Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
17 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
การปฏิบัติธรรมเบื้องต้น 2

การปฏิบัติที่ผมชอบมากอีกหมวดหนึ่งก็คือ จรณะ ๑๕

เริ่มด้วยการกำหนดศีล ที่เหมาะกับตน แล้วฝึกฝนตนให้ได้ตามศีลนั้น (สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล)
อย่างน้อยก็ศีล ๕ ศึกษาให้รู้สาระของศีลแล้วพยายามทำให้ได้
ไม่ใช่แค่ท่องศีลได้ หรือแค่ทำตามตัวอักษร แล้วก็สงสัยว่าอย่างนี้ นั้นผิดศีลหรือเปล่า

อปัณณกปฏิปทา ๓ (ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด, ปฏิปทาที่เป็นส่วนแก่นสารเนื้อแท้ ซึ่งจะนำผู้ปฏิบัติให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรม
เป็นผู้ดำเนินอยู่ในแนวทางแห่งความปลอดพ้นจากทุกข์อย่างแน่นอนไม่ผิดพลาด )
ได้แก่
. 1. อินทรียสังวร (การสำรวมอินทรีย์ คือระวังไม่ให้บาปอกุศลธรรมครอบงำใจ เมื่อรับรู้อารมณ์ด้วยอินทรีย์ทั้ง 6 )
คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อกระทบสัมผัสสิ่งต่างๆ ไม่ให้ลุ่มหลงไปกับ
ความสวย ความไพเราะ ชอบใจ ไม่ชอบใจ ไปตามกิเลส
. 2. โภชเน มัตตัญญุตา (ความรู้จักประมาณในการบริโภค )
รู้จักประมาณในการบริโภค ทั้งการกินการใช้ปัจจัยต่างๆให้พอดี พอเหมาะ ควร
ไม่หลงไปกับความอร่อย หรือหรูหราฟุ่มเฟือย อวด ประดับ
[ พท.ได้บรรยายขยายรวมถึง ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และ วิญญาณาหาร ด้วยครบทั้ง 4อาหาร]
. 3. ชาคริยานุโยค (ประกอบความเพียรด้วยการตื่น ทั้งตื่นจากความหลับ และตื่นรู้จากกิเลสนิวรณ์ )
คือ ขยันหมั่นเพียรตื่นตัว ชำระจิตมิให้มีนิวรณ์ พร้อมเสมอทุกเวลาที่จะปฏิบัติกิจให้ก้าวหน้าต่อไป

เมื่อทำทั้งสี่ข้อที่กล่าวมาแล้วให้เจริญขึ้นระดับหนึ่ง สัทธรรม ๗ก็จะเจริญขึ้นตามมา

สัทธรรม ๗ คือ ๑ ศรัทธา ๒ หิริ ๓ โอตตัปปะ ๔ พาหุสัจจะ ๕ วิริยะ ๖ สติ ๗ ปัญญา

และเมื่อเจริญมากขึ้นอีก ก้จะเกิดเป็น ฌาน ๔ ไปตามลำดับ คือ

ปฐมฌาน (มีวิตก มีวิจาร มีปีติ มีสุข มีเอกัคคตารมณ์)

ทุติยฌาน (ไม่มีวิตก-ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอัน เกิดจากจิตคลายกิเลสลงจนตั้งมั่นมีสมาธิ)

ตติยฌาน (มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย.. เพราะปีติสิ้นไป)

จตุตถฌาน (ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุข ละทุกข์ และดับโสมนัส โทมนัสก่อนๆ ได้
มีอุเบกขาเป็นฐานให้สติ เป็นมัชฌิมา บริสุทธิ์ เป็นกลางอยู่)

เมื่อถึงขั้นนี้ การศึกษาวิชชา ๘ เพื่อตัดกิเลสให้สิ้นเชื้อ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 3 ตุลาคม 2554 14:54:53 น. 2 comments
Counter : 279 Pageviews.

 
เข้ามาอนุโมทนาครับ


โดย: อัสติสะ วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:53:23 น.  

 
สาระ โดยสรุปของศีลที่ผมเข้าใจ ( ปรับปรุงมาจากกระทู้โน้น )


ข้อ ๑. มีเมตตาไม่ฆ่า,ไม่เบียดเบียนทั้งคน,สัตว์ จนใจลดโทสะ:ความโกรธ, ความพยาบาทได้
ข้อ ๒. ไม่โขมย ไม่โกง ไม่หลอกลวงใครๆ จนใจลดโลภได้ เสียสละได้ กล้าให้ ยอมเสียเปรียบได้
ข้อ ๓. มีความสังวรในกาม ยินดีแต่ในคู่ครองของตน จนสามารถลดกามคุณทั้ง๕ได้
ข้อ ๔. สำรวมวาจา พูดแต่ความจริง มีสันชาติแห่งความเป็นคนตรง ทำผิดก็รีบแก้ใขไม่ปกปิด
ข้อ ๕. มีสติ ไม่ลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุขทั้งหลายมีดื่มเหล้าเป็นต้น



ข้อ ๖. สำรวมในการบริโภค รู้ประมานในการกินแต่พอสมควร ไม่มากไม่เฟ้อ ไม่ตะกละกินตามอยาก
ข้อ ๗. สำรวมในกิริยา มารยาท ยืนเดิน นั่งนอน กินอยู่ พูดจาให้เรียบร้อย เหมาะสม
ข้อ ๗. สำรวมการแต่งตัวไม่ฟุ้งเฟ้อ หลงไปกับการลูบไล้ประดับทัดทรง ให้สวย ให้หอม ตามกิเลส

ข้อ ๘. สำรวมใจไม่หลงไปกับความใหญ่โตโอ่อ่า หรูหรา พยายามใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถ มักน้อย สันโดด

ข้อ ๑๐. คือใช้ชีวิตอยู่ให้ได้โดยไม่สะสมเงินทอง ทำการงานขยันขันแข็ง เมื่อมีรายได้กินใช้อย่าง ปราณิต ประหยัด
ส่วนที่เหลือก็สละออกสู่สังคม


โดย: P2wichai วันที่: 3 ตุลาคม 2554 เวลา:10:31:12 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

P2wichai
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มาตามหาเพื่อนร่วมทาง
เพื่อนเก่า-เพื่อนใหม่-ใครที่เคยรู้จัก ที่เคยคุย ช่วยแสดงตัวหน่อย

หรือใครที่ต้องการร่วมทางไป เหนือโลกด้วยกันก็เชิญด้วย
Friends' blogs
[Add P2wichai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.