ประจวบฯ 2 วัน 1 คืน /2556

29-30 มี.ค. 2556

ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะน้องซีอยากเที่ยวหลังจากที่โรงเรียนปิดเทอม ก็เลยหาที่เที่ยวใกล้ ๆ แบบไปกลับไม่ต้องเหนื่อยมาก เลยมาลงตัวแถวทะเลทางประจวบฯ ครั้งนี้ไปกันทั้งหมด 7 คน มีเด็ก 3 คน (ซี ซัน แซม) และผู้ใหญ่อีก 4 คน (มีแม่ พี่ริน พี่แหม่ม และเรา)

เราออกเดินทางกันแต่เช้า เพราะต้องไปโรงเรียนน้องซีก่อน น้องซีไปฟังผลสอบ ตอน 8.30 น. ไปถึงโรงเรียนน้องซีก็ไปหาข้าวเช้าทาน จานนั้นก็นั่งรอเวลาน้องซีฟังผลสอบ


น้องแซม,น้องซันนั่งรอพี่ซี

และแล้วน้องซีก็ฟังผลสอบเสร็จเรียบร้อย (ผลสอบเป็นที่น่าพอใจมาก ๆ ระดับเกรดเฉลี่ยเท่ากับเทอมที่แล้ว แต่ระดับที่ในชั้นเรียน กลับดีกว่าเทอมที่แล้ว ได้ระดับสองของห้อง ) งานนี้น้องซีบอกว่าสบายใจแล้ว จะได้เที่ยวแบบสนุก ๆ หน่อย

เราออกเดินทางจากโรงเรียนน้องซี เวลาประมาณ 9.30 น. (โดยประมาณ) ที่หมายแรกที่เราแวะคือ สวิส ชิฟ ฟาร์ม  ถึงที่นี้เป็นหน้าที่เราพาเด็ก ๆ เข้าไปถ่ายรูปเล่นให้อาหารแกะ ส่วนแม่และพี่ ๆ รอที่รถเพราะแดดร้อนมากไม่มีใครยอมลงจากรถ เลยขอนั่งรอที่รถกัน

เราพาเด็ก ๆ เข้าไปก็ทำเวลากันหน้าดู เพราะเกรงใจคนรอ ไปถึงก็พากันไปให้อาหารแกะ ไม่ชอบการจัดระเบียบแกะของที่นี้เลย เพราะแกะมาอออยู่ตรงประตูทางเข้า บ้างคนไม่กล้าเดินเข้าก็ให้หญ้าแกะทานกันตรงประตู มันทำให้คนข้างในออกไม่ได้ เพราะทางเข้าทางออกของที่นี้คือทางเดียวกัน เราพาหลาน ๆ เข้าไปกว่าจะเดินลุ้ยฝูงแกะออกมาได้ตั้งนาน

เก็บภาพบรรยากาศ ของ สวิส ชิฟ ฟาร์ม-ชะอำมาฝากกันจ้า

 จากเดินถ่ายภาพกันเป็นที่พอใจแล้วก็ออกจาก สวิส ชิฟ ฟาร์ม ไปต่อ คราวนี้เราไปแวะกันที่ชายหาดประจวบฯ กันเลยคะ

เสียดายมาช่วงแดดยังร้อนมาก ๆ เลยไม่ได้เดินขึ้นไปชมวิวบนเขาช่องกระจก มอง เห็นบันไดทางขึ้นแล้วถ้าได้เดินขึ้นไปจริง ๆ คงเป็นลมแน่ ๆ สูงอยู่ แต่ถ้าได้ขึ้นไป คงได้เห็นวิว ทะเล สวย ๆ แน่ๆ เลย 

แวะตรงจุดนี้เก็บภาพได้เล็ก ๆ น้อย

จากนั้นก็ไปแวะกันต่อที่อ่าวมะนาว

จากอ่าวมะนาว เราก็ออกเดินทางไปที่พักกันเลย โดยได้จองที่พักไว้ที่บ้านทะเลหวานรีสอร์ท อยู่แถวชาดหาดห้วยยาง อ.ทับสะแก  ไปถึงที่พักก็เวลา ประมาณ 4 โมงเย็น

เก็บข้าวเก็บของเข้าห้องพัก จากนั้นช่วงตอน 6 โมงเย็นก็ออกไปทานข้าวกันที่ร้านกบซีฟู๊ด (พนักงานที่รีสร์อทแนะนำมา)

นับว่ารสชาดอาหารที่ร้านนี้ใช้ได้เลยทีเดียว ทานข้าวกันเสร็จก็เดินทางกลับเข้าที่พัก ก่อนเข้าห้องนอนมีแอบไปเดินเล่นทะเลกันนิดหน่อย แต่มืดซะก่อนเด็ก ๆ  เลยไม่ได้เล่นน้ำกัน

เดินเล่นชายหาดกันได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงแม่เรียก หลานชาย หลานสาว และลูกสาว ให้ขึ้นไปพักที่ห้องได้แล้วเพราะมืดแล้ว ก็เลยต้องพาหลาน ๆ กลับขึ้นเข้าห้องพักผ่อน ห้องใครห้องมัน คืนนี้หลับฝันดีกันนะคะเดียวพรุ้งนี้มาเที่ยวกันต่อ

-------------------------------------

เช้าแล้วตื่นกันแต่มืด ตีห้า เราก็ตื่นแล้ว ประมาณว่ามาเที่ยวที่ไรเป็นต้องตื่นแต่เช้ามืดทุกที ที่ตื่นแบบนี้ก็เพราะนอนไม่ค่อยหลับนั้นเอง ตื่นมาเลยปลุกหลาน ๆ ไปเดินเล่นชายหาด

เดินเล่นกันได้สักพักก็ขึ้นห้อง อาบน้ำ ทานข้าว  อาหารเช้าทานกันที่รีสอร์ท  ที่บ้านทะเลหวาน ห้องพักพร้อมอาหารเช้าหนึ่งมื้อ ซึ่งเราสามารถสั่งได้ว่าจะทานเป็นอะไร

หลังจากทานข้าวกันเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทาง จุดแวะเที่ยววันนี้ที่วางไว้ก็มีที่ซานโตรินี เท่านั้น เพราะปีที่แล้วมาเด็ก ๆ อดเข้าเพราะคนเยอะ แต่ปีนี้คงไม่พลาดแน่ ๆ 

ออกเดินทางกันไปแวะที่ปากน้ำปราณบุรีกันก่อนไปแวะซื้ออาหารทะเล หลังจากนั้นก็ไปแวะเที่ยวซานโตรินี โดยเราเข้าไปกับหลาน ๆ เหมือนเช่นเคย  แม่และพี่ ๆ รอที่รถอีกตามเคย

เข้ากันไปก็พากันถ่ายรูปเล่นด้วยความรวดเร็ว เพราะอากาศร้อนมาก แดดร้อนมาก ๆ  เลยรีบถ่ายและรีบออก

เก็บภาพมาฝากกันจ้า

ถ่ายกันหลายแอค ...นางแบบ นายแบบ สั่งได้ ทำให้ได้ภาพในหลายแบบ

ขนาดใช้เวลาอยู่ที่นี้ไม่นานแต่ก็เก็บภาพมาได้เยอะมาก ๆ เด็ก ๆ กับสถานที่ถ่ายภาพได้มาดูสดใสดีจริง ๆ

เมื่อถ่ายรูปกันเป็นที่พอใจแล้วเราก็พาหลาน ๆ กลับ โดยทีแรกตั้งใจจะกลับบ้านก่อนเลย แต่พี่ริน อยากไปดูโครงการชั่งหัวมัน เลยแวะเข้าไปชมโครงการชั่งหัวมันกันก่อน

ประวัติความเป็นมา

เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงซื้อที่ดินจากราษฎรบริเวณอ่างเก็บน้ำ
หนองเสือ ประมาณ ๑๒๐ ไร่ และต่อมา ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ทรงซื้อแปลงติดกันเพิ่มอีก ๑๓๐ ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมด ๒๕๐ ไร่ โดยมีพระราชดำริให้ทำเป็นโครงการตัวอย่างด้านการเกษตร รวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจในพื้นที่  อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงมาปลูกไว้ที่นี่ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นต้นมา และพระราชทานพันธุ์มันเทศซึ่งออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานที่วังไกลกังวลให้นำมาปลูกไว้ที่นี่ พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความคืบหน้าโครงการด้วย
พระองค์เอง เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒

"ชั่งหัวมัน" หมายถึง การชั่งน้ำหนักมันเทศ

พื้นที่ที่ตั้งของโครงการนี้อยู่ที่ บ้านหนองคอกไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
คุณดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง ได้กรุณาให้ข้อมูลถึงที่มาของโครงการชั่งหัวมันว่า

ครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล ทรงมีพระราชประสงค์ให้
นำมันเทศที่ชาวบ้านนำมาถวาย วางไว้บนตาชั่งแบบโบราณ แล้วพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ

พอพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังพระราชวังไกลกังวล จึงพบว่า มันเทศที่วางบนตัวชั่ง
มีใบงอกออกมา จึงรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกใส่กระถางไว้ในวังไกลกังวล แล้วทรงมีพระราชดำรัสให้หา
พื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ

เป้าหมายของโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ

โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เป้าหมายต้องการให้เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจของ อ. ท่ายาง
เพชรบุรี โดยเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่นที่ดีที่สุดเข้ามาปลูก แล้วให้ภาครัฐและชาวบ้านร่วมดูแลด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด

คุณดิสธร บอกว่า โครงการชั่วหัวมันเป็นการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการ โดยใช้ทรัพยากร
ที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายามเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยคาดว่าอนาคตจะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนโดยทั่วไปได้เข้าชม


ที่ตั้งของโครงการอยู่ที่ บ้านหนองคอกไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

พืชสวนครัว ได้แก่ มะเขือเทศ มะเขือเปราะ พริก กะเพรา โหระพา มะนาวแป้น ผักชี
ผลไม้ ได้แก่ สับปะรดปัตตาเวีย แก้วมังกร มะละกอแขกดำ มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง
ชมพู่เพชรสายรุ้ง กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก
พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ อัอยโรงงาน มันเทศญี่ปุ่น มันเทศออสเตรเลีย มันต่อเผือก มันปีนัง
หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวเหนียวพันธุ์ชิวแม่จัน ข้าวเจ้าพันธุ์ข้าวหอม ข้าวจ้างพันธุ์ลีซอ ข้าวเจ้าพันธุ์ข้าวขาว
ยางนา ยางพารา ชมพู่เพชร

คุณนริศ สมประสงค์ เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ โครงการชั่งหัวมัน เสริมว่า แรก ๆ ชาวบ้านก็พา
กันสงสัยมาก เริ่มตั้งแต่ชื่อโครงการชั่งหัวมันแล้ว ชาวบ้านตีความชื่อโครงการกันพอสมควร แรก ๆ ก็ตีความออกไปทางการเมือง ว่าพระองค์ท่านเบื่อแล้ว ก็ต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เหตุผลจริง ๆ คือ หัวมันบนตาชั่งยังขึ้นได้ แล้วที่แห้งแล้งขนาดไหน มันก็ต้องขึ้นได้  ข้อสงสัยต่อมารวมไปถึง ทำไมพระองค์ท่านมาซื้อที่ดินที่นี่ ซึ่งแห้งแล้งมาก จะปลูกอะไรก็ลำบาก
ติดปัญหาเรื่องน้ำ

ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ครั้งแรก ผืนดินที่นี่มีแต่ยูคาลิปตัส ชาวบ้านก็ยัง
ไม่รู้ว่า ในหลวงท่านมาซื้อที่ดินผืนนี้เอาไว้

คุณนริศ บอกว่า เราทุกคนคงทราบ อะไรที่ยากลำบากพระองค์ท่านทรงโปรด พระองค์ท่านจะทำ
ให้ดูเพื่อพิสูจน์ว่า ทำได้เพื่อจะได้เป็นแม่บทในการที่จะทำ เหมือนเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมของ
ชาวบ้านที่นี่

ผืนดินโครงการชั่งหัวมัน ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน ๒ ตำบล ตำบลกลัดหลวง ตำบลเขากระปุก มาช่วยกัน เกษตรอำเภอก็เข้ามาช่วยจัดสรรพื้นที่ ท่านดิสธรก็เข้ามาร่วมวางแผน จะให้ชาวบ้านปลูกอะไร  อยากจะให้มีการร่วมมือร่วมแรงกันระหว่างชาวบ้าน ซึ่งทุกคนก็เต็มใจที่จะปลูกถวายให้พระองค์ท่าน

โครงการชั่งหัวมัน อยากให้มีการร่วมมือร่วมแรงกันระหว่างชาวบ้าน ซึ่งทุกคนก็เต็มใจที่จะปลูก
ถวายให้พระองค์ท่าน เพราะอยากให้พระองค์ท่านมีความสุข

หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวไร่ ข้าวโพด มะพร้าว แก้วมังกร กะเพรา พริก มะนาว ถูกจัดสรรลงแปลง
ปลูกอย่างรวดเร็ว เหมือนฝัน ราวกับเนรมิต

วันนี้ ผลผลิตที่สร้างรายได้ให้มากที่สุด คือ มะนาวพันธุ์พื้นเมือง

ในหลวงท่านทรงมีพระราชดำริว่า ไม่ต้องการให้ใส่สารเคมี หรือถ้าจะใช้ก็ใช้น้อยที่สุด มะนาว
ของพระองค์ท่าน ผิวจะไม่ค่อยสวย เรียกว่าเป็น มะนาวลาย แต่ผิวบางน้ำเยอะ เป็นที่ต้องการของตลาด
สนนราคาก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ไปตามกลไกตลาด แต่ละวันไม่เหมือนกัน

พระองค์ท่านทรงให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือ เพื่อใช้ในโครงการชั่งหัวมัน
ตามพระราชดำริอีกด้วย

ทุ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้า

นอกจากแม่แบบด้านการเกษตรแล้ว ยังมี กังหันลมผลิตไฟฟ้า ตามนโยบายรัฐบาลที่ใช้พลังงาน
ทดแทนผลิตกระแสไฟฟ้า มีกำลังการผลิตขนาด ๕๐ กิโลวัตต์ ปัจจุบันมีทั้งหมด ๒๐ ต้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะดำเนินการเข้ามารับซื้อพลังงานสะอาดที่ได้นี้ต่อไป

ไฟฟ้าพลังงานสะอาดไม่ได้ใช้หมุนเวียนในไร่ ผลิตได้เท่าไร จะเอาไปหักลบกับพลังงานที่ใช้
ทุกเดือนจะมีเงินเหลือ การไฟฟ้าฯ ตีเช็คกลับคืนมา ๓-๔ ครั้งแล้ว

พื้นที่ทั้งหมดของโครงการชั่งหัวมัน ๒๕๐ ไร่ วันนี้ถึงจะยังไม่ถูกพัฒนาเต็มทั้งหมดทุกจุด แต่
ในภาพรวมโครงการกำลังเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ อย่างเป็นรูปธรรม

แค่เพียงไม่กี่เดือน โครงการชั่งหัวมันยังยังเขียวขจีได้ขนาดนี้

หากผ่านไปเป็นปี หลายปี พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งทุรกันดารผืนนี้ คงจะกลายเป็นแหล่งเพาะปลูก
ชั้นยอด ขึ้นชื่ออันดับหนึ่งเป็นแน่

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พสกนิกรชาวไทยที่ทำการเกษตรในผืนดินที่แห้งแล้ง
จะได้มีศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเกษตรกรรม ทั้งชาวบ้านบริเวณนี้ และเกษตรกรชาวไทย เพื่อศึกษาและนำไปดัดแปลงใช้ให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์ในผืนดินของตนเองต่อไป
พื้นที่ทั้งหมดของโครงการชั่งหัวมัน ๒๕๐ ไร่ วันนี้ถึงจะยังไม่ถูกพัฒนาเต็มทั้งหมดทุกจุด แต่
ในภาพรวมโครงการกำลังเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ อย่างเป็นรูปธรรม แค่เพียงไม่กี่เดือน โครงการชั่งหัวมันยังยังเขียวขจีได้ขนาดนี้

หากผ่านไปเป็นปี หลายปี พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งทุรกันดารผืนนี้ คงจะกลายเป็นแหล่งเพาะปลูก
ชั้นยอด ขึ้นชื่ออันดับหนึ่งเป็นแน่

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พสกนิกรชาวไทยที่ทำการเกษตรในผืนดินที่แห้งแล้ง
จะได้มีศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเกษตรกรรม ทั้งชาวบ้านบริเวณนี้ และเกษตรกรชาวไทย เพื่อศึกษาและนำไปดัดแปลงใช้ให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์ในผืนดินของตนเองต่อไป

ที่โครงการชั่งหัวมัน มีรถจักรยานไว้บริการ เราสามารถยืมจักรยานไปปั่นรอบ ๆ โครงการได้ ถ้าใช้จักรยานเสร็จก็ให้มาคืนที่เดิม และที่โครงการก็มีร้านโกลเด้นเพลส ขายสินค้าของทางโครงการด้วย เช่นผักปลอดสารพิษ และขนมต่าง ๆ แวะเข้าไปก็ไปอุตหนุนสินค้าของโครงการกันได้นะคะ

หลังจากเที่ยวชมโครงการกันเสร็จแล้วก็พากันกลับบ้าน ทริปนี้เรียกว่าเป็นทริปถ่ายภาพโดยเฉพาะ เพราะเราเน้นการถ่ายภาพกันมาก ๆ  




Create Date : 17 เมษายน 2556
Last Update : 26 ธันวาคม 2556 12:22:19 น. 4 comments
Counter : 7530 Pageviews.

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 18 เมษายน 2556 เวลา:5:08:51 น.  

 
สวัสดีจ้าณี ไม่ได้แวะเข้ามาทักทายกันนานเลยเนอะ ช่วงนี้พี่ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่เฝ้าบ้าน ช่วงนี้กำลังบ้าแต่งบ้านอยู่ 555 เพิ่งทาสีรั้่วบ้านเสร็จ ทำตั้งแต่ก่อนสงกรานต์เพิ่งจะมาเสร็จเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ตอนแรกนึกว่าง่าย กว่าจะขัดรั่ว ทาสีรองพื้น ทาสีแถมสวยไม่ถูกใจอีกต่างหาก แต่ก็ไม่เป็นไร เพิ่งหัดทาครั้งแรกได้แค่นี้ก็โอแล้วเนอะ

ห้องน้ำก็เพิ่งจะติดตู้กันห้องน้ำเสร็จ ไปซื้อในงานโฮมโปรแฟร์ จัดที่เมืองทอง มาติดแล้วโอเคเลย แยกเป็นห้องน้ำแห้ง-เปียก ทำให้แม่พี่นะกลัวเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนแล้วมันลื่น ไหนๆก็ไหนๆเปลี่ยนสุขภัณฑ์ชักโครกไปด้วยเลย รวมถึงอุปกรณ์ในห้องน้ำ ราวจับกันลื่น ทุกอย่างก็ซื้อในงานโฮมโปรนั้นแหละ ขอโชว์หน่อยนะ กำลังเห่อ อิอิ



อีกอย่างที่เปิด-ปิดแบบไม่ต้องเปิดมุ้งลวด ติดไว้ในห้องแม่พี่นะ เวลาเปิดแอร์ จะได้ไม่ต้องเปิดมุ้งลวดปิดหน้าต่าง ใช้แล้วสะดวกดี แต่แพงเหมือนกัน อันละ 400 ไม่รวมติดตั้ัง หาช่างมาติดก็ติดไม่เป็นเจาะรูพรุนหมดเลย 555 แต่ก็เสร็จได้ สะดวกดี



ส่วนช่วงนี้หยุดสามวันก็จะจัดบ้าน แต่งบ้าน แต่งห้องไปเรื่อยๆ ถ้ามีเวลาก็ไปเดินดูเฟอร์นิเจอร์กับแฟนสองคน บ้าเป็นพักๆ เรื่องเที่ยวตอนนี้พักไปก่อนเลย ไม่รู้ทำไมไม่อยากเที่ยวไปซะงั้น แต่เห็นทะเลที่ณีไปเที่ยวแล้ว คิดถึงทะเลเหมือนกัน ไว้ให้พี่หายบ้าแต่งบ้านก่อนค่อยไปเที่ยวเนอะ แต่สงสัยกะตังค์หมดก่อนอะดิ อิอิ

แวะมาทักทายนิดหน่อย แค่นี้ก่อนนะ คิดถึงจ้า


โดย: nongmalakor วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:35:26 น.  

 
กร๊ากกกก โทษทีณี ทำไมภาพมันใหญ่โตมโหราฬอย่างนั้นละ ถ้าเกะกะก็ลบได้เลยนะ ความเห็นพี่ข้างบนนะ


โดย: nongmalakor วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:37:04 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียน ทักทายและชมภาพสวยๆ ครับ


โดย: 3KKK วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา:11:54:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

paerid
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Paerid Bloggang

Group Blog
 
<<
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
17 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add paerid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.