just one who nobody

เขาให้หนูไปอยู่เกาะ (ภาคเด็กเมือง......หลง)

อากาศตอนเช้าเย็นดีจังเร้ยยย นอนชมวิวเล่นซักพักดีกว่า (ออกแนวขี้เกียจนะนี่) อีกนานกว่าจะถึงสถานี ค่อยหาของกิน
ถ้าใครเคยนั่งรถไฟตู้นอนน่าจะเข้าใจ ว่าในตุ้นอนเตียงล่างตอนเช้าๆมันน่านอนต่อแค่ไหน

สำหรับคนที่ไม่เคยเห็น ตู้นอนเขาจะกางเบาะที่นั่งมาชนกันเหมือนเตียง มีหมอนกับผ้าห่มให้ มีเบาะปูผ้าอย่างดี
ที่นอนก็กว้างขวางขนาดพอนอนได้สองคนเบียดๆ แถมรูดม่านปิดเรียบร้อย ^^ แต่ให้นอนคนเดียวนะ
ที่พูดมาคือเตียงล่าง เตียงบนจะเป็นที่นอนพับปิดอยู่ด้านบน เวลาใช้ก็ดึงลงมา มีสายรั้งกันตก



เตียงบน เตียงล่างสบายกันคนละอย่าง แล้วแต่รสนิยม เลือกเอาตามสะดวกนะครับ



เครดิตภาพจาก http://mashiiro.exteen.com/20060414/entry ขออนุญาติขมายนะคับ ขอบคุณครับ



เตียงบน เงียบ ไร้เสียงคนกวน หรือเสียงคนเดิน แถมปลอดภัยกว่า คุณสาวๆเดินทางคนเดียวแนะนำเตียงบนนะ
ส่วนเตียงล่าง มีหน้าต่างให้ชมวิว จุดนี้หล่ะที่เป็นไฮไลน์ของเรา ตื่นมาเห็นภาพทุ่งนายามเช้า
แสงเงิน แสงทอง ค่อยๆทอสาดเข้ามา เข้ากันได้ดีกับไอเย็นยามเช้า บรรยากาศสดชื่นที่สุด เหมาะแก่การนอนเอื่อยมาก
แต่อีกเดี๋ยว พนักงานคงเข้ามาเก็บเตียง ปกติเขาจะกางเตียงตอน ๓ ทุ่ม เก็บตอน ๗ หรือ ๘ โมงเช้า ได้เวลาหาของกินพอดี

อีกอย่างที่ทำให้ชอบนั่งรถไฟก็ตรงของขายข้างทางนี่หล่ะ ตามแนวรางรถไฟเวลาเข้าชานชลา จะแม่ค้าเอาของมาขายตรงหน้าต่าง
บางคนขึ้นมาขายบนขบวนเวลารถจอด ทุกอย่างให้เลือกสรรบริการถึงที่ ช่วงเวลาอยู่ในท่าไม่ถึงห้านาที สร้างบรรยากาศได้ครื้นเครงจริงๆ
บางครั้งมีของแปลกๆ ของขึ้นชื่อในอำเภอนั่นมาขาย โดยเฉพาะเวลานั่งรถมานานๆเริ่มเบื่อ ได้ดูของแปลกตา ผู้คนวุ่ยวายก็เป็นสีสันดีนะ



ได้ของกินแระ หาที่เหมาะๆ แดดไม่ส่องนั่งชมวิวกินข้าวรอเจ้ามาที่มาพับเตียง
อย่างที่บอกไปคราวที่แล้วคนลงสุราษฯหมด ทั้งโบกี้เหลือเราคนเดียว ที่นั่งเหลือเฟือ หุหุหุ
กินเสร็จก็นอนอ่านหนังสือเล่น ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็มาเดินเก็บเตียง พอจะลุกให้พี่เขาเก็บ
" ไว้นอนก่อนก็ได้ครับ เตียงเดียว เดี๋ยวเก็บใกล้ๆถึงก็ได้ " ^____^ ใจดีแฮะ
" อ๋อ วันนี้รถดีเลย์นะครับ " O_o
" เหตุขัดคล่องนิดหน่อย กว่าจะถึงคงเที่ยง " ....กำ แล้วคนมารับไม่รอเก้อหรอเนื่ย

" พี่จ๋า รถไฟดีเลย์หล่ะ กว่าจะถึงคงเที่ยง "
" เดี๋ยวพี่โทรไปบอกที่เกาะให้ "

แล้วก็นอนต่อไปอย่างสบายใจ ในที่สุดก็ถึงเมืองตรัง

........ไหนคนรถหว่า.......เงาดำเริ่มคืบคลานเข้าปกคลุม...หรือว่า..
" พี่คร๊าบบบ รถรออยู่ไหนคร๊าบบบ "
" เดี๋ยวรัตเดินออกไปข้างนอกนะ "
" คร๊าบบบบ " คิดมากไปได้ เขาไม่ทิ้งหรอก หุหุ
" ถามคนแถวนั่นดูว่ารถตู้ไปลันตาอยู่ไหน เห็นเขาบอกว่าอยู่หน้าสถานี "
" ............ "
" เช๊คเขาก่อนนะว่าเขาจะส่งที่โรงแรมเลยหรือเปล่า "
" ................. "
" แต่เห็นเขาบอกว่าส่งนะ พี่ก็ไม่แน่ใจ ไม่เคยขึ้น เดี๋ยวลองดูละกัน "
" เอ่ออออ พี่ แล้วไหนว่าคนรถจะมารับไง "
" อ๋อ เห็นว่าไม่มีแขกมาตรัง เขาเลยไม่อยากตีรถเปล่าเข้ามา แค่นี้ก่อนนะ งานยุ่งอยู่ " ....ตรุ๊ดดดดดดด
" ..................... "
คุณหลอกดาวอีกแล้ว..ไม่ห่วงกันมั่งเลย ทิ้งกันได้ลงคอ....ใช่เซ่ นู๋รัตมันใจง่ายนี่ เขาบอกให้มาก็มา
หันซ้ายแลขวา จะไปทางไหนต่อดีฟระเนื่ย กำลังมองหาทางไป เสียงโทรศัพท์ก็เข้ามา

" ถึงแล้วโทรมาบอกพี่ด้วยหล่ะ " อันแน๊ จริงๆก็ห่วงใช่ม๊า ^_____^
" พี่อยากรู้ว่ารถอยู่ตรงไหน ส่งถึงที่หรือเปล่า จะได้บอกคนอื่นได้ แค่นี้นะ " ....ตรุ๊ดดดดดดด

สั่งเสร็จแล้วก็วางหู ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดว่า ครับพี่....
เหมือนอยู่ๆก็เดินตกลิฟ มันวูบ แล้วก็ลอย ทุกอย่างดูเคว้งคว้างไปหมด เข้าใจความรู้สึกของเด็กหลงทางทันที

คุณเคยมั่ยครับ อยู่ๆทุกอย่างมันดูแปลกตา จะไปถามใครก็ไม่กล้า ทุกคนดูน่ากลัวไปหมด
ไม่รู้ไหนซ้ายไหนขวา ไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี แล้วเราจะตั้งต้นจากตรงไหนดี
มองรอบข้างผู้คนค่อยๆหายไปทีละคน เขาคงกลับบ้านกันแล้ว ได้ยินเสียงทักทายด้วยความยินดีเมื่อเจอหน้า
เสียงทักทายจากญาติพี่น้องที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน ดีจัง พวกเขามีคนมารอรับด้วยความยินดี มีคนรอต้อนรับอยู่ที่บ้าน

......อยากกลับบ้านแล้วอ่ะ......

เสียงรถไฟค่อยๆออกจากชานชลา รถไฟไปแล้ว เราพึ่งมาถึงเอง จะกลับไปได้ยังไง
เรื่องแค่นี้เอง ชีวิตต้องเดินต่อไป...เดี๋ยวตั้งหลักก่อน หาที่นั่งตั้งสติเรียกความมั่นใจ ทำอะไรต่อค่อยว่ากัน

" รัต มานั่งทำอะไรตรงนี้หน่ะ "
หันไปตามเสียงเรียก เห็นนางฟ้าองค์น้อยเปล่งประกายสวยเดินมาหา
( โปรดนึกถึงหนังเกาหลีเวลาเปิดตัวนางเอก เป็นภาพฟุ้งๆหน่อย สโลว์นิดๆ )
" แงงงงงงงงงงงงงงงง พี่แหวนนนนน นู๋รัตโดนทิ้งอ่ะ "
พี่แหวนมองมาด้วยสายตาสมเพศที่ปิดไม่มิด
" แล้วมานั่งทำอะไรตรงนี้ พี่รออยู่ข้างนอก มองหาอยู่นึกว่าไปแล้วซะอีก "
" ฮืออออ แงงงงงงง เค้าโดนทิ้งอ่ะ ฮือออออ หิว "
" -_-" ไปกินข้าวกันก่อนไป "

เหมือนพระมาโปรด รอดแล้วตรู รอดชีวิตแถมรอดไปอีกหนึ่งมื้อ แมวข้างถนนที่โดนเก็บไปเลี้ยงรู้สึกอย่างนี้นี่เอง
พี่แหวนคนสวย พี่สาวใจดีแห่งเมืองตรังอุตส่าห์ลางานมารอรับโดยไม่ได้บอกกันก่อน กะเซอร์ไพร์ ได้ไพร์สุดๆเลยพี่
แล้วก็เดินจูงมือไปซื้อตั๋วรถตู้ ซึ่งจริงๆมันอยู่ตรงข้ามสถานีนั่นเอง เยื้องออกไปหน่อย ด้วยความตระหนกเลยดูไม่รู้เรื่อง
จริงๆถึงไม่มีอะไร เดินไปดูก็ไม่รู้เรื่อง ป้ายมันแยะไปหมด ต้องตั้งสติก่อนแล้วดูให้ดีๆ ซื้อเสร็จก็ได้เวลากินซักที
ใจอยากกินหมูย่างเมืองตรังมาก แต่ตอนนั่นก็เที่ยงแล้ว เลยหาข้าวกินแถวข้างสถานี หนหน้านายเจอเราแน่หมูย่างเอ๋ย
ที่เมืองตรังกินหมูย่าง กับกาแฟตอนเช้าครับ จะมีแตะเตี๋ยมหรือพวกติ๋มซำด้วย มาถ้วยเล็กๆกินกับน้ำชาอร่อยดี

อิ่มหน่ำแล้วก็ถึงเวลาเดินทาง พี่แหวนบอกทริคว่าให้นั่งตรงกลาง ถนนมันไม่ดี รถจะได้ไม่เขย่ามากนัก เดี๋ยวจะช้ำก่อนถึง
หุหุหุ พี่แหวนถนอมกันจัง รู้สึกดีมีคนรัก ยิ้มแก้มปริปีนขึ้นไปนั่งตรงกลางตามคำแนะนำ เด็กดีต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่
ตื่นเต้นเล็กน้อย จะถึงเกาะแล้วโว๊ยยย ไม่รู้จะเป็นยังไง ทะเลจะสวยแค่ไหนน๊า ไม่เคยมาฝั่งอันดามันซะด้วย
ก่อนจากพี่แหวนส่งเค้กตรังให้สองกล่อง(ไปซื้อตอนไหนหว่า)พร้อมกับถุงพลาสติกเปล่าๆให้สองสามใบและรอยยิ้มแปลก
ไอเราก็มองถุงเปล่างงๆ ให้มาทำไมครับพี่ ไม่ทันถาม รถออกไปซะก่อน เอ๋ หรือว่า จะให้เอาไปใส่แบ่งคนอื่นที่เกาะ

......ช่วงเวลาสามชม.ของการเดินทางทำให้เข้าใจความหมายของรอยยิ้ม และประโยชน์ของถุงอย่างสุดซึ้ง




-----------------------------------------------


ก่อนลงเกาะกันจริงๆ มารู้จักของกินเมืองตรังกันซักนิดครับ ที่นี่ดินแดนของกินจริงๆ
ตรังเป็นเหมือนสวรรค์ของเด็กเกาะอย่างรัตมาก ไม่ว่าจะเป็นหมี่ซั่ว แกงปักษ์ใต้ อาหารแบบไทย จีน อิสลาม ที่นี่มีหมด
แถมร้านน้ำชาก็มีทุกถนน หาติ๋มซำกินได้ทั้งวัน เด็ดขั้วหัวใจเด็กเกาะมาก มาถ้วยน้อยๆ แต่หลากหลายละลานตา



กินติ๋มซำแล้วก็จิบชายามเช้า สุดยอดดดดดด ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว



นอกจากติ๋มซำ น้ำชา ก็ยังมีเค้กเมืองตรังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นของขึ้นชื่อ
แค่นี้ยังไม่หมดยังมีหมูย่างเมืองตรังที่อร่อยจนลืม(ท้องแตก)ตายกันเลย
ตอนนั่นร้านที่ขายหมูย่างจริงๆมีไม่กี่ร้าน ซึ่งจะขายกันเฉพาะตอนเช้าเท่านั่น เพราะเขาถือเป็นอาหารเช้า เอาไว้กินกับชา กาแฟ
แล้วหมูย่างของที่นี่ไม่ใช่หมูย่างธรรมดาทั่วไป ขอบนอกจะกรอบนิดๆ ข้างในนุ่ม แล้วเนื้อจะชุ่มหวานทั้งชิ้น จะดูฉ่ำๆเยิ้มๆไม่แห้ง



ไม่รู้ระหว่างย่างเขาทาน้ำผึ้งไปด้วยหรือเปล่า แต่ความหวานที่เคลือบอยู่รสคล้ายน้ำผึ้ง ยิ่งกินยิ่งเพลิน ไม่เลี่ยน ยิ่งกินกับน้ำชาเข้ากันดีมาก
เคยเห็นเวลาเขาย่างจะย่างไปแล้วทาอะไรซักอย่างไปเรื่อยๆจนกว่าจะสุก ยิ่งพูดยิ่งคิดถึงแฮะ



เครดิตภาพจาก http://www.siamfreestyle.com/forum/index.php?showtopic=885&mode=linear

ขออนุญาติลงภาพจากเวปนี้ โทษฐานถ่ายภาพได้น่ากินสมความคิดถึง ชื่นชมจริงๆ และขอขอบคุณจากใจ ไปทุกครั้งตั้งหน้ากินอย่างเดียวไม่เคยถ่ายต้องขออภัย





 

Create Date : 01 ธันวาคม 2551
2 comments
Last Update : 1 ธันวาคม 2551 21:17:56 น.
Counter : 1002 Pageviews.

 

ไปอยู่เกาะอีกแล้วเหรอคะ

 

โดย: Kim IP: 158.108.83.58 8 ธันวาคม 2551 11:08:44 น.  

 




พาลูกหมาหาบ้านมาเยี่ยม
มาขอบคุณที่มีเมตตาต่อพวกเขาเสมอมา
ขอให้พบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปนะคะ


 

โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) 19 ธันวาคม 2551 9:47:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


outside islander
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




พอเถอะ ผู้หญิง
Khor T ( May i? ) - Noodle Formula
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add outside islander's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.