กลิ่นคาวจากข้างเตียง

Peacefulmean
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Hi...I'm Peacefulmean ,
nice to meet everyone
who read my blog.
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
1 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Peacefulmean's blog to your web]
Links
 

 
นางกลางคืน:โสเภณีเพื่อใคร?




ที่ผ่านมาเขียนแต่เรื่องราวความตายทั้งทำแท้ง
ทั้งชีวิตใกล้ตายในICU มาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดิฉันเองก็กำลัง
เก็บข้อมูลเพื่อทำThesis อยู่ เรื่องนี้เนื้อหาออกมาในมุมมอง
ของผู้หญิง(โสเภณี)ว่าชีวิตจริงๆ เขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง นำมาจากชีวิตจริง จากปากของผู้หญิงขายตัว
(ขอขอบคุณอีกครั้ง กับเรื่องราวชีวิต)




ภาพประกอบจากinternet

ช้องนาง(นามสมมุติ) สาวชาวเหนือ จังหวัดพ....
อายุ 29 ปี มีลูก 1 คนเธอถูก ลูกพี่ลูกน้อง และ น้าชายแท้ๆ
ข่มขืน ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ครั้งแรกในชีวิตโดย น้าชาย
พาไปข่มขืนที่ห้างนา (กลางทุ่ง) เมื่อเสร็จภารกิจ
น้ายัดเงิน 20 บาทไว้ที่กางเกงใน จากนั้นมาลูกพี่ลูกน้องและน้าชาย
หมั่นพาเธอไปข่มขืนอยู่เรื่อยๆ และเธอก็ชอบไปเพราะมีเงินกินขนม

เข้าสู่ กทม.ครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี
ขายตัว(เปิดบริสุทธิ์) ในราคา15,000 บาทหลังจากนั้นมีเสธ.(ในช่วงนั้น)
รับเลี้ยง เช่าคอนโดให้อยู่ มีเงินให้ใช้ จะหนีภรรยามาหาเพื่อ
มามีsexกันอย่างเดียวแล้วก็กลับ ....


ปัจจุบันเสธ.ท่านนั้นอายุจะ 60 ปีแล้ว
ยังเป็นที่นับถือทางสังคมอยู่


เธอเล่าว่า ชั่วชีวิตเธอ
ไม่ได้ทำอาชีพอื่นเลย จำความได้ก็ขายตัวแล้ว
นี่ก็เป็น 16 ปีแล้ว พูดเสร็จ ดิฉันกลืนน้ำลายดัง"เฮือก.."
และเธอก็เล่าต่อ


เคยมีแขกพิการมาใช้บริการ .... ขาไม่มี 2 ข้าง(ขากุด)
นึกไม่ออกว่าจะทำยังไง?? พอจ่ายเงินให้แม่เล้า ก็มีคนพยุง
แกเข้าห้อง ช้องนางก็ทำหน้าที่เธอ(ขณะนั้นคิดว่าเค้าจะ
ทำอย่างไรขาก็ไม่มี) ทันใดชายพิการกระโดดค่อม ทำภารกิจ
พิศวงนั้นต่อไปอย่างบ้าคลั่ง (เธอเล่า) .....โห เชื่อเลย เธอบอก

ดิฉันก็คิดอย่างนั้นแหละ ทำยังไงวะ...สรุปแล้ว สามารถ


แค่นี้ก็พอจะได้เห็นว่านี่คือชีวิตจริง ของสังคมมนุษย์
ยังต้องการสมสู่ ยกเว้นแค่ตอนใกล้ตาย และจากโลกไป โสเภณี
ยังตราตรึงและตีตราจากสังคมว่า"ต่ำช้า,สกปรก,"....แต่ไม่เห็นว่า
จะหลุดไปจากวง(อ)โคจร ไปได้เสียที ถามต่อว่าการที่สังคมตีตรา
นั้นมันยุติธรรมแล้วหรือ??? เขาร้องเรียนไม่ได้แต่จิตใจ มันพร่ำบอก
อยู่ตลอดเวลาว่า"เราไม่ได้ต่ำช้า อย่างที่คุณคิด"


ขอนำเรื่องราวมาเล่าเพียงเท่านี้ ส่วนที่เหลืออยู่ในThesis
(กำลังทำ ซึ่งก็แก้อยู่เรื่อยๆ มึนตึ๊บด้วย ^^)






Create Date : 01 กรกฎาคม 2554
Last Update : 18 ธันวาคม 2554 11:19:44 น. 9 comments
Counter : 887 Pageviews.

 
โสเภนี ผู้หญิงขาย หรืออีกหลายพรรนาม ที่เรียกกัน เป็นอาชีพ ที่สังตมไม่ยอม
แต่ผู้ชายในสังคม ชอบใช้บริการ ก็ไม่เขาใจ ว่าทำไมถึงรังเกียจ ไม่มีคำอธิบาย


โดย: อย่าได้แคร์ IP: 124.120.183.166 วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:50:22 น.  

 
เรื่องแบบนี้มีให้คิดสองมุมค่ะ บางคนโชคดีมีคนรับเลี้ยงดูแลมีเงินให้ใช้ แต่ไม่เคยนึกถึงอนาคตข้างหน้าว่าจะเป็นใช้เงินอย่างสุขสบาย กินเที่ยว การพนัน ทุกอย่างเต็มที่ แต่อย่าลืมว่า ทุกอย่างมันมีเวลา วันหนึ่งผู้ชายเลิกส่งเสีย ก็กลับใช้ใช้ชีวิตอย่างเดิมเริ่มต้นใหม่ มันเป็นวัฏจักร วงจรอุบาด หลายชีวิตเป็นแบบนี้ ให้เขามาทำงานวันล่ะ200 เขาไม่ทำเพราะทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าทำอย่างอื่นได้เยอะกว่า นี้คือชีวิตที่เขาเลือกเอง อาชีพนี้ไม่ได้ต่ำช้า แต่ที่ตำช้าเพราะการทำของตัวเองที่ทำให้คนอื่นเขาดูถูก มันขึ้นอยู่ที่ว่าคุณจะวางตัวอย่างไร ในสังคม


โดย: อย่าได้แคร์ IP: 124.120.183.166 วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:08:24 น.  

 
ขอบคุณคะ คุณอย่าได้แคร์ อาชีพนี้ไม่ได้ต่ำช้า
แต่อยู่ที่ตัวเองที่ทำให้คนอื่นดูถูก และอีกอย่างคือ

เป็นอาชีพ ต้องคำสาป เพราะแม้จะเลิกแล้ว
ก้ต้องหวนกลับมาทำใหม่ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น
ที่มองหลายมุมคะ ^^....



โดย: Peacefulmean วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:22:04 น.  

 
ค่ะ จริงจริง อาชีพ นี้ไม่มีคำสาป แต่ที่ต้องกลับมาทำเพราะ เคยอยู่ตรงนี้ ชินกับการทำงานงานแบบนี้ ถ้าจะให้ไปทำงานแบบ มีกฎระเบียบคงจะยาก มาทำงานแบบนี้หาเงินไวชั่วโมงหนึ่งอาจจะได้หลายพัน เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของเราทั้งสิ้น
หรืออีกอย่างถ้าจะไปหางานอย่างอื่นทำ วุฒิการศึกษา อาจจะไม่มี ถึงมีแต่อายุมากแล้ว ประเทศตอนนี้ อายุ 30 ก็หางานยากแล้วนะ ถึงมีวุฒิก็เถอะ
รู้จักผู้หญิง คนหนึ่งตอนนี้อายุ 50 แล้วเขาก็ยังทำงานอยู่ เริ่มทำตั้งแต่อายุ 19 มีเงินมีทุกอย่างแต่ไม่เลิกทำ เขาบอกว่ายังทำไหว บางครั้งลูกค้า ลูกค้าก็สงสารแก่แล้วทำไมถึงมาทำ ก็ให้เงินบ้าง ให้นวดบ้าง มันมีหลายอย่างค่ะ
บางคนพอได้เงินก็เอาไปเสพยา เงินหมดมาทำงานใหม่
แต่หลายคนก็มีจุดมุ่งหมาย แล้วไปได้ดี ที่ไม่ดีซะส่วนมาก การพนัน นี้เป็นของคู่กันจิงจิง คืนหนึ่งเสีย30000-40000 ก็ไม่เสียดาย เพราะเดี๋ยวก็แต่งเรื่อง ขอตังผู้ชายใหม่
ถ้าให้มองคนกลุ่มนี้ เราไม่มองแบบสงสารแล้วถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ ต้องมองแบบปลงเพราะเขาเลือกเอง แต่เวลาคนอื่นถามไม่มีใครพูดความจริง ซักคน สุดท้ายเขาเลือกที่จะเป็นเองอย่าโทษชะตาฟ้าดิน


โดย: อย่าได้แคร์ IP: 124.120.183.166 วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:0:17:25 น.  

 
เข้ามาอ่านครับ

สังคมกลับตำหนิคนเหล่านี้ว่าไม่ดี
แต่ยังส่งเสริมด้วยการปล่อยให้มีอาบอบนวดเกิดขึ้นมา
ผู้ชายใช้บริการกลับไม่ถูกตำหนิ
ผู้หญิงให้บริการกลับถูกตำหนิ

ไม่เข้าใจ?




โดย: Jubchay IP: 58.9.22.247 วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:07:03 น.  

 
ขอบคุณมากคะ คุณJubchay
เห็นด้วยนะคะ ที่สังคมกลับไม่ตำหนิ
ผู้ชายที่มาบริโภค(เนื้อสด)

ตั้งแต่สมัยพุทธกาลมาแล้ว (สมัยนางคณิกา)

^^ขอบคุณอีกครั้งคะ^^


โดย: Peacefulmean วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:38:22 น.  

 
คุณ peacefulman เจ้าของบล๊อคสวยจังเลยค่ะ น่ารักมากชอบจัง เปนนักข่าวหรืเปล่าคะหรือเรียนด้านนี้ เห็นทำทีสิสเรื่องหนักๆทั้งนั้นเลย


โดย: บังเอญลองกดเข้ามาดูบล๊อคเล่นๆ แวะทักทายค่ะ IP: 124.120.138.227 วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:22:46 น.  

 
ขอให้ความเห็นเรื่องท๊อปปิกนี้หน่อยนึง

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับอาชีพโสเภณี ไม่สงสาร จะรู้สึกเห็นใจเฉพาะคนที่ถูกบังคับ ทารุนเท่านั้น แต่คนที่ทำเพราะความจำเป็นบังคับ เราไม่คิดว่าจะมีความจำเป็นอะไรให้ต้องมาทำงานแบบนี้ เพราะสมมุตตัวเองว่าถ้าวันนึงเราสิ้นเนื้อประดาตัว เปนหนี้เป็นสิน ต่อให้เราหน้าตาสวย แต่เราคงเลือกที่จะไปทำงานล้างห้องน้ำ ขายไก่ทอด หมูปิ้งอยู่ดี นอนวันละ4ชั่วโมงแต่เก็บหอมรอมริบ เกบวันละไม่กี่บาทก็อยู่ได้ถ้ามีวิตที่พอเพียงจริงๆ หาวิธีทำยังไงให้อยู่รอดแบบที่มีความดีติดตัว ไม่ทำในสิ่งไม่ดีมันก็ทำได้
ยกเว้นคนที่บ้านเรากำลังย่ำแย่หนักต้องเยียวยาด่วนเชช่นผ่าตัดหรืออะไรที่ต้องใช้เงินเยอะแบบไม่มีเวลารอแล้ว ก็ไม่แน่ว่าจะกลั้นใจทำไปสักที แต่เลือกได้ขอคนรวยๆและทำครั้งเดียวได้เงินมาแล้วแค่พอใช้หนี้สำคัญก็จบเลย แค่บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ถ้าตัวเราเองลำบากจริงๆเราก็ขอไปอยู่วัด ไปเป็นแม่ครัวกวาดถูล้างจานวัดเพื่อขอข้าวก้นบาตรกินก็ได้ ไม่เห็นต้องไปเป็นโสเภณี อันนี้พูดตามที่คิดจริงนะคะ คนเราถ้าไม่ฟุ้งเฟ้ออย่าไปเกินตัว มันไม่ต้องไปทำงานยังงั้นหรอก ตัวเราเองก็เคยตกงาน หน้าตาเราก็ดีไปทำก็ได้ แต่ไม่มีทาง ถ้าอับจนจริงๆไปอาศัยวัดดีกว่า ได้ปฏิบัตรธรรมทุกวันด้วยสวดมนต์รับใช้ศาสนาเป็นของแถมอีก

ทุกวันนี้เรามีเงินเยอะก็ยังอยากจะไปอยู่วัดเลย เสียดายยังไม่แก่ยังมีความอยากทำอะไรอื่นในชีวิตอยู่ แต่คิดว่าอีกไม่นานเมื่ออะไรลงตัวคงไปอยู่วัดโกนหัวบวชชไปเลย มันเป็นปลายทางชีวิตของเราอยู่แล้ว เป็นความปราถนาที่อยากจะทำไม่ต้องรอให้แก่ ทุกวันนี้แค่ไปเข้าวัดครั้งคราวยังไม่ถึงขั้นถาวรเท่านั้น

ปล ไม่รู้พิมไรตกไปเยอะไหม บังเอิญสีสันมันอ่านลำบากนิดนึงอะค่ะ ถ้าสะกดไรตกไปก็ขออภัยนะคะ


โดย: just believe in me IP: 124.120.138.227 วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:35:19 น.  

 
แหมๆคุณบังเอญลองกดเข้ามาดูบล๊อคเล่นๆ เล่นซะมีเขิน
ขอบคุณมากนะคะ ที่เข้ามาแวะเวียน ชมดูBlog ^^...

ขอบใจหลายๆคะ .... แก้ข่าวก่อนคะ แก้ข่าว
พีชไม่ได้เป็นนักข่าว...ตอนนี้ทำ Thesis งานนี้เสร็จ
ก็คงเข้าวงการอาจารย์มหาลัยนะคะ.... ฟิ้ววววว ไปละคะ

--------------------------------------------------------
ขอบคุณ คุณ just believe in me นะคะ
ที่เข้ามาแสดงความเห็นได้น่าสนใจ ในฐานะ
ลูกผู้หญิง ดิฉันเองก็คิดไม่ต่างคุณ หากมันไม่มีที่ไป
คงไปสมัครงานล้างห้องน้ำ ขัดรองเท้า ล้างจานยังดีกว่า
แต่อย่างว่าคะ ชีวิตใครคนนั้นกำหนด ขอบคุณอีกครั้งคะ


โดย: Peacefulmean วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:58:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.