มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
17
19
24
25
26
28
30
31
 
 
All Blog
รักลูกไม่เท่ากันหรือ รักลูกสะใภ้ไม่เท่ากัน
  มาจะกล่าวบทไป ถึงความในใจพี่ที่เก็บงำสงสัยมานานนับ 5 ปี

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองน้อยใจอะไรนักหนา ..แต่แค่คิดถึงขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที น้ำตาพี่มันก็ไหลรองได้จะเป็นขัน 555 (ขำตัวเอง)
เรื่องมันก็มีอยู่ว่า พี่แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านแฟน จะเล่าตั้งแต่วันแรกที่ พ่อแม่แฟนไปขอเลยนะ เขาไปขอเราไว้ ตกลงกันอีก 1 ปีจะมาแต่ง...(ก็รอไปสิ) พอครบ 1 ปี ปู่ขอพูดกับเราว่า เลื่อนไปปีหน้าได้มั้ย เพราะจะไปแต่งให้ลูกชายคนที่สองเขาก่อน พอดีว่า แฟนของน้องชายแฟนเราเขาท้องได้ 5 เดือนแล้ว (แล้วมันปล่อยให้ท้องทำใมทั้งที่รู้ว่ายังไม่ได้แต่ง แล้วเราเลยสงสัย เอ่อ ...พ่อค่ะ หนูท้องไม่ได้หรอค่ะ ท้องได้แต่นางคนนั้นใช่มั้ย?...) เหมือนตัวอิจฉา ยังไงยังงั้นเลยนะเรา ...จะเล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงคนนั้น(แฟนของน้องชายแฟนเรา)เขามีลูกมาแล้ว 1 คน ...(สงสัยเขากลัว น้องชายแฟนเราไม่ไปแต่งเค้ามั้งเพราะเขามีลูกติดมาด้วย เลยต้องปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อรีบคว้าเอาผู้ชาย 555 เราคิดลบกับเค้าไปมั้ยเนี้...) นี่เป็นความน้อยใจ พ่อกับแม่สามีเรื่องแรก ที่เขาจะขอเบี้ยวงานแต่งงานเราไปอีกปี เพื่อไปแต่งเมียให้ลูกชายคนเล็กของเขา ...แต่พอดีแม่เราไม่ยอมเพราะยังไง พี่ก็ต้องแต่งก่อนน้อง บ้านเราเขาถือ แล้วมาหมั้นไว้เป็นปี ถึงเวลาจะมาผลัด ไม่ได้แม่เรายืนกร้าน เขาเลยต้องยอมมาแต่งเรา ...555 เกือบไม่ได้แต่งแล้วสิเรา
หลังจากนั้น สองเดือนเขาก็ยกขันหมากไปแต่งสะใภ้คนที่สอง ตอนนั้นท้องเขา 7 เดือนแล้ว 
แล้วเรื่องก็ดำเนินมาเรื่อยๆถึงตอนที่ ลูกสะใภ้คนสองเขาคลอด เขาตื่นเต้นกันใหญ่ ไปนั่งเฝ้านอนเฝ้าดูหลาน เขรับขวัญหลานเป็นทอง (เท่าไหร่ไม่รู้) เราก็ดีใจด้วย ตอนนั้นเราก็ท้องได้ 2 เดือน
พอถึงตอนเราจะคลอดลูก (เราโชคร้อยหน่อย เพราะลูกเราคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวลูกเรา 1600 กรัม )เราร้องไห้ตลอดเวลาเพราะสงสารลูก เขาต้องได้อบ จนกว่าร่างกายเขาจะพร้อม ขณะที่อยู่โรงพยาบาล แม่แฟนไปเยี่ยมเราครั้งเดียว พ่อแฟนเราก็เห็นครั้งเดียว ..ลูกเราอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือน ตอนนั้นเราจะไปหาลูกก็ยากเพราะไม่มีรถยนต์(ลำบากมาก)เราเลยคิดจะ ออกรถ เลยให้แฟนไปคุยกับพ่อแม่สามีให้เขาช่วย ก็ทั้งทางพ่อแม่เราพ่อแม่แฟนแหละ แต่พ่อแม่แฟนบอก จะออกมาได้ยังไงขับก็ไม่เป็น (เอ่อ แม่ค่ะ ของแบบนี้ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิดหรอกเน้อ) 
เราเลยตัดสินใจไม่ง้อ เพราะดูเขาคงไม่อยากช่วยถึงพูดแบบนั้น เลยไปออกที่บ้านเราให้พ่อกับแม่เราช่วย แล้วเราก็ได้รถขับไปหาลูกสักที ขับไปบ้านเขา เขาก็ไม่ยินดียินร้ายกับเรานะ คำอวยพรสักคำก็ไม่มี ...ไม่เป็นไร เราไม่สนใจหรอกตอนนั้นสนแต่ลูกอย่างเดียว
ถึงเวลารับลูกออกจากโรงพยาบาล มาพักที่บ้านเขา เขารับขวัญหลานด้วยเงิน 3 พัน (ฮ่าาา..ก็ยังดี)
เราไม่อยู่บ้านแฟนเอาลูกมาเลี้ยงเอง วันออกมาเขาก็ดูถูกเราเอาไว้ว่า มันจะมีปัญญาเลี้ยงลูกเองบ้อ...ลูกเราตอนนั้น น้ำหนัก 1750 กรัม ตัวเล็กมากๆ (เลยคิดในใจว่า เอ่อ หนูคนนะคะมีสมองมีหัวใจ ลูกฉันทำใมฉันจะเลี้ยงเองไม่ได้) 
เราออกมาอยู่บ้านเช่า เลี้ยงลูกเอง มันลำบากมากที่ลูกเราตัวเล็ก แถมน้ำนมเราก็ไม่ค่อยจะมีเพราะลูกไม่ได้ดูดตั้งแต่ทีแรก แล้วอีกอย่างนะแม่มือใหม่คงจะเข้าใจว่าการเลี้ยงแบบไม่มีใครช่วยเลยมันยากแค่ไหน...ทุกอย่างต้องทำเอง เวลาส่วนตัวไม่มีมีแต่เวลาให้ลูก..และที่มันเพิ่มความลำบากให้เราคือเราเป็นคนต่างถิ่นสำหรับที่นั้นไม่ค่อยรู้จักใคร (เราไปเช่าบ้านอยู่ที่นั่นเพราะแฟนทำงานที่นั่นหน่ะ) พ่อแม่แฟนไม่เคยมาเยี่ยมเลย มีแต่พ่อแม่พี่น้องเราที่อยู่คนละจังหวัดมาเยี่ยมอยู่บ่อยๆ ฮ่าาาา มันต่างกันมากเลยนะ
แล้ววันนึง ความผิดพลาดในชีวิตก็เกิดขึ้นกับเรา ตอนนั้นลูกเราอายุได้ 6 เดือนกำลังน่ารักน่าชัง เราก็ตรวจพบว่าเราท้องลูกอีกคน ...เข้าใจมะว่าเรายังไม่ตั้งตัวเลยไปตรวจหลังคลอดไม่ท้อง ประจำเดือนก็ยังไม่มา แล้วท้องต่อกันเฉยเลย ..(ผมนิงงเลย 555)
หลังจากนั้นเราก็ต้องเหนื่อยเพิ่มเป็นหลายเท่าเลย เพราะลูกในท้องเราหมอบอกว่า ได้ 5 เดือนแล้ว เราเลยรีบบำรุงใหญ่เลย เพราะกลัวคนสองจะเป็นเหมือนคนแรก คุณหมอก็ดีเขาเช็คประวัติลูกคนแรกเราน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ คนสองเขาเลยให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ 
และแล้วก็ถึงวันคลอด เราคลอดที่โรงพยาบาลของรัฐ ในเขตที่ทำงานของแฟน บ้านพ่อแม่แฟน ห่างจากที่ๆเราอยู่ 30 กก แต่เขาไม่เคยมาเยี่ยมเลย แล้ว แฟนเราต้องเอาลูกชายคนแรกเราที่ตอนนั้นเขาเพิ่งจะ 1 ขวบเต็มในอีก 10 สามีเราต้องไปรับแม่เราที่อยู่คนละจังหวัดเพื่อมาเยี่ยมและเราและรับเอาลูกชายเราไปเลี้ยง ในช่วงที่เราคลอดลูกคนที่สอง ช่วงนี้เราสงสารลูกชายเรามากเขาร้องไห้ใหญ่เลย และนี่เป็นครั้งที่สองที่เราน้อยใจแม่สามี ทำใมเขาไม่มาดูเราเลย อย่างน้อยๆ มาดูหลานก็ยังดี ลูกชายเราไปอยู่บ้านแม่เรา 1 อาทิตย์พอเราออกจากโรงพยาบาล ก็รีบไปหาเค้า เพราะสงสารเค้าที่เขายังตัวเล็กแต่ต้องห่างแม่แล้ว ทั้งที่เราไม่เคยห่างกันเลย ถ้าวันนั้นแม่แฟนมาดูแลลูกให้เราเขาก็ไม่ต้องจากแม่ เพราะแม่เราอยู่ไกลและมีงานมากมายที่บ้านไม่สามารถมาอยู่กับเราที่บ้านเช่าได้ ส่วนแม่แฟนไม่มีอะไร แต่ไม่ยอมมาดูเรากับลูกเลย
เราพาลูกเราไปไหว้เค้าครั้งแรก เค้ารับขวัญหลานคนที่สอง ด้วยเงิน 900 บาท(อึมมม...ไม่เป็นไรแค่นี้เราก็ดีใจแล้ว)
หลังจากนั้นเหตุการก็ดำเนินไปเรื่อย ด้วยความรู้สึกของเราที่มีต่อพ่อแม่แฟนคือ  .... เขาไม่รักเราไม่พอ เขาไม่รักหลานของเขาด้วย เขาดูแลเฉพาะหลานอีกคนที่เป็นลูกของน้องชายแฟนเรา
และแล้วก็มาถึงวันนึง แฟนเราต้องไปราชการหลายวัน ทิ้งให้เรากับลูกสองคน อยูตามลำพัง 1 อาทิตย์ ตอนนั้นลูกชายคนแรกเราได้ 1 ปี 1เดือน แต่เขายังเดินไม่ได้ แค่ตั้งไข่แล้วเดินได้ 2-3 ก้าว ส่วนลูกสาวคนเล็กเรากำลังได้ 1 เดือนเต็ม 
เราจำได้ดีวันนั้นเป็นวันที่เลวร้ายมากสำหรับเรา เพราะลูกชายเรา ไม่สบายมาก(เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเกิดมา) คิดภาพออกมั้ยเราต้องดูแลลูกอ่อนสองคน คนเดียว รอบข้างไม่มีใครเลย เพราะเป็นบ้านเช่าต่างคนต่างอยู่ ตกสามทุ่ม ลูกเราตัวร้อนมาก เราเช็ดตัวแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ให้ลูกกินยาลดไข้แต่อาการไม่ดีขึ้น เราแบกหน้าไปเคาะห้องคนข้างๆ แล้วขอให้เขาช่วยพาลูกเราไปหาหมอ เพราะเราขับรถเองไม่เป็น โชคดีพี่เขาใจดีขับรถพาไป ไปหาหมอ หมอก็พาเช็ดตัวแล้วให้ยาลดไข้แล้วก็กลับมาห้อง แต่ไข้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลด ลูกเราเป็นไข้จนสั่นไปทั้งตัว 
เราโทรหาพี่ที่อยู่อีกห้องเขากำลังไปเที่ยว เขาก็รีบขับรถกลับมาเพราะสงสารเรากับลูก เขาอาสาดูแลลูกชายให้เรา เช็ดตัวแทนเราเพื่อให้เราไปนอนเพราะทั้งคืนเรายังไม่ได้นอน ตอนนั้นเป็นเวลาตีสองแล้ว เราฝากลูกไว้ที่ห้องพี่เขาแล้วเดินกลับมาหาลูกสาวให้เข้ากินนม แล้วเอาเขาเข้านอน แล้วเรากำลังจะล้มตัวลงนอนเพราะความอ่อนล้า ....
พี่เขาเคาะประตูเสียงดัง เรารีบเปิด พบว่าลูกชายเราชักตาตั้งเลย คิดภาพออกมั้ย ว่าเราตกใจสุดขีดเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ในเวลาที่สามีไม่อยู่ ไม่มีใครเลยนอกจากเพื่อนข้างห้อง พี่ทั้งสองห้องมาช่วยเรา พาลูกไปหาหมออีกครั้ง เราใจแทบขาดเพราะเห็นลูกเป็นแบบนี้ ความกลัวสารพัดเกิดขึ้นในใจ ตอนนั้นลูกสาวเราหลับไปแล้ว พี่ตุ๊กตาเลยบอกว่า พาลูกชายไปหาหมอเถอะเดี๋ยวลูกสาวพี่ดูให้เอง 
สามีพี่นกเป็นคนขับรถไปส่งเรา พี่เขาเหยียบคันเร่งแบบไม่คิดชีวิตเลย(ต้องขอบคุณมากๆ) 
ไปถึง พยาบาลกุลีกุจอเช็ดตัวลดไข้ เจาะเลือด บอกตามตรงตอนนั้นใจจะขาด กลัวลูกเป็นอะไร 
แล้วพี่นกกับสามีก็กลับไป เพื่อรับลูกสาวมาให้เรา ตอนนั้นเป็นเวลา ตี 5 พี่เขาเอาลูกสาวมาส่ง พยาบาลทุกคนดีกับเรามาก เขาสงสารทั้งเวทนาเรากับลูก ถามหาพ่อของเด็กเราก็ตอบว่าเขาไปราชการยังไม่กลับ พยาบาลเลยแนะให้โทรตามญาติเพื่อมาช่วยดูแล ตอนนั้น ลูกสาวนอนตรงปลายเตียงแล้วเราก็นอนกอดลูกชายที่ไม่สบาย พยาบาลเห็นแล้วเขาก็สงสารเราจับใจ 
เราโทรตามพ่อแม่สามีเพราะ เขาอยู่ใกล้กว่าพ่อแม่เรา เช้า 7 โมงพ่อแม่สามีก็มา พยาบาลต่อว่าแม่สามีเราว่า ...ทีหลังอย่าปล่อยแกไว้อย่างนี้นะคะ น่าสงสารมาก แกยิ่งตัวเล็กๆ เลี้ยงลูกคนเดียวสองคนน่าสงสาร ถ้าหลานเป็นอะไรมา พยาบาลว่าไม่คุ้มนะคะ 
แม่สามีเราทำหน้าเจื่อนๆ แล้วพูดว่าไปอยู่บ้านแม่เถอะจะได้มีคนดูช่วย ด้วยความเป็นห่วงลูกเราจึงกลับไปอยู่บ้านสามี เพราะคิดว่าเขาจะช่วยดูแลลูกช่วยเรา แต่พอไปอยู่จริงๆ เปล่าเลยเค้าไม่เคยดูแล ไม่เคยเลี้ยงช่วย ต่างคนต่างอยู่ แถมเรายังได้จ้าง น้องสาวแฟนเรา (ลูกของน้าแฟนเรา)ให้ช่วยดูแลลูกเราเดือนละ 2 พัน บาท (คุ้มมั้ยเนี้ย)
อยู่ได้สามเดือนเราเห็นว่าไม่คุ้ม เลยกลับมาอยู่ที่บ้านเช่าตามเดิม...
.
.
.
จนมาถึงวันนี้เราก็เลี้ยงลูกสองคนเอง จนตอนนี้ ลูกชายเราได้ 4 ขวบ ส่วนลูกสาว 3 ขวบแล้วภูมิใจมากที่เลี้ยงลูกเอง แต่ก็ยังมีเรื่อยๆกับความรู้สึกที่ว่า พ่อแม่สามีไม่รัก ...ไม่รักเราไม่พอ ไม่รักลูกเรา(หลานเขา)ด้วยสิ 
ไม่ต้องคิดเลยนะเล็กๆน้อยๆเขาไม่เคยซื้อให้หรอกของเล่น เขาซื้อให้แต่หลานอีกคน เราถึงไม่ค่อยอยากกลับบ้านแฟนไง นานๆไปที
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ช่วยทุกอย่างหรอกก็มีบ้างที่ไปขอความช่วยเหลือ เขาก็ช่วย แต่เราก็ดูออกว่าเขาช่วยทางลูกชายคนเล็กกับลูกสะใภ้คนเล็กเขามากกว่า ก็อย่างว่านะ ....5555
แถมมีแว่วๆเข้าหู ว่าเขาบอกว่า ยุ่งยากแต่กับเขา ที่พ่อแม่เราไม่เคยช่วยอะไรหรอก....อยากจะถามเหมือนกันว่ารู้ได้ไง ลูกชายเขา(สามีเรา)จะรู้ดีที่สุดว่าพ่อแม่เราต้องช่วยเหลือเรามากขนาดไหน 555
ปล. วันนี้ได้เล่าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ค่อยรู้สึกใจเย็นขึ้นมาหน่อย
และอยากจะบอกลูกว่า ถึง ปู่กับย่าจะไม่รักหนู เท่ากับที่รักหลานของเขาอีกคน แต่ ตากับยาย รวมถึง ป้ากับน้า รักเรานะ ฮ่าาาา... 



Create Date : 22 มีนาคม 2558
Last Update : 22 มีนาคม 2558 15:07:22 น.
Counter : 1889 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2038496
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]