Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
6 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

ตอนจบแล้วมั้ง....เตรียมเอกสารส่วนตั๊ว ส่วนตัว

ได้วีซ่าตั้งกะต้นเดือนตุลาแล้วค่ะ รวมเวลาแล้วก็ประมาณหนึ่งเดือนนับตั้งแต่ยื่นไป แต่เนื่องจากเป็นคนทำอะไรไม่เต็มบาท (โฮ่ โฮ่) เลยดันเขียนค้างไว้ไม่มาต่อให้จบซักกะที ตอนนี้ได้งานได้การทำเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็อาจจะมาเขียนเรื่องงานที่นี่ต่อเอามันอีกอาจเป็นได้ แต่งกันมาปีกว่าแล้วก็สบายใจดีค่ะ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สบายใจที่สุดในชีวิตเลยก้อว่าได้ กัดก้อนเกลือกินค่ะ แต่สบายทางใจมากมาก


มาว่ากันเรื่องเตรียมตัวขั้นต่อมาดีกว่า พอเอกสารราชการต่างๆ เตรียมไปได้ด้วยดีแล้ว ต่อมา ก็เป็นเรื่องข้อมูลส่วนตั๊ว ส่วนตัวด้านความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว อ้าว ว่าไปโน่น คือก็พยามบอกทางอิมให้เชื่อให้ได้ว่า เรารักกันมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาเกินกว่าปีแล้ว(ในกรณี de facto) หรือว่าเราแต่งงานอยู่กินกันจริงเรียบร้อยแล้ว หลักฐานหว่านล้อมเหล่านั้นก็ได้แก่.....

เรื่องเล่าการสานสัมพันธ์จากทั้งสองฝ่าย.....เขียนเรื่องสั้นเรื่องความรักของพวกคุณว่ามาพบกันได้อย่างไร เมื่อไหร่ ที่ไหน แล้วสานความสัมพันธ์กันอย่างไร จนกระทั่งตัดสินใจมาอยู่ด้วยกัน หรือตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อไหร่ ทำอะไรให้กันและกันบ้าง เช่นเรื่องงานบ้าน ค่าใช้จ่ายต่่างๆ แล้วก็ตบท้ายว่ามีความฝัน เอ๊ย วางแผนอนาคตกันอย่างไร.....ซึ่งเนื้อหาของสิ่งเหล่านี้ก็ขะเป็นแนวทางในการหาหลักฐานอื่นๆมายืนยัน แล้วก็อย่าลืม เขียนเวอร์ชั่นของคุณ และเวอร์ชั่นของเค้า เราเขียนเสร็จก็เซ็นชื่อกำกับไปด้วย ลงวันที่ไปด้วย คือมันไม่มีแบบฟอร์มอะไรหรอก เราเดาเอาเอง แต่ก็ไม่ต้องถึงกับให้ JP มาสแตมป์ให้หรอก

เอกสารราชการต่างๆ เช่น....
ทะเบียนสมรส
พาสปอร์ต
ใบเกิด...เอาเข้าจริงไม่ต้องใช้ก้อได้ ใช้พาสปอร์ตอย่างเดียวเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ใบเกิดเค้าเนี่ยต้องมีนะ
ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลที่ผ่านการแปลไม่ว่าจะทาง NAATI หรือ แปลแล้วสแตมป์ผ่านกงศุลที่แจ้งวัฒนะ
เอกสารทุกตัวถ่ายสำเนาแล้วให้ JP แสตมป์ว่าเป็นเอกสารสำเนาจริง

หลักฐานส่วนตั๊ว ส่วนตัวอื่นๆ ซึ่งใน booklet หรือในเวบ ก็จะแจงรายละเอียดเป็นแนวทางไว้สี่ด้าน คือ
ด้านการเงิน และ Nature of household.....ขอรวมทั้งสองด้านนี้ไว้ด้วยกัน เพราะโดยเนื้อหาที่ทางอิมยกตัวอย่างก็ค่อนข้างจะซ้อนทับกันหลายอย่าง ได้แก่....บิลค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ที่ส่งมาถึงชื่อของคนทั้งสอง, หลักฐานบัญชีร่วม, หลักฐานว่ามีรถร่วมกัน อย่างเราซื้อรถกระจอกมาขับคันนึง เสร็จแล้วก็โอนชื่อมาให้เป็นเจ้าของร่วมกัน แล้วก็ให้ทางขนส่งเค้าออกเอกสารรับรองให้ หรือไม่ก็รอบิลค่า rego ที่เค้าจะส่งมาให้เราทั้งสองคนในตอนหลัง ในกรณีที่ไม่รีบ หรือเจ้าหน้าที่ขนส่งบางคนก็งี่เง่า ไม่เข้าใจคอนเซป แล้วมายึกยักโน่นนี่ก็ปล่อยเค้าไป ในกรณีที่คุณยังไม่แต่งงาน บิลเหล่านี้ก็ต้องมีอายุไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ด้านสังคม.....ก็พวก รูปถ่าย ไปเที่ยวไหนทำอะไรด้วยกันก็ถ่ายไว้เถอะ ยิ่งมีรูปวันแต่งงานก็สบายมาก ตอนเราจีบกันงี้เครียด แทบไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย มีสองสามรูปหน้าเหียกๆ ก็ขุดๆกันมา, การ์ดแสดงความยินดีในงานแต่งจากเพื่อนๆ ญาติๆ ทั้งสองฝ่าย, การ์เชิญไปงานต่างๆ เช่นงานแต่งงานเพื่อน หรืองานปาร์ดี้ใดๆ ส่งมาเชิญทั้งสองคน, สมัครเป็นสมาชิกคลับต่างๆ ร่วมกัน ตัวนี้เราก็ไม่มีหรอก รวมๆ เราก็แค่ใช้รูปถ่ายกับการ์ดต่างๆเท่านั้นเอง

ด้าน commitment (ภาษาไทยว่าไรหว่า) เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของความยึดมั่นต่อกันและกันก้อแล้วกัน.....สามารถเล่าเรื่องทิ้งไว้ได้ในเนื้อหาข้างบน ว่ามีแผนอนาคตกันอย่างไร เวลาห่างกันแล้วติดต่อกันอย่างไร เช่น เอาบิลโทรศัพท์ให้เค้าดูว่าโทรหาเบอร์นี้เป็นพรืด, เขียนพินัยกรรมให้กัน (อันนี้เราไม่มี), ถ้าคุณคิดว่าคุณอาจจะโดนสัมภาษณ์ในภายหลัง ก็ต้องเตรียมตอบคำถามเรื่องราวชีวิตของกันและกันไว้ด้วย ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นี่ก็เป็นหลักฐานรวมๆ ที่แนะนำไว้ ส่วนในฟอร์มหลักที่เราต้องกรอก เค้าจะมีช่องให้ตรวจทางเอกสารด้านท้ายเล่มก่อนจะส่ง เช่นว่ารูปถ่ายขนาดพาสปอร์ตของเรากับเค้า ใบเกิดของเค้า พาสปอร์ตของเรา ต่างๆ นา นา อันนี้ก็เช็คดูให้ดีก่อนส่ง

ส่วนค่าวีซ่าปีที่แล้ว (2007) ขึ้นจาก A$1990 มาเป็น $2060 ถ้าปีนี้ยื่นเอกสารหลัง financial year เดือนกรกฎาก็คงจะขึ้นมาอีก คือถ้าจะส่งเอกสารช่วงนี้ก็อย่าให้ล่วงเลยไปนาน


เราไปยื่นวีซ่าด้วยตัวเองที่ออฟฟิศ เพราะอยากให้เจ้าของเคสเห็นหน้าทั้งเราทั้งเค้าเพื่อความมั่นใจ ซึ่งเจ้าของเคสก็บอกว่าจะคืนเอกสารตัวจริง (ซึ่งเราเตรียมมาเป็นแฟ้มเลย) ให้ภายในเวลาสองอาทิตย์และก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะเตรียมมาดีมาก (นี่เค้าชมเองนะ เดี๊ยนไม่ได้พูดเอง) แต่พอเอาเข้าจริงเค้าก็ดองงานไว้นานพอสมควร พยามติดต่อทางอีเมล์ทางเบอร์ตรงที่เค้าให้ไว้ก็ติดต่อไม่ได้เลย จนผ่านไปเดือนนึง เลยโทรไปหา complain line ถึงได้รับการตอบรับ คือเค้าส่งทั้งแฟ้ม คุณชายก็ว่าเนี่ยเค้าส่งเอกสารตัวจริงมาให้แล้วนะ พอเราเปิดดูก็เห็นมีกระดาษแนบมาแผ่นนึง เขียนว่าวีซ่าผ่านเรียบร้อยแล้ว เราสามารถจะทำ Medicare และเรียนภาษาฟรี 50 weeks กับ TAFE ได้ แล้วก็รายละเอียดอื่นๆ ก็ขำดี เพราะเราย้อนมาดูแฟ้มหลังจากที่ได้คืนมาสองวัน แล้วก็มาโวยวายกับเค้าว่าแล้วทามมายม่ายบอก เค้าก็ว่า อ้าวว เหรอ ม่ายเห็น

หลังจากนั้นเราก็ไปทำบัตร Medicare แต่ก็ไม่ได้ไปเรียนภาษาฟรี เริ่มขี้เกียจ เค้าก็จิกว่าจะเรียนไปทำมายเฮ้อ เราก็แหม ของฟรีนะจ๊ะ






 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551
4 comments
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 16:07:22 น.
Counter : 225 Pageviews.

 

 

โดย: CrackyDong 6 มิถุนายน 2551 19:59:15 น.  

 

 

โดย: CrackyDong 6 มิถุนายน 2551 19:59:17 น.  

 

เราก็จะไป sydney เร็วๆนี้เหละ ไว้เจอกัน(รรึป่าว ) อิอิ

 

โดย: treeh 7 มิถุนายน 2551 20:04:24 น.  

 

ก็ยังดีกว่าขอ fiance visa เข้าอเมริกา ใช้เวลาทั้งหมด 13 เดือนค่ะ (คงเป็นบางคนมั้ง) ตอนนี้กำลังสมัครขอ visa ประเภทแต่งงานกันแล้วแต่ไม่ได้อยู่ในอเมริกา ทางสถานฑูตบอกว่ารออีก 6 สัปดาห์นะ จะมี email ไปหา...เอ๊ะ (ในใจคิดว่า) เร็วผิดปกติไปนะ ก็กำลังรอดูอยู่เนี่ย

 

โดย: Mermaid AI 8 มิถุนายน 2551 16:50:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


รัชศรี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รัชศรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.