* = * * = * * = * รีวิวไหว้พระ 9 วัด ณ เชียงใหม่ วัดที่ห้า วัดเชีียงมั่น* = * * = * * = *





สวัสดีค่ะ



หลังจากพาไปหม่ำๆ และทำสิ่งที่เป็นกุศลรับปีใหม่ด้วยการไหว้พระ 9 วัดไปแล้ว 4 วัดดังนี้



ร้านอาหารร้านแรกของทริปปีใหม่ 2554 ไปแล้วคือ ไก่ถังวังทอง พิษณุโลก (คลิกเพื่ออ่าน)

ตามด้วย ข้าวมันไก่เกียรติโอชา + ร้านหวานละมุน (คลิกเพื่ออ่าน)

รีวิวทริปไหว้พระ 9 วัด วัดแรก ณ วัดลอยเคราะห์ (คลิกเพื่ออ่าน)

วัดที่สอง วัดหมื่นล้าน (คลิกเพื่ออ่าน)

วัดที่สาม วัดดวงดี (คลิกเพื่ออ่าน)

และวัดที่สี่ วัดชัยพระเกียรติ (คลิกเพื่ออ่าน)









วันนี้ก็จะพาไปไหว้พระเป็นวัดที่ ๕ ของทริปนี้กันแล้วนะคะกับวัดเชียงมั่นค่ะ


เว็บไซต์ของวัดนี้ค่ะ

http://watchiangman.net78.net/






ประวัติวัดเชียงมั่นค่ะ (เอามาจากเว็บไซต์วัดหละนะคะ)



วัดเชียงมั่นที่ปรากฎในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และพงศาวดารโยนก มีดังนี้คือ หลังจากที่พญางำเมือง พญาร่วง และพญามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ สำเร็จในปี พ.ศ.๑๘๓๙ แล้ว ทั้งสามพระองค์ทรงโปรดให้สร้างเจดีย์ขึ้นตรงที่หอนอนบ้านเชียงมั่นซึ่งพญามังรายทรงสร้างเป็นที่ประทับชั่วคราวในระหว่างที่ควบคุมการสร้างเมืองใหม่ โดยให้ชื่อที่ประทับแห่งนั้นว่า "เวียงเล็ก" หรือ "เวียงเหล็ก" หมายถึง"ความมั่นคงแข็งแรง"


ต่อมาเมื่อพญามังรายเสด็จแปรพระราชทานไปยังพระราชนิเวศน์มณเฑียรสถานแห่งใหม่ซึ่งเรียกว่า "เวียงแก้ว" (ปัจจุบันคือเรือนจำกลางเชียงใหม่) แล้ว ทรงอุทิศตำหนักคุ้มหลวงเวียงเหล็ก ถวายแด่พระศาสนา โดยตั้งเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกและพระราชทานนามอันเป็นมงคลว่า "วัดเชียงมั่น" อันหมายถึงบ้านเมืองที่มีความมั่นคง


จึงนับได้ว่า วัดเชียงมั่นเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่ คือสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๑๘๓๙ จากนั้นคาดว่าเจดีย์นี้ได้พังลงมาในสมัยของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ราชวงค์มังรายลำดับที่ ๑๐ (ครอง ราชย์ พ.ศ.๑๙๘๕ - ๒๐๓๑) พระองค์จึงโปรดให้สร้างขึ้นใหม่ด้วยศิลาแลงในปี พ.ศ.๒๐๑๔


ต่อมาในปี พ.ศ.๒๐๙๔ เชียงใหม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า วัดเชียงมั่นจึงถูกทอดทิ้งให้เป็นวัดร้าง ครั้นถึง พ.ศ.๒๑๐๑ เจ้าฟ้ามังทรา (สมเด็จพระมหาธัมมิกะราชาธิราช)แห่งพม่า ทรงมีพระราชศรัทธาในพุทธศาสนา โปรดให้พระยาแสนหลวงสร้างเจดีย์ วิหาร อุโบสถ หอไตร ธัมมเสนาสนะกำแพง และประตูโขงขึ้นที่วัดเชียงมั่น โดยมีพระมหาหินทาทิจจวังสะเป็นเจ้าอาวาส


เมื่อถึงสมัยพระยากาวิละครองเมืองเชียงใหม่(พ.ศ.๒๓๒๔ - ๒๓๕๘) ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเชียงมั่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่วัดนี้ได้ตกอยู่ในสภาพวัดร้างเมื่อครั้งที่ทำสงครามกอบกู้เอกราชคืนมาจากพม่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๓๑๙


ต่อมาในสมัยของเจ้าอินทวโรรส (พ.ศ.๒๔๔๐ - พ.ศ.๒๔๕๒) พระพุทธศาสนาแบบธรรมยุกนิกายได้เข้ามาเผยแผ่ในอาณาจักรล้านนาเจ้าอินทวโรรสจึงได้นิมนต์พระธรรมยุติมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเชียงมั่นเป็นครั้งแรก ภายหลังย้ายไปอยู่วัดหอธรรมและวัดเจดีย์หลวงตามลำดับ


















เข้าไปในวัด จะเจอวิหารสองหลังอย่างนี้ค่ะ วิหารด้านขวามือหลังเล็กนี้คือวิหารที่ประดิษฐานของพระแก้วขาวและพระศิลานะคะ





















ป้ายประวัติของวัดเชียงมั่น พระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) และพระศิลาค่ะ





















เราเข้าไปที่วิหารหลังใหญ่ทางซ้ายมือก่อนค่ะ เพื่อสักการะพระประธานของวัดเชียงมั่นค่ะ





















จากนั้นก็เข้าไปด้านในค่ะ พระประธานของวัดอยู่หน้าบุษบก (เรียกถูกมั้ยนี่) แบบนี้ค่ะ

พักตร์ท่านอมยิ้มนิดๆ นะคะ























แต่เวลาถ่ายรูปด้านข้าง เหมือนว่าหน้าตรงจะ "ยิ้ม" มากกว่านะคะ





















ส่วนรูปจิตรกรรมฝาผนัง เป็นรูปพิธีสรงน้ำและสมโภชพระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) หละค่ะ ซึ่งในตำนานกล่าวถึงการสร้างว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานล่วงแล้วได้ 700 ปีในวันเพ็ญเดือน 7 พระสุเทวฤาษีได้เอาดอกจำปา 5 ดอกขึ้นไปบูชาพระจุฬามณียังสวรรค์ชั้นดาวดึงษ์ ได้สนทนากับพระอินทร์ พระอินทร์จึงบอกแก่วสุเทวฤาษีว่าปีนี้ในเดือนวิสาขะเพ็ญที่ละวะรัฏฐะจะสร้างพระด้วยแก้วขาว


ครั้นสุเทวฤาษีกลับจากดาวดึงษ์เทวโลกแล้วจึงไปเมืองละโว้ ขณะนั้นพระยารามราชเจ้าเมืองละโว้กับพระกัสสปเถระได้สร้างพระแก้วขาวซึ่งพระอรหันต์ได้แก้วขาว (แก้วผลึก) บริสุทธิ์มาจากจันทเทวบุตร แล้วขอพระวิศณุกรรมมาเนรมิตรสำเร็จรูปเป็นพระปฏิมากร แล้วก็บรรจุพระบรมธาตุ 4 องค์ไว้ในพระโมลี 1 พระนลาต 1 พระอุระ 1 พระโอษฐ์ 1 รวม 4 แห่ง





















นอกจากนั้นก็มีภาพเล่าประวัติวัดพระเจ้าเม็งราย





















ภาพการจารึกมังรายศาสตร์และคัมภีร์ใบลาน





















ส่วนรูปนี้น่าจะเป็นงานศพของเจ้านายหรือพระสงฆ์ชั้นสูงสักองค์หละค่ะ

เพราะมีนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกด้วย





















ส่วนภาพนี้เป็นภาพเกี่ยวกับกำเนิดราชวงศ์ลวจังกราช (สะกดตามที่เขียนไว้นะคะ ที่จริงว่าน่าจะเป็นลวจักราชหรือเปล่าน่ะ - ไม่มีงองูน่ะค่ะ)





















ด้านหลังวิหารหลังนี้น่าจะเป็นเจดีย์ช้างล้อมนะคะ แต่เราไม่ได้เดินไปดูเลยอะค่ะ

แต่เอาประวัติจากเว็บไซต์วัดมาให้อ่านกันหน่อยแล้วกันนะคะ

ตัวองค์เจดีย์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1840ครั้งพญามังรายสถาปนาวัดเชียงมั่น และได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากผู้ครองนครเชียงใหม่สืบมา กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วเมื่อ พ.ศ. 2478





















จากนั้นเราก็เดินไปยังวิหารหลังเล็กเพื่อไปสักการะพระแก้วขาวและพระศิลาค่ะ





















ตรงเหนือประตู มีรูปปูนปั้นเหมือนพระทรงเครื่องด้วยค่ะ (แต่เหมือนจะมีคิ้วด้วยนะคะนี่)






















ด้านในมีรูปวาดพระแก้วขาวแบบนี้ด้วยค่ะ (แต่เราจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหน เหมือนจะอยู่ตรงประตูทางเข้า ซึ่งมีประวัติบอกเล่าอีกทีนะคะ)





















เข้าไปด้านในกันค่ะ

ที่อยู่ในบุษบกและโดนล้อมกรงไว้ คือพระแก้วขาวและพระศิลานะคะ
(เมืองไทยเรา เศร้าจริงๆ พระต้องอยู่ในกรง เหอๆ )























2 องค์จะอยู่ข้างๆ กันเลยนะคะ ถ้าหันหน้าเข้าบุษบก ทางฝั่งซ้ายจะเป็นพระแก้วขาว ขวาเป็นพระศิลาค่ะ




















สำหรับประวัติของพระศิลานะคะ


พระพุทธรูปศิลาปางปราบช้างนาฬาคีรี หรือพระศิลาซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินชนวนดำ (บางตำนานว่าเป็นหินแดง) ฝีมือช่างปาละของอินเดียและสลักตามคติเดิมของอินเดียและแกะสลักตามคติเดิมของอินเดีย ซึ่งเชื่อกันว่าพระเถระชาวสิงหล ๔ รูป ได้นำพระศิลาพร้อมด้วยพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้ามามอบให้พระยามังรายที่เวียงกุมกามเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๗ ภายหลังจึงได้รับการประดิษฐานไว้ที่วัดเชียงมั่น คู่กับพระพุทธเสตังคมณี


สำหรับพระบรมธาตุได้รับการบรรจุไว้ในพระเจดีย์ของวัดกานโถมองค์หนึ่ง และอีกองค์หนึ่งบรรจุไว้ในพระโมลีของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ทรงสร้างขึ้น

พุทธลักษณะของพระศิลาคือ ประทับยืนเยื้องพระองค์บนฐานบัวภายใต้ซุ้ม พระหัตถ์ขวาทอดลงเหนือหัวช้างซึ่งหมอบอยู่ พระหัตถ์ซ้ายยกในท่าประทานอภัยหรือแสดงธรรม พระอานนท์ยืนถือบาตรอยู่ด้านซ้าย


พระศิลาแบบมองผ่านกรงนะคะ





















ต่อไปเป็นประวัติของพระแก้วขาวนะคะ


"พระแก้วขาว” หรือ “พระเสตังคมณี” เป็นพระพุทธรูปที่นับถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถคุ้มครองป้องกันอันตรายและอำนวยความสุขสวัสดิ์มงคลแก่ผู้ที่เคารพสักการะและได้


ปรากฏว่าในอดีตกาลเป็นพระพุทธรูปสำหรับบูชาประจำพระองค์ของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัย และพระเจ้าเม็งรายมหาราช(หรือพระเจ้ามังราย) ปฐมวงศ์เม็งราย ผู้สถาปนาอาณาจักรล้านนาไทยและกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัย และนครเชียงใหม่ ในยุคต่อๆ มาก็นับถือเป็นพระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์ทั้งสิ้น


ในตำนานได้กล่าวถึงการสร้างไว้ว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานล่วงแล้วได้ 700 ปี ในวันเพ็ญเดือน 7 พระสุเทวฤๅษีได้เอาดอกจำปา 5 ดอก ขึ้นไปบูชาพระจุฬามณียังดาวดึงษ์สวรรค์ ได้พบปะสนทนาด้วยพระอินทร์ พระอินทร์จึงบอกกล่าวแก่สุเทวฤๅษีว่า ปีนี้ในเดือนวิสาขะเพ็ญที่ลวะรัฏฐะ จะสร้างพระพุทธปฏิมากรด้วยแก้วขาว ครั้งสุเทวฤๅษีกลับจากดาวดึงษ์เทวโลกแล้วจึงไปสู่เมืองละโว้ ขณะนั้นพระยารามราชเจ้าเมืองละโว้กับพระกัสสปเถระเจ้าปรารภการที่จะสร้างพระแก้ว ซึ่งพระอรหันต์ไปได้แก้วขาวบริสุทธิ์บุษยรัตน์มาจากจันทเทวบุตร แล้วขอพระวิศณุกรรมมาเนรมิต สำเร็จรูปเป็นองค์พระพุทธปฏิมากร สุเทวฤๅษีและฤๅษีองค์อื่นๆ ก็ได้ประชุมช่วยในการสร้างองค์พระด้วย ครั้นสำเร็จแล้วก็บรรจุพระบรมธาตุ 4 องค์ ไว้ในพระโมลี(กระหม่อม) พระนลาต(หน้าผาก) พระอุระ (หน้าอก) พระโอษฐ์(ปาก) รวม 4 แห่ง


เมื่อสร้างเสร็จแล้วพระแก้วขาวก็ได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองละโว้สืบมาเป็นเวลานาน ถึงสมัยพระฤๅษีสร้างนครหริภุญชัยขึ้นแล้ว ใช้ให้ควิยะอำมาตย์ ไปเชิญพระนางจามเทวี ราชธิดาของพระเจ้ากรุงละโว้มาครองเมืองหริภุญชัย พระนางจึงขออนุญาตจากพระราชบิดานิมนต์พระภิกษุสงฆ์สามเณร และพระเสตังคมณี(พระแก้วขาว) มาเป็นพระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์ พระแก้วจึงได้ประดิษฐาน ณ นครลำพูนแต่นั้นมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี บรรดากษัตริย์ที่ครองเมืองหริภุญชัย(ลำพูน) ทั้งวงศ์เดียวกับพระนางจามเทวีและต่างวงศ์ ต่างได้เคารพบูชาเป็นประจำองค์มาทุกวงศ์ และได้สร้างหอประดิษฐานไว้ในพระราชวัง พระเสตังคมณีประดิษฐานอยู่ ณ เมืองลำพูนตลอดมา


จนกระทั่งรัชสมัยของพระยายีบาเป็นกษัตริย์ครองเมือง ในครั้งนั้นพระเจ้าเม็งรายซึ่งเป็นเจ้าครองนครเงินยวง (เชียงแสน) ได้ยกกองทัพไปปราบบ้านเล็กเมืองน้อยต่างๆ ที่ยังแข็งเมืองอยู่ให้เข้ารวมอยู่ในอำนาจของพระองค์จนหมดสิ้นแล้ว แต่นครหริภุญชัยในครั้งนั้นมีกำลังเข้มแข็งมาก พระองค์จึงคิดกลอุบายให้ขุนอ้ายฟ้า ราชวัลลภคนสนิทไปทำการจารกรรมนานถึง 7 ปี ขุนอ้ายฟ้าเห็นได้โอกาสแล้วจึงส่งข่าวไปให้พระเจ้าเม็งรายให้ยกกองทัพมาตีเมืองหริภุญชัยโดยด่วน พระเจ้าเม็งรายยกกองทัพมาตีเมืองหริภุญชัยในปีพุทธศักราช 1824 ชาวเมืองที่ไม่ยอมทิ้งเมืองเข้าต่อสู้อย่างเข้มแข็งดุเดือด กองทัพเม็งรายต้องใช้ธนูไฟเพลิงยิงเข้าไปทำให้เกิดเพลิงไหม้ทั้งเมือง ในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่กองทัพพระเจ้าเม็งราย


เมื่อยกเข้าเมืองได้แล้ว พระเจ้าเม็งรายจึงเสด็จออกตรวจดูความเสียหาย สิ่งที่ทำให้พระองค์ทรงประหลาดพระทัยที่สุดคือ หอพระซึ่งอยู่ในบริเวณพระราชวังของพระยายีบาหาได้ถูกเพลิงไหม้ แต่บริเวณรอบๆ นั้นถูกเพลิงเผาผลาญพินาศหมด พระองค์จึงเข้าไปทอดพระเนตรดู เห็นพระแก้วขาวสถิตอยู่ ณ ที่นั้น ก็เกิดมีพระราชศรัทธาปสาทะเป็นอันมากจึงอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ที่ประทับของพระองค์ ทรงเคารพสักการบูชาเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์แต่นั้นมา


ต่อเมื่อพระองค์มาสร้างนครเชียงใหม่เป็นราชธานี เมื่อปีพุทธศักราช 1839 ได้อัญเชิญพระแก้วขาวมาประดิษฐานในพระราชวังจนตลอดรัชกาล แม้ในเวลาเสด็จออกศึกก็ทรงนิมนต์พระแก้วขาวไปด้วยทุกครั้ง พระองค์มิได้ประมาทในพระแก้วขาวเลย เมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว พระแก้วขาวก็ยังคงประดิษฐานอยู่ในเมืองเชียงใหม่ตลอดมาจนกระทั่งถึงรัชกาลของพระเจ้าติโลกราช รัชกาลที่ 11 แห่งราชวงศ์เม็งราย พระองค์ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ได้ทำนุบำรุงการพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่ายุคใดๆ ทั้งสิ้น พระองค์โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคต ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างถาวรวัตถุในวัดวาต่างๆ และสร้างหอพระแก้วมรกตและพระแก้วขาวไว้ในพระอารามราชกุฏาคารเจดีย์ (คือเจดีย์หลวง) ในปีพุทธศักราช 2022 ในยุคนี้พระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ ได้มาประดิษฐานในนครเชียงใหม่พระแก้วขาวได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงในสมัยของพระเจ้าติโลกราช


มาตราบถึงสมัยของพระยอดเชียงราย ราชนัดดา ในสมัยนี้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระแก้วขาวคือ ในครั้งนั้นมีราชบุตรพระยาเมืองใต้ชื่อสุริยะวังสะบวชเป็นภิกษุขึ้นมาจำพรรษาอยู่วัดเวฬุวัน(กู่เต้า) ในระหว่างปีพ.ศ. 2030 - 2049 ได้มารักใคร่ชอบพอกับนางท้าวเอื้อยหอขวาง ราชธิดาของพระเจ้าติโลกราชเป็นอย่างยิ่ง สุริยะวังสะภิกขุมีความประสงค์อยากได้พระแก้วขาว จึงรบเร้าขอให้นางท้าวเอื้อยหอขวางจัดการให้ นางท้าวเอื้อยฯจึงทำกลอุบายว่าป่วยไข้ ขออาราธนาพระแก้วขาวมาสักการบูชาในที่อยู่ของตนเพื่อหายป่วยไข้ ครั้นนานหลายวันเข้า พันจุฬาผู้รักษาหอพระจึงมาขอเอาพระแก้วคืน นางท้าวเอื้อยฯก็ให้ทองคำพันหนึ่งเป็นสินบนปิดปาก แล้วนางจึงเอาพระแก้วขาวใส่ไว้ในสถูปแล้วใส่ถุงคลุมมิดชิดดีแล้ว ใช้ให้อ้ายกอน ทาสชายนำไปถวายแก่สุริยะวังสะภิกขุ จากนั้นสุริยะวังสะภิกขุจึงเอาไม้เดื่อมาแกะเป็นองค์ แล้วเอาพระแก้วขาวใส่ไว้ภายในแล้วก็พาหนีไปเมืองใต้เสีย


ต่อมาในปีพ.ศ. 2035 พระยอดเชียงรายราชให้ทรงสร้างพระอารามขึ้นในทิศตะวันตกเฉียงใต้เมือง ให้ชื่อว่าวัดตะโปทาราม(วัดรำพึง) ด้วยมีพระประสงค์จะเอาพระแก้วขาวไปประดิษฐานไว้ที่นั้น เมื่อทราบข่าวว่าพระแก้วหายไป จึงสืบสวนได้ความจากอ้ายกอนว่า นางท้าวเอื้อยหอขวางได้ใช้ให้ตนนำไปถวายแก่สุริยะวังสะภิกขุ และได้นำพระหนีไปจากเมืองแล้ว พระยอดเชียงรายได้ใช้ราชทูตเชิญเครื่องราชบรรณาการและราชสาส์น ไปถวายพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาเพื่อขอพระแก้วคืน พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาตอบพระสาส์นมาว่า สืบหาก็ไม่ได้ความ และหาที่ไหนก็ไม่พบ พระยอดเชียงรายราชขัดพระทัย จึงยกกองทัพไปยังกรุงศรีอยุธยา อยู่ได้เดือนหนึ่งจึงได้พระแก้วขาวคืนแล้ว จึงเลิกทัพกลับมา พระแก้วขาวจึงได้ประดิษฐาน ณ เมืองเชียงใหม่ตามเดิม ในปัจจุบันนี้ พระแก้วขาว(เสตังคมณี) ประดิษฐาน ณ วัดเชียงมั่น เมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นมิ่งขวัญของชาวเชียงใหม่เป็นปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญของชาวลานนาไทยสืบต่อมา


พระแก้วขาวค่ะ (องค์ซ้ายมือนะคะ)





















สำหรับค่าบูชาพระไปที่บ้านก็ตามนี้เลยนะคะ สูงอยู่พอควรค่ะ

























บูชามาหนึ่งกล่องกับหนึ่งองค์นี้นะคะ






















ก่อนจากไป ปิดท้ายด้วยรูปชาวต่างชาติสองท่านที่ปั่นจักรยานมาเที่ยวค่ะ

น่าทำเหมือนกันนะคะนี่























สำหรับวัดนี้ก็คงจบแต่เพียงเท่านี้นะคะ วัดหน้าจะพาไปไหว้พระต่อที่วัดเชียงยืนค่ะ



















ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคะ

880794/6341/573








Create Date : 14 มีนาคม 2554
Last Update : 14 มีนาคม 2554 13:22:59 น. 58 comments
Counter : 2497 Pageviews.

 



ดี.มาเพลินกับบรรยากาศวัดต่อด้วยค่ะ
จิตรกรรมฝาผนัง ..เป็นเสน่ห์ของแต่ละวัดเลยนะคะ






โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:8:58:19 น.  

 
เมื่อวานเราไปวัดหน้าพระเมรุ อยุธยามาค่ะ โบสถ์และพระพุทธรูปงดงามมาก


โดย: Love At First Click วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:9:40:04 น.  

 
ตามคุณสาวไกด์มาไหว้พระค่ะ ได้ความรู้อีกต่างหาก วัดทางเหนือสวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ อยู่เชียงใหม่มาตั้งหลายปี ก็เคยไปแต่วันพระสิงห์ วัดเจ็ดยอด วัดอุโมงค์ วัดสวนดอก นอกนั้นก็ยังไม่เคยไปเลยค่ะ

คุณสาวไกด์จะไปสิงคโปร์เหรอคะ จองที่เฟสทีฟไว้ด้วยใช่ไหมไปพักมาเหมือนกันค่ะ ตอนนี้กำลังรีไซส์รูปอยู่

แต่ความเห็นส่วนตัวไม่ค่อยชอบเฟสทีฟค่ะ สู้มารีน่าเบย์ไม่ได้ทั้งในเรื่องบริการ และคุณภาพต่างกันกันมากค่ะ ยิ่งอาหารเช้าด้วยต่างกันแบบคนละเรื่องเลยค่ะคุณสาวไกด์มีดีแค่ใกล้ USS เท่านั้น



โดย: p_pat_p IP: 202.143.168.35 วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:10:07:05 น.  

 

"เราชอบวัดก็เพราะชอบไปดูงานศิลปะต่างๆ"


อย่างที่พี่สาวไกด์ว่าไว้ ..

สำหรับดี.
เวลาดี.ไปวัดจะออกแนวนี้ .. ชอบดู
แต่เรื่องความศรัทธาอะไรนี่ดี.ค่อนข้างขาดค่ะ





โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:10:13:18 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
เห็นภัยธรรมชาติที่เกิดกับญี่ปุ่นน่ากลัวจังเลยโลกใบนี้เริ่มปรวนแปรแล้ว ช่วงสองวันไม่สบายนิดหน่อยอาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนมากมาย แอบหน้ามืดเป้นลมเลยค่ะ แต่ตอนนี้สบายดีแล้ว ช่วงนี้ซ้อมการแสดงหนักเหมือนกัน งานจะมีขึ้นในวันพุธนี้แล้วค่ะ ระลึกถึงอยู่เป็นนิจนะคะคุณสาวไกด์(๑โหวตสำหรับความรู้ที่เพิ่มขึ้นนะคะ)


โดย: เกศสุริยง วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:10:44:35 น.  

 
วัดเชียงมั่น ชื่อง่ายๆกระชับ

สวยมากค่ะ วิหารสองหลังนั้น เห็นแล้ว...อืม...สวยจริงๆ

น่าดีใจแทนคนเชียงใหม่ แต่ละวัดยังงามเหลือเกิน


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.8.86.63 วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:11:01:57 น.  

 
แปลกตรงพักต์พระประธานนะคะ มองหน้าตรงกลับเหมือนยิ้ม แต่พอถ่ายด้านข้างก็ดูพักต์ปกติ ไม่ได้ยิ้มอะไร แปลกดีค่ะ เพิ่งเคยเห็น


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:11:11:37 น.  

 
แวะมาทักทายครับ ตามไปเที่ยววัดต่อ มีโปรแกรมไปเชียงใหม่อีกทีก็ช่วงเดือนสิงหาคมเลยครับ อาจไ้มีการตามรอยบ้างแล้วล่ะครับ

โหวตให้ครับผม


โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:11:16:49 น.  

 
ไปเชียงใหม่ครั้งต่อไป จะตามรอยไปครับ


โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:11:36:20 น.  

 
มารับบุญที่วัดเชียงมั่นค่ะ จิตรกรรมฝาผนังสวยนะคะ เราชอบอะไรไทยๆ แบบนี้ค่ะ สวยดี วันนี้เอาไปหนึ่งโหวตเลยค่ะ


โดย: Somyachi วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:11:50:15 น.  

 
ชอบ ชอบ อ่านเพลินๆอีกเเล้วค่ะ


โดย: ellie@aggie วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:11:58:50 น.  

 
ข้อมูลบางเล่ม
บอกว่าวัดเชียงมั่นเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในเชียงใหม่
บางเล่มบอกว่าเป็นวัดอุโมงค์

สำหรับผม
เจดีย์วัดเชียงมั่นสวยมากนะครับ
มีรายละเอียดที่สวยงามมากทีเดียวครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:12:32:31 น.  

 
ขอแวะมานมัสการขอพรด้วยคนคะ


โดย: ASDK_MK วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:12:44:25 น.  

 
มาไหว้พระด้วยคนค่ะ ^^


โดย: Panino วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:13:25:53 น.  

 
อยากไปด้วยจังเลยค่ะ


โดย: บาร์บี้แสนสวย วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:13:33:49 น.  

 
แวะตามไหว้พระยามบ่ายจ้า
วลีเด็ดจัง พระอยู่ในกรง
ก็เมืองไทยเมืองพุทธอะ เผลอเมื่อไหร่ก็ติดไม้ติดมือกลับไปบูชาที่บ้าน
สาวไกด์ก็ได้มาบูชาตั้งสามองค์แหนะ สาธุ


โดย: pragoong วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:13:43:06 น.  

 
ตามมาไหว้พระด้วยครับ


โดย: wicsir วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:14:02:00 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายค่ะ คุณสาวไกด์
ตามมาไห้วพระวัดที่ 5 วัดเชียงมั่นด้วยค่ะ
สาธุ.... แล้วจะตามไปไห้วพระวัดเชียงยืนต่อนะคะ


โดย: phunsud วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:14:02:23 น.  

 
น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา
การผลัดผ่อนกับมฤตยูอันมีกองทัพใหญ่นั้น ไม่ได้เลย

ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทในทุกเรื่อง...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:14:17:35 น.  

 
ยังไม่ได้วางแผนเลยครับ รอรีวิวครบ 9 วัดแล้ว ถ้าไปได้ใน 2 วันก็จะตามทั้ง 9 วัดเลยครับ


โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:15:16:11 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสาวไกด์

ไม่ได้ติดตามเรียกว่าพลาดมาหลายวัดเลย
ด้วยเหตุเพราะงานเข้าเพราะเพื่อนคนข้างๆ
เค้าแวะมาบ้านน่ะค่ะ เลยไม่ได้เดินสายมาเที่ยว
วัดไปด้วยเลย พลาดไปหลายอย่าง
เดี๋ยวตามอ่านกันย้อนหลังสำหรับวัดที่
พาไปแล้วนะค่ะ ...


โดย: JewNid วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:16:33:52 น.  

 
สวัสดีอีกครั้งค่ะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ครั้งหน้าเป็นเรื่องอาหารใช่มั๊ยเอ่ย จะพาไปทานอะไรน๊า...


โดย: Somyachi วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:17:44:59 น.  

 
..ตาม มาไหว้พระ ด้วยค่ะ สาว ไกค์ เผื่อ ได้บุญ อิอิ
แต่ละที่สวยงาม โพดๆ เนาะ..
สบายดีนะคะ..


โดย: tifun วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:18:06:58 น.  

 

พี่ก็ชอบไปไหว้พระเหมือนกัน

ค่ะส่วนมากถ้าจะไหว้ให้ครบ

เก้าวัดจะไหว้ก่อนปีใหม่ทุกปี

เพราะปีใหม่คนเยอะ

ต้องรีบไหว้ก่อน





โดย: nok_noyly วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:18:19:24 น.  

 
เชียงใหม่มีเจดีย์สวยๆเพียบเลยครับ
โดยเฉพาะวัดเล็กๆที่ไม่เป็นที่รู้จักบางวัด
วิหารก็สวย เจดีย์ก็งามครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:18:45:46 น.  

 
เดี๋ยวพี่มาใหม่พรุ่งนี้จ้ะเต้ย ไปรับเมฆกลับมาจากโรงเรียน กลับมาทำโน่นนี่ เพิ่งเสร็จ แวะมาทักทายก่อนจ้ะ พรุ่งนี้พี่จะเข้ามาอ่านใหม่




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:19:33:59 น.  

 
วัดสวยงามมากเลยค่ะคุณสาวไกด์ ที่เชียงใหม่มีวัดสวยๆเยอะเลยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีวิวนะค่ะ


โดย: LoveParadise วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:19:40:25 น.  

 
ไม่เคยไปเที่ยววัดเชียงใหม่ แต่พอเห็นชื่อวัดรีบกดเข้ามาอย่างไว

เจดีย์วัดเชียงมั่น เป็นหนึ่งใน wishlist ที่ผมต้องไปให้ได้ในชีวิตนี้เลยทีเดียว


โดย: VET53 วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:21:36:04 น.  

 
ข้อมูลแน่นมากครับ สวยมากครับ


โดย: พ่อระมิงค์ วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:21:47:26 น.  

 


สวัสดียามค่ำคืนครับคุณเต้ย
อากาศร้อนจริงๆแล้วละครับ
เที่ยวเมืองเหนือไหว้พระคงสุขใจดีนะครับ


โดย: panwat วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:22:25:32 น.  

 
ผมชอบเจดีย์วัดเจ็ดยอดครับ
สวยแปลกตาดี

แล้วก็ชอบทรงศาลาของวัดต้นเกว๋น
อันนี้อยู่หางดง

วัดพระธาตุศรีจอมทองก็สวย

ถ้าไม่มีเวลาขึ้นดอยสุเทพ
วัดชมพูในเมืองแถวตลาดสมเพชรก็จำลองรูปทรงมาจากเจดีย์ดอยสุเทพเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:22:59:53 น.  

 
วัดเก่าได้ใจมาก แต่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ทีเดียว องค์พระประธานงดงามมาก ภาพประติกรรมฝาผนังลวดลายสวยจริง ๆ แต่พื้นเป็นสีแดงแบบนี้ ดูแปลกตาดีค่ะ


โดย: haiku วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:23:13:35 น.  

 
มาสาธุบุญด้วยคะ ขอบคุณนะคะที่เอามาแบ่งบันกันอะคะ


โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:23:23:27 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาอ่านกลบทยากๆค่ะ

คืนนี้หลับฝันดีนะคะ




โดย: ญามี่ วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:23:40:49 น.  

 
เข้ามาโหวตหมวด travel ให้นะคับ


โดย: benz47 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:6:40:18 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณสาวไกด์









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:7:02:10 น.  

 

Friends18.com Orkut MySpace Hi5 Scrap Images

สวัสดีวันอังคารค่ะ มีความสุขตลอดวันนะคะ


โดย: phunsud วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:8:10:13 น.  

 
ตามมาไหว้พระ 9 วัด ครับผม


โดย: Kavanich96 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:8:44:40 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ
คิดถึงนะคะ


โดย: มิลเม วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:10:35:41 น.  

 
มาทักทายอีกรอบค่ะ
ตอนต่อไปรีบๆ ทยอยลงนะคะ
ส่วนเราก็จะทยอยอ่านค่ะ


โดย: Somyachi วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:11:13:13 น.  

 
สวัสดีตอนเกือบเที่ยงค่ะ



โดย: แวะมาทักทายค่ะ (น้ำค้างกลางใจ ) วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:11:29:24 น.  

 

วันที่ 20 มีนาคม น้องไกด์อยู่ในกทม.ไหมเอ่ย
มาทานข้าวเที่ยงกันที่ครัวลุงญาไหมจ๊ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:11:33:58 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนครับ

พระประธานของวัดอยู่หน้าบุษบก มองตรงๆ จะเหมือนยิ้มๆ จริงๆ ครับแต่ดูด้านข้างจะปกติ

จะว่าไปที่บ้านผมมีภาพหลวงปู่ทวด ไม่ว่าเราจะมองจากมุมไหนก็เหมือนท่านมองเราอยู่ตลอดเวลา ก็แปลกดีเหมือนกัน

วัดนี้ไม่เคยไป (อีกแล้ว) ตามมาเก็บบรรยากาศครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:11:46:54 น.  

 


ดีเลยค่ะเวลาไปเชียงใหม่

จะได้แวะไปไหว้พระ

ขอบคุณนะค่ะ




โดย: nok_noyly วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:12:25:50 น.  

 
ช่วงนี้ผมอัพบล็อกคำถามจากคุณคล้ายดาวน่ะครับ
วันนี้เป็นคำถามที่ 2 แล้วครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:12:34:25 น.  

 
ช่วงนี้ผมอัพบล็อกคำถามจากคุณคล้ายดาวน่ะครับ
วันนี้เป็นคำถามที่ 2 แล้วครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:12:34:46 น.  

 
จริงด้วยเนาะเต้ย พระพักตร์พระประธานด้านหน้าตรง เหมือนยิ้ม แต่ถ่ายจากด้านข้าง ไม่เหมือนเลย...

เห็นพระแก้วขาว กับพระศิลา มีลูกกรงครอบอยู่ รู้สึกแย่ๆ อาจจะเพื่อความปลอดภัยเนอะ จากประวัติความเป็นมาของพระแก้วขาว ก็ควรอยู่หรอก ที่ต้องหวงแหนกันซะขนาดนั้น...



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:13:26:30 น.  

 
ผมก็คิดอยู่ครับว่าจะเขียนเป็น คำถาม 1..2..3 ดีหรือเปล่า
แต่คิดไปคิดมาก็ฌลยเขียนแค่ว่าใครถาม

ปล.มีคำถามของคุณสาวไกด์หนึ่งข้อด้วยนะครับ
ที่ถามไว้นานแล้ว
ผมขออนุญาตนำมาลงให้เพื่อนบล้อกได้อ่านด้วยเลยนะครับ


ขอบคุณครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:13:35:18 น.  

 
ฮ่าๆๆๆๆ


เป็นคำถามที่นานแล้วล่ะครับ
คำถามเรื่อง รู้ทันใจ รู้ทันจิตของตนเองน่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:13:52:16 น.  

 
หมู่บ้านคำโชนด เป็นหมู่บ้านในตำนานค่ะ (เค้าว่ากัน) เคยได้ยินมั้ยคะที่เค้านำไปสร้างภาพยนต์เรื่องผีจ้างหนังน่ะคะ เค้าเอามาจากเรื่องจริงนะคะ เอามาจากหมู่บ้านนี้ละค่ะ เข้าไปแล้วน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกสงสัยตอนนั้นที่น้ำค้างไปมันฝนตกด้วยค่ะ แสงแดดก็ไม่ค่อยจะมีเลยทำให้น่ากลัวน่ะค่ะ


โดย: แวะมาตอบคำถาม IP: 125.26.166.122 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:14:52:03 น.  

 
ถ้าได้เดินวัดนี้จริงๆ คงต้องค่อยชมภาพเขียนสีค่ะคุณสาวไกด์
ภายนอกวัดก็สวยงามนะคะ
ดูไม่ใหญ่โตแต่มีลายละเอียดน่าชมมากๆ ค่ะ


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:15:36:41 น.  

 
เรื่องไปรษณีย์ไม่รีบค่ะคุรสาวไกด์ สบายๆแบบเบิร์ดๆไงคะ


โดย: Love At First Click วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:15:48:50 น.  

 
ได้เลยครับ
เดี๋ยววันที่อัพบล็อก
ผมจะเอาลิ้งค์มาฝากไว้นะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:15:57:29 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่สาวไกด์

กร๊ากกกก โอ๋ไม่คุ้นกับภาพวัดนี้เลยอ่ะค้า เอ๋แต่จำได้ว่าตอนนั้นก็ไปแวะนี่นา

สงสัยจะเป็นอัลไซเมอร์ 555

พอจะจำได้ก็ตรงจิตรกรรมฝาผนังนี่หล่ะ เอิ๊กกกก

โอ๋รู้ละวันหลังไปวัดไหนบ้างต้องบูชาพระกลับมาบ้านด้วย ฮิ้ววววว

ภาพสุดท้ายน่ารักจริง ๆ ด้วยค่ะ ชาวต่างชาติแข็งแรงกว่าเรานะค่ะ ขนาดอายุเยอะๆ ตัวก็ใหญ่ ๆ แต่เคลื่อนไหวคล่องแคล่วและว่องไว ที่สำคัญมักจะเดินทางท่องเที่ยวเองอีกต่างหาก

ดีจังเลยเนอะ มาเที่ยวกันเยอะ ๆ เงินจะได้ไหลเข้าประเทศบ้างหลังจากร้างลากันไปนาน


โดย: oa (rosebay ) วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:16:24:38 น.  

 
ขอบคุณคุณสาวไกด์ที่แวะมาอ่านสม่ำเสมอ คนเขียนน้ำตาซึมเหมือนกัน

และขอบคุรสำหรับน้ำใจที่ส่งมา่ให้บ่ายวันจันทร์ค่ะ ได้รับแล้วเราจะแจ้งให้ทราบแน่นอนค่ะ


โดย: Love At First Click วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:16:25:01 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะคุณสาวไกด์ เราอยู่ไกลไม่มีโอกาสได้เที่ยวทั่วไทยแบบนี้ เราก็แวะมาเที่ยวกับบล็อคุณสาวไกด์นี่ล่ะค่ะ ได้ความสรู้ด้วย


โดย: LoveParadise วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:16:39:37 น.  

 
มาคุยอีกนิดค่ะคุณสาวไกด์ Wine testing ที่นี่มีให้ลองถึงหกต่อครั้งค่ะ
และเลือกได้จากมากกว่านั้นค่ะ
หรือจะลองไวน์มีชื่อแนะนำประจำปี ในร้านอาหารก็รสชาตดีมากๆค่ะ
วาเองชอบ Shiraz อยู่แล้ว เลยสนับสนุนค่ะ
แต่ที่นี่ก็มี Savignon Blanc ที่ขึ้นชื่อของเขาด้วยค่ะ
ร้อนๆ มาหน่อยคงดื่มสดชื่นค่ะ มีโอกาศลองลองดูนะคะ


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:18:01:37 น.  

 
เห็นพระท่านอยู่ในกรงก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันครับ


โดย: kirofsky วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:18:45:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 175 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
http://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.