Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
ช่วงนี้ไวรัส blog tag กำลังระบาด ถ้าไม่ว่างจริง กรุณาปิดหูปิดตาปิดบล็อกชั่วคราว กรั่กๆ

โดนกะเค้าจนได้ อันนี้ต้องขอบคุณยัย estrella นะยะ อุส่ามา tag เราด้วย

มานั่งนึกๆว่า โจทย์ที่ควรจะต้องตอบมันคืออะไร เพราะมันกว้างจัง ก็ให้บอกความลับ ที่ไม่เคยบอกใคร ใช่ปะ

จะว่าไปมันไม่ใช่ความล้งความลับอะไรหรอก แค่เป็นเรื่องที่เราไม่เคยบอกชาวบ้านมากกว่า ไอ้จะเอาความลับมาไขกันตรงนี้จริงๆ ออกจะไม่งามละม้าง ว่ามะๆๆ

อะ เริ่มกันเลยละกัน ค่อยๆงมไป

.........................................................................

เลียนแบบ estrella แต่เปลี่ยนเป็นเพลงละกัน

i wanna be adored

ถ้าคนที่เคยมาเจอเราตัวเป็นๆนี่คงจะเห็นรูปลักษณ์ภายนอกของเราที่นอกจาก สวย เก๋ (อนุญาตให้อ้วกได้เท่าที่ต้องการ) แต่แฝงด้วยราศีความโหด เหี้ยม อำมหิต ปากร้าย ใจยักษ์ (อุ๊ยๆ อะไรเนี่ย) แต่ถ้ารู้จักกันจริงๆ จะรู้ว่าเราก็เป็นงั้นจริงๆแหละ (ฮา) แต่นิดนึงน่า เราก็มีมุมรักแมว รักหมา (แต่ไม่รักเด็ก) อ่อนโยนต่อธรรมชาติและโลกใบนี้กะเค้านะ

ไอ้ลักษณะก้าวร้าวที่เรามีติดตัวมา อยากจะโทษวัยเด็กเหมือนกัน คือเด็กๆเนี่ย เราค่อนข้างจะแปลกแยกนิดนึง เพราะอะไรก็ไม่รู้ คาดว่าเป็นกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อน คือเราเป็นคนช่างเถียงแล้วก็ขวางโลกมากๆ อะไรที่เค้าว่าเค้าเตือน เราจะไม่ค่อยเชื่อ ต้องได้เหตุผลที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมก่อนค่อยว่ากันใหม่ ไอ้ที่บอกว่า "เค้าบอกว่า เค้าว่ามา" นี่เราถามแหลก เถียงแหลกเลย แล้วตอนนั้น เราจะอยู่กับผู้ใหญ่เยอะ ญาติโกโหติกาบ้าง ไม่ใช่บ้าง แล้วพวกผู้ใหญ่เนี่ย เค้าจะติดนิสัยชอบแหย่เด็ก หาเรื่องว่าบ้าง เอาปมด้อยมาว่าบ้าง (ตอนเด็กๆผอมแห้งน่ะ โดนเรียกด้วยชื่ออุบาทว์ๆเยอะ)

คือตอนนั้นจะไปรู้ได้งัยฟระ ว่าเค้าไม่ได้จริงจังอะไร รู้แค่ว่าไม่ชอบ เวลาผู้ใหญ่แหย่ เราก็เลยเถียงๆๆ หน้าคว่ำ โกรธ แล้วก็จะโดนดุ เพราะเค้าบอกว่าเถียงผู้ใหญ่ไม่ดี บาปกรรม เพราะเหตุนี้ เราเลยกลายเป็นโรคเกลียดผู้ใหญ่ เกลียดพฤติกรรม "ตบหัวลูบหลัง" ของผู้ใหญ่ มาจนบัดนี้แหละ ก็เลยมีโรค peterpan syndrome เล็กๆ แต่ไม่ใช่เกลียดความรับผิดชอบนะ แต่เกลียดความเป็นผู้ใหญ่ที่ชอบสร้างเหตุผลห่วยๆมาแก้ตัวให้ตัวเองถูกมากกว่าเด็กมากกว่าน่ะ

แล้วพอเป็นงี้ เราก็เลยกลายเป็นคนที่ต้อง individual กะ independent ผลคือ พ่อแม่เราโค่ดไม่สนใจเราเลยว่าเราจะทำอะไร เรียนอะไร เป็นอะไร เพราะเค้าคงรู้สึกว่าเราพึ่งพาตัวเองได้ในระดับนึง โดยแทบจะไม่ต้องไปพึ่งเค้า (ในแง่จิตใจ หรือขอความเห็น หรือขอความช่วยเหลืออะไรทำนองนี้อะนะ)

แล้วเราก็ภูมิใจกะไอ้ภาพ independent ของเรามากๆ ใครๆก็ชื่นชม ใครๆก็บอกแพ็คกี้เจ๋งจริงๆ ขนาดคนแถวบ้านจะเลี้ยงลูกให้ได้อย่างเราเลย

ใครจะไปรู้ ว่าจริงๆ เราโค่ดอ่อนแอ โดดเดี่ยว (แต่ไม่เดียวดายนะ) บางทีก็อยากมีคนให้ยึดเหนี่ยวจิตใจได้เหมือนกัน แต่มันหาไม่เจอน่ะสิ แต่เพราะ i wanna be adored ก็เลยต้องเก๊กมันไปอย่างนั้นเรื่อยมา

จนมาเจอพี่ชายพี่สาวนี่แหละ
ถึงเค้าจะไม่ได้เป็นคนดีตามมาตรฐานสังคม แต่เค้าก็ดีกับเรา เค้าไม่ตัดสินด้วยมาตรฐานเริ่ดๆใดๆในโลกห่วยๆใบนี้

จนตอนนี้อายุจะ 28 แระ เจอเพื่อนใหม่ๆด้วย เราเลยรู้สึกว่าเราปรับตัวปรับความคิดได้มากกว่าแต่ก่อน ถึงยังจะ wanna be adored อยู่บ้าง แต่ก็ยอมรับได้แล้วล่ะว่าบางช่วงตัวเองโค่ดเรียกร้อง งี่เง่า แบบหญิงๆ ก็เป็นเหมือนกันแหละนะ แหมๆ

..........................................................................

love of my life

ตำนานความรักของเราเอง

ถ้าคนเป็นเพื่อน เป็นพี่ กินเหล้ากะเราบ่อยๆ ต้องเคยได้ยินชื่อคนๆนี้แน่นอน ฉะนั้นไม่บอก 555

จริงๆมันก็ไม่ลับเท่าไหร่หรอกนะ แต่ช่างมันเหอะเนาะ หยวนๆ

ความรักข้างเดียว 5 ปี แต่แปลก เราสุขมากกว่าทุกข์เยอะ (แต่ตอนทุกข์ก็เกือบเอาตัวไม่รอดแฮะ) เพิ่งเคยรู้ว่าโลกกลับหัวกลับหางเป็นงัย เพิ่งรู้ว่า ไอ้คำว่า ทุกลมหายใจเข้าออกเป็นงัย โค่ดบ้าเลย ไม่เป็นตัวของตัวเองสุดๆ เหมือนกินนอนกับความรักเลยอะ เสพติดอย่างแรง ทั้งๆที่ไม่เจอก็ตั้งสามปีนะ แต่ก็ยังคิดถึงเค้าด้วยความรู้สึกเดิมๆไม่เคยจางหาย

ณ ตอนนี้ จาก love of my life คงจะเปลี่ยนเป็น i wish you love แทนแล้วล่ะ ถึงจะยังงัย เราก็ยังมีเค้าเป็น top special อยู่ดี ถ้าไม่มีเค้า ห้าปีที่ผ่านมา คงไม่มีความหมายอะไรเท่าไหร่ เราคงไม่เรียนรู้อะไรอีกเยอะ

ตอนนี้ love of my life เป็นแค่ตำนานไปแระ ส่วน love ปัจจุบันก็เหมือน a home น่ะ ไม่รู้ว่ายังงัยเหมือนกัน แต่เวลาอยู่กับคนๆนั้นแล้วเหมือนอยู่บ้านน่ะ (เอ๊ะ สบายไปมะ ฮี่ๆ)

.........................................................................

music gets the best of me

... but guess who gets the rest of me ...

เรามีปู่เป็นศิลปินแห่งชาติ มีพ่อเป็นนักดนตรีอาชีพ หาเลี้ยงด้วยการเล่นดนตรีในร้านอาหาร แล้วเราจะไม่รักเสียงดนตรีได้งัย

ตอนเด็กๆ จำได้ว่า วันๆได้ยินแต่เสียงไวโอลินของปู่ แล้วก็รู้ว่าดึกๆพ่อจะไม่อยู่บ้านต้องไปเล่นดนตรีที่ร้านอาหาร

(***ฉะนั้นวัยเด็กเราจะพร่องมากๆเรื่องการไปเที่ยวแบบครอบครัว เพราะพ่อไม่เคยไปได้ ต้องทำงาน เออ แต่เราก็ไม่เรียกร้องนะ ***)

ไปโรงเรียนทีไร ครูก็ต้องมาทักว่านี่งัย หลานศิลปินชื่อดัง เราก็เลยภูมิใจมาเสมอว่าปู่เจ๋ง จะมีซักกี่คนที่มีปู่เป็นเพลย์บอย จีบสาวดะ แล้วเอาประสบการณ์ชีวิตรักมาแต่งเป็นเพลง ฮึ?

ส่วนพ่อ ถึงพ่อจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเท่าปู่ แต่เพราะพ่อทำให้เรารู้จักวงดีๆ เพลงดีๆ ตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อชอบเอาวีดีโอคอนเสิรตมาเปิดให้เราดู เอาหนัง the sound of music มาเปิดให้เราดูตั้งแต่ 9 ขวบ 10 ขวบ พ่อเป็นคนแนะนำ boy george กับเรา (สับสนเล็กๆ ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายวะ) และอีกมากมาย

พ่อเราเลยมีอัลบัมของวงด้วย แต่ไม่ได้ไปขายที่ไหนหรอ ก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เราชอบเพลงที่พ่อร้องมาก ตอนนั้นพ่อไปทำงานดึกๆ เราก็จะเปิดเพลงนี้ฟังก่อนนอนทุกคืน (จุ๊ๆ อย่าบอกพ่อนะ เขิน อิอิ)

แต่เราไม่เคยคิดอยากเป็นนักดนตรีแบบปู่แบบพ่อ พรสวรรค์ไม่มีน่ะ(มั้ง)

ตอนป.1 ปู่จับมาเรียนเขียนตัวโน๊ตเหมือนกัน ปู่ว่างอะ ไม่มีไรทำ กะจะถ่ายทอดความรู้ให้หลาน เราดันไม่เอา หนีไปเล่นนอกบ้าน เลยไม่ได้อะไรมาเลย 555 เสียดายนิดๆนะ ไม่มาก รู้ตัวว่าเอาดีด้านนี้ไม่ได้ 555

แต่ถึงจะเล่นไรไม่เป็น แต่เราก็ยังชอบฟังเพลงมากๆ ตามไปดูคอนเสิรตทุกวงที่โปรด (และถ้ามีตังค์) กลายเป็นพวก groupies ตามนักร้อง โค่ดบ้าเลยเนาะ แต่ทำให้เราได้เพื่อนได้พี่ ได้ประสบการณ์ดีๆไม่เคยลืมเพียบเลยอะ

เพื่อนพี่บางคนก็ยังคบ สนิทสนมกันจนทุกวันนี้ มีวงใหม่ๆผ่านเข้ามาให้ชอบ ให้เมาท์ ให้ด่าไม่เคยห่างหาย เพราะเพลงทำให้เรามีพี่สาวพี่ชาย ทำให้เรามาเจอลัลลาบาร์ แล้วก็ได้เพื่อนดีๆ อีกมากมาย

แต่สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้จากการมีปู่ มีพ่อเป็นนักดนตรี (แถมพี่ๆเพื่อนๆนักดนตรีอีกเพียบ) คือ

please don't put your life in the hands of a rock & roll band....who throws it all away

.........................................................................

ไม่รู้จะทำถูกกฎการ tag เป่าแต่พอแล้วอะ เหนื่อยว่ะ

tag ต่อใครดี เอาที่หนิดๆละกัน

ป๋องแป๋ง Le petit Panx
อรุณี ศรีสมร (my name is) luka
แขน eLepUnk
บิลเล่อ x.y.u
แล้วก็ไตรพรคนหล่อ โคอาล่าจอมหิวว

แต่พวกมันต้องขี้เกียจแน่เลย รอไปเหอะ




Create Date : 13 มกราคม 2550
Last Update : 13 มกราคม 2550 12:01:47 น. 17 comments
Counter : 529 Pageviews.

 
จะมีคนอ่านจบเป่าวะเนี่ยยยย


โดย: patsypacky วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:11:58:41 น.  

 
อ่านจบค่า


ไหงแค่ ๓ ข้อหละคะ


ทำให้รู้จักคุณแพทสีเยอะขึ้นนา

อย่างเรื่องแรก เราว่าส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้นนะคะ ยิ่งข้างนอกกร้าวแกร่งเท่าไหร่ ข้างในยิ่งอ่อนเท่านั้น แปลกนะ


ส่วนข้อสอง การได้เจอ home เนี่ยสุดยอดแล้วค่ะ ยินดีด้วยนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:12:26:52 น.  

 
โอ้โฮ หลานศิลปินแห่งชาติ

น่าปลื้มใจแทนจังเลยค่ะ

ไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะคะ

การได้รับการยกย่องเป็นศิลปินในระดับนั้นน่ะค่ะ



โดย: โสดในซอย วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:12:46:23 น.  

 
ทำไมมีแค่ 3 ข้อ


โดย: GigiPretty วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:13:36:06 น.  

 
พึงพอใจในตัวเองเป็นสุดยอดของความสุขค่ะ

อ่านจนจบเหมือนกัน เขียนสนุกดีนะ


โดย: easyfreedom1978 วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:13:42:41 น.  

 
เหนื่อยอะ ขอแค่สามข้อนะคะ เด่วถ้านึกไรออกอีกสองข้อ ค่อยมาเติม


โดย: แพทสี IP: 203.156.44.241 วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:13:43:57 น.  

 
ขาดไป 2 ข้อนะเนี่ย


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:17:26:23 น.  

 
โคดยาว

แพ็คเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน
พี่มีน้องที่เป็นแบบนี้อีกคนที่คล้ายๆ แพ็ค แต่ใช้ชีวิต extreme กว่าแพ็คในหลายๆ ความหมาย
(แพ็คถามว่ายังมีใคร extreme กว่าแพ็คอีกเหรอ กร๊ากกกกกก)

เวลาคุยกับแพ็คพี่จะเวียนหัวประจำ
คือตกลงว่าเป็นคนปากตรงกับใจจนปากหมา
หรือว่าปากไม่ตรงกับใจเพราะอยากทำเป็นปากหมา (วะ)

55555555555555555


โดย: ปป (=p o o k p u i= ) วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:11:14:49 น.  

 
แง เซ็งพี่แพ็คเพราะตั้งใจจะแท็กพี่แพ็ค
มาแท็กเรายังไม่พอ มาแย่งแท็กชาวแก๊งอีก
แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แต่กุ๊กกิ๊กนะคะ คุณบ้าน


โดย: อรุ IP: 58.9.25.69 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:0:56:32 น.  

 
ปาป้า ปาป้า รับ Tag เรียบร้อย อิอิ


โดย: โคอาล่าจอมหิวว วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:16:50:34 น.  

 
สงกรานต์ปีนี้หวังว่าลูกๆหลานคงกลับบ้านมาเยี่ยมแกนะแพ๊ค


โดย: PBBB IP: 203.185.130.74 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:17:04:03 น.  

 
ไอ้ตู่ แกนี่เลวเจรงๆๆๆๆๆ ชั้นแก่ แกก็แก่กว่าชั้นแหละเว่ย ไอ้เพลย์บอยปากบอน


โดย: แพทสี IP: 203.156.44.241 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:17:10:12 น.  

 
ไม่ได้ขี้เกียจ แต่ชีวิตยุ่งเหยิงมากมายเลยว่ะตอนนี้

เรื่องหลายอย่างที่แพ๊คบอกข้างบน เราเหมือนจะรู้เกินครึ่งว่ะ เลยไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่

เราไม่รู้ว่าเรากะแพ๊คหนิทกันขนาดไหนว่ะ เอาเป็นว่าก็หนิทกันแบบ ห่างๆ แต่ก็เจอกัน คุยกันแป๊ป ก็เข้าใจกันมาก เป็นห่วงกันอยู่ห่างๆ แต่ตอน แย่ๆ ก็ไปอยู่กันที่ร้านนะแล่ะ

ไว้จะพยายามเขียน tag ต่อละกัน


โดย: le petit panx IP: 203.147.55.35 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:17:29:16 น.  

 
แวะมาดู ชอบข้อมีแฟนเหมือนอยู่บ้าน
นึกภาพออกเลย น่ารักดีอ่ะ รักกันนานๆๆเน้อ


โดย: เอสเตร่า IP: 58.64.123.212 วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:20:00:48 น.  

 
ยาวจังวะ แพ๊ค


โดย: แบ่งกันเซ็ง (แบ่งกันเซ็ง ) วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:0:33:50 น.  

 
นี่ยังไม่จบเลยนะคร้าบบบ แต่ขี้เกียจต่อแย้วอะ อิอิ เด๋วจะอัพเรื่องอื่นแทนแระ


โดย: แพทสี IP: 203.156.44.241 วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:10:47:50 น.  

 
ผมโดนก็เขียนแค่สี่ข้อเหมือนกัน
คริ คริ


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:17:24:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

patsypacky
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Friends' blogs
[Add patsypacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.