Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๑๘ นกสองหัว

 

ภายหลังปะทะต่อสู้กับทหารจากเมืองนครที่พยายามบุกรุกล้ำเข้ามาตามแนวป่าชายเขตแดนมาเป็นเวลากว่าห้าวัน แม้ว่าจะยังสามารถต้านทานฝ่ายรุกไว้ได้ แต่ด้วยกองกำลังที่มีจำนวนน้อยกว่าทำให้ทหารสิงหลาได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย

เพิงหมาแหนที่พักพิงชั่วคราวของทหารสิงหลาในป่าจึงเป็นสถานที่ทำงานของฉันที่จะต้องคอยดูแลรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บกลับมา...และนั่นทำให้ฉันพอจะเบาใจลงได้บ้างเพราะไม่ต้องออกไปสู้รบกับทหารนครซึ่งที่จริงแล้วก็เปรียบเป็นญาติสหายคนไทยด้วยกันในอนาคต

เป็นเวลาใกล้ตกค่ำแล้วสำหรับวันนี้ที่ฉันเพิ่งทำแผลและฝังเข็มคลายความเจ็บปวดให้แก่ทหารนายหนึ่งที่ถูกฟันเข้าที่โคนขา...เขากำลังผล็อยหลับในขณะที่ฉันกำลังเก็บล้างทำความสะอาดเครื่องมือประจำตัว ก่อนจะหวนครุ่นคิดถึงเนปาที่เดินทางออกจากศูนย์บัญชาการไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว

‘ท่านหมอ...เร็วเข้า ท่านมุตตาฟาได้รับบาดเจ็บ รีบตามไปที่กระโจมที่พักของท่านมุตตาฟาเดี๋ยวนี้’ เสียงเข้มของทหารนายหนึ่งดังมาจากหน้ากระโจม

ฉันพอจะรู้มาก่อนล่วงหน้าแล้วว่าท่านมุตตาฟา บุตรชายขององค์สุลต่านสุลัยมาน ซาร์ ออกมานำทัพสู้รบในครั้งนี้ด้วย ท่านมุตตาฟาเดินทางมาถึงก่อนหน้าพวกเราหลายวันแล้ว แต่ฉันยังไม่มีโอกาสได้พบเห็นตัวจริงของท่านเลย

และไม่คาดคิด...ว่าจะต้องพบเจอท่านในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บ แม้จะไม่สาหัส แต่ก็ทำให้มีปัญหาเดินเหินลำบากเพราะท่านถูกยิงเข้าที่ขาขวา

หลังจากทำแผลให้ท่านมุตตาฟาเรียบร้อยแล้ว ฉันก็กำลังจะลงมือฝังเข็ม เพื่อคลายปวดและให้ท่านมุตตาฟาได้นอนหลับพักผ่อน

‘ไม่ต้อง...ข้าทนเจ็บได้’ ท่านมุตตาฟาในวัยหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด นัยน์ตาเข้มของเขามีความกังวลอย่างมาก ‘ข้าต้องการหารือการศึกกับนายทหาร’

‘แต่ท่านแม่ทัพควรพักผ่อนบ้าง...ท่านเหน็ดเหนื่อยกับศึกครั้งนี้มาหลายวันแล้ว’ ทหารนายหนึ่งซึ่งคงเป็นผู้ใกล้ชิดท่านมุตตาฟามากที่สุดให้ความเห็น

‘ข้ายังพักไม่ได้’ น้ำเสียงเข้มดังลั่นของท่านมุตตาฟาทำให้ฉันเผลอสะดุ้งด้วยความตกใจ ‘แม้ฝ่ายโน้นจะถอยร่นกลับไปแล้ว แต่เชื่อว่าอีกไม่นานพวกมันจะเพิ่มกำลังโจมตีพวกเราอีกครั้ง....คราวนี้ทหารของเราบาดเจ็บจำนวนมาก กำลังที่จะตามมาสมทบก็อาจไม่เพียงพอ...หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ฝ่ายเราอาจเพลี่ยงพล้ำได้...ซึ่งข้าจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด’

‘แต่ที่ผ่านมา...ทหารนครไม่เคยฝ่าด่านของเราไปได้  คราวนี้ก็คงเช่นกัน’

‘เจ้าอย่ามาอวดตัวกันเองเลย...องค์สุลต่าน บิดาของข้าเตือนไว้เสมอมิใช่รึ...ว่าอย่าประมาทข้าศึกเด็ดขาด’ ท่านมุตตาฟามีน้ำเสียงดุกร้าวมากยิ่งขึ้น ก่อนจะสอดส่ายสายตาคล้ายกำลังมองหาอะไร หรือใครสักคน ‘ว่าแต่...ทหารรับจ้างชาวดัตช์คนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง...เขาช่วยชีวิตข้าไว้แท้ๆ’

‘ท่านหมายถึงทหารรับจ้าง หนุ่มผมน้ำตาลแดงที่ชื่อ..เนปา...ใช่หรือไม่...เขามาถึงแล้วและกำลังยืนอยู่ด้านนอกนี่เอง’

‘เรียกเขาเข้ามาพบข้าในนี้...ส่วนท่านหมอ...ต้องขอบใจเจ้ามาก...เจ้ากลับออกไปพักผ่อนเถอะ’

ฉันพยายามลุกขึ้นและก้าวเดินให้ช้าที่สุด...นั่นก็เพื่อประวิงเวลาที่จะได้เห็นหน้าของเนปา...แม้เพียงสักวินาทีเดียวก็ยังดี

ความหวังของฉันเป็นจริง...วินาทีแรกที่ได้สบตากับเขาทำให้บรรยากาศในความรู้สึกของฉันสว่างไสวเจิดจ้าท่ามกลางแสงสลัว...ดูเหมือนเขาไม่ได้มีท่าทางว่าจะได้รับบาดเจ็บอะไร...แต่คำพูดของท่านทุตตาฟาทำให้ฉันต้องหยุดยืนอยู่กับที่ตรงปากทางออกจากกระโจม

‘นั่น...เจ้าได้รับบาดเจ็บที่แขนรึ’

‘บาดแผล...เพียง...รอยถาก...ของปลายดาบ...เท่านั้น’ เสียงเนปาพูดด้วยภาษาเปอร์เซียสไตล์ชาวสิงหลาแบบกระท่อนกระแท่น

‘แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา...อาจติดเชื้อได้’ ฉันตะโกนบอกพลางหันหลังขวับไปจ้องดูบาดแผลที่ต้นแขนของเนปา มีรอยเลือดไหลออกมาจากบาดแผล ‘แม้รอยแผลจะไม่มาก แต่ก็ควรรีบทำความสะอาดและปิดบาดแผลไว้’ 

‘ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงเร่งทำแผลให้เขาเถอะ’ ท่านมุตตาฟาสั่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

ฉันราดเหล้าผสมยาสมุนไพรเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ก่อนจะใช้ผ้าพันปิดบาดแผลให้เนปาอย่างเบามือ ส่วนหูก็คอยฟังการสนทนาของท่านมุตตาฟาและบรรดานายทหาร...จับใจความสรุปได้ว่าสิงหลาอาจจะมีปัญหาด้านจำนวนทหารที่มีน้อยกว่า เพราะอโยธยาส่งกองกำลังทหารมาร่วมสมทบกับเมืองนครด้วยในคราวนี้

‘พวกนั้นจู่โจมทางน้ำไม่สำเร็จมาหลายครั้ง...คราวนี้คงวางแผนโจมตีทางบกเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อหวังคืบคลานเข้าไปจนถึงตัวเมืองสิงหลา’ ท่านมุตตาฟาสรุปและคาดการณ์เชิงศึกที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

‘ในเมื่อกำลังของเราน้อยกว่า...สู้ซึ่งหน้าไม่ได้...ก็ต้องตั้งรับด้วยกับดักลวงข้าศึกให้ถอยร่นกลับไปเอง’ ฉันได้ยินเสียงตัวเองเสล่อเสนอความเห็นออกไปอย่างลืมตัว...มารู้อีกทีว่าเผลอพูดอะไรออกไปก็เมื่อเห็นสายตาหลายคู่จ้องมาที่ฉันด้วยสีหน้าแปลกใจ ส่วนฉันแทนที่จะหยุดแค่นั้น...ปากก็ยังดึงดันพูดต่อไปเพราะต้องการเสริมขวัญกำลังใจให้พวกเขา ‘แต่เชื่อเถอะ...ครั้งนี้สิงหลายังต้านทหารจากเมืองนครได้แน่นอน’

ส่วนเนปาน่ะรึ...เขารีบชิงพูดเปลี่ยนประเด็นทันที

‘ขอบคุณท่านมาก...ทำแผลให้ฉัน...เสร็จแล้ว...ท่านหมอ...กลับออกไป...พักผ่อน...จะดีกว่า’ 

‘เดี๋ยวก่อน’ ท่านมุตตาฟาห้ามไว้ เขาจ้องหน้าฉันด้วยแววตาที่บ่งบอกว่ากำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ‘เจ้าพูดในสิ่งที่ข้ากำลังคิดวางแผนไว้...ท่านหมออาจมีประโยชน์ช่วยการศึกของเราได้มากขึ้น...บิดาข้าสอนไว้เสมอ...จงฟัง...แม้จะเป็นเพียงเสียงกระซิบจากใบไม้’

ถ้านี่เป็นประโยคเชิงเปรียบเปรยในยุคสิงหลาล่ะก็...ในสมัยของฉันคงคล้ายคำพูดที่ผู้หลักผู้ใหญ่สอนไว้ว่า...จิ้งจกทักก็ให้ฟังและระวังไว้บ้างนั่นล่ะ

* * * * * * * * * * * * * *

‘เธอไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องการศึก...การที่เธอปลอมเป็นชาย เป็นหมอทหารมาร่วมกองกำลังรบในครั้งนี้ก็นับว่าเสี่ยงอันตรายมากพออยู่แล้ว’ เนปาพูดน้ำเสียงกระซิบไม่ให้คนอื่นได้ยินขณะที่เราทั้งสองเดินกลับออกมาจากกระโจมที่พักของท่านมุตตาฟา ‘เธอควรจะทำหน้าที่เป็นเพียงหมอทหารอยู่ที่ศูนย์บัญชาการแห่งนี้...ไม่น่าหาเรื่องต้องออกไปเสี่ยงทำกลอุบายร่วมกับทัพหน้าด้วยเลย’

‘ฉันก็แค่เสนอทางออกให้กับฝ่ายสิงหลา...และนั่นก็เป็นแผนการณ์ที่องค์มุตตาฟ...เอ่อ...ท่านมุตตาฟา ก็คิดไว้อยู่แล้ว...ส่วนฉันก็เพียงเสนอกลอุบายบางอย่างเพิ่มเติมเท่านั้น...ทหารสิงหลาจะได้ไม่สูญเสียมากกว่านี้...’ ฉันพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงกระซิบเช่นกัน ‘อีกอย่าง...พวกเราจะได้ไม่ต้องปะทะกับทหารเมืองนครให้ต้องสูญเสียกันทั้งสองฝ่าย...ฉันอยากให้ทหารนครถอยร่นไปก่อนเท่านั้น’

‘ฉันไม่ได้ตำหนิเธอเรื่องกลอุบายนั่น...แต่เธอก็ไม่ควรอาสาออกไปกับกองทหารฝ่ายลวงศึก...เธอไม่รู้จริง ๆ รึว่าทำไมฉันต้องอาสามาร่วมกับทหารราบฝั่งนี้ แทนที่จะไปลาดตระเวนทางน้ำกับกองกำลังเรือรบของทหารรับจ้างชาวดัตช์’ เนปาบ่นยืดยาว...แต่ประโยคเหล่านั้นทำให้ฉันมีความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะบินได้

เนปาเป็นห่วงฉันจริง ๆ หรือนี่...แต่ประโยคต่อมาของเขาก็ทำให้ฉันหล่นตุบลงมาแทบจะทันที

‘ฉันต้องพยายามปกป้องเธอ...ในฐานะที่เราคือครอบครัวเมอเตส’ เนปาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดน้ำเสียงเย็นชาต่อไป ‘ท่านเมอเตสกังวลใจเรื่องของเธอมาก...ฉันจึงอาสาและเสนอตัวตามมาร่วมรบกับหน่วยนี้’

‘เฮ้อ....ท่านก็ไม่จำเป็นต้องอ้างท่านเมอเตสหรอกน่า’ ฉันทำทีเป็นพูดจายียวน ทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่คนที่กำลังมองซ้ายทีขวาที ‘ท่าน...จริง ๆ แล้ว...เป็นห่วงฉัน...ใช่ไหมล่ะ’

‘จอมหาเรื่องเข้าตัวขนาดนี้...ใครบ้างจะไม่เป็นห่วง’ เนปาบ่นทำหน้าระอาใจ ‘นี่ถ้าวิเลียนรู้เรื่องนี้...เธอคงเป็นห่วงมากเช่นกัน’

‘แต่ถ้ามะเตโอสรู้เรื่องที่เราสองคนมาร่วมรบที่นี่...เขาคงโห่ร้องไชโยลั่นบ้านแน่ ๆ’ ฉันอดหัวเราะขำออกมาไม่ได้ ป่านนี้มะเตโอสคงเข้าใจว่าฉันกำลังนอนเล่นสบายใจเฉิบ ๆ อยู่ที่บ้านริมคลองกระมัง

‘ยังมีอารมณ์หัวเราะอยู่อีกรึ’ เนปาหยุดกึก สองมือของเขาคว้าไหล่ให้ฉันหันหน้าไปหาเขา ‘เธอรู้ไหม...ว่าเธอกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอันตรายขนาดไหน’

‘ฉันรู้...แต่ในเมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว...ฉันก็ต้องทำตามกลอุบายที่วางไว้ต่อไป’ ฉันตอบเขาไปด้วยสีหน้าจริงจังที่สุด ‘เชื่อเถอะเนปา...ฉันต้องได้กลับไปกวนประสาทมะเตโอสอีกแน่นอน’

เนปาเผลอยิ้มมุมปากออกมาในที่สุด...และฉันก็ดีใจมากที่ได้เห็นรอยยิ้มอันแสนคุ้นเคยนั้น...และได้แต่หวังว่าในไม่ช้า...ฉันจะได้เห็นรอยยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวเสน่ห์ของเขาอีกครั้ง

* * * * * * * * * * * * * *

สมัยที่มาอยู่ในร่างของสร้อยในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๒๒๑ ถึงกลางปี พ.ศ.๒๒๒๓ นั้น ฉันรู้เพียงว่าสิงหลาไม่ได้ส่งทัพใหญ่ออกมาสู้รบกับทหารเมืองนครตามแนวป่าชายเขตแดนบ่อยครั้งเหมือนในตอนนี้ เพราะสิงหลาใช้กลยุทธ์ยิงปืนใหญ่ออกจากป้อมปราการฝั่งทิศเหนือเพื่อสะกัดกั้นทัพข้าศึก ต่อเมื่อมีทหารข้าศึกเหลือรอดจากปืนใหญ่ได้บ้าง ทหารบกของสิงหลาซึ่งมีจำนวนมากกว่าก็จะเข้าจัดการจนหมดสิ้น...ฉันคาดเดาว่าการที่สิงหลาต้องจัดทัพทหารออกมาสะกัดตามชายแดนเพราะว่าในปัจจุบันนี้ ป้อมปราการฝั่งทิศเหนือบางจุดยังสร้างไม่เสร็จนั่นเอง และการที่อโยธยาสั่งการให้ทัพนครเร่งเข้าโจมตีสิงหลาอย่างหนักในช่วงนี้ นั่นก็คงเป็นเพราะหวังเข้าสะกัดการสร้างปราการปืนใหญ่ด้านทิศเหนือ...คงรู้ว่าเป็นการยากที่จะเข้าโจมตีสิงหลาด้านทิศเหนือได้อีกหากปราการปืนใหญ่สร้างเสร็จเรียบร้อยทุกจุด

จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้ฉันรู้ว่าการศึกในช่วงนี้นั้น ทัพนครมีทหารรับจ้างชาวญี่ปุ่นซึ่งอโยธยาส่งเข้ามาเสริมทัพ ในขณะที่สิงหลามีทหารรับจ้างชาวดัตช์เสริมทัพทางน้ำและนักรบชวาชาวบูกิสเสริมทัพทางบกให้แก่กองทัพองค์สุลต่าน

แม้จะรู้จากประวัติศาสตร์ว่าสิงหลาสามารถต้านทานศึกจากทุกด้านไปได้อีกนานก่อนจะถึงศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. ๒๒๒๓ แต่ฉันก็รู้สึกปวดแปลบในหัวใจที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์การสู้รบของญาติพี่น้องในอดีตกาล

ฉันเข้าใจถึงที่มาที่ไปแห่งเหตุของการประกาศเป็นรัฐสุลต่านอิสระขององค์สุลัยมาน ซาร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๗๓ ได้เป็นอย่างดี...ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม กษัตริย์แห่งอโยธยา นั้น องค์สุลต่านสุลัยมาน ซาร์ ผู้ซึ่งขึ้นครองเมืองสิงหลาแทนบิดาในปี พ.ศ. ๒๑๖๓ ในฐานะผู้สำเร็จราชการเมืองสิงหลา หรือ ที่ต่อมาเรียกกลายเป็น “สงขลา”  มีหน้าที่ดูแลปกครองเมืองพัทลุงลงไปจนถึงเมืองสิงหลา ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๗๓ เมื่อเจ้าพระยากลาโหมศรีสุริยวงศ์ ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ในนามสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โดยการประหารชีวิตกษัตริย์ คือ พระเจ้าอาทิตยวงค์ บุตรแห่งพระเจ้าทรงธรรม แล้วชิงบรรลังค์ขึ้นครองราชย์เสียเอง ทำให้องค์สุลต่านสุลัยมาน ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าทรงธรรม รู้สึกไม่พอใจด้วยเห็นว่ามิใช่ประเพณีการสืบราชสันตติวงศ์ตามกฎมนเฑียรบาล จึงแข็งข้อไม่ยอมขึ้นต่ออโยธยาตั้งแต่นั้น

ต่อมาในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ซึ่งขึ้นเป็นกษัตริย์อโยธยา ครองราชย์ ในปี พ.ศ. ๒๑๙๙  มีแนวคิดในการรวมดินแดนให้เป็นปึกแผ่น...ฉันจึงเข้าใจฝ่ายอโยธยาที่ต้องการปราบปรามเมืองสิงหลาที่ตั้งตนเป็นอิสระ เพราะอโยธยาต้องการรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น และยังต้องการยุติสงครามการสู้รบที่ยืดเยื้อระหว่างเมืองปตานีกับเมืองสิงหลาอีกด้วย

ส่วนฉัน...ซึ่งมาอยู่ท่ามกลางการสู้รบของญาติพี่น้องในยุคนี้ แม้จะมีความเข้าใจทั้งสองฝ่าย...แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกช่วยทัพสิงหลาไว้ก่อนในครานี้...นี่อาจเป็นโชคชะตาที่จะต้องเผชิญ...แม้จะรู้ว่าท้ายที่สุด สิงหลาต้องพ่ายแพ้ราบคาบแก่อโยธยาใน ปี พ.ศ. ๒๒๒๓ ก็ตาม...เว้นเสียก็แต่...ฉันสามารถแก้ไขอดีตเพื่อเปลี่ยนอนาคตได้เท่านั้น

แต่...ถึงสมมุติว่าจะเปลี่ยนอนาคตได้จริง...ฉันกลับคิดว่าการรวมเป็นปึกแผ่นดินแดนเดียวต่างหาก...ที่จะก่อให้เกิดคำว่า...”ใต้หล้า” ซึ่งนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่ต้องมีการสู้รบด้วยเหตุแห่งดินแดนและความแตกต่างทางชนชาติอีกต่อไป

ซึ่งในอนาคตก็คงเปรียบได้กับการที่ประเทศไทยกำลังรวมตัวกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเป็นอาเซียน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวช่วยเหลือจุนเจือกันในกลุ่มประเทศสมาชิก โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของแต่ละประเทศด้วยความภาคภูมิใจและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

‘สีหน้าของเธอดูเป็นกังวล’ เสียงเนปากระซิบอยู่ใกล้ ๆ ทำให้ฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดอันสับสน ‘เธอควรเปลี่ยนใจ...ไม่ออกไปกับพวกเราจะดีกว่า’

ฉันส่ายหน้าและหันไปส่งยิ้มให้เขา ก่อนจะจับสายบังคับม้าให้กระชับแน่นขึ้นแล้วกระโดดไปอยู่บนหลังม้าอย่างรวดเร็ว  เนปากระโดดขึ้นหลังม้าสีดำของเขาอย่างคล่องแคล่วและสง่างาม...ฉันเห็นเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบังคับม้าให้วิ่งออกไปจากแนวพงหญ้าขนาดใหญ่ที่พวกเราซุ่มซ่อนตัวอยู่

แผนกลอุบายล่อลวงโดยใช้วิธีแยกล้อมตลบหลัง ทำให้ทัพทหารจากเมืองนครแตกพ่ายไปไม่เป็นท่า และยิ่งไปกว่านั้น...กองกำลังหน่วยของท่านมุตตาฟายังสามารถจับตัวนายทหารฝ่ายตรงข้ามจำนวนสามคนมาเป็นเชลยได้อีกด้วย

เมื่อกลับถึงศูนย์บัญชาการกลางป่า และรับทราบว่าเชลยที่ถูกจับตัวและคุมขังไว้นั้นได้รับบาดเจ็บ ฉันจึงได้รับคำสั่งจากท่านมุตตาฟาให้ไปทำการรักษาบาดแผลให้เชลยเหล่านั้น

‘อย่างน้อยในตอนนี้...ข้าอยากให้พวกมันรอดชีวิตเพื่อเค้นแผนการศึกจากฝ่ายอโยธยา’ ท่านมุตตาฟาทิ้งท้ายก่อนจะเดินเข้าไปภายในกระโจมที่พักของตน

ฉันเร่งรุดไปที่กุมขังเชลยทันที...แม้จะไม่มีคำสั่งจากท่านมุตตาฟา แต่เมื่อรู้ข่าวว่าฝ่ายเราสามารถจับทหารฝ่ายตรงข้ามมาได้ ฉันก็อยากพบและช่วยชีวิตพวกเขามากเช่นกัน

ความสับสนในจิตใจราวกับเป็นพวกนกสองหัวของฉันในตอนนี้...มันช่างทรมานเกินจะบรรยายจริง ๆ ...ฉันรู้สึกว่าเนปาโชคดีแล้ว ที่เขาไม่มีความทรงจำในอดีตของชีวิตให้ต้องรับรู้และสับสน

และเมื่อได้เห็นหน้าทหารเชลยนายหนึ่งชัด ๆ ฉันก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความที่คาดไม่ถึง

“ขะ..ขุนอาบ” เสียงแผ่วเบากระซิบออกมาจากปากของฉัน ขณะเดียวกันก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ...และคงเป็นแบบนี้ทุกครั้งหากได้เจอกับคนที่เคยรู้จักมาก่อน

“มึงเป็นใคร...ใยรู้ชื่อกู” เชลยหนุ่มสบตาขวางและมีน้ำเสียงกร้าวดุดันพูดด้วยภาษาไทยสำเนียงสมัยอโยธยา ‘มิซ้ำ...ยังบังอาจตั้งกูเป็นถึงขุนเชียวรึมึง’

แม้ว่าขุนอาบจะมีหน้าตาอิดโรย แต่ก็ยังฉายให้เห็นความอ่อนเยาว์กว่าตอนที่ฉันเคยพบเขาในคุกหลวง และตลาดท่าเรือท่ามกลางศึกครั้งสุดท้ายของสิงหลา

* * * * * * * * * * * * * *





Create Date : 22 สิงหาคม 2557
Last Update : 28 มกราคม 2558 13:56:08 น. 12 comments
Counter : 1766 Pageviews.

 
คิดถึงสิงหลาจังเลย ไม่แวะไปถนนเลยน้าาาา ว่างแล้วจะมาตามอ่านนะคะ


โดย: มาโซคิส IP: 124.122.5.192 วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:22:23:57 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


 เวียงแว่นฟ้าBook Blogดู Blog~My Birthday is on April 14~Literature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมและโหวต



โดย: pantawan วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:23:47:09 น.  

 
มาอ่านสิงหลาต่อค่ะพี่แกะ ^^
จับพลัดจับผลูมาเป็นท่านหมออีกแล้วแก้วเพนนี

แก้วดีใจเก้อ คนอ่านก็เก้อไปด้วยค่ะแหม เนปาตอบแบบนั้น แค่เป็นครอบครัวเดียวกับมะเตโอสเหรอ ที่จริงก็ห่วงอยู่แน่ๆ นั่นข้ออ้าง ><

พี่แกะบอกว่าสิงหลาจะเป็นอีบุ๊ค ตกลงมีวางรึยังคะ จะได้ตามไปค่ะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องสนุกๆค่า
กว่าจะได้ฤกษ์มาตามอ่านนานเลยค่ะ






โดย: lovereason วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:1:47:38 น.  

 
เย้ๆๆๆ ได้อ่านแล้ว ครึ่งแรกก็ยังดี มาเร็วๆนะ จะรอ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆๆ


โดย: S.Tanida IP: 157.7.205.214 วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:7:49:34 น.  

 
ช้าจัง


โดย: S.tanida IP: 157.7.205.214 วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:14:19:10 น.  

 
จะไม่อัพแล้วหรือไรึะ😟😟😟😟


โดย: S.tanida IP: 157.7.205.214 วันที่: 29 กันยายน 2557 เวลา:9:03:41 น.  

 
แวะมาเยี่ยม
คิดถึงนะคะ


โดย: pantawan วันที่: 25 ตุลาคม 2557 เวลา:21:37:13 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
แวะมาทักทาย
สบายดีไหมหนอ คิดถึงจัง


โดย: pantawan วันที่: 23 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:02:37 น.  

 
ปอมมาชวนพี่แกะทานขนมด้วยกันนะคะ




มีความสุขในวันสบายๆค่ะ


โดย: กาปอมซ่า วันที่: 12 ธันวาคม 2557 เวลา:20:29:14 น.  

 
Merry Christmas ค่ะ พี่เขม
Merry Christmas ค่ะพี่แกะ



โดย: กาปอมซ่า วันที่: 25 ธันวาคม 2557 เวลา:11:09:12 น.  

 
มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: pantawan วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:0:29:39 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่าพี่แกะ
มีความสุขมากๆนะคะ

>


โดย: lovereason วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:12:19:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.