Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๓๓ รอยยิ้มของดวงจันทร์

เสียงพลุไฟที่ดังมาจากตลาดท่าเรือ บ่งบอกว่าเวลาได้ล่วงผ่านเข้าสู่วันใหม่ของปี ค.ศ. ๑๖๗๐ หรือ พ.ศ. ๒๒๑๓ แล้ว

‘ฉันจะไม่มีวันลืมปีใหม่ปีนี้ของเรา...เพนนี’  เนปากระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของฉัน อ้อมแขนแกร่งของเขาตระกองกอดฉันไว้จากด้านหลังมานานโดยไม่มีท่าทีว่าจะปวดเมื่อยเอาซะเลย ‘แม้ปีนี้เราจะไม่ได้ปล่อยโคมลอยและยืนชมดวงจันทร์ด้วยกัน...แต่ฉันเชื่อว่า...ดวงจันทร์คงแย้มยิ้มอย่างมีความสุขไปกับเราด้วย’

ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า...เพนนีและเนปาจะมีบทลงเอยแห่งความรักที่เรือนริมคลองแห่งนี้

‘ท่านหายจากอาการปวดศีรษะแล้วหรือ’ ฉันเฉถามไปอีกประเด็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านเวลานั้นมานานแล้ว

‘อาการปวดศีรษะเมื่อตอนค่ำหายไปสนิทเลยเชียว...นี่...คงเป็นวิธีรักษาอาการปวดศีระษะของหมอหญิงเพนนีใช่ไหม’ เนปาพูดเหย้าแหย่จนฉันรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก

‘หากนี่เป็นวิธีการรักษาได้จริง...ท่านต้องให้ฉันรักษาท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น’ ฉันแกล้งทำเสียงขึงขังกลับไป

‘เธอก็ต้องไม่รักษาคนอื่นด้วยวิธีพิเศษแบบนี้ด้วย’ เนปาทำเสียงดุขึ้นมาบ้าง แต่ฉันรู้ว่าเขาแกล้งแหย่เล่นเท่านั้น

‘คนบ้า...ฉันรักท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น...เสมอมา...และตลอดไป’

‘ฉันอยากนอนกอดเธอไว้อย่างนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน...แต่น่าเสียดายที่อีกไม่นาน คงมีศึกจากปตานีเข้ามาประชิดเป็นแน่’

‘สายลับของสิงหลาส่งข่าวมายืนยันกับองค์มุตตาฟาแล้วสินะ’ ฉันรำพึงกับตัวเองเพราะรู้ว่าจะเกิดศึกระหว่างปตานีและสิงหลาอย่างแน่นอน ‘อีกทั้งยังเป็นศึกยืดเยื้อต่อไปอีกนาน จนถึง พ.ศ. ๒๒๒๑’

‘เธอรู้อนาคตเรื่องนี้จริง ๆ ด้วย...องค์มุตตาฟาบอกฉันว่าเธอแจ้งเรื่องอนาคตเกี่ยวกับศึกระหว่างปตานีและสิงหลา...แต่เธอไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเมื่อไหร่...องค์มุตตาฟาจึงสั่งทัพสิงหลาเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลาทั้งทางบกและทางน้ำ’

‘ฉันตัดสินใจบอกเรื่องการศึกไปก็เพื่อต้องการให้สิงหลาเตรียมการป้องกันไว้ก่อน...ไม่อยากให้ย่ามใจจากชัยชนะในการแผ่ขยายอำนาจไปถึงเมืองไชยาได้สำเร็จ’

‘ฉันชักอยากจะรู้แล้วเชียว...ว่าเธอจะรู้หรือไม่...ว่าในอนาคต...เราจะมีลูกด้วยกันกี่คน...เพนนี’ เนปาเริ่มพูดเปลี่ยนประเด็นจากศึกรบมาเป็นศึกรักอีกแล้ว

แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกมีความสุขมากแค่ไหน...แต่ฉันก็ไม่สามารถให้คำตอบเขาได้...ในเมื่ออนาคตของเพนนีกับเนปาเท่าที่ฉันรับรู้มานั้น...ไม่ได้มีความสุขเหมือนในค่ำคืนนี้เลย

ยกเว้นว่า...ความจริงแล้ว...ตอนที่ฉันมาอยู่ในร่างสร้อยนั้น...เรื่องราวความรักระหว่างเพนนีกับเนปา...ล้วนเป็นสิ่งที่ฉันกับสร้อยเข้าใจกันไปเอง

* * * * * * * * * * * * * *

รอยยิ้มเยาะหยันอย่างเปิดเผยของมะเตโอส ที่ยืนดักรออยู่ตรงประตูทางออกจากโบสถ์ทำให้ฉันพอจะเดาได้ว่า...ใครอยู่เบื้องหลังการเดินทางไปปัตตาเวียอย่างกระทันหันของบาทหลวงชาววิลันดาในวันต่อมา

‘แหม่...พวกเธอมาช้าไป...น่าเสียดาย...บาทหลวงเพียงคนเดียวของที่นี่ไม่อยู่ซะแล้ว...ได้ข่าวอีกนานกว่าจะกลับ...คงกลับมาพร้อมกับเรือสินค้าขากลับของท่านพ่อ’ น้ำเสียงของมะเตโอสช่างบ่งบอกถึงความสะใจที่ได้เห็นฉันกับเนปามีอาการหงายเงิบแบบไม่ทันตั้งตัว ‘น่าน้อยใจจริงเชียว...จะเข้าพิธีแต่งงานกันทั้งที...ไม่คิดจะเชิญคนในครอบครัวมาร่วมด้วยเลยสักคน’

‘ถ้าความจำท่านไม่ได้เสื่อม...เราไปเชิญท่านและคนในครอบครัวเมอเตสเรียบร้อยแล้ว....และการมาร่วมพิธีของวิเลียนก็ยืนยันได้ดีไม่ใช่หรือ’ ฉันส่งเสียงเบื่อหน่ายบอกไปอย่างอดทนอดกลั้น...ทั้ง ๆ ที่ใจนึกอยากชกหน้าหมอนั่นสักหมัดสองหมัดให้หายแค้น ‘และคงเป็นท่านที่วางแผนให้บาทหลวงเดินทางไปปัตตาเวียอย่างกระทันหันพร้อมเรือสินค้าเมื่อตอนรุ่งสาง’

เสียงหัวเราะลั่นของมะเตโอสเท่ากับยอมรับสิ่งที่ฉันสาธยายมาแต่โดยดี เขาเดินทำหน้าตายียวนเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเนปาในระยะห่างแค่คืบ

‘อะไรก็ตามที่เป็นความสุขของพวกเธอทั้งสองคน...ฉันจะมีความสุขมาก...ถ้ามันจะไม่เป็นดังตั้งใจ’ มะเตโอสพูดเสียงออกจากไรฟัน ‘โบสถ์หลังนี้มิใช่หรือเนปา...ที่เพนนีเคยเข้าพิธีแต่งงานกับพี่ชายของฉัน...ท่านก็มาร่วมงานด้วยนี่...จำไม่ได้หรืออย่างไร’

‘แต่เขาตายไปแล้ว...กัปตันเมอเตอัสตายไปแล้ว’ ฉันโพล่งออกไปโดยไม่รู้ตัวว่าทำไมจึงตัดสินใจเช่นนั้น...แม้จะรู้สึกว่ากำลังแช่งกัปตันเมอเตอัสอยู่...แต่ว่าฉันควรต้องใช้ไม้แข็งกับมะเตโอสบ้างแล้ว...ไม่อย่างนั้นเขาก็จะย่ามใจใช้เรื่องนี้มาข่มขู่ไม่เลิกรา ‘ไม่คิดบ้างหรือ...ว่าถ้าเขาไม่ได้ตายจริงอย่างที่ท่านอยากให้เป็น...ทำไมเขาจึงไม่กลับมา...เขาควรจะกลับมาได้แล้ว...ในเมื่อพ่อกับน้องชายอยู่ที่นี่..โดยเฉพาะหากคิดว่าฉันซึ่งเป็นเมียที่รักของเขาก็อยู่ที่สิงหลา’

มะเตโอสยืนนิ่งเงียบไปก่อนจะหันมาตะคอกใส่หน้าฉัน

‘ใช่...ลึก ๆ แล้วฉันได้แต่หวังและหลอกตัวเองว่าเขาอาจจะยังไม่ตาย...เธอ...เธอมันเป็นนางปีศาจ...เธอทำให้พี่ชายของฉันต้องตายเพราะออกไปตามหาเธอในคืนเข้าห้องหอ....และฉันสาบานว่า...จะทำทุกทางเพื่อไม่ให้เธอสมหวังกับเนปา...เพราะตราบใดที่ท่านพ่อและฉันยังไม่ยืนยันถึงการตายของพี่เมอเตอัสต่อบาทหลวง...พวกเธอก็จะเข้าพิธีแต่งงานไม่ได้..ยกเว้นว่าเธอจะยอมถูกผู้คนกล่าวหาว่าเป็นนางแม่มด...ไร้ศีลไร้จารีต...มีคู่รักใหม่เป็นน้องชายบุญธรรมของสามีตัวเอง...เพนนี...จำได้ไหมเล่า...ในงานเลี้ยงตอนกลับมาสิงหลาใหม่ ๆ ฉันเที่ยวแนะนำไปทั่วว่าเธอคือพี่สะไภ้ของฉัน’

‘ท่านกำลังบอกว่า...ท่านกับท่านพ่อของท่านเป็นผู้กุมชะตาชีวิตรักของฉันกับเนปาอย่างนั้นหรือ’ ฉันยิ้มเยาะเย้ยข่มขู่กลับไปบ้าง ‘คงหวังใช้เป็นเครื่องมือบังคับให้เราทำอะไรเพื่อแลกเปลี่ยนกับการปิดบังเรื่องของฉันกับเนปาไปได้อีกนาน’

‘ฉันรู้ว่าเธอฉลาด...เข้าใจอะไรได้ง่ายดี’ มะเตโอสสรุป เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มกวนอารมณ์เหมือนเดิม ‘ถ้าไม่อยากให้ฉันแพร่งพรายเรื่องของพวกเธอออกไป...ก็อย่าทำอะไรขัดใจฉันก็พอ’

‘ท่านขู่แบบนี้มาหลายรอบแล้ว...มะเตโอส...ไม่เบื่อบ้างหรืออย่างไร’ เนปาพูดออกมาบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้มีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนแต่อย่างใด ‘ท่านทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดฉันมาแล้วนี่...แม้ตอนที่ท่านไม่อยู่สิงหลา...คนของท่านก็ยังลงมือได้...น่าเสียดายที่ไม่สำเร็จ’

‘อะไรนะ...คนของมะเตโอสลอบปองร้ายท่านหรือ...เนปา’ นี่เป็นข้อมูลใหม่จากปากของเนปาซึ่งฉันไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลย...แต่แล้วในวินาทีนั้น...ความทรงจำในช่วงพายุและคลื่นใหญ่ถล่มเมืองสิงหลาด้านทิศตะวันออกก็เข้ามาวิ่งแล่นในหัว ‘พวกบนบนเรือเล็กกู้ภัยที่ทำร้ายท่านจนตกทะเลไปใช่ไหม’

‘นั่นเป็นแค่เหตุการณ์เดียวเท่านั้น...ยังมีอีกหลายครั้งหลายครา...แม้ในขณะออกศึก’ เนปาให้ความกระจ่างจนฉันมือสั่นนึกอยากตะหวัดมีดสั้นใส่มะเตโอสให้สาสม...แต่เมื่อสบสายตาอันเศร้าสร้อยของวิเลียนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ทำให้ฉันจำต้องสงบสติอารมณ์ให้เย็นลง

‘หลักฐาน...มีหลักฐานอะไรมากล่าวหาฉันแบบนั้น...ท่านไปทำอะไรให้ใครหมั่นไส้อีกเป็นแน่...อย่าพุ่งเป้ามาที่ฉันโดยไม่มีหลักฐานสิ’ มะเตโอสพูดน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็นเสียจนฉันตัดสินใจได้เลยว่าเป็นเขาอย่างแน่นอนที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังพวกที่ทำร้ายเนปา

‘ก็เพราะยังไม่มีหลักฐาน...ท่านจึงยังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้อย่างไรเล่า...แต่หากวันหนึ่ง..มีหลักฐานมัดตัว...และองค์มุตตาฟาล่วงรู้ความจริงว่ามีคนหวังกำจัดนายทหารคนสำคัญของสิงหลาล่ะก็...ท่านคิดว่าจะยังได้อยู่ทำการค้าที่สิงหลาต่อไปหรือไม่เล่า...บริษัท วี.โอ.ซี. สามารถเปลี่ยนผู้แทนการค้าได้...แต่องค์มุตตาฟาคงไม่ยอมสูญเสียทหารคนสำคัญไปแน่นอน’ เนปาเป็นผู้งัดไม้ตายออกมากำหราบมะเตโอสที่ตอนนี้ยืนนิ่งใช้สายตาครุ่นคิดอย่างหนักทีเดียว ‘และเรื่องที่ฉันกับเพนนีรักกัน..ใช่ว่าคนที่ใหญ่ที่สุดในสิงหลาจะไม่รู้...องค์มุตตาฟารู้ดีเชียวล่ะ...เพราะฉะนั้น...คิดดูให้ดี...มะเตโอส...คำขู่ของท่าน...ไม่มีความหมายอะไรเลย...ฉันกับเพนนีจะได้เข้าพิธีแต่งงานกันหรือไม่นั้นไม่สำคัญอีกต่อไป มีแต่ท่านต่างหาก...ที่จะต้องตระหนักยอมรับความจริงว่ากัปตันเมอเตอัสตายไปแล้ว และท่านไม่ควรเผยแพร่เรื่องฉันกับเพนนีออกไปให้ต้องเดือดร้อน...ไม่อย่างนั้น ท่านอาจไม่ได้เป็นผู้แทนการค้าที่สิงหลาอีกต่อไป’

‘ถึงเวลาแล้ว...มะเตโอส...ท่านควรเล่นเกมแบบตรงไปตรงมาเสียที...เลือกเอาว่าอยากเจริญเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงานและทรัพย์สมบัติ...หรือเลือกที่จะรังแกพวกเราแล้วไม่เหลืออะไรต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น’ ฉันพูดสำทับเน้นย้ำไปด้วย

อาการเงียบและเดินออกจากโบสถ์ไปอย่างหงุดหงิดของมะเตโอสทำให้ฉันต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก...หันไปมองเนปาซึ่งส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ก็ยิ่งทำให้ฉันมีความชื่นใจมากขึ้นไปอีก

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนปาไม่ได้กลัวคำขู่ของมะเตโอสเลยสักนิด...ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่เดินหน้าสานสัมพันธ์รักกับฉันต่อมาถึงตอนนี้อย่างแน่นอน

* * * * * * * * * * * * * *

ฉันได้มีโอกาสนอนอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเนปาอีกจนกระทั่งสองวันผ่านไป เนปากลับมาแจ้งว่าเขาต้องออกไปกับทัพเรือเพื่อเตรียมความพร้อมรับศึกจากปตานี

‘กลยุทธ์ขององค์มุตตาฟาคือ ออกไปต้านทัพเรือของฝ่ายนั้นอยู่ด้านนอก อย่าให้เข้ามาใกล้น่านน้ำของสิงหลาได้ คราวนี้ท่านอัสวัน จะเป็นผู้นำทัพเรือออกไปด้วยตัวเอง เพราะองค์มุตตาฟาต้องประจำการที่เมืองสิงหลาเพื่อวางแผนป้องกันศึกจากทางบก...ตอนนี้ทหารบกก็ออกเดินทางข้ามทะเลสาบไปประจำการเฝ้าระวังและลาดตระเวณชายป่าของแผ่นดินใหญ่ทางทิศใต้แล้ว’

บริเวณชายป่าของแผ่นดินใหญ่ทางทิศใต้ที่เนปาพูดนั้น คงจะเป็นบริเวณที่ตั้งของสวนสาธารณะติณสูลานนท์ หรือที่ชาวสงขลาและใกล้เคียงเรียกกันทั่วไปว่า สวนป๋าเปรม นั่นเอง...ณ จุดนั้น ถือได้ว่าเป็นปราการทางบกก่อนที่ข้าศึกจะข้ามทะเลสาบเข้ามายังฝั่งเขาเขียวของเมืองสิงหลาในยุคนี้

‘ออกทัพเรือคราวนี้ฉันไปไม่นานนัก เพราะเพียงไปเตรียมการวางกำลังกำหนดจุดยุทธศาสตร์ให้รอบคอบเท่านั้น...เมื่อเตรียมศึกวางกำลังทางน้ำเสร็จแล้วฉันต้องกลับมารายงานให้องค์มุตตาฟารับทราบรายละเอียดต่อไป’ เนปาบอกรายละเอียดซึ่งทำให้ฉันเบาใจลงมาก

‘ใจฉันอยากออกไปร่วมทัพกับท่านด้วยเหลือเกิน...แม้จะรู้ว่าท่านจะต้องปลอดภัยกลับมา’ ฉันเผลอพูดเกี่ยวพันถึงอนาคตอีกแล้ว ‘ท่านอย่าประมาท...ขอให้รู้ว่าฉันเป็นห่วงอยู่ทุกลมหายใจ’

‘เธออยู่ทางนี้ นอกจากไปเยี่ยมดูแลสร้อยแล้ว...ฝากดูแลสั่งสอนอัสฟาด้วย...เขากำลังโตขึ้นเป็นหนุ่มน้อย...หมู่นี้มีเรื่องชกต่อยอยู่เนือง ๆ จนฉันอดกังวลไม่ได้’ เนปามิวายกำชับถึงเด็กในความดูแลของเขาด้วยความเป็นห่วง

‘อย่ากังวลเลย...ฉันจะช่วยจัดการเขาเอง...เอ่อ...ฉันหมายถึง จะคอยดูแลไม่ให้เขาเกเรเด็ดขาด’

เมื่อไปส่งเนปาออกเดินทางจากฐานทัพท่าเรือแล้ว ฉันก็ตั้งใจจะซื้อของที่ตลาดท่าเรือเพื่อนำไปฝากสร้อย...แม้เธอจะมีอายุเพียงเจ็ดขวบในปีนี้ แต่ก็น่าชื่นใจที่สามารถเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาเปอร์เซียแบบคนในวังสุลต่าน และภาษาอังกฤษที่ฉันสอนได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากภาษาพื้นเมืองที่เธอพูดกับแม่เปลื้องและยายสร้อยเป็นปกติแล้ว ก็ยังมีภาษาดัตช์ที่เพื่อนบ้านชาววิลันดาคอยสอนอยู่อีกด้วย

“ภาษาไทยอย่างที่ฉันพูดอยู่ในตอนนี้...เธออย่าไปพูดกับคนอื่นเด็ดขาดนะสร้อย...จำไว้นะ”

“ทำไม” สร้อยยังพูดภาษาไทยได้เพียงคำสั้น ๆ ง่าย ๆ เท่านั้น และคำว่า..ทำไม...ก็เป็นคำที่เธอพูดบ่อยที่สุด

“เพราะจะไม่มีใครเข้าใจที่สร้อยพูดน่ะสิ...เป็นภาษาลับที่เราจะใช้พูดกันสองคนเท่านั้น...ตกลงมั้ย”

ฉันยังอธิบายบอกความจริงกับสร้อยในตอนนี้ไม่ได้หรอกว่า...เพราะภาษาไทยที่ฉันสอนไปนั้นใกล้เคียงกับภาษาของชาวอโยธยานั่นเอง...หากสร้อยเผลอพูดกับคนอื่น ก็จะต้องถูกสงสัยถึงที่มาที่ไปอย่างแน่นอน

ตอนมาอยู่ในร่างสร้อย เธอเคยเล่าว่ามีครูสอนภาษาอโยธยาให้เธอที่บ้าน...ซึ่งตอนนี้ฉันก็ยังนึกไม่ออกว่าจะมีชาวอโยธยาที่ไหนไปทำหน้าที่ครูให้สร้อยได้

ขณะที่กำลังเลือกซื้อของไปพลางนึกขบคิดถึงเรื่องการเรียนภาษาของสร้อยไปพลางนั้น ฉันก็ถูกใครคนหนึ่งวิ่งมาชนเข้าอย่างจัง ดีที่ขาของฉันแข็งแรงและมักจะตั้งมั่นด้วยความระมัดระวังจึงไม่ล้มหงายหลังลงไป

เมื่อก้มไปดูคนที่กำลังเกาะขาฉันไว้แน่นจึงได้เห็นว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่ในสภาพผ้าถุงเกือบหลุดรุ่ยในขณะที่ผ้าแถบพันปิดหน้าอกนั้นหลุดรุ่ยไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนในสมัยนี้ไม่ได้ตกใจหรือแปลกใจอะไรกับการเปิดเผยหน้าอกของหญิงสาวในที่สาธารณะ

“ช่วยด้วยเจ้าข้า” เสียงหญิงสาวที่พูดออกมาเป็นภาษาไทยสมัยอโยธยาทำให้ฉันอ้าปากค้างด้วยความที่คาดไม่ถึง

“ไม่ใช่ชาวสิงหลาหรือนี่” ฉันก้มลงกระซิบถามเธอด้วยภาษาไทย “แล้วกำลังหนีอะไรมา”

“แม่เข้าใจที่ข้าพูดรึ...โอ้...ได้โปรดเถิด...ช่วยข้าด้วย...ไอ้ชายโสโครกนั่น...มันจับข้ามาจากเรือที่ครอบครัวข้าใช้หนีออกมาจากอโยธยา”

“หนีออกมาจากอโยธยา...” ฉันสงสัยเป็นที่สุด

เพราะตามประวัติศาสตร์ยุคนี้ของพระนารายณ์ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่ต้องเป็นเหตุให้คนอพยพหนีมาจากอโยธยานี่นา

แต่ก็อาจมีเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้ หรือไม่ก็เป็นการหนีจากศัตรูคู่อริ หรือผู้มีอิทธิพลในแถบที่อยู่ก็ได้ทั้งนั้น

“ข้าหารู้ที่พ่อแม่กระทำด้วยไม่...แต่ข้าจำต้องหนีมาพร้อมพวกเขา...เพลานี้ข้าหาเหลือใครให้พึ่งแล้วไม่...พวกเขาตายสิ้นแล้ว...มีเพียงข้าที่รอดแต่ตกระกำเป็นเมียเบี้ยล่างนางบำเรอของมัน...เพลานี้มันหน่ายข้าแล้วไซร้จึงคิดจำหน่ายข้าต่อพ่อค้าหัวทองย่านท้ายตลาดกระโน้น”

สำเนียงการพูดจาภาษาอโยธยาของหญิงสาวคนนี้ทำให้ฉันนึกถึงการพูดของสร้อยเมื่อตอนที่ฉันเข้าไปสิงร่างของเธอในช่วงแรก ๆ นั่นเอง

“แล้วไอ้ชั่วนั่นอยู่ไหน” ฉันถามเสียงดังขึ้นด้วยความโกรธ มองไปทั่วบริเวณจึงได้เห็นชายผมยาวรกรุงรังผิวดำคล้ำเกรียมแดดดคนหนึ่งซึ่งนุ่งเพียงผ้าถุงปั้นเตี่ยวกำลังเดินกุมท้องหน้าตาเหยเกตรงมาที่ฉัน...อันที่จริงคือตรงมาดึงแขนของหญิงสาวชาวอโยธยาที่ฉันยังไม่ทราบชื่อนั่นเอง

‘นางสารเลว...คิดจะหนีรึ...มิซ้ำยังทำข้าเสียหลักล้มบาดเจ็บอีก...มันน่านัก’ ชายคนนั้นพูดเสียงห้าวด้วยภาษาสิงหลาแบบแปร่ง ๆ คล้ายจะไม่ใช่ชาวพื้นเมืองของที่นี่ ‘กลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้...ไม่อย่างนั้นจะตีให้ตาย’

ด้วยความรวดเร็วกว่า...ฉันจึงสามารถถลาเข้าไปดึงแขนข้างที่กำลังเงื้อของเขามาบิดไว้ข้างหลังจนต้องส่งเสียงร้องลั่น

‘ค่าตัวหญิงผู้นี้...เท่าไหร่’ ฉันถามไปตรง ๆ เพราะเชื่อว่าการซื้อขายที่มากกว่าเท่านั้นจึงจะช่วยให้หญิงอโยธยาปลอดภัย

ชายหน้าตาเนื้อตัวโสโครกคนนั้นยอมบอกราคามาแต่โดยดี ฉันจึงเสนอเพิ่มให้มากกว่าพอสมควร เขาจึงยอมยกหญิงอโยธยาให้ฉันก่อนจะเดินส่ายสะโพกอาด ๆ หายไปท่ามกลางผู้คนในตลาดท่าเรือที่มายืนมุงดูพวกเราอยู่

“เธอชื่ออะไร”

“บัว...ข้าชื่อบัวเจ้าค่ะ” หญิงอโยธยาน้ำตาไหลนองหน้าขณะก้มลงกราบที่เท้าของฉันซึ่งห้ามเธอไว้ไม่ทัน

ฉันก้มลงหยิบผ้าไปพันปิดหน้าอกให้เธอเสร็จเรียบร้อยก็พยุงร่างบางสั่นเทานั้นให้ลุกขึ้น ก่อนจะบอกเป้าหมายปลายทางให้เธอรับรู้

“ไปอยู่ที่บ้านของข้า...เอ่อ...ของฉัน....มีงานสำคัญที่ฉันอยากให้เธอช่วยรออยู่"

แม้จะรู้สึกได้ว่า...บัวคือคนที่จะทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษาให้กับสร้อย...แต่นั่นก็ต่อเมื่อเธอมีพฤติกรรมดีเป็นที่น่าไว้ใจเพียงพอสำหรับฉันแล้วเท่านั้น

* * * * * * * * * * * * * *

 






Create Date : 17 สิงหาคม 2558
Last Update : 17 สิงหาคม 2558 19:43:01 น. 7 comments
Counter : 962 Pageviews.

 
ตัดสินสินใจเปลี่ยนบทท้าย ๆ ของตอนที่แล้วค่ะ

เพราะถ้าไม่เปลี่ยน...ดูเหมือนจะใจร้ายกับเพนนีเกินไป

เหนื่อยลำบาก อดทน ต่อสู้มาตั้งนานแล้ว....ให้เพนนีมีความสุขบ้างก็แล้วกัน


(ปล. เพนนีมาเข้าฝันเมื่อคืนค่ะ...ว่าถ้าไม่เปลี่ยนบท ขอให้ไรต์กินไม้ได้ นอนไม่หลับ 5555555)


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 17 สิงหาคม 2558 เวลา:17:21:12 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ตามมาอ่านสิงหลาต่อค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้ 
ผู้เขียน Blogหมวดเนื้อหาBlog ได้รับโหวตmambymamMusic Blogดู BlogชมพรAbout Weblogดู Blogสมาชิกหมายเลข 861805Home & Garden Blogดู Blog~My Birthday is on April 14~Literature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: pantawan วันที่: 29 สิงหาคม 2558 เวลา:20:58:34 น.  

 
สิหลา กว่าจะได้อ่านสักตอน
ผู้ติดตามรอๆๆๆ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: pantawan วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:23:47:38 น.  

 
จะไม่อัพแล้วหรือคะ เงียบไปนานมาก


โดย: Tanlda.s IP: 157.7.52.183 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2558 เวลา:8:01:14 น.  

 



ขอบคุณกำลังใจที่มอบให้
มีความสุขมากๆนะค๊ะ


โดย: ชมพร (ชมพร ) วันที่: 25 ธันวาคม 2558 เวลา:16:56:34 น.  

 
สุขสันต์วันปีใหม่ครับ.




โดย: เจียวต้าย วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:14:32:39 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอให้มีความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรง
คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ


โดย: pantawan วันที่: 2 มกราคม 2559 เวลา:0:17:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.