Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
เวียงท่ากาน เชียงใหม่ ทริปนี้ไปเที่ยวเวียงที่เคยรุ่งเรืองในอดีต (1)

เวียงท่ากาน ทริปนี้ไปเที่ยววียงหรือเมืองที่เคยรุ่งเรืองในอดีต

เมืองโบราณเวียงท่ากาน ตั้งอยู่ในเขตบ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ไปไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักบรรยากาศเหมือนเที่ยวเมืองเก่า

ที่อยุธยาหากไปเป็นกลุ่มจะมีรถนำเที่ยว นะครับครั้งนี้ผมไปคนเดียว จึงจ้างไกด์ส่วนตัวในราคา400 บาท ไกด์ท้องถิ่นก็พามอเตอร์ไซต์ซิ่งเที่ยวกันนะครับ

ได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เวียงท่ากานมากมาย

มาครับมาเที่ยวเวียงนี้กันน่ะ



การเดินทางจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เส้นท่างสายเชียงใหม่-ฮอดเป็นระยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร จนถึงทางแยกเข้าบ้านท่ากานบริิเวณปากท่างบ้านทุ้งเสี้ยว 

เป็นระยะทางเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตรโดยผ่านพื้นที่บ้านต้นกอกสภา


เจดีย์ประธานวัดต้นกอกร้างนอกเมืองเวียงท่ากานทางทิศตะวันตก มาดูประวัติของเวียงท่ากานก่อนนะครับ

เมืองเก่าเวียงท่ากานมีลักษณะเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวประมาณ700 เมตร กว้างประมาณ 400 เมตร ปรากฏแนวคูเมือง 1 ชั้น กว้างประมาณ 7-8 เมตรและ

มีกำแพงดินหรือคันดินล้อมรอบ 2 ชั้นปัจจุบันเหลือแนวคูน้ำ คันดินให้เห็น 3 ด้านยกเวณด้านทิศใต้

ตัวเมืองโบราณมีสภาพเป็นเนินสูงพื้นโดยราบเป็นที่ราบลุ่มห่างจากลำน้ำปิงประมาณ 3 กิโลเมตทางทิศตะวันออกมีลำน้ำแม่ขานไหลผ่านห่งจากตัวเมืองเวียงท่ากานประมาณ 2 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีลำเหมือง(ลำห้วย) สาย เล็กๆ ชักน้ำจากน้ำแม่ขานมายังคูเมืองทางทิศใต้และยังมีลำเหมืองขนาดเล็กชักน้ำเข้ามาใช้ภายในเมืองทางทิศตะวันออก 

ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นระบบ ชลประทานที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยโบราณ


สภาพภายใต้ในตัวเมืองเดิมเป็นป่าทึบต่อมามีการโค่นต้นไม้ใหญ่หักล้างพื้นถ่างโพรงเพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัยพื้นที่บริเวณชายเนินที่เป็นที่นาทั้งหมด

ปัจจุบับบ้านเรือยราษฎรส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในตัวเมืองชาวบ้านท่ากานส่วนใหญ่เป็นพวกชาวยองที่อพยพเข้ามาอยู่ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวีละ

ปกครองเมืองเชียงใหม่คนส่วนใหญ่พูดภาษายอง

คำว่า"ท่ากาน" ชาวบ้านเล่าว่ามาจากคำว่า "ต๊ะก๋า"ในตำนานเล่าว่าเมื่อก่อน นี้มีกาเผือกตัวใหญ่จะบินลงที่นี้ชาวบ้านกลัวว่าเมืองบินลงจะทำให้เกิดความเดือดร้อน

ในหมู่บ้านจึงพากันไล่กาหรือต๊ะก๋าไม่ให้มาลงก็เลยเรียกต่อกันมาว่าบ้านต๊ะก๋า ต่อมาเมือประมาณพ.ศ.2450

เจ้าอาวาสวัดท่ากานได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบ้านท่ากาน เนื่องจากคำว่าบ้านต๊ะก๋าไม่เป็นภาษาเขียน


ากหลักฐานทางด้านเอกสารและตำนานหลายฉบับ เช่นตำนานมูลศาสนาพงศาวดารโยนกและตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวโดยร่วมได้ว่า 

เมืองท่ากาน เป็นเทลมืองที่มีประวัติเกี่ยวกับนิยายปรัมปราทางพุทธศาสนากล่าวถึงพระพุทธเจ้า ว่าเคยเสด็จมาที่เมืองนี้



เวียงท่ากาน ปรากฏชื่อใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ว่า"เวียงพันนาทะการ" คงจะเป็นเมืองที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งเนื่องจากพญามังราย (พ.ศ.1804-1845)

โปรดให้นำต้นโพธิ์ที่นำมาจากลังกาทวีปหนึ่งต้นในจำนวนสี่ต้น มาปลูกที่เมืองเวียงพันนาทะการเวียงท่ากานเป็นเมืองที่มีเจ้าเมืองปกครองภาย


ภายใต้การปกครองของเจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารเพราะเป็น

ถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ชื่อของเวียงท่ากานปรากฏในเอกสารโบราณเกี่ยวกับเมืองเชียง


ใหม่ในสมัยพระเจ้าติโลกนาถ(พ.ศ.๑๙๘๔-๒๐๓๐)กล่าวว่าพระองคได้เสด็จยกทัพไปตีเมืองเงี้ยวและ


ได้นำเฉลยเงี้ยวไปอยู่ที่เวียงท่าการเมืองเงี้ยวไปอยู่ที่เวียงพันนาทะการัคงจะหมายความว่าใน


ช่วงนี้เวียงพันนาทะการมีฐานเป็นเมืองขึ้นของเชียงใหม่


่เพราะคำว่าพันนาในภาษาไทยเหนือหมายถึงตำบล


หลังจากพม่าเข้าตีเมืองเชียงใหม่ได้ในสมัยพระเจ้าหงสาวดี บุเรงนองในปี(พ.ศ.๒๑๐๑)

เวียงท่ากานที่ตกอยู่ในอำนาจของพม่าเช่นกันต่อมาทางเชียงใหม่ร้างไปประมาณ ๒๐ ปีเศษ 

คือในช่วงระหว่าง(พ.ศ.๒๓๑๘-๒๓๓๙)

ตรงนี้เป็นกลุ่มโบราณสถานกลางเวียง

 เวียงท่ากานก็คงจะร้างไปด้วย จนถึงช่วงปีพ.ศ.๒๓๓๙พระเจ้ากาวิละทรงตีเมืองเชียงใหม่คืนจาก

พม่าได้จึงกวาดต้อนพวกไทยยองเข้ามาอยู่จนตราบ เท่าทุกวันนี้



กลุ่มโบราณสถานกลางเวียง (วัดกลางเวียง)เป็นกลุ่มอาคารสถานที่ใหญ่ที่สุดในเขตเวียงท่ากาน

หลักฐานทางโบราณคดีประเภทโบราณวัตถุเช่นพระพิมพ์ดินเผาพระพุทธรูปดิน เผาพระพุทธรูป

สำริดและพระโพธิสัตร์เป็นต้นแสดงให้เห็นถึงศิลปะแบบหริภุญไชย ซึ่งยังคงเหลือให้ศึกษาอยุ่นอกเหนือ

จากนี้ยังมีหลักฐานประเภทโบราณสถานและโบราณวัตถุในสมัยล้านนาให้ศึกษาอย่างต่อเนื่องและนอกตัวเมืองอีกด้วย


เป็นกลุ่มโบราณสถานมีขนาดใหญ่มากทีสุดมีเนื้อที่ประมาณ๑๔ไร่ในกลุ่มนี้ ประกอบด้วยโบราณสถานที่สำคัญยังคง

เหลืออยู่คือเจดีย์แปดเหลี่ยมแบบหริภุญไชยและเจดีย์ทรงกลมสมัยล้านนานอกจากนี้ยังปรากฏเนินโบราณสถานอีก

หลายเนินซึ่งเป็นองค์เจดีย์วิหารอีกหลายเนินภายในกลุ่มโบราณสถานแห่งนี้ยังเคยมีคน ขุดพบพระบุทองคำเงินสำริด

 พระพิมพ์ดินเผา ที่สำคัญคือไหรายโบราณสมัย ราชวงหยวน(พ.ศ.๑๘๒๓-๑๙๑๑)ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่วัดท่ากานจะ

เป็นโถบรรจุ

เป็นโถบรรจุอัฐิของพระเถรผู้ใหญ่เจดีย์ทั้งสององค์นี้ได้ทำการขุดแต่งและบูรณะเมือประมาณ ต้นปี

พ.ศ.๒๕๓๑โดยหน่วยศิลปกรที่ ๔ได้พบโบราณวัตถสามาถกำหนดอายุ ของเจดีย์ทั้ง ๒องคได้ว่ามี

อายุอยู่ในช่วงหริกุญไชยลงมาถึงล้านนากลุ่มวัดกลางเมืองนี้ประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถาน ๓ กลุ่ม

ข้อมูลจาก ประวัติเวียงท่ากาน   ( ชุมชนโบราณล้านนา )


เมื่อรู้ประวัติคร่าวๆแล้วนะครับมาเที่ยวกันนะ เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ได้ความรู้มากมาย

จุดแรกที่กล่าวไปนั้นเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวกันเพราะว่าสะดวกชื่อว่าวัดต้นกอกกลุ่มโบราณสถานกลางเวียง

 (วัดกลางเวียง)เป็นกลุ่มอาคารสถานที่ใหญ่ที่สุดในเขตเวียงท่ากาน ซึ่งไกล้ครับสะดวกในการเดินทางเราซิ่งไปกันต่อครับไปชมสถานโบราณแห่งเวียงนี้กัน

จุดนี้เป็นวัดที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านครับเป็นวัดเก่าแก่ครับ

หลักฐานแสดงเป็นอุโบสถเก่าครับวัดนี้ผมจำชื่อไม่ได้ครับ


วัดตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านไปครับแว้นกับไกด์ต่อไปวัดอื่นบ้าง

มาดูกลุ่มโบราณสถานวัดหนองสระบ้างครับ


มาถึงแล้วอ่านข้อมูลจากป้ายก่อนอันดับแรกและไกด์ก็อธิบายถึงเรื่องราวต่างๆนานา


กลุ่มวัดนี้จะพบโบราณวัตถุภาชนะดินเผาสมัยหริภุญไชยหรือดินเผาจากแหล่งเตาล้านนาและเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง


การกำหนดพื้นที่บริเวณวัดนี้ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่13-21นี้เป็นช่วงเวลาที่พื้นที่นี้เป็นชุมชนในวัฒนธรรมหริภุญไชยจนเปลี่ยนผ่านมาเป็นวัฒนธรรมชุมชนล้านนา

พี่เขาก็ชี้จุดให้เห็นถึงภาพเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา


ภาพเขียนตัวอักษรบางอย่างที่บันทึกไว้ในก้อนหินก้อนนี้ทำให้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์


วัดขุดค้นพบในสวนลำไยของชาวบ้านบางส่วนจึงจำเป็นต้องขอซื้อที่จากชาวบ้าน

มาดูกลุ่มเจดีย์กันบ้างนะครับอยู่ในสวนลำไยมีต้นไม้ ต้นหญ้าปกคลุม

ขาดการดูแลอันเนื่องมาจากงบประมาณที่สนับสนุนมีจำนวนจำกัดจุดนี้เป็นแนวกำแพงเก่านะครับ



จุดนี้เป็นวิหารที่เก่าแก่ของกลุ่มโบราณสถานวัดหนองสระ



พี่เขาเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของเวียงท่ากานอย่างละเอียดจนผมเองจำไม่ได้ทั้งหมดปัญหาที่พบตอนนี้คือขาดงบประมาณในการสนับสนุน

ในเรื่องการจัดการท่องเที่ยวอย่างจริงจังจนทำให้พื้นที่บางส่วนรกร้างว่างเปล่าไป



พบงูเขียวครับตามป้ายของวียงท่ากานแสดงว่าความสมบูรณ์เพราะมีพงหญ้ารกเจองูจนได้



เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนลำไยจริงๆ



จากนั้นเดินกลับครับไปดูที่อื่นบ้างเดินข้ามสะพานเล็กๆ



มีลำธารเล็กๆไหลผ่านสวนสวยและร่มรื่นดีมาก อากาศตอนนี้ก็เริ่มร้อนแล้ว



แต่ว่ามีลมพัดตลอดเวลาเสมือนว่าอยู่ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองของเวียงท่ากานสมัยอดีต



แว้นไปกันต่อกับพี่เขาครับพี่ไกด์พาทัวร์ต่อ จุดนี้เป็นจุดกำแพงเมืองท่ากานเก่าครับ



วัดนี้อยู่ไกล้หมู่บ้านครับชื่อวัดจำชื่อไม่ได้ครับมีเจดีย์ที่รายล้อมด้วยพระพทธรูป



มีสวนลำไยชาวบ้านล้อมรอบจนกรมศิลปากรทำรั้วกั้นไม่ให้ชาวบ้านบุกรุกวัดเก่าแก่



ความงดงามในอดีตของเจดีย์นี้ยังคงมีความงดงามเพราะว่าปัจจุบันยังมีความงดงามอยู่ไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้



ซิ่งมอเตอร์ไซต์ไปกันต่อครับ....ผ่านทุ่งนาอันเขียวขจีสวยงาม



ไปดูแนวกำแพงวัดเก่าแก่ซึ่งตัวไกด์เองก็ระบุชื่อวัดไม่ได้



แนวกำแพงนี้ตั้งอยู่ใจกลางสวนลำไยของชาวบ้าน



อิฐทุกก้อนในสมัยอดีตมีคุณค่ามากนะครับเป็นคุณค่าที่สำคัญมากทางประวัติศาสตร์



ไม่ห่างจากวัดนี้มากนักไปแว้นต่อครับไป วัดสันกระวาน 



วัดนี้ตั้งอยู่ริมถนนอยู่ติดกับนาของชาวบ้านอยู่ไต้ต้นตาลพอดีดูแล้วขลังมากๆ



เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกวียงท่ากานทางด้นทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากวัดกู่ไม้แดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางประมาณ500

 เมตรพบดบราณสถานคือเป็นวิหารขนาดเล็กน่าจะสร้างในสมัยล้านนา



หอผีบนความเชื่อของคนล้านนาเป็นที่มีสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองอยู่ชาวล้านนามีความเชื่อในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก



ทุกปีของชาวล้านนาจะทำบุญบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าผีปู่ย่าตามจุดต่างๆที่ตัวเองนับถือ



ท้องทุ่งนากำลังเหลืองทองทั่วท้องทุ่งสวยงาม



ไปกันต่อครับจุดนี้ก็เป็นวัดอีกวัดครับ



เป็นวัดที่ค่อนข้างจะมีหญ้าปกคลุมรกอยู่ครับมีศาลตั้งอยู่ ชื่อวัดไม่อาจทราบได้ครับดูๆแล้วก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับถ้ามาเที่ยวคนเดียว



ตามหลักฐานว่าเป็นวัดที่อยู่นอกเขตของเวียวท่ากานแสดงว่าเวียงท่ากานมีอาณาเขตที่กว้างมากเหมือนกันนะครับ



เป็นแนววัดมีกำแพงวัดอยู่ตามพงหญ้าที่ปกคุมอยู่




ติดตามตอนที่สองต่อนะครับ

ขอบคุณที่ติดตามมากๆครับ






Create Date : 23 กรกฎาคม 2558
Last Update : 25 กรกฎาคม 2558 0:31:06 น. 2 comments
Counter : 481 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 25 กรกฎาคม 2558 เวลา:2:56:32 น.  

 
ยังไม่เคยไปเลยค่ะ น่าสนใจ จะดุ่มๆ ไปถูกมั้ยเนี่ย




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 สิงหาคม 2558 เวลา:18:14:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

paipaiphuart
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add paipaiphuart's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.