Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
4 กุมภาพันธ์ 2558
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๒๑ เหล่าเด็กน้อย

 

 

ฉันกลับไปเก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็นที่บ้านริมคลอง ก่อนจะไปที่บ้านเมอเตสเพื่อบอกกล่าวแก่วิเลียนว่าฉันจำเป็นต้องเข้าไปทำงานในเขตวังองค์สุลต่าน  เพื่อที่เธอจะได้แจ้งข่าวนี้แก่ท่านเมอเตสและเนปา แต่ถือเป็นความโชคดีของฉันที่เนปาเดินทางมาถึงก่อน

 

เนปาไม่ได้ปรากฏตัวที่หน้าบ้านเมอเตสเพียงลำพัง มือข้างหนึ่งของเขาจูงมือเด็กชายร่างผอมกะหร่องหน้าตามอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ่นผมเผ้ารุงรังมาด้วย เมื่อได้เห็นหน้าเด็กน้อยใกล้ ๆ ทำให้ฉันต้องร้องอุทานออกมาด้วยความที่คาดไม่ถึง...แววตาของอัสฟา ในวัยประมาณ ๓ ขวบ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ฉันนึกถึงภาพความทรงจำที่อัสฟากอดอำลาหญิงคนรักก่อนออกจากโพรงหิน...และที่สำคัญกว่านั้น...เขาคือคนที่ทรยศต่อสิงหลา...และหักหลังเนปา

 

‘อัสฟา’ ฉันได้ยินเสียงตัวเองพูดเหมือนกำลังละเมอออกไป

 

‘เธอรู้จักเขามาก่อนหรือ’ เนปาถามด้วยสีหน้าบ่งบอกว่ากำลังแปลกใจ

 

ฉันพยักหน้า...ในใจนั้นร้อนรนรนอยากจะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เนปาได้รับรู้...เกี่ยวกับอัสฟาในอนาคต...แต่ก็นั่นล่ะ...เนปาจะเชื่อฉันหรือ...ยิ่งตัวเขาที่ความจำเสื่อมไม่รู้อดีตของตัวเองก็ทำให้เขาสับสนมากพอแล้ว...ฉันจึงต้องรอเวลาและโอกาสที่เหมาะสมเพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้เขาได้รับรู้ความจริง

 

‘เธอคงเคยเจอเขาที่ตลาดท่าเรือ’ เนปาสรุปเอาเอง...ฉันก็เพิ่งรู้ตอนนี้นี่ล่ะว่าอัสฟาอยู่ที่ไหน ‘ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มีคนเคยเห็นหญิงสาวอุ้มลูกชายมานั่งขอทานที่ตลาด...ไม่กี่วันมานี้เธอได้หายตัวไป...ทิ้งอัสฟาไว้ตามลำพัง...เขานั่งขอทานในตลาด...คนแถวนั้นให้กินเศษอาหารเหลือ ๆ...วันนี้ฉันไปเจอเข้า...อาจเพราะรู้สึกถูกชะตาและสงสารจึงนำเขามาด้วย

‘เด็กคนนี้น่าตาน่ารักเชียวล่ะ...ถ้าได้อาบน้ำแต่งตัว...และมีเนื้อมีหนังแบบเด็กปกติ’ วิเลียนเป็นคนลงไปนั่งคุกเข่าและรับตัวเด็กน้อยอัสฟามาสวมกอดไว้...ฉันคิดว่าวิเลียนช่างเป็นนางฟ้าเดินดินจริง ๆ...เพราะเธอมีจิตใจที่ดีงามเสมอ ‘ว่าแต่ท่านจะให้เขาอยู่ที่ไหน...เพราะที่สถานีการค้านั้นคงไม่เหมาะสำหรับเด็ก...มันอึกทึกและอาจไม่มีคนช่วยดูแลยามที่ท่านออกรบ’

 

ฉันไม่ได้ตาฝาดไปหรอกที่เห็นเนปาชำเลืองสายตามาที่ฉัน...แต่อาจเพราะสายตาเย็นชาของฉันที่มองไปยังอัสฟาจึงทำให้เขาเปลี่ยนใจ

 

‘ฉันจะมาขออนุญาตท่านเมอเตส...ให้อัสฟาอาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อนสักพัก...เมื่อบ้านของฉันสร้างเสร็จแล้วจึงจะพาเขาไปอยู่ที่นั่น’ เนปาให้คำตอบก่อนคำถามหยั่งเชิง ‘แต่...ช่วงที่ฉันไม่อยู่...คงไม่รบกวนเกินไปใช่ไหมที่จะขอร้องให้เธอช่วยดูแลเขาบ้าง...วิเลียน’

 

แม้จะเป็นการดีที่สุดแล้วที่เขาเลือกวิเลียนให้ช่วยดูแลอัสฟา...แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นนางมารร้ายอย่างที่สร้อยเคยว่าไว้จริง ๆ เมื่อเผลอพูดความรู้สึกในใจออกไป

 

‘ท่านควรจะคิดให้ดีก่อนจะนำเด็กที่ไหนมาเลี้ยง’ ฉันพูดเสียงห้วนจนฉันเองยังตกใจ ‘อีกอย่าง...มะเตโอสจะยอมหรือ...ลำพังท่านเพียงคนเดียวเขาก็ไม่ชอบใจแล้ว...นี่ยังมีอัสฟามาอีกคน’

 

‘เพนนี...เธอเป็นอะไรไป’ วิเลียนส่งเสียงตำหนิ ‘เนปาก็บอกแล้วว่าขอให้อัสฟาอยู่ที่นี่จนกว่าบ้านของเนปาจะสร้างเสร็จ...และฉันก็ยินดีช่วยดูแลอัสฟา’

 

‘ฉันจะพาเขาไปอยู่ที่อื่นเมื่อถึงวันที่มะเตโอสกลับมา’ เนปาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงคล้ายกำลังน้อยใจอยูครามครันจนฉันรู้สึกผิดที่มีอคติต่ออัสฟาตั้งแต่เขายังเล็ก...ซึ่งมันช่วยไม่ได้จริง ๆ หากในอนาคตอัสฟาจะกลายเป็นคนทรยศหักหลังพวกเรา

 

เนปาอุ้มพาเด็กน้อยอัสฟาเข้าไปในห้องของเขาโดยไม่สนใจท่าทีหงุดหงิดของฉันอีก...ความรู้สึกสับสนกำลังไหลวนฟาดงวงฟาดงาจนอกฉันแทบจะระเบิด...แต่จำเป็นต้องนิ่งและข่มใจให้อดทนไว้...ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านายทหารเนปาเป็นคนเลี้ยงและดูแลอัสฟามาตั้งแต่เด็ก...เนปาจะเจ็บช้ำน้ำใจถึงเพียงใดกันนะ...เมื่อรู้ความจริงในอนาคต

  

ฉันคิดว่าเนปาคงกำลังน้อยใจในคำพูดร้ายกาจของฉันอยู่เป็นแน่...เขาจึงเงียบและไม่ออกมานอกห้อง...วิเลียนเข้าไปดูและกลับออกมาบอกฉันว่า...ผู้ชายทั้งสองคนในห้องนั้นนอนหลับไปแล้วทั้งคู่

 

‘เนปาคงจะเหนื่อย...และเด็กคนนั้นก็...น่าเวทนา’ วิเลียนอ้อมแอ้มพูดคล้ายกำลังกลัวว่าฉันจะโกรธ

 

‘ฉันขอโทษ...วิเลียน...ฉันไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี...เอาเป็นว่า...ฉันขอฝากให้เธอช่วยดูแลพวกเขาด้วย...ฉันต้องเดินทางไปในวังองค์สุลต่านแล้ว’ ฉันตัดใจบอกไปด้วยความรู้สึกหดหู่...เนปาอาจจะพาลเกลียดฉันไปแล้วก็ได้ในตอนนี้

 

‘ว่าแต่เธอจะไม่บอกเนปาด้วยตัวเองก่อนหรือ...ว่าเธอต้องเข้าไปดูแลท่านมุตตาฟา’ วิเลียนจับมือฉันไว้...เธอคงรู้ว่าฉันอยากบอกกับเนปาด้วยตัวเอง ‘ฉันคิดว่าเนปาไม่ได้หลับจริง ๆ หรอก...เขาอาจกำลังมีอาการปวดหัวเหมือนที่เคยเป็นบางเวลาก็ได้’

 

‘ถ้าเป็นอย่างนั้น...ฉันก็ไม่ควรกวนใจบอกเรื่องนี้ให้เขาปวดหัวมากขึ้นไปอีก’ ฉันบอกก่อนจะยิ้มปลอบขวัญตัวเอง ‘เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกวิเลียน...ท่านมุตตาฟาเป็นคนดีมีเมตตาและเป็นสุภาพบุรุษที่น่านับถือ’

 

‘ฉันก็ได้ยินมาอย่างนั้น...ฉันดีใจที่ท่านให้ความเมตตาต่อเธอ...เพนนี...ฉันขอให้เธอโชคดี’ วิเลียนบอกก่อนจะกอดลาฉันในห้องโถงใหญ่

  *********************

 

 

ฉันเดินทางเข้าไปรายงานตัวที่เรือนท่านมุตตาฟาในฐานะของเพนนี ฟาน เมอเตส ตามเงื่อนไขที่ท่านได้กำหนดไว้...เนื่องจากตามกฎแล้วมีเพียงสตรีเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่รับใช้ประจำเรือน   

 

เพียงวันแรกในการทำงานเป็นหมอหญิงดูแลท่านมุตตาฟา ทำให้ฉันมีโอกาสได้ยินชื่อของท่านหญิงปารีซาจากเหล่าหญิงรับใช้คนอื่นๆ...ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านหญิงปารีซาในวัยหนึ่งขวบนั้นช่างงดงามราวเทพธิดา...บ่ายวันต่อมาฉันจึงพยายามหาโอกาสไปที่เรือนเล็กหลังหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับเรือนของท่านมุตตา...แม้จะได้เห็นท่านหญิงองค์น้อยในระยะไกล ๆ...แต่น่าแปลก...ที่ฉันรู้สึกตื้นตันใจและมีความสุขเหลือเกิน

 

ขณะกำลังจะกลับจากการเฝ้าแอบดูท่านหญิงปารีซานั้น...ภาพหนึ่งที่สะดุดตาและสะดุดใจฉันมากที่สุดจนถึงกับต้องหยุดนิ่งเฝ้ามองต่อไปก็คือ...เด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งฉันคิดว่าไม่ใช่ใครที่ไหน...ท่านมุสซาร์...ผู้ตกหลุมรักท่านหญิงตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง

 

‘ข้าขออุ้มท่านหญิง...ได้โปรด’ ท่านมุสซาร์ในวัยประมาณแปดปีซอยเท้าเร่า ๆ อย่างคนนิสัยเอาแต่ใจขณะร้องตะโกนดังลั่นจนคนที่นั่งรายล้อมแถวนั้นหัวเราะลั่นด้วยความเอ็นดู ‘นางเป็นของข้า...ข้าจะแต่งงานกับท่านหญิงปารีซา’

 

‘ท่านหญิงและเจ้าเองยังเล็กนัก...จะแต่งงานได้อย่างไร’ ใครคนหนึ่งพูดขัดขึ้นเป็นเชิงหยอกล้อ...ฉันเดาเอาว่าคงเป็นมารดาของท่านมุสซาร์ เพราะนางสามารถใช้มือลูบศีรษะของเด็กชายได้ และประโยคต่อมาก็ช่วยยืนยันว่าฉันเดาถูก ‘เจ้ารู้จักความรักแล้วหรือ...มุสซาร์ลูกแม่’

 

‘ข้ารู้ว่าข้ารักท่านหญิงก็พอแล้ว...พรุ่งนี้ข้าจะทูลขอหมั้นกับท่านหญิงไว้ก่อน...เมื่อโตแล้วค่อยทูลขอแต่งงาน’ ท่านมุสซาร์ยังคงหมายมั่นปั้นมือต่อไปโดยไม่สนใจอาการขบขันของคนอื่น ๆ....ฉันเองก็แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ในความโตเกินวัยของท่านมุสซาร์

 

ขณะแอบดูท่านหญิงปารีซาและท่านมุสซาร์ในวัยเยาว์นั้น ฉันก็รู้สึกคิดถึงและเป็นกังวลกับเด็กน้อยอีกคนหนึ่งที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลก...ตามอายุครรภ์ของแม่ฉาย ฉันเดาว่าสร้อยน่าจะคลอดออกมาในช่วงไม่เกินปลายปีนี้

***************** 

 วันต่อมา ฉันเดินทางออกมานอกเขตวังเพื่อไปเยี่ยมแม่ฉาย...ด้วยเพราะฉันยังไม่ได้บอกฐานะตัวตนที่แท้จริงกับครอบครัวของยายจันทร์...ฉันจึงจำเป็นต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายผิวดำคล้ำต่อไป

‘พี่แก้ว...’ แม่เปลื้องส่งเสียงทักทายแต่สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก ‘พี่มาก็ดี... ตอนนี้ลุงทองรู้แล้วว่าฉายกำลังตั้งท้องกับพ่อค้าหัวทองคนนั้น...ลุงกำลังด่าทอป้าจันทร์กับฉายที่ไม่บอกให้รู้ตั้งแต่แรก’

‘ลุงทองรู้แล้วรึ’ ฉันถามด้วยความตกใจเพราะรู้ว่าลุงทองคงจะโกรธมากที่พวกเราปกปิดเรื่องนี้ไว้

‘เอ็งก็รู้เรื่องนี้กับเขาด้วยรึ’ เสียงลุงทองดังมาจากด้านหลังทำเอาฉันสะดุ้งใจหายวาบด้วยไม่ทันได้ตั้งตัว ‘เสียแรงที่เป็นศิษย์เป็นครูกัน...ทำไมเอ็งไม่บอก...ข้าจะได้ให้พ่อค้าฝรั่งนั่นรับผิดชอบหลานสาวของฉัน...จะไม่ยอมให้มันหนีหายหัวไปง่าย ๆ แบบนั้นหรอก’

‘เบนรักฉายจริง ๆ นะลุงทอง’ ฉันยืนยันเสียงหนักแน่น ‘เขาอยากกลับมารับเมียกับลูกของเขาไปอยู่ด้วยกันที่อังกฤษ...แต่น่าเสียดายที่เขาคงต้องตายไปเสียก่อน’

‘อะไรนะ...ใครตาย...พ่อค้าหัวทองตายรึ’ เปลื้องร้องตะโกนถามเสียงดังลั่น และนั่นคงเป็นสาเหตุให้ยายจันทร์กับแม่ฉายเดินลงมาจากบ้านพร้อม ๆ กันอย่างลุกลี้ลุกลน

‘ฉัน...เอ่อ...ฉันหมายถึง...ถ้าเขาไม่ตายไปเสียก่อน...เบนจะกลับมาหาฉายกับลูกแน่นอน’ ฉันพูดใหม่เพื่อให้พวกเขาคลายอาการวิตกกังวล

 ...หลังจากนั้น ฉัน ยายจันทร์ และแม่เปลี้อง ต่างพยายามพูดให้ลุงทองยอมอภัยให้แม่ฉาย แม้ลุงทองจะฮึดฮัดขัดใจไม่มีท่าทีจะโอนอ่อนลง แต่แววตาที่แกมองหลานสาวด้วยความเวทนานั้น ทำให้ฉันแอบเบาใจได้ว่า ลุงทองไม่ได้โกรธฉายมากมายนักหนา เพียงแต่คงรู้สึกสงสารและเวทนาโชคชะตาหลานสาวมากกว่าอื่นใด

“ข้าเห็นมานักหนาแล้ว....พ่อค้าต่างชาติที่เดินทางออกไปจากท่าสิงหลา...มักไม่ค่อยกลับมาดูดำดูดีเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเองหรอก...บางคนอาจกลับมา แต่ก็หาหญิงคนใหม่ที่ท่าเรือ ไม่ได้กลับมากินของเก่า” ลุงทองพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บช้ำ

“แต่ขอให้เชื่อว่า...เบนรักฉายจริง...และเขารักลูกสาวของเขามาก” ฉันยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น

ลุงทองไม่ได้ค้านอะไรกลับมา ได้แต่ถอนหายก่อนจะผละจากกลุ่มและเดินหายไปด้านหลังบ้านแล้วด้วยท่าทางอ่อนล้า

“ว่าแต่...ข้าได้ยินพี่แก้วพูดว่า...เบนรักลูกสาวของเขามาก” แม่เปลื้องส่งสายตาสงสัยมาที่ฉันอย่างตรงไปตรงมา “หมายความว่าอะไรรึ”

คราวนี้ ทั้งยายจันทร์และแม่ฉายต่างก็หันมาจ้องมองฉันเป็นจุดเดียว

“เอ่อ...ข้า...ข้าพูดคำว่า...ลูกสาว...รึ...ข้าคงออกเสียงผิดไป...ข้าเพียงจะหมายถึง...ลูก...เท่านั้น” ฉันพยายามหาทางออก ที่ไม่แน่ใจนักว่าจะช่วยทำให้ทุกคนหายสงสัยได้หรือไม่ “วัน ๆ หนึ่ง ข้าพูดหลายภาษาเสียจนสับสน”

“ลูกสาว...ถ้าลูกข้าเป็นลูกสาว...เบนคงดีใจมาก...เขาเคยบอกว่าเขาชอบเด็กผู้หญิง” แม่ฉายพูดด้วยสีหน้าสดใสแช่มชื้อขึ้น ก่อนจะยกมือขึ้นลูบสร้อยคอที่เบนให้ไว้ก่อนจากไป “ข้าจะตั้งชื่อลูกสาวของเราว่า ...สร้อย”

สร้อย...ชื่อนี้ที่เอ่ยออกมาจากปากของแม่ฉาย  ทำให้ฉันชะงัก...สร้อยกำลังจะลืมตาขึ้นมาอยู่ในโลกยุคนี้จริง ๆ แล้วสินะ...

ความรู้สึกหลายอย่างประดังมาจุกแน่นอยู่ที่อกของฉัน...พูดอะไรไม่ออก...น้ำตาไหลริ้นออกมาคลอเบ้า...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเผลอดึงร่างของแม่ฉายมากอดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงแม่เปลื้องโวยวายดังลั่น

“พี่แก้ว...ทำอะไรน่าเกลียด...มากอดเมียคนอื่นได้อย่างไร...รึเห็นว่าผัวเขาไม่อยู่”

“ขอโทษ” ฉันรีบบอกก่อนจะแก้ตัวพัลวัน “ฉายก็เหมือนน้องของข้าคนหนึ่ง   ข้าไม่ได้คิดอะไร  เพียงกอดปลอบใจด้วยความสงสารนางเท่านั้น”

“เห็นนางเป็นเพียงน้องก็ดีแล้ว  ไม่อย่างนั้น ข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย...พี่ก็รู้ว่าข้าคิดอย่างไรต่อเจ้า...ข้า...” แม่เปลื้องดึงฉันออกมาจากแม่ฉายที่กำลังยืนอมยิ้มหวานคล้ายจะบ่งบอกว่า...เธอเองก็รู้ใจผู้เป็นพี่สาว

และนั่น...ก็ทำให้ฉันต้องรีบขอตัวผละจากมา

“ยายจันทร์...ข้าขอตัวไปรักษาคนที่หมู่บ้านวิลันดาก่อน...ฝากไหว้ลาลุงทองด้วย...ว่างเมื่อไหร่ข้าจะมาเยี่ยมทุกคนอีก”

“สิ่งที่พิลึกในตัวพี่แก้วอีกอย่าง...สงสัยมานานมากแล้ว” แม่เปลื้องยังไม่วายมีข้อสงสัยในตัวฉัน “เรียกลุง...ว่าลุงทอง  แต่เรียกป้าจันทร์...ว่ายายทอง  ต้องเรียกว่าลุงกับป้า  ไม่ใช่ลุงกับยาย”

“โอ้ว....ข้าใช้คำผิดไปรึนี่” ฉันเฉไฉให้คำอธิบายไปแบบน้ำขุ่นๆ “ใช้คำว่า..ยาย...มาตั้งนาน  ที่ถูกต้องเรียกว่า...ป้าจันทร์”

ฉันหันไปไหว้ลายายจันทร์ เห็นเธอยิ้มหวานรับไหว้มาอย่างไม่ถือสาหาความ...สำหรับฉันซึ่งก่อนหน้านี้เคยมาอยู่ในร่างสร้อย...เรียกผู้หญิงคนนี้ว่า...ยาย...จนเคยชิน...ลืมไปสนิท...ว่าในยุคนี้ ฉันต้องเรียกเธอว่า...ป้าจันทร์ ถึงจะถูก

เมื่อเห็นแม่เปลื้องยังมีท่าทีแคลงใจสงสัย ทำท่าอ้าปากจะพูดอะไรต่อ ฉันก็รีบหันหลังเดินผละจากมาอย่างรีบเร่ง...แม่เปลื้องเป็นเจ้าหนูจำไม ช่างซักช่างถาม และออกจะเป็นคนฉลาดพอสมควร...แต่ไม่ได้เฉลียวเลยสักนิด...ว่าแท้จริงแล้วฉันก็เป็นผู้หญิง


*************

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 16 พฤษภาคม 2558 13:52:29 น. 13 comments
Counter : 1021 Pageviews.

 
มาช้าหน่อยค่ะ
แปะโป้งก่อนนะคะพี่แกะ
หลังเที่ยงคืนค่อยมาแปะหัวใจ
แล้วก็อ่านอาเนปาค่ะ

++อ่านสิงหลามาสองภาค ข้อมูลประวัติศาสตร์เป๊ะมากเลยพี่แกะ
วันก่อนเขียนตะพาบ มีพูดเรื่องโหราศาสตร์พยากรณ์ในปี พ.ศ.ที่เค้าทำนายเรื่องสิงหลา ปตานีด้วย นึกถึงสิงหลาของพี่แกะเลย มีเกี่ยวกับชาวดัตช์ด้วย อิอิ

ชอบๆค่ะ เหมือนได้เรียนประวัติศาสตร์เพิ่มในนิยายเลยค่ะ

ดึกๆมาใหม่ค่า


โดย: lovereason วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:8:52:31 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:1:41:39 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:23:23:26 น.  

 


โดย: pantawan วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:14:36:28 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดด
อีกแล้วพี่แกะ
Back to the Future 5555

อัสฟาออกโรงแล้ว เด็กน้อยมีอาเนปาดูแลนี่เอง อีกไม่นานสร้อยก็จะเกิดแล้วสินะคะ

ท่านหญิงปารีซา วัยขวบเศษ แม่เจ้าาาาา ที่อ่านภาคหนึ่งไป ท่านหญิงเป็นสาวงามแล้วนินา

มุสซารักปักใจท่านหญิงจริงๆ ขนาดยังเด็กเลย

บทนนี้เพนนีแก้วคงคับอกคับใจมาก
รู้ทุกอย่างแต่บอกไม่ได้
ไม่พออาเนปาจะกริ้วเอาซะอีก TT

กว่าจะได้มาอ่าน นานมากๆๆๆค่ะพี่แกะ

แปะหัวใจให้ด้วย เย่ๆ


โดย: lovereason วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:12:49:09 น.  

 


โดย: pantawan วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:12:59:25 น.  

 
แวะมาเยี่ยม…สวัสดีครับ


โดย: **mp5** วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:12:44:53 น.  

 
แวะมาทักทายคะ คุณแกะ สบายดีนะคะ


โดย: au_jean วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:10:46:13 น.  

 
แวะมาทักทายคะ คุณแกะ สบายดีนะคะ


โดย: au_jean วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:10:46:18 น.  

 
ผมเพิ่งทราบว่าผมมีชื่อเป็นแขกพิเศษของบล็อกนี้ครับ

จึงเข้ามาคำนับตามประเพณีครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 7 มีนาคม 2558 เวลา:19:30:58 น.  

 


โดย: pantawan วันที่: 14 เมษายน 2558 เวลา:0:26:24 น.  

 
ไม่อัพแล้วหรือคะ😢


โดย: S.tanida IP: 218.251.113.57 วันที่: 17 เมษายน 2558 เวลา:13:28:09 น.  

 
ไม่อัพแล้วหรือคะ😢


โดย: S.tanida IP: 157.7.205.214 วันที่: 17 เมษายน 2558 เวลา:13:28:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.