Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2558
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๒๓ ฝาแฝด


วันเวลาที่แสนสุขและแสนเศร้าบางครั้งก็เดินทางมาถึงชีวิตคนเราแทบจะพร้อม ๆ กันจนยากที่จะทำใจให้ยอมรับความเป็นจริง...สร้อยลืมตาขึ้นมาดูโลกในรุ่งสางของกลางเดือนกุมภาพันธ์ สร้างความปิติยินดีให้กับทุกคนในครอบครัวลุงทองกับยายจันทร์ แน่นอนว่ารวมทั้งฉันและเนปาที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยียนครอบครัวนี้อยู่บ่อยครั้งที่มีโอกาส

ทันที่ที่สายตาสัมผัสกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลของเด็กหญิงแรกเกิดในอ้อมแขนของยายจันทร์ที่อุ้มหลานออกมานอกห้องคลอด ทำให้ฉันกลั้นน้ำตาด้วยความปิติไว้ไม่อยู่...เราได้เจอกันแล้วนะสร้อย

‘แม่ฉายล่ะ...แม่ฉายเป็นอย่างไรบ้าง’ ฉันสอบถามอาการแม่ของสร้อยด้วยน้ำเสียงร้อนรน

ยายจันทร์ก็เหมือนจะรู้อาการเจ็บป่วยของหลานสาวภายหลังคลอดลูกออกมาแล้วเป็นอย่างดี

‘ร่างกายแม่ฉายอ่อนแอมาก...เหมือนรกจะออกมาไม่หมดทั้ง ๆ ที่ฉันใช้ยาทุกขนานและทุกวิธีที่มีแล้ว รกค้างอยู่ในท้องของมันทำให้ตกเลือดมากจนน่ากลัวว่าอาจจะไม่รอด’ ยายจันทร์เผยความในใจทั้งน้ำตา ‘ฉันเป็นหมอตำแยทำคลอดให้คนมามากมาย แต่กลับช่วยหลานตัวเองไว้ไม่ได้’

‘สมุนไพรที่ใช้ขับรกออกล่ะยาย...ให้แม่ฉายกินแล้วใช่ไหม’ ฉันถามอย่างร้อนรนด้วยกลัวว่ายายจันทร์อาจตะลึงตะลานพลาดการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่งไป

‘ฉันให้กินแล้ว  แต่ก็ไม่ได้ผล’ ยายจันทร์บอกหลังจากส่งทารกแรกเกิดให้แม่เปลื้องรับไปอุ้มต่อ ‘พาหลานไปนอนก่อนนะแม่เปลื้อง ฉันจะกลับเข้าไปดูอาการแม่ฉาย’

‘ฉันขอเข้าไปดูแม่ฉายด้วยคน’ ฉันรีบอาสา

‘ไม่ได้...เอ็งเป็นชายอื่นไม่ใช่ผัวแม่ฉาย เอ็งจะเข้าไปได้อย่างไร’ ยายจันทร์ หันมาส่งเสียงดุเบา ๆ

‘แต่ฉันเป็นหมอไม่ใช่รึ...ฉันควรจะได้เข้าไปช่วยดูแลแม่ฉาย’ ฉันยังมิวายดื้อรั้น แม้จะรู้ดีว่าในยุคสมัยนี้ผู้คนยังเชื่อเรื่องห้ามชายอื่นเข้าไปในห้องทำคลอดของหญิง เพราะจะทำให้ผิดผี และหญิงคนนั้นจะมีอันเป็นไป 

‘ขอบใจในความหวังดีและห่วงใยของเอ็ง’ ลุงทองให้คำตอบอันแสนน่าอึดอัดขัดใจฉันอีกคน ‘แต่ถ้าแม่ฉายเป็นอะไรไป...เอ็งจะถูกตราหน้าว่าเป็นสาเหตุทำให้แม่ฉายต้องตาย’

แม้น้ำเสียงของลุงทองจะบ่งบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้มีความเชื่ออย่างที่พูดออกมาสักเท่าไหร่นัก...แต่เขาก็รีบกันฉันไว้เพื่อให้ยายจันทร์เข้าไปในห้องทำคลอดและปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว

‘ถ้าเป็นหมอหญิง...พวกท่านจะยินยอมให้เข้าไปช่วยรักษาใช่ไหม’ ฉันพูดเสียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของคนอื่น ๆ ‘ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็สามารถเข้าไปข้างในได้ เพราะที่จริงแล้ว...ฉันเป็นผู้หญิง’

ฉันรู้สึกได้ในทันทีทันใดว่าสายตาของลุงทอง เคว็ด กับแม่เปลื้องต่างหันมาจ้องมองที่ฉันเป็นจุดเดียว...ฉันยืนยันให้พวกเขาเชื่อด้วยการปลดผ้าคลุมศีรษะเผยให้เห็นเส้นผมสีน้ำตาลสลวยที่ถูกมัดไว้ก่อนจะแก้เชือกผูกและสยายผมยาวลงมาเคลียหลัง

‘ฉันเป็นผู้หญิง...เนปายืนยันเรื่องนี้ได้’ ฉันหาตัวช่วยอีกคน

เนปาซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ รีบพยักหน้ายืนยันตามที่ฉันต้องการ...ฉันใช้ช่วงจังหวะที่คนอื่น ๆ กำลังตกตะลึงนั่นเองวิ่งไปยังประตูและเปิดเข้าไปข้างในห้องที่แม่ฉายกำลังร้องโอดครวญอยู่

‘แม่ฉาย...นี่ฉันเอง...แก้ว’ ฉันรีบนั่งลงกุมมือของแม่ฉายไว้เพื่อจับการเต้นของหัวใจ...ชีพจรของแม่ฉายอ่อนแรงและช้าอย่างน่าใจหาย...สีหน้าของเธอซีดเผือดเหงื่อแตกพร่าอย่างน่าสงสาร

‘เจ้าแก้ว...ทำไมถึงเข้ามาในนี้’ ยายจันทร์มีสีหน้าตื่นตกใจ สายตาจ้องมองมาที่ผมยาวถึงกลางหลังของฉัน

‘อย่ากลัวไปเลยยายจันทร์...เอ่อ...ที่จริงแล้วฉันเป็นผู้หญิง’ ฉันสารภาพไปตรง ๆ

‘ฉัน...คิดไม่ผิด’ เสียงแม่ฉายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาเหวง ‘ฉัน...สงสัยพี่มาตั้งแต่แรก ๆ แล้ว...แต่เห็นว่าพี่...เป็นคนดี และคงมีเหตุผล...ที่ต้องปิดบัง...ปลอมเป็นชาย’

‘เอ็งอย่าเพิ่งพูดอะไรมากเลยตอนนี้...กินยาสมุนไพรขับรกนี่อีกขันเผื่อจะดีขึ้น’ ยายจันทร์เตือนหลานสาว

‘ฉันจะฝังเข็มเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดไม่ให้แม่ฉายทรมานมากนัก’ ฉันบอกขณะหยิบอุปกรณ์ฝังเข็มออกมาจากย่ามสะพายอย่างรีบเร่ง ‘ตอนนี้ยายจันทร์ต้องทำทุกวิธีให้รกที่ค้างอยู่ออกมาให้ได้’

เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากที่แม่ฉายกินยาขับรกขันที่สอง ก้อนสีแดงคล้ำเกือบดำขนาดใหญ่กว่ากำปั้นไหลปนออกมากับเลือดช่วยทำให้แม่ฉายคลายความทรมานลงได้ในที่สุด

‘นี่...ไม่ใช่รก...แต่เป็นเด็กฝาแฝดอีกคนในท้อง...มันไม่ได้โตเหมือนคนที่รอด...จึงได้ตายอยู่ในท้องนี่อย่างน่าเวทนา’ คำอธิบายของยายจันทร์ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกและเหมือนจะเป็นลม

สร้อยมีพี่น้องฝาแฝดที่ไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาดูโลก...ฝาแฝดที่ไม่เจริญเติบโตและต้องตายไปตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ฉาย

* * * * * * * * *

ทุกคนในครอบครัวต่างเบาใจที่แม่ฉายรอดตายจากการคลอดลูกในคราวนั้น แต่สำหรับฉันที่รู้อนาคตว่าถึงอย่างไรเสียอีกไม่นานนี้แม่ของสร้อยก็จะตายจากไป จึงได้หมั่นมาดูแลเธอและลูกอยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าฉันคือเพนนี ฟาน เมอเตส จะทำให้ยายจันทร์ ลุงทอง และเคว็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่เปลื้องมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมากก็ตาม...และฉันทำได้เพียงรอเวลาให้พวกเขาปรับตัวปรับใจเท่านั้นเอง

‘ฉันขอโทษลุงกับป้าจริง ๆ ...แต่ขอยืนยันว่าฉันมีความจำเป็นต้องปลอมเป็นชายเพื่อปกป้องตัวเองให้อยู่รอดได้อย่างปลอดภัย’ ฉันถือโอกาสเหมาะอธิบายกับสองผัวเมียผู้มีบุญคุณตามลำพังอีกครั้ง ‘ตอนนี้ฉันขอร้องเพียงว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้ให้คนอื่น ๆ รู้...ฉันอยากใช้ชีวิตเป็นผู้ชายในฐานะหมอแก้วต่อไปมากกว่าที่จะให้คนอื่น ๆ รู้ว่าฉันคือเพนนี ฟาน เมอเตส’

‘ปลอมเป็นชายเพื่ออยู่รอดอย่างไรกันเล่า...ไหนจะต้องลำบากไปเป็นหมอทหาร ออกไปกับกองทัพ...ถ้าข้ารู้ตั้งแต่ตอนนั้น...ข้าไม่ยอมให้เจ้าไปเป็นหมอทหารหรอก’ ลุงทองยังมีน้ำเสียงฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจอยู่ครามครัน แต่ฉันรู้สึกได้ว่าลุงได้โกรธมากเท่าวันแรก ๆ ที่รู้ความจริงแล้ว

‘เรื่องราวที่มาของเจ้ายังแปลก ๆ อยู่นะ...เป็นชาวดัตช์เดินทางมาจากที่อื่น...แต่ทำไม...พูดภาษาพวกเราได้คล่องปร๋อนัก’ ยายจันทร์ยังคงสงสัยประเด็นที่ฉันยังไม่ได้บอกความจริงที่แสนซับซ้อน

ในขณะที่กำลังอึกอักหาคำตอบให้ยายจันทร์อยู่นั้น เสียงร้องไห้จ้าของเด็กที่ดังมาจากห้องนอนของแม่ฉายก็เข้ามาช่วยฉันไว้ได้ทันพอดี

‘ลูกคงกินไม่อิ่ม...สองวันมาแล้วที่น้ำนมของฉันมีน้อยเหลือเกิน’ แม่ฉายบอกด้วยสีหน้าอ่อนเพลียในทันทีที่ฉันเข้าไปหาเธอและลูกในห้อง

สร้อยยังคงร้องไห้จ้าตามประสาเด็กทารกผู้หิวโหยนม แต่แปลกที่ฉันกลับยิ้มออกมาได้...เพราะเสียงร้องไห้ของสร้อยทำให้ฉันรู้สึกหวนคิดไปถึงเสียงของเธอที่ชอบแผดแว้ด ๆ อยู่ในหัวของฉันยามที่เธอรู้สึกไม่พอใจและอยากเอาชนะ

‘เมียของเจ้าฉ่ำเพิ่งคลอดลูกก่อนเอ็งไม่นาน...ข้าจะไปขอช่วยให้มันแบ่งนมให้ลูกเอ็งบ้าง’ ยายจันทร์หาทางออกได้อย่างรวดเร็ว ‘ข้าจะเอานังสร้อยไปกินนมเมียเจ้าฉ่ำ’

ยายจันทร์อุ้มสร้อยเดินลงจากเรือนเพื่อไปยังเรือนของฉ่ำที่ปลูกขึ้นใหม่อยู่ใกล้ ๆ กัน ทำให้ฉันมีเวลาพูดคุยกับแม่ฉายเพียงลำพัง

‘พี่แก้ว...เมื่อไหร่เบนจะกลับมาหาฉันกับลูก’ แม่ฉายเริ่มแสดงความอ่อนแอภายในใจให้เห็น...และขณะเดียวกันฉันก็รู้สึกดีใจมากที่เธอยังคงเรียกฉันว่า...แก้ว ซึ่งเป็นชื่อที่แท้จริงของฉันเอง ‘กลัวเหลือเกินว่าฉันอาจไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะอยูรอเขาได้ไหว’

‘แม่ฉายต้องเข้มแข็งรอเบนกลับมาหา...ต้องสร้างกำลังใจเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บให้ได้...แม่ฉายเสียเลือดไปมากตอนคลอดลูก...อย่าปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอเพราะจะมีโรคแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนปกติ’ ฉันบอกอาการของเธอตามความเป็นจริง ‘อย่าลืมนะว่าสร้อยต้องการแม่ฉายมากที่สุด มากกว่าใคร...แม่ฉายจึงต้องเข้มแข็งให้มากเข้าไว้’

ขณะกำลังประคองแม่ฉายให้ลุกขึ้นทานยานั้น เสียงโวยวายของลุงทองจากใต้ถุนเรือนก็แผดดังขึ้นอย่างน่าตกใจ ก่อนที่เสียงของแม่เปลื้องจะดังตามขึ้นมาหลังจากนั้น

‘ถ้าลุงไม่ยอมยกฉันให้นายทหารเปอลุส ฉันก็จะหนีตามไปอยู่กับเขาเอง’

‘แม่ฉายกินยาให้หมดขันแล้วนอนพักผ่อนให้มาก ๆ  ฉันขอตัวลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่าง’ ฉันบอกแม่ฉายก่อนจะรีบผลุนผลันลงจากเรือนไปยังใต้ถุนบ้าน

ภาพที่เห็นคือลุงทองกำลังยืนถือพร้าด้ามยาว ชี้หน้าด่าแม่เปลื้องและชายหนุ่มในชุดทหารรับจ้างที่ฉันสุดแสนจะคุ้นตา เพราะเป็นชุดแบบเดียวกับของเนปา และฉันจำได้ว่าเขาคือนายทหารรับจ้างชาวดัตช์หน่วยประจำการท่าเรือ ซึ่งผู้บังคับบัญชาของเนปานั่นเอง

‘เจ้าแก้ว...ช่วยพูดกับแม่เปลื้องที...มันเป็นบ้าไปแล้วที่คิดจะออกเรือนไปอยู่กินกับทหารรับจ้างชาวต่างเมืองหัวแดงนั่น...มันไม่เห็นชะตาของน้องสาวมันรึอย่างไร...สุดท้ายลูกมันก็ไม่มีพ่อ’ ลุงทองรีบหาผู้ช่วยทันควัน

‘แหม่...ลุง’ แม่เปลื้องขึ้นเสียงสูงหันมาทำตาขวางใส่ฉันทันที ‘ลุงลืมไปรึอย่างไร...ว่าคนที่ลุงเรียกว่าเจ้าแก้ว แท้ที่จริงเขาเป็นใคร...รึลุงจะให้ฉันย้ำอีกทีว่าแท้ที่จริงแล้วเขาก็เป็นพวกหัวแดงที่ลุงรังเกียจเหมือนกัน  มิซ้ำยังหลอกลวงเรามาตลอดเวลา...ฉันไม่ลืม  และไม่มีวันยกโทษให้ผู้หญิงคนนี้’

‘ฉันขอโทษจริง ๆ แม่เปลื้อง...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวง’ ฉันได้แต่ย้ำคำว่าขอโทษมาหลายครั้งแล้ว แต่ดูเหมือนแม่เปลื้องจะไม่ยอมรับสักที

‘รู้ทั้งรู้ว่าฉันหลงรักผู้ชายที่ชื่อแก้ว...แต่ก็ไม่ยอมบอกความจริงกับฉัน...ปล่อยให้ฉันโง่งมหลงรักมานานแสนนาน’ แม่เปลื้องพูดน้ำเสียงอัดอั้นน้ำตาไหลลงอาบแก้มจนฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความผิดมหันต์จนไม่น่าให้อภัยจริง ๆ ‘มาวันนี้ฉันตัดสินใจจะออกเรือนไปอยู่กับคนที่รักฉัน...ก็อย่าได้มีใครมาขัดขวางอีกเลย’

‘เขาไม่ได้รักแม่เปลื้องจริง ๆ หรอก...สักวันเขาจะทำให้แม่เปลื้องเสียใจ’ ฉันระเบิดออกไปในที่สุด ‘อย่าประชดความผิดหวังเรื่อง..เอ่อ...เรื่องของเราด้วยการออกเรือนไปอยู่กับผู้ชายคนนี้เลยแม่เปลื้อง’

ด้วยความไม่ทันระวังฉันจึงเดินเข้าไปเพื่อหวังจะดึงตัวแม่เปลื้องออกมาคุยให้รู้เรื่อง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาราวสายฟ้าฟาดคือพลังฝ่ามือของแม่เปลื้องที่ตบลงบนใบหน้าของฉันอย่างแรง

แม่เปลื้องไม่อยู่รอดูอิทธิฤทธิ์ฝ่ามือของเธอสักนิด แต่กลับจูงมือนายทหารเปอลุสซึ่งมีสีหน้ามึนงงเดินจากไปขึ้นรถม้าโดยไม่ฟังเสียงเรียกของลุงทองแม้แต่น้อย

‘สักวันหนึ่ง...น้ำตามันจะเช็ดหัวเข่าเหมือนน้องสาวมัน’ ลุงทองสบถตามออกมาด้วยความคับแค้นใจ เขาทิ้งพร้าลงกับพื้นและเดินไปหลังบ้านปลอยให้ฉันยืนซึมกระทืออยู่ใต้ถุนเรือนเพียงลำพัง

* * * * * * * * *

เวลาผ่านไปประมาณสี่เดือนหลังจากนั้น ภารกิจการช่วยรักษาชาวบ้านที่ค่ายกักกันผู้ป่วยก็ได้สิ้นสุดลง แต่ฉันก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเขตวัง เพราะต้องรอดูอาการให้แน่ชัดว่าฉันไม่ได้ติดเชื้อโรคที่อาจจะนำไปแพร่ในหมู่สาวรับใช้ในวังได้ ...นั่นนับเป็นความโชคดีสำหรับฉันที่ยังมีเวลาแวะเวียนมาหาแม่ฉายกับสร้อยได้บ่อย ๆ ฉันรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ได้ติดเชื้อโรคใด ๆ เพียงแต่ไม่ได้ให้คำรับรองต่อเจ้าหน้าที่ในวังเพื่อถ่วงเวลาเข้าพบองค์มุตตาฟาเท่านั้นเอง

สร้อยเข้าสู่วัยเริ่มหัดคลาน และดูเหมือนจะเป็นเด็กที่ยิ้มหวานสดใสที่สุดในโลกสำหรับฉัน มิหนำซ้ำเสียงหัวเราะของสร้อยยังฟังไพเราะที่สุดอีกด้วย

‘ดูท่าท่างเธอจะรักเด็กคนนี้มาก’ เนปาพูดขณะจ้องมองฉันอุ้มเด็กน้อยเดินเล่นอยู่บริเวณริมคลองหลังบ้านของยายจันทร์ในเย็นวันหนึ่ง

‘ท่าน...ก็จะรักเด็กคนนี้ไม่น้อยไปกว่าฉันเลย’ ฉันบอกไปตามความจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

‘คงเหมือนที่ฉันรู้สึกเอ็นดู...อัสฟา’ เนปาบอกกล่าวความรู้สึกภายในใจที่ทำให้ฉันรู้สึกจุกขึ้นมาทันที ‘ตอนนี้เขาโตขึ้นมาก...โชคดีที่ฉันตามหาญาติทางแม่ของเขาเจอ...จึงยอมให้เขาไปอยู่กับญาติได้’

‘ฉันรู้มาว่าท่านจ่ายเงินให้ญาติของอัสฟาเพื่อพวกเขาจะได้ช่วยเลี้ยงดูเด็กนั่น...จิตใจของท่านช่างดีงามนัก...เนปา’

‘อาจเป็นเพราะฉันได้รับความรักความเมตตาจากท่านเมอเตสมาก่อน...ฉันจึงอยากแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นบ้าง’ เนปาเผยความในใจ ‘การเป็นคนที่ไม่รู้อดีต ไม่รู้กำพืดตัวเองนี่มันอ้างว้างนัก...ตอนนี้ในชีวิตของฉัน...คนสำคัญมีเพียงเธอ ท่านเมอเตส และอัสฟาเท่านั้น’

ฉันอยากบอกเล่าความจริงให้เนปารับรู้เหลือเกิน แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกหรือเปล่า...เพราะมันเป็นความจริงที่แสนซับซ้อนเหลือเกิน

“ดิน...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...แก้วจะเป็นกำลังใจให้คุณเสมอและตลอดไป” ฉันลองพูดด้วยภาษาไทยเพื่อหยั่งเชิงอาการของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า “ความจริงแล้วอดีตของคุณไม่ได้อยู่ในยุคนี้....เราสองคนต่างเป็นคนในยุคอนาคต...และชื่อที่แท้จริงของคุณคือ...ดิน”

“เธอว่ายังไงนะ” เขาพูดด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่ง ๆ กลับมาเช่นกัน แววตาของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอย่างหนัก

“คุณเข้าใจภาษาที่ฉันพูดใช่ไหม...ดิน” ฉันพยายามต่อไป

“ผมเข้าใจ...แต่...นี่คือภาษาอะไร...ทำไมผมเข้าใจภาษาที่คุณพูด” เขายกมือขึ้นกุมศีรษะไว้แน่น อาการปวดของเขาคงเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกแล้ว “แต่ผมไม่เข้าใจ..สิ่งที่คุณบอก...เรามาจากอนาคต...ผมชื่อดิน...หมายความว่ายังไง”

เนปาคงยังไม่รู้ตัวว่าเขาก็พูดด้วยภาษาไทยเช่นเดียวกับฉัน ขณะที่กำลังลังเลใจว่าจะฝืนเรียกความทรงจำของเขาต่อไป หรือจะหยุดอยู่เพียงเท่านั้น สร้อยก็ส่งเสียงร้องไห้จ้าขึ้นมา

‘สร้อยคงได้เวลากินนมแล้ว  ฉันจะพาเธอไปกินนมของเมียเจ้าฉ่ำ’ ฉันเปลี่ยนมาพูดกับเนปาด้วยภาษาดัตช์เหมือนเดิมเพื่อให้เขาหายจากอาการปวดที่ศีรษะ

เนปายังคงเดินตามฉันมาติด ๆ ท่าทางของเขาคล้ายกำลังสับสนเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนอาการปวดศีรษะของเขาจะทุเลาลงอย่างรวดเร็ว...ฉันคิดว่านั่นอาจเป็นนิมิตรหมายที่ดี...บางทีอาจใกล้ถึงเวลาที่เนปาจะต้องรู้ความจริงเกี่ยวกับชีวิตของตัวเองแล้ว


* * * * * * * * *




Create Date : 27 พฤษภาคม 2558
Last Update : 16 มิถุนายน 2558 21:46:19 น. 0 comments
Counter : 369 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.