Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
20 กุมภาพันธ์ 2549
 
All Blogs
 
london .. and the remains of the day

มาแล้ววววว
เสร็จงานจากเบอร์ลิน ก็มุ่งตรงมายังลอนดอนค่ะ
เพราะช่วงนั้นมีประท้วงการ์ตูน ทางสนามบินเลยค่อนข้างเข็มงวดมากค่ะ ตรวจละเอียดยิบเลย ต้องล้วงกระเป๋า ถอดเสื้อโค้ด ถอดนาฬิกาให้ดูหมดเลยอะ ... แต่ก็ดีเนาะ เพื่อฟามปลอดภัยอะ ยิ่งเสียวๆอยู่ เฮ้อ

เรื่องมันเกิดเพราะความเคารพคนอื่นน้อยไปของคนที่เชื่อว่าตัวเจริญม้ากมาก

เค้าโง่หรือไรก็ไม่รู้เนาะ ถึงได้เข้าใจผิดว่า การที่เจริญแล้วทางด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายรวมไปถึงจิตใจด้วย

เหมือนที่เราเคยได้ยินใครซักคนพูดว่า...คนที่ประสพความสำเร็จด้านการเงิน...ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะเป็นคนดีนะ คนที่รวยเงิน ใช่จะรวยน้ำใจ และคนรวยไม่ใช่ไม่โกง

เอ๊ะ เข้าเรื่องนี้ได้งัยวะ กรั่กๆ

เข้าเรื่องๆ

ใช้เวลาเดินทางจากเบอร์ลินถึงลอนดอนประมาณชม.กว่าๆค่ะ
ลอนดอนไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ คนที่มารับบอกว่า...ประมาณ 5 - 6 องศา...

อือก็คงจะอุ่นกว่าศูนย์ไม่ก็ลบห้าลบหกแหละฟระ ....

(ที่นั่นเค้าใช้คำว่า warmer เปรียบเทียบอากาศระหว่าง 6 กับ - 5 อะ ... เหอเหอ )

มาถึงลอนดอนวันแรก สโลสเล (เขียนงี้เป่าวะ) มากๆๆๆๆ ก็มันเหนื่อยนิ...

วันแรกก็ไม่มีไรค่ะ ไปเดิน china town เพื่อหาที่กินข้าว กับเดินเล่นนิดหน่อย



ตรุษจีนเพิ่งผ่านไปไม่นาน ยังมีโคมแดงประดับประดาให้เห็นเต็มเลยค่ะ


สามวันแรกในลอนดอน ก็ฝึกงานอยู่ที่ออฟฟิซค่ะ มีบางวันออกดูตลาดสดที่นู่นบ้าง...(ตื่นตีสี่ หนาวโค่ดๆๆๆๆ) แล้วก็บางวันเราก็ไปเยี่ยมลูกค้ามา ... ไม่มีรูปมาฝากหรอกเน้อ

ส่วนสองวันที่เหลือในลอนดอนก็ไปเที่ยวมาค่ะ

เริ่มจากไป Londony's Eyes ชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอันเลื่องชื่อ ก็ดีอะค่ะ เห็นลอนดอนชัดดี



เสร็จแล้วก็เดิน เดิน เดิน ไปมหาวิหาร Westsminster ตามคำร้อง (แกมบังคับ) ของเรา เพราะเราอยากเห็นมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษอะ อายุร่วมๆพันปีแล้วมั้งเนี่ย

ประวัติของวิหาร...ไม่ทราบค่ะ ลืมอะ

ทราบแค่ว่า Westminster Abbey เป็นวิหารที่เก่าแก่(ที่สุดรึป่าวหว่า) ของประเทศอังกฤษ เป็นมหาวิหารประจำสถาบันกษัตริย์ ใช้ประกอบพระราชพิธีการสำคัญๆต่างๆ เช่น พิธีพระบรมราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนางเจ้า อลิซาเบ็ทที่ 2 พิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับเจ้าหญิงไดอาน่า รวมไปถึงพิธีศพของเจ้าหญิงไดอาน่าก็จัดที่นี่ค่ะ (ข้อมูลไม่แน่น อย่าเชื่อมาก ป.ล.ขอบคุณราชาศัพท์ จากพี่โจ MTF)

ข้างใน นอกจากใช้ประกอบพิธีการสำคัญๆแล้ว ก็ยังเป็นที่ฝังศพของบรรดาคนสำคัญต่างๆ ทั้งสมาชิกราชวงศ์ร่วมหลายร้อยปี อัศวิน ทหาร นักเขียน นักคิด นักการเมือง มีรูปปั้นเหนือหลุมศพ มีคำจารึกมากมาย ที่เห็นก็มีหลุมพระศพของพระนางเจ้าอลิซาเบ็ทที่ 1 พระนางแมรี่แห่งสก๊อตแลนด์ เจน ออสเตน เซอร์ไอแซ็ค นิวตัน วินสตัน เชอร์ชิล ชาร์ลส์ ดาร์วิน ฯลฯ

น่าสนใจดีค่ะ



เก๊กท่าแร่ดๆ อยู่ด้านหน้าวิหารอะ อิอิ/center>

เสร็จจากนั้นก็ไปหาข้าวกินกัน ไกด์นำทางผู้คล่องแคล่วกับลอนดอน พาไปกินเป็ดย่างกะหมูกรอบที่ร้านชื่อ Four Season อร่อยดี แถมแถวนั้นที่เรียกว่าย่าน Bayswater เป็นย่านขายของฝากแบบบ้านๆ (พวกพวงกุญแจ หมวก กระเป๋า เสื้อยืด ธง โปสเตอร์ ฯลฯ) ราคาย่อมเยาค่ะ

คืนนั้นไปเดินเล่นกันต่อแถว Harrods กิน crispy cream เพราะพี่เดียวสั่งมาตั้งแต่ไปคราวกระนู้นว่าต้องกินให้ได้ อร่อยมากกกก

มีรูปมายืนยัน กร๊ากๆ



แพ็คว่ารสชาติก็คล้ายๆดังกิ้น โดนัทนะป๋า...แต่มันนุ่มนานจริงๆ ซื้อมาอัน แล้วทิ้งไว้ในกระเป๋า กลับมาที่ห้องค่อยกิน ไม่มีความเหนียวตึ๋งหนืดเหมือนโดนัทเจ้าอื่นเลย จ๊าบมากๆ

ใครที่สนใจไม่ต้องถ่อไปกินถึงนู่นนะจ๊ะ เด๋วเซ็งทั่นชิดลมบ้านเราก็จะเอามาขายแล้วเด้อออ

จบค่ำคืนนั้นที่ Picadelly Circus อันเลื่องชื่อ...หนาว เหนื่อยด้วย เจอเจี๊ยบ เจอน้องยีนส์ วันนั้นเด็กโบราณ 5 คนมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย เหอเหอ



วันถัดมา ติดขัดอะไรเล็กน้อย และมีเหตุให้ต้องสำรวจลอนดอนคนเดียวด้วยค่ะ

เริ่มจากน้องที่บริษัท ที่มาด้วยกัน โดนเรียกตัวเข้าออฟฟิซตอนบ่ายสาม ส่วนน้องอีกสองคนต้องกลับออกซ์ฟอร์ด

เราไม่อยากกลับ มีนัด เลยขอลองเที่ยวคนเดียว

ภาษาอังกฤษก็พอถูไถ (แถมเจ้าบ้านพูดกันไว้ไว ฟังทันมั่งไม่ทันมั่ง หน้าแตกไปหลายทีอะ )

แต่ก็โอนะ รอด...แฮ่

วันนี้ไม่ได้เที่ยวไรมากค่ะ เริ่มจากไป Tower Bridge (มะใช่ London Bridge ขอบคุณคุณ Londoner อีกทีค่ะ ที่มาแก้ให้) อันเลื่องชื่อ



จริงๆอยากเข้าไปเที่ยว Tower of London ด้วยอะ อยากดูที่เค้าใช้คุมขังแอน โบลีน แต่แบบ..ตั๋วแพงจัง ตั้ง 14 ปอนด์

ตอนบ่ายไปกินข้าวแล้วเราก็ได้เดินเที่ยวลอนดอนคนเดียวล่ะ

ไม่รู้จะไปไหน เย็นแล้ว เลยไป British Museum

ยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือค่ะ เก็บโบราณวัตถุชิ้นสำคัญๆของโลกไว้มากมาย แค่ห้องอิยิปต์ก็ปาไปสามสี่ห้องแล้ว

ไม่รู้ขนของเค้ามาหมดประเทศยัง

นี่ได้ข่าวว่านักโบราณคดีเมกันขุดค้นพบโลงศพโบราณอีกแล้ว...ล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ ที่ประเทศอิยิปต์จะไม่มีโอกาสครอบครองสมบัติของชาติชิ้นนี้ ไม่รู้ต้องเดินทางไกลไปไหนน้อ เมกา ลอนดอน หรือปารีส

ตั้งใจมาดูงานสมัยกรีกกับโรมันเต็มที่ค่ะ เรียน classic art มาเยอะ ได้มาเห็นกับตาวันนี้เอง

แต่ที่นี่แปลกดีนะ อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ด้วย เราเลยถ่ายมา พยายามไม่ใช้แฟลชเลย กลัวเป็นการไม่เคารพ โดยเฉพาะห้องอิยิปต์

เห็นเด็กๆหลายคนวิ่งไปถ่ายรูปกับมัมมี่ ทำท่าเหมือนมัมมี่ ก็ได้แต่...รู้สึกแปลกๆ

ความศักดิ์สิทธิ์ของวัฒนธรรมหนึ่ง กลายเป็นสิ่งน่าขันของอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ศิลปะอิยิปต์นี่กลายเป็นของที่ระลึกต่างๆ ทั้งเสื้อยืด สมุด พวงกุญแจ ฯลฯ ของที่นี่ค่ะ

อือ ก็เงี้ย



ด้านหน้า British Museum




ด้านในค่ะ หรูหรามั้ย


ห้องโรมันค่ะ



เค้าว่ากันว่าเป็นจูเลียส ซีซาร์




รูปปั้นสตรีชนชั้นสูงสมัยโรมันค่ะ ถ้าตอนเรียน ต้องจำว่า นี่คือรูปแบบการแต่งกายและทำผมของคนสมัยนั้น


นี่น่าจะกรีกนะ



แกะสลักจากหินอ่อนค่ะ แกะได้งัยไม่รู้ เห็นลอยผ้ายับๆ พริ้วๆ งามมาก


กลับมาห้องโรมันอีกที

พามาดูหลุมศพของคนมีอันจะกินสมัยนั้นค่ะ





หลุมศพแบบนี้จะเรียก Sacrophagus อันนี้มีจารึกบอกชื่อเจ้าของ รวมถึงปฏิมากรรมเหนือหลุมศพ แสดงความมั่งมีของหญิงสาวเจ้าของหลุม คาดว่าสามีน่าจะทำให้หลังเธอเสียชีวิตค่ะ


ไปดูห้องอิยิปต์กันมั่งเนาะ







มัมมี่เยอะมากกกกก




อันนี้คงเป็นการทำศพระดับชาวบ้าน น่ากลัวนะคะ หักกระดูกแล้วยัดใส่โลงไม้ลวกๆ (หรือไม่ลวกแต่ผ่านกาลเวลาเลยเป็นงี้ไม่รู้) ฝังพร้อมถ้วยชามรามไห เพื่อใช้ในโลกหน้ายามตื่นค่ะ (คติเดียวกันทั่วโลก บ้านเชียงเราก็มี)


ห้องอิยิปต์นี่ของเยอะมากค่ะ เห็นแล้วก็ทึ่งกับความเจริญของอิยิปต์สมัยก่อน นี่ถ้าไม่ล่มสลาย ป่านนี้จะเป็นงัยนะ

ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ มีอีกเพียบ ดูผ่านๆละกันเนาะ



อีกห้องที่จัดแสดงทางด้านล่างค่ะ ของสำคัญๆเยอะมากๆเลย


มองในแง่ดี อยู่ที่นี่ เค้าก็ศึกษาคว้นคว้าให้ อยู่ที่ประเทศนั้นๆ ป่านนี้เป็นผุยผงไปแล้วซะมั้ง

มีรูปห้องสมุดอลังการมาฝากด้วย ก็อยู่ใน British Museum นั่นแหละค่ะ



ออกจาก British Museum ก็เดินไปเดินมา แกร่วไปแกร่วมา อยู่อีกนานเลย กว่าเพื่อนจะเรียนเสร็จ เพื่อนคนที่ว่า ก็ตานี่อะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=patsypacky&month=06-2005&date=20&group=6&blog=1

พี่หย่งพาไปเลี้ยงข้าวร้านอาหารจีนแถวโซโหค่ะ เราไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ปวดหัวจิ๊ดๆ ด้วยเลยไม่ค่อยกิน ปล่อยตาหย่งโซ้ยเอาๆ อยู่คนเดียว

ไม่เจอกันตั้งสองสามปีแล้วนะเนี่ย แต่ตาพี่หย่งไม่เปลี่ยนไปซักกะติ๊ดเลยค่ะ หมายถึงหน้าตาบุคลิกนะ แต่นิสัยเปลี่ยนไปเยอะมากกกก ไม่เคยสังเกตเลยว่าตาพี่หย่งจะขี้อายปานนี้ (น้องสาวเราบอกอะ) แต่เอาใจใส่คนอื่นมากกว่าเดิม gentle กว่าเดิม เห็นจากช่วยเปิดประตูให้ รินน้ำให้ ตักข้าวให้

แหม น่าจะเป็นงี้นานแล้ว รักตายเลย

เจอกันคราวนี้ เหมือนอย่างที่บอกไว้ในหัวบล็อกค่ะ คุยเรื่องเก่าๆ บ้าง ใหม่ๆบ้าง แต่ไม่มีไรค้างคาให้เคลียร์ ไม่ได้มีความรู้สึกตกค้างอะไรที่ต้องแบ่งปันออกไป

เหมือนเพื่อนเก่าที่มีเหตุให้มาเจอกัน แล้วก็บ๊าย บายกันไป

ลอนดอนคราวนี้เลยเป็นทริพพิเศษๆของเราต่างจากคราวที่แล้วมาก เพราะคราวนี้ได้เที่ยวเอง และได้เจอเพื่อน เจอคนที่อยากเจอจ้ะ

London ก็ยังเป็นเมืองที่เราชอบมากๆๆๆ ที่สุดมาโดยตลอด เพราะมันช่าง lovely, lively but lonely ในแบบของ London เองที่เมืองไหนๆก็ไม่เหมือน

แต่อย่างไรก็ตาม...ก็ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านค่ะ

ว่าแล้วก็บินกลับมาเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

ถึงเมืองไทยจะไม่มีอะไรหลายๆอย่างที่ Berlin และ London มี แต่ที่นี่มีที่ๆเรียกว่าบ้าน มีพ่อแม่ มีแมวเหมียว 5 ตัวให้กอดจูบเล่นทุกวัน มีเพื่อนๆ มีคนมากมายที่เราคิดถึง ... Berlin กะ London เติมเต็มส่วนพวกนี้ไม่ได้ค่ะ



แต่ให้ไปอีกก็ไปนะ


ป.ล. ขอบคุณเจี๊ยบ โยโกะ โอโน่กะอรุมากๆ ที่ให้ยืมเสื้อ อยู่รอดปลอดภัยฝ่าลมหนาวมาได้ เพราะเสื้อเจี๊ยบกะอรุเลยนะเนี่ย แต๊งหลายๆๆๆ



Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2549 0:08:07 น. 23 comments
Counter : 2226 Pageviews.

 
กรี๊ดดดดดดดด
อยากกินคริส์ปปี้ครีมๆๆๆๆ (ดิ้นๆๆๆๆๆๆๆ)
ที่อังกฤษมีด้วยหรอเนี่ยยย

จบซึ้งเนอะ


โดย: รุก็อยากไป IP: 203.118.111.205 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:23:42 น.  

 
เขียนเยอะเชียวอ่ะ เดี๋ยวติดไว้ก่อน แล้วค่อยมาแสดงความคิดเห็นคราวหลัง


โดย: เย้ๆๆ แป้งมาคนแรก (ป่าวเนี่ย) IP: 203.147.55.35 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:30:03 น.  

 
ไอ้ที่เห็นกระดูกคนหักเป็น 2 ท่อนอยู่ในโลงไม้นั่น
จิงแล้วๆน่าจะเป็น "ประเพณีการฝังศพครั้งที่ 2"
ไม่น่าจะใช่จับคนตายมาหักครึ่งท่อนแล้วยัดลงโลงนะ

ประเพณีการฝังศพครั้งที่ 2 คือ การเอาศพคนตาย
ไปฝังไว้ระยะเวลาหนึ่งให้เนื้อเยื่อเน่าเปื่อยให้หมดก่อน
จากนั้นจะขุดขึ้นมาทำความสะอาดอีกครั้งแล้วค่อย
บรรจุลงไห หรือลงหม้อแล้วค่อยเอาไปฝังใหม่อีกครั้ง
หนึ่ง พร้อมกับใส่สิ่งของมีค่าพวกถ้วย ชามรามไห
ลงไปด้วยเอาไว้ให้คนตายใช้ในโลกหน้า

ประเพณีลักษณะนี้พบกระจัดกระทั่วไปในดินแดน
แถบ SEA และบางส่วนของจีนทางตอนใต้
ในชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่รู้จักการใช้โลหะแล้ว
ต่อเนื่องมาจนถึงยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น
ประเพณีการฝังศพแบบนี้เสื่อมความนิยมไปภายหลัง
จากพุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนแถบนี้
เพราะพุทธศาสนานิยมวิธีการปลงศพด้วยการเผา

แต่เคยเห็นแว๊บๆในสารคดีว่าแถบอเมริกาใต้ก็มี
ประเพณีลักษณะนี้เหมือนกัน
จึงยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าประเพณการฝังศพ
ครั้งที่ 2 เนี่ยเป็นประเพณีเฉพาะของผู้คนในดินแดน
แถบ SEA หรือเป็นประเพณีสากลที่พบได้แพร่หลาย
ในชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์
ปล. รูปแหม่มหรือญี่ป่งเอ๊าะๆไม่รู้จักถ่ายมาลงฟ่ะ!!!


โดย: เพลย์บอยบางบอน IP: 203.144.221.102 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:50:57 น.  

 
ไหนๆ ก็ไม่ได้คนแรกแล้ว
ดูแต่รูปแล้วว่ากันไปละกัน

เปิดมาเป็นโซโหเลยเหรอ เออ เป็นลอนดอนมาก ๆๆๆ เห็นแล้วนึกถึงผงลาบ เพราะเราต้องไปซื้อแถวนั้นมาตุนไว้ทำลาบไก่งวงกินเอง

ลอนดอนอาย นะ เราไม่เคยคิดจะขึ้นเลยว่ะแพ๊ค อยู่นั่น สี่ปี เพราะมันตั้งสิบกว่าปอนด์ แต่มีอยู่วันนึง ดันอยากทำตัวเป็นทัวริส เลยยอมๆ เสียเงินขึ้นไป แล้วก็ไม่เห็นตื่นเต้นเลย เราขึ้นไปนะ ได้แต่ไปดูโครงสร้าง ดูชิ้นส่วนประกอบของชิงช้าสวรรค์ ดูกลไก มัน แล้วก็ดูคนอื่นเค้าทำท่าซึ้งกันตอนอยู่บนฟ้า

ก็เพราะเราเห็นลอนดอนไปทั่วแล้วอ่ะดิตอนนั้น ถึงแม้ว่าจะเห็นจากที่สูงก็เหอะ

มันมี Primrose Hill อยู่ใกล้ๆ camden town ที่เป็นเขา ปีนขึ้นไปนิดเดียวก็เห็นเหมือนกัน เป็นจุดชมวิวที่ไม่ค่อยมีพวกทัวริสรู้จักเท่าไหร่อ่ะ

ส่วนอีกอัน British Museum ตอนเราไปเจอมัมมี่ตัวเป็นๆ อยู่ในตู้นะ โคดกลัวมันลุกขึ้นมาเลยว่ะแพ๊ค ดูมันยังมีชีวิตอยู่ไงก็ไม่รู้ แล้วเราก็นิ่งตัวแข็งดูอยู่ตั้งนาน
ดูอยู่ทุกมุมที่สามารถเงื้อมหน้าไปมองได้ แล้วก็คิดว่า ไมคนอื่นมันไม่กลัวเหมือนเราเหรอฟะ


โดย: ธ่อ โดนอรุแซงไปเลย IP: 203.147.55.35 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:53:38 น.  

 
โหย ไอ้ตู่ตอบเป็นงานเป็นการก็เป็นเว่ยยยยยยย


โดย: patsypacky วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:55:16 น.  

 
แพ็กกี้ หัวฟู ฮี่ๆๆๆๆๆ
อยากไปลอนดอนมั่งเกิดมาท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยไปเลยว้อยยยยยยย
พาเค้าไปหน่อยจิ ฝากใส่ลังผลไม้ไปก้อด้ายยยยย


โดย: หมาร่าหมาหรอด วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:30:37 น.  

 
แทงยู - PUNK'76

ฮิฮิฮิฮิ



โดย: อม IP: 61.90.72.136 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:11:15 น.  

 
ค่าหนังสือคิว
เลี้ยงเบียร์เจ๊เลย ไอ้บ๊วย


โดย: เจ๊เอง (patsypacky ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:20:27 น.  

 
lovely, lively but lonely >>> เห็นด้วยพันเปอร์เซ็นต์ เมืองมันเท่ห์ มีสไตล์ บางย่านก้อดูสับสนวุ่นวาย แต่ยังไง๊ ยังไงก้อยังให้ความรู้สึกเหงาๆ อะเนอะ โดยเฉพาะใน underground

ป.ล. คิดถึงเป็ดย่าง Four Season เมื่อไหร่เซ็งทั่งจะเอามาขายมั่งอ่า


โดย: Suedegirl IP: 221.128.109.11 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:20:32 น.  

 
แพ็คเหมือนสาวฮ่องกงจริงๆ ว่ะ
ยิ่งดูยิ่งเหมือน


ไม่ไปถ่ายรูปห้องไทยมามั่งล่ะ เห็นเค้าว่ามีตั้งกะสุโขทัย ทวาราวดี และอื่นๆ อีก เหอเหอ

พวกแกะหินอ่อนแล้วผ้าเป็นผ้า ผ้ายับ ผ้าพริ้วเนี่ย
ไม่ใช่คน พวกนี้เทวดามาเกิด


โดย: ปป (=p o o k p u i= ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:52:25 น.  

 
British Museum

อยากไปบ้างอ่ะ
ก็แหม...ในฐานะคนเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ พอเห็นแล้วมันอดไม่ได้จริงๆเนอะ

ห้องอียิปต์+ถ่ายรูปได้ โอ้ว...สวรรค์


โดย: daisy IP: 202.44.136.50 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:05:08 น.  

 
ได้แต่อิจฉา
อยากไปสมัผัสบรรยากาศต่างประเทศมั่งจัง
^^


โดย: ;y= IP: 58.8.108.19 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:04:37 น.  

 


เห็นแล้วอยากไปแทนเจ้าของบล็อกจริงจริง....

เรามันมีวาสนาก็แค่สิงคโปร์

เฮ้อ....อ


โดย: นายกลางคืน วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:34:43 น.  

 
Dear Khun PatsyPacky,

The pictures you took in London were really nice. However, there was a mistake on the name of the bridge that you took picture with. It is called Tower Bridge not London Bridge.

"London Bridge is a bridge over the River Thames, between the City of London and Southwark. It is between Cannon Street Railway Bridge and Tower Bridge; it also forms the western end of the Pool of London" Wikipeidia

"The Tower Bridge , named after its two impressive towers, is one of London's best known landmarks. This Victorian Bridge is now more than 100 years old. Designed by Wolfe Barry and Horace Jones, and completed in 1894, the middle of the bridge can be raised to permit large vessels to pass the Tower Bridge"
http://www.aviewoncities.com/london/towerbridge.htm

I hope you find this correction useful. I did not mean to hurt your feeling at all.

Best wishes,
Londoner


โดย: Londoner IP: 128.40.62.213 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:45:11 น.  

 
อะ ขอบคุณค่า
ตอนเราอัพ ก็ลืมๆเหมือนกัน ว่ามัน Tower Bridge หรือว่า London Bridge กันแน่หว่า

พอดี ตอนนั้น ในหัวฮัมเพลง London bridge is falling down falling down falling down... อยู่อะ กรั่กๆๆ

มาเยี่ยมบ่อยๆนะค้า คุณ Londoner



โดย: patsypacky วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:06:28 น


โดย: patsypacky วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:08:17 น.  

 
สายด่วนถึง daisy (จะเข้ามาอีกมะเนี่ย)

ยัยน้องมินท์จอมลอก อยู่เอกไรปีไรอะ สืบมาหน่อยดิ แล้วเพื่อนที่คณะรู้กันยัง?


โดย: IP: 61.91.137.43 วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:11:16:12 น.  

 
ลืมบอก ข้างบนพี่เอง


โดย: แพทสีแพ็คกี๋ IP: 61.91.137.43 วันที่: 5 มีนาคม 2549 เวลา:11:16:33 น.  

 
อ๋อ เรี่องนั้นน่ะเหรอพี่


เหอะ...ตอนแรกที่เค้าไปตอบบล็อกนู้นอ่ะ (ตามไปมุงก่อนสุดท้ายทนไม่ไหวต้องแสดงความคิดเห็นโดยใช้ชื่อ daisy of the galaxy)

ไอ้ตอนที่ตอบนั้นเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไหน(ตอนนี้เด็กมันเยอะน่ะพี่ แถมรู้จักกันไม่หมดอีกต่างหาก บางคนเป็นพี่เป็นน้องในเอกแท้ๆก็ยังไม่รู้จักกันเลยสิน่า)

รู้แต่ว่าเรียนที่เดียวกันคือ เป็นเด็กศิลปากร
ก็เลยใส่ซะ....

แต่เค้าก็ดันใช้เน็ตมหาวิทยาลัยอีก...ซวยเลยทีนี้
โดนเหมาว่าเข้ามาปั่นกระทู้ซะงั้น
แบบว่า....เจอเรื่องนี้เข้าไปโ คตรจะเซ็งเลยพี่....
แต่ก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่ากระทู้เบี่ยงเบนประเด็นไปจริงๆ

ยังดีที่มีคนมาตอบให้ว่ามันเป็นเน็ตมหาวิทยาลัยจริงๆนะ
ก็เลยรู้สึกว่าเออ..ช่างมันเหอะ
เพราะถ้าจะว่าไป IPซ้ำๆยังงี้มันก็ชวนให้คิดจริงๆ
กับคนอื่นที่ไม่รู้(เรื่อง IP ซ้ำในกรณีของพวกมหาวิทยาลัยหรือศูนย์ราชการ)จะเข้าใจผิดมันก็ไม่แปลกหรอก



เอ้า บ่นพอแล้ว กลับเข้าเรื่องที่พี่ถามล่ะนะ
คือ...ตอนที่เค้าไปตอบบล็อกใบหม่อนอ่ะ เค้าไม่รู้ว่าเป็นคนไหนใช่มะ




แต่...ตอนนี้เค้ารู้แล้ว (เรื่องมันยาวพี่ มันสืบเนื่องมาจากบล็อกนั้นแหล่ะ..ถึงขั้นมีคนมาตามหาตัวเค้าในห้องคอมเชียวนะ!!)


สรุปว่าเป็นเด็กเอกไทยอ่ะพี่

ไม่รู้ว่าอาจารย์ในเอกไทยรู้หรือยังนะ

แต่เค้าว่าอาจารย์ต้องรู้แน่ๆล่ะ (ก็ขนาดเค้าเล่นอยู่ pantip ยังตามไปเจอเลยพี่คิดดูดิ)

ส่วนเรื่องเพื่อน
อันนี้เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนในเอกรู้ป่าวนะ
แต่เค้าว่าอีกไม่นานก็คงรู้กันหมดนั่นล่ะ
เพราะเอกไทยนี่รักการอ่านการเขียนอยู่แล้ว
แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยด้วย

นี่ถ้ารู้กันยกเอกไทยตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่นะพี่
นึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นยังไง

ส่วนหนึ่งอาจจะปกป้องและให้อภัยในฐานะที่เป็นน้องเป้นพี่ประมาณว่าให้โอกาสคน แต่อีกส่วนอาจถล่มแหลกเพราะรับไม่ได้

คิดไว้ว่ามันน่าจะออกมาประมาณนี้อ่ะ



โดย: daisy IP: 202.44.136.50 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:13:51:34 น.  

 
มีคนบอกว่า อาจารย์รู้แล้ว เรียกตัวไปพบแล้วด้วยอะดิ
นี่ก็ให้เพื่อนพี่ที่เป็นอาจารย์ดูๆให้อยู่

สงสารอยู่หรอกนะ แต่ทำอะไรไม่คิดจริงๆว่ะ


โดย: พี่แพ็คเอง IP: 203.156.44.241 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:15:29:53 น.  

 
ว้าว สาวสวยพาทัวร์กรุงลอนดอน ที่พักเค้าเริ่ดมั้ยอ่า


โดย: ข้าน้อยคาราวะ IP: 61.91.170.118 วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:13:10:10 น.  

 
^
^
ตอบข้างบน
ที่พักเป็นโรงแรมแถว heathrow อะ ก็โรงแรมทำมะดาๆ โอเชใช้ได้ (ไม่ได้จ่ายเอง กรั่กๆ)

อยากไปฮ่องกงมั่งอะ อยากไปเจอทาเวีย อิอิอิ


โดย: patsypacky IP: 203.156.44.241 วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:15:43:46 น.  

 
อิจฉาจัง สักวันคงมีโอกาสได้ไปกะเขาบ้าง


โดย: เงาไม้เหงาฯ วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:18:35:36 น.  

 
ดีดีดีดีดีดี


โดย: แม็ก IP: 117.47.11.251 วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:16:15:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

patsypacky
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Friends' blogs
[Add patsypacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.