Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
12 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๑๕ มือปราบโจรสลัด

 

ฉันแวะไปที่บ้านยายจันทร์ในวันต่อมา เห็นเธอกำลังคัดแยกสมุนไพรอยู่ใต้ถุนบ้าน ฉันส่งเสียงทักทาย แต่ดูเหมือนท่าทีของยายจันทร์จะเปลี่ยนไป เธอระมัดระวังตัวขึ้นมากกว่าเดิมและทำท่าจะผละเดินหนีขึ้นเรือนหลังจากบอกให้ฉันรีบกลับก่อนที่ลุงทองจะมาเห็น

‘ทำไมยายรังเกียจฉันล่ะ...ฉันทำอะไรให้ไม่พอใจรึ’ ฉันตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ เมื่อยายจันทร์เริ่มก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้าน

‘พ่อหนุ่มเป็นใครกันแน่...หน้าตาแปลก ๆ ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป...แต่พูดจาภาษาของเราได้’ ยายจันทร์ยังมีน้ำใจที่จะหันมาคุยกับฉันต่อ แม้สองตาจะกลอกไปมาคล้ายกำลังกลัวว่าลุงทองจะโผล่มา

ฉันรู้มาก่อนแล้วว่ายายจันทร์มีพื้นเพเป็นคนเมืองนคร ประกอบกับพ่อของฉันก็เป็นคนนครศรีธรรมราชในอนาคตจริง ๆ...ฉันจึงพบคำตอบที่เหมาะสมสำหรับยายจันทร์.. เพราะถึงอย่างไรก็คงไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับฉันให้เธอเชื่อและเข้าใจได้ในตอนนี้

‘พื้นเพพ่อแม่ของฉันเป็นคนเมืองนคร...ครอบครัวอพยพมาอยู่ที่นี่สมัยอโยธยาส่งทหารญี่ปุ่นมาเป็นเจ้าเมืองนครและเกิดการสู้รบขึ้น’ ฉันจำเป็นต้องแต่งเรื่องให้เข้ากับสถานการณ์จริงตามประวัติศาสตร์  ‘บ้านของฉันอยู่นอกกำแพงเมืองสิงหลาด้านทิศเหนือ...ใกล้เขตเมืองสทิงปุระ’

‘แต่ไอ้เคว็ดบอกว่ามันไปส่งพวกเอ็งทั้งสองคนแถวหมู่บ้านวิลันดา...และไอ้เคว็ดบอกว่าเขาเคยเห็นพ่อหนุ่มผมแดงที่บาดเจ็บคนนั้นมาก่อนแถวสถานีการค้าของพวกดัตช์’

‘เขาเป็นลูกชายของผู้แทนการค้าบริษัทดัตช์...ชื่อเนปา’ ฉันบอกตามตรง จึงได้เห็นสีหน้าตื่นตกใจอย่างชัดเจนของยายจันทร์ในทันที

‘โอ้ย...ตายละวา  แล้วพ่อหนุ่มล่ะ...ทำมาหากินอะไรอยู่’

‘ฉันทำงานเป็นคนรับใช้ของครอบครัวเมอเตส...ผู้แทนการค้าชาวดัตช์นั่นล่ะ’ ฉันจำเป็นอีกแล้วที่ต้องบิดเบือน...เพราะไม่อยากเปิดเผยตัวว่าเป็นผู้หญิง...มิหนำซ้ำยังอยู่ในฐานะลูกสะไภ้ของเมอเตสอีกด้วย

‘มิน่า...พ่อหนุ่มจึงพูดภาษาพวกนั้นได้’ ยายจันทร์รำพึงก่อนจะเผยข้อมูลใหม่ออกมา ‘ลุงทองไม่ชอบพวกคนต่างเมือง...แกบอกว่าพวกนั้นมีอิทธิพลและเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน พวกเขามีเงินมีทอง...มาค้าขายที่นี่ก็ได้ผู้หญิงสิงหลาเป็นเมีย แต่พอเดินทางกลับ พวกเขาก็ทิ้งลูกทิ้งเมียไว้ไม่ดูดำดูดี...ฉันเป็นหมอตำแย...ต้องไปช่วยทำคลอดให้ผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งอยู่บ่อย ๆ พลอยให้สังเวชใจ...ผู้หญิงพวกนั้นพอคลอดลูกแล้วก็ต้องกลายไปเป็นหญิงงามเมืองที่ท่าเรือ คอยรับใช้พวกพ่อค้า หรือไม่ก็พวกลูกเรือรายใหม่...สับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพราะจำเป็นต้องหาคนมาจุนเจือเงินทองช่วยดูแลครอบครัว’

เมื่อนึกภาพตามที่ยายจันทร์เล่ามาแล้ว ฉันก็เข้าใจถึงท่าทีก่อนหน้านี้ของเธอ

‘ฉันเดาว่ายายคงไม่อยากให้หลานสาวต้องข้องแวะใกล้ชิดกับคนต่างเมือง...ใช่ไหม’

‘ใช่แล้ว...แต่เมื่อวานนี้ ฉันจำเป็นต้องพาพ่อหนุ่มดัตช์นั่นมาให้ลุงทองรักษาบาดแผลที่บ้าน...เขามีบุญคุณกับฉัน...แต่หลังจากนี้แล้ว...ฉันก็ไม่อยากให้มาข้องแวะอะไรกับครอบครัวของเราอีก’

‘แล้วฉันล่ะ...ฉันมีพื้นเพเป็นคนเมืองนครเหมือนยายจันทร์...ยายคงไม่รังเกียจฉันแล้วใช่ไหม’

‘พ่อหนุ่มรู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็นคนเมืองโน้นมาก่อน’ ยายจันทร์มีสีหน้าแปลกใจ

‘แหม...ยายจันทร์ หมอตำแยมือหนึ่งของสิงหลา...ใครบ้างจะไม่รู้จัก’ ฉันปะเหลาะตามข้อมูลจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

‘โอ้ยยย...ไม่ถึงขนาดที่พ่อหนุ่มว่าหรอก’ ยายจันทร์มีท่าทีเขินอายเล็กน้อยก่อนจะซักถามต่อด้วยท่าทีเป็นมิตรมากขึ้น ‘ว่าแต่เอ็งชื่ออะไร...คุยมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อเลย’

‘แก้ว...ฉันชื่อแก้ว’ ฉันตัดสินใจบอกชื่อจริงของตัวเองออกไป...น่าแปลกตรงที่ฉันมีความรู้สึกสบายใจและโล่งอกมากที่สุดที่ได้บอกชื่อจริงของตัวเองให้ยายจันทร์ได้รับรู้...แม้จะยังคงต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายไปก่อนก็ตาม

‘เอาล่ะ...เรารู้จักกันแล้ว...แต่วันนี้เอ็งกลับไปก่อนเถอะนะ...ไว้ฉันจะบอกลุงทองว่าเอ็งเป็นใครมาจากไหน...เผื่อลุงจะได้สบายใจ’

‘แสดงว่า...ฉันยังมาที่บ้านยายได้อีกใช่ไหม...ถ้าลุงทองอนุญาต’

ยายจันทร์พยักหน้าและส่งยิ้มเป็นคำตอบก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป  ขณะเดียวกัน...บนชานบ้าน...ฉันเห็นหลานสาวทั้งสองของยายจันทร์กำลังยืนแอบมองลงมาด้วยความสนใจ ฉันจึงส่งยิ้มและโบกมือให้ก่อนจะหันหลังเดินจากมาเพื่อมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ

* * * * * * * * * * * * * *

ฉันเตร็ดเตร่อยู่แถวท่าเรือตลอดอีกหลายวันต่อมา แต่ก็ไม่เห็นเนปาออกมานอกสถานีการค้าบริษัท วี.โอ.ซี  แม้ฉันจะรู้จากวิเลียนว่าเนปามีอาการดีขึ้นมากแล้วก็ตามแต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้

ที่ตลาดท่าเรือ ฉันได้เจอกับชาวจีนคนหนึ่ง เขาเพิ่งเดินทางมากับเรือสำเภาเพื่อค้าขายสินค้าที่สิงหลา...และสิ่งที่ทำให้ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจเป็นอยางยิ่งก็คือ...เขามีมีดสั้น ด้ามจับของมันทำด้วยไม้เนื้อแข็งแกะสลักลวดลายรูปดาวห้าแฉกในเส้นวงกลม

ฉันใช้เหรียญทองคำที่เหลืออยู่หนึ่งเหรียญแลกกับการได้มาของมีดสั้นจำนวนหนึ่งโหล

‘ถ้าไม่จำเป็น...จงเลือกใช้อาวุธที่มีขายอยู่ทั่วไป อย่าใช้อาวุธรูปแบบพิเศษให้ใครรู้ว่าเป็นอาวุธของเรา’ ฉันยังจำคำพูดของเมอเตอัสสมัยเลือกซื้ออาวุธติดตัวที่ปัตตาเวียได้เป็นอย่างดี

เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาตกเย็นมากแล้ว ฉันจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน แต่ปัญหาที่พบคือทหารสั่งปิดประตูเมืองก่อนเวลาปกติ และสิ่งที่เห็นคือกองกำลังทหารบริเวณนั้นหนาแน่นหลายร้อยคนเลยทีเดียว

‘ทหารข่าวแจ้งว่ามีโจรสลัดหลายคนหลุดรอดจากการป้องกันของทหารเรือและทหารป้องกันชายฝั่งด้านนอกเข้ามาในทะเลสาบ...และเพื่อความปลอดภัยของเมืองสิงหลา เราต้องปิดประตูทันทีตามคำสั่งท่านแม่ทัพ’ ฉันได้ยินคำตอบจากทหารนายหนึ่งซึ่งกำลังตอบคำถามทหารด้วยกันเอง

ขณะกำลังยืนละล้าละลังอยู่นั้น เสียงของเนปาก็ดังอยู่ข้างหู...เขามาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

‘ไปกับฉัน’ เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะดึงแขนฉันให้เดินตามออกไป

‘แกมาป้วนเปี้ยนอะไรแถวนี้...ฉันบังเอิญเห็นแกเดินผ่านสถานีการค้า จึงตามแกออกมา...แกเข้าไปข้างในไม่ได้แบบนี้ แล้วคืนนี้ใครจะคอยดูแลที่บ้านเพนนี’ เนปามีแววตากังวลขณะพูด

‘ฉัน...เอ่อ...เพนนีไม่เป็นอะไรหรอกน่า’ ฉันยิ้มแก้มแทบปริ แต่ก็ต้องรีบก้มหน้าลงเมื่อเห็นว่าเขาพยายามจะมองหน้าฉันให้ชัด ๆ ‘เธอปลอดภัยดี’

‘แกหมายถึงเพนนีจะไปนอนค้างกับวิเลียนเหมือนเมื่อวานใช่ไหม เพราะมะเตโอสไม่อยู่ที่นั่น เขาต้องไปช่วยท่านเมอเตสตรวจสินค้าที่ห้างนอกเมืองด้านทิศเหนือ’ เนปาเข้าใจไปเอง...ฉันจึงพยักหน้าไปตามนั้นและนึกแปลกใจว่าเขารู้ว่าเมื่อวานฉันไปอยู่เป็นเพื่อนวิเลียนได้อย่างไร ‘ว่าแต่...แกออกมาทำอะไรแถวท่าเรือ’

‘ฉันออกมาซื้อของ...นี่ไง’ ฉันเปิดชายเสื้อให้เขาเห็นเข็มขัดเหน็บมีดสั้นที่คาดอยู่รอบเอว เมื่อเนปาพยักหน้ารับรู้ฉันก็นึกถึงเรื่องที่ต้องรีบเตือนเขา ‘อ้อ...ท่านต้องระวังตัวด้วย...ข่าวว่ามีโจรสลัดลอบเข้ามาได้’

‘ฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานีการค้าแจ้งข่าวพวกเราแล้ว...ฉันเองก็ต้องรีบกลับเข้าไปสถานีการค้า...ว่าแต่แกมีที่พักแถวท่าเรือรึเปล่า...ถ้าขืนเดินดุ่ม ๆ อยู่ข้างนอกแบบนี้ไม่ดีแน่’

ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบ...และนั่นทำให้เนปาต้องดึงแขนฉันให้เดินตามเขาไปยังสถานีการค้าในที่สุด...ฉันถูกสอบถามจากหัวหน้าผู้ดูแลความปลอดภัยหน้าประตูทางเข้า เนปาก็ให้คำยืนยันหนักแน่นว่าฉันเป็นเพื่อนของเขา...เราจึงสามารถเข้าไปในสถานีได้...และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันได้อยู่ใกล้ ๆ เนปาโดยที่เขายังไม่รู้ว่าฉันคือเพนนี

* * * * * * * * * * * * * *

ฉันตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะสัญญาณบอกเวลารุ่งสาง เนปาลุกขึ้นนั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว

‘หน้าตาแกนี่...คล้าย...’ เขาจ้องหน้านิ่ง แสงไฟจากตะเกียงในห้องส่องกระทบให้เห็นแววตาครุ่นคิดของเขา ฉันใจสั่นขณะรีบเอาผ้าคลุมผมที่หลุดลุ่ยมาพันปิดไว้เหมือนเดิม ‘แต่สีผิวไม่เหมือน...แกผิวคล้ำมาก...ฉันคงคิดมากไป’

‘ฉันต้องรีบออกไปจากที่นี่’ ฉันพยายามเปลี่ยนประเด็นความสนใจของเขา ‘ฉันต้องกลับเข้าไปที่หมู่บ้านวิลันดา...เมื่อวานเพนนีสั่งไว้ว่าให้รีบกลับ...แต่ฉันก็มัวแต่เดินเที่ยวจนไม่ได้ยินคำป่าวประกาศเตือนเรื่องโจรสลัด’

ดวงอาทิตย์เพียงเริ่มโผล่แสงรำไรขณะที่ฉันออกมาจากสถานีการค้า แม้จะรู้ว่าประตูเมืองยังไม่เปิด...แต่ก็จำเป็นต้องออกมาให้ห่างเนปาไว้ก่อนที่เขาจะเห็นหน้าตาของฉันได้ชัดเจนขึ้น

ใกล้เขตประตูเมืองยังหนาแน่นไปด้วยกองทหารเมืองสิงหลา ส่วนที่สถานีการค้าของบริษัท วี.โอ.ซี. ก็มีกองกำลังรักษาความปลอดภัยที่ทำงานแข็งขันมากกว่าปกติ ฉันคิดว่าพวกโจรสลัดที่เข้ามานั้นหาเรื่องฆ่าตัวตายชัด ๆ เว้นเสียแต่ว่าจะแอบปล้นร้านค้าชาวจีนที่อยู่ไกล ๆ ออกไปด้านทิศตะวันตก

และดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ฉันคิด...ขณะกำลังนั่งคอยให้ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า รอเวลาประตูเมืองเปิดนั้น สายตาของฉันก็เห็นควันไฟกำลังพวยพุ่งออกมาจากแถบบริเวณร้านค้าของชาวจีน เสียงเอะอะโกลาหลเริ่มขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วเมื่อกองเพลิงเริ่มขยายตัว พวกทหารตรงประตูเมืองรีบเร่งรุดไปที่เกิดเหตุเพื่อดับไฟ...กองกำลังรักษาความปลอดภัยของ วี.โอ.ซี. บางส่วนก็แยกไปช่วยดับไฟไม่ให้ลุกลาม

แต่ในขณะที่สายธารผู้คนกำลังไหลไปยังจุดที่มีเพลิงไหม้นั้น คนกลุ่มหนึ่งจำนวนสี่คนกลับเดินสวนทางออกมาด้วยท่าทีเยือกเย็นจนฉันผิดสังเกตุ...พวกเขาล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชาวจีน...แต่แสงจากคบไฟข้างทางใกล้จุดที่ฉันยืนอยู่ทำให้ฉันเห็นหน้าตาของพวกเขาซึ่งบ่งบอกได้เลยว่าไม่ใช่คนจีนอย่างแน่นอน พวกเขาเดินผ่านหน้าฉันไปก่อนจะเลี้ยวมุ่งหน้าไปยังท่าเรือไม้ซึ่งมีเรือประมงลำเล็กจอดเรียงรายอยู่หลายลำเพื่อรอเวลาขายปลาที่จับมาได้จากในทะเลสาบ

ฉันตัดสินใจแอบเดินตามไปเงียบ ๆ...กลุ่มคนที่ฉันสงสัยกระโดดลงไปในเรือลำหนึ่งที่อยู่ใกล้สุดก่อนจะเกิดการต่อสู้กับคนที่อยู่บนเรือ และนั่นทำให้ฉันต้องรีบขว้างมีดสั้นออกไปเพื่อช่วยเหลือชายเจ้าของเรือไว้ได้หวุดหวิด...ร่างของโจรที่ถูกมีดสั้นปักคาอกหล่นลงไปในน้ำเสียงดังตูม

 

‘ช่วยด้วย...โจรสลัดกำลังปล้นเรือหนีออกไป’ ชายเจ้าของเรือร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ...ซึ่งที่จริงฉันควรอ้าปากส่งเสียงร้องบอกให้พวกทหารได้ยินตั้งนานแล้ว

แสงไฟตะเกียงตรงหัวเรือทำให้ฉันพอจะมองเห็นหน้าตาของชายเจ้าของเรือได้บ้าง...และถ้าเข้าใจไม่ผิด...ฉันคิดว่าฉันเคยเจอกับเขามาแล้วสมัยอยู่ในร่างของสร้อย..เขาคือชายเจ้าของเรือที่ฉันใช้หนีขึ้นเรือสำเภาของกัปตันโจนาธานนั่นเอง

ขณะที่ฉันกำลังชะงักจ้องมองชายเจ้าของเรืออยู่นั้น เขาก็ถูกโจรคนหนึ่งรวบตัวและปิดปากไว้ได้  อีกสองคนที่เหลือต่างช่วยกันพายเรือออกไปจากท่า...แต่สิ่งที่พวกมันลืมไปด้วยความตื่นตกใจก็คือ...เชือกผูกเรือยังโยงไว้กับเสาไม้

ฉันรีบตวัดขว้างมีดสั้นตรงไปยังไหล่ของโจรที่หมายใช้ดาบสังหารเจ้าของเรือ...โจรผู้โชคร้ายสะบัดแขนร้องลั่นก่อนจะถูกชายเจ้าของเรือถีบตกน้ำไปอย่างรวดเร็ว...ที่ยังรอดอยู่คนหนึ่งพุ่งไปต่อสู้กับชายเจ้าของเรือ ส่วนอีกคนกระโดดขึ้นมาอยู่บนท่าเรือถือดาบยาวพุ่งตรงมาที่ฉันซึ่งถือมีดสั้นเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว

‘ปัง’ เสียงปืนดังขึ้นก่อนที่โจรจะค่อย ๆ ฟุบลงตรงหน้า เมื่อฉันหันหลังไปดูตามเสียงปืนจึงเห็นเนปายืนอยู่ไม่ไกลนัก

‘มันกำลังจะหนีแล้ว’ เสียงเนปาตะโกนและเล็งปืนไปทางเรือ

โจรคนที่เหลือตัดเชือกผูกเรือ และกำลังพายเรือออกไป ฉันใช้ช่วงเวลาจังหวะสั้น ๆ ที่มีอยู่วิ่งกระโดดลงเรือไปด้วย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายเจ้าของเรือซึ่งตอนนี้มีเลือดอาบบริเวณหน้าอกโถมตัวเข้าหาโจรที่กำลังพายเรือ เมื่ออีกฝ่ายเบียงตัวหลบได้ ชายเจ้าของเรือจึงหล่นตกจากเรือไป

‘ปัง’

ปืนของเนปาจัดการกับโจรคนสุดท้ายไว้ได้ ฉันจึงตัดสินใจกระโดดน้ำตามลงไปช่วยชายเจ้าของเรือไว้ หลังจากดำผุดดำว่ายจนคว้าร่างของเขาเจอจึงลากพากลับเข้าชายฝั่ง

ถึงตอนนี้ทหารกลับเข้ามาเต็มชายฝั่งที่ฉันพาร่างของชายผู้โชคร้ายขึ้นมาได้แล้ว

‘พาคนเจ็บไปรักษาตัว...เร็วเข้า’ เสียงทหารนายหนึ่งออกคำสั่ง ก่อนที่ชายเจ้าของเรือจะถูกนำตัวไป

หลังจากนั้น ฉันกับเนปาถูกนายทหารคนหนึ่งสอบความ

‘พวกโจรคงเผาร้านชาวจีนล่อให้ทหารไปทางโน้นหมด แล้วพวกมันก็ลอบหนีมาทางนี้... ชายเจ้าของเรือต่อสู้จึงได้รับบาดเจ็บ และพวกท่านทั้งสองมาช่วยไว้ได้’ นายทหารสรุปเรื่องราวก่อนจะหันไปดุลูกน้องเสียงเอะอะมะเทิ่ง ว่าได้สั่งให้ทหารส่วนหนึ่งคงกำลังไว้ที่ท่าเรือไม้ แต่ไม่มีใครอยู่ทำให้โจรสลัดมีช่องทางหนี

‘เรากลับได้แล้วใช่ไหม’ เนปาหันมาถามฉัน นั่นเพราะเขายังไม่เข้าใจภาษาที่นายทหารสิงหลาพูดนั่นเอง

ฉันพยักหน้าขณะใช้สองมือกอดอกเพราะรู้สึกหนาวลมที่พัดเข้าชายฝั่ง ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าเห็นแสงสีทองนวลตา ความสว่างเริ่มทำให้ฉันเป็นกังวลเพราะผ้าคลุมผมได้หลุดหายไปในน้ำเรียบร้อยแล้ว

‘เสื้อผ้าเธอเปียก...เธอควรไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สถานีการค้าก่อนกลับเข้าเมือง’

คำพูดของเนปาทำให้ฉันเอะใจ...ทำไมเขาใช้สรรพนามว่า...เธอ

‘ไม่เป็นไร...ฉันกลับไปตอนนี้เลยดีกว่า...ประตูเมืองจะเปิดแล้ว’

‘ทำไมเธอต้องโกหกฉันด้วย...เพนนี’ เสียงดุ ๆ มีแววประชดประชัน  เนปาจับไหล่ของฉันไว้แน่นจนฉันรู้สึกเจ็บ ‘ฉันสงสัยมาตลอดว่าชายแปลกหน้าคนนี้เป็นใครกันแน่...เมื่อคืนได้แอบดูหน้าเธอใกล้ ๆ ฉันก็สงสัย...และตอนนี้น้ำทะเลล้างสีผิวปลอม ๆ ของเธอออกไปหมดแล้ว...เธอจะบอกว่าเธอไม่ใช่เพนนีอีกรึไง...เพนนี ฟาน เมอเตส’

งานใหญ่ของฉันหลังจากนั้นคือการทำความเข้าใจกับเนปาซึ่งมีอาการเย็นชาใส่ฉันมากกว่าเมื่อตอนพบกันแรก ๆ เสียอีก แม้ฉันจะพยายามอธิบายว่าจำเป็นต้องแต่งกายแบบผู้ชายเพื่อปกป้องตัวเอง

‘แต่เธอควรบอกความจริงกับฉันตั้งแต่วันที่ไปช่วยเธอจนได้รับบาดเจ็บ’ เนปายังมีนำเสียงแข็งกร้าวไม่แพ้แววตาเฉยเมย ‘เธอยังโกหกว่ากำลังว่ายน้ำอยู่ที่คลองหน้าบ้านด้วยซ้ำตอนที่ฉันไปหาด้วยความเป็นห่วง’

‘ฉันขอโทษ...ฉันรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกความจริงกับท่าน...แต่ตอนนั้นเหตุการณ์หลายอย่างมันพาไป...และฉันก็อยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วท่านคิดอย่างไรกับฉันกันแน่’

เนปาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลลงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

‘ฉัน...ฉันแค่เป็นห่วงเธอ... เพราะฉันโทษตัวเองมาตลอดว่าฉันเป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องออกไปอยู่ตามลำพัง....เธอเป็นผู้หญิงอาจมีอันตรายได้’

‘นั่นไง...เพราะการเป็นผู้หญิงอาจมีอันตราย  ฉันก็เลยต้องแต่งกายเป็นผู้ชายเวลาไปไหนมาไหนไงเล่า’ ฉันได้ทีเน้นย้ำให้เขาเข้าใจเหตุผลอีกครั้ง ‘และท่านไม่ต้องโทษตัวเองหรอก...ถึงยังไงมะเตโอสก็สมควรโดนสั่งสอนเสียบ้าง’

‘ท่านเมอเตสมีบุญคุณกับฉันมาก...ฉันไม่มีทางทำร้ายมะเตโอสเด็ดขาด’ เนปาบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแววตาจริงจังจนฉันรู้สึกหนักใจเพราะรู้ว่าฝ่ายมะเตโอสคิดอย่างไรกับเนปา

‘แต่...ท่านก็ควรระวังตัวจากมะเตโอสไว้...เขาจะจงเกลียดจงชังท่านไปอีกนานเลยล่ะ’ ฉันบอกไปตามตรง

‘ฉันอยู่ที่นี่...ไม่ค่อยได้ไปเจอเขาในเมืองบ่อยนัก...คงไม่มีเรื่องให้เขาต้องขุ่นเคืองใจอะไรอีก’

‘ตรงกันข้ามสิไม่ว่า’ ฉันแอบบ่นเบา ๆ กับตัวเองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ได้รับรู้มาสมัยอยู่ในร่างของสร้อย

 * * * * * * * * * * * * * *





Create Date : 12 กรกฎาคม 2557
Last Update : 14 กรกฎาคม 2557 22:30:33 น. 2 comments
Counter : 575 Pageviews.

 
เดี๋ยวมาอ่านนะคะพี่แกะ ดึกๆหน่อยค่า ^^


โดย: lovereason วันที่: 13 กรกฎาคม 2557 เวลา:19:56:37 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
หายไปหลายวันกำลังคิดถึงอยู่
โหวตให้ค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


~My Birthday is on April 14~Literature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: pantawan วันที่: 13 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:47:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.