|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
บันทึกชีวิต...ไดอารี่แห่งความทรงจำ...
2 มกราคม 2007 ปณ.มาส่งจดหมายที่บ้าน...กะไว้...ทำใจไว้แล้ว...แล้วมันก็เป็นดั่งที่คิด
ส่งเงินไปให้ลูกๆ ใส่ซองตามประเพณีญี่ปุ่นสำหรับ お年玉 Otoshidama แยกเป็นซองสำหรับแต่ละคนเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ส่งไปตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม ปรกติวันรุ่งขึ้นก็จะถึงมือผู้รับ แต่ฉันยอมเสียค่าธรรมเนียมในการส่งเงินเพิ่มอีก เพื่อให้ซองถึงมือเด็กๆในวันที่ 1 มกราคม ถือเป็นโชคให้สำหรับลูกๆ ด้วยความรักจากแม่อย่างฉัน...
ซองนั้นถูกตีกลับมา...เหมือนที่เคยส่งของขวัญไปให้ลูกๆตอนคริสต์มาส...คนที่ปฏิเสธคงไม่ใช่ลูกๆของฉันอย่างแน่นอน...เพราะฉันจ่าหน้าซองเป็นชื่อลูกๆทั้งสอง หากเด็กๆเห็นมีหรือจะไม่ดีใจ ที่แม่ส่งเงินมาให้เป็นของขวัญปีใหม่...อย่างน้อยก็เป็นการแสดงความคิดถึงลูกๆ...หากแต่เป็นพ่อของเด็ก ที่มีสิทธิ์ในตัวลูกตามกฏหมายญี่ปุ่น ที่ตัดสินแทนลูกๆด้วยอารมณ์อาฆาต แค้นเคืองฉันเท่านั้นเอง...
ก่อนหย่า...ฉันได้รับเมล์อ้อนวอนขอคืนดี...ขอให้กลับไปเป็นแม่บ้าน ให้เห็นแก่ลูกๆทั้งสอง จะยอมทำทุกอย่าง ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ฉันทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันต้องการ...ฉันเป็นภรรยาที่ดี เป็นแม่ที่ดีของลูกๆ ชีวิตเค้าขาดฉันไม่ได้...
ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้...เรามีปัญหาหนักๆกันมาเป็นระยะเวลาสองสามปีแล้ว...เวลาที่เราทะเลาะกัน เขามักจะใช้อารมณ์เหมือนคนบ้า ไม่ฟังอะไร เหตุผลใดๆของฉันทั้งสิ้น...ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่เคยลงมือตบตีฉัน...แต่ว่าอารมณ์ และคำพูด กิริยาที่แสดงออก มันเป็นการแสดงความก้าวร้าว รุนแรง กดดันให้เรารู้สึกกลัวเกรง ภาษาญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า 口暴力 Kuchi bouryoku พออารมณ์เย็นลงก็จะสำนึกว่าทำเกินไป และทำตัวดี ใจดีสุดๆ เพื่อให้เราลืมเรื่องร้ายๆที่ทำไว้กับเรา สำนวนคนไทยต้องเรียก...ตบหัวแล้วลูบหลัง...มาตลอดเวลา
เค้ามั่นใจในตัวเองมากว่า ชีวิตของฉันที่แต่งงานกับเค้า ถ้าพ้นจากการดูแลของเค้าแล้ว ฉันไม่สามารถจะดำเนินชีวิตต่อไปได้ในญี่ปุ่น เพราะฉันเป็นต่างชาติ คงไปไหนไม่รอดหรอก...เค้าจึงเป็นสามีที่ทำตัวแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ใช้อำนาจเหนือผู้หญิง เอาแต่ใจตัวเองมาตลอด อยากทำไงก็ทำ ฉันต้องเชื่อฟังทำตามอย่างที่เค้าบอกเท่านั้น พอฉันทำให้ไม่พอใจก็หาเรื่องทะเลาะโดยใช้อารมณ์รุนแรง และฉันก็ต้องยอม เพราะเห็นแก่ลูกๆที่ฉันรัก จนฉันเบื่อชีวิตแบบนี้สุดๆ...(และคิดอยู่เสมอว่าจะหาหนทางที่จะหย่าให้ได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง จนถึงวันสำเร็จในตอนนี้...)
ถ้าฉันยอมกลับไป...ก็เหมือนกับยอมรับว่าไปไหนไม่รอดอย่างที่เค้าคิด...ต่อให้เค้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อฉัน แต่อีกสักพัก ความคิดเดิมๆก็จะกลับมาอีกอย่างแน่นอน...คนเป็นผัวเมียกันมาสิบกว่าปี ไม่ใช่แค่สองสามปี มีรึจะไม่รู้นิสัยของแต่ละฝ่าย...สันดอนขุดได้ สันดานขุดไม่ได้...ฉันใด...เรื่องนี้ก็เฉกเช่นเดียวกัน
เมื่อฉันปฏิเสธไม่กลับไปอย่างแน่นอน...และขอร้องให้เค้าหย่าให้โดยเร็ว...เพราะต้องการชีวิตอิสระพ้นจากการควบคุมของเค้า...โดยจุดที่ทำให้เค้ายอมหย่าให้กับฉันอย่างปฏิเสธไม่ได้คือ ฉันบอกว่า ถ้าไม่ยอมหย่าให้ง่ายๆ ฉันจะติดต่อไปที่บริษัท คุยกับเจ้านายเค้า และบอกเจ้านายว่าฉันต้องการหย่าแต่เค้าไม่ยอมหย่าให้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ในสังคมการทำงานของคนญี่ปุ่น ที่จะไม่นำเรื่องส่วนตัวเข้าไปในบริษัทอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะมีผลอย่างร้ายแรงต่ออนาคตการทำงาน ถึงขั้นอาจจะต้องถูกลาออกได้...สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ฉันยอมรับว่า มีคนบอกทางให้ และฉันทำเค้าได้แสบมาก...
หลังจากนั้นเขายอมรีบหย่าให้...และเมล์ที่เคยอ้อนวอนขอคืนดี...กลายเป็นด่ากระแทกแดกดัน พอฉันด่ากลับไปบ้างถูกจุดจี้ใจ...ก็ลดอารมณ์ลงเป็นขอโทษ...พอฉันพยายามจะอธิบายเหตุผลถึงสิ่งที่เราไม่มีทางอยู่ด้วยกันต่อไปได้อีก ให้เค้าหันมามองถึงเหตุผลและปัญหาชัดๆ...ฉันยอมเป็นแม่ชั่ว ทิ้งลูกๆไว้กับเค้า เพราะเพื่ออนาคตของลูกๆที่มั่นคง ฉันไว้ใจและคิดว่าเขาจะเลี้ยงลูกได้ดีกว่าการตัดสินใจแบบอื่น เช่น การแยกพี่แยกน้อง มาอยู่กับฉันคนนึง อยู่กับเค้าคนนึง หรือมาอยู่กับฉันทั้งสอง ในขณะที่เค้าคอยด่าฉันต่อหน้าลูกๆเสมอๆ ว่าฉันเป็นแม่(แบบญี่ปุ่น)ที่ใช้ไม่ได้ จนลูกๆขาดความเคารพในตัวฉัน เห็นแม่เป็นเหมือนตัวประหลาด อายเพื่อนฝูง เวลาเจอะนอกบ้านลูกคนเล็กก็เดินหนีฉัน ไม่อยากทักทายเข้าใกล้ฉันให้คนอื่นเห็น ซึ่งมันทำให้ฉันช้ำใจอย่างที่สุด และมีความรู้สึกน้อยใจทุกคนในบ้าน จนง่ายแก่การตัดสินใจออกมาจากบ้าน
ฉันไม่ได้ต้องการเงินทองใดๆจากเค้า เพราะรู้ว่าเขาต้องลำบากรับภาระอันหนักอึ้งหลังหย่า ความคิดของฉันเพียงขอให้เค้าเลี้ยงลูกให้ดี มีความสุข รักลูกมากๆ ถ้าฉันสามารถจะช่วยเหลือในฐานะแม่ได้ในภายหลัง ฉันจะพยายามเท่าที่ทำได้
แต่มันกลายเป็นเหตุผลว่า ฉันมีชู้ มีผู้ชายคนใหม่ที่ฉันรักมากกว่าครอบครัว ฉันหลงผู้ชายจนยอมทอดทิ้งครอบครัว เลยไม่กล้าเรียกร้องเงินทอง มิหนำซ้ำเค้าจะพยายามหาทางฟ้องร้องฉันด้วยซ้ำไป แต่เค้าก็ไม่ได้ทำเพราะไม่มีหลักฐานอันชัดเจน นอกจากแค่เค้าเช็คเบอร์โทรศัพท์จากองค์การโทรศัพท์ และดูว่าฉันใช้โทรศัพท์บ้านติดต่อเบอร์ไหนบ่อยๆบ้าง ก็เอาเรื่องนั้นมาขู่ เท่านั้นเอง...ฉันขู่ให้ฟ้อง เค้าก็ไม่กล้าฟ้อง...
ความจริงเรื่องนี้คือ ฉันมีผู้มีพระคุณท่านหนึ่งที่คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ให้งานเล็กๆทำเพื่อให้ฉันหาหนทางเลี้ยงชีพอย่างสุจริตต่อไปได้ในญี่ปุ่น และสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองในภายหน้าให้ได้ ส่วนเรื่องลูกๆให้ทำใจและค่อยแก้ปัญหาในภายหลัง หลังจากที่ฉันมั่นคงในชีวิตแล้ว...
ผู้มีพระคุณท่านนั้น เป็นชายค่อนข้างสูงอายุกว่าฉัน แต่ก็ยังไม่ถึงกับชรา ท่านเป็นคนโสดที่ใช้ชีวิตสันโดษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ท่านมีงานส่วนตัวที่สามารถจะพยุงชีวิตตัวเอง และอยู่อย่างสบายๆ โดยไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน หรือผิดกฏหมาย ท่านเคยแต่งงานมีภรรยาอยู่ด้วยกันมาถึงยี่สิบปี แต่ไม่มีลูก และภายหลังภรรยาออกจากบ้านขอหย่า เพราะว่าความล้มเหลวในการดำเนินชีวิตโดยไม่คิดถึงภรรยาของท่าน อันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณสิบปีก่อนหน้าที่จะได้พบเรื่องราวของฉัน
ท่านเป็นผู้ใหญ่ ที่รับฟังปัญหาของฉันอย่างมีสติ และตรึกตรองผลดีผลร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตัวฉัน หากฉันหย่า ท่านให้ฉันคิดให้ดี ทบทวนให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ อย่าวู่วาม แต่ถ้าคิดว่าตัดสินใจแล้วว่า การหย่าทำให้ชีวิตของฉันมีคุณภาพดีกว่าทนอยู่ ก็จงอย่าเสียใจ...และจงยอมรับผลของมันที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นให้ได้ ซึ่งจะมีคนประนามตามหลัง ฉันจะต้องขมขื่นในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งท่านจะช่วยเป็นกำลังใจ และช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ที่เคยประสบความล้มเหลวในชีวิตแต่งงาน เคยทำให้ภรรยาเสียใจเช่นเดียวกับในสภาพที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ เท่าที่ท่านจะทำได้
และมันเป็นเหตุผลที่ฉันจะต้องปกป้องผู้มีพระคุณของฉัน เพราะท่านช่วยเหลือฉันนั่นเอง ไม่ว่าใครจะว่าฉันอย่างไร...จะตีความเป็นแบบใด...ฉันก็ไม่สนใจ...ฉันรู้ว่าฉันทำอะไร รู้จักตัวเองดีทุกอย่าง รู้ผิด รู้ถูก...รู้ที่จะกล้ายอมรับทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยความเต็มใจ
ส่วนอดีตสามี...หลังหย่ากันแล้ว ก็ยังติดต่อด้วยการเมล์กันอยู่ระยะหนึ่ง จนถึงการตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
ข้อความในเมล์ของเค้า...เหมือนกับอารมณ์ของเค้าที่ผ่านมา...เดี๋ยวด่าแรงๆ...เดี๋ยวขู่ให้ฉันกลัว...เดี๋ยวก็ทำเป็นพูดดี...จนฉันไม่กล้าไปพบเพื่อเจรจากัน เพราะไม่รู้ว่าจะเจอะอะไรบ้าง...กลัวสายตาลูกๆที่ฟังข้อมูลจากพ่อจนเต็มสมอง...เวลาที่ฉันโทร.ไปหาลูกๆ พวกเค้าเชื่อพ่อ เกลียดแม่ไปแล้ว...ถึงฉันจะไปแก้ตัวอย่างไรต่อหน้าลูกๆ การหย่าก็คือลูกต้องอยู่กับพ่อเค้าอยู่แล้ว ปฏิกิริยาที่อดีตสามีมีต่อฉันก็คือ ถ้าฉันไม่เลือกเค้า หย่ากับเค้า ก็หมายถึงเหมือนเป็นศัตรูกับเค้าไปตลอดชีวิตอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีข้อเลือกตัวอื่น แล้วฉันจะไปพบทำไม...ไปพบก็คือ...การไปตอกย้ำความเจ็บปวดต่อหน้าลูกๆทั้งสองเท่านั้นเอง...เพราะเราต้องทะเลาะกันอย่างแน่นอน...และเค้าก็ต้องหาทางด่าฉันต่อหน้าลูกๆ ให้ลูกๆรู้สึกเกลียดแม่หนักเข้าไปอีก...เด็กๆที่ไม่เข้าใจปัญหาของผู้ใหญ่ จะเชื่อใคร ถ้าไม่ใช่คนที่เป็นพ่อ ที่อยู่กับเค้า
ฉันเสียเปรียบทุกอย่าง...ไปพบก็เสียเปรียบ...ไม่ไปก็เสียเปรียบอยู่ดี...มาบัดนี้...ฉันยิ่งเสียเปรียบกว่าเก่า...เขาพยายามตัดความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกอย่างเด็ดขาด
ฉันไม่สามารถติดต่อลูกๆได้โดยไม่ผ่านผู้ใหญ่บ้านนั้น...ลูกๆคงจะเกรงกลัวอารมณ์พ่อ ไม่กล้าบอกว่าอยากพบฉัน ผู้เป็นแม่...พวกเค้าต้องเกลียดแม่ตามที่พ่อบอก เพราะแม่ทิ้งไป ไม่รักพวกเค้า...ฉันเข้าใจอารมณ์ของลูกๆดี และยอมรับสภาพด้วยความเต็มใจ ปนความกล้ำกลืน ขมขื่น ทุกข์ทรมานจิต...
แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีของตัวเองเช่นกัน...ฉันคิดว่าต้องพยายามเรียกศักดิ์ศรีของความเป็นแม่คืนกลับมาให้ได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทยของฉัน ที่เขาเคยดูถูกในใจมาตลอด และฉันหลงลืมมันไป ไม่ใส่ใจมาก่อน
ฉันบันทึกเรื่องนี้ไว้เป็นบันทึกแห่งชีวิตช่วงหนึ่งของฉัน เรื่องราวอาจเปลี่ยนแปลงไปในที่ดีขึ้น หรือเลวร้ายลงกว่าเก่า ฉันขอเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันเคารพนับถือ มาเป็นสิ่งดลบันดาลโชคชะตาของฉันต่อจากนี้ ฉันจะต่อสู้ชีวิตต่อไป และรอคอยผลของมัน อย่างที่มันควรจะเป็น...
| Create Date : 03 มกราคม 2550 |
| Last Update : 11 มกราคม 2550 21:10:43 น. |
| |
79 comments
|
|
|
|
| | |
โดย: วดี 13 มกราคม 2550 14:12:18 น. |
|
|
|
| | |
โดย: วดี 14 มกราคม 2550 9:49:17 น. |
|
|
|
| | |
โดย: วดี 19 มกราคม 2550 6:11:37 น. |
|
|
|
| | |
โดย: วดี 24 มกราคม 2550 12:39:36 น. |
|
|
|
| | |
โดย: white fox (ลยา ) 30 มกราคม 2550 9:45:29 น. |
|
|
|
| | |
โดย: LilyAi 31 มกราคม 2550 19:30:19 น. |
|
|
|
| | |
โดย: white fox (ลยา ) 5 กุมภาพันธ์ 2550 10:03:39 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ไทเอะ (ไทเอะ ) 14 กุมภาพันธ์ 2550 20:41:17 น. |
|
|
|
| | |
โดย: katase 22 กุมภาพันธ์ 2550 15:48:00 น. |
|
|
|
| | |
โดย: iamname 24 กุมภาพันธ์ 2550 1:38:44 น. |
|
|
|
| | |
โดย: white fox (ลยา ) 24 กุมภาพันธ์ 2550 20:42:24 น. |
|
|
|
| | |
โดย: LilyAi 14 มีนาคม 2550 14:34:41 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กาปุ้ย 25 มีนาคม 2550 22:58:47 น. |
|
|
|
| | |
โดย: T-E-N-A 26 มีนาคม 2550 0:56:51 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ไทเอะ 16 เมษายน 2550 8:10:25 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กาปุ้ย 24 เมษายน 2550 22:02:37 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ฝนเหงา 25 เมษายน 2550 23:46:02 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กาปุ้ย 26 เมษายน 2550 22:57:43 น. |
|
|
|
| | |
โดย: LilyAi 28 เมษายน 2550 9:57:59 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ฝนเหงา 28 เมษายน 2550 23:11:20 น. |
|
|
|
| | |
โดย: วดี 2 พฤษภาคม 2550 10:10:23 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ฝนเหงา 8 พฤษภาคม 2550 0:00:05 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กาปุ้ย 13 พฤษภาคม 2550 21:40:22 น. |
|
|
|
| | |
โดย: LilyAi 29 พฤษภาคม 2550 18:35:13 น. |
|
|
|
| | |
โดย: zuling68 1 มิถุนายน 2550 16:32:41 น. |
|
|
|
| | |
โดย: john13 20 มิถุนายน 2550 22:23:06 น. |
|
|
|
| | |
โดย: john13 20 มิถุนายน 2550 22:25:10 น. |
|
|
|
| | |
โดย: zuling68 10 กรกฎาคม 2550 8:57:38 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tsuwamono (Tsuwamono ) 16 กรกฎาคม 2550 22:43:49 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
Tokyo&Ibaraki Japan
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
|
ฉันเคยแต่งงานกับคนญี่ปุ่น...สิบห้าปี...มีลูกที่แสนรักสองคน...มาบัดนี้...ฉันหย่าแล้ว...
ฉันยอมสละลูกๆไว้ให้เขา เพื่อเห็นแก่อนาคตอันมั่นคงของเด็กทั้งสอง แลกกับคำสบถและคำครหาต่างๆนานา ว่าฉันทิ้งลูก...ทิ้งครอบครัว...เพราะเราไม่สามารถใช้ชีวิตสามีภรรยาร่วมต่อกันไปได้...ในวิถีชีวิตอันแสนเก็บกด เคร่งเครียดของญี่ปุ่น...
บล็อกเก่าๆของฉันยังคงอยู่เหมือนเดิม เพื่อรำลึกถึงวันเก่าๆ...และจะเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆในชีวิตลงไป หากมีเวลา...สู้ต่อไป...กับชีวิตของฉัน...นี่แหละ...ปาน...ล่ะ...
|
|
| |
|
|
|
|
|
9 มกราคม 2008
วันนี้เป็นวันหยุดทำงานของฉัน จริงๆฉันหยุดเมื่อวานนี้ แต่ว่าเมื่อวานนี้เป็นวันหยุดของญี่ปุ่น 成人の日 วันบรรลุนิติภาวะ หัวหน้าเลยให้ไปทำงาน เพราะกลัวว่าจะมีแขกเข้าร้านเยอะ แล้วให้หยุดวันนี้แทน
ตั้งแต่วันที่ 5 ของปีนี้ ชีวิตฉันมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆหลายอย่างเกิดขึ้น อย่างไม่คาดฝัน
วันขึ้นปีใหม่ ฉันไปไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรให้ท่านปกป้องคุ้มครองฉัน และขอให้ปีนี้เป็นปีที่ฉันทำกิจการใดก็ขอให้สำเร็จดังหวัง ฉันหวัง...และชีวิตมีแต่ความหวังจริงๆ....
วันที่ 5 โทร.ไปบ้านโน้น...โดนฟ้าผ่ากลับมา...แต่ตกกลางคืน ฉันกลับได้รับข่าวดีในชีวิต เพราะได้พูดคุยกับลูกๆอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้คุยกันเลยเกือบปี หน้าตาไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้เห็น...ดังที่ฉันเขียนไว้ในบล็อกก่อนหน้านี้
วันที่ 6 การต่อรองเจรจาของฉันสำเร็จไปหนึ่งขั้น ฉันได้รับรูปของลูกๆณ.ปัจจุบัน ส่งมาทางเมล์มือถือของพ่อเค้า
วันที่ 7 ได้รับเมล์ พยายามขัดขวางการขอพบลูกๆของฉันจากพ่อของเด็กๆ แต่ฉันพยายามจะทำให้ได้
วันที่ 8 ตอบโต้เมล์ เพื่อจะขอพบลูกๆ เดือนละครั้ง หากทางโน้นไม่อนุญาตฉันย้ำว่าจะขอพึ่งศาลเป็นหนทางสุดท้าย
ตกดึก...ทางอดีตสามีโทร.เข้ามือถือฉันห้าครั้ง แต่ว่าฉันเอามือถือใส่ไว้ในเสื้อนอก ลืมเอาออก และถอดมันเก็บไว้ในตู้แล้ว เลยไม่ได้ยินเสียงสัญญาณ เสียดายยย...ไม่รู้ว่าเค้าจะมาไม้ไหนกับฉัน