Air SurOundinG mE liKe mY besT frIendS !
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
20 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
ภาษาเวียตนามที่บ้านนาจอก

ที่บ้านนาจอกปัจจุบันยังคงมีการใช้ภาษาเวียตนาม
แต่จะใช้ภาษาอื่นอืก 2 ภาษาผสมปนเปกันไปคือ
ภาษาเวียตนาม อันนี้วัยกลางคนถึงคนเฒ่าคนแก่ เท่านั้นที่ยังใช้สื่อสารกันได้
ภาษาอีสาน ใช้กันคล่องทุกครัวเรือน และใช้สื่อสารกันมากกว่าร้อยละ 70
ภาษา(ไทย) กลาง โดยมากอันนี้ใช้น้อยครับ จะมีก็แค่คนเฒ่าคนแก่ หรือคนที่เป็นพ่อแม่จะใช้สื่อสารกับลูก และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

ส่วนในครอบครัวผมเอง พ่อแทบจะไม่พูดกับลูก ๆ เลย
พ่อจะใช้ภาษาอีสานเป็นหลัก
ส่วนแม่จะใช้ภาษาเวียตนามกับลูก ๆ และใช้พูดกับพ่อสองคน (เป็นบางที)
แต่ภาษาเวียตนามที่แม่ใช้จะเป็นการสื่อสารทางเดียว
นั่นคือ แม่พูดเวียตนาม แต่ลูกจะโต้ตอบเป็นอีสานหรือไทย
แต่หลัง ๆ ผมขอให้แม่พูดเวียตนามกับผมตลอดเวลา
เพื่อไม่ให้ผมลืม และดูเหมือนพี่สาวและน้องสาวก็คิดแบบเดียวกัน
ซึ่งก็ได้ผล ผมพูดได้คล่อง และนึกคำศัพท์ทันกับปากที่พูดออกไป
คงมีแต่พี่ชายที่ลิ้นแข็งจนเลิกพูดไปนานหลายปีแล้ว
ขอฟังได้อย่างเดียวก็พอ



ที่นาจอกแต่เดิมเมื่อสักสี่สิบปีก่อนนั้นเด็ก ๆ
จะต้องมีการไปเรียนอ่านเขียนภาษาเวียตนามกันนอกจากเรียนภาษาไทย
ที่โรงเรียนจะมีการเรียนเป็นชั้นตั้งแต่ชั้น 1ขึ้นไป
ไม่แน่ใจว่าสิ้นสุดที่ชั้นไหน และคนเรียนสูง ๆ
ก็จะไปเป็นครูสอนกันต่อ เป็นทอด ๆ
เท่าที่รู้ แม่จบชั้น 4 พ่อจบชั้น 2
เพราะทั้งสองต้องเน้นเรียนภาษากลางเป็นหลักเพื่อสอบรับราชการ
พ่อเล่าว่าประกอบกับช่วงนั้นภาษาเวียตนามเป็นภาษาต้องห้าม
ใครเรียนจะถูกจับ หาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ....ร้ายแรงใช่ย่อยนะข้อหานี้
จึงค่อย ๆ เลิกสอนกันไปในที่สุด

การเรียนภาษาเวียตนามจึงขาดช่วงลงไปหลายสิบปีดังที่เล่าให้ฟัง
จนถึงเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2547
มีการรื้อฟื้นว่าท่านโฮจิมินทร์เคยพำนักที่บ้านนาจอก
เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง



จึงมีการพัฒนาหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียตนาม
เพื่อสงเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมที่เดิมมีจุดขายน้อยมาก
ในสมัยนั้นพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และฯพณฯท่านฟาม วัน ขาย
นายกรัฐมนตรีเวียตนามได้เดินทางมาเปิดหมู่บ้านแห่งนี้ร่วมกัน
ท่ามกลางความตื่นเต้นตกใจ ระคนปนดีใจของชาวไทยเชื้อสายเวียตนาม
ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม และจังหวัดใกล้เคียงกันด้วย



นี่คืออาคารพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงในหมู่บ้านมิตรภาพ
(รายละเอียดเอาไว้เขียนตอนต่อ ๆ ไป)
อาคารหลังนี้ดัดแปลงเฉพาะส่วนหลังคาให้เป็นแบบเวียตนาม
ซึ่งเดิมอาคารนี้เป็นอาคารหนึ่งของโรงเรียนบ้านนาจอก
ที่ถูกยุบไปเพราะชาวบ้านไม่มีใครส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่
เนื่องจากนิยมส่งเข้าไปเรียนในตัวจังหวัดกันหมด
เพราะระยะทางแค่ไม่กี่กิโลเมตร
เมื่อก่อนแม่ของผมก็สอนที่โรงเรียนแห่งนี้ล่ะครับ
ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเค้ายุบ แม่เป็น รก.ครูใหญ่เชียวนะ 555



ต่อจึงมีการตื่นตัวเรื่องการใช้ภาษาเวียตนามขึ้นมาอีกครั้ง แบบไฟไหม้ฟาง
เริ่มมีโรงเรียนสอนภาษาเวียตนามเอกชนเปิดสอนอย่างคึกคัก
แม่เล่าว่าใครมาเป็นผู้ว่าจ.นครพนมต้องเรียนภาษาเวียตนาม
และร้องเพลงเวียตนามได้จึงจะได้ใจชาวไทยเชื้อสายเวียตนาม
ซึ่งค่อนข้างเป็นประชากรส่วนใหญ่ในตัวจังหวัดที่กุมเศรษฐกิจของ
จังหวัดไว้มากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว



ที่นี่ผมจะเล่าว่าทำไมภาษาเวียตนามถึงมีความสำคัญ
เพราะในชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียตนามอย่างบ้านนาจอกและที่อื่น
จะมีการใช้ภาษาเวียตนามในพิธีกรรมต่าง ๆ เสมอ และยังมีใช้กันอยู่
เช่น การพิมพ์การ์ดเชิญแต่งงาน (เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว)
การจดชื่อผู้บริจาคในงานศพ (หาผู้มานั่งจดได้น้อยลงทุกที)
การเขียนบทไหว้เอาไว้อ่านเวลาทำพิธีเมื่อมีคนตาย
(อันนี้เขียนเสร็จทำพิธีแล้วจะเผาทิ้ง ไม่แน่ใจว่ามีใครเคยลอกไว้มั๊ย)

การเขียนจารึกคำคมที่ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน
อันนี้พอแปลได้ แต่ไม่แปลดีกว่าเพราะว่าภาษาเดิมเค้าสวยมาก
มันกล่าวศึกศรัทธาของชาวบ้านที่ร่วมกันสร้างศาลแห่งนี้



อันนี้ชื่อศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน สังเกตว่ามีอักษรจีนด้วย
(มีผู้เฒ่าที่ยังพออ่านได้หลงเหลืออยู่บ้างจึงยังคงเขียนไว้)
ภาษาเวียดนามปัจจุบันมาจากภาษาละตินประดิษฐ์โดยพระชาวฝรั่งเศส
ก่อนที่ประเทศจะตกเป็นเมืองเมืองขึ้นนานทีเดียว
ส่วนการดัดแปลงภาษาจีนมาใช้เป็นภาษาเขียนไม่เป็นที่นิยม
เพราะยากมากคนรู้ใช้การได้มีน้อย
ภาษาเวียตนามค่อนข้างยากเพราะมีเสียงวรรณยุกต์กำกับด้วย
(ขอบคุณข้อมูลจากคุณ Bee Tee)



การเขียนชื่อที่หลุมศพ
สังเกตหลุมข้าง ๆ จะเขียนภาษาเวียตนามไว้จนเต็มแผ่นป้าย
ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อช่วงตรุษจีน พวกเราไปเยี่ยมสุสานคุณยาย
กันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปกลับไปทำงาน



ส่วนที่หลุมคนยายคุณตาผม ก็ใช้ภาษาไทยแล้วล่ะครับ
เพราะผู้ใหญ่บอกว่าง่ายดี คนรุ่นใหม่อ่านได้ทุกคน
และก็มีบางหลุมเหมือนกันที่เลือกไม่ได้ใช้ปนมันทั้งสองภาษา
ซึ่งผมกว่าก็เป็นทางออกทีดีทีเดียว...
ที่สุสานนี่แหละครับมีภาษาเวียตนามเขียนไว้เยอะ
ผมเคยมานั่งจด ๆ ไปถามพ่อ เพื่อฝึกอ่าน ฝึกแปล
ก็ได้คำศัพท์ในหมวดการตายมาหลายคำ
แต่คำกลอนที่นิยมเขียนไว้ด้วย เค้าจะใช้คำภาษากวีชั้นสูง
บางทีถามมากเข้าพ่อก็บอกว่าพ่อเกิดที่เมืองไทยนะไม่รู้หรอก 555



การเขียนคำกลอนติดตามบ้าน
อันนี้ผมเขียนเองขี้เหร่หน่อยนะครับ
มีความหมายเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศก่อนถึงตรุษจีน(ญวน)



การเขียนป้ายผู้บริจาคเงินที่ศาลเจ้า
สังเกตว่าป้ายนี้เขียนด้วยตัวเขียน ไม่ใช่ตัวพิมพ์
ชาวเวียตนามจะเรียกตัวเขียนนี้ว่า ตรื่ฮวา (tru hao) แปลว่าอักษรดอกไม้



อันนี้ผมอ่านและแปลได้เพราะคำไม่ยาก
แปลว่า

"นายจอร์น และนางแบ๋ และลูกหลานผู้อาวุโส Luyen
สนับสนุนเงินทาสีซ่อมแซมศาลเจ้าใหม่
ด้วยงบประมาณ 150,000.- บาท"

ตอนเด็กผมฟังไม่ค่อยออกแต่พอมาเรียนรู้การเขียนและอักษรแล้ว
จะฟังได้ง่ายว่าเค้าออกเสียงว่าอะไร และเข้าใจความหมายได้ดีขึ้นมาก
ตอนเด็ก ๆ ผมเคยรบเร้าให้ยายสอน แต่ก็ถูกดุ โดยไม่ทราบเหตุผลจนโตขึ้น
จึงได้ทราบว่ายายไม่อยากให้ใครรู้ว่าหลานมีเชื้อสายเวียตนาม
เพื่อนฝูงจะรังเกียจเอา แต่สิ่งที่ยายทิ้งไว้ให้ผมเต็ม ๆ
คือภาษาพูดซึ่งทำให้ผมมีพื้นฐานที่ดีในการสนทนาได้จนถึงปัจจุบัน



และเมื่อโตขึ้นหน่อยอาศัยว่าผมอยากรู้ภาษาเวียตนามมาก
สงสัยที่เค้าเขียนกันไว้ตามที่ต่าง ๆ คืออะไร แปลอย่างไร
เลยค่อย ๆ จด ลอกจากที่ต่าง ๆ มาอ่านมั่ว ๆ ให้พ่อกับแม่ได้ยิน
บ่อยเข้า ๆ พ่อกับแม่ก็รำคาญที่ผมอ่านผิด ๆ ถูก ๆ
จึงเริ่มสอนผมตั้งแต่อักษร สระ วรรณยุกต์ และการผสมแบบพื้นฐาน
ผมสามารถรู้ภาษาเวียตนามได้ด้วยเหตุผลนี้เป็นหลัก
และตั้งแต่มีการพัฒนาการท่องเที่ยวและ เศรษฐกิจแถบประเทศอินโดจีน
คนที่รู้ภาษาเวียตนามก็กลับกลายเป็นข้อได้เปรียบขึ้นมาทันที
จนปัจจุบันก็เริ่มมีการสอนกันตามสถาบันอุดมศึกษา
และเปิดเป็นวิชาเลือกในระดับมัธยมศึกษากันมากขึ้น



และเนื่องจากภาษาราชการที่ทางประเทศเวียตนามใช้
จะต่างกับภาษาที่บ้านนาจอกใช้สื่อสาร
เหมือนคนบ้านนอกกับคนตจว.เวลาสื่อสารกันนั่นเอง
ส่วนภาษาเขียนนั้นเป็นแบบเดียวกัน
และผมมีตัวช่วยเพื่อให้เรียนรู้แบบเป็นปัจจุบัน นั่นคือหนังสือชุดนี้ครับ
แบบเรียนภาษาเวียตนามชั้น 1 อันนี้พ่อหามาให้นานแล้ว
ส่วนอีกเล่มเขียนเป็นภาษไทย อ่านง่าย
ไปได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาเมื่อเกือบสิบปีก่อน



ปัจจุบันเด็กสมัยใหม่พูดกันไม่ได้แล้ว
อ่านก็ไม่ได้ แต่ก็คงยังพอฟังได้บ้างว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกัน
มันคงจะคล้ายกับภาษาจีนที่ลูกหลานพูดไม่ได้มีแต่รุ่นอากงอาม่า
ที่ยังคงพูดกันอยู่บ้าง และผมคิดว่าอีกไม่เกินสองชั่วคน
ภาษาเวียตนามที่บ้านนาจอกก็คงจะหมดลมหายใจ
ไปพร้อมกับการล้มหายตายจากของคนรุ่นเก่า ๆ จนหมดสิ้น


ฟังวิทยุออนไลน์ ที่ izeemusic




Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2553 14:32:05 น. 25 comments
Counter : 2231 Pageviews.

 
น่าสนใจมากครับ


โดย: Incentive IP: 96.255.194.62 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:48:14 น.  

 
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆนะคะ
ไม่ว่าพื้นถิ่นเราอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้เราก็ถือว่าเราเป็นคนไทยที่รักสามัคคี ร้องเพลงชาติไทย มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกันค่ะ

เราอยู่อุดรฯแล้วก็พอจะเข้าใจความยากลำบากของคนเวียตนามสมัยก่อนพอสมควรเลยค่ะ เพื่อนเราเนี่ยนับคนไทยน่าจะน้อยกว่าเพื่อนๆลูกครึ่งเวียตนามนะ

ที่สำคัญ สวยหล่ออินเทรนด์กันทุกคนค่ะ


โดย: T-naiG วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:02:26 น.  

 
ผมไม่มีเขื้อสายเวียดนามนะครับ แต่พยายามศึกษาภาษาเวียดเพราะจะไปเที่ยวฮานอยในวันที่ 1 มี ค 53 นี้ ยอมรับว่ายากมาก ขนาดรู้ศัพท์เป็นพันคำก็ยังพูดไม่ได้อยู่ดี
ขออนุญาตติงนิดหน่อยนะครับ ภาษาเวียดนามปัจจุบันมาจากภาษาละตินครับประดิษฐ์โดยพระชาวฝรั่งเศษ ก่อนที่ประเทศจะตกเป็นเมืองเมืองขึ้นนานทีเดียว ส่วนการดัดแปลงภาษาจีนมาใช้เป็นภาษาเขียนไม่เป็นที่นิยม เพราะยากมากคนรู้ใข้การได้มีน้อย


โดย: BeeTee IP: 124.121.106.191 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:19:01 น.  

 
ขอบคุณคุณ Bee Tee ครับจะปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องนะครับ


โดย: peeradol33189 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:18:35 น.  

 
ดีจัง อย่างนี้ว่าง ๆ ไปเป็นไกด์ให้คนไทยที่เวียดนามได้เลย

คุณพีรืเขียนแนวนี้ได้ดีนะคะ เหมือนเป็นสารคดี + ประวัติศาสตร์ ให้คนที่ไม่รู้ได้รู้

เคยอ่าน "ชีวิตในวัง" ของ ม,ล.เนื่อง มั้ยคะ ท่านเขียนเมื่ออายุ 70 ต้น ๆ ก็ไม่ได้อ่านหมดหรอกค่ะ อ่านบ้างในนิตยสาร "พลอยแกมเพชร" ทำให้ได้รู้หลายเรื่องราวเชียว

ป.ล. ไปฮ๋องกง 25-28 นี้ค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:32:35 น.  

 
แวะมาทักทายครับ..

มาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมเวียดนามเพิ่ม...


โดย: sananda (sananda ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:09:36 น.  

 
ตอนไปนครพนมว่าจะไปเที่ยวบ้านลุงโฮนี่แหละค่ะ แต่ขับรถเลยไปเลย อยู่แถว ๆ โรงเรียนเทคนิคที่มีสนามกอล์ฟภูกระแตใช่ไหมคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:14:29:52 น.  

 
หญิงสาวชุดแดงนี่ใครกัน พ่อแม่ช่างปั้น หน้าตาดีนะเนี๊ยะตระกูลเรานี่หน้าตาดีนะ 55555555555555 อ่านเเ้ล้วเหมือนได้กลับบ้าน


โดย: em cu- em ut IP: 203.144.144.164 วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:13:57:57 น.  

 
Swasdee krub:
I really like your bolg, the pictures are beautiful and all stories are very informative and fantastic. I am sorry that I have to use English, my computer does not have Thai keyboard. I shall come to visit you again. Thank you.


โดย: Preecha IP: 76.184.91.60 วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:9:53:42 น.  

 
ไปนครพนมทีไรก็จะไปกินปลาส้มแป๊ะซะที่นาจอก

อ่านเรื่องนาจอกแล้วได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 6 สิงหาคม 2553 เวลา:15:07:25 น.  

 
พอดี สนใจเรื่องวัฒนธรรมเวียดนาม ค่ะ

เป็นลูกหลาน บ้านนาจอก แต่ไม่เคยเก็บข้อมูล มาเขียน เลย

จะเขียน ความเป็นมาของบ้าน นาจอก อะคะ

อยากทำความรู้จักไว้ ยังไง ช่วยเมลล์กลับ หน่อยนะคะ

kannika-ib@hotmail.com


โดย: kannika IP: 124.120.133.79 วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:23:35:48 น.  

 
ปู่เตี่ยว เหงี่ยนวัน ได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคหัวใจวายอย่างฉับพัน เจ้าของที่ดินประวัติสาตร์คนดังระดับโลกที่มาอยู่ คือ ประธานาธิบดี โฮ จิ มินท์ แห่ง ประเทศเวียนนาม งานศพดูเงียบเหงามากไม่มีคนมาช่วยงานเพราะถูกกลั่นแกล้งโดย หัวหน้าหมู่บ้านขัดผลประโยนช์ของเขาจึงสั่งให้ห้ามไม่ให้ชาวบ้านมาช่วยงานคุณคิดว่าทำถูกแล้วหรือ.... (สงสารปู่เตี่ยว อโหสิกรรมให้ปู่เถอะน่ะ มันปาบน่ะ)


โดย: mee pooh IP: 101.108.233.216 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:17:48:04 น.  

 
ปู่เตี่ยว เหงี่ยนวัน ได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคหัวใจวายอย่างฉับพัน เจ้าของที่ดินประวัติสาตร์คนดังระดับโลกที่มาอยู่ คือ ประธานาธิบดี โฮ จิ มินท์ แห่ง ประเทศเวียนนาม งานศพดูเงียบเหงามากไม่มีคนมาช่วยงานเพราะถูกกลั่นแกล้งโดย หัวหน้าหมู่บ้านขัดผลประโยนช์ของเขาจึงสั่งให้ห้ามไม่ให้ชาวบ้านมาช่วยงานคุณคิดว่าทำถูกแล้วหรือ.... (สงสารปู่เตี่ยว อโหสิกรรมให้ปู่เถอะน่ะ มันปาบน่ะ)


โดย: mee pooh IP: 101.108.233.216 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:17:50:49 น.  

 
ปู่เตี่ยว เหงี่ยนวัน ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อ วันที่ 2 กันยายน
งานศพไม่ค่อยมีคนเลย ปู่เตี่ยว อยู่มา 80 ปีจะไม่มีความดีเลยหรอ


โดย: หลานปู่เตียว(น้องมาร์ค) IP: 125.26.176.170 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:18:14:56 น.  

 
ปู่เตี่ยว เหงี่ยนวัน ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อ วันที่ 2 กันยายน
งานศพไม่ค่อยมีคนเลย ปู่เตี่ยว อยู่มา 80 ปีจะไม่มีความดีเลยหรอ เสียแล้วก็น่าจะอโหสิกรรมให้ปู่เตี่ยว


โดย: (น้องมาร์ค) วังสามหมอ IP: 125.26.176.170 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:18:29:58 น.  

 
คุณปู่ เกิด และ ตาย ที่บ้านนาจอก รวมอายุคุณปู่ 86 ปี ทำความดีความชอบมามากมาย แต่เมื่อตาย คนรุ่นลูกรุ่นหลานกลับไม่เหลียวแล ลองคิดดูดี ดี ว่าสิ่งที่ท่าน ท่าน ทำนั่นถูกแล้วหรือ ไม่อโหสิกรรมให้แกผู้ตาย นั่นถูกมั้ย??


โดย: ople(sydney) IP: 123.243.13.234 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:19:22:38 น.  

 
ปู่เตี่ยว ได้สิ้นลมหายใจด้วย โรคหัวใจวายอย่างฉับพัน และในงานศพไม่แม้กระทั้งคนทำพิธียังไม่มาทำให้ เนื่องจากความขัดแย้งผลประโยชน์ในหมู่บ้าน อยากให้ทุกท่านแยกแยะในเรื่องนี้บาง เพราะปู่เตี่ยว เกิดที่นี้และตายที่นี้ ปู่จะไม่มีความดีสักครั้งเลยหรือไม่ อโหสิให้กับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว และให้แก้ไขกับคนที่อยู่ปัจจุบันไม่ดีกว่าหรือค่ะ


โดย: ป้อม... IP: 123.243.13.234 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:19:39:19 น.  

 
ปู่เตี่ยว เหงี่ยนวัน ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อ วันที่ 2 กันยายนความขัดแย้งผลประโยชน์ในหมู่บ้าน ปู่เตี่ยว เกิดที่นี้และตายที่นี้ อยู่มา 80 ปี ไม่มีความดีสักครั้งเลย สงสารปู่เตี่ยวที่บ้านนาจอก งานศพปู่เตี่ยว เงียบเหงา ไม่มีแขก รึจะเป็นดังที่เค้าว่าในหมู่บ้าน ว่าขัดผลประโยชน์ในหมู่บ้า่น อนาจแท้ อโหสิกรรมนะมีไหม คนเวียดนามด้วยกัน อย่าคิดมากเลย


โดย: หลานอง ด่าน (เจ๋าองเตียว) IP: 125.26.39.126 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:20:30:10 น.  

 
พวกคุณคิดและทำดีแล้วเหรอกับคนแก่ที่บุกเบิกหมู่บ้านนาจอกเกือบ 100 ปี กับผลประโยนช์ส่วนตัวของคุณแค่นี้หรอพวกคุณไม่มีจิตใต้สำนึกบ้าง ปู่เตี่ยว เป็นคนแก่คู่บ้านคู่เมืองพวกคุณน่าจะยกย้อกท่านนิดหนึ่งไม่มาช่วยงานยังข้าวงคนอื่นอีกคิดว่าทำถูกแล้วหรือ..? ปาบกรรมมีจริงน่ะพวกคุณคอยดูกรรมจะตามทันพวกคุณ..? ปู่เตี่ยว คงรู้และเห็นกับการกระทำของพวกคุณทำอะไรกับปู่ยังไง...


โดย: จากคนที่เจ็บในหัวใจ IP: 101.108.235.221 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:21:46:05 น.  

 
อยากไปร่วมงานจังเลย


โดย: บ๊อบบี้เบย์ (เจ๋าองด่าน,เจ๋าองเตียว) IP: 125.26.168.22 วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:11:32:02 น.  

 
เสียใจ ! ไปทีไรก็เจอปูแต่นี้ต่อไปจะไม่ได้เจอปู่แร้ว ...

จาก ลูกพ่อต้อม หลานปู่ด่าน สระบุรี ^^.

อาลัยแด่ ปู่เตียว เหงี่ยนวัน ขอจงสู่สวรรค์ .


โดย: ฟิวลี่ :) IP: 125.26.26.50 วันที่: 8 กันยายน 2554 เวลา:16:56:37 น.  

 
ปู่จะอยู่ในใจหลานๆตลอดไป


โดย: หลาน"องด่าน"@อุดร IP: 125.26.165.100 วันที่: 14 กันยายน 2554 เวลา:20:05:36 น.  

 
อยากกลับไปเที่ยวนครพนมจังเลย ^^ .

:)


โดย: ฟิวลี่ :) หลานองด่าน สระบุรี >< . IP: 125.26.17.254 วันที่: 21 กันยายน 2554 เวลา:16:50:01 น.  

 
อยากให้พี่พีึร์เอา

คลิปที่คนเวียดที่นาจอกพูดกันมาหน่อยครับ

เพื่อจะได้ลองฟังว่าเปนยังไง


โดย: บอส IP: 223.204.15.207 วันที่: 10 มกราคม 2555 เวลา:12:29:24 น.  

 
น่าสงสารปู่เตียวจังเลยคะ อาทิตที่แล้วไปเที่ยวที่บ้านนาจอกมา ก้ไม่รู่อะไรมากหรอก แต่กับคนที่ตายแล้ว ยังไม่ยอมอโหสิกรรมให้ น่าจะคิดได้นะว่าคุณทำถูกแล้วหรือ โดยเฉพาะคนเวียดนามด้วยกันเอง ไม่น่าจะทำอย่างนี้เลย เสียใจด้วยนะคะ


โดย: zhangfeihong IP: 202.28.50.108 วันที่: 25 มกราคม 2555 เวลา:22:18:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

peeradol33189
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Air SurOundinG mE liKe mY besT frIendS !
แจกฟรีแบ๊คกราว
Friends' blogs
[Add peeradol33189's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.