Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๓๐ ศัตรูคู่คิด

 


ความรู้สึกผิดที่มีต่อท่านเมอเตสยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้นไปอีก เมื่อทราบข่าวว่าท่านต้องรับผิดชอบจากการที่ บริษัท วี.โอ.ซี. ไม่สามารถทำสัญญาพิเศษกับสิงหลาได้สำเร็จ และเขาต้องเดินทางไปรายงานข้อเท็จจริงต่อผู้แทนการค้าประจำสำนักงานระดับภูมิภาคที่ปัตตาเวีย...ส่วนที่สิงหลานั้น บริตาส ผู้ช่วยผู้แทนการค้าได้รับมอบให้ทำหน้าที่แทนท่านเมอเตสเป็นการชั่วคราว

ข่าวเรื่องที่ฉันทรยศต่อท่านเมอเตส แพร่กระจายไปในกลุ่มชาววิลันดาที่สิงหลาอย่างรวดเร็ว...เนปาเป็นคนมาเตือนฉันให้ระมัดระวังตัวยิ่งขึ้น เนื่องจากชาววิลันดาส่วนใหญ่โกรธแค้นฉันเป็นอย่างมาก และกำลังถูกมองว่าเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ นกสองหัวคบไม่ได้ เพราะหักหลังแม้กระทั่งพ่อสามีซึ่งมีบุญคุณกับตัวเสมอมา และที่สำคัญคือไม่เข้าข้างช่วยคนชาติเดียวกันอีกด้วย

ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกวิลันดาเป็นอย่างดี...แต่ก็ไม่สามารถอธิบายอะไรกับใครให้เข้าใจได้...แม้แต่เนปา

‘แม้จะยังไม่รู้เหตุผลของเธอ...แต่ขอให้รู้ว่า...ลึก ๆ ในใจแล้ว หากฉันเป็นเธอ...ฉันก็อาจตัดสินใจทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน...ซึ่งฉันก็ไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่าทำไม’ เนปาบอกประโยคที่ทำให้ฉันรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น

แม้ฉันจะลืมความกลัวไปสิ้นเมื่อรับรู้ว่าเนปาเข้าใจและอยู่เคียงข้างฉันเสมอ...แต่การที่เนปาพลอยถูกชาววิลันดาแค้นเคืองไปด้วยอีกคนนั้นทำให้ฉันมีความไม่สบายใจเช่นกัน

‘ก่อนที่ท่านเมอเตสจะเดินทางไปปัตตาเวีย...ท่านได้ขายที่ดินและซากบ้านของเธอที่อยู่ริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดาให้ทหารรับจ้างคนหนึ่ง’ เนปาบอกข้อมูลอีกอย่างให้ทราบ...ข้อมูลที่ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าท่านเมอเตสตัดฉันออกจากครอบครัวเมอเตสแล้วจริง ๆ

‘ก็สมควรอยู่หรอก...บ้านและที่ดินตรงนั้น ท่านอุตส่าห์เมตตาให้ฉันได้อยู่อาศัยมานาน’ ฉันบอกเนปาไปด้วยความเข้าใจ

‘แต่ต่อมาทหารคนนั้นกลับกังวลเรื่องที่ดินอยู่ใกล้หมู่บ้านชาวเลที่น้ำทะเลขึ้นท่วมไปแล้ว จึงกลัวว่าในอนาคตน้ำทะเลอาจขึ้นสูงท่วมที่ดินของเขาได้...เขาจึงบอกขายต่อ...และข้าได้ซื้อมาไว้เป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว’

‘น้ำทะเลจะไม่หนุนขึ้นท่วมแถบนั้นหรอก’ ฉันเผลอบอกความจริงในอนาคตอีกแล้ว

‘ฉันรู้สึกผูกพันกับบ้านหลังนั้น...โดยเฉพาะใต้ถุนบ้านที่ฉันเคยแอบไปซ่อนตัวเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยให้เธอยามกลางคืน’ เนปาเฉลยเรื่องราวออกมาจนได้...เขาทำให้ฉันยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจนล้นใจในประโยคต่อมา ‘แม้ตอนนี้จะโดนพายุพัดเหลือแต่ซากไปแล้ว...แต่จะเป็นไรไป...ถ้าฉันจะสร้างขึ้นมาใหม่...ให้เป็นเรือนหอของเรา’

สมัยมาอยู่ในร่างเดียวกันกับสร้อย ฉันเคยเห็นเพนนีอยู่ที่บ้านหลังนั้น ในวันที่แอบติดตามพ่อบ้านบราวน์ไปจนได้รู้ความจริงว่าเพนนีคือหญิงชุดดำที่คอยแอบช่วยเหลือสร้อยอยู่เสมอ...แต่ในตอนนั้น...ไม่มีวี่แววว่าเนปาจะอยู่ที่นั่น...เพนนีกับเนปาไม่ได้แต่งงานกันนี่นา

‘เรือนหอ...เราจะได้แต่งงานอยู่กินกันหรือ’ ประโยคนี้ของฉันจึงเป็นการถามต่อชะตาของตัวเองในฐานะเพนนีมากกว่า ‘ท่านเมอเตสจะยินยอมให้ท่านแต่งงานอยู่กินกับคนที่ทรยศต่อชาววิลันดาได้อย่างไร’

เนปาเงียบไปเช่นกัน แต่ชั่วครู่เขาก็ยิ้มกว้างออกมาและบอกกล่าวในสิ่งที่ฉันเองก็เกือบลืมคิดไปเสียสนิท

‘ตอนนี้ท่านเมอเตสอาจกำลังโกรธอยู่เป็นอย่างมาก...ในฐานะของผู้แทนการค้าบริษัท วี.โอ.ซี. ท่านย่อมโกรธเธอแน่นอน...แต่โดยเนื้อแท้ท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา...หากในอนาคตสิ่งที่เธอบอกไว้เป็นจริง...นั่นคือบริษัท วี.โอ.ซี. ยังคงสามารถทำกำไรจากการค้าขายเครื่องเทศได้เป็นอย่างดีจริง...ท่านเมอเตสอาจเปลี่ยนใจและเข้าใจในความหวังดีของเธอก็เป็นได้’

* *  * *  * *  * *  *

 นอกจากการได้รับความแค้นเคืองจากชาววิลันดาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ได้เตรียมใจรอรับไว้เลยก็คือการได้รับการยกย่องเป็นผู้วิเศษล่วงรู้อนาคตจากข้ารัฐเมืองสิงหลานั่นเอง...และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันถูกข้ารัฐชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งเรียกให้เข้าพบเป็นการส่วนตัว...และข้ารัฐคนนั้นก็คือ..อิบรามัน

‘นอกจากความสามารถในการเป็นหมอรักษาผู้คนแล้ว...เจ้ายังเป็นหมอดูผู้วิเศษสามารถล่วงรู้อนาคต...จนข้ายังต้องยอมรับ...แต่ทราบข่าวว่าตอนนี้เจ้าถูกรังเกียจและมิอาจเข้าหน้าชาววิลันดาได้อีกต่อไปแล้ว...คงจะเป็นการดีกว่าแน่หากเจ้าจะมาทำงานรับใช้รัฐสิงหลาเต็มตัว’ ท่านอิบรามันสรุปใจความสำคัญหลังจากพูดกล่าวชมเชยวีรกรรมของฉันอยู่เป็นนานสองนานจนฉันรู้สึกปุเลี่ยน ๆ พิกล

‘ข้าหาใช่ผู้วิเศษล่วงรู้อนาคตหรอกท่าน...และข้ามิอาจเข้าทำงานรับใช้รัฐสิงหลาอย่างเต็มตัวได้  ด้วยข้ารักที่จะมีชีวิตอิสระเหนือสิ่งอื่นใด’ ฉันตัดสินใจบอกปัดไปเพราะคาดการณ์ได้ว่ากำลังถูกอิบรามันหว่านล้อมให้เข้าร่วมเป็นพรรคพวกด้วย...แต่ก็มิวายแอบวางหมากล่อใจไว้เช่นกัน ด้วยฉันได้เห็นแววตาแห่งความกระวนกระวายใจใคร่รู้ของเขาอย่างชัดเจน ‘สิ่งที่ข้ารู้เห็น...ใช่ว่าจะเกิดขึ้นจริงเสมอไป...หากวันใดสิ่งที่ข้าทำนายไว้มิได้เกิดขึ้นจริง...ข้าคงถูกบั่นหัวเป็นแน่...แต่หากท่านต้องการรู้อันใด...ก็ให้ค่าตอบแทนแก่ข้าเป็นคราว ๆ ไปดีกว่า’

‘ถ้ากระนั้น...บอกข้ามาสิว่า...เจ้าเห็นชะตาของท่านมุตตาฟาหรือไม่’ ท่านอิบรามันเผยธาตุแท้ความในใจออกมาในที่สุด

‘มีเหตุผลอะไรที่ข้าจำเป็นต้องบอกเรื่องนี้ต่อท่านด้วยเล่า’ ฉันทำท่าทางใจดีสู้เสือเข้าไว้ ‘หากข้าไม่บอก...ท่านจะทำอะไรข้าได้’

‘ข้าคงทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก...เพราะการที่เจ้ามาพบข้าที่เรือนในครั้งนี้ คงหาได้เป็นความลับต่อเนปา คนรักของเจ้าเป็นแน่’ ฉันรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของท่านอิบรามันมีความอ่อนโยนลงมากยิ่งขึ้น ราวกับว่ากำลังยื่นขนมหลอกล่อเด็กน้อยไม่ให้ตื่นกลัวเขาอยู่ก็ไม่ปาน ‘และหากเจ้าให้คำตอบแก่ข้า...ผลดีก็จะตกแก่ท่านมุตตาฟานั่นเอง’

‘ถ้าอย่างนั้นก็ถามมาตรง ๆ เสียเถิดว่า...ชะตาด้านใดของท่านมุตตาฟาที่ท่านต้องการรู้นักหนา’ ฉันแกล้งโอนอ่อนผ่อนตามด้วยความอยากรู้ความคิดของอิบรามันให้มากขึ้นเช่นกัน

‘ท่านมุตตาฟา มีดวงชะตาจะได้ขึ้นเป็นองค์สุลต่านแห่งรัฐสิงหลาองค์ต่อไปหรือไม่’ เสียงประโยคคำถามนั้นดังชัดเจน...และช่างเป็นคำถามที่ตรงกับที่ฉันแอบคาดการณ์ไว้ด้วยสิ ‘ด้วยขณะนี้อาการป่วยขององค์สุลต่านได้ถึงขั้นวิกฤติเกินจะยื้อไว้ได้แล้ว’

ฉันจ้องมองตรงไปยังดวงตาของท่านอิบรามันด้วยความมั่นคง ก่อนจะแย้มยิ้มด้วยรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ...อาจจะกำลังทุรนทุรายอยู่ภายในใจด้วยซ้ำไป

‘แม้จะมีผู้ใดทัดทานหรือหาญกล้าขัดขวาง...ท่านมุตตาฟา ก็จะได้ขึ้นเป็นองค์สุลต่านแห่งรัฐสิงหลาองค์ต่อไปอย่างแน่แท้’ ฉันตีบทแม่หมอด้วยท่าทีขึงขังจนยังนึกแอบขำตัวเองอยู่ในใจ ‘และใครก็ตามที่คิดเป็นปฏิปักษ์ต่อท่านมุตตาฟา ย่อมได้รับผลร้ายอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว’

หลังจากให้คำตอบแกมขู่ไปแล้ว...กลายเป็นฉันเองต่างหากที่ต้องเก็บอาการแปลกใจไว้เมื่อเห็นท่านอิบรามันแย้มยิ้มกว้างหน้าบานออกมาราวกับดีใจต่อคำตอบที่ได้รับเป็นนักหนา

ท่านอิบรามันได้มอบเงินสิงหลาให้ฉันถุงใหญ่เป็นการตอบแทนก่อนจะบอกให้ฉันกลับออกมาจากเรือนหลังจากนั้นทันทีโดยไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม...และกลายเป็นฉันเองที่อยากรู้เรื่องของอิบรามันมากขึ้นไปอีกว่าเขากำลังคิดอ่านประการใดกันแน่

* *  * *  * *  * *  *

ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของสิงหลาเดินทางมาถึงจนได้ในที่สุด เมื่อองค์สุลต่านสุลัยมาน ซาร์ ได้สิ้นชีพลงด้วยเหตุจากอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง พิธีศพถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และศพของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง

พิธีสถาปนาองค์มุตตาฟาขึ้นเป็นองค์สุลต่านแห่งรัฐสิงหลาถูกจัดขึ้นในเวลาต่อมา โดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายอะไรเกิดขึ้น...ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าคำตอบแกมขู่ที่ฉันบอกกล่าวต่อท่านอิบรามันไปนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยปรามฝ่ายตรงข้ามได้บ้างแน่นอน...เพียงแต่ฉันเองชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า...ในขณะช่วงเวลานี้อิบรามันมีใจคิดอ่านอยู่ฝ่ายสนับสนุนหรือปฏิปักษ์ต่อองค์มุตตาฟากันแน่ เพราะเท่าที่ฉันลอบติดตามสืบข่าวกลับไม่พบว่าเขาแอบซ่องสุมทำการผิดแปลกอันใดเลย

เข้าสู่ช่วงปีใหม่ พ.ศ. ๒๒๑๒ สร้อยกำลังย่างเข้าสู่อายุวัย ๖ ขวบ ฉันได้มีเวลาไปช่วยดูแลสร้อยได้มากขึ้น เพราะเนปาและสามีของแม่เปลื้องต้องออกไปกับทัพองค์สุลต่านมุตตาฟาเพื่อร่วมศึกบุกไปยังเมืองพัทลุง

‘องค์มุตตาฟาเป็นชายชาติทหารที่หาญกล้ายิ่งนัก ท่านนำทัพออกไปด้วยตัวเองเสมอ...ทหารสิงหลาจึงมีขวัญกำลังใจดีมาก ไม่มีใครคิดหวั่นเกรงศึกใด ๆ เลย’ เนปาบอกเล่าในวันที่ฉันไปส่งเขาก่อนทัพสิงหลาจะออกเดินทาง

‘องค์สุลต่านใช้ช่วงเวลาโอกาสนี้แผ่ขยายแสนยานุภาพออกไปให้มากที่สุด เพื่อเป็นการป้องปรามหลายฝ่ายที่กำลังคิดหวังเข้าต่อกรกับสิงหลาในช่วงเปลี่ยนยุคสมัย’ ฉันบอกไปตามประวัติศาสตร์ที่มีคนให้ความเห็นไว้...ซึ่งก็น่าจะจริงตามนั้น ‘แต่การขยายแสนยานุภาพไปเมืองพัทลุงนั้นไม่น่าห่วงนักหรอก...สิงหลาจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน...แต่ถึงอย่างไรท่านก็จงอย่าได้ประมาท ขอให้รู้ไว้ว่าฉันเป็นห่วงท่านตลอดเวลา...เนปา’

‘ฉันเองก็เป็นห่วงเธอมาก...เพนนี...ฉันได้ข่าวมาว่าท่านเมอเตสกำลังเดินทางกลับมาถึงสิงหลาในไม่ช้านี้แล้ว...พร้อม ๆ กับมะเตโอสและวิเลียน’ เนปาแจ้งข่าวให้ทราบด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ‘ทางที่ดีเธอควรอยู่ให้ห่างจากมะเตโอสเข้าไว้...ฉันแอบได้ยินจากคนงานที่เดินทางมาล่วงหน้าเพื่อตกแต่งห้องพักให้กับมะเตโอสที่สถานีการค้าท่าเรือว่า มะเตโอสโกรธแค้นเธอมาก...และที่สำคัญหากการข่าวนั้นไม่ผิดเพี้ยน...บริษัท วี.โอ.ซี. ได้แต่งตั้งมะเตโอสเป็นผู้ช่วยผู้แทนการค้าประจำการที่สิงหลาแล้ว‘

‘มะเตโอส...ฉันกับเขาคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงกันได้พ้นหรอก’ ฉันบอกไปแบบปลง ๆ พยายามไม่เครียดและยิ้มให้กำลังใจแก่เนปาเพื่อให้เขาคลายกังวล ‘ฉันรับมือเขาได้...ท่านอย่าเป็นห่วงเลย...อีกอย่างฉันเชื่อว่าวิเลียนจะเข้าใจฉันด้วยดี’

‘บ้านที่ริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดาใกล้จะสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว...น่าเสียดายที่ฉันต้องไปออกศึกเสียก่อน...จึงไม่ได้รอเพื่อเจรจาพูดคุยกับท่านเมอเตสถึงเรื่องของเรา...ฉันจะยืนยันต่อท่านว่า...ฉันรักและจะแต่งงานกับเธอ...เพนนี’

‘อย่ากังวลเลย...เรื่องของเรายังมีเวลาอีกมาก...ท่านไปออกศึกคราวนี้จงอย่าพกพาความกังวลเกี่ยวกับฉันไปด้วย...รอให้กลับมาแล้วค่อยพูดคุยกันก็ได้’ ฉันยิ้มกว้างขึ้นเพื่อปลอบขวัญสร้างกำลังใจให้แก่เนปา

แม้ในใจตัวเองจะรู้ดีว่า...การแต่งงานของเรานั้นอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ก็ตาม

* *  * *  * *  * *  *

จากข่าวเกี่ยวกับครอบครัวเมอเตสที่เนปาได้บอกไว้ก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปกับทัพองค์สุลต่านมุตตาฟาทำให้ฉันอดที่จะสืบหาข่าวเพิ่มเติมอีกไม่ได้...และสิ่งที่ได้รับรู้เพิ่มเติมมากขึ้นก็คือกำลังมีการสร้างเรือนห้องแถวหลังใหม่ที่สถานีการค้าของบริษัท วี.โอ.ซี สำหรับเป็นที่พักส่วนตัวของมะเตโอส.

จากจุดที่กำลังก่อสร้างทำให้ฉันฉุกคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมัยมาอยู่ในร่างสร้อย...เราถูกมะเตโอสนำตัวมาไว้ที่เรือนหลังที่ว่านี่เอง...และความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก

‘พวกคนงานนี่ขี้เกียจจริง ๆ กลัวเหลือเกินว่าจะสร้างเสร็จไม่ทัน หากท่านมะเตโอสเดินทางมาถึงแล้วยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย...พวกเราโดนเล่นงานแน่...ท่านมะเตโอสมีความเด็ดขาดและไม่ใจดีเหมือนท่านเมอเตสหรอก’ ฉันได้ยินคนงานของบริษัท วี.โอ.ซี. คนหนึ่งบนกระปอดกระแปดขณะเดินออกมาดื่มกินสุราที่ตลาดท่าเรือในตอนเย็น

ฉันซึ่งปลอมตัวแต่งกายเป็นชายโพกผ้าปิดศรีษะแบบแขกชวาและมั่นใจว่าคนงาน วี.โอ.ซี. ที่มาใหม่พวกนี้ไม่น่าจะรู้ว่าฉันเป็นใครจึงเดินเข้าไปหาและแกล้งพูดคุยด้วยสำเนียงดัตช์แบบแปร่ง ๆ ในลักษณะคนที่กำลังฝึกหัดพูด

‘นายท่าน...ฉันกำลังร้อนเงินเหลือเกิน...มีงานอะไรให้ฉันทำบ้าง...ฉันทำงานก่อสร้างได้นะนายท่าน’

‘แกมีคนงานอีกสักสี่ห้าคนหรือเปล่าเล่า...หากหาคนงานท้องถิ่นมาได้เพิ่มเติมก็คงดีไม่น้อย...แต่ปัญหาของเราตอนนี้คือไม่มีคนงานท้องถิ่นที่มีฝีมือยอมมาทำงานให้เราเลย...หาว่าค่าแรงถูกกว่าที่พวกฝรั่งเศสให้...ส่วนพวกทาสที่มีอยู่ก็ทำงานอะไรพวกนี้ไม่เป็น การก่อสร้างจึงชักช้าเหลือเกิน’ คนที่น่าจะเป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้างเรือนบอกกล่าวแต่โดยดี

 ‘ฉันทำได้นายท่าน...ฉันเคยทำงานสร้างเรือนมาก่อน...และฉันจะหาคนงานท้องถิ่นที่มีฝีมือมาให้พวกท่านด้วย’ ฉันยืนยันตาใส

หัวหน้าคนงานนิ่งคิดชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าให้คำตอบรับ

‘ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้า แกกับพวกคนงานของแกก็มารอพบฉันที่หน้าสถานีการค้าก็แล้วกัน...เดี๋ยวฉันจะไปแจ้งท่านบริโตส ขอให้เพิ่มกำลังแรงงานสร้างเรือน จะได้เสร็จทันเวลา’

ฉันจึงใช้ช่วงเวลาก่อนค่ำของวันนั้นไปเจราจาว่าจ้างช่างฝีมือชาวสิงหลา โดยเพิ่มเงินค่าจ้างให้สูงขึ้นกว่าที่หัวหน้าคนงานได้แจ้งไว้ ซึ่งฉันจะยอมรับภาระส่วนเกินนั้นเอง...เพราะความรู้สึกอะไรบางอย่างบอกว่าฉันจะต้องเข้าไปที่เรือนพักของมะเตโอสที่กำลังก่อสร้างให้ได้

...ชิ้นส่วนช่องของหลังคาที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการช่วยให้สร้อยสามารถหลบหนีหลุดพ้นจากเงื้อมมือของพ่อค้าหื่นมะเตโอสในอนาคตนั้น...ก็ไม่พ้นจะต้องเป็นฝีมือของฉันเองอย่างแน่นอน

เมื่อการก่อสร้างในส่วนของหลังคาแล้วเสร็จตามที่ฉันตั้งใจไว้เรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบถอนตัวออกมาจากงานก่อสร้างในส่วนอื่น ๆ ทันที ปล่อยให้คนงานที่เหลือไปทำงานต่อตามปกติ โดยให้เหตุผลว่ามือบาดเจ็บจากการตัดฟืน ทั้งนี้เพื่อจะได้ปลีกตัวออกมาให้รอดพ้นจากสายตาของคนงานบางคนที่กำลังมองฉันด้วยความสงสัยในรูปร่างผอมบางแปลกตาเกินกว่าจะเป็นชายโดยทั่วไป

* * * * * * * * *

 การเดินทางกลับมาถึงเมืองสิงหลาของครอบครัวเมอเตสไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกหวาดเกรงอะไร ด้วยเตรียมพร้อมรับมือไว้อย่างเต็มที่หากท่านเมอเตส และ มะเตโอสคิดจะแก้แค้นเอาคืน... เมื่อคนรับใช้ประจำบ้านเมอเตสมาเชิญให้ฉันไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของมะเตโอส และวิเลียนที่หมู่บ้านวิลันดา ฉันจึงตอบรับตามคำเชิญ และไปร่วมงานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นในอีกสามวันต่อมา

‘ดีใจเหลือเกินที่เราได้เจอกันอีก...ไม่ได้เจอกันกว่าห้าปี เธอดูสวยสง่าขึ้นมากทีเดียว’ คำทักทายของวิเลียนพร้อมกับการโอบกอดกระโดดโลดเต้นของเธอทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมามากทีเดียว

‘เธอก็ดูโตขึ้น สวยสดใสมากกว่าเดิมเช่นกัน...วิเลียน’ ฉันกล่าวชมด้วยความจริงใจ ก่อนจะแย้มรำพึงประเด็นสำคัญออกไปตรงๆ ‘ฉัน...คิดว่า...จะไม่มีโอกาสได้มาที่บ้านหลังนี้อีกแล้ว’

วิเลียนมีสีหน้าเจื่อนให้เห็นแทบจะทันทีก่อนจะดึงแขนลากฉันไปคุยในห้องของเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

‘เธอช่างบ้าบิ่นอย่างร้ายกาจเหลือเกิน ฉันตกใจมากเมื่อรับทราบข่าว...และไม่เข้าใจว่าเธอตัดสินใจทำอย่างนั้นทำไม’

‘ท่านเมอเตสมีเมตตากับฉันมาตลอด...ความดีของท่านอยู่ในใจของฉันเสมอด้วยความเคารพ...แต่ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อหาทางออกให้แก่ทุกฝ่ายที่อาจได้รับผลกระทบจากสัญญาพิเศษฉบับนั้น’ ฉันบอกไปตามความจริง แม้จะไม่ได้ช่วยให้วิเลียนเข้าใจในรายละเอียด แต่ความรู้สึกบางอย่างจากสายตาของเธอนั้น บอกให้รู้ว่าเธอน่าจะเข้าใจในเจตนาที่ดีของฉัน

‘ท่านเมอเตสไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก...แต่..เธอคงไม่เชื่อหูแน่ ๆ หากฉันจะบอกความจริงว่า...คนที่ช่วยพูดให้ท่านเมอเตสเข้าใจและอภัยให้เธอได้...คือ...มะเตโอส...ที่สำคัญ...เขายังเป็นคนช่วยชี้แจงเรื่องนี้ต่อผู้แทนการค้าประจำสำนักงานใหญ่ที่ปัตตาเวียด้วย’ คำบอกเล่าของวิเลียนทำให้ฉันเผลอทำตาโตออกไปด้วยความแปลกใจเป็นที่สุด ‘และรู้ไหม...คนต้นคิดเชิญเธอมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ก็คือ...มะเตโอสนั่นเอง...ท่านเมอเตสจึงอยากพบเพื่อปรับความเข้าใจกับเธอ...พอรู้ว่าเธอเดินทางมาถึงที่หน้าบ้านแล้วฉันจึงมาดักรอเพื่อบอกกล่าวเรื่องนี้...เธอจะได้ไม่อึดอัดหรือตะขิดตะขวงใจก่อนที่จะพบกับพวกเขาทั้งสอง...เอาล่ะ...ตอนนี้สองพ่อลูกกำลังรับรองแขกอยู่ในห้องโถงใหญ่...เราออกไปหาพวกเขากันดีกว่า’

ทันทีที่พูดจบ วิเลียนก็ดึงแขนฉันออกไปที่ห้องโถงใหญ่ด้วยความรวดเร็ว...ฉันพยายามเก็บอาการซ่อนความความแปลกใจในพฤติกรรมพลิกกลับตาลปัตรของมะเตโอส...เพราะแทนที่จะรู้สึกยินดีปรีดา...กลับมีลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมาเหมือนฝูงผึ้งบินหึ่งวนอยู่ในหัวของฉันอย่างสุดแสนร้ายกาจ...ยิ่งเมื่อได้สบสายตาและเห็นรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มรูปงามหล่อเหลามาดเจ้าเสน่ห์...ก็ยิ่งทำให้ฉันค่อนข้างมั่นใจว่า...มะเตโอสน่าจะมีแผนการณ์อะไรบางอย่างอยู่ลึก ๆ เป็นแน่

* * * * * * * * * * * * * *




Create Date : 19 กรกฎาคม 2558
Last Update : 21 กรกฎาคม 2558 8:59:23 น. 1 comments
Counter : 411 Pageviews.

 
เย้ พี่แกะลงตอนใหม่แล้ว
นุ่นเขียนนิยายจบแล้วเดี๋ยวมีเวลามาตามอ่านอาเนปาค่า


โดย: lovereason วันที่: 20 กรกฎาคม 2558 เวลา:9:00:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.