หมึกสีดำของไผ่สีทอง
ความโศกทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษาในทางปฏิบัติถึงมโนปฏิบัติ เป็นผู้คงที่ ระงับแล้ว มีสติทุกเมื่อ,, การไม่ทําบาปทั้งปวงหนึ่ง การยังกุศลให้ถึงพร้อมหนึง การชําระจิตใจของตนให้ผ่องแผ้วหนึ่ง นี่แลเป้นคําสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
จุไรชมวิมานท่านท้าวเวสสุวัณ




ก็เป็นอันว่า วันก่อน จุไรก็กำลังเดินทางเข้าไปถึง วิมานของท้าวเวสสุวัณ เวลานั้นก็ปรากฏว่า ท้าวเวสสุวัณออกมารับที่ประตูรั้ววิมาน ที่ดินนะ ประตูรั้วบริเวณของวิมานด้านนอก แต่ภาพที่ท่านท้าวเวสสุวัณแสดงก็คือว่า เป็นยักษ์ แต่ยักษ์ของท่านท้าวเวสสุวัณ รูปร่างลักษณะไม่เหมือน ยักษ์กุมภัณฑ์ ของท่านวิรุฬหก


ของท่านวิรุฬหกนี่เตี้ยม้อต่อ พุงพลุ้ย ตาใหญ่ หัวหยิก ตาแดง แต่ว่า ท่านท้าวเวสสุวัณ นี่เป็น ยักษ์โปร่ง สูงโปร่ง ชะโอดชะอง แต่เมื่อจุไรเข้าไปใกล้ เธอก็มีความรู้สึกตามกำลังใจว่า เวลานี้ถูกยักษ์ปลอมมาอีกแล้ว ยักษ์ทิศใต้ก็ปลอมมาแล้ว มายักษ์ทิศเหนือปลอมอีก เธอจึงหันมาถามท่านลุงวิรุฬหก ถามว่า คุณลุงเจ้าคะยักษ์นี่ปลอมใช่ไหม


คุณลุงก็ตอบว่า ปลอมหรือไม่ปลอม หลานพิสูจน์เองก็แล้วกัน จุไรก็นั่งมองข้างหน้า ก็เห็นว่า เขี้ยวของยักษ์ตนนี้ใหญ่มาก ยาวโง้งเง้ง แล้วก็ม้วนไปม้วนมาได้ นัยน์ตาก็ใหญ่ และใสสะอาด ตาแดงคล้ายกับไฟลุก แล้วก็ดูจมูก จมูกก็โด่ง รูจมูกก็ใหญ่ ริมฝีปากก็สวย หูก็ดี แต่เธอก็มีความรู้สึกว่า ยักษ์ประเภทนี้ คงไม่กินคน เธอก็เข้าไปกราบถามว่า


ยักษ์เจ้าขา อยากจะทราบว่า เป็นยักษ์จริงหรือยักษ์ปลอมเจ้าคะ ยักษ์หัวเราะเสียงดัง แล้วก็เสียงไพเราะ ก็บอกว่า ยักษ์จริง ๆ หลาน จุไรถามว่า เป็นยักษ์ประเภทไหนเจ้าคะ เคยได้ฟังพรรคพวกเพื่อน ๆ เขาพูดมาว่า ยักษ์มี ๓ ประเภท ยักษา ยักษี ยักษาลักหัวปลาให้ยักษี ยักษีลักหัวปลีให้ยักษา แต่ยักษ์ทั้งสองนี่ไม่น่ากลัวนัก ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ยักยอก ถามว่า ยักษ์ตนนี้เป็นยักษา หรือยักษีเจ้าคะ


เป็นอันว่า ยักษ์หัวเราะชอบใจ ก็บอกว่า หลานรัก ตัวเล็กนิดเดียว หลานเอ๊ย…จริง ๆ แล้ว ลุงก็อยากจะกินคน ได้กินอย่างนี้ก็อร่อย แต่ว่ามันตัวเล็ก กินไม่อิ่ม จุไรก็ถามว่า ท่านยักษ์เจ้าขา ลุงยักษ์จะกินหนูหมดทั้งตัวหรือลุงยักษ์ก็บอกว่า ถ้าจะกิน ก็ต้องกินหมดทั้งตัว ทิ้งไว้ไม่ได้ เป็นหลักเป็นฐาน เธอก็ถามว่า เวลาจะกินทำอย่างไรเจ้าคะ เขี้ยวอยู่ข้างนอกกัดได้หรือ ลุงยักษ์ก็บอกว่า


เขี้ยวน่ะ โค้งได้ตามใจชอบ งอขึ้นก็ได้ เขี้ยวก็งอขึ้น ม้วนก็ได้ เขี้ยวก็ม้วนตาม ชูลงข้างล่างก็ชูได้
พอชูลงข้างล่าง จุไรก็คว้าเขี้ยวยักษ์ กระชากเขี้ยวมา ปรากฏว่า เขี้ยวหลุด เอามาดูแล้วปรากฏว่า เขี้ยวเป็นขี้ผึ้ง จึงถามว่า ยักษ์เจ้าขา เขี้ยวเป็นขี้ผึ้งอย่างนี้ กัดคนได้หรือ ยักษ์ก็บอกว่า ไอ้เด็กเมืองมนุษย์นี่ มันโกงยักษ์นะ ความจริง เขี้ยวของลุงมันแข็ง แต่ว่าพอเจอะหลานเข้าทำไมกลายเป็นขี้ผึ้งไปไม่ทราบ


สรุปแล้ว คุยกันไปคุยกันมา ลุงกับหลาน ยักษ์ก็บอกว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุยกันนาน ๆ มันจะเหนื่อย คนเขาจะรำคาญ ยักษ์ก็คลายจากความเป็นยักษ์ เป็นเทวดาสวยสดงดงาม จุไรกับน้อยก็กราบ ท่านอินทกะทั้งสองก็แสดงความเคารพ ท่านวิรุฬหกก็แสดงความความเคารพ แสดงว่าท่านท้าวเวสสุวัณนี่ใหญ่มาก เป็นประธานของท้าวมหาราช


หลังจากนั้นท่านก็บอกว่า หลานรัก ตามลุงมาขึ้นไปบนวิมาน จุไรก็ตามท่านไป น้อยก็ตามไป เมื่อขึ้นไปบนวิมานแล้วก็ปรากฏว่า มีแท่นแพรวพราวเป็นระยับ สวยสดงดงามมากสำหรับท่านท้าวเวสสุวัณเองก็มีชฎา มีเครื่องทรงประดับประดาเต็ม มีเพชรแพรวพราว คือ ไม่ได้เป็นเทวดา เหมือนคนจน เหมือนกับคนประเภทที่ไม่รู้อะไร เขียน เขามักจะชอบเขียนกันว่า


เทวดาไม่มีเสื้อ นางฟ้าไม่มีเสื้อ มีแต่สังวาลย์ ประเภทนี้ ก็เป็นอันว่า เป็นการคาดการณ์เข้าไว้ เขาคงจะคิดว่า เมืองเทวดาหรือเมืองสวรรค์ก็ตาม หรือพรหมก็ตาม ไม่หนาวไม่ร้อน มีความสุข ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อ แต่ความจริง ภาพประเภทนั้นมันโป๊เกินไป เทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมก็ดี มีหิริและโอตัปปะ หิริ ความละอาย โอตัปปะ ความเกรงกลัว


ฉะนั้น ในเมื่อมีความอายประเภทที่กลัวเขาจะนินทา เขาต้องมีเสื้อมีแสง คนที่เขียนเทวดาไม่มีเสื้อไม่มีแสงก็สงสัย เข้าใจว่าคนเขียนคงจะจน คนเขียนคงจะยากจนขนาดตนเองไม่มีเสื้อจะใส่ ก็เลยคิดว่า เทวดาไม่มีเสื้อ นางฟ้าไม่มีเสื้อ รวมความว่า เมื่อจุไรเข้าไปแล้วก็นั่งแท่นที่ลุงชี้ เธอก็บอกว่า แท่นนี้สวยเกินไปเจ้าค่ะ เป็นทองคำ เพชรแพรวพราวเป็นระยับ หนูนั่งไม่ได้


ท่านลุงก็บอกว่า จะต้องนั่งตรงนี้ ตามฐานะ เพราะว่าเมืองเทวดานี้ ไม่มีอะไรจัดสรรไว้ก่อน ไม่ต้องหาเก้าอี้ ไม่ต้องหาแท่น แท่นก็ดี สถานที่ก็ตาม ที่จะมีขึ้นเวลานี้ เป็นไปตามกำลังบุญ ใครมีบุญขนาดไหน นั่งที่ขนาดนั้น แท่นทั้งหลายเหล่านี้ลุงก็ไม่ได้จัดหาไว้ก่อน เมื่อหลานจะเข้ามาถึง แท่นก็ปรากฏเอง ด้วยกำลังบุญของหลาน ก็ถือว่า แท่นนี้เป็นแท่นของหลานก็แล้วกัน


รวมความว่า จุไร เมื่อฟังท่านลุงกล่าวอย่างนั้น ก็ดีใจ นั่งบนแท่น ทีแรกเห็นเป็นแท่นทองคำประดับแก้ว คิดว่าจะแข็ง นั่งแล้วก็นุ่มนิ่ม น่ารัก น่านั่ง มีความสุข และต่อไป อันดับแรก เธอกราบท่านลุง แล้วถามว่า ที่หนูเรียกว่า ลุง นี่มันจะเป็นการก้าวร้าวเกินไป หรือว่าทะนงตนเกินไป หรือว่าตีเสมอผู้ใหญ่เกินไปไหม ท่านลุงก็บอกว่า ถ้าคิดกันถึงชาตินี้ หนูกับลุงก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์กัน


ถ้าคิดถึงชาติก่อน ๆ ไปนั้น หนูกับลุงมีความสัมพันธ์กันมาก หนูจะเรียกว่า ลุง นั่นไม่ผิด เพราะแม่ในชาติโน้น เธอไม่ใช่แม่คนนี้ แม่ของหนูในชาติโน้น เป็นน้องสาวของลุง แล้วหนูก็เกิดในครรภ์ของเธอ ฉะนั้น ชาตินี้หนูเรียกว่า ลุง ยังไม่ผิด ถือเอาชาติโน้นเป็นสำคัญ แล้วต่อไป จุไรก็ถามว่า ก่อนที่คุณลุงจะมาเป็นเทวดา ลุงทำอะไรไว้ จึงมีฤทธิ์ มีอำนาจมากขนาดนี้


แต่ว่าที่น่าแปลกใจ หน้าตาของลุงก็ดี สดสวยงดงาม เครื่องแต่งตัวก็แพรวพราวเป็นระยับ แต่ว่าในเมืองมนุษย์เขาเขียนหน้าลุงเป็นยักษ์ ลุงก็บอกว่า คนที่เขียนนั้นเขาไม่เคยเห็นยักษ์ คำว่า ยักษ์ ในที่นี้เขาแปลว่า เทวดา ก็ได้ แปลว่า บุคคลผู้ควรบูชา ก็ได้ เขาแปลไว้ ๒ อย่าง คือ เป็นคนที่มีความดี เทวดา แปลว่า ผู้ประเสริฐ หรือไม่อย่างนั้นก็แปลว่า บุคคลผู้ควรบูชา เป็นคนที่มีความพอ


ฉะนั้นคนที่เขียน เขาเคยเห็นยักษ์โขน ยักษ์โขนถ้ามีสภาพอย่างนั้นจริง ๆ เธอก็กินอะไรไม่ไหว เพราะเขี้ยวอยู่ข้างนอก ฟันอยู่ข้างนอก รวมความว่า เขาไม่เคยเห็นยักษ์ เขาคิดคำว่า ยักษ์ ต้องดุร้าย แต่ความจริงไม่ใช่ และ ยักษ์ในชั้นนี้ คือ ชั้นจาตุมหาราช เป็นยักษ์ทรงศีล ทรงธรรม จุไรก็ถามว่า การทรงศีล ทรงธรรมนั้น ทรงมาตั้งแต่เป็นมนุษย์ หรือว่ามาทรงที่เป็นเทวดา


คุณลุงก็บอกว่า จะต้องทรงศีล ทรงธรรมอย่างนี้ มาตั้งแต่มนุษย์ เธอก็ถามว่า ในสมัยที่เป็นมนุษย์ ลุงทำอะไรไว้เจ้าคะ จึงมีทิพยสมบัติมาก รูปร่างก็สวย บริวารก็มาก ลุงก็บอกว่า เอาเป็นอย่าง ๆ นะ ท่านบอกว่า ลุงจริง ๆ นี่นะ ตัวลุงเองนี่ ในสมัยเกิดครั้งนั้นเกิดรุ่นราวคราวเดียวกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า พระสมณโคดม เป็นลูกกษัตริย์ เหมือนกัน


และก็ไปเรียนหนังสือเหมือนกันที่ เมืองตักสิลา เวลาไปก็ไปกัน ๔ คน คือ มีลุง ๑ มีท่านสิทธัตถราชกุมาร ๑ แล้วก็ท่านปเสนทิโกศล ๑ และพันธุรเสนา ๑ ทุกคน ต่างคนต่างเป็นลูกกษัตริย์เหมือนกัน ไปเรียนหนังสือร่วมกัน ถือว่าเป็นเพื่อนรักกันมาก ต่อมาเมื่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงออกมหาภิเนษกรมณ์ ลุงออกไปหาท่าน ชวนท่านครองประเทศ


คิดว่ามีเรื่องราวกับคนอื่น ท่านบอกว่า ไม่ใช่ แต่ความจริงต้องการจะแสวงหา โมกขธรรม คือ ธรรมอันเป็นเครื่องพ้นจากโลก จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และต้องการเอาธรรมนั้นมาสอนคนอื่น ที่เรียกว่า มหาภิเนษกรมณ์ หรือโพธิภญาณ ลุงจึงกราบทูลท่านบอกว่า ถ้าอย่างนั้น ถ้าบรรลุเมื่อไร มาสอนข้าพระพุทธเจ้าก่อน


หลังจากเมื่อองค์สมเด็จพระชินวรบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว สมเด็จพระประทีปแก้วก็ทรงสอนคนระมาตามทาง จนกระทั่งถึงเมืองของลุง ลุงก็ออกไปเฝ้าท่าน พร้อมด้วยบริวาร ไปฟังเทศน์อันดับแรก พอฟังเทศน์จบ ลุงกับคณะที่ไปเกือบทั้งหมดก็ได้ พระโสดาบัน หลังจากนั้นก็ได้อาราธนาสมเด็จภควันต์ เข้าประจำในพระเวฬุวันมหาวิหาร


แล้วต่อมาก็ได้ถวายทานแก่พระพุทธเจ้าด้วย แก่พระสงฆ์ด้วย ตามลำดับท่านที่อยู่ที่นั้น ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นั่น ถวายทุกวัน ไปเฝ้าทุกวัน ฟังเทศน์ทุกวัน นี่บุญบารมีเบื้องต้นของลุงมีขนาดนี้ การถวายทานเป็นปัจจัยให้ได้ ทิพยสมบัติ ถวายพระเวฬุวันเป็นวิหาร เป็นเหตุให้ได้วิมาน กำลังความเป็นพระโสดาบันของลุง


คือ ทรงฌานสมาบัติด้วย เป็นเหตุให้มีกำลัง เป็นเทวดาทรงอำนาจมาก แล้วจุไรก็ถามว่า ขณะที่ลุงฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าก็ดี ทำบุญก็ตาม และเป็นพระโสดาบันด้วย เวลานั้นถ้าบังเอิญคนที่เขาทำผิดกฎหมาย ลุงจะทำอย่างไร จะต้องตัดสินลงโทษเขา จะบาปไหม ลุงก็บอกว่า เป็นไปตามกฎหมายที่วางไว้ กฎใดวางไว้เป็นหมู่คณะวางไว้ เป็นเรื่องของประเทศชาติ เป็นระเบียบ


ต้องปฏิบัติตาม ถ้าพบใครไม่ปฏิบัติตาม ก็ต้องมีโทษตามนั้น ไม่ถือว่า เป็นการละเมิด ลุงก็บาป จุไรก็ถามว่า เวลาที่ลุงตัดสินเขาน่ะ ให้เขามีโทษ แล้วลุงไม่บาปหรือ ลุงก็บอกว่า กฎหมายลุงไม่ได้ร่างคนเดียว คนหลาย ๆ คนร่วมกันร่างแล้วประกาศให้ทุกคนทราบ เวลาตัดสินลุงก็ให้ผู้พิพากษาเขาตัดสิน ถ้าผู้พิพากษาคนไหน เขาตัดสินตามตัวบทกฎหมาย ด้วยความเป็นธรรม


เขาก็ไม่มีความผิด ไม่บาป แต่ถ้าบังเอิญ เขาตัดสินไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่เป็นไรตามความเป็นจริงนี่ เขาก็บาป ลุงก็ไม่เกี่ยวข้องเหมือนกัน จุไรก็ถามต่อไปว่า เวลาลุงตาย ลุงได้สติสัมปชัญญะพอหรือลุงก็บอกว่า ลุงได้สติพอ เพราะเวลาที่ลุงจะตาย ลุงถูกลูกชายทรมาน คือ อชาตศัตรู อันนี้ว่ากันตามเรื่องนิทานนะ ท่านผู้ฟัง หรือท่านผู้อ่าน อย่าหาว่าผิด และก็อย่าหาว่าถูก ฟังแล้วก็ฟังไปเรื่อย ๆ


เรื่องของนิทาน คือ อชาตศัตรูเป็นกบฏ ทรยศต่อลุง แย่งราชสมบัติ แล้วก็ทรมานลุง ขังคุก ต่อมาให้อดข้าว เมื่อลุงยังเดินจงกรมได้ อยู่ด้วย ธรรมปีติ แม้จะอดข้าวก็ไม่ตาย ผิวพรรณยังผ่องใส ในที่สุดเขาก็เฉือนเท้าไม่ให้เดิน ลุงก็มีความเจ็บปวดมาก แต่จิตใจก็นึกถึงองค์สมเด็จพระจอมไตร คือ พระพุทธเจ้า ด้วยความเมตตาปรานีขององค์สมเด็จพระชินสีห์


ลุงก็มีจิตใจชุ่มชื่น ปวดน่ะมันปวด หลาน แต่ลุงก็ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา ว่า คนเราที่เกิดมาทุกคน มันมีสภาพเหมือนกัน ฐานะจะต่างกัน แต่สภาพจริง ๆ เหมือนกันหมด นั่นคือ มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น เหมือนกันทุกคน ทุกคนเกิดมาใหม่ ๆ ก็เป็นเด็กเหมือนกน ต่อมา ก็เป็นเด็กใหญ่บ้าง เป็นหนุ่มเป็นสาวบ้าง เป็นวัยกลางคนบ้าง เป็นคนแก่บ้าง ในที่สุดก็เป็นคนตาย


และการถูกทรมานร่างกายต่าง ๆ มีทุกขเวทนา ก็เหมือนกันทุกคน จะเป็นกษัตริย์ เป็นข้าราชบริพาร หรือจะเป็นเศรษฐี คหบดี คนยากจน มีสภาพเหมือนกัน ไม่แตกต่างกัน เอาละ หลานนัก หลานก็คุยกันมานาน ลุงก็เป็นคนแก่ คุยนานก็มักจะเหนื่อย ยืนนาน ๆ เมื่อกี้ มันก็เมื่อย


มานั่งก็ยังไม่หายปวดขา ตอนนี้ขอพักประเดี๋ยวนะ ขอพักให้ลุงเปลี่ยนอิริยาบทสักประเดี๋ยวเดียวค่อยคุยกันใหม่ ต่อนี้ไป ขอให้ทุกคนมีความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ปรารถนาสิ่งใด ก็ขอให้ได้สิ่งนั้นสมความปรารถนาด้วยกันทุกคน


สวัสดี




ทำนองเพลง ลาวม่านแก้ว




Create Date : 09 ธันวาคม 2554
Last Update : 9 ธันวาคม 2554 15:22:26 น. 20 comments
Counter : 949 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยมเยียน ค่ะ
สบายดีนะคะ


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:20:14:07 น.  

 




มั่งมี มั่งคั่ง มั่นคง
ยิ่งใหญ่ ยิ่งยง คงมั่น
ยิ่งยศ ยิ่งเกียรติ สารพัน
ยิ่งวัน ยิ่งสุข สราญเทอญ

Have a Merry Christmas 2012 ค่ะคุณไผ่



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:16:34:24 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

เมอรี่คริสมาสค่ะพี่ไผ่


โดย: JinnyTent วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:17:46:25 น.  

 


โดย: ลุงแว่น วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:20:49:22 น.  

 



.
..
...
นับถอยหลัง
...
..
.

..................

ปีใหม่มา ให้นับน้อย ถอยอีกหนึ่ง

ก่อนชีวาตม์ ขาดผึง ลงร่วงผลอย

เร่งทำดี เติมชีวิต ก่อนปลิดลอย

คิดให้บ่อย ทำให้หนัก ค่อยพักยาว.


โดย: ลุงแว่น วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:9:52:23 น.  

 

Merry Christmas and Happy New Year ค่ะ


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:10:04:09 น.  

 
สวัสดีคุณหมึกสีดำ
มีความสุขเยอะๆนะค่ะ



โดย: mastana วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:10:45:49 น.  

 


โดย: ลุงแว่น วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:10:47:12 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ 2555 ค่ะคุณไผ่

ขอให้วันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่ เป็นวาระของกายที่แข็งแรง
จิตใจที่แจ่มใส เบิกบาน
ก้าวหน้ายิ่งขึ้นทั้งวิถีโลกและวิถีธรรม

เป็นวันใหม่ เวลาใหม่ ที่พร้อมรับพลังแห่งบุญ
สู่ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ประสบแต่สิ่งที่ดีงาม สว่าง สงบ เย็น
และล่วงทุกข์ได้ด้วยธรรมโอสถค่ะ

HAPPY NEW YEAR 2012 ค่ะ



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:15:26:12 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ขอให้คุณไผ่และครอบครัว

ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง

ค้าขายร่ำรวย เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี 2555 และตลอดไปนะคะ



โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 31 ธันวาคม 2554 เวลา:22:44:24 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ 2555
เริ่มต้นชีวิตด้วยความดี คิดดี พูดดี ทำดี ตลอดปีและตลอดไป ชีวีรุ่งเรืองสดใส
ภยันตรายใดไม่แผ้วพาน สุขกาย สุขใจ สุขภาพแข็งแรงตลอดไปค่ะ

~*~ H a P P y N e W Y e a R 2012 ~*~



โดย: พ่อระนาด วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:18:11:13 น.  

 
สวัสดีวันเด็กค่ะพี่ไผ่
แวะมาทักทายค่ะพี่ ไม่ได้แวะมาทักพี่ไผ่ซะนาน
สบายดีนะคะ

วันนี้เชียงใหม่ฝนตก
สงสารเด็ก ๆ เที่ยววันเ็กไม่สนุกกันละ


โดย: JinnyTent วันที่: 14 มกราคม 2555 เวลา:16:21:37 น.  

 



新正如意 新年发财

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ

คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนาในปีใหม่นี้
มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดปีค่ะคุณไผ่



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:21:53:02 น.  

 


แวะมารับไปเที่ยววิมานคุณแคทค่ะท่าน
ร่วมกันมาหลายปีครั้งนี้บรรลุถึงจุดหมายละค่ะท่าน
ดีใจเป็นที่สุดเลยค่ะ

งานปิดทอง ฝังลูกนิมิต ณ.วัดหนองขาม สวนผึ้ง ราชบุรี




นำบุญครั้งนี้มาเยือน..3 ปีที่ร่วมบุญกัน 5 ปีที่ฟันฝ่าถึงจุดนี้

ถึงในครั้งนี้..มีเพื่อนในโลกไซเบอร์แห่งนี้ร่วมทางน้อยนิด
เพราะเราต้องขอโทษที่ไม่ได้นำเสนอบอกบุญเพื่อนๆ
แต่ทุกครั้งที่ปิดทอง..แคทรียาระลึกถึงท่านเสมอ

คุณแคทขอนำบุญครั้งนี้มาให้เพื่อนๆด้วยใจบริสุทธิ์
ขอให้ผลบุญให้เพื่อนที่มีใจร่วมกุศลกันมา
ประสบพบแต่ความสุข ความเจริญนะค่ะ

อนุโมทนา..




โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 30 มกราคม 2555 เวลา:10:42:03 น.  

 

มอร์นิ่งค่ะ
หนังสืออ่านเล่นน่าอ่านนะคะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:6:19:30 น.  

 



Happy Valentine's Day
วันแห่งความสุขด้วยรัก วันแห่งมิตรไมตรีและเอื้ออาทร
ป้าขอถือโอกาสนี้มอบกุหลาบแทนความปรารถนาดีที่มีต่อกันค่ะคุณไผ่




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:38:13 น.  

 



เอาหัวใจ + ดอกไม้มาให้ ขอบคุณข้อธรรมดี ๆ ที่มีมาฝากกัน

*~*~*~*..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..*~*~*~*




เดือนแห่งความรัก คนโสดก็ยังโสดต่อไป เพราะครูภาษาไทย สอนแต่

สระอิ,สระอา, สระอุ, สระอู แต่ไม่ยอมสอนให้เรา .. "สละโสด"


..HappY BrightDaY..



โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:55:27 น.  

 

แจ้งข่าว .......... หายดีแล้วจ๊ะ

ที่ออฟฟิศบางวันเปิด 18-20 องศา หนาวยะเยือก มันจะเป็นตู้แช่คนเปล่านี่....

แล้วออกมาหม่ำข้าว เจอแดดแสบผิว แล้วไปหนาวต่อในออฟฟิศ

แถมท้ายมีไข้หวัดจากญี่ปุ่นเพื่อนเอามาฝากกันหลายคน

ก็เลยเดี้ยงกันหลายคนอยู่...ชีวิตมันเป็นงี้แหละจ๊ะ

นอนเป็นซอมบี้อยู่บ้าน 5 วันรวด เบื่อหน่ายชีวิตไปเลย

แต่ตอนนี้ดีใจ หายหวัด หายไข้

เรื่องไข้นี่ คือแพ้พาราฯ บลูเฟ่น กินขมิ้นชันแทน

หรือไม่ก็กินยาเขียว...การนั่งสมาธิทำให้ไข้ลด อันนี้ช่วยได้อยู่

เคยผ่าตัด...หมอให้ยาแก้ปวดไม่ได้ ต้องให้กินยาผสมมอร์ฟีน แทน

ทรมาณมาก เพราะกินวันละเม็่ดเท่านั้น เลือกเอาว่าจะปวดกลางวัน หรือปวดกลางคืน

ยาหลายต้วบางทีก็กินไม่ได้ถ้ามีพาราฯผสม...ลำบากอยู่

ปกติไม่ชอบกินยา ก็เลยหายช้าเข้าไปอีก

ต้องดื่มน้ำผลไม้ช่วยให้มีวิตามินซีบ้าง ถึงหายไว ๆ จ๊ะ


ขอบคุณความห่วงใย+กำลังใจมาให้นะ


*~..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..~*



..HappY BrightDaY..


โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 10 มีนาคม 2555 เวลา:20:53:49 น.  

 










. . . ถ้า " อ๊อกซิเจน " ทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้ . . .



. . . " ความรัก " . . . ก็ทำให้ . . .



. . . การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น . . .






..HappY BrightDaY..


โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 16 มีนาคม 2555 เวลา:18:31:20 น.  

 
เช้านี้หลวงพ่อเขียน แห่งเขาคิชฌกูฎ
ท่านได้ลาสังขารไปแล้ว
ขอดวงพระวิญญาณของท่าน
จงไปสู่สุขติ อยู่ในภพดี ชาติดี
สาธุ..สาธุ ..สาธุ
ปล.สิริอายุของหลวงพ่อ 82 ปีค่ะ


โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 28 เมษายน 2555 เวลา:23:03:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมึกสีดำ
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมึกสีดำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.