Group Blog
 
 
มกราคม 2548
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 มกราคม 2548
 
All Blogs
 
หนึ่งคืนอันหนาวเหน็บบนจุดสูงสุดแห่งแดนสยาม...-~-

ไปเที่ยวดอยอินทนนท์กะหวานใจมาครับ -_-

ชวนเผื่อฟลุ๊คแต่ว่าเธอดันไป


"ดีจริง ๆเรย"




เราเริ่มออกเดินทางกันตอนแปดโมงเช้าของวันที่ 11 ครับ เดินทางไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด(108)

โดยระยะห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงอำเภอจอมทองประมาณ 40 กว่ากิโลเมตรครับ

เดินทางไปเรื่อย ๆ เราก็แวะทางอาหารเช้าที่ไม่ค่อยจะเบาเท่าไหร่ที่ร้านข้าวซอยแห่งหนึ่งในอำเภอสันป่าตองครับ (ไม่สามารถบอกชื่อร้านได้อันเนื่องมาจากเหตุผลส่วนตัวบางประการครับ.......คือ ลืม อิอิ)

เป็นไงครับรูปร่างหน้าตาพอใช้ได้ไหม ราคาไม่แพงครับ คีบละ 25 บาท เหอเหอเหอ ต้องเบิ้ล แต่กินแล้วแสบพุงมาก ๆ ด้วยความแซบสุดแรงเกิด

จากนั้นก็เดินทางต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงอำเภอจอมทองที่ที่เป็นที่ตั้งของดอยอินทนนท์ แวะซื้อของที่ 7/11(พนักงานน่าถีบมาก ขอโทษที่ไม่สุภาพครับ แต่มันน่าจริง ๆ แนะนำถ้าไปแล้วให้ไป 7/11 ฝั่งพระธาตุดีกว่า เดี๋ยวจะพาลหงุดหงิด จิตหงุดเงี้ยวก่อนเดินทางพอกันดี)

ซื้อของเสร็จสรรพก็เริ่มเดินทางต่อไป ทางขึ้นผมคาดคิดว่าจะต้องยากลำบาก แต่ไม่เลยครับมีบางช่วงเท่านั้นที่ทางไม่ค่อยดี (แต่ว่ายังดีกว่าแถวบ้านผมอีก) ระหว่างทางก็มีจุดให้พักมากมายแต่ผมคิดว่าน่าจะไปถึงที่พักก่อน...

...ผมพักที่ศูนย์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ครับ ราคาไม่แพง อยู่ที่ กม.ที่ 26 (แปลกดี ที่นี่เขาบอกที่อยู่กันเป็นที่หลักกิโล...ถ้าไม่มีหลักกิโลหน้าบ้านก็แย่สิเน๊อะ) อ่อ ที่พักก็ใช้ได้ครับมีที่นอนผ้าห่มอะไรให้พร้อม ไปแต่ตัวยังได้เลย...เป็นกระท่อมริมน้ำสุดแสนโรแมนติก

...เอาเป็นว่าเดินทางไวเหมือนโกหกถึงที่พักประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่งใช้เวลาเดินทางไปก็สักสามชั่วโมงกว่า(ก็เล่นอยากแวะไหนก็แวะนี่)

จัดแจงรีบเก็บข้าวเก็บของแล้วรีบออกเดินทางไปเที่ยว ..ที่พักค่อนข้างไกลจากที่ทำการอุทยานเหมือนกัน ใครเอารถไปเองก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ

ที่ทำการอยู่ห่างออกไปอีกกว่า 14 กิโลเมตร (ไม่ใช่ใกล้นะครับเพราะว่าทางไปเป็นทางลาดชันพอสมควร แต่ถนน รับรองซิ่งได้ครับ)

จุดหมายต่อไปคือพระธาตุคู่ครับ ไม่สามารถจำชื่อได้อีกแล้ว เป็นพระธาตุที่สร้างให้ในหลางและสมเด็จย่าครับ

ลมแรงและหนาวน่าดู


นี่วิวไกล ๆ ครับ





เมื่อไปถึงแล้วก็เสียค่าบริการคนละ 20 บาท ชาวต่างชาติไม่ต้องพุดถึงครับ คูณสิบเข้าไป ระหว่างทางเดินขึ้นไปพระธาตุก็สวนดอกไม้สวยงามขนาบทางขึ้นไป พันธุ์ไม้แปลก ๆ มากมายเลย


นี่เป็นองค์ของในหลวงครับ (มืดไปหน่อยเพราะว่าถ่ายย้อนแสง ไม่สามารถหามุมได้เพราะอาจจะต้องพลัดตกเหวไปเสียก่อน...)


องค์ประธานด้านในครับ


เป็นเพดานด้านในครับ สวยดี


ผมชอบอันนี้อ่ะครับสวยงามมาก ๆ อยู่ด้านนอกองค์พระธาตุครับ


องค์นี้ของสมเด็จย่าครับ


องค์ประธานด้านในพระธาตุ


ด้านบนผนังจะเป็นการใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก ๆ มาแปะๆ ต่อกันให้เป็นรูปพระพุทธประวัติครับ (คล้าย ๆ เพลทแปลอักษร)


นี่ก็เพดานด้านในแต่เป็นขององค์ของสมเด็จย่าครับ


นี่ก็อยู่รอบองค์พระธาตุครับ(สวยอีกแล้ว พระธาตุองค์นี้ จะออกสีม่วง ๆ ครับ ส่วนอีกองค์จะเป็นสีน้ำตาล)

รอบ ๆ ขององค์เจดีย์จะเป็นสวนดอกไม้ครับ และแน่นอน สวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูปเก็บไว้มากครับ เช่น...

และดอกนี้(ดอกอะไรไม่รู้ครับคล้ายผกากรอง แต่เหม็นไม่เท่า)


จากนั้นก็ไปกันต่อครับอีกประมาณ 6-7กิโลเมตรไปจุดสูงสุดแดนสยาม อากาศเริ่มน้อยและหนาวเหน็บเป็นอย่างที่สุด ใครขี่มอร์เตอร์ไซค์ก็อย่าลืมถุงมือหล่ะครับ

อ่อ ระหว่างทางด้วยความหิวข้าวกลางวันซึ่งตอนแรกว่าจะไปกินที่พระธาตุแต่วันนี้เป็นวันไรไม่รู้ครับร้านปิด(แมร่ง)ทุกร้านเลย หิวนรกมาก ๆ แต่ถ้าเทียบกับความงามของพระธาตุก็คุ้มต่อการอดอยู่หรอก เราจึงแวะกินอาหารที่กิ่งแม่ปาน ซึ่งมีแต่ไก่ย่าง ส้มตำประมาณนี้ครับ อร่อยดีจริง ๆ (คงเป็นเพราะว่าหิวหนัก) แต่ก็แพงใช้ได้ครับ ส้มตำหนึ่งจาน ไก่ย่าง ไส้อั่ว น้ำเปล่ารวมทั้งหมด 100 บาท (แพงดีเนอะ)

ตอนแรกกะว่าจะถ่ายรูปไว้ แต่พออาหารมาเสริฟเท่านั้นหล่ะครับ ผีหิวเข้าสิงจัดการแดรกกันไม่ถึง 20 นาที เป็นอันจบไป...

ที่กิ่วแม่ปานจะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งตอนแรกว่าจะไปเดินแต่เห็นว่ามันจะค่ำแล้วจึงต้องตัดใจ ระยะทางรวมไปกลับ 6กิโลเมตรครับ

อากาศชักหนาวเย็น เริ่มมีไอออกปาก ขาเริ่มแข็ง โอย นี่หรือจุดสูงสุดแดนสยาม

ตอนแรกคาดว่าจะต้องอลังการน่าดูครับแต่ไปแล้วก็ไม่ได้อลังการอะไรมาก แต่ก็ถือได้ว่าได้มาอยู่ที่สูงสุดของบ้านเราแล้ว นี่ครับมีหลักฐานมายืนยัน...

เห็นไหมครับ นี่คือหมุดบอกตำแหน่งสูงสุดของไทยแล้ว เย้ ๆ ในที่สุดก็ได้มาซักที

ใกล้ ๆ กันนั้นก็มีศาลของบุคคลสำคัญซักคน (แหะ แหะ จำชื่อไม่ได้เสียแร้ว)...บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ ...


อากาศเย็นจริง ๆ ครับจนต้องหาอะไรอุ่น ๆ ทาน พอดีเจอร้านสวัสดิการทหารอยู่( จุดสูงสุดจะมีหน่วยควบคุมทางอากาศอยู่ ไม่สามารถเอารูปมาโชว์ได้ครับ เพราะแถว ๆ นั้นมีป้ายห้ามถ่ายรูปแต่นี่เราแอบถ่ายมา เป็นตึกกลม ๆ ครับ ชอบ อีกแล้ว) ได้โอวัลตินอุ่น ๆ แล้วเย่ ๆ แก้วละ 15 บาท เราก็ตักดะเลยสิครับ..

น่ากินไหม ๆ พี่ ๆ ทหารบอกว่าถ้าไม่ติด heater ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน สู้ต่อไปเพื่อชาตินะ พี่ทหาร!

ด้วยความหนาวเย็น และเริ่มค่ำครับ 4 โมงกว่า ๆ เริ่มครึ้มมืดแล้วครับ คงเป็นเพราะวันนั้นเมฆมากเสียด้วยสิ

เดินทางกลับมาด้วยความรวดเร็วเพราะเป็นทางลง ฉิว เลยครับ ก็มาแวะซื้อข้าวเย็นกลับไปทานที่พักเจอแคนตาลูปน่ากินมากครับแต่ไม่ได้เอามีดมาก็เลยอดแดรกเรยอ่ะ




นี่เป็นผลิตภัณฑ์ของชาวเขาที่นั่นครับ(เขาบอกอย่างนั้น เป็นผลึกแคลเซียมผสมอะไรซักอย่างนี่แหละครับ)

และได้เจอน้องหมาเหล่านี้ด้วย น่ารัก(ลัก) จริงโว่ยยย!





น่ารักไหมครับ โดยเฉพาะตัวสุดท้ายท่านอนน่ารักมากเลย เหมือนมีครึ่งตัว

จากนั้นก็กลับที่พัก อาบน้ำ ทานอาหารเย็น(ใต้แสงเทียน) และก็นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยครับ



วันรุ่งขึ้น ไม่อยากตื่นเลยครับอากาศดีเป็นบ้า อยากจะนอนแช่ทั้งวันเลย แต่ถ้าสายมากจะร้อนครับก็เลยออกเดินทางตอนสิบโมงครึ่ง

ไม่อยากบอกว่าตอนลงใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ถ้านาฬิกาไม่ตาย พระเจ้า! 35 นาทีเองอ๊ะ

ตอนแรกว่าจะแวะเที่ยวระหว่างทางขาลงครับ แต่ไม่มีอารมณ์แล้วก็เลยแวะน้ำตก แม่กลางอย่างเดียว ก็โอเคอ่ะครับสวยดี






อันนี้น้ำไม่เยอะนะครับ ถ้าเยอะคงสวยน่าดูเลย

เดินกลับระหว่างทางก็ขอถ่ายไปเรื่อยซักหน่อย...

ต้นอะไรไม่รูครับ แต่เห็นว่ามันเขียวดี(ผมชอบสีเขียวครับ)


ลำธารเล็ก ๆ น้ำใสดีนะครับ

จากนั้นก็ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ทุกท่านก็คงจะทราบนะครับว่าที่น้ำตกจะมีอะไรขาย น้ำตาพาลจะไหล กรูต้องแดรกส้มตำอีกแล้วเหรอ เอาวะ หิวสาด ๆ ไม่รู้จะกินไรละ กินหน่อยก็ได้!

หน้าตาก็ประมาณนี้ครับ แต่เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าอร่อยถ้าไม่ชิม ไม่อยากบอก ไก่แห้งเหมือนโดนย่างจนน้ำหนักคงที่มาสามวันแล้ว แต่ก็กินเพราะครึ่งตัวตั้ง 45 บาทแน่ะ เหอเหอเหอ รวมทั้งหมดเนี่ย 135 บาทครับ

เมื่อคราจะต้องจรรีกลับก็ต้องแวะปั๊มแถว ๆ จอมทองก่อนเพื่อเติมน้ำมันก็ เดี๋ยวหมดกลางทางจะพาลแย่กันพอดี และเติมพลังนิดหน่อย...


ตลกดีครับภาพนี้ จู๋วว หายไปไหนฟระ


รอแฟนเข้าห้องน้ำครับเห็นดอกมันสีแดงดีเลยถ่าย รีบซูมไปหน่อยมันก็เลยเบลออย่างนี้ครับ




จากนั้นก็ซื้ขนมกินก่อนเดินทางต่อนิดหน่อย

พอกินเสร็จก็เดินทางต่อครับ กลับเมืองเชียงใหม่ของเรา เพื่อพบกับความจำเจน่าเบื่อของชีวิตนักศึกษาต่อไป เฮ่อ ~~~สู้ต่อไปทาเคชี้~~~



ปล.ที่ผ่านมาทั้งหมดนี้ผมขี่มอร์เตอร์ไซค์ไปครับ โฮ่ โฮ่ โฮ่
ปล.2 จะไปเที่ยวไหนก็รีบไปเถอะครับอย่ามัวรอให้แก่ลงเลย เพราะที่เที่ยวที่สวย ๆ มันมักจะไปลำบาก เดี๋ยวจะไม่มีแรงไปเสียก่อนนะ เก็บตังค์ค่าขนมวันละนิดเก็บหลายๆ เดือนก็ไปได้แล้วครับ แล้วคุณจะรู้ว่ายังมีอีกหลายที่ในบ้านเราที่คุณยังไม่ได้ไป
อุทธาหรณ์ก็อย่างเช่นที่หมู่เกาะในทะเลอันดามันไงครับ ที่ผมยังไม่ได้มีโอกาสเห็นซึ่งก็คงต้องรออีกนานหล่ะครับกว่าจะสวยเหมือนเดิม...

....จริงๆ นะ รีบไปเถอะครับ....


Create Date : 13 มกราคม 2548
Last Update : 13 มกราคม 2548 3:42:06 น. 3 comments
Counter : 514 Pageviews.

 
อยากกินข้าวซอย
อยากไปเที่ยวดอย
อยากมีหวานใจไว้ไปเที่ยวด้วยกัน


โดย: Pat :o) วันที่: 13 มกราคม 2548 เวลา:16:04:10 น.  

 
เออ พระธาตุนี่ สร้างให้ พระราชินีกับในหลวงไม่ใช่หรือ แต่เก่งมากเลยนะเนี่ยขี่มอเตอร์ไซด์ขึ้นดอย


โดย: เด็กเชิงดอย IP: 202.28.27.3 วันที่: 15 มกราคม 2548 เวลา:20:30:11 น.  

 
สมเด็จย่าจริง ๆ ค้าบ


โดย: โผมเนี่ยแหล่ะ IP: 202.28.27.4 วันที่: 15 มกราคม 2548 เวลา:21:31:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bings@friends
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add bings@friends's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.