีบหลบหน้า ‘ผู้ชายอะไร เวลาดีใจแล้วทำท่าเหมือนผู้หญิง อย่าทำท่าทางแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้น...ฉันจะ...ฉันจะต่อยแกเลือดกลบปากแน่’

ความโล่งใจอีกอย่างของฉัน คือ เมอเตอัสไม่มีท่าทีว่าจะจำการกระทำของตัวเองตอนอยู่บนหลังม้ากับฉันในคืนรุ่งสางนั้นได้เลย

‘ขอโทษท่าน...ฉันดีใจมากไปหน่อย ท่านก็รู้ว่าฉันอยากตามหาพ่อที่สิงหลา’ ฉันเรียกสติกลับมาบอกเขาด้วยน้ำเสียงขึงขังขึ้นเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอทำท่าผู้หญิงออกไปแล้วจริง ๆ ‘ท่านก็คงคิดถึงพ่อกับมะเตโอสด้วยใช่ไหม’

‘แกรู้จักชื่อน้องชายของฉันได้อย่างไร’ ฉันเห็นเมอเตอัสเหล่ตากลับมามองขณะกำลังจะเดินนำออกจากบ้าน

‘ทะ..ท่านพูดถึงพวกเขาเมื่อคืนขึ้นวันปีใหม่อย่างไรเล่า  ท่านบอกว่าคิดถึงพ่อกับน้องชาย ท่านเป็นคนบอกชื่อน้องชายให้ฉันรู้เอง’ ฉันตอบเสียงหนักแน่นเพื่อปิดบังอาการใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เมื่อเห็นสายตาคอยจับผิดของคนฟัง ‘ท่านคงเมามากจนจำไม่ได้ว่าเล่าอะไรให้ฟังบ้างระหว่างทางที่ฉันพาท่านกลับบ้าน’

‘ฉันเล่าแกตอนไหน...ในเมื่อฉันไม่ได้เมาขนาดจะจำอะไรไม่ได้ แกคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้ตัวเองเมาหนักจนจำอะไรไม่ได้อย่างนั้นรึ’ เขาหันมาจ้องหน้าฉันนิ่ง สายตาของเขาบ่งบอกว่ากำลังไม่ไว้ใจฉันอย่างหนัก 

‘อะไรนะ’ ฉันรู้สึกใจหายวาบเมื่อรับรู้ว่าเขาไม่ได้เมาถึงขนาดจะจำอะไรไม่ได้ ‘ตอนนั้นท่านเมามาก ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรไปบ้าง’

คราวนี้ฉันจับพิรุธได้ว่าอีกฝ่ายมีอาการผงะคล้ายกำลังกระอักกระอ่วนใจ ซึ่งฉันก็ได้แต่คาดเดาว่าทำไม 

‘แกอย่ามาเบี่ยงเรื่องราว ฉันถามว่าแกรู้จักชื่อน้องชายของฉันได้อย่างไร’

‘ท่านจำไม่ได้หรอก ว่าท่านเมามากแค่ไหน และจำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปบ้าง’ ฉันยังย้ำคำตอบเดิม คราวนี้ฉันได้ทีเป็นฝ่ายส่งสายตากดดันเขาบ้าง ‘ท่านจำอะไรไม่ได้...ใช่ไหม’

‘นี่...แสดงว่า...อยากให้ฉันบอกใช่ไหม...ว่าฉันจำอะไรได้บ้าง’ เสียงหนักแน่นของเขาที่ตอบกลับมาทำให้ฉันเริ่มเป็นฝ่ายเดินถอยหลังหนี ‘จะให้ฉันย้อนความทรงจำให้...ใช่ไหม’

‘อย่าเข้ามานะ’ ฉันขู่ออกไป และไม่รู้ตัวเลยว่าได้ชักดาบยาวยื่นไปหาอีกฝ่ายที่กำลังเดินจู่โจมเข้าหาตั้งแต่เมื่อไหร่

‘วางดาบลง...เฟอลิต’ เสียงเมอเตอัสราบเรียบจนผิดสังเกต ‘โอ้ว...บางทีจะว่าไป...แกอาจไม่ได้ชื่อเฟอลิตก็ได้...ใช่ไหม เพราะชื่อนี้ไม่น่าจะใช่ชื่อของ...ผู้หญิง’

เอาล่ะ...ความจริงเฉลยออกมาจนได้ เมอเตอัสรู้ความลับของฉันเรียบร้อยแล้ว แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นฉันไม่แน่ใจ เดาได้เพียงว่าน่าจะก่อนคืนเข้าสู่วันปีใหม่

‘ฉันเคยคิดว่าแกอาจจำเป็นต้องปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชายเพื่อปกป้องตัวเอง ฉันพยายามทำเป็นไม่รู้เพราะรู้สึกเอ็นดูแกมาก’ เมอเตอัสยังพูดต่อไปแต่ตอนนี้เขาหยุดก้าวเดินเข้าหาฉันแล้ว ‘แต่ทำไมแกต้องโกหกว่าฉันเป็นคนบอกชื่อน้องชายให้แกรู้’

‘เพราะฉันอยากจับผิดท่านอย่างไรล่ะ ว่าคืนนั้นท่านจำอะไรได้บ้างรึเปล่า’ ฉันพยายามทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ไม่ยอมจนมุมง่าย ๆ ‘ชื่อน้องของท่านไม่ได้เป็นความลับอะไรไม่ใช่รึ คนในบ้านนี้เคยพูดให้ฉันได้ยินหลายครั้งแล้ว ว่าท่านมีน้องชายชื่อมะเตโอส’

‘แสดงว่าอยากทดสอบว่าฉันรู้ความลับรึเปล่า...ใช่ไหม’ เขาจ้องมองฉันด้วยแววตายียวนเจ้าเล่ห์ เมอเตออัสมักตั้งคำถามที่ลงท้ายด้วยคำว่า...ใช่ไหม...ให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ นี่คงเป็นคำพูดที่เป็นอัตลักษณ์ของเขาสินะ ‘ตอนนี้แกก็รู้แล้ว...ว่าฉันรู้...แล้วจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ จะยอมบอกความจริงทุกอย่างกับฉันไหม’

‘ฉันจะบอกความจริง ถ้าท่านสาบานว่าจะไม่ทำร้ายฉัน และยอมให้ฉันเดินทางไปสิงหลาด้วยในฐานะของเด็กผู้ชายที่ชื่อเฟอลิตเหมือนเดิม’ ฉันยืมคำขู่โดยใช้การสาบานมาจากสร้อยโดยไม่รู้ตัว บางทีคำสาบานอาจจะมีผลต่อความรู้สึกของคนในสมัยนี้มากก็ได้

‘ถ้าที่แกบอก....เป็นความจริง’ เมอเตอัสพยักหน้า ‘ฉันสาบานว่าจะไม่ทำอันตรายใด ๆ’

‘ทุกอย่างที่ฉันเล่าให้ท่านฟังล้วนเป็นความจริงทั้งหมด ยกเว้นเรื่องที่ฉันปลอมตัวเป็นผู้ชาย เพราะฉันต้องการออกตามหาพ่อเท่านั้น’

‘ถ้าอย่างนั้นแล้ว ชื่อจริง ๆ ของแก..เอ่อ...ของเธอคืออะไร’

‘ฮารุโกะ’ ฉันตัดสินใจบอกชื่อของเจ้าของร่างตัวจริงออกไป

‘ชื่อแปลกดีนี่...หวังว่าคงเป็นชื่อของแกจริง ๆ’ เขายักไหล่ก่อนจะหันหลังให้ฉัน ‘เอาล่ะ...ฉันคงจำชื่อแปลก ๆ นั่นไม่ได้หรอก...เฟอลิต...ฉันจะให้แกตัดสินใจเอาเองว่าจะเป็นเฟอลิตอยู่กับฉันต่อไป หรือจะไปจากฉัน’

เมอเตอัสเดินไปที่ม้าของเขาแล้วกระโดดขึ้นขี่หลังม้าอย่างรวดเร็ว ฉันลังเลใจอยู่เพียงชั่วครู่เท่านั้นก็ตัดสินใจวิ่งตามออกไป แต่เมอเตอัสกลับบังคับม้าให้วิ่งออกไปแล้ว เสียงหัวเราะของเขาดังลั่นก่อนจะตะโกนบอกมา

‘นี่เป็นการทำโทษที่แกบังอาจโกหกฉัน...เฟอลิต...วิ่งตามฉันไปจนถึงด่านประตูเมืองโน่น  ตามให้ทันล่ะ  ไม่อย่างนั้นจะไม่ให้แกขึ้นเรือของฉันอีก’

ฉันไม่รู้ว่านั่นเป็นคำขู่หรือการลงโทษจริง ๆ กันแน่...แต่ฉันจำเป็นต้องยอมวิ่งตามม้าไปในที่สุด ระยะทางจากบ้านของเมอเตอัสไปที่ด่านประตูเมืองปัตตาเวียนั้นใช่ว่าจะใกล้ ๆ  เสียที่ไหนกัน...มันไกลมาก

เมื่อวิ่งไปไม่ถึงค่อนครึ่งทางฉันก็หมดแรงหอบแฮ่ก ๆ สภาพร่างกายของฮารุโกะที่ผอมแห้งไม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงพอกับการวิ่งระยะทางไกล ๆ เลยสักนิด เมอเตอัสขี่ม้าแล่นหายไปไกลมากแล้ว ฉันจึงได้แต่เดินตามไปอย่างเอื่อยเฉี่อย...ได้แต่หวังว่าที่เขาพูดอาจเป็นเพียงแค่คำขู่เท่านั้น เพราะเมอเตอัสเป็นเพียงคนเดียวที่ฉันยังเชื่อถือและไว้ใจว่าเขาจะพาฉันไปที่สิงหลาได้อย่างปลอดภัย และเมอเตอัสคนนี้จะพาฉันไปพบกับเพนนีในระหว่างการเดินทางก็เป็นได้

ฉันพยายามพยุงร่างผอมแห้งลุกขึ้นวิ่งต่อไปอีกครั้ง ไม่นานนักฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าวิ่งมาแต่ไกล

‘ไม่ได้เรื่อง’ เมอเตอัสพูดในทันทีที่หยุดม้าอยู่ข้าง ๆ ฉันซึ่งพยายามหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเหนื่อยจนสุดจะทน ‘วิ่งระยะทางไกลไม่ได้แบบนี้ จะไปสู้กับใครได้ ช่วงที่อยู่ปัตตาเวีย ฉันจะให้แกวิ่งไปที่ท่าเรือบ่อย ๆจะได้แข็งแรงมากขึ้น ....ดีไหม’

‘ดี’ ฉันกระแทกเสียงตอบกลับไป ‘แต่วันนี้เป็นวันแรก...วิ่งแค่นี้พอแล้ว  ให้ฉันขึ้นม้าไปด้วยดีกว่า ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะตายวันนี้เลยก็ได้’

‘แกนี่ชอบต่อปากต่อคำจริง ๆ’ เสียงเมอเตอัสดุกร้าวขึ้น แต่กลับยื่นมือมาให้ฉัน ‘ขึ้นมา...ฉันก็ไม่อยากให้แกตายวันนี้หรอกน่า’

ฉันใช้แรงที่ยังพอหลงเหลืออยู่นิดหน่อยนั้นปีนขึ้นไปนั่งบนม้าด้านหลังของเมอเตอัสจนได้ในที่สุด นึกแค้นใจที่ยังได้ยินเสียงหัวเราะลั่นจากเขาตลอดเวลาที่ม้าแล่นห้อไปที่ด่านประตูเมืองปัตตาเวีย

 * * * * * * * * * * * * * *

 
 




Create Date : 19 ธันวาคม 2556
Last Update : 19 ธันวาคม 2556 20:53:46 น. 46 comments
Counter : 1451 Pageviews.

 
สวัสดีค่า พี่แกะ ^^
ยังไม่ลงตอนใหม่ที่ถนนเหรอคะ
นุ่นมาดึกไปอ่านไม่ไหวอ่ะ
ถ้าลงจะไปตามอ่านที่ถนน
แต่ไม่งั้นก็ค่อยมาตามอ่านพรุ่งนี้นะคะ
เว้นบล็อคไป เดือนนึงเลยค่ะ
นุ่นเซ็นสัญญา สนพ แล้วนะคะเรื่องแรกผ่านแล้ว ^^ ต่อไปคงมาบล็อคได้บ่อยๆเหมือนเดิมแล้วค่า

ขอบคุณมากๆค่า พี่แกะ ^^



โดย: lovereason วันที่: 20 ธันวาคม 2556 เวลา:1:02:03 น.  

 
สวัสดีจ้ะน้องนุ่น

พี่อาจยังไม่เอาไปลงถนนก่อนค่ะ เพราะช่วงนี้มีเวลาว่างน้อยมากเลยค่ะ ถ้าเอาไปวางแล้วตัวเองไม่มีเวลาเข้าไปพูดคุยตอบคอมเม้นได้ กลัวว่าจะไม่ดีน่ะค่ะ

ลงบล้อกไว้ก่อน ไว้มีเวลาสะดวกและอัพเพิ่มได้หลายตอนแล้วจะเอาไปลงถนนค่ะ

ปล.ดีใจกับน้องนุ่นมากๆค่ะ ในที่สุดก็สำเร็จไปอีกหนึ่งชิ้นงานแล้ว

วางแผงเมื่อไหร่รีบส่งข่าวด่วน จะไปจัดหามาไว้ทันทีจ้า


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 20 ธันวาคม 2556 เวลา:9:39:28 น.  

 
สวัสดีวันอาทิตย์จ้าคุณแกะ คุณแกะสบายดีเนอะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog




โดย: au_jean วันที่: 22 ธันวาคม 2556 เวลา:7:45:13 น.  

 
แวะมาเยี่ยมในวันหยุด...สวัสดีครับ

มาติดตามงานเขียนด้วยครับ

โหวต และไลค์ส่งกำลังใจไปให้คุณแกะด้วยครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
f~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog


โดย: **mp5** วันที่: 22 ธันวาคม 2556 เวลา:14:21:38 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog


สุขสันต์วันคริสต์มาสล่วงหน้าค่า
ขอให้มีความสุขสดใสตลอดปีนี้และตลอดไปนะคะ ^^






โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 23 ธันวาคม 2556 เวลา:9:14:01 น.  

 
สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะคุณแกะ



โดย: pantawan วันที่: 25 ธันวาคม 2556 เวลา:0:34:57 น.  

 
ไปเที่ยวไหนรือป่าวคุณแกะ
เดินทางปลอดภัย
โหวตและไลท์ค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
คนบ้า(น)ป่า Home & Gargen Blog ดู Blog
haiku Art Blog ดู Blog
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 28 ธันวาคม 2556 เวลา:22:24:48 น.  

 
Happy New Year 2014


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 30 ธันวาคม 2556 เวลา:16:21:56 น.  

 
สวัสดีปีใหม่2557ค่ะพี่แกะ
ขอให้พี่แกะมีสุขภาพแข็งแรง
มีความสุขมากๆนะค่ะ ^^


โดย: mastana วันที่: 30 ธันวาคม 2556 เวลา:22:30:33 น.  

 
ขอส่งความสุข ให้มีความสุขตลอดปี ๒๕๕๗ และตลอดไป...


โดย: **mp5** วันที่: 31 ธันวาคม 2556 เวลา:16:05:47 น.  

 
สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ
มีความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรงนะคะ

border=0


โดย: pantawan วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:0:44:36 น.  

 
 photo image-17.jpg


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:18:44:05 น.  

 
แวะเข้ามาสวัสดีปีใหม่ค่ะ




โดย: มาโซคิส วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:20:27:35 น.  

 


สวัสดีปีใหม่เช่นกันนะครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:21:57:06 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่แกะ . . .

มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: กาปอมซ่า วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:22:15:56 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่า พี่แกะ ^^
มาช้าไปหน่อยค่ะ
มีความสุขมากๆนะคะ
คิดสิ่งใดให้สมปรารถนา
งานการเจริญรุ่งเรือง ตลอดปีตลอดไป นิยายเป็นเล่มเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ ขอให้ขายดีๆด้วยค่า



โดย: lovereason วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:0:45:49 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณแกะ

มาช้าเหมือนกันค่ะ ขอให้คุณแกะมีความสุข สุขภาพแข็งแรงค่ะ

เรื่องยาวหลายตอนเลยค่ะ เขียนเก่งจัง นี่ขนาดงานอดิเรกนะคะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 4 มกราคม 2557 เวลา:15:14:50 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
ไปเที่ยวไหน ปิดบ้านเงียบเลย
รออ่านตอนใหม่อยู่นะคะ


โดย: pantawan วันที่: 10 มกราคม 2557 เวลา:0:18:45 น.  

 
มาส่งเข้านอนแล้วก็จะลาไปนอน



โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 11 มกราคม 2557 เวลา:23:39:46 น.  

 
ดีจ้าคุณแกะ สบายดีน๊า
อุ๊เองก็หายๆไปจากบล็อคเหมือนกัน ช่วงนี้ยุ่งมาก แต่ถ้ามีเวลาก็จะแวะเวียนมาแน่นอนจ้า


โดย: au_jean วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:6:54:44 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
แวะมาด้วยความคิดถึง
ทำงานด้วยความสุขนะคะ อย่าเครียดๆ



โดย: pantawan วันที่: 15 มกราคม 2557 เวลา:12:31:21 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
เป็นอย่างไรบ้าง ไม่เห็นอัพบล็อค สบายดีนะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: pantawan วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:23:49:26 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
แวะมาเยี่ยม
พรุ่งนี้ก็วันหยุดแล้ว
พักผ่อนเยอะๆนะ


โดย: pantawan วันที่: 25 มกราคม 2557 เวลา:0:55:14 น.  

 
สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะคุณแกะ
เฺฮงๆรวยๆ สุขภาพแข็งแรงนะคะ



โดย: pantawan วันที่: 31 มกราคม 2557 เวลา:0:47:49 น.  

 
สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวบล้อกแกงค์


ตอนนี้ภารกิจรอบตัวเริ่มลงตัวแล้ว

อีกไม่นานจะมาอัพนิยทยต่อแล้วจ้า


ขออภัยที่หายไปนานพอสมควร

คิดถึงทุกคนค่ะ จุบุจุบุ


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:00:07 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ  ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ  อีก 6 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: pantawan วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:23:13 น.  

 
สวัสดีค่า พี่แกะ ^^
หายไปไหนมาคะ
ไม่เห็นเลยค่ะ
เอาไปลงที่ถนนบ้างนะคะเงียบเหงาจังเลยค่า



โดย: lovereason วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:35:03 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 6 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

มาถนนบ้างนะคะพี่แกะ เงี๊ยบเงียบค่ะ T T


โดย: lovereason วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:36:27 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

สวัสดีค่ะพี่แกะ ปีนี้พี่แกะยังไม่อัพงานเลยย แพมมาแปะหัวใจให้พี่แกะนะค่ะ จุ๊บๆ


โดย: mastana วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:53:35 น.  

 
แวะมาเยี่ยมคุณแกะ
ส่งความคิดถึงด้วยหัวใจ 1ดวง

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 2 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: pantawan วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:51:09 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

......................


ปอมมาแปะใจให้พี่แกะจ้า . . คิดถึงเสมอนะคะ


โดย: กาปอมซ่า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:16:38 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 9 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะะ

แวะมาแปะหัวใจให้คุณแกะค่ะ


โดย: pantawan วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:0:05:25 น.  

 
สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะคุณแกะ คิดถึงเนอะ ต่างคนต่างหายหน้าหายตาไปเลย

เทคแคร์นะคะ


โดย: au_jean วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:11:12:17 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

...........................

สวัสดีค่ะพี่แกะ . . . ปอมมาแปะใจให้พี่ค่ะ


โดย: กาปอมซ่า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:13:06 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ
คุณเหลือ อีก 3 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

ฝันดีค่า


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:34:12 น.  

 
กดไลน์ค่ะ
ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกัน
อย่าหายไปนานนักนะเพื่อนๆคิดถึง
หลายตนไปอยู่ที่เฟสบุ๊กจนลืมบล๊อกแก๊ง


โดย: ชมพร วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:23:43 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: pantawan วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:52:45 น.  

 
คุณแกะเป็นอย่างไรบ้าง เราสองคนหายหน้าหายตากันไปนานเนอะ คิดถึงนะ เจงๆ


โดย: au_jean วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:21:58 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 7 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

สวัสดีค่า พี่แกะ มาช้าไปหน่อยค่ะ ไป ตจว มา
คิดถึงๆ เมื่อไหร่จะลงเรื่องที่ถนนอีกคะ รอๆๆอยู่น๊า


โดย: lovereason วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:0:18:50 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: ชมพร วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:13:09 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

แวะมาแปะหัวใจดวงสุดท้ายของวันนี้


โดย: pantawan วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:48:22 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
ขอบคุณสำหรับโหวตที่บล็อคด้วยค่ะ



โดย: pantawan วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:20:27:49 น.  

 
สวัสดีคุณแกะ
ยังไม่อัพบล็อคใหม่
คิดถึงอยู่นะ


โดย: pantawan วันที่: 9 มีนาคม 2557 เวลา:23:55:01 น.  

 
สวัสดีวันหยุดคะ
งานคงยังยุ่งอยู่เน้อ
พักผ่อนบ้าง รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: pantawan วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:21:54:13 น.  

 
ว้าววว เอนทรี่นี้ตั้งแต่ปีที่แล้วเชียวนะ
แวะมาทักทายค่ะ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:19:51:33 น.  

 
คิดถึงจขบ จัง
ขอบคุณสำหรับโหวต
เห็นที่บล็อคเลยรีบตามมาเยี่ยม นึกว่าเปิดบล็อคใหม่


โดย: pantawan วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:23:12:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.