เมื่อชายคนหนึ่ง ลุกขึ้นมานั่งเขียนอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่า ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ ไอ้นี้มันบ้านี้หว่า...

palao
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใช้ชีวิตให้มันคุ้มกับที่เกิด อย่าเตลิดสร้างแต่สิ่งที่ซิบหาย จงทำตนให้สมกับเป็นคนไทย แล้วความเจริญที่ฝันไว้จึงจะมี
Website counter
New Comments
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
6 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add palao's blog to your web]
Links
 

 

พระ เณร เพศที่สาม ทำงามหน้า

อย่างที่ข่าวออกกันไปเป็นกระแส อยู่นานถึงนาน พอสมควร จนผมเองก็เริ่มจะเบื่อ ๆ กับการที่ข่าวพยายามสร้างกระแสแค่ช่วงต้น เท่านั้น แต่เมื่อถ้าลองดูกันต่อไป ผมว่าเดี่ยวกระแสมันก็เบาลงไป

จริงแล้วเรื่องนี้มันมีมานานแล้วหล่ะ ไม่ได้มีแต่เฉพาะช่วงนี้ซะเมื่อไหร่ เรื่องการออกอากัปกิริยา ของเขาเหล่านี้ มันมีมานานแล้ว แถมไม่พอ ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องกาม เพศ อย่างเดียวเท่านั้น แต่นั้นยังหมายถึง ยศ บรรดาศักดิ์ ของ เขาเหล่านั้นก็เช่นกัน ถ้าจะให้พูดจริง ๆ แล้ว ในพุทธศาสนา การแต่งตั้งยศ ของพระสงฆ์ นั้นหาได้มีไม่ หากแต่ว่า การแต่งตั้งยศ ที่ว่านั้น เกิดจากการร้องขอ ของพระสงฆ์ กลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับกิจนิมนต์ จากทางเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน ในสมัยก่อน และ ก็มีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตนั้น การที่จะได้แต่ละ บรรดาศักดิ์ นั้น พระสงฆ์ องค์เจ้าเอง ก็ต้องพัฒนาตนเองให้ได้ตรงตามหลักของพุทธประวัติ กว่า 2500 ปีก่อนให้จงได้

แต่เมื่อมาปัจจุบัน กลุ่มพระสงฆ์ ดังกล่าวที่ถูกพาดพิง ก็มีกลุ่มเขาเหล่านั้นจริง ๆ เกิดขึ้นตามกระแสข่าว ไม่ได้เป็นเฉพาะเรื่องของ กาม เพศ เท่านั้น หากแต่ พระสงฆ์ ที่ได้ชื่อว่า เมื่อเป็น อุบาสก ก็เป็นชายแท้ แต่ก็คิดพฤติกรรมเลว ๆ มาด้วยเช่นกัน ตัวอย่าง เล่นการพนัน ติดสุรา ลักขโมย แค่ตัวอย่างเหล่านี้ก็ทำให้เห็นว่า ถ้าจะพูดอย่างจริงจังแล้ว สามารถ ทำเป็นอาชีพ อีก อาชีพ หนึ่งได้เลย

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้เข้ารับการอุปสมบท เป็นเวลา 52 วัน ก็ทำให้ผมทราบว่า

การอุปสมบท นั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะต้อง ได้รับการอุปสมบท นั้น จำเป็นที่จะต้องได้รับการอนุญาต จากทางสำนักพระพุทธศาสนา โดยการขออนุญาต จาก ตัวแทนพระพุทธศาสนา นั้นก็คือ เจ้าคณะอำเภอ ถ้าใครที่ทราบและศรัทธา พระครูบาศรีวิชัย ก็จะทราบ ตัวท่านก็ประสบปัญหาในเรื่องของการอุปสมบมให้คนอื่นเช่นกัน ในขั้นตอนหลังจากที่ขออนุญาตแล้ว ก็ต้องเป็นการเตรียมตัว และ เตรียมใจ ให้สงบและนิ่ง สิ่งที่ว่านี้คือ ต้องไปคลุกคลี อยู่ในวัดเป็นเวลา อย่างน้อยประมาณ 7 วัน ถ้าจะให้ดีต้องเป็นเดือน ในการเป็นเด็กวัด เพื่อศึกษาและท่องจำ คำขออุปสมบท ที่เป็นภาษาบาลี ร่วมถึงเป็นการศึกษากิจ ของสงฆ์ไปด้วยเช่นกันว่า พระสงฆ์เองตั้งแต่เช้าต้องทำอะไรบ้าง สายมาทำอะไร บ่ายมาทำอะไร เย็นมาทำอะไร

หลังจากที่ผมได้อุปสมบทแล้วก็ได้มีการสนทนาธรรมเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาในพุทธศาสนา ศีล 227 ข้อที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ มีความเป็นมาจากไหน แต่เดิมที่นั้น ศีลที่ว่าไม่ได้มีครบทั้ง 227 ข้อมาตั้งแต่แรกที่เดียวเลย หากแต่ว่าเมื่อเกิดข้อผิดพลาด อย่างที่ทำให้เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก พระพุทธองค์ ก็ได้ทรงบัญญัติขึ้นเพื่อห้ามปราม เหล่าสาวกของพระองค์ ตัวอย่างเช่น เรื่องของการห้าม บัณเฑาะ ในการอุปสมบท ข้อนี้มาจาก การแบ่งแยกในการเป็นชายเป็นหญิงที่ไม่ชัดเจน นี้คือเรื่องที่สำคัญ แต่พระบางท่านที่บอกว่า บัณเฑาะ คือ รวมถึงทั้งกระเทยที่ไม่ได้แปลกเพศ เกย์ ตุ๊ด แต๋ว เหล่านี้เขามีร่างกายที่เป็นชาย แต่สำหรับจิตใจนั้นในช่วงที่เป็นคนธรรมดา เขาอาจจะแตกซ่านไปไหนต่อไป แต่เมื่อถ้าเขาเข้าถึง พระพุทธศาสนาหล่ะ นี้ก็คือเรื่องดีในการสืบทอดพระพุทธศาสนา

จนมาถึงประเด็นร้อน ที่ ใครต่อหลายคน หลบหน้านี้ รวมถึงผมเองก็เช่นกัน ที่รับไม่ได้เป็นอย่างมาก ในเรื่องของการออก อาการ ออกหน้า ออกตา ซะเหลือเกิน ตามภารข่าวที่ออกมา เอาท่ละเรื่องที่จำได้ก่อนนะครับ

เรื่องของการแต่งกายของ พระสงฆ์ และ สามเณร ความแตกต่างและระหว่างผ้านุ่งของพระสงฆ์และเณร คือ พระสงฆ์จะมีผ้าสังฆาฎิ คือผ้าที่ใช้ห่มทับในการแบ่งระหว่างพระสงฆ์และสามเณร แต่สิ่งที่เห็นเป็นการแต่งตัวทีบอกว่าเป็นเกาะอก เป็น กิมโมโน บาง ผ้าชิ้นนั้นเรียกว่า ผ้าจีวร ผ้าจีวรที่ว่าการห่มนั้น จะต้องมีการห่มที่ชายหนึ่งต้องผาดไปที่บ่า ไม่มีการพาดแบะเหมือนที่เณะแต๋วทั้งหลายทำ รวมถึงการดึงผ้าจีวรที่ควรทำ คือ ต้องดึงผ้าขึ้นมาอย่างน้องกลางน่อง ถึงจะเหมาะ แต่นี้เล่นลากกันเป็นชุดเดินแบบ แถมยังถือผ้าเป็นม้วนแล้วเดินสะบัดไปสะบัด นี้หล่ะ คือ กิริยา ที่ไม่งาม และ ไม่ควรทำอย่างมากในการออกไปสู่สายตาประชาชน รวมถึงกิริยาในการอยู่วัดเองก็ตาม

สำหรับวันนี้ผมคงเอารายละเอียดพอสมควรมาทำให้ท่าน ๆ ได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่พอจะได้ประกอบการตัดสินใจว่า ข่าวที่ออกมา มันจริงเท็จแค่ไหน รวมถึงได้ตรีตรองอีกว่า การที่เราจะศรัทธา พระพุทธศาสนา เรายังจะทำต่อไปไหม แต่ที่แน่ ๆ พระดีก็เยอะ พระเลวก็เยอะ หลายต่อหลายครั้ง เราเองก็แยกไม่ออกว่า ไหนคือดี ไหนคือเลว การที่หลายคนออกมาเรียกร้องเพื่อ แบ่งดีกับเลวออก มันคือเรื่องที่สมควรจะทำตั้งนานแล้ว แต่หลายอย่างมันยังไม่เป็นเรื่องขึ้นมาก็เท่านั้น ตอนนี้พอสื่อเริ่มหนักขึ้นและเร็วขึ้น การเข้าถึงข้อมูลหลายอย่างก็ต้องระวังอีกเช่นกัน ระหว่าง ศรัทธา กับ หลงเชื่อ มันใกล้กันมาก หากแต่เรามีสติ คิดให้ดี รอบคอบ เชื่ออย่างมีสติ แล้วเราก็จะทราบเองว่า ไหนคือดี ไหนคือเลว




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2552
0 comments
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2552 22:43:09 น.
Counter : 453 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.