หมึกสีดำของไผ่สีทอง
ความโศกทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษาในทางปฏิบัติถึงมโนปฏิบัติ เป็นผู้คงที่ ระงับแล้ว มีสติทุกเมื่อ,, การไม่ทําบาปทั้งปวงหนึ่ง การยังกุศลให้ถึงพร้อมหนึง การชําระจิตใจของตนให้ผ่องแผ้วหนึ่ง นี่แลเป้นคําสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
Group Blog
 
 
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
29 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
นางเทพธิดาปูทะเล


>

นางเทพธิดาปูทะเล


ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายและท่านผู้รับฟังทั้งหมด วันนี้ก็เป็นรายการของ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๑ เหมือนกัน แต่รายการนี้ขอให้ชื่อเรื่องว่า นางเทพธิดาปูทะเล สำหรับเรื่องเทวดาก็ดี สวรรค์ก็ดี มนุษยโลก พรหมโลกก็ตาม นรกก็ตาม พระพุทธเจ้ายอมรับรอง
อาตมาก็บวชเข้ามาจากพระไตรปิฎก ก็ยอมรับนับถือว่าพระไตรปิฎกพูดถึงภพต่าง ๆ ไว้ถูกต้องจึงบวชเข้ามา



ฉะนั้นวันนี้หรือต่อไปนี้ขอพูดตามความจริง ในวิชาความรู้ของพระพุทธศาสนา ถ้าใครจะกล่าวโทษโจทย์ความผิดก็ตามใจ
ในเมื่อไม่ผิดจะหาว่าผิดก็ต้องแยกพรรคแยกพวกกัน อยู่เป็นอิสระ อาการนี้ตั้งใจมานานแล้วว่าถูกรบกวนหนักเมื่อไรจะแยกพรรคทันที
เพราะว่าเวลานี้หรือเวลาไหนก็ตาม ไม่ค่อยยอมรับความจริงกัน



ความจริงมีอยู่ในศาสนาขององค์สมเด็จพระบรมครู แต่ว่าถ้าใครพูดความจริงหาว่ามีความผิด แล้วก็คนที่เป็น มิจฉาทิฏฐิ ล่ะ ถูกอยู่เสมอรึ
สวรรค์มีจริงบอกว่าสวรรค์ไม่มี นรกมีจริง บอกว่านรกไม่มี ตายแล้วมีสภาพสูญ อันนี้มันเป็นศาสนาของเดียรถีย์
แต่พราหมณ์บางพวกเขาก็ยอมรับว่าสวรรค์นรกมีจริง เรื่องนี้ปรารภให้ทราบ ไม่ได้ว่าใคร พูดไว้ก่อน พูดแล้วถ้าเรื่องเกิดจริงก็ทำจริงตามนั้น



เพราะว่าเวลานี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย มีมากด้วยกัน สามารถเจริญกรรมฐานในส่วนของวิชชาสามบวกอภิญญาหก อันนี้เป็นความรู้ในพุทธศาสนา
พระน่ะควรจะรู้ทุกองค์ ไม่ใช่ว่าพระจะมานั่งคัดค้าน วิชานี้



วิชาของพระพุทธศาสนา สุกขวิปัสสโก เตวิชโช ฉฬภิญโญ ปฏิสัมภิทัปปัตโต
พระมีความจำเป็นต้องรู้ในเมื่อพระมีความจำเป็นต้องรู้ ก็ไม่น่าจะสงสัย ถ้าไม่รู้ก็แสดงว่าท่านไม่ได้สนใจในพุทธศาสนาจริง มันเป็นวิชาความรู้ที่ไม่หนักนัก
แม้แต่เด็กนักเรียนก็ทำได้



เป็นอันว่าที่พูดอย่างนี้เพราะอะไร เพราะว่าต่อนี้ไปก็จะพูดถึงเทวดาหรือนางฟ้าปัจจุบัน ประเดี๋ยวจะหาว่าอวดอุตตริมนุสสธรรมกันอีก
อันนี้ไม่เป็นไร อย่าลืมนะ โจทย์กันเมื่อไร แยกพวกกันเมื่อนั้น หมดเรื่องหมดราวกันไป บอกกันไว้ก่อน ถ้าสงสัยควรจะไปฝึกฝนเสียให้ดี ทำให้มันได้
เขาทำกันได้เยอะแยะไป อย่ามัวติดกระดาษกันอยู่เพลินไปซิ ติดอารมณ์ของใจไว้บ้างจะมีประโยชน์



ขอกล่าวถึงเรื่อง นางเทพธิดาปูทะเล ขณะที่นั่งอยู่กับ ท่านปัญจสิกขเทพบุตร
ก็ปรากฏว่ามีผู้หญิงประมาณ ๘ คน นับจริง ๆ แล้วได้ ๘ คนจริง ๆ รูปร่างหน้าตาสะสวยงดงามมาก ผิวพรรณผ่องใส เครื่องประดับก็สวย เธอมองหน้าแล้วก็ยิ้ม ๆ />


แต่มีคนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้อาตมาที่สุด เธอมองหน้าไม่ละ ก็สงสัยว่า เราจะเกิดมีแฟนบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกหรืออย่างไร
คำว่า “แฟน” เขาแปลว่า “คลั่ง” เราจะเกิดไปคลั่งกับนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ก็เป็นไปไม่ได้



เพราะสภาพของคนพูดอยู่ในสภาพ เหลาเหย่ แต่ว่าเวลาที่ออกไปจากกายมันไม่เหลานะ แต่นี่บรรดานางฟ้ากับคนมันรักกันไม่ได้ มันแต่งงานกันไม่ได้
เวลาไปนั้นก็ไปโดยธรรม ถ้ามีนิวรณ์นิดหนึ่งก็ไปไม่ได้ ต้องละนิวรณ์ให้ได้แน่นอน



เฉพาะเวลานั้นทำจิตให้สะอาด ไม่เกาะในอารมณ์ต่าง ๆ ในเมื่อมีอารมณ์ผ่องใสดีแล้ว มันก็หลุดไปเอง ไม่ต้องบังคับให้ไป มันไปของมันเอง
ในเมื่อไปในสภาพจิตผ่องใส อารมณ์กามารมณ์มันก็ไม่มี



แต่ว่าเบื้องหลังของหญิง ๘ คน มีภาพแปลก ความจริงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี่ก็มามาก มาบ่อย แต่ก็ไม่เคยเห็นภาพอัศจรรย์แบบนี้ มันเป็นภาพหญิงคนหนึ่ง
อยู่ไกลออกไปประมาณสัก ๒ เส้น เป็นภาพใหญ่มาก สีเนื้อดำแดง ค่อนข้างดำ อ้วนใหญ่ หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ในความรู้สึกว่าภาพนั้นเป็นภาพของ นางยักษิณี
จึงหันมาถามท่านปัญจสิกขเทพบุตร



ถามว่า บนเมืองสวรรค์นี่มีภาพประเภทไม่สวยอย่างนี้เหมือนกันรึ

ท่านปัญจสิกขะท่านบอกว่า ไม่มี ปกติไม่มี

ก็ถามว่า ฉันขึ้นมาทุกครั้งก็ปรากฏว่าไม่มี แต่วันนี้มันมี มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ท่านปัญจสิกขะก็บอกว่า หญิง ๘ คนนี้ ที่เป็นนางฟ้าอยู่เวลานี้ ที่ท่านเห็น เป็นคนที่มีบาปอยู่เบื้องหลัง



นั่นก็หมายความว่า ในระยะต้นสร้างบาปไว้มาก แต่ว่าไม่ถึง อนันตริยกรรม คือกรรมไม่หนักเกินไป มาตอนใกล้จะตาย หรือช่วงหลังของชีวิต ทำกำลังใจเป็น
สัมมาทิฏฐิ รู้จักการให้ทาน รู้จักการรักษาศีล รู้จักการเจริญภาวนา เรียกว่าเอากำลังความดีลบความชั่วไว้ชั่วขณะหนึ่ง เวลาที่จะตายจิตใจก็เกาะความดี




ในที่สุดก็มาเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกก่อน แต่ทว่าบาปยังติดตามอยู่ ถ้าเธอต้องจุติไปจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เมื่อไร
และก็ไม่สร้างความดีไว้เพื่อการป้องกัน นั่นหมายความว่าบาปต้องดึงเธอทั้งหมดลงอบายภูมิทันที




นี่แหละ บรรดาท่านพุทธบริษัท หรือท่านผู้อ่าน ฟังแล้ว อ่านแล้วก็จงคิดตามว่า ตามที่พระพุทธเจ้ากล่าวว่า

“จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติ ปาฏิกังขา” เวลาจะตาย จิตใจเป็นอกุศล หรือเศร้าหมองนิดหน่อย ไปอบายภูมิทันที

“จิตเต ปาริสุทเธ สุคติ ปาฏิกังขา” ก่อนจะตาย แม้แต่จิตใจผ่องใสในด้านของบุญกุศลนิดหน่อย ก็ไปสวรรค์ทันที



ก็รวมความว่าหญิงทั้ง ๘ คนนี้ มีบาปหนัก แต่ว่าไม่หนักถึง อนันตริยกรรม แต่ทว่าเธอจับกำลังบุญไว้ภายหลัง ก่อนจะตาย

ต่อจากนั้นก็หันไปถาม นางเทพธิดาปูทะเล

ถามว่าน้องหญิง อยากจะทราบว่าสมัยที่เป็นมนุษย์เธออยู่ที่ไหน

เธอก็ตอบทันทีว่า จำฉันไม่ได้รึ



ก็เลยบอก ถ้าอย่างนั้นขอดูภาพเดิม ภาพเดิมของเธอบรรดาท่านผู้ฟัง เป็นคนรูปหล่อจริง ๆ แต่หล่อประเภทที่ยังไม่ได้ขัด
นั่นก็หมายความว่าให้ดูของที่เขาหล่อใหม่ ๆ ยังไม่ตบไม่แต่ง ไม่ขัด มันเป็นอย่างไร เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เป็นคนแก่ อายุจริง ๆ ก็ประมาณสัก ๕๐ ปีเศษ ใกล้
๖๐ ปี ผิวเนื้อดำแดง ค่อนข้างดำ ร่างใหญ่เทอะทะ




เลยถามเธอว่า รูปหุ่นของเธอเป็นอย่างนี้รึ เธอมีสามีหรือเปล่า

เธอก็ตอบว่ามี ก็เป็นอันว่าคนที่มีสามี แสดงว่าเคยเป็นคนสวย เพราะถ้าไม่มีชายใดเห็นว่าสวย เขาก็ไม่ดึงเธอ
ไม่รับเธอมาเป็นภรรยา



ขอดูภาพต้น เธอก็ให้เห็นตั้งแต่สมัยเธอเป็นเด็ก แล้วก็เป็นสาววัยรุ่น เป็นสาวโต สาวใหญ่ แต่งงาน รวมความว่าร่างกายของเธอมาเปลี่ยนแปลงตอนอายุใกล้ ๔๐
ตอนเป็นเด็กกับเป็นสาวรุ่น เป็นสาวโตก็ตาม รูปร่างหน้าตาดี ทรวดทรงดี ผิวพรรณก็รู้สึกว่าจะไม่ดำ ผิวเนื้อดำแดง เกลี้ยง



แต่ว่าอาชีพของเธอ เธอเป็นคนจน เวลานั้นอาชีพจริง ๆ ก็คือ หาปูทะเล จับปูทะเลมาขาย ปูทะเลจับมาได้ก็ต้องมัด แล้วเขาทำอะไรบ้างก็ไม่ทราบ
มัดน่ะมัดแน่ เก่งเสียด้วย จับปั๊บมาเดี๋ยวมัดปุ๊บ จับปั๊บมัดปุ๊บ แม้แต่เป็นเด็กก็คล่อง อย่างคนพูดจะไปจับบ้างมีความหวังว่าปูทะเลงับ เอาก้ามหนีบตายแน่
เธอคล่องแคล่วได้แล้วก็เอามาขาย เป็นสาวก็ทำอย่างนั้น แต่งงานแล้วก็ทำอย่างนั้น



มาเปลี่ยนแปลงเอาจริง ๆ เมื่ออายุ ๓๐ ปีเศษ ตอน ๓๐ ปีเศษนี่ มีทุนอยู่บ้าง ไม่จับปูแล้ว ขายปูได้กำไรพอสมควร เป็นคนซื้อปูมาขาย
เป็นอันว่าการซื้อปูมาขายก็ปูที่เขาจับมา และถูกมัดแต้ เธอก็คุมเพื่อการขาย บรรดาท่านทั้งหลายก็ลองนึกดูว่า
สภาพถูกมัดกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แบบนั้นมันจะมีการทรมาน มีการเจ็บการปวดการเมื่อยขนาดไหน ทรมานขนาดไหน สภาพของปูทะเลก็มีสภาพแบบนั้นเหมือนกัน



ก็สรุปแล้วว่า เธอทำบาปอย่างหนัก นี่บาปที่ติดตามมาที่เห็นเป็นภาพนางยักษิณีโผล่ขึ้นมาน่ะ เป็นแบบนั้น



ทีนี้ก็มาตอนหลังเมื่ออายุเข้า ๔๐ ปี แต่ความจริง ในตอนระยะต้น ๆ ตั้งแต่เด็กมา เป็นสาวมา สาวเล็ก สาวใหญ่ แต่งงานแล้วก็ตาม บุญเธอก็ทำบ้าง
แต่บุญทำแบบผิวเผินจริง ๆ นั่นก็หมายความว่าใส่บาตรบ้าง นาน ๆ ก็ใส่ครั้งนาน ๆ เขามีเทศน์ก็ไปฟังบ้าง แต่ก็ไม่ตั้งใจนัก เขาทำบุญเรี่ยไรก็ทำบ้าง
แต่ไม่ได้ตั้งใจมาก ทำประเภทปัดสวะให้ผ่านพ้นไป



ฉะนั้น ท่านทั้งหลายที่แจกฎีกาพึงทราบว่า คนที่เขาทำบุญตามฎีกามา มันจำใจทำกันมา แต่ก็ได้บุญ ถึงแม้จะได้บุญไม่เต็มเม็ดไม่เต็มหน่วย
อย่างชาวบ้านเขามีข้าว ๑ กาละมัง ได้บุญเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราได้บุญไม่เต็มเม็ดไม่เต็มหน่วย มีข้าว ๑ จาน ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย รวมความว่าเธอทำมา



ต่อมาเมื่ออายุ ๔๐ ปีเศษ ๆ ก็มีความรู้สึกว่า อาชีพเดิมทั้งหมด มันบาปทั้งหมด บังเอิญมีพระที่น่าเคารพท่านหนึ่ง ท่านไปอธิบายให้ฟัง พระใกล้บ้าน
เป็นพระหลวงตา ท่านอธิบายให้ฟังว่า ไอ้การทำแบบนี้มันบาป และพระหลวงตานั้นก็เป็นพระที่ไปรับบาตรประจำ ผ่านอยู่เสมอ ในที่สุดก็ละจากอาชีพนั้น
มาเป็นอาชีพรับจ้างอย่างอื่น ที่ไม่เป็นบาป



ตอนหลังนี่ตั้งหน้าตั้งตาทำบุญ แต่ความจริงน่าขอบคุณหลวงตาองค์นั้นท่าน และมาระยะใกล้จะตาย ๔ เดือน เธอก็มีโอกาสมาที่ วัดท่าซุง
เธอเล่าให้ฟังนะ บุญใหญ่เธอทำมาเป็นปกติ ใส่บาตรก็ทำมา ฟังเทศน์ก็ทำมา ใครเขาไปเรี่ยไรก็ให้ ทำมาเรื่อย ๆ จิตใจเป็นบุญกุศลที่มาวัดท่าซุงนี่ก็มา
เป่ายันต์เกราะเพชร



เห็นวัดเข้าก็ชอบใจ ก็คิดในใจว่า วัดสวย ๆ แบบนี้หายาก เธอก็ไปสนใจมณฑปแก้วที่ปิดกระจกทั้งข้างนอกข้างใน สนใจมาก
เข้าไปนั่งไหว้พระ ดูภาพพระก็ชอบใจ เห็นมณฑปก็ชอบใจ มีจิตใจสดชื่น ไปนั่งนานจนกว่าจะได้ถึงเวลาเป่ายันต์เกราะเพชร ก็ไปรับยันต์ฯ เมื่อไปรับยันต์ฯ ตอนเช้า ๔
โมงเช้าแล้ว ปรากฏว่ารถเขาประกาศว่าเขาจะออก ๔ โมงเย็น ก็ไปนั่งป๋ออยู่ที่มณฑปแก้วตามปกติ สดชื่นมาก จิตใจจับที่นั่น




ต่อมาได้ทราบข่าวว่าที่ซอยสายลม มีพระวัดท่าซุงไปสอนกรรมฐานที่นั่น เธอก็ไป ไปกับเขาด้วย ไปเจริญกรรมฐานวันแรก เธอบอกว่า ภาพพระที่มองเห็น
เวลาลืมตาเวลาหลับตาแล้ว เปลี่ยนพระใหม่ พระองค์นั้นไม่เห็น เป็นพระปูไป บรรดาปูที่คลานยั้วเยี้ยที่เธอจับมาก็ดี กำลังภาพมัดปูก็ตาม ขายปูก็ตาม
นั่งขายปูก็ตาม



ก็รวมความว่า ภาพนั้นปรากฏเต็มไปหมด จะมองเท่าไรก็ไม่เห็นพระ เห็นแต่ปูแทน ในที่สุดลืมตา ทิ้งภาพปู ลืมตาดูพระใหม่ พอเห็นภาพพระแจ่มใสดีสดชื่น
เมื่อลืมตาแบบนั้น นาน ๆ หน่อยก็หลับตาปุ๊บ เมื่อหลับตาไปทีแรกก็ปรากฏว่าเห็นปูอีก เป็นอันว่าวันแรกของการเจริญกรรมฐาน คือ เป็นวันเสาร์ ไม่มีผลเป็นพระ
มีผลเป็นปูทะเล เธอก็เศร้าสลดใจ



ต่อมาถึงการอุทิศส่วนกุศล พระท่านแนะนำบอกว่า ให้พระยายมและเทพเจ้าเป็นพยานในการบำเพ็ญกุศล และท่านอธิบายว่า
เผอิญพระยายมท่านบอกว่า ถ้าใครทำบุญไว้ เวลาอุทิศส่วนกุศลให้ฉันเป็นพยาน ถ้าบังเอิญที่จะต้องผ่านสำนักฉัน การสอบสวนเรื่องบาปก็ไม่มี
ฉันจะเป็นพยานให้ เพราะบุญมีอยู่ จะส่งไปสวรรค์ก่อน




เธอก็บอกว่า ดีใจถ้อยคำนี้ เวลาท่านนำอุทิศส่วนกุศลก็สดชื่นมาก ตั้งใจจริง ๆ เพราะว่าเจ้าปูเป็นเหตุ อย่างไร ๆ ไม่ขอลงนรกแน่
เธอคิดในใจว่าถ้าขืนลงนรกเสียท่าปู ปูมันตามหนีบกันแน่ ปูมันเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เจ็บตาย เธอไม่ได้คิดถึงไฟ คิดถึงปูอย่างเดียว แล้วก็กลับบ้าน




ก่อนที่จะกลับบ้าน ตอนนั้นก็ถวายสังฆทานก่อน พอเสร็จจากการอุทิศส่วนกุศลแล้วก็วิ่งแร่เข้าไปหาจุดสังฆทาน จะเอาชุดใหญ่ ๕๐๐ ๘๐๐
๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ สตางค์ก็ไม่มี มีสตางค์ผสมผเสได้ ๑๐๐ บาท เอาชุด ๑๐๐ เถิด ก็เอาชุด ๑๐๐ มา




วันรุ่งขึ้นไปใหม่ ตั้งใจว่าไปทีแรก จะถวายสังฆทานทันที ชุด ๑๐๐ บาท ก็ทำสังฆทานชุด ๑๐๐ บาท ชุดเล็ก และก็ฟังการคุยไป นั่งดูพระพุทธรูปไป
ตัดสินใจ วันนี้จะไม่ยอมให้ปูเข้ามากวนใจ จะขออยู่กับพระพุทธรูป หลับตาบ้าง ลืมตาบ้าง ใครจะคุยอย่างไรก็ช่าง สนใจพระพุทธรูปอย่างเดียว




พอตอนกลางคืน เจริญกรรมฐานเสร็จ ก็ถวายสังฆทานอีกครั้ง แต่ว่าตอนคืนที่ ๒ ปรากฏว่าเวลาหลับตา ปูกับพระแย่งกัน
ประเดี๋ยวภาพพระเกิดขึ้นบ้าง เห็นภาพปูบ้าง ภาพพระบ้าง ภาพปูบ้าง สลับกัน เธอก็ดีใจว่าวันนี้พระสู้กับปูแล้ว ปูกับพระสู้กัน ปูแพ้ ปูเกิดขึ้นมาน้อยภาพ
เห็นภาพพระมาก เห็นภาพปูน้อย




ต่อมาวันที่ ๓ ทำอย่างนั้นอีก วันนี้ชนะเด็ดขาด ปูไม่ปรากฏ เห็นแต่พระอย่างเดียว ไปถึงแล้วปั๊บ ไม่ต้องการอะไรทั้งหมด
ตั้งหน้าตั้งตา ตาจ้องภาพพระพุทธรูป กับพระสงฆ์
ที่พูด เอา ๒ พระ พระนี่ขับปู ก็รวมความว่าได้ผล วันนี้ปูไม่ปรากฏ เอาพระพุทธรูปด้วย เอาพระสงฆ์ด้วย
ช่วยกันขับปู



มองลีลาของพระสงฆ์ที่นั่ง มองลีลาของพระสงฆ์ที่พูดบ้าง จำลีลาและจำภาพพระพุทธรูปบ้าง ดู ๒ อย่าง อย่างไหนเลือน จับอีกอย่างหนึ่งเข้ามาแทน color="green">วันนี้ชัด เห็นทั้งภาพพระพุทธรูป เห็นทั้งภาพพระสงฆ์ ปูไม่เกิด เธอก็ดีใจมาก



ก็รวมความว่าทำอย่างนี้มาได้ ๓ ครั้ง วาระที่สุดของชีวิตของเธอก็มาถึงเวลาที่มันจะตายจริง ๆ อาการป่วย ป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายวัน มันปวดศีรษะบ้าง
แน่นหน้าอกบ้าง เสียดท้องบ้าง เป็นปกติ แต่ในเวลานั้นก็ตั้งใจภาวนาว่า “พุทโธ”



นึกถึงภาพพระกับพระสงฆ์ที่เคยเห็น ภาพก็ชัดเจน แจ่มใสเป็นบางกำลัง บางทีมันปวดมาก ภาพก็หายไป มันคลายหน่อยก็ปรากฏว่าจิตเห็นภาพ แต่ใจไม่ยอมปลด
มันจะปวดอย่างไรก็ตาม ตั้งใจ “นะมะพะธะ” บ้าง “พุทโธ” บ้าง จับภาพพระสงฆ์บ้าง จับภาพพระพุทธบ้าง สลับกัน ในที่สุดเธอก็ตาย/>


เวลาจะตายเธอบอกว่า ไม่มีความรู้สึกว่ามันจะตาย มันเป็นแต่มีความรู้สึกวูบหนึ่ง อาการปรากฏทีแรกมันอืดเสียดมาก อาการอืดเสียดหายไป มึนงงหายไป
จิตเป็นสุข อารมณ์เป็นสุขมาก มีความเยือกเย็น มีความสบาย ใจจับภาพพระพุทธรูป ภาวนาว่า “พุทโธ” เดี๋ยวก็
“พุทโธ”
บ้าง เดี๋ยวก็ “นะมะพะธะ” บ้าง ก็ตีกัน ๒ อย่าง



แต่ไม่เป็นไร ก็เป็นคุณทั้งหมด ภาพพระก็เกิด มีสภาพแจ่มใส สดใสขึ้น สวยขึ้น ๆ ตามลำดับ เป็นทองอร่ามขึ้น ในที่สุด พระยิ้ม
เมื่อเห็นภาพพระพุทธรูปยิ้ม เธอก็มีอาการสดชื่น



ตอนนั้นเองบรรดาท่านผู้ฟังและท่านผู้อ่าน มาตอนนี้ เธอคุยบอกว่า มีความรู้สึกว่าวูบเหมือนกับตกจากที่สูง
และมีความรู้สึกอีกทีหนึ่งมาอยู่บนวิมานบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก วิมานของเธอแจ่มใสมาก สดสวยมาก แพรวพราวเป็นระยับ เป็นสีน้ำมันก๊าด เป็นเพชรสีน้ำมันก๊าด
ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จะว่าขาวก็ไม่ใช่ มันใสนะ




ถามเธอว่าที่ได้วิมานอย่างนี้เพราะอะไร

เธอตอบทันทีว่า เพราะสนใจในมณฑปแก้ว และพระพุทธรูปในมณฑปแก้ว

ถามว่า ไปในมณฑปนั่นกี่ครั้ง

เธอบอกว่า ไป ๓ ครั้ง ติดใจ เวลามีงานก็ไป ยามปกติก็ไป เวลาไปก็ต้องขึ้นมณฑปก่อน ไปนั่งหน้าพระภาวนาให้สบาย ตัดภาพปูทิ้งไป
เห็นพระแทน ดูภาพมณฑปก็ชอบใจ อันนี้เป็นปัจจัยให้ได้วิมานแก้ว ใสมาก สว่างมาก




ถามว่าเธอมีนางฟ้าเป็นบริวารเท่าไร เธอมีนางฟ้าเป็นบริวารหรือมีเทพบุตรเป็นบริวาร

เธอก็ยิ้ม เธอบอกว่า ไม่มีเทวดาเป็นบริวารเจ้าค่ะ มีแต่นางฟ้าเป็นบริวาร นางฟ้าที่เป็นบริวารนั้นก็มี ๔,๐๐๐ คน
เครื่องประดับประดาก็มาก




ก็บอกเธอว่า อยากจะเห็นวิมาน ก็ปรากฏว่าเวลานั้นวิมานลอยมา
ในเมืองสวรรค์นี่แปลกบรรดาท่านผู้ฟัง บ้านเรามีบ้าน ยกบ้านไปไหนไม่ได้ แต่ประเทศอเมริกาเขามีบ้านใส่รถยนต์ไปได้ เขาลากไปได้ นั่นต้องใช้รถลาก
แต่ว่าวิมานบนสวรรค์ บ้านบนสวรรค์นี่ไม่ต้องลาก พอต้องการอยากจะเห็นวิมาน วิมานก็ลอยมาทันที นางฟ้าทั้งหมดหน้าตาแจ่มใสมาก วิมานของเธอโตมาก
และมีความสว่างไสวมาก



ก็ถามเธอว่า เธอมีความรู้สึกอย่างไร เรื่องบาปเก่า เวลานี้ภาพนางยักษิณียังปรากฏอยู่ เธอก็บอกว่าทราบ
ภาพนางยักษิณีนี่ความจริงไม่ใช่นางยักษิณีจริง เป็นภาพที่แสดงออก เมื่อท่านปรากฏนี่เอง ตามปกติฉันไม่เห็น แต่ว่าภาพนั้นคงเป็นพยานให้ท่านทราบ
ฉันยังเป็นคนมีบาป



ถามเธอว่า เธอทราบไหม ถ้าหมดบุญจากสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลกเธอจะไปไหน

เธอก็ตอบว่าทราบ เขาจะนำฉันไปไว้นรกชั้นที่ ๕

ก็ถามเธอว่า จะไปไหม

เธอก็ตอบว่า ที่ไปซอยสายลม พระสอนบอกว่า ให้หนีไปนิพพาน เวลานี้ฉันก็ตั้งใจไปนิพพาน



ฉันไปฟังเทศน์ที่พระจุฬามณีเจดียสถานเสมอ และก็ที่ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ และที่ ประชุมเทวสภา
ก็มีหลายวาระที่บรรดาพระโพธิสัตว์ท่านมาเทศน์ วันไหนพระโพธิสัตว์ไม่มา ไม่ว่าง ก็พระอินทร์ท่านก็เทศน์แทน ท่านเทศน์สงเคราะห์ ให้เทวดาทุกคนบำเพ็ญกุศลต่อ




ให้ทุกคนมองดูกรรมของตัวเอง ว่ากรรมที่เป็นอกุศล ที่ดั้งเดิม ก่อนที่จะตาย มีกรรมที่เป็นอกุศลมีไหม
และกรรมที่เป็นอกุศลนั้นทิ้งเราหรือยัง เทวดาหรือนางฟ้าทุกคนก็ปฏิบัติตามท่าน รวมความว่า ไม่มีเทวดา
ไม่มีนางฟ้าองค์ไหนที่ไม่มีบาปกรรมต่อท้ายอยู่เบื้องหลังควบคุมอยู่เบื้องล่าง ฉะนั้น เทวดาหรือนางฟ้าทุกองค์ ก็ตั้งใจบำเพ็ญกุศลหวังไปนิพพาน




เมื่อคุยกับเธอจบ ก็ถามเธอว่า เธอมีอะไรจะสั่งไปถึงพวกบ้านไหม

เธอก็ตอบว่า ฉันก็ขอสั่ง สั่งตามท่าน ท่านเขียนหนังสือแล้วก็บอกเขาด้วยนะว่า ฉันคนชื่อ ป. อยู่หน้า ตายเมื่ออายุ ๕๗ ปี
อาชีพเดิมจับปูและก็ขายปู ต่อมาเมื่ออายุ ๔๐ ปีเศษ ก็ปรากฏว่าเป็นนักบุญ เวลานี้ มีความสุขมาก




แต่ว่าไอ้กรรมเก่า ขอบรรดาลูกหลานทุกคนที่อยู่ในเมืองมนุษย์คิดว่า การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เป็นปัจจัยให้เกิดความสุขแก่ตัวเองนั้น
ความจริงไม่จริง มันจะลากไปอบายภูมิ จะมีความทุกข์หนัก ความสุขนิดหนึ่ง ที่ทำให้ร่างกายอิ่ม ไม่มีความสำคัญ ไม่คุ้มกัน
ฉะนั้นขอบรรดาลูกหลานและพี่น้องทุกคน จงละบาปอกุศล ทำงานรับจ้างเขาที่ไม่เป็นบาปดีกว่า



เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายโดยถ้วนหน้า มองดูเวลาแล้วก็เหลือนาทีเศษ ๆ จะหมดเทปที่ตั้งไว้ ก็ต้องขอลาก่อนขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล
จงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังและผู้อ่านทุกท่าน สวัสดี




Create Date : 29 กันยายน 2554
Last Update : 29 กันยายน 2554 22:55:56 น. 0 comments
Counter : 298 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมึกสีดำ
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมึกสีดำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.