Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
จิบกาแฟแ่ห่ระเบิด ตระเวนเที่ยวบ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่

ไปเมืองแพร่ทุกครั้งไม่ได้แวะอำเภอลองเลยนะครับตอนนี้

แวะอำเภอลองแวะร้านกาแฟแห่ระเบิด(Bomb March Coffee)

ซึ่งอยู่ตำบลบ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่

บอกว่าการมาจิบกาแฟที่นี่ไม่ได้มีบรรยากาศ


หรือวิวดีเลยแต่ที่นี่มีเรื่องราวมากมายติดตามชมกันนะครับ  



กาแฟแห่ระเบิด(Bomb March Coffee)

เป็นร้านกาแฟที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองลองเรื่องราวที่เกี่ยวกับเมืองแพร่แห่ระเบิด

ร้านกาแฟแห่ระเบิด(Bomb March Coffee) อยู่ติดถนน ลอง-แพร่นะครับ

หน้าร้านจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยนะครับ

เจ้าของร้านเป็นศิลปิน นักเขียน...จบสถาปัตย์

จากภาพเมื่อครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาทรง

พระราชกรณียกิจที่อำเภอลองได้ทรงเสวยกาแฟร้านนี้ด้วย

ถ่ายรูปจากร้านนะครับ

เข้าไปในร้านก่อนนะครับมีมุมอาร์ทๆ ตกแต่งแบบบ้านเก่าๆของอ.ลอง

มีภาพเก่าๆติดไว้ข้างฝา เป็นภาำพเก่าๆของเมืองลองสมัยก่อน

ภาพเก่าๆที่บอกถึงตำนานว่าทำไมเมืองแพร่ถึงแห่ระเบิด

แท้จริงแล้วเกิดขึ้นที่เมืองลองนั่นเอง  ชาวแพร่ไม่ได้แบกระเบิดแห่เล่นระเบิดนะครับ  

แต่เอาดินปืนออกไประเบิดปลาแล้วเหลือปลอกระเบิดที่เป็นเหล็กคุณภาพดี

จึงนำไปแห่ถวายวัด ทำเป็นระฆังสามารถไปดูของจริงได้ที่วัดแม่ลานเหนือ

วัดศรีดอนคำ วัดนาตุ้ม  อยู่อำเภอลองครับ ข้อมูลจากเจ้าของร้านนะครับที่มาให้ข้อมูล

รูปภาพเหล่านี้เล่าเรื่องราวหลายอย่างเกี่ยวกับเมืองลอง

และประวัติเมืองแพร่แห่ระเบิด

ระเบิดเมืองแพร่นั้นได้ในในสมัยสงครามโลกครั้งที 2 ราวปี พ .ศ. 2485-2488

ญี่ปุ่นได้มาขอใช้ไทยเป็นฐานเพื่อผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

และสู้รบกับฝ่ายสัมพันธมิตร โดยที่รัฐบาลไทยต้องจำยอม

แต่ก็มีผู้ต่อต้านคือ ขบวนการเสรีไทย

สมัยนั้น รถไฟเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในการลำเลียงผู้คน ทหาร อาวุธ เสบียง ทำให้ฝ่าย

สัมพันธมิตรได้นำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดทำลายสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำยม

บริเวณปากลำห้วยแม่ต้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สะพานรถไฟห้วยแม่ต้า” เพื่อสกัดไม่ให้ทหาร

ญี่ปุ่นเดินทางไปเชียงใหม่ และข้ามแดนต่อไปยังพม่า
     
ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดอยู่หลายครั้ง(หลายช่วงเวลา)แต่ว่าพลาด จนสุดท้ายเครื่องบินถูก

ยิงตก ปรากฏว่าระเบิดหลายลูกที่เครื่องบินบรรทุกมายังไม่ระเบิด แล้วนายหลง มะโนมูล คน

งานรถไฟสถานีแก่งหลวงไปค้นพบเข้า จึงนำความไปบอกแก่นายสมาน หมื่นขัน นายสมาน

จึงขอแรงคนงานรถไฟไปช่วยกันเก็บกู้ลูกระเบิด โดยทำการถอดชนวน แล้วใช้เลื่อยตัด

เหล็กตัดส่วนหางของลูกระเบิดออก ควักดินระเบิดที่บรรจุอยู่ภายในทิ้ง ก่อนช่วยกันยกใส่

เกวียนลากมาพักไว้ที่บ้านแม่หลู้

ปรากฏว่ามีระเบิดหนึ่งจมอยู่ในหลุมทรายลึกคนงานไม่สามารถขุดขึ้นมาเก็บกู้ได้ ทีมงานจึงไป

ตามนายบุญมา อินปันดี ที่เป็นเจ้าของช้างลากไม้ในป่าใกล้เคียง ให้นำช้างมาฉุดลากระเบิดขึ้น

จากหลุม แล้วจึงนำไปไว้บนเกวียนบรรทุกเข้าหมู่บ้านต่อไป
     
เรื่องนี้พอชาวบ้านเมื่อทราบข่าวก็ตามสไตล์แบบไทยๆ คือออกมามุง ออกมาดู จนเมื่อขบวน

เกวียนถึงบ้านแม่ลานเหนือ ชาวบ้านที่นี่จำนวนหนึ่งที่อยู่ใกล้วัดพอรู้ข่าว ได้นำฆ้อง กลอง ฉาบ

ฉิ่ง ออกมาต้อนรับขบวนช้างลากระเบิดแล้วแห่เข้าวัดเพื่อนำระเบิดไปใช้ประโยชน์บางอย่างต่อไป

จากนั้นชาวบ้านหลังจากถอดชนวน นำดินระเบิดออกจนหมด

ได้นำซากลูกระเบิดไปทำความสะอาด

ตัดเอาส่วนหัวที่เป็นเหล็กมาดัดแปลงทำเป็นระฆังถวายให้แก่วัดใน อ.ลอง

ปัจจุบัน ระฆังที่ทำจากลูกระเบิดในตำนานคนแพร่แห่ระเบิดมีเหลืออยู่ในอำเภอลอง 3 ลูก

ใน 3 วัด คือ ที่วัดแม่ลานเหนือ วัดนาตุ้ม และวัดศรีดอนคำ

ขอขอบคุณ ร้านกาแฟแห่ระเบิด ก๋วยเตี๋ยวแห่ระเบิด ที่บ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่  ที่ให้ข้อมูลครับ

นี่หล่ะครับที่บอกว่าจิบกาแฟที่นี่จะได้เรื่องราวต่างๆมากมายที่เราไม่รู้

ความรู้จึงหาได้ทุกที่จริงๆครับ

ของตกแต่งร้านกาแฟสวยๆ กบนั่นเอง

จิบกาแฟฟังอุ่นๆและอ่านเรื่องราวเมืองแพร่

และเอกสารเรื่องราวเมืองลองแพร่ที่เจ้าของร้านให้ครับ

มุมนั่งจิบกาแฟหน้าร้านอีกมุม

สั่งชาเย็นด้วยนะครับ ขอบอกว่าอร่อยมากๆ

เจ้าของร้านสนับสนุนสินค้าโอทอบของคนลองด้วยนะครับ

โดยนำสินค้ามาวางขายที่ร้าน มีสบู่สมุนไพรนะครับ

คุกกี้อร่อยๆจากฝีมือชาวลองเองนะครับ

ควรอุดหนุนนะครับสินค้าโอทอบเพราะจะทำให้พวกเขาอยู่ได้

มุมแสดงภาพความทรงจำที่เจ้าของร้านรับเสด็จสมเด็จพระเทพครับ

ปลื้มแทนเจ้าของร้านจริงๆที่ได้มีโอกาสรับเสด็จ

ภาพหน้าร้านเมื่อพ.ศ.2510 ที่ผ่านมา

อีกมุมหนึ่งของร้านจัดแสดงสินค้าโอท็อบของชุมชนด้วยนะครับ

เจ้าของร้านเป็นบุคคลที่ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งโดยพึ่งตัวเองได้ไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า

เพราะที่แพร่ตัดไม้กันมาก โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้คนที่นี่เกิดรายได้

เหมือนกับเมืองท่องเที่ยวต่างๆเช่น ปาย เป็นต้น

จากนั้นเจ้าของร้านพาทัวร์รอบๆร้านให้ดูเรื่องราวต่างๆ

ขออนุญาตนำรูปเจ้าของร้านลงนะครับ

เจ้าของร้านพาชมไม้รางรถไฟที่ทำสะพานโดยไปขอซื้อจากชาวบ้าน

ที่กำลังจะตัดเอาไปทำฟืนจึงขอซื้อมาเพื่อเก็บไว้ทำพิพิธภัณฑ์ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ต่อไป

ท่อนไม้นี้มีเรื่องราวนะครับเรื่องก็สืบเนื่องมาจาก สมัยสงครามโลกครั้งที 2 ราวปี

พ .ศ. 2485-2488 ญี่ปุ่นได้มาขอใช้ไทยเป็นฐานเพื่อผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

และสู้รบกับฝ่ายสัมพันธมิตร

รถไฟเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในการ ลำเลียงผู้คน ทหาร อาวุธ เสบียง

ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้นำเครื่องบินมาทิ้ง ร

ะเบิดทำลายสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำยม

บริเวณปากลำห้วยแม่ต้า หรือที่ชาวบ้าน เรียกว่า “สะพานรถไฟห้วยแม่ต้า”

ไม้นี้ได้มาจากที่นี่นั่นเอง

การระเบิดสะพานรถไฟเพื่อสกัดไม่ให้ทหารญี่ปุ่นเดินทางไป เชียงใหม่

และข้ามแดนต่อไปยังพม่านั่นเอง

เรื่องราวของที่นี่ผมว่ายังมีอีกมากมาย เพียงแต่ว่าเรามีเวลาเพียงแค่นี้

ผมคิดว่าวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้านดีมาก ๆ มุ่งพัฒนาท้องถิ่นอยู่ได้ด้วยตัวเอง

โดยอาศัยการท่องเที่ยวเป็นตัวนำ

เจ้าของร้านเล่าว่า รู ของไม้สะสานรถไฟยังมีกลิ่นเขม่าของดินปืนส

มัยโดนระเบิดด้วยนะครับ

ลองดมดูก็ได้กลิ่นจริงๆนะครับ

ในอนาคตจะจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เด็กๆมาเรียนรู้

คงจะได้กลับไปดูอีกครั้งนะครับ

บริเวณหลังร้านครับมีบ้านแบบเก่าๆของเมืองลองด้วยนะครับ

บ้านแบบล้านนา น่าอยู่นะครับโล่งโปร่งสบาย

บ้านหลังที่แสดงสินค้าโอทอบครับ

เจ้าของร้านพาชมต้นตาลที่มีต้นไทรหุ้มต้นตาลครับสวยและแปลกดี

อีกภาพครับ

มุมแสดงแกลอรี่ภาพของเจ้าของร้านนะครับตอนนี้ยังคงปิดอยู่นะครับ

หน้าร้านมีสวนอยู่เล็กน้อย

ผมว่าทางร้านควรจะจัดสวนให้สวยมากกว่านี้นะครับ

ระเบิดหน้าร้าน ระวังให้ดีนะครับ

มีมุมเก๋ๆให้ถ่ายรูปด้วยนะครับ

ขออีกรูปก่อนกลับครับ

นี่หล่ะครับที่ผมบอกว่าจิบกาแฟที่นี่มีเรื่องราวนะครับ กาแฟแห่ระเบิด

มากกว่าที่จะชมวิวสวย ๆ

 จากนั้นตระเวนเที่ยวสถานีรถไฟบ้านปินตามที่เจ้าของร้านแนะนำให้ไป

ดูสถาปัตยกรรมของตัวอาคารของ

สถานีรถไฟบ้านปินผมกับแฟนก็ไปตามคำแนะนำ

รางรถไฟกับภาพมุมต่ำครับ

ก่อนอื่นมารู้จักกับสถานีรถไฟบ้านปินก่อนนะครับสถานีรถไฟบ้านปิน

เป็นสถานีในเส้นทางรถไฟสายเหนือ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลบ้านปิน

อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ห่างจากสถานีกรุงเทพฯ

564 กิโลเมตร รูปแบบการก่อสร้างเป็นการผสมผสาน

ระหว่างสถาปัตยกรรมไทยภาคเหนือกับสถาปัตยกรรมยุโรป

"บ้านปิน" อยู่ในรายชื่อสถานีสำคัญ 6 สถานีของประเทศไทยเลยทีเดียวความ

พิเศษองที่นี่คือ เป็นสถานีขนถ่ายสินค้าที่สำคัญของภาคเหนือสถานีบ้านปินเปิด

ใช้งานเมื่อเดินถไฟสายเหนือถึงสถานีนี้ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2457 ต่อมาในวันที่

1 พฤษภาคม 2548 จึงเปิดการเดินรถต่อไปถึงสถานีผาคอ(ปัจจุบัน เป็นที่หยุดรถ)

อาคารของสถานีบ้านปิน รูปแบบการก่อสร้างเป็นการผสมผสาน

ระหว่างสถาปัตยกรรมไทยภาคเหนือกับสถาปัตยกรรมยุโรป

น่าจะทาสีใหม่นะครับสีสดสวยงาม

ตัวอาคารอีกภาพ

ภาพนี้ถ่ายจากด้านหลังสถานีนะครับ

บ้านปิน สถานีที่เคยผ่านเมื่อขึ้นไปเชียงใหม่

มีผู้โดยสารนั่งรอรถไป เชียงใหม่ โดยรถท้องถิ่น

ผมได้ยินเสียงจนท.รถไฟประกาศว่ารถไฟจะ

ล่าช้า 1 ชั่วโมงครับ ผมนึกแล้วก็อมยิ้มนี่แหล่ะรถไฟไทยตัวจริง

ไม่แปลกใจเลยว่าคนทำไมขึ้นรถไฟน้อยจัง

เข้าไปดูจุดขายตั๋วตรับยังเก่าๆแต่คลาสสิคดีครับ

อีกมุมถ่ายจากด้านในตัวอาคารออกไปครับ

ใกล้อาคารมีประวัติบ้านปินด้วยครับ

มีตำนานเล่าว่าสมัยพุทธกาล ปางเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ยังดำรงพระชนม์อยู่ เสด็จมาที่ดอยน้อย พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป

ได้ประทับรอยพระบาทไว้ และได้แสดง

ธรรมโปรดพุทธบริษัท แม่หม้ายนางหนึ่ง เกิดปิติปราโมทย์

ศรัทธาปสาทะ เลื่อมใส จึงได้ถวาย

ปิ่นปักผม เป็นธรรมบูชา พระองค์ได้มีพุทธทำนายว่า ต่อไปจะเกิดบ้าน

เมืองรอบ ๆ ดอยน้อย และจะได้ชื่อว่า "บ้านปิ่น" ต่อมาผู้คนเรียกเพี้ยน

ไปว่า "บ้านปิน" มาจนทุกวันนี้...

บ้านพักเจ้าหน้าที่รถไฟใกล้ๆตัวสถานี

จากนั้นขับรถกลับไปทางเดิมตามถนนบ้านปิน

เรื่องราวระหว่างทางของการท่องเที่ยวมีมากมายครับถ้า

แวะข้างทางโดยไม่ต้องถึงจุดหมาย
ปลายทางอย่างเดียว

เสน่ห์เมืองลองนั้นยังดูสดชื่นบริสุทธิ์มากว่าเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ

อีกมากมายลองแวะดูนะครับลาด้วยภาพนี้นะครับ

ขอบคุณผู้เข้าชมบล็อกที่แสนธรรมดาของผมทุกท่านนะครับ




Create Date : 20 มิถุนายน 2555
Last Update : 20 มิถุนายน 2555 2:29:19 น. 5 comments
Counter : 5782 Pageviews.

 
น่าไปจัง


โดย: add_2495 IP: 124.121.61.118 วันที่: 20 มิถุนายน 2555 เวลา:8:30:36 น.  

 
บรรยากาศดูเป็นชิว ชิว ดูโบราณดีนะค่ะ
ทำให้มีความรู้สึกแตกต่างออกไปจาก การใช้ชีวิตอยู่ กทม.ไปเลย
เห็นแล้วอยากไปนั่ง Chill Out จิบกาแฟเลย
แต่ตกใจกบสองตัวนั่นมาก """


โดย: PPmarathon วันที่: 20 มิถุนายน 2555 เวลา:10:01:26 น.  

 
ได้บรรยากาศชนบทที่เรียบง่าย สงบจริงๆ บ้านปินวันนี้....
ถ่านรูปสถานีบ้านปินมาสวยมากครับ...


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 20 มิถุนายน 2555 เวลา:17:58:14 น.  

 
ต้องลองไปเที่ยวดูน่ะคร้ ของจริงบรรยากาศดีกว่านี้ิีอีกขอบอก คนบ้านปินคอนเฟิร์มเลยน่ะ


โดย: ขวัญ IP: 171.97.70.180 วันที่: 18 มีนาคม 2556 เวลา:16:44:09 น.  

 
ชาตินี้ต้องไปให้ได้เลยครับ ตั้งใจไว้ว่า จะหาโอกาสพาแฟนนั่งรถไฟแล้วแวะท่องเที่ยวตามชุมชนริมทางรถไฟ ดูร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ไม่พลาดที่นี่แน่ครับ


โดย: ป้อม เชียงราย IP: 183.89.8.216 วันที่: 18 มิถุนายน 2557 เวลา:11:33:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

paipaiphuart
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add paipaiphuart's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.