ชีวิตที่ต้องสู้ สู้ ">,<"
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
18 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 

เริ่มต้นกับการอยู่คนเดียวอีกครั้ง ภาค 5

อ่าาาา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ใช่แล้ว อนาคตไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ มันถูกกำหนดไว้แล้วด้วยชะตา แต่สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดและทำให้เราได้รู้ถึงอนาคตก็คือปัจจุบัน พูดถึงปัจจุับันกับการเริ่มต้นอยู่คนเดียวอีกครั้งเนี้ยมันช่างยากแสนยากเสียนี่กระไร ทุกๆคนที่เรารู้จัก และรู้จักเราได้แต่พูดคำว่า สู้ๆ ต้องทำใจ ต้องอยู่ได้สิ ต้องอย่างนู้น ต้องอย่างนี้ ต้องอย่างนั้น เราก็รู้ทั้งรู้ว่าเค้าพูดเพราะเป็นห่วงและความหวังดีจากใจจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดกับตัวเรา มิใช่เค้า เค้าอาจจะเข้าใจแต่ แต่มันไม่ได้เกิดกับตัวเค้าโดยตรง ถ้าคนที่เคยสูญเสียมาก่อนเช่นเราจะเข้าใจเรา แต่ถ้าคนที่ไม่เคยสูญเสีย หรือเรียกว่า "ล้ม" อย่างเรา ก็จะเข้าใจได้น้อยกับสถานภาพที่เรากำลังเผชิญอยู่
เราอาจจะพร่ำพรรณาจนน่ารำคาญ แต่การได้พิมพ์มันได้ระบาย และได้พ่นความอัดอั้นออกมาได้ ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพสักหน่อย ก็เป็นแบบประมาณว่าคนดำน้ำ แล้วหายใจไม่ออกต้องโผล่หัวมารับออกซิเจนซะหน่อยอะไรทำนองนั้น 555+
ตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนที่ 3-4 แล้ว ก็ต้องพูดได้ว่าร้อยวันแห่งความโศกเศร้าได้มาเยือนข้าพเจ้าแล้วนั่นแหละ โดยรวมแล้วเราคิดว่าเราน่าจะดีขึ้นกับโรคที่อาจารย์หมอจิตเวชบอกว่า เราเป็นโรค "ซึมเศร้า" ขั้นเกือบรุนแรง ต้องรับยามารับประทานที่บ้านให้ง่วงนอนเล่น แต่มิใช่มันเป็นทั้งวันน่ะไอ้โรคนี่เนี้ย มันเป็นพักๆ มันเป็นอารมณ์หดหู่ เป็นอารมณ์ที่คิดว่าตัวเองไร้ความสามารถ ไม่อยากทำอะไรสักอย่าง นอกจากหายใจไปวันๆ หรืออยากจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ไรทำนองเนี้ย แล้วไอ้โรคประมาณเนี้ยนี่แหละมันส่งผลโดยตรงกับการดำรงชีวิตประจำวันอย่างน่าทึ่ง
กล่าวคือ มันไม่มีสมาธิในการทำงาน ต้องทำทีละอย่าง และต้องเรียบเรียงคำพูด และการจัดเรียงตัวของสมองซีกซ้ายที่มีน้อยๆ ให้มันเป็นระบบ ทำให้การทำงานด้อยประสิทธิภาพ จากการที่เราลืมนู้น ลืมนี่ และได้ก้าวเข้าสู่ความผิดพลาดหลายๆ ครั้ง พอมันเป็นเยี่ยงนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า เรานี่ช่างด้อยประสิทธิภาพจริงๆ คงไม่สามารถทำงานได้อย่างดีแน่นอน และรังแต่จะเป็นภาระให้คนที่ทำงานซะเปล่าๆ (ซึ่งก็มีคนแอบว่าเราน่ะ อันเนื่องมาจากว่า เหตุไม่ได้เกิดกับเค้าเอง และคิดว่าคงไม่เคยสูญเสีย คาตาซะขนาดนั้น) เราเลยมีความคิดว่าเราจะลาออกจากงานซะหลังจากปีใหม่ไปแล้ว (สมองซีกน้อยๆ ได้สั่งการว่าให้อยู่รอรับโบนัสก่อน อิอิอิ เพราะเราต้องมีทุนในการเรียนต่อ และส่งรถ ส่งบ้านด้วย) ว่าแล้วพอกลับจากร้อยวันแห่งความรันทด ก็ขอบอกแย้มๆ กับที่ทำงานซะหน่อยว่า เราจะออกน้าาาาา คือหางานก็ยังไม่ได้ และยังไม่ได้เิริ่มต้นหาเลยด้วย แต่อยากออกแว้วววว คือมันอยากหยุด (ไม่ใช่อยากหยุดหายใจนะจ๊ะ) ใจบอกแต่เพียงว่าอยากหยุดพักสมอง อยากหยุดพักความเครียดที่มันมาจากที่ทำงานด้วยส่วนใหญ่ อยากนอน อยากทำอะไรอยู่กับบ้าน อยากๆๆๆๆ มันไม่ไหวแว้ววววว
พอดีกับโชคช่วยหัวหน้าเรียกไปคุย ก็เลยได้ระบายให้พี่เค้าฟัง แกก็ดีมากๆ แนะนำให้ไปหาหมอเพื่อขอใบรับรองแพทย์ เราไปเลยวันนั้นล่ะ ขับไปเลยตอนเย็นๆ หมอๆ ต้องให้หนูพักน่ะ คิดได้เท่านี้แหละ แต่เอาเข้าจริงๆ คุยกับหมอไม่รู้เรื่องว่าเราอยากจะได้อะไร ต้องตั้งสติสักพักเพื่อเรียบเรียงคำพูดเพราะหมอดันพูดโดนใจซะ ร้องไห้ ตาแดงอีกแว้วววว สรุปหมอให้หยุด แต่ให้หยุดแค่ 7 วันอันเนื่องมาจากหมอกลัวเราฆ่าตัวตายในระหว่างนอนพักอยู่บ้าน (หมอบอกมันเคยมีกรณีนี้เกิดขึ้น และเราก็เข้าข่ายซะด้วยอ่ะ) ใบรับรองแพทย์พร้อมวันรุ่งขึ้นไปยื่นเลยแต่เช้า (ความคิดจะลาออก ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงน่ะ เพราะเราหยุดงานบ่อย และเพื่อนร่วมงานต้องมาเดือนร้อนที่เราเป็นคนไม่รับผิดชอบอย่างเนี้ย อนาคตที่นี่เราคงไม่รุ่งแล้ว ยังงัยก็คงต้องออกอ่ะ แต่รอก่อนเผื่อได้โบนัสไปโป๊ะหนี้) เราก็ได้หยุดสมใจหวัง ได้นอนตื่นสาย (หลังจากใส่บาตรเสร็จ ก็นอนต่ออ่ะ) แต่เราก็ไม่สบายใจอยู่ดี เพราะต้องทำให้น้องที่เป็นหัวหน้าเราอีกขั้นต้องเดือดร้อนมารับงานแทนเรา เค้าก็มีงานเยอะอยู่แล้ว ไหนจะมาทำงานส่วนของเราอีก เราก็รู้สึกแย่น่ะ ที่เห็นแก่ตัวเองและคิดถึงแต่ตัวเอง แต่เราแค่อยากพักจริงๆ เรารู้สึกว่าเราฝืนต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าให้ออก ก็จะออกเลย เกาะพ่อเกาะแม่กินไปพลางๆ ก็ได้ว่ะ
แต่การได้หยุดพักเนี้ยมันทำให้ดีขึ้นน่ะ เราไม่ต้องเครียดกับงานที่มันยุ่งเหยิงหรือคนที่พูดไม่รู้เรื่อง เราได้พาพ่อไปนู้นมานี้ เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำแล้ว
ตอนนี้แค่หางานใหม่อย่างเดียว กะตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าที่ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว
สัจจธรรมนี้ชี้ให้เห็นว่า ชีวิตมันไม่จีรัง อยากทำอะไร ก็ต้องทำเลย แต่สิ่งนั่นๆ ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน การสูญเสียเนี้ยมันยิ่งใหญ่ แต่มันได้ให้ข้อคิดดีๆ หลายๆ อย่าง เราต้องรักพ่อ รักแม่ให้มากๆ เพราะเค้าเป็นคนเดียวที่คอยดู คอยเข้าใจ คอยอยู่เป็นเพื่อนเราแม้เวลาที่เราคิดว่าเราไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกที่แสนโหดร้ายนี้แล้ว
ถ้าใครไม่เกิดกับตัวคงไม่เข้าใจ แต่มันต้องเกิดกับทุกคน ไม่ช้าก็เร็ว สู้ สู้




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2553
6 comments
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 20:39:50 น.
Counter : 344 Pageviews.

 

สู้ สู้

 

โดย: Bpearl 18 พฤศจิกายน 2553 21:07:33 น.  

 

สู้ๆๆนะค่ะ เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นกับเราเหมือนกัน ไม่กี่เดือนเอง แต่คิดไปว่าเค้าไม่สามารถมากำหนดชีวิตเราได้ ที่สำคัญเราไม่มีแม้ครอบครัวที่จะปรึกษา แต่เราก็สู้ค่ะ

 

โดย: pook IP: 58.9.86.219 18 พฤศจิกายน 2553 21:10:48 น.  

 

ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับกำลังใจ อย่างน้อยๆ ก็กำลังใจนี่ล่ะที่ช่วยได้เยอะ หมอบอกว่ามันเป็นอาการช๊อคที่เห็นสามีโดนรถชนตายคาที่ต่อหน้าต่อตา มันเลยส่งให้สมองทำงานผิดปกติไปนิดค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับกำลังใจดีๆ ที่มีให้

 

โดย: Arun_Aoy (Arun_Aoy ) 18 พฤศจิกายน 2553 21:42:41 น.  

 

หาสาเหตุครับ

 

โดย: jejeeppe 18 พฤศจิกายน 2553 22:55:42 น.  

 

แวะมาให้กำลังใจค่ะ สู้ต่อไปค่ะ เรายังต้องอยู่เพื่อใครๆอีกหลายคน

 

โดย: nongmalee 19 พฤศจิกายน 2553 15:52:12 น.  

 

อืม...สู้ต่อไป ถ้าเครียดก็หาทางระบายออกบ้างอย่างงี้แหละดีแล้ว~
เหนื่อยก็พัก ว่างๆอยากไปเที่ยวก็บอก...โอเค๊? ^^"

 

โดย: น้องชาย IP: 110.49.61.53 21 พฤศจิกายน 2553 19:30:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นางร้ายน่ารัก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Life is short, then enjoy with it and always keep smile in our heart na.....fighto!
Friends' blogs
[Add นางร้ายน่ารัก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.