"ชมรมจริยธรรม โรงพยาบาลพนมสารคาม" ศีล และ ธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 มกราคม 2552
 
All Blogs
 

"การทำงานด้วยจิตอิสระต่องาน"

วันที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 18

ฉบับที่ 6610 ข่าวสดรายวัน

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdPREF6TURFMU1nPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09TMHdNUzB3TXc9PQ==



พระพรหมคุณาภรณ์

เจ้าอาวาส วัดญาณเวศกวัน อ.สามพราน จ.นครปฐม

..............................................................

เทศนาเรื่องเกี่ยวกับ การทำงาน ให้เป็นอิสระต่องาน

ถึงแม้ว่างานกับชีวิตของเราจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

แต่ตราบใดที่เรายังมีความติดในงานนั้นอยู่ ยังยึดถือ

เป็นตัวเรา เป็นของเรา งานแม้จะเป็นสิ่งที่ดีงาม

มีคุณค่า เป็นประโยชน์ แต่เราก็จะเกิดความทุกข์

จากงานนั้นได้ มันยังอาจจะเหนี่ยวรั้งให้เรา

เอนเอียงได้ จึงจะต้องมาถึงขั้นสุดท้ายอีกขั้นหนึ่งคือ

ความหลุดพ้นเป็นอิสระโดยสมบูรณ์ อยู่เหนือสิ่งทั้งปวง

แม้แต่สิ่งที่เรียกว่างาน

ในขั้นนี้เราจะทำงานให้ดีที่สุด โดยที่จิตใจไม่ติดค้าง

กังวลอยู่กับงาน ไม่ว่าในแง่ที่ตัวเราจะได้ผลอะไร

จากงานนั้น หรือในแง่ว่างานจะทำให้ตัวเราได้เป็น

อย่างนั้นๆ หรือแม้แต่ในแง่ว่างานของเราจะต้อง

เป็นอย่างนั้นๆ

การมองตามเหตุปัจจัยนั้นเป็นตัวต้นทาง ที่จะ

ทำให้เรามาถึงขั้นนี้ ในเวลาที่ทำงานเราทำด้วย

ความตั้งใจอย่างดีที่สุด มุ่งแน่วเด็ดเดี่ยวว่าต้อง

ให้สัมฤทธิผลบรรลุจุดหมายนั้นๆ แต่พร้อมกันนั้น

ก็มีท่าทีของจิตใจที่ตระหนักรู้ถึงความเป็นไป

ตามเหตุปัจจัย ทำการให้ตรงเหตุปัจจัย มองไป

ตามเหตุปัจจัย ถ้างานนั้นมันเป็นไปตามเหตุปัจจัย

มันก็เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยที่จะให้เป็นไป

ไม่ใช่เรื่องของตัวเราที่จะเข้าไปรับกระทบ เข้าไป

อยาก เข้าไปยึด หรือถือค้างไว้

เรามีหน้าที่แต่เพียงทำเหตุปัจจัยให้ดีที่สุด

ด้วยความรู้ที่ชัดเจนที่สุด มีแต่ตัวรู้ คือ รู้ว่าที่ดีงาม

ถูกต้องหรือเหมาะควรเป็นอย่างไร รู้ว่าเหตุปัจจัย

ที่จะให้เป็นอย่างนั้นคืออะไร แล้วทำตามที่รู้ คือ

ทำเหตุปัจจัยที่รู้ว่าจะให้เกิดผลเป็นความดีงาม

ถูกต้องเหมาะหรือควรอย่างนั้น

เมื่อทำเหตุปัจจัยแล้ว มันก็เป็นเรื่องของเหตุ

ปัจจัยนั้นแหละที่จะทำให้เกิดผลขึ้นมา เราหมด

หน้าที่แค่นั้น ไม่ต้องมายุ่งใจนอกเหตุปัจจัย

ไม่ต้องไปอยากไปยึด ตอนนี้ใจของเราก็เรียกว่า

ลอยพ้นออกมาได้ส่วนหนึ่ง

เมื่อใดเราเข้าถึงความจริงโดยสมบูรณ์แล้ว

จิตใจของเราก็จะเป็นอิสระอย่างแท้จริง

ซึ่งทำให้ทำงานนั้นได้ผลสมบูรณ์ โดยที่พร้อม

กันนั้นก็ไม่ทำให้ตัวเราตกไปอยู่ใต้ความกดทับ

หรือในการบีบคั้นของตัวงานนั้นด้วย แต่เรา

ก็สุขสบายโปร่งใจอยู่ตามปกติของเรา

อันนี้เป็นประโยชน์สูงสุดในขั้นสุดท้าย

ถ้าสามารถทำได้อย่างนี้

ชีวิตก็จะมีความสมบูรณ์ในตัว

…………………………………




 

Create Date : 08 มกราคม 2552
2 comments
Last Update : 8 มกราคม 2552 7:30:38 น.
Counter : 572 Pageviews.

 

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ ไว้เตือนสติค่ะ

 

โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) 8 มกราคม 2552 8:42:02 น.  

 

เรามีหน้าที่แต่เพียงทำเหตุปัจจัยให้ดีที่สุด ด้วยความรู้ที่ชัดเจนที่สุด

 

โดย: กิ่งไม้ไทย 10 มกราคม 2552 23:04:51 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


panomsarakham
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




นายแพทย์สำเริง ไตรติลานันท์
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมชุมชน
แพทย์ครอบครัว ร.พ.พนมสารคาม และ
ร.พ.สร้างเสริมสุขภาพ ต.เขาหินซ้อน
ประธาน"ชมรมจริยธรรม ร.พ.พนมสารคาม"
..................................................

เธอจงระวังความคิดของเธอเพราะความคิดของเธอจะกลายเป็นความประพฤติของเธอ จงระวังความประพฤติของเธอเพราะความประพฤติของเธอจะกลายเป็นความเคยชินของเธอ จงระวังความเคยชินของเธอเพราะความเคยชินของเธอจะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอเธอ จงระวังอุปนิสัยของเธอเพราะอุปนิสัยของเธอจะกำหนดชะตาชีวิตของเธอชั่วชีวิต....หลวงพ่อชา
Friends' blogs
[Add panomsarakham's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.