พักผ่อนสบาย เพชรบุรี-ชะอำ (2557)

 5-6 ก.ค.57



หนึ่งปีผ่านไป ที่เราได้ไปเที่ยวด้วยกัน ปีที่แล้วทริปสุดท้ายที่ไปเที่ยวกับเพื่อนรักก็คือทริปภูเก็ต ปีนี้เพิ่งจะมีเวลาและร่วมตัวเที่ยวกันได้อีกครั้ง แต่ด้วยที่เพื่อนลาไม่ค่อยได้ เราเลยเลือกไปเที่ยวเพียงใกล้ ๆ ไปกันแค่สองวัน 1คืนเท่านั้น

ทริปนี้ง่าย ๆ ไปเพชรบุรีแวะไหว้พระไปเรื่อย และก็ไปพักผ่อนนอนเล่นกันริมทะเล  โดยเราออกเดินทางจากบ้านนทบุรี เวลา 8 โมงกว่า แวะกินข้าวเช้าแถวถนนกาญจนา และจากนั้นก็วิ่งยาวไปแวะอีกทีคือไหว้พระที่วัดวังมะนาว วัดวังมะนาวเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับแยกวังมะนาว ซึ่งมีทางเข้าไปได้ 2 ทาง คือก่อนเลี้ยวแยกวังมะนาว กับอีกทางหนึ่งคือ ถึงแยกวังมะนาวแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางเพชรบุรี (หากว่าเลยทางเข้าทางแรก ก็ใช้ทางที่ 2 นี่แหละ) เป็นวัดที่มีโบส์ถรูปร่างเหมือนเจดีย์ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากถนนผ่านทุ่งนา เป็นภาพที่สวยงาม ภายในโบส์ถมีการเขียนภาพที่สวยงามแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต 







จากนั้นก็ไปแวะกันอีกทีที่ถ้ำเขาย้อย จ.เพชรบุรี   ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปใหญ่น้อยหลาหลายปาง โดยมีพระพุทธไสยาสน์เป็นพระประธาน ด้านหลังพระพุทธไสยาสน์มีพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ในมณฑปสวยงาม อีกทั้งยังมีรูปปั้นพระเจ้าอู่ทอง รูปปั้นงู อยู่บริเวณผนังถ้ำด้วย นอกจากนี้ถ้ำเขาย้อยยังเคยเป็นถ้ำที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) มาปักกลดวิปัสนาเมื่อครั้งพระองค์ผนวชด้วย





จากนั้นก็ไปต่อที่วัดถ้ำเขาหลวง 
ตั้งอยู่ที่อยู่บนเขาหลวง ห่างจากเขาวังประมาณ 5 กิโลเมตร จากเชิงเขามีบันไดคอนกรีตนำสู่ทาง ลงถ้ำ เขาหลวงเป็นภูเขาขนาดเล็ก มียอดสูงสุดเพียง 92 เมตร มีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงาม ภาย ในมีปล่องที่ แสงอาทิตย์สามารถส่องเข้ามาภายในถ้ำได้ ทำให้สวยงามยิ่งขึ้น สำหรับถ้ำเขาหลวง ถือเป็นถ้ำใหญ่และ สำคัญ ที่สุดในเมืองเพชร ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์อันสำคัญยิ่ง ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างถวาย พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว







ออกจากถ้ำเขาหลวงก็แวะไปทานอาหารกลางวันกัน โดยไปทานกันที่ร้านผัดไทท่ายาง 2 มาเพชรบุรีกี่ครั้งก็แวะร้านนี้ทุกทีเลย 



จากนั้นก็ไปแวะไหว้พระกันอีกหนึ่งวัด ที่วัดมหาธาตุ วรวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี ภายในพระวิหารหลวงของวัดประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ วัดมหาธาตุ ด้านหลังพระวิหารหลวง คือ พระปรางค์ 5 ยอด อยู่ภายในวิหารคต ทางด้านทิศใต้ของพระวิหารหลวง คือ พระวิหารน้อย และวัดมหาธาตุวรวิหารยังได้สร้าง พิพิธภัณฑ์ของวัด เป็นที่รวมรวมศิลปะ 



และอีกที่ที่เราไปแวะคือ พระราชวังนิเวศน์มฤคทายวัน อ. ชะอํา จ.เพชรบุรี ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ   ถนนเพชรเกษมบริเวณกิโลเมตรที่ 216-217 เลยหาดชะอำมา 8 กิโลเมตร  เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466  ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง”  ลักษณะเป็นพระตำหนักแบบไทยผสมยุโรป เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง สร้างด้วยไม้สักทอง








เดินเล่นชมพระราชวังฯ ได้สักพักก็เดินทางเข้าที่พัก โดยเราพักกันที่ ่สยามบีช รีสอร์ท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากค่ายพระรามหก เท่าไร 


มาถึงรีสอร์ทก็เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ลูกชายเพื่อนว่ายน้ำเล่น ส่วนแม่ ๆ ก็ถ่ายรูปเล่น 



ตอนเย็นก็ฝากท้องไว้กับทางรีสอร์ท หลังทานเย็นกันเสร็จก็ออกไปเซเว่นปากทาง ไปจัดเครื่องดื่มมานั่งดื่ม นั่งเมาส์กัน นาน ๆ เจอที ก็มีเรื่องเมาส์กันเยอะ



6/07/57

เช้าแล้ว ...สำหรับวันนี้ไม่มีทริปเที่ยวอะไร แบบชิว ๆ จริง ๆ ตื่นก็สาย ตื่นมาไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นเลย แต่ก็ยังพอเก็บภาพทะเลยามเช้าได้มานิด ๆ นะ 








เช้านี้ก็กินอาหารเช้าที่รีสร์อท รีสร์อทจะมีอาหารให้ทานเป็นบุฟเฟ่ต์  ก็จะมีขนมปัง ข้าวผัด ข้าวต้ม ไข่ดาว ไส้กรอก และผลไม้ ฯลฯ



กินข้าวเช้าเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางกลับ เราออกจากโรงแรมก็ประมาณ สิบโมงกว่าได้ คุณเพื่อนขอแวะช็อปที่ FN Fly Now Factory Outlet ก่อน เลยแวะช็อปกันสักพัก



จากนั้นก็กลับ เราเลือกกลับเส้นเลียบชายทะเล เข้าทางหาดชะอำ  และแวะไหว้พระก่อนกลับที่วัดเนรัญเนรัญชราราม ตั้งอยู่ริมทะเลบริเวณทิศเหนือของหาดชะอำ สิ่งสำคัญที่น่าสนใจในวัดได้แก่ พระอุโบสถลักษณะทรงอินเดีย ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในประเทศไทย เป็นพระอุโบสถที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2377 พระประธานในพระอุโบสถ คือ หลวงพ่อทอง สร้างเมื่อปี 2478 เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์





บริเวณลานกลางแจ้งมี พระพุทธรูปปิดทวารทั้ง 9 ที่ไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2527 เพื่อให้ประชาชนที่มาเที่ยวชะอำได้มีสิ่งสักการะ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสีขาว นั่งปิดทวารทั้ง 9 คือ ตาสอง จมูกสอง หูสอง ปากหนึ่ง ทวารหนัก ทวารเบา รวมเป็น 9 เป็นปริศนาธรรมซึ่งหมายความถึงการตัดกิเลสโดยวิธีปิดช่องทางการเข้าและออกของกิเลสหรือสิ่งไม่ดีงามทั้งหลาย


จากนั้นก็เดินทางกลับ เรามาแวะกันอีกทีก็กินข้าวกลางวันที่บางตะบูน แวะร้านประจำเช่นเดิม ร้านแม่จินดา 



ออกจากร้านกินข้าวก็ประมาณ บ่ายสอง ขับรถออกมาได้หน่อยเดียวก็เจอฝนตกอย่างหนัก ตกไปจนเกือบถึงมหาชัย ใช้ความเร็วกันไม่ได้เลย กว่าจะถึงบ้านก็สี่โมงกว่า  

ทริปนี้เรียกว่าเป็นทริปง่าย ๆ ชิว ๆ ไม่แสวงหาที่เที่ยวเน้นไหว้พระ ผักผ่อนและกินกัน ไว้คราวหน้าเจอกันใหม่นะเพื่อน ๆ 


สรุปค่าใช้จ่ายทริป
เดินทางกันทั้งหมด 5 คน 
จ่ายค่าห้อง 2 ห้อง  (5,400 บาท)
ค่ากิน+ค่าน้ำมัน คนละหนึ่งพัน    (5,000 บาท )




Create Date : 19 กรกฎาคม 2557
Last Update : 23 กรกฎาคม 2557 14:03:07 น. 0 comments
Counter : 2637 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

paerid
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Paerid Bloggang

Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
19 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add paerid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.