Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 

โบรกแนะสอย 17 หุ้นแกร่ง สัญญาณขาขึ้น ดัชนีมีลุ้นยืนเหนือ 1200 จุด ราคาน้ำมันพุ่งหนุนพลังงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้  ณ เวลา 9.46 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.41 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ จับตาการประชุมอีซีบีในวันที่ 5 ก.ค. นี้ ซึ่งคาดจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงมาที่ 0.75% จาก 1.00% นักวิเคราะห์คาดว่าหุ้นไทยวันนี้มีลุ้นเทรดเหนือ 1200 จุดได้ เก็งกำไร 17 หุ้นเด่น ได้แก่ SIRI, AP, AMATA, CPALL, INTUCH, ADVANC, PTTGC ,BANPU, KCE, TISCO, DTAC , PTTEP, KBANK, JAS,TVO, BWG, KGI

บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้: ลุ้นไปต่อเหนือ 1200 กลยุทธ์การลงทุน: ซื้อเก็งกำไร

โมเมนตัมเชิงบวกยังคงมีต่อเนื่องจากความคาดหวังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางต่างๆ โดยเฉพาะการจับตาการประชุมอีซีบีในวันที่ 5 ก.ค. นี้ ซึ่งคาดจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงมาที่ 0.75% จาก1.00% ในปัจจุบัน ขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกจากกรณีเรื่องอิหร่านช่วยหนุนหุ้นพลังงานขยับตัวได้ดี รวมถึงการกลับมาสะสมหุ้นต่อเนื่องของต่างชาติที่เป็นแรงหนุนที่ดีอีกทาง มอง SETI วันนี้ยังน่าฟื้นตัวได้ดีตามบรรยากาศลงทุนในภูมิภาค ลุ้นไปต่อเหนือ 1200 จุด ได้ แต่การดีดตัวรวมกันมาแล้วมากกว่า 50 จุด จากการปิดบวก 6 วันทำการติดต่อกัน อาจทำให้มีแรงขายสลับเข้ามามากขึ้น

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: เน้นซื้อเก็งกำไรต่อตามโมเมนตัมเชิงบวกของตลาด แนวต้าน : 1200-1213 แนวรับ : 1188-1180

การจัดพอร์ตระยะสั้น* - หุ้น 50% : เงินสด 50%

ถือต่อในพอร์ต : TISCO, DTAC , PTTEP, KBANK, JAS

หุ้นที่ปรับออก : CK

หุ้นที่แนะนำ :TVO เก็งกำไรราคาถั่วเหลืองดีดตัว FV 25.75 บาท กรอบเทรดระยะสั้น ต้าน 22.50 รับ 21.70 Cut loss 21.50

KGI คาดว่าหุ้นไทยวันพุธจะขึ้นไปเทรดเหนือระดับทางจิตวิทยาที่ 1,200 จุดได้ เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังต่อนโยบายการเงินผ่อนคลายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่ ECB จะลดดอกเบี้ยในวันพฤหัสฯ, การที่ BOE อาจประกาศมาตรการซื้อพันธบัตรเพิ่มเติมในวันเดียวกัน รวมทั้งการที่ US Fed อาจประกาศนโยบาย QE3 ในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมากขึ้น หลังจากอิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุชอีกครั้ง และยังประกาศว่าประสบความสำเร็จในการทดลองขีปนาวุธที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้นั้น ดันราคาน้ำมันสหรัฐฯ บวกเกือบ 5% และจะหนุนราคาหุ้นพลังงานได้อยู่ในระยะสั้นๆ ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มซื้อสุทธิต่อไปในระยะนี้ โดยสำหรับวันนี้ SET จะมีแนวต้านที่ 1,205 และ 1,210 ตามลำดับ

สำหรับข่าวเศรษฐกิจโลกที่น่าสนใจนั้น สหรัฐฯ รายงานคำสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด แต่ตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างช้าและไม่ส่งผลต่อตลาดหุ้น หลังจากตลาดเห็นตัวเลข ISM เดือนมิ.ย. ที่ไม่ดีไปเมื่อวันก่อน ทั้งนี้ตัวเลขสำคัญอยู่ที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ที่ 6 ก.ค. ส่วนฝั่งยุโรปมีรายงานว่าการประชุมระดับผู้ปฎิบัติงานของกลุ่มยุโรปเพื่อสรุปแผนช่วยสเปนและอิตาลีนั้น อาจไม่เสร็จในวันที่ 9 ก.ค. รอบเดียว เนื่องจากต้องใช้เวลาเจรจากับฟินแลนด์และฮอลแลนด์ซึ่งคัดค้านการให้กองทุนยุโรปเข้าซื้อพันธบัตรในตลาดรอง

กลยุทธ์: เมื่อวานนี้เราแนะนำลดพอร์ตกลุ่มพลังงาน ในวันนี้เราแนะนำให้หาจังหวะหุ้นขึ้นเพื่อลดพอร์ตหุ้นใหญ่ทั้งพลังงานและแบงก์ เนื่องจาก KGI คิดว่ายุโรปจะยังไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมวันพฤหัสฯ นี้ซึ่งน่าจะสร้างความผิดหวังให้กับตลาดได้ อย่างไรก็ดีเราแนะนำให้ถือ/ซื้อหุ้นขนาดกลางในกลุ่มในประเทศต่อไป เราชอบ SIRI, AP, AMATA, CPALL* รวมทั้งหุ้นเงินปันผลเด่นอย่าง INTUCH

บล.กสิกรไทยระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาด: ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับบวกขึ้นราว 1% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้อภาคโรงงานสหรัฐฯ พ.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.7% หลังจากที่ปรับตัวลง 0.7% ในก่อนหน้า (ดีกว่าคาดการณ์ที่ 0.1-0.2%) อีกทั้งมาจากคาดการณ์เชิงบวกว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยอาจลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0.75% (ลดลง 0.25%) ในการประชุม 5 ก.ค.นี้นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากรางงานของ นสพ.ไชน่า ซิเคียวริตีส์ เจอร์นัล ในจีนที่คาดว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) อาจปรับลดเพดานกันสำรองเงินฝากธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงอีก หลังมีการลดอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และฝากลง 0.25% เมื่อ17 มิ.ย.ที่ผ่านมา และจากราคาน้ำมั่นดิบที่ปิดพุ่งขึ้นเกือบ 4 เหรียญฯ เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาอิหร่านขู่จะปิดกั้นการขนส่งน้ำมันดิบผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซไปยังประเทศที่สนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้คือตลาดเริ่มกลับมาสู่ความอยากเสี่ยง (Risk-on) ซึ่งแม้หุ้นพลังงาน-ปิโตรเคมี จะมีกำไรไตรมาส 2/55 ที่อ่อนแอเป็นตัวถ่วง และทำให้ช่วงสั้นผันผวน แต่ในแง่ของ tactical asset allocation จะเกิดแรงซื้อกลับเนื่องจากเป็นหุ้นในกลุ่มที่ถูกขายลงมาหนักและนักลงทุนสถาบันรวมถึงต่างชาติมีการถือครองต่ำ สำหรับผู้ไม่ชอบหุ้นใหญ่ หุ้นเล็กอื่นๆที่เราแนะนำ อาทิ TRC NMG KCE IHL DEMCO BLAND ยังเป็นตัวเลือกที่ดี

กลยุทธ์การลงทุน: เรามอง SET มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1246 หรือกระทั่ง new high อย่างไรก็ตามการขึ้นอย่างเร็วอาจทำให้เกิดการแกว่งปรับฐานระหว่างวันบ้างเพื่อลดความร้อนแรง ซึ่งการแกว่งที่ไม่ต่ำกว่า 1185 ลงมายังให้โมเมนตัมตลาดเป็น

บวก หุ้นแนะนำ PTTGC BANPU KCE

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: เมื่อ 15 มิ.ย. เราเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 10%เป็น 60% และยังเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก โดยยังคงประเมิน downside ของ SET Index ที่ 1050 จุด หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสม ได้แก่ TICON TCAP KK TISCO EGCO RATCH PS AP SIRI QH PF PTTGC PTT KTB NMG RS

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ยังรอให้ตลาดแกว่งลงอีกครั้ง เพื่อเป็นโอกาสในการกลับเข้าซื้อรอบใหม่ได้.

กลยุทธ์: เรายังแนะนำให้เน้นถือต่อเนื่องทั้งส่วนลงทุนยาวและส่วนเทรดดิ้งกรอบกว้าง ขณะที่ส่วนที่แบ่งขายทำกำไรตามรอบไปแล้ว ยังรอจังหวะซื้อกลับเมื่อตลาดปรับตัวลงได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ GUNKUL, HEMRAJ, JAS, SVI, TCAP, KBANK, INTUCH, CPF, CPALL, MINT, HANA, SIRI, SPALI, STANLY, SAT เป็นต้น

หุ้นเด่นทางเทคนิค   BWG, KGI, BAY (SBL)

แนวโน้ม หลังจากเมื่อคืนนี้ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นเกินคาด  ขณะที่การพุ่งขึ้นอย่างมากของราคาน้ำมันจากความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่าน ก็ช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มพลังงานด้วย รวมถึงการผ่อนคลายมากขึ้นในวิกฤติหนี้ยูโรโซน หลังที่ประชุม EU Summit มีข้อสรุปในมาตรการต่างๆ ออกมาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปยังดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้แม้ว่าจะยังบวกต่อแต่กรอบการขึ้นยิ่งจำกัดมากขึ้นอีก คาดว่าเนื่องจากความกังวลต่อตัวเลขเศรษฐกิจจีนยังกดดัน ขณะที่ SET ก็ขยับขึ้นมามากพอควรในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้น FSS จึงยังแนะนำให้ระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นกดดันให้ตลาดปรับพักตัวลงไว้ด้วย ซึ่งเราคาดว่า SET จะแกว่งปรับพักตัวลงเพียงช่วงสั้นๆ หลังจากนั้นยังมองว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาช่วยผลักดันให้ SET กลับวิ่งขึ้นอีกครั้งได้ ดังนั้นการอ่อนตัวลงของตลาดจึงมองว่าเป็นโอกาสในการกลับเข้าซื้ออีกครั้ง

สำหรับประเด็นที่ต้องจับตาช่วงนี้ต้องรอดูการประชุมของ ECB ในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค.) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำกว่า 1% เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แนวรับ  1192-1188 , 1185-1182 จุด    แนวต้าน  1200-1202 , 1205-1208  จุด




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2555
0 comments
Last Update : 4 กรกฎาคม 2555 10:03:38 น.
Counter : 3110 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Panatee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Friends' blogs
[Add Panatee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.