Air SurOundinG mE liKe mY besT frIendS !
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ศาลเจ้าเวียตนามในไทย

ถึงตอนที่ 4 แล้ว
ตอนนี้ผมจะเขียนถึงศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่กับหมู่บ้านนาจอก
ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อว่า ศาเจ้าพ่อด่ายเวือง
สร้างขึ้นหลังจากการก่อตั้งชุมชนนี้ได้ไม่นาน
เมื่อ พ.ศ. 2441 เดิมเป็นศาลเจ้ามุงด้วยสังกะสี ยกพื้น
และมีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2532
โดยเงินบริจาคที่สะสมไว้ของศาลเจ้า



งานนมัสการศาลเจ้าด่ายเวืองประจำปี จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง
ครั้งแรกคือช่วงวันตรุษญวน (ตรงกับตรุษจีน)
ชาวเวียตนามจะเรียกว่า เต๊ด (Tết)
และอีกครั้งคือช่วงวันเข้าพรรษา
ส่วนในทุกวันพระก็จะมีผู้เฒ่าหนึ่งคนที่รับหน้าที่ ดูแล และทำพิธี
เซ่นไหว้ทุกวันพระ แต่จะทำเองเงียบ ๆ ผู้เฒ่าผู้นี้มีวาระ 1 ปี
โดยปฏิทินของเวียตนามนั้นจะนับตามระบบจันทรคติ
อิงตามปฏิทินจีนที่เราเห็นเขียนในปฏิทินทั่วไปนั่นแระ
อันนี้ผมพอนับได้เพราะพ่อสอนไว้
เมื่อก่อนการนับการครบรอบวันตายของบรรพบุรุษ
จะนับตามจันทรคติ ซึ่งหลัง ๆ ลูกหลานหลายบ้าน
ไม่เห็นดีด้วย เพราะนับไม่เป็น และที่สำคัญจำยาก
จึงนับตามระบบสุริยคติ ไปก็มาก เช่นฝั่งทางแม่ผมเป็นต้น

ธรรมเนียมของชุมชนนาจอกในงานเซ่นไหว้ศาลเจ้าพ่อด่ายเวืองก็คือ
จะมีใบบอกไปยังสมาชิกหมู่บ้านว่า
จะต้องเตรียมของเซ่นไหว้บ้านละ 1 ชุด เรียกว่า โก่ (co) มาเซ่นไหว้
โดย โก่ นั้นแบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้

1. ชุดไก่ไหว้ พร้อมข้าวเหนียว หมากพลู และเหล้า 1 ชุด
ชุดนี้สำหรับครอบครัวปกติที่มีผู้ชายหรือพ่อบ้านเป็นปกติ
การหักไก่ต้มจะทำโดยหักปีกเสียบทะลุแก้มไก่ไขว้สลับข้างกันตามรูป
รูปนี้เป็นชุดไหว้ของครอบครัวผมล่ะ



แต่ละถาดของชุดไหว้ไก่ นี้ต้องเสียค่าเหล้าขาวอีกถาดละ 5 บาท
โดยทางศาลเจ้าจะจัดไว้บริการเพื่อความสะดวก
โดยจะจัดเหล้า ขาว 1 จอก น้ำเปล่า 1 จอก กับมีดไม้ไผ่เหลา
เสียบที่กลางตัวไก่ ก่อนที่จะยกเข้าไปตั้งให้ห้องพิธี
และนี่คือ อุปกรณ์ที่ว่า จอก กับ มีดไม้ไผ่เหลา





2. ชุดกระดาษไหว้ สำหรับ แม่ม่าย หญิงโสด หรือคนชรามากที่ไม่สามารถจัดชุดไก่ไหว้ได้



3. เงิน สำหรับลูกหลานที่ไปอยู่ต่างหมู่บ้าน หรือชุมชนอื่น แต่ยังคงสังกัดกับชุมชนนี้ (การสังกัดจะคล้ายชมรม ซึ่งมีสิทธิ์ในการจัดการและฝังศพในสุสานของหมู่บ้าน - ไว้จะเขียนในตอน "ความเชื่อหลังความตาย" )

เรื่องเงินนี้ถ้าผู้มีจิตศรัทธาก็จะบริจาคเพิ่มเติมได้
แต่ส่วนใหญ่ลูกหลานที่จากถิ่นไปไกล ๆ กลับบ้านปีละครั้งก็จะบริจาค
กันทุกคน ผมกับพี่ชายก็บริจาคไปจำนวนหนึ่งเช่นกัน
คืนนั้นรู้สึกจะได้เงินบริจาคเกือบ ๆ 30,000.-

การทำพิธีเซ่นไหว้เรียกว่า เต๋ (tể) โดยจะมีทีมผู้สูงอายุสักประมาณ 8 คน
แต่งกายด้วยชุดเวียตนามแบบดั้งเดิมเป็นผู้อ่านคำเซ่นไหว้และทำพิธี
ตามรูปนี้เลย สังเกตจะมีผ้าคาดศีรษะสีดำแบบดั่งเดิม



ซึ่งทีมผู้ทำพิธีนี้เป็นทีมที่ฝึกขึ้นมาใหม่สักสองปีนี่เอง
เป็นทีมฝึกใหม่ไว้ทดแทนทีมเก่าที่ล่วงลับดับหายกันมากแล้วไปตามวัย
แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่ยังแข็งแรง (อายุยืน) รับเป็นพี่เลี้ยงให้ทีมใหม่นี้
โดยจะนั่งกระซิบ พยักหน้า บอกขั้นตอนอยู่หลังฉาก รวมทั้งดุด้วยแระ
และที่สำคัญจะมีพิธีกรหนึ่งคนไว้บอกขั้นตอนเป็นภาษาเวียตนาม
ส่วนที่เหลือก็จะเป็นผู้ทำพิธีเซ่นไหว้
สังเกตว่าปีนี้จะมีคนถ่ายวีดีโอไว้ด้วย ดูขัดตานิดหน่อย
เค้าเป็นใครกัน ! อ่านบล๊อกให้จบก็จะได้คำตอบคร้าฟฟฟ



การทำพิธีเซ่นไหว้เจ้าพ่อด่ายเวืองนี้จะทำซ้ำกันสองรอบ
คือตอนค่ำ ๆ 1 รอบเรียกว่าวันเข้า (Vô)
และเวลาสาย ๆ ของวันรุ่งขึ้นอีก 1 รอบ เรียกว่าวันออก (Ra)
โดยก่อนหน้าที่จะเริ่มงานสองสามวันชาวบ้านจะได้รับใบบอกให้จัด โก่ (co)
บ้านละ 1 ชุด 1รอบ อาจเป็นค่ำ ๆ หรือรอบตอนรุ่งเช้าของอีกวันก็ได้

ตั้งแต่เขตประตูห้องทำพิธีจะผ่านเข้าไปได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ผมจึงมีโอกาสเข้าไปถ่ายภาพด้านในมาให้ชมกัน
สูงสุดของแท่นบูชาเป็นหมวกคล้ายหมวกขุนนางจีน
แล้วก็จะมีผ้ายันต์ผืนหนึ่งเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ผ้าหายไปไหนแล้วไม่ทราบ



ด้านในก็จะมีชั้นวาง โก่ (co) รอบ ๆ
ส่วนตรงกลางก็วางของเซ่นไหว้ต่าง ๆ
ปีนี้พิเศษมีคนมีศรัทธาส่งหมูหันกับข้าวเหนียวถาดใหญ่มากกมาเป็น โก่
แล้วบริจาคเงินอีก 150,000.- สำหรับทาสีศาลเจ้าใหม่



ถัดจากมุมนี้จะพาเดินออกมาชมด้านนอกกันบ้าง
ด้านหน้าโต๊ะทำพิธีจะมีกระดาษเงินกระดาษทองหนึ่งแผ่น
และเหล้าขาว 2 จอกสำหรับผู้ทำพิธีจุ่มนิ้วล้างมือ ก่อนเริ่มพิธี
แล้วเช็คมือที่กระดาษเงินกระดาษทองเพื่อแสดงความเคารพก่อนทำพิธี
ลองมองเข้าไปจะเห็นรูปท่านประธานนาธิบดีโฮจิมินทร์ ทั้ง 2 ข้าง
เป็นรูปที่ได้รับบริจาคจากชาวเวียตนาม และเพิ่งจะติดไว้ไม่กี่ปีมานี่



ช่วงที่ทำพิธีเรียกว่า เต๋ (tể) จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จะมีมือกลอง และมือฆ้อง 1 คู่ ตีกำกับจังหวะไปด้วย
ซึ่งผมว่าแปลกหูดี เพราะเค้าจะเคาะด้านข้างกลองไปด้วย
มันจึงมี 3 เสียงคือ เสียงหนังกลอง เสียงไม้ข้าง ๆ กลองและเสียงฆ้อง
กลองใบนี้ เสียงไม่ไหวแล้วล่ะ คงเก่ามาก ตีไม่ดังเอาซะเลย



ส่วนนี่ฆ้องใบนี้เปลี่ยนใบใหม่แล้วเสียงดังกังวานเพราะหูเชียว



แต่น่าเสียดายอย่างคือช่วงทำพิธี คนจะคุยกันเสียงดังมาก
เหตุผลหนึ่งก็อาจเพราะฟังคำบวงสรวงกันไม่ออก ก็เลยคุยกันดีกว่า
ส่วนผมพอฟังออกสัก 40 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ได้คุยกับใคร (พยามจะแปล)
ที่เหลือเป็นภาษาสวย ๆ ที่ใช้คำชั้นสูงคงมีแต่คนรุ่นเก๋า ๆ ที่จะฟังกันออก



พอเสร็จพิธีคนก็จะกรูกันขึ้นไปจุดธูปสักการะเจ้าพ่อ



และก็มาถึงภาพสถานที่ ก่อนเริ่มงาน
มองออกไปด้านนอกจะเป็นทุ่งนาอ่างเก็บน้ำหนองญาติ
เห็นโคมสี ๆ ถูกส่งมาจากป้าคนหนึ่งที่เค้าย้ายไปอยู่เชียงใหม่
บังเอิญว่าผมไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงหลังปีใหม่จึงถือโอกาสส่งมาประดับ



และปีนี้พิเศษหน่อยเพราะว่ามีการติดต่อของทีมงานพันแสงรุ้ง
มาถ่ายทำสารคดี "อัตลักษณ์ชาวไทยเชื้อสายเวียตนาม"
จะออกอากาศทาง ไทยทีวี วันอาทิตย์ เวลา 16.30 น.
ช่วงต้น ๆ เดือนเมษายนนี้

ทีมงานกำลังสัมภาษณ์ผู้เฒ่าผู้แก่



ศาลเจ้าที่นี่มีการปรับตัวตามยุคตามสมัย
มีการสร้างห้องน้ำ ปรับที่นั่ง และมีเครื่องเสียง
จึงมีลูกหลานรุ่นใหม่ ที่กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงตรุษจีน
มาร่วมพิธีกันอย่างหนาตา
ใครเป็นใครลูกหลานใครโตกันแค่ไหน มีเขย มีสะใภ้กันหรือยัง
สามารถอัพเดพรายปีกันได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น 555

ส่วนโต๊ะนี้เป็นพี่พี่ น้องน้องของผมเอง
(มีอดีตขวัญใจอ้ายพ๊นนำเด้อครับ)



ศาลเจ้าด่ายเวืองนี้จะผิดกับศาลเจ้าอีกแห่งในชุมชนใกล้เคียงกัน
ที่ยังอนุรักษ์นิยมทุกสิ่งเช่น การนั่งกับพื้น การไม่ยอมสร้างห้องน้ำ ฯลฯ
ดังนั้นการไปร่วมงานจึงจำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้สูงอายุ เท่านั้น
น่าเสียดายอย่างมากที่สิ่งเหล่านี้ จะไม่ถูกจดจำโดยคนรุ่นหลัง ๆ

และเมื่อเสร็จพิธีก็จะมีการสับไก่ไหว้ แล้วก็ข้าวเหนียวนึ่งแบ่งกันทาน
มีน้ำจิ้มเป็นพริกไทยป่นละเอียด + เกลือป่น
อาจจะหิวหรือไงไม่ทราบรู้สึกว่าทุกครั้งที่ได้ทานไก่ศาลเจ้า
มันอร่อยมากกว่าที่เคยได้ทานไก่ที่ไหนไหน



เค้าจะเสริฟมากพร้อมกับผักกาดดองแบบอีสานแก้เลี่ยนจานนี้
ทานเพลิน ๆ เข้ากันสุดยอด...



ภาพบรรยากาศการถ่ายทำของทีมงานขณะที่กำลังทานไก่กัน



งานเจ้าพ่อด่ายเวืองรอบค่ำปีนี้เสร็จราว 5 ทุ่ม
คืนนั้นผมกลับบ้านพร้อมกันไก่ครึ่งตัว และข้าวเหนียวอีกครึ่ง
อันเป็นธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่จะแบ่งให้นำกลับไปครึ่งหนึ่ง
และอีกครึ่งหนึ่งสำหรับทานร่วมกันที่ศาลเจ้านี้
น่าแปลกที่ไก่ครึ่งตัวนี้เมื่อถึงบ้านแล้วมักไม่ค่อยมีคนทาน
หรือทานแล้วก็ไม่รู้สึกอร่อยกว่าไก่ครึ่งตัวที่ทานร่วมกันที่ศาลเจ้านะ



ศาลเจ้าแห่งนี้เคยมีประวัติศาสตร์อันน่าจดจำ
คือเมื่อหลายปี (น่าจะช่วงปี 2548)
มีการทำพิธีเปิดหมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียตนาม
ของรัฐบาล โดยผู้นำประเทศ 2 ท่านคือ
นายกรัฐมนตรีเวียตนาม (นายฟามวัน ขาย)
และนายกรัฐมนตรีไทยขณะนั้น (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร)
ในครั้งนั้นท่านทั้งสองได้เดินทางมานมัสการศาลเจ้าพ่อด่ายเวือง
และร่วมปรึกษาข้อราชการกันที่ศาลเจ้าแห่งนี้อีกด้วย



นี่แหละครับอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายเวียตนาม
บนแผ่นดินไทย ที่ผมคิดว่าหลายคนยังไม่เคยเห็น
และก็คงหาชมกันไม่ได้ง่ายนัก
ผมจึงนำมาเขียนบล๊อกแบ่งปันให้ชมกัน





Create Date : 13 มีนาคม 2553
Last Update : 14 มีนาคม 2553 19:25:36 น. 18 comments
Counter : 2421 Pageviews.

 
อยากบอกว่ามีความยินดีอย่างมากที่นำเรื่องแบบนี้มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

วันนี้ใส่เสื้อสีเทาอยู่บ้านทั้งวันค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:20:39:30 น.  

 
แวะมาชมจ้า


โดย: Bluejade วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:0:44:59 น.  

 
กำลังจะออกไปข้างนอก เลยแวะมาบอกก่อนว่าเดี๋ยวจะกลับมาอ่านเน้อหล้า


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:14:01:24 น.  

 
ทำไมกาลเวลากาลเวลาถึงได้ทำร้ายพี่แน็ทของพี่ไปได้ถึงเพียงนี้ คนใส่เสื้อเชิ้ตขาวนั่นใช่ไหมคือพี่แน็ท อดีตขวัญใจพี่ ไมจริงใช่ไหม พี่ตาฝาดหรือเปล่า น่าจะเป็นคนหน้าสุดซ้ายมือมากกว่าละมัง ช่วยบอกดัง ๆ ให้พี่ฟังชัด ๆ หน่อยได้ไหม

งานบุญงานโบราณเก่า ๆ อย่างนี้ แถวบ้านพี่ก็มีงานบุญกลางบ้านสะมัง แต่พี่ไม่เคยไปกะเค้าสะที แต่งานบุญกลางบ้านแถวบ้านพี่จะเทียบได้กะงานแถวบ้านน้องพีร์หรือเปล่า พี่ก็ไม่แน่ใจ อาจจะไม่อลังการงานสร้างเหมือนงานแถวบ้านน้องพีร์ก็ได้

ว่าแต่น้องพีร์ของพี่นี่สนใจพีธีกรรมเก่าแก่อย่างนี้กะเค้าเนี่ย ดีจังเลยนะ แถมฟังภาษาเวียดนามออกบ้างอีกด้วยแน่ ดีแล้วละ จะได้มีคนสืบต่อพิธีโบราณต่อ ๆ กันไปให้ลูกให้หลานได้เห็น คงมีไม่มากแล้วมั้งที่คนรุ่นหลังจะสนใจอะไรอย่างนี้ เด็กแถวบ้านน้องพีร์เป็นยังไงน้อ สนใจอะไรโบราณอย่างนี้กันบ้างไหม ถามพี่ก็เล่นเอางงกันเลยทีเดียว

ปอลอ ส่วนของคำถามที่ว่าตอนหัวค่ำแลกของขวัญกันแล้ว ตอนดึก ๆ แลกอะไรกันอีกหรือเปล่า พี่ไม่รู้อะ แต่บ้านพี่ กลับถึงบ้าน ก็รีบนอนกันแย่แล้ว มันง่วงนอน กว่าจะเสร็จงาน กว่าจะได้กลับบ้านมันดึก ใครจะรออะไรพี่ไม่สนใจแล้วขอนอนก่อน (แต่ดันตื่นก่อนใครอีกแนะ เจอเจ็ทแล็กเล่นงาน เวลายังกลับหัวกลับหางกะทางบ้านเราอยู่ เป็นสะหลายวันเลย แย่เลยน้องเอ๊ย )

ส่วนชื่อเพลงที่ถาม เอ่อ ฟังแล้วไม่เข้าใจขอใหม่อีกที เพลงอะไร อ้ายไม่เก็ตจริง ๆ จะว่าบล็อกพี่มีเพลงหรอ ก็ไม่น่าใช่ แปะไม่เป็น แถมไม่เคยแปะอีกต่างหาก เอาใหม่ ขอคำถามใหม่อีกรอบนึงสิ


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:18:53:33 น.  

 
มาบอกว่าขำเม้นท์ที่บ้านค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:16:26:27 น.  

 
เป็นพิธีของชาวเวียตนามเชื้อสายจีนเหมือนบ้านเราไหมครับ

ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยครับ


โดย: tiensongsang วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:17:00:02 น.  

 
พีพี ทั้งภาพทั้งคำบรรยาย ไม่มีที่ติเลยเนอะพี่ีพี ว่าแต่ว่ามีบางรูปที่ผมเองก็ยังไม่เคยได้เห็น เพิ่งเห็นวันนี้เเเหละพี่


โดย: em cu em ut' IP: 203.144.144.164 วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:19:56:13 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:7:59:40 น.  

 
เหมือนสารคดีที่ทำให้รู้เรื่องราวของเวียดนามในไทยเลย ดีจังที่คุณพีร์นับวันปฏิทินแบบนี้ได้ ขอบอกเลยนะว่าพวกปฎิทินที่มีวันสำคัญของจีน ยังดูไม่เป็นเลย

กระดาษก็เป็นแบบเดียวกับของคนจีนใช่มั้ยคะ

ไว้ถ้าออกทีวี แจ้ง ๆ มาอีกครั้งนะคะ ถ้าไม่ติดอะไรจะได้ดูค่ะ

อะไรนี่ ตกลงคุณพีร์กับพล เกี่ยวดองรู้จักกันมาก่อนเหรอคะ

เห็นเขาว่าสิ่งที่คนเวียดนามทำผิดต่อลุงโฮ คือเก็บร่างลุงโฮไว้ใช่มั้ยคะ แต่เพราะชาวเวียดนามรักลุงโฮมาก ก็เลยทำแบบนี้น่ะนะ


โดย: รัชชี (รัชชี่ ) วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:20:57:49 น.  

 
อยากรู้จักโรงเรียนดาราในอดีต แวะไปดูข้าเจ้าฟ้อนเน่อ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:21:36:12 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:7:41:01 น.  

 
มาเก็บความรู้ด้วยคนคร๊าบ.....


โดย: ตาติ๊ก...ครับ (สกุลเพชร ) วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:16:57:03 น.  

 
แวะมาส่งข่าวว่าซำบายดีน้อง บ่ต้องเป็นห่วงอ้ายดอก น้องล่าละ ซำบายดีน้อ


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:15:38:09 น.  

 
นึกว่ากลับมาถึงก็มีเรื่องมาเล่าเลย


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:15:48:45 น.  

 
นึกว่า แม่หลวง คือแบบคุณย่าใหญ่ในบ้านทรายทองน่ะค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:10:24:13 น.  

 
แสดงว่าไม่ชอบ เมียหลวง ซอบเมียหน้อย ๆ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:14:18:06 น.  

 
ลืมตอบเลย

น่าจะเหมือนหอยทอด หอยนางรมมากกว่า

เพื่อนที่บ้านขายอาหารจีนบอกว่า แป้งออส่วนจะเหนียว ๆ กว่า ไม่เหมือนกันค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:14:24:15 น.  

 
ชินจาว


โดย: แอม IP: 118.174.64.180 วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:15:56:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

peeradol33189
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Air SurOundinG mE liKe mY besT frIendS !
แจกฟรีแบ๊คกราว
Friends' blogs
[Add peeradol33189's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.