Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๓๑ กุญแจปลดชะตา

มะเตโอสในวัยหนุ่มเต็มตัวดูมีความสุขุมมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากนัก กว่าห้าปีที่ไม่ได้เจอกันเขามีพัฒนาการสูงมากด้านการเจรจาพาที ฉันลอบสังเกตเห็นอยู่เงียบ ๆ ภายหลังจากที่เขาเป็นฝ่ายเดินมาทักทายฉันด้วยท่าทีราวกับว่าเราไม่เคยมีเรื่องขัดข้องหมองใจกันมาก่อน

‘เพนนี...ฉันดีใจที่เจอเธอในวันนี้’ มะเตโอสมีสีหน้ายิ้มแย้มร่าเริงจนฉันนึกอยากให้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ แฝงอยู่...ทว่าเหตุการณ์ที่ฉันเคยพบพานเมื่อสมัยมาอยู่ในร่างสร้อย ทำให้หัวใจของฉันไม่สามารถเปิดรับไมตรีจากเขาได้จริง ๆ ‘หลังจากนี้เราคงมีเรื่องมากมายที่จะต้องปรับความเข้าใจกันตามประสาคนในครอบครัว...แต่ตอนนี้ท่านพ่อรอพบเธออยู่...ไปคารวะท่านก่อนดีกว่า’

ฉันเดินตามหลังมะเตโอสและวิเลียนเข้าไปแต่โดยดี ท่านเมอเตสกำลังนั่งสนทนากับแขกที่มาร่วมงาน เขาหันมามองด้วยสีหน้านิ่งเฉยเพียงแว่บหนึ่งเท่านั้นก่อนจะพยักหน้ารับการโค้งคำนับของฉัน

สำหรับฉันแล้ว ท่านก็ยังคงเป็นท่านเมอเตสคนเดิม...นั่นคือเป็นคนที่ไม่เสแสร้งปิดบังความรู้สึก...และทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าเขายังคงขัดเคืองใจและโกรธฉันอยู่...ผิดกับมะเตโอสที่ฉันกลับรู้สึกอึดอัดกับน้ำเสียงที่เป็นกันเองของเขาเหลือเกิน

‘เพนนี ฟาน เมอเตส...สะไภ้ใหญ่ของครอบครัว’ มะเตโอสแนะนำฉันให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานเลี้ยงรู้จัก ซึ่งต่อมาฉันได้รู้ว่าส่วนใหญ่พวกเขาเป็นชาววิลันดาที่เพิ่งเดินทางจากปัตตาเวียมาที่สิงหลาเป็นครั้งแรก ‘สวยงามสง่าสมกับที่ฉันกับวิเลียนกล่าวชมให้พวกท่านฟังไว้ใช่ไหมเล่า’

ฉันแอบสังเหตุเห็นว่าท่านเมอเตสมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก คงรู้สึกลำบากใจที่เหมือนเป็นการถูกมะเตโอสบังคับให้ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง

ส่วนฉันนั้น...ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจะประกาศให้ได้ยินกันชัด ๆ ว่าฉันถูกตัดขาดออกจากครอบครัวเมอเตสนานแล้ว แต่กิริยาเฮฮาปาร์ตี้ของมะเตโอสทำให้ฉันต้องพลอยพยายามหว่านแจกรอยยิ้มให้กับบรรดาแขกที่มาในงานเลี้ยงด้วยเพื่อไม่เป็นการหักหน้าและพาหมดบรรยากาศกันไปเสียก่อนตั้งแต่พิธีการงานเลี้ยงยังไม่เริ่มต้น

‘น่าเสียดายที่เนปาไม่อยู่...ไม่อย่างนั้น...ครอบครัวของเรา...ก็จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที...จริงไหม..เพนนี ฟาน เมอเตส’ ประโยคนี้กระซิบดังอยู่ข้างหูของฉัน...ก่อนที่มะเตโอสจะเดินแยกออกไปต้อนรับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งปรากฎตัวเข้ามาในห้องโถง

* * * * * * * * * * * * * *

‘เธอนอนค้างกับวิเลียนที่นี่สักคืนจะเป็นไรไป...กว่าห้าปีที่ไม่ได้เจอกัน วิเลียนบ่นคิดถึงเธออยู่เสมอ ๆ’ มะเตโอสช่วยพูดอีกคน หลังจากที่วิเลียนได้เชื้อเชิญให้ฉันอยู่ต่อหลังงานเลี้ยงเลิกราไปแล้วในตอนใกล้ค่ำ ‘นี่ก็ใกล้มืดค่ำมากแล้ว...เป็นผู้หญิงเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวอาจไม่ปลอดภัย แม้จะนั่งรถม้าก็เถอะ...อีกอย่างที่สำคัญ...พรุ่งนี้เช้า เธอกับท่านพ่อจะได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันอย่างจริง ๆ จังๆ เสียที’

มะเตโอสฉลาดนักที่เลือกใช้ประเด็นท่านเมอเตสมาโน้มน้าวใจฉันให้อยู่ต่อได้สำเร็จ...เพราะในช่วงงานเลี้ยง ฉันกับท่านเมอเตสยังไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว ส่วนใหญ่แล้วท่านก็พูดคุยกินดื่มอยู่กับคนของท่าน ส่วนฉันก็ถูกมะเตโอสดึงตัวไปแนะนำให้คนโน้นคนนี้รู้จักไปทั่วงาน...และการที่ฉันยอมให้มะเตโอสลากไปลากมาแต่โดยดี...ก็เพราะต้องการรู้จักคนของเขาให้มากไว้นั่นเอง

‘คืนนี้ฉันคงจะดื่มสังสรรค์ต่อกับคนของฉันที่ลานหลังบ้านจนรุ่งสาง...ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเผลอเข้าหาเมียที่ห้องหรอกน่า’ มะเตโอสบอกฉันด้วยแววตาจริงจังก่อนจะหันไปเชยคางวิเลียนด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ‘ว่าแต่...ถ้าเธอคิดถึงฉันขึ้นมาล่ะก็...แอบหนีเพนนีไปหาฉันเองก็แล้วกันนะ...ที่รัก’

มะเตโอสจูบแก้มวิเลียนเสียงดังฟอดใหญ่ต่อหน้าต่อตาฉันซึ่งก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกมีความสุขไปกับวิเลียนด้วยที่มะเตโอสนั้นรักและดูแลเธอเป็นอย่างดี

‘ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้กลับมาที่นี่อีก...เสียดายที่ตอนนี้เนปาไม่อยู่...ฉันอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จริง ๆ...อยากให้เขามาทำงานกับบริษัท วี.โอ.ซี. มากกว่าจะไปเป็นทหารรับจ้างออกศึกร่วมกับทัพสิงหลาแบบนี้’ วิเลียนเอ่ยถามทันทีหลังจากที่เราเข้าไปอยู่ในห้องของเธอแล้ว ‘แล้วนี่...อีกนานไหมกว่าเขาจะกลับมา’ 

‘ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...รู้แต่เพียงว่าการศึกของสิงหลาในคราวนี้อาจกินระยะเวลานาน...แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ..เนปาจะปลอดภัยดี’ ฉันตอบวิเลียนได้แค่นั้นจริง ๆ เพราะจากประวัติศาสตร์แล้ว ไม่ใช่เพียงเมืองพัทลุงเท่านั้น แต่ทัพสิงหลาได้เดินทางทำศึกไปถึงเมืองไชยาด้วย

‘มีข่าวลือว่าเธอสามารถทำนายอนาคตได้แม่นยำนัก...เธอทำได้จริง ๆ ใช่ไหม’ วิเลียนมีน้ำเสียงกระตือรือร้น แววตาแสดงความสนอกสนใจรอฟังคำตอบเป็นอย่างมาก ‘เธอทำนายเรื่องพายุน้ำท่วม...และมันก็เกิดขึ้นจริง...ตอนนี้เธอบอกว่าเนปาจะปลอดภัย...แสดงว่าเขาก็จะปลอดภัยจริง ๆ’

อาการอึกอักเกิดขึ้นมาในทันทีจนฉันต้องรีบหาทางเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น...แต่ก็ไม่สำเร็จ วิเลียนยังวกกลับมาถามเรื่องเดิม

‘ฉันก็แค่คาดเดาเรื่องพายุได้จากหลาย ๆ ปัจจัยเท่านั้น...ไม่ได้รู้ไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างหรอก...ฉันไม่ได้เป็นหมอดูรู้อนาคต...อย่างวันนี้...ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมานอนค้างกับเธอที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง’ ฉันพยายามตัดบท ‘ฉันอยากรู้เรื่องของเธอมากกว่า...วิเลียน...เธอกลับไปอยู่อัมสเตอร์ดัมตั้งห้าปี...เป็นอย่างไรบ้าง...ฉันแอบคิดมาตลอดว่าป่านนี้เธออาจมีลูกเล็ก ๆ แล้วก็เป็นได้’

วิเลียนมีอาการชะงักให้เห็นในทันที...เธอนิ่งเงียบไปจนฉันเอะใจว่าอาจพูดอะไรบางอย่างกระทบใจเธอเข้าแล้ว...และก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ เมื่อน้ำตาของเธอไหลออกมาอาบแก้มอย่างรวดเร็ว

‘เมื่อไปถึงอัมสเตอร์ดัม ฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าตั้งท้อง...แต่พอคลอดลูกสาวออกมาแล้ว...เขากลับมีชีวิตรอดอยู่เพียงสิบกว่าวันเท่านั้น...เธอมีร่างกายอ่อนแอ...และสิ้นใจไปในอ้อมแขนของฉัน’ วิเลียนเล่าด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นจนฉันต้องรีบดึงตัวเธอมากอดปลอบโยน ‘แต่ฉันกับมะเตโอสก็หวังว่าเราจะมีลูกคนใหม่ได้...แต่หลังจากนั้น...กลับไม่มีวี่แววอีกเลย’

‘บางที...อาจจะยังไม่ถึงเวลาก็เป็นได้’ ฉันไม่รู้จะใช้คำพูดใดปลอบใจเพื่อนที่แสนดีอย่างวิเลียนได้เลย...มิหนำซ้ำตัวเองกลับต้องรู้สึกหวาดหวั่นถึงอนาคต...

อนาคตตอนที่มาอยู่ในร่างสร้อย...และพบว่าเมียของมะเตโอสนั้น...เสียชีวิตไปแล้ว

* * * * * * * * * * * * * *

 ‘ไม่ต้องให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอธิบายอะไรหรอกวิเลียน...ฉันยอมอภัยให้แล้วตามที่มะเตโอสร้องขอ...แต่ความไว้วางใจมันไม่มีใครสามารถบังคับความรู้สึกกันได้ไม่ใช่หรือ’ เสียงท่านเมอเตสดังลั่นออกมาจากห้องทำงานในตอนเช้า ซึ่งฉันได้ยินขณะรอการอนุญาตให้เข้าไปอยู่ตรงหน้าประตู

วิเลียนเดินกลับออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ฉันจึงรีบบอกเพื่อแสดงความเข้าใจ

‘ในทางกลับกัน...หากฉันเป็นท่านเมอเตส...ฉันก็คงรู้สึกเช่นเดียวกันกับท่านในตอนนี้...แค่ท่านไม่ถือโทษก็นับว่ามีเมตตามากเหลือเกินแล้ว’ ฉันบอกไปตามความรู้สึกที่แท้จริง

‘เพนนี...ฉันอยากนั่งรถม้าตามไปส่งด้วยเหลือเกินจะได้รู้จักบ้านหลังใหม่ของเธอด้วย...แต่ฉันจำเป็นต้องอยู่ดูแลมะเตโอส...รายนั้นพอเหล้าเข้าปาก...เขาก็กลายเป็นเด็กจอมเกเรลุกขึ้นทำงานไม่ไหวอีกแล้ว’ วิเลียนบ่นให้ฟัง ขณะเดินออกมามาส่งฉันที่หน้าบ้าน ‘หากมีเวลาฉันอยากให้เธอแวะมาหาฉันบ่อย ๆ ฉันจะได้วัดตัวและตัดชุดใหม่ ๆ ให้...ที่สำคัญ ตอนนี้ฉันมีช่างฝีมือตัดเย็บเสื้อผ้ามาจากอัมสเตอร์ดัมด้วยคนหนึ่ง  เพราะมะเตโอสวางลู่ทางว่าจะสร้างห้างตลาดร้านค้าในเขตเมืองชั้นนอก...ฉันจึงขอเขาเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าให้ฉันด้วย’

ตลาดวิลันดาที่แท้แล้วมะเตโอสเป็นคนริเริ่มก่อสร้างหรือนี่...จะว่าไปแล้วเขาก็มีหัวนักวางแผนการลงทุนที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เพราะตลาดวิลันดาที่ฉันเคยเห็นมานั้น มีความใหญ่โต ผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์เข้ามาทำการซื้อขายสินค้ากันคึกคัก...ที่สำคัญ...เป็นที่ที่ฉันในร่างสร้อยเคยวิ่งหนีเพนนีจนหัวซุกหัวซุน...ตอนนี้ฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพนนีจึงดักทางการหลบหนีได้เสมอ...ก็เพราะฉันนี่แหล่ะที่รู้ดีว่าตัวเองจะวิ่งหนีไปทางไหนบ้าง

ด้วยท่าทีของท่านเมอเตส ฉันจึงไม่ได้รับปากวิเลียนว่าจะมาหาเธอที่บ้านอีกเมื่อไหร่...เพียงแต่บอกไปว่าจะพยายามหาโอกาสมาพบเธออย่างแน่นอน

ฉันไม่ได้นั่งรถม้ากลับบ้านของตัวเองในเขตเมืองชั้นในทันที แต่ได้แวะไปเยี่ยมสร้อย ยายจันทร์ และแม่เปลื้องที่บ้าน...อัสฟาก็อยู่ที่นั่นด้วย เขากำลังนั่งป้อนอาหารเช้าให้สร้อย

‘อาเพนนี’ สร้อยตะโกนเสียงแจ้วทันทีที่เราสบตากัน ก่อนจะวิ่งโผเข้าหาอ้อมแขนของฉันที่เปิดอ้ารออยู่

‘วันนี้มาแต่เช้าเชียว...กินอะไรมาหรือยังเล่า นี่ฉันกำลังปิ้งปลาของโปรดเอ็งอยู่พอดี’ ยายจันทร์ตะโกนมาจากลานทำครัวหลังบ้าน ‘เปลื้องมันไม่ค่อยสบาย...ดีที่ได้เจ้าอัสฟามาคอยช่วยดูแลสร้อยให้’

แม้จะไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นอัสฟา...แต่ก็ต้องเตือนสติตัวเองเข้าไว้ว่าเขายังเด็กอยู่มาก...และดูเหมือนอัสฟาเองก็ช่วยดูแลสร้อยได้เป็นอย่างดีจากคำบอกเล่าของยายจันทร์ ทำให้ฉันต้องเดินไปลูบศีรษะของอัสฟาเพื่อเป็นการขอบใจ...แววตาของเขาก็ช่างใสซื่อบริสุทธิ์จนฉันแอบรู้สึกผิด

แม้จะพยายามไม่นึกรังเกียจเดียดฉันท์ต่ออัสฟาในเวลานี้...แต่การกระทำของเขาในอนาคตนั้น...มันมีผลสำคัญที่ทำให้ฉันไม่สามารถไว้วางใจเขาได้เลย

ในเวลานี้...ฉันกับท่านเมอเตสก็คงมีความรู้สึกในลักษณะดังกล่าวไม่ต่างกัน

‘ความไว้วางใจ...บังคับกันไม่ได้’ เสียงของท่านเมอเตสผุดดังขึ้นมาในหัวของฉันขณะที่สร้อยในวัยหกขวบลุกขึ้นออกจากตักของฉันแล้วดึงเสื้อของอัสฟาเพื่อให้เขาลุกขึ้นตาม

‘อัสฟา...ไปเล่นซ่อนหากัน’ เสียงหวานเจื้อยแจ้วไม่รู้ประสีประสานั้นช่างออดอ้อนจนฉันต้องทอดถอนหายใจอยู่ตามลำพัง

 * * * * * * * * * * * * * *

 

ในที่สุดก็มีข่าวมาถึงเมืองสิงหลาว่ากองทัพองค์สุลต่านมุตตาฟาเข้ายึดเมืองไชยาได้สำเร็จแล้ว การสืบข่าวจากบรรดาทหารจำนวนหนึ่งที่เดินทางกลับมาก่อน ทำให้ฉันรู้ว่าเนปายังคงปลอดภัยและไม่ได้รับอันตรายใด ๆ แต่ทัพใหญ่ก็ยังไม่สามารถเดินทางกลับมาที่สิงหลาในตอนนี้ได้เพราะต้องอยู่ควบคุมดูแลเมืองไชยาให้อยู่ในสถานการณ์สงบเรียบร้อยก่อน


อีกทั้ง ท่านอุสเซ็น น้องชายขององค์สุลต่านมุตตาฟา ก็ได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองพัทลุงแล้ว เพื่อช่วยองค์สุลต่านดูแลความเรียบร้อยของเมืองในปกครองของสิงหลาแถบนั้น


ในยามนี้ ที่สิงหลาจึงมีท่านอิบรามัน ข้ารัฐและที่ปรึกษาแห่งองค์สุลต่านเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยโดยทั่วไปในราชสำนัก แต่เท่าที่รู้ ท่านอิบรามันไม่ได้มีอำนาจที่จะสั่งการหรือตัดสินใจเรื่องอันใดได้เลย ในขณะที่ท่านอัสวัน น้องชายอีกคนขององค์สุลต่าน ได้รับมอบหมายและไว้วางใจจากองค์สุลต่านให้ทำหน้าที่เป็นนายทัพใหญ่ควบคุมบังคับบัญชากองกำลังทหารดูแลรักษาเมืองสิงหลาจนกว่าองค์สุลต่านจะกลับมา 


‘ฉันดีใจที่เธอมาให้ฉันตัดชุดใหม่ให้เสียที’ วิเลียนบอกด้วยน้ำเสียงสดใสหลังจากที่ฉันแวะไปหาและยอมให้เธอวัดตัวเพื่อตัดชุดแบบที่หญิงวิลันดานิยมสวมใส่กันในขณะนี้ ‘ตอนนี้ ช่างเย็บผ้าของฉันก็ว่างมือมานาน เพราะห้างตลาดของมะเตโอสยังไม่สามารถสร้างได้ ต้องรอการอนุญาตจากองค์สุลต่านก่อน...ร้านในฝันของฉันจึงจะเริ่ม’

ฉันหันไปมองหญิงช่างเย็บผ้าของวิเลียนแล้วก็ให้รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...จะว่าเมื่อตอนที่มาอยู่ในร่างสร้อยก็ไม่ค่อยจะแน่ใจนัก

‘ฉันอยากได้ชุดแบบที่เคยวาดให้เธอดูเมื่อคราวก่อนมากกว่าชุดกระโปรงแบบผู้หญิง’ ฉันยืนยันกับวิเลียนอีกครั้ง

‘โอ้ว...เพนนี...เธอจะนุ่งกางเกงแบบผู้ชายได้อย่างไรกัน’ วิเลียนยังคงคัดค้านเหมือนเมื่อครั้งที่ฉันเอาแบบมาให้เธอดูเมื่อเจ็ดปีก่อน

‘...แฟชั่น....ไม่ควรยึดติดกับค่านิยมไม่ใช่หรือ’ ฉันหาทางตะล่อม

‘แฟชั่น...คืออะไร’ วิเลียนมีสีหน้างุนงง...ฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าศัพท์คำว่า..แฟชั่น...คงยังไม่อยู่ในสารบบภาษาดัตช์ก็เป็นได้

‘เธอไม่คิดอยากลองทำอะไรแปลกใหม่บ้างหรือ...ออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายโดยไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบเก่า ๆ เดิม ๆ ที่มีอยู่’ ฉันพยายามโน้มน้าวต่อไป

‘รูปแบบไหนหรือท่าน...ฉันชักอยากจะเห็นแล้วสิ’ ช่างตัดเย็บของวิเลียนกลับเป็นคนส่งเสียงแสดงความสนอกสนใจเป็นอย่างมาก

‘ฉันต้องการนุ่งกางเกงและเสื้อเชิ้ตแบบที่ผู้ชายสวมใส่กัน...แต่ให้คงความสวยงามและประณีตแบบผู้หญิงไว้’ ฉันหันไปบอกช่างเย็บผ้าก่อนจะหยิบกระดาษเนื้อหนาบนโต๊ะมาจัดแจงวาดแบบให้เธอดู ‘ประมาณแบบนี้ไงเล่า’

‘ดูน่าสนุกมาก...หากมีหญิงใดสวมใส่เสื้อผ้าแบบนี้’ ช่างตัดเย็บทำตาโตจนฉันแอบยิ้มในใจ...เพราะในที่สุดฉันก็ได้เจอคนที่จะตัดเสื้อผ้าตามที่ฉันต้องการได้แล้ว

‘ฟีร่า...เธอนี่ก็ช่างซุกซนเหมือนเพนนีนัก’ วิเลียนใช้น้ำเสียงปรามเล็กน้อยแต่ดูเหมือนว่าเธอจะยอมใจอ่อนให้ฉันแล้ว ‘เอาล่ะ...พวกเธอทั้งสองจะลองตัดรูปแบบนั้นก็ได้...แต่ถ้าตัดเย็บเสร็จแล้วสวมใส่ไม่งามขึ้นมาก็อย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน’

‘แต่ฉันก็ชอบชุดที่เธอออกแบบให้มาก ๆ นะ..วิเลียน’ ฉันรีบอ้อนง้อไม่ให้เพื่อนรักเสียกำลังใจ ‘ชุดกระโปรงที่เธอตัดเย็บให้เป็นชุดที่สวยงามประณีตไม่มีที่ติจริง ๆ’

วิเลียนยิ้มกว้างออกมาจนได้ก่อนจะหยิบแบบที่ฉันวาดไปดูอีกครั้ง

‘เธอคงอยากสวมชุดกางเกงเพื่อความคล่องตัวใช่ไหม...เอาเป็นว่าฉันจะช่วยฟีร่าตัดชุดนี้ด้วยก็แล้วกัน’

เสียงเฮลั่นของฉันกับฟีร่าทำให้วิเลียนต้องทำเสียงจุ๊ ๆ เป็นการเตือน ก่อนที่เธอเองจะเผลอหัวเราะเสียงดังออกมาด้วย...บรรยากาศหลังจากนั้นดูผ่อนคลายสำหรับฉันมากขึ้น...การได้พูดคุยกับวิเลียน  หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความเมตตาและอ่อนโยน รวมทั้งฟีร่า ซึ่งมีความสดใสร่าเริงช่างพูดช่างคุย นั้น ทำให้รู้สึกเหมือนได้นั่งคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยยุคจริง ๆ ของฉันเอง

  * * * * * * * * * * * * * *

 

ภายหลังนั่งรถม้าออกมาจากบ้านเมอเตส เพื่อจะเดินทางไปเยี่ยมสร้อย แต่ระหว่างทางได้มีรถม้าขบวนหนึ่งมาจอดขวางทางฉันไว้...ขณะที่กำลังกุมมีดสั้นเตรียมพร้อมป้องกันตัวนั้น ก็ได้ยินเสียงมะเตโอสดังทักทายขึ้นมา


‘ฉันจำได้ว่าเป็นรถม้าของเธอ..เพนนี...นี่เพิ่งกลับมาจากการไปเยี่ยมเยียนวิเลียนใช่ไหม’


ฉันตัดสินใจลงจากรถม้า ทั้ง ๆ ไม่รู้ว่ามะเตโอสมาขวางทางฉันไว้ทำไม


‘ยินดีที่ได้เจอท่าน...มะเตโอส...แต่ไม่เข้าใจว่าท่านจะทำให้ฉันตกใจทำไมกัน’


‘ก็ฉันอยากพูดคุยเรื่องสำคัญกับเธอ...แล้วบังเอิญได้เจอกันแบบกระทันหันอย่างนี้...ฉันจึงจำเป็นต้องขวางทางดักไว้ก่อน’


‘เรื่องสำคัญอะไรนักหนา...’ ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาไม่ไว้ใจอย่างชัดเจน


‘เธออย่ามีอคติมองฉันด้วยสายตาเย็นชาและคิดในแง่ร้ายนักเลย’ ฉันเห็นมะเตโอสมีสายตาครุ่นคิดก่อนจะหันมาจ้องหน้าฉันด้วยแววตาตัดพ้อ ‘ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้พบกัน...ตอนนั้นเธอยังปลอมตัวเป็นเด็กชายมาพร้อมกับพี่ของฉัน...ทั้ง ๆ ที่ฉันรู้สึกถูกชะตาและอยากผูกมิตรด้วย...แต่เธอไม่ใช่หรือที่เป็นฝ่ายพูดจาไม่ดีกับฉันก่อน...มองฉันด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรเลย’


ฉันยืนนิ่งอึ้งไปหลังจากได้รับรู้มุมมองความรู้สึกของเขาบ้าง...จึงได้แต่รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป


‘เมื่อเธอเปิดเผยตัวว่าเป็นคนรักของเมอเตออัส...ฉันกลับดีใจด้วยซ้ำ ที่เธอจะได้มาเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน...แต่สีหน้าท่าทางของเธอก็ยังคงแสดงออกว่าไม่ชอบใจฉันอยู่ดี...ฉันได้แต่ถามตัวเองมาตลอดว่า...ฉันไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจตั้งแต่เมื่อไหร่’ มะเตโอสขยายความในใจจนฉันแอบรู้สึกผิดขึ้นมาจนได้ ‘ช่างแตกต่างกับตอนที่เธอได้พบกับเนปา...ทั้ง ๆ ที่เขาแสดงท่าทีหวาดระแวง ไม่เป็นมิตรกับใคร...แม้แต่กับเธอ..เพนนี...แต่เธอกลับทำดีกับเขาเหลือเกิน...ฉันจึงยิ่งไม่เข้าใจ...ว่าฉันเล่า...ทำผิดอะไรต่อเธอหรือก็เปล่า..แต่เธอกลับชิงชังนักหนา’


‘ฉัน...’ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาเคาะสนิมความรู้สึกของฉันให้เปิดแผงกั้นในหัวใจออก...ฉันเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของมะเตโอสก็ในวันนี้เอง...หากฉันเป็นเขา...ก็คงไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม


‘แต่เรื่องของเธอกับเนปาในตอนนี้ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับฉันหรอก’ มะเตโอสบอกพลางสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ฉันมากขึ้น ‘ตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ...และขอบอกตามตรงว่าหากได้รับการสนับสนุนจากเธอ...งานของฉันก็จะสำเร็จได้ง่ายขึ้น’


‘เรื่องอะไร...บอกมาตามตรงดีกว่า’ ฉันสลัดความรู้สึกผิดออกไปทันทีเมื่อได้เห็นสีหน้าและสายตาเจ้าเล่ห์ของมะเตโอสอีกแล้ว ‘ถ้าเดาไม่ผิด...คงเป็นเรื่องการสร้างห้างตลาดวิลันดาใช่หรือไม่’


ชายหนุ่มตรงหน้าฉันมีท่าทางชะงักเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้างออกมา


‘เธอรู้ก็ดีแล้ว...ฉันอยากให้เธอช่วยเจรจาขออนุญาตเรื่องนี้กับองค์สุลต่านมุตตาฟา ในทันทีที่ท่านเดินทางกลับมา’


‘เพื่อแลกกับอะไร’ ฉันแกล้งโยนเบ็ดล่อปลาออกไปบ้าง


‘แลกกับการที่เธอกับเนปาจะได้มีโอกาสสมหวังในความรักอย่างไรเล่า’


แม้เขาจะบอกมาเป็นนัย ๆ แต่ฉันก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในทันที...การที่มะเตโอสเที่ยวแนะนำใครต่อใครว่าฉันเป็นสะไภ้เมอเตส...นั่นก็เป็นแผนการของเขาที่จะขัดขวางความรักระหว่างฉันกับเนปานั่นเอง


‘ทีนี้...ท่านเห็นความเจ้าเล่ห์และร้ายกาจของตัวท่านเองหรือยัง’ ฉันบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาเฉยเมยตามความรู้สึกในใจที่มีต่อมะเตโอส ‘เพราะฉันรู้ว่าท่านจะร้ายกาจกับพวกฉันแบบนี้ไงเล่า...ความรังเกียจมันจึงเกิดขึ้นมาก่อนล่วงหน้านี้นานแล้ว’


‘เธอกำลังบอกว่า...เธอรู้ล่วงหน้าว่าฉันจะร้ายกาจกับเธอนะหรือ...แต่สำหรับฉันแล้ว...ฉันจะไม่ร้ายกาจกับเธอแบบนี้... ถ้าก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ทำอะไรร้ายกาจกับฉัน...เพนนี’ มะเตโอสตะคอกใส่หน้าฉันเสียงดังลั่น ก่อนจะใช้เสียงปกติยื่นข้อเสนอให้คิดอีกครั้ง ‘ตรึกตรองให้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหากเธอไม่ยอมช่วยเจราจาเรื่องสร้างห้างตลาดให้สำเร็จ...ฉันไม่เหมือนท่านเมอเตส’


มะเตโอสเดินกลับไปขึ้นรถม้าของเขาแล้ว ฉันได้แต่มองตามหลังเขาไปด้วยความสงสัยและถามตัวเอง...จริงหรือที่ว่า...หากก่อนหน้านี้ ฉันไม่มีอคติกับมะเตโอส สถานการณ์ระหว่างเราจะไม่เป็นเช่นนี้

   * * * * * * * * * * * * * *

 

 

 

 




Create Date : 25 กรกฎาคม 2558
Last Update : 26 กรกฎาคม 2558 12:16:37 น. 2 comments
Counter : 570 Pageviews.

 
คิดถึงเหมือนนะคร้าคุณแกะ ไม่อยากจะอ้างเรื่องเวลาเลย 55 แต่ทำหลายอย่างเกิน ^^ เทคแคร์คร้า ขอบคุณที่มาทักทาย เด่วเก๊ามาทักทายใหม่


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog


โดย: au_jean วันที่: 26 กรกฎาคม 2558 เวลา:15:42:01 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
นานๆจะได้แวะมาเยี่ยม
มาอ่านสิงหราต่อ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้ ผู้เขียน Blogหมวดเนื้อหาBlog ได้รับโหวตทองกาญจนาTravel Blogดู BloganigiaParenting Blogดู BlogmoresawFunniest Blogดู Blogปรัซซี่Food Blogดู Blog
~My Birthday is on April 14~Literature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: pantawan วันที่: 8 สิงหาคม 2558 เวลา:23:27:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.