ชีวิตไม่เคยหมดหวัง....ตราบที่เรายังมีลมหายใจ..
ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ>
Google
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 

ถึง....คนในกระจกเงา



...ไม่รู้เป็นยังไง ช่วงนี้รู้สึกว่า ทำไมถึงอยากทำบุญซะเหลือเกิน
สาเหตุนึงอาจมาจากที่เพิ่งจะผ่านงานศพคุณย่าไปอีกข้อก็คือเราอดไม่ได้
ที่จะนึกถึงเรื่องราวและความเป็นไปของคนในครอบครัว เราเองไม่เคย
ยึดติดกับยศถาบรรดาศักดิ์อะไรกะใครเค้าหรอกนะ แต่ก็แอบภูมิใจนะที่
ได้มีโอกาสเกิดมาอยู๋ในตระกูลนี้ ตระกูลที่มีเกียรติภูมิที่ดีงามให้ลูกหลาน
ได้ภาคภูมิใจ

...วันนี้เราไม่เหลือแล้วทั้ง คูณปู่-คุณย่า คุณตา-คุณยาย ที่เคยเป็นร่มโพธิ์
ร่มไทรของคนรุ่นหลาน ๆ อย่างเรา แต่คุณงามความดีและสิ่งที่ดี ๆ ที่
ท่านเคยมี เคยโอบอุ้มเรามาแต่เล็กแต่น้อยก็ยังสว่างอยู่ในใจเราตลอดเวลา
เราเองดูเหมือนจะสนิทกับญาติ ๆ ทางฝั่งแม่มากกว่าเพราะไปมาหาสู่กันบ่อย
เพราะแม่หมั่นกลับมาเยี่ยมเยียนและดูแลคุณตาคุณยายเสมอ ๆ ต่างกับฝั่ง
คุณย่า ทั้ง ๆ ที่เราเป็นลูกคนเดียวของพ่อและเป็นหลานคนดียวที่ถูกเลี้ยง
มาโดยคุณย่าทวดและคุณย่าแท้ ๆ แต่เรากลับไม่สนิทสนมกับท่านเลย
นานมาแล้วเมื่อครั้งยังเด็กกว่านี้ (ปัจจุบันแก่ละ..)ตอนนั้นคุณย่าทวดเสีย
เรารู้สึกเสียใจนะแล้วก็ไม่ได้ไปงานศพด้วยเพราะพ่อกะแม่ไม่ได้ไป
เพราะบ้านเราอยู่ไกลมั้งเลยไม่สะดวก ตอนนั้นเราเองก็คิดนะว่าถ้าเราโตกว่านี้
และหาเลี้ยงตัวเองได้เราจะไปดูแลและอยู่กับบ้างคุณย่า แต่มันก็เป็นเพียง
ความคิดฝัน เพราะวันที่เราสามารถยืนด้วยขาของตัวเองได้แล้วเรากลับ
ไม่เคยทำอย่างที่คิดไว้เลย

...และเมื่อ 1 พค.52 นี้เองเราก็ได้เสียท่านไปแล้วโดยที่แม้แต่งานศพท่าน
เราก็ไม่ได้ไปอีกเหมือนเดิม เรารู้สึกนะว่าเรานี่ใช้ไม่ได้เลย แต่เราก็มีเหตุผลนะ
เรามีภาระต้องดูแลลูก และตอนนี้เราก็ไม่สะดวกหลาย ๆ เรือง แต่...
เราก็รู้สึกแย่อยู่ดีถึงแม้ว่าจะมีข้ออ้างที่สมเหตุสมผลอยู่ก็ตาม เรามอง
ย้อนกลับไปที่คำว่าผูกพันและห่างเหิน ระหว่างคนในครอบครัวของเรา
เราไม่ค่อยได้มีโอกาสที่จะได้ดูแลพ่อกะแม่เลย ห่างเหินซะเป็นส่วนใหญ่
เพราะเราแยกกันอยู่กะแม่มาตั้งแต่เด็ก 14 ปีได้มัง เราย้ายตามพ่อที่ไป
รับราชการที่โน้นที่นี่เรื่อย ๆ พอจบ ม.ปลายเรก็แยกจากพ่ออีกเพื่อมาเรียน
แล้วก็จบ จบแล้วก็ทำงาน แต่งงาน มีครอบครัวของตัวเองโดยไม่ค่อย
ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนดูแล เราคิดนะว่าเราเองไม่เคยได้ดูแลทั้ง
พ่อและแม่เลย ถ้าเราแก่ ๆ กว่านี้ ลูกเราเค้าจะดูแลเราบ้างหรือเปล่า
นายไอซ์คงทิ้งเราไว้ที่บ้านบางแค แน่ ๆ เลยเพราะเราเองไม่เคยมีโอกาส
ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้เค้าเห็นเลยว่าการดูแลพ่อแม่น่ะเค้าทำกันแบบไหน
ยังไง ทำด้วยใจไม่ใช่แค่หน้าที่ เรากลัวเหมือนกันนะว่าความห่างเหินและ
ความผูกพันเพียงน้อยนิดนี้ จะทำให้ลูกเรารู้สึกแปลกหน้ากับญาติผู้ใหญ่
ทั้งทีไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเลย ไอ้เจ้าความห่างเหินนี่แหละมันจะกลายเป็น
ความเคยชินแล้วติดไปจนโต

....บางทีเราก็คิดนะ...คำว่า ครอบครัวของเรามันมีแค่ เรา พ่อนายไอซ์
และนายไอซ์ เท่านั้นเองจริง ๆ เหรอ เรานึกถึงวันที่นายไอซ์บวชเณรเมื่อ
ปีก่อน..ลูกเราน่าสงสารนะเพราะช่วงโกนผมเป็นนาค..เด็กคนอื่นมีพ่อแม่
ญาติโกโหติกาขนมากับเพียบแต่นายไอซ์กลับมีแค่เรา และช่างบังเอิญที่
วันนั้นพ่อนายไอซ์ก็ดันติดงานซะอีก เราเห็นลูกยิ้มเจื่อน ๆ เพราะนับญาติ
ได้แค่คนเดียวเอง เราได้แต่บอกลูกว่าอย่าเสียใจเลยลูก.. เพราะเราไม่ใช่
คนสุราษฎร์นะ แม่แค่มาทำงานที่นี่ ญาติพี่น้องเราที่นี่เลยไม่มี นายไอซ์ก็
พยักหน้า ภาพวันนั้นเรายังจำได้ไม่ลืม วันนี้เราได้แต่สับสนนะว่าเราคิด
ถูกหรือคิด ผิดที่ดีดตัวเองออกมาไกลญาติพี่น้องแบบนี้ พ่อแม่ก็ไม่เคย
ได้แบ่งเบา ดูแล แล้วถ้าเราแก่ ๆ เราคงโดดเดี่ยวเหมือนพ่อกะแม่หรือเปล่า
... คิดแล้วครียดนิ...

....ฉันคงต้องทำ...ทำอะไรสักอย่างแล้ว.... เราไม่อยากให้นายไอซ์เป็น
คนบาปเหมือนเรา เราควรทำอย่างไรดีนะ.....อันที่จริงเรารู้นะว่า..เราควร
ทำยังไง เราก็ต้องหันกลับไปหาครอบครัวเราสิ ครอบครัวที่มี พ่อ แม่ พี่
และน้อง แต่คำว่า ทิฐิ ช่องว่าง และอะไรอีกมากมายนั่นต่างหากล่ะ
คือ สิ่งที่เราตั้งคำถามว่าเราจะจัดการกะมันยังไงดี แต่ยังไงเราก็ต้อง
เริ่มลงมือในเร็ววันนี้แหละ ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินกาล เพราะพ่อแม่เรา
ก็แก่แล้วและท่านคงไม่อยู่ค้ำฟ้าแน่ ๆ ยังไงก็ตามช่างนี้เราคงเครียดเรื่อง
ราวแบบนี้มากแหละ ยิ่งคุณย่าเสียอีกก็ยิ่งคิดอีก...เราเลยหาทางออกด้วยการทำบุญตักบาตร เข้าวัดมากขึ้น แต่ก็ไม่ช่วยได้เท่าไหร่เลยเพราะนั่น
มันไม่ใช่สาเหตุแห่งทุกข์ของเรานี่นา เราเลยคิดไปถึง...คำสอนของพระพุทธเจ้าเลย
นะว่า ..การจะดับทุกข์ได้ต้องดับที่สาเหตุ เราคงต้องรวบรวม
กำลังใจ และสวดมนต์ภาวนาให้บุญกุศลที่เคยทำมาช่วยให้เราทำลาย
กำแพงและช่องว่างในใจเหล่านั้นลงให้ได้ เราขอเวลาอีกไม่นานหรอก
เราสัญญากับตัวเองไว้แล้วเราต้องไม่ทำให้นายไอซ์มีบาปเหมือนเรา...

....รู้สึกว่าตัวเองฟุ้งซ่านเหมือนเป็นโรคจิตยังไงไม่รู้ เอ...จะ ตี 3 นะ
ยังนอนไม่หลับเลย เป็นนกเค้าแมวบ่อยมาก ๆ เฮ้ย... จน เครียด นอน
ก็กินเหล้าไม่เป็นอ่ะนะ...งั้นไปนอนดีกว่า..โรคไมเกรนถามมา 3-4 วัน
แล้วครับทั่น.....แล้วคืนนีเราจะข่มตาหลับได้ไหมนี่....โอว.ว.ว....พระเจ้าจอร์ส.....มันยอดแย่เลย



อย่าลืมดูแลตัวเองดี ๆ นะ // แพรวา











 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2552
1 comments
Last Update : 12 พฤษภาคม 2552 4:49:02 น.
Counter : 196 Pageviews.

 

ซึ้งอ่ะพี่ นี่นู๋จาร้องไห้แล้วเนี่ย ความคิดดีนะ น่านับถือ แล้วก็พยายามเข้านะ จะเป็นกำลังใจให้ สู้ๆๆๆ

 

โดย: i.ba.ploy 21 พฤษภาคม 2552 22:32:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


pairwalai
Location :
สุราษฏร์ธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





เป็นสมาชิกมาก็เนิ่นนาน
ได้แต่แอบแวะไปบ้านของคนโน้นที่..คนนี้ที
วันนี้เลยอยากจะลองมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง
ไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง
ช่วยแนะนำกันด้วยนะคะ

ฝากเนื้อฝากตัว.ด้วยค่ะ ทุกคน ^_^


Friends' blogs
[Add pairwalai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.