Review ชีวิต..ภารกิจของคนว่างงาน 26 เม.ย. 54
26 เมษายน 2554 เวลา 19.25 น.

น่าแปลก..หรือไม่แปลก ที่วันนี้ไร้วี่แววเมฆฝนอึมครึม ต่างจากสองวันที่ผ่านมาที่ฝนตกหนักประหนึ่งฟ้ารั่วเพราะน้ำตาเทวดา... บรรยากาศรอบตัวมืดและค่อนข้างเงียบจากเสียงมนุษย์ หากไม่นับรวมเสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมา

เริ่มต้นวันนี้ด้วยการเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อรอลุ้นว่าจะมีชื่อผมอยู่ในประกาศผลการคัดเลือกรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบข้อเขียนขององค์กรมหาชนแห่งหนึ่งหรือไม่ หลังจากที่แท้จริงแล้วจะต้องประกาศผลออกมาเมื่อวานตามกำหนด ...และแล้วเมื่อเปิดดูไฟล์เอกสารจากหน้าเว็บก็ปรากฎชื่อผมเป็นหนึ่งในนั้น.. น่าแปลกที่ไม่รู้สึกอะไรสักเท่าใดนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะว่ายังมีการสอบแข่งขันกับคู่แข่งที่สมัครเข้ามาสอบคัดเลือกในตำแหน่งเดียวกันอีก 20 คน การสอบจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่จะถึงนี้กับ ข้อสอบ 3 วิชาที่ต้องสอบข้อเขียนให้ผ่าน น่าหวั่นใจยิ่งนัก ...แต่ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่อยากจะเข้าไปทำงาน (แม้ว่าจะยังไม่ได้สืบข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือน ความก้าวหน้า สิทธิประโยชน์และสวัสดิการก็ตาม คิดว่าถ้าได้เงินเดือนเริ่มต้นที่ 11K ก็น่าจะพอใจแล้ว) ...ก็ถือโอเคว่าสำหรับงานตำแหน่งนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวสอบให้ทันภายในระยะเวลา 3 วันที่มีกับแนวข้อสอบซึ่งผมคิดเอาเองว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับงานตำแหน่งนี้ คือ เรื่องระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ดังนั้นผมจึงไม่รอช้าที่จะรีบไปยังสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาเหตุที่วางแผนว่าจะไปที่ม.รามคำแหงนี้ เพราะว่าได้ทราบข่าวเกี่ยวกับ Job Fair ว่าจะจัดขึ้นที่ม.รามคำแหงระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย. 54 นี้ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้ไปเดินในงานนั้นและไปหาหนังสือในห้องสมุดด้วย ทว่าเมื่อไปยืนรอรถเมล์ ตั้งใจว่าจะรอรถเมล์สาย ปอ.พ.10-1 ซึ่งถ้าเป็นรถเมล์สายนี้ผมก็ไม่ต้องไปต่อรถเมล์สายอื่น เรียกว่านั่งรถต่อเดียวถึงมหาวิทยาลัยได้เลย แต่เหมือนโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตว่าจะไม่ให้ผมไปที่นั่น (คิดเอาเอง) ผมยืนรอรถเมล์สายนี้อยู่ประมาณ 40 นาที ไม่มีวี่แววหรือแม้แต่เงาของรถเมล์สายนี้วิ่งผ่านมาเลยสักนิดเดียว และผมต้องใช้ความอดทนมากขึ้นไปอีกเมื่อเกิดปวดฉี่มาก คิดว่าถ้ายังยืนรอต่อไปแบบนี้คงไม่ดีแน่ และถ้าอั้นไว้ก็คงไม่ไหว... สุดท้ายตัดสินใจอยู่นาน.... ไม่ไปแล้ว เกิดอาการเซ็งสุดขีด จึงเดินกลับเข้าบ้านดีกว่า.. หมดอารมณ์ที่จะไปแล้ว มานั่งคิดว่าวันนี้พระเจ้าคงไม่อยากให้ไปเพราะมีเหตุผลอะไรบางอย่างบันดาลไว้ล่ะมั้ง ฮาๆ



กลับบ้านมานั่งคิดเปลี่ยนแผนก่อนว่าจะทำยังไงดี?... ไม่นานนักก็เปิดโน๊ตบุ๊คแล้วค้นหนังสือจาก OPAC ของหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มธ. (http://search.library.tu.ac.th/) เนื่องจาก มธ. อยู่ใกล้บ้านมากที่สุดล่ะ เดินทางสะดวก ไม่เสียเวลา สุดท้ายหลังจากสืบค้นอยู่สักพักก็ได้รายการหนังสือจาก OPAC มาประมาณ 10 รายการที่ match กับเรื่องที่ต้องการ ดังนั้นจึงไม่รอช้ารีบไปที่หอสมุดปรีดีทันที ระหว่างนั้นก็แวะไปขอรับใบสมัครงานจากที่นั่นมาด้วย เนื่องจากที่หอสมุดแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานระดับต้นๆในใจผมเลยที่อยากเข้าไปทำงาน ผมใช้ชีวิตและวนเวียนเข้าใช้บริการกับหอสมุดแห่งนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มัธยม เวลาสอบทีไรก็ได้ที่นี่แหละเป็นที่นั่งอ่านหนังสือที่ดีที่สุดสำหรับผมมาโดยตลอด อยากหาหนังสือหรือความรู้เกี่ยวกับอะไร ก็ได้กลับไปเสมอ แต่ทว่าตำแหน่งงานที่นี่ต้องรอสอบคัดเลือกประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่ง ณ เวลานั้นผมยังไม่รู้อนาคตตัวเองว่าจะเป็นยังไง ...ก็ได้แต่ขอใบสมัครมาเก็บไว้ก่อน จะยังไงค่อยว่ากันอีกทีในอนาคตอันใกล้นี้ ผมอาจจะได้งานหรือไม่ได้งานในระหว่างนั้น ก็ค่อยคิด ค่อยจัดการชีวิตกันต่อไป มันเป็นเรื่องของอนาคต ...เรามาจัดการเรื่องที่กำลังจะเข้ามาใกล้ในไม่ช้านี้กันก่อนดีกว่า ผมไปเดินเลือกหนังสือและนำไปถ่ายเอกสารอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นตัวระเบียบและแนวข้อสอบที่เกี่ยวกับกับสายงานนั้นโดยตรง ตั้งใจว่าจะเอากลับมาอ่านที่บ้านในระหว่างรอไปสอบในวันเสาร์ ระหว่างนั้นเอง มีโทรศัพท์โทรเข้ามาจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเพื่อขอนัดสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้ แต่ทว่าคนที่โทรเข้ามานั้นก็เหมือนจะพุดไม่ค่อยรู้เรื่อง ดูงงๆกับตัวเอง แค่บอกเส้นทางไปบริษัทของตัวเอง ยังบอกไม่ได้เลย ผมก็งงกับเขาด้วย แถมยังพูดเสียงดังก็ไม่ได้เพราะอยู่ในห้องสมุด สุดท้ายเขาบอกว่าจะโทรกลับมาอีกครั้ง และแน่นอนไม่นานหลังจากนั้นก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งจากบริษัทเมื่อกี้โทรเข้ามาเพื่อนัดสัมภาษณ์ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่เอกสารนำเข้าส่งออก จากที่ได้ฟังนั้นผมคิดว่าบริษัทนี้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง มีสำนักงานตั้งอยู่ในส่วนที่ยากแก่การเดินทางเข้าถึง แถวถ.เชื้อเพลิง คลองเตย ผมจึงตอบตกลงไปก่อนว่าจะไปวันพรุ่งนี้ และบอกว่าเดี๋ยวจะลองหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทเอาเอง หลังจากนั้นก็เริ่มเกิดอาการดีใจขึ้นมาบ้างแล้วที่มีการติดต่อเข้ามาบ้าง ไม่อยากรอจนแห้งเหี่ยว ซังกะตายไปวันๆ เสร็จสิ้นธุระทั้งหมด ผมจึงกลับบ้านดีกว่าและแน่นอนที่จะไม่ลืมหยิบเจ้า BB มาถ่ายรูปบรรยากาศภายนอกบริเวณหอสมุดปรีดีมาเก็บไว้ด้วย



นั่งเรือข้ามฟากกลับมาั่ฝั่งศิริราช เกิดนึกอะไรไม่รู้ อยากกินทาโกะยากิอีกแล้ว ..สุดท้ายจึงตามใจตัวเอง อยากกินอะไรก็ไปกินในช่วงระหว่างที่ยังมีโอกาส เดินเข้าไปในซอยวังหลัง จัดทาโกะยากิมา 6 ลูกกลับไปกินที่บ้าน สบายใจเฉิบ ฮาๆ ... ระหว่างนั่งอยู่บนรถ มีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามาจากบริษัทแห่งหนึ่งติดต่อขอนัดสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้ ผมจึงขอนัดเวลาเอง เป็นเก้าโมงเช้า่ล่ะกัน ที่นี่เป็นศูนย์หนังสือชื่อดังแห่งหนึ่ง รับตำแหน่ง Cataloger ซึ่งตรงกับวิชาชีพที่จบมาโดยตรง และงานนี้ก็เป็นงานที่ผมเลือกสมัครไปเองโดยเข้าไปดูข้อมูลการรับสมัครจากหน้าเว็บไซต์ของศูํนย์หนังสือ และโชคดีที่มีเปิดรับอยู่ด้วย จึงส่ง email ไปดู ..ตอนแรกก็ไม่แน่ใจนักว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะจากประสบการณ์การสมัครงานที่ผ่านมา ครั้งใดที่ผมสมัครงานผ่านทางอินเทอร์เน็ตนั้น แทบจะไม่มีรายใดติดต่อกลับมาเลย จะมีก็แค่ 1-2 รายเท่านั้น คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์น่่าจะได้ 2-3% เท่านั้นเอง ผมจึงเรียนรู้และจดจำว่าจะไม่สมัครงานที่อยากได้อย่างจริงจังผ่านอินเทอร์เน็ตหรืออีเมล์ ในทางตรงกันข้ามนั้น หากว่างานหรือบริษัทไหนที่ผมสนใจและอยากเข้าทำงานอย่างจริงจัง ผมจะเลือกวิธีการส่งเอกสารลงทะเบียนทางไปรษณีย์ไปสมัคร หรือเดิน walk in เข้าไปยังบริษัทโดยตรงถ้ากล้าพอ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก บริษัทเหล่านั้นโทรกลับมานัดผมสัมภาษณ์งานเสมอ (จะได้หรือไม่ได้งานนั้นถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) อ่าว..นี่ผมออกนอกเรื่องไปไกลแล้ว ..กลับเ้ข้ามาต่อเรื่องเดิม ผมตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะไปสัมภาษณ์งานที่นี่ดู อยากทราบรายละเอียด เนื้องานและเงินเดือน สวัสดิการเอาไว้ตัดสินใจ ไม่คาดคิดหรอกว่าทางบริษัทนั้นจะตกลงรับเข้าทำงานเลย เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวนั้นยังไม่เคยมีกรณีแบบนี้เลยสักครั้งเดียว แค่ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ ไปคุยกับบริษัทให้เค้าเห็นและรู้จักเรามากพอก็ถือว่าโอเคระดับหนึ่งแล้ว ส่วนเรื่องที่เค้าจะรับเราเข้าทำงานหรือไม่นั้น ก็ค่อยว่ากันต่อไป..

เรื่องไม่คาดคิดของวันนี้ยังไม่จบ... หลังจากกลับมาถึงบ้าน เช็คอีเมล์.. มีเมล์ฉบับหนึ่งส่งมาจากองค์กรแห่งหนึ่งเรื่องขอนัดสัมภาษณ์งาน ในเนื้อหานั้นเค้าให้ผมโทรกลับไปโดยด่วน เพราะเค้าโทรหาผมไม่ติด ซึ่งอาจะเป็นเพราะเมื่อก่อนหน้านี้ผมอยู่ในหอสมุดซึ่งอยู่ใต้ดิน สัญญาณจึงขาดหายไป ..ไม่รอช้า ผมจึงโทรติดต่อกลับไป ได้ความว่าที่บริษัทแห่งนี้ (สถาบันหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง) ให้ผมเข้าไปสัมภาษณ์งานในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เวลาสิบโมงเช้า ผมไม่รอช้าที่จะตอบตกลง หรือเรียกว่าตอบตกลงนัดหมายไปอย่างไม่ต้องคิดมากเลย เพราะงานตำแหน่งนี้เป็นงานที่ผมสมัครไปเองโดยการส่งเอกสารสมัครงานทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ผมมีความหวังและตั้งใจว่าอยากจะเข้าทำงานที่นี่มากๆ ณ เวลานี้ ซึ่งหากพิจารณาจากคุณสมบัติแล้ว ไม่มีอะไรที่ผมขาดตกบกพร่องเลยสักนิด แต่ก็อย่างว่าแหละ.. มันไม่ใช่ว่าจะง่ายขนาดนั้น อาจจะมีคู่แข่งอีกกี่คนก็ไม่ทราบได้ หรือคนสัมภาษณ์เค้าอาจจะไม่เลือกผมก็ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรของเ้ค้าก็ตาม ประสบการณ์ส่วนตัวโดยตรงซึ่งเคยประสบกับตัวเองนั้น ผมเคยถูกปฏิเสธงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะผมไม่มีประสบการณ์ในสายงานนั้นมาก่อน ซึ่งผมก็ยอมรับโดยดุษฎีจริงๆว่าผมไม่มีประสบการณ์ แต่ผมมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ในสายงานใหม่นี้อย่างมากนะ ในครั้งนั้นผมสมัครงานโดยวิธีส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไปยังบริษัท freight ในตำแหน่ง documentation officer ซึ่งตอนที่เขาประกาศไว้ในเว็บนั้น เขาก็แจ้งว่า ประสบการณ์ 0-1 ปี/ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่ ผมจึงตัดสินใจไปสมัครเพราะเห็นว่าประสบการณ์ 0 ปีหรือไม่มีประสบการณ์ก็ได้ ในการสัมภาษณ์ครั้งนั้น ผมถูกทดสอบเยอะมาก ทั้งทดสอบภาษาอังกฤษโดยการเขียน essay 2 เรื่องๆละ 1 หน้ากระดาษ A4 จากนั้นเป็นการทดสอบจับเวลาในการพิมพ์ภาษาอังกฤษ ผมทำได้ 32 WPM สุดท้ายก็สัมภาษณ์งานแบบภาษาอังกฤษอยู่สักพัก แล้วจึงนั่งคุยกันถึงรายละเอียดงานต่างๆ ความสะดวก ความสมัครใจในการจะทำงาน การสัมภาษณ์งานกับบริษัทนี้ ผลสรุปว่าเขาปฏิเสธผมเนื่องจากผมไม่มีประสบการณ์ในสายงานนั้น (แล้วที่คุณประกาศในเว็บไซต์นั้น มันคืออะไร?) จากครั้งนั้นทำให้ผม down and upset ตลอดทั้งวันที่เหลือ เรียกได้ว่าหมดกำลังใจเลยก็ว่าได้ เหนื่อยและท้อจริงๆ ในตอนเย็นวันนั้นผมจึงไปเดินเล่นแก้เซ็งที่ Central World นั่งเขียนอะไรแก้เครียด ระบายสิ่งที่ได้พบเจอมาเมื่อตอนกลางวัน และพยายามคิดว่าจะลืมมันให้ได้ ไม่อยากให้มันมีผลไปถึงวันต่อไป และนี่คือเหตุการณ์ที่ผมเคยเจอมากับตัวเอง ดังนั้นผมจึงไม่อยากคาดหวังอะไรมาก บางทีก็คิดว่ามันเป็นเรื่องของดวงหรือโชคด้วยล่ะมั้ง ...ผมอาจจะพลาดงานนี้ไปอย่างน่าเสียดายก็ได้ ใครจะไปรู้ พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ (ซึ่งผมไม่อยากพลาดเลยสักนิด..อยากได้ๆ) แล้วถ้าพลาดล่ะ ผมควรทำอย่างไรดี ถ้าไม่ทำใจไว้ก่อน..

ยัง...ยังไม่จบ ตอนเย็นวันนี้ผมยังต้องรอลุ้นการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียนขององค์กรมหาชนแห่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นงานที่ผมสมัครไปโดยการส่งเอกสารทางไปรษณีย์อีกเช่นเคย และแน่นอนว่าผมมีรายชื่อเป็นหนึ่งในนั้นกับคู่แข่งที่ต้องสอบในตำแหน่งเดียวกันอีก 6 คน องค์กรนี้ผมก็อยากสอบผ่านและได้เข้าทำงานนะ ตำแหน่งและเนื้องานถือว่าน่าสนใจมาก อาจเป็นเรื่องไม่ใหม่สำหรับผมในตำแหน่งงานนี้ แต่เป็นด้านที่ยังไม่เคยลองทำ และคิดว่าอยากทำ หากพูดถึงประสบการณ์ในตำแหน่งนี้ก็ถือว่ามีนะ ประสบการณ์ของผมสอดคล้องกับตำแหน่งหรือองค์กรนี้อยู่ไม่น้อย รวมทั้งสาขาวิชาที่เรียนจบมานั้นก็เหมาะสมอยู่ แต่ก็อีกตามเคยว่านั่นคือการสอบข้อเขียนเพื่อแข่งขันกับคนอื่นอีกมาก ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนักว่าจะผ่านมันไปได้หรือไม่ และยังต้องรอประกาศเรื่องเวลาและการสอบข้อเีขียนจากเว็บไซต์จององค์กรอีกครั้งหนึ่ง ...ซึ่งไม่มีกำหนด นั่นหมายความว่าผมต้องเข้ามาเช็คในเว็บไซต์ทุกวันล่ะสิเนี่ย!!!

โอ้...นี่มันอะไรกัน!!! ภายในวันนี้วันเดียว ผมมีการติดต่อสัมภาษณ์งานถึง 3 บริษัท ซึ่งแตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้วมากๆ ที่ไร้วี่แววและเงียบมาก ไม่มีใครติดต่อเข้ามาให้ไปสัมภาษณ์งานเลยสักที น่าแปลกมากๆ ชีวิตคนเรา เอาอะไรแน่นอนไม่ได้เลย คาดหวังอะไรไม่ได้มาก จนเดี๋ยวนี้ผมกลายเป็นคนที่ไม่อยากจะคิดฝัน หรือคาดหวังกับอะไรๆแล้ว เพราะไม่อยากผิดหวัง ไม่อยากเจ็บปวด ไม่อยากเสียใจ ไม่อยากเหนื่อยและท้อกับความผิดหวัง บางคราวผมก็เหมือนคนไร้จิตใจ ไร้ความหวัง มีชีวิตแบบไร้แรงบันดาลใจ ใช้ชีวิตไปวันๆแบบไม่คิดอะไรมาก พอให้จบไปวันหนึ่งๆ ไม่อยากคิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน พอให้มันจบและพ้นไปวันต่อวัน ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ ค่อยวางแผนจัดการกันอีกที

....หรือเืรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในวันนี้ จะเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไม่ต้องไปเดินงาน Job Fair ที่ม.รามคำแหงนั่นเอง... บางทีสวรรค์อาจบันดาลมาให้มันเป็นแบบนี้ก็ได้ ...

ผมเคยสงสัยอยู่เสมอว่า หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับเรา แล้วจะเกิดเหตุการณ์หรือเรื่องราวอะไรอื่นขึ้นกับเรา หรือหากในวันนั้นหรือตอนนั้นเราไม่เลือกทำิสิ่งนั้น แล้วจะเกิดสิ่งไหนขึ้นกับเรา หรือตอนนี้เราจะเป็น อยู่ ณ จุดไหนของกาลเวลาในปัจจุบัน?? ....คำตอบมีอยู่ตรงไหน ใครรู้..ช่วยบอกที

สาธุ...ขอให้วันพรุ่งนี้เป็นวันที่โชคดีนะครับ...



Create Date : 26 เมษายน 2554
Last Update : 26 เมษายน 2554 21:12:54 น.
Counter : 413 Pageviews.

3 comments
  
ขอให้สอบผ่านไปสอบไฟนอน1คนสุดท้ายนั้นก็คือคุณนะจ่ะ อิอิ สู้สู้ เป็นกำลังใจให้อีกแรง
โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:19:43:27 น.
  
ยาวมากเลยค่ะ หุหุ ขอให้สำเร็จนะคะ
โดย: สัญญาลมปาก วันที่: 27 เมษายน 2554 เวลา:0:14:13 น.
  
สู้ๆค่ะ ชีวิตดูมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ไม่เหมือนพวกนั่งรอไปวันๆเลย อิอิ
โดย: น้ำเคียงดิน วันที่: 27 เมษายน 2554 เวลา:21:37:25 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Passepartout
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คนธรรมดาคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ซึ่งกำลังก้าวข้ามผ่านกาลเวลา เพื่อไปสู่อนาคต...

พยายามเข้าใจกับคำว่า "ตราบใดที่มีรัก..ย่อมมีหวัง"
เมษายน 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
29
30
 
All Blog