อยากให้โลกนี้.......มีแต่ความสุข
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 

เฮ้อ! กลุ้มใจกะเกรด T-T + รำลึกความหลังเมื่อยังไม่ได้เข้ามหาลัย

**บล็อคนี้ข้าพเจ้าเขียนไว้เพื่อเตือนสติตัวเองและเขียนเรื่องราวในอดีตเท่าที่พอจะจำได้เผื่อหลงลืมอะไรไปจะให้มันเป็นที่เก็บความทรงจำของข้าพเจ้าเอง

หลังจากที่เกรดออกมาช่วงสงกรานต์ช่วงนั้นกำลังทำงานพิเศษอยู่

เลยลืมกลุ้มซะสนิทแต่พอว่างจากงานแล้ว

อยู่บ้านเฉยๆหันไปรอบตัวก็มีแต่ตำราของเทอมที่แล้วเต็มตู้ไปหมด

นึกขึ้นได้ว่าเทอมนี้เกรดแย่นี่หว่าเลยเริ่มเครียดเลยที่นี้

จากเทอมแรกเกรด 3 กว่า พอมาเทอมนี้เกรดเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.5

คิดเอาละกันว่าเทอมนี้มันแย่แค่ไหนถึงรวมกะเทอมที่แล้วได้แค่2.5

โชคดีที่ทำเกรดเทอมแรกไว้เยอะมิฉะนั้นคงต้องหนีโปรกันชุนละมุนวุ่นวายตามกระแสผองเพื่อนเป็นแน่แท้

หลังจากที่นั่งวิเคราะห์อยู่นานก็หาต้นเหตุของเรื่องได้แล้ว

นั่นคือความขี้เกียจนั่นเองเนื่องมาจากว่าตอนเรียน

ปวช.เตรียมวิศวะนั้นจบม.3ไปใหม่ๆเทอมแรกก็เกือบจะร้องเหมือนกันว่าทำไม๊ทำไมมันยากขนาดนี้

นอกจากจะโดนรับน้องตอนเย็นแล้วยังต้องนั่งรถเมล์กลับบ้านเป็นเวลา2ชม.

ทุกวันเหนื่อยมากๆแถมยังต้องลงช้อปตะไบเหล็กเลื่อยเหล็กอะไรอีกมามายอาทิตย์ละ2วัน

พอตอนสอบเท่านั้นแหละรู้สึกว่าไมเวลามันเร็วจัง

สอบวิชาคณิตศาสตร์ให้เวลา3ชม. โจทย์ 8ข้อ กะกระดาษคำตอบที่เป็น

สมุดเปล่าๆอีก1เล่ม เหอๆ หลับตั้งกะ 2ชม.แรก

ตอนนั้นรู้สึกว่าช้านสอบแข่งเข้ามาทำไมมาให้ตัวเองลำบากแท้ๆต่อม.ปลายซะก็ดี

แต่แล้วเกรดเทอมแรกก็ออกมา 2.97 แทบจะร้องตอนม.3จบมา 3.8

แต่ก็ทำใจได้เพราะเพื่อนหลายๆคนก็เป็นเหมือนกัน

จนเวลาผ่านไปอิฉันกลายเป็นหญิงถึกไปเลยนั่งรถเมล์ไปกลับวันละ4ชม.

แทบจะเป้นบ้านหลังที่2ไปแล้วเพราะใกล้ๆสอบต้องอ่านหนังสือบนรถเมล์กันเลย

หนังบนใบหน้าก็ค่อยๆหนาขึ้นทีละน้อยเนื่องจากวันใดที่ลงช้อปกลิ่นน้ำมันกลิ่นเหล็กนี่รุนแรงซะจนคนบนรถเมล์มองแล้วปิดจมูกค่อยๆออกห่าง+กับชุดที่ไม่เหมือนชาวบ้าน

แรกๆก็อายหลังๆเหนื่อยมากทนไม่ไหวด้านถึงขนาดขึ้นรถ ปอ. จนผู้คนรังเกียจไปตามๆกัน

พอเริ่มปรับตัวได้เกรดก็กลับมาเป็น3กว่าตามเดิม ด้วยหลักสูตรที่ไม่เหมือนชาวบ้าน

เรียนทั้งของม.ปลายสายวิทย์ ทั้งของอาชีวะช่างกลช่างยนต์ช่างเชื่อม

รวมกับทั้งล่วงหน้าเนื้อหาฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์ของปริญญาตรีปี1

ภายในเวลา3ปีจึงเริ่มรู้สึกว่าที่นี่คุ้มแล้วที่อุตส่าห์สอบเข้ามา

และแล้วด้วยความที่ปรับตัวได้เข้าที่แล้วพอจบปวช.ปี3ก็เลยเข้าคณะวิศวะกรรมศาสตร์ด้วยโคว้ต้าอย่างสบาย

ที่นี้ได้พบเจอเพื่อนใหม่ที่เป็นเด็กม.ปลายมากมายเทอมแรกเรียนฉลุยมากๆ

แทบไม่ต้องอ่านหนังสือก็สอบได้แล้วบอกตรงๆว่าบางวิชาข้อสอบง่ายกว่าตอนเรียนปวช.ซะอีกรึด้วยความที่เรียนล่วงหน้ามาก็ไม่ทราบ

พอมาเทอม2ด้วยความที่คิดว่ามันชิวๆเหมือนเทอมแรกเลยติดเล่นซะส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เข้าเรียน

บางวิชาเข้าเฉพาะตอนสอบเท่านั้นเอง

ที่นี้ลางร้ายเริ่มปรากฎคะแนนมิดเทอมเรียกได้ว่าใครได้เท่านี้ดรอปดีกว่าคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยรวมของนศ.ซะอีก

แต่ด้วยความขี้เกียจเรียนใหม่ ในขณะที่ผู้คนรอบข้างเริ่มดรอปกันไปหมดแล้ว

ที่นี้เลยขยันอ่านหนังสือละแต่ก็ยังเข้าเรียนบ้างไม่เข้าบ้าง

จนมั่นใจว่าน่าจะสู้ไหวก็เลยสู้ต่อไปจนผลคะแนนออกมาอย่างที่บอกไว้ตอนต้น

โชคดีที่ไม่มี F ซักตัวเลยไม่ต้องลงเรียนใหม่รอดไป

แต่คะแนนถือว่าน่าเกลียดที่สุดตั้งแต่เคยเรียนมามีโอเคอยู่วิชาเดียวคือเขียนแบบ

เพราะเคยเรียนมาแล้วอีอย่างรู้สึกว่าตัวเองชอบปฏิบัติมากกว่า

เพราะเกรดส่วนใหญ่ที่ A ตอนปวช.ก็ได้จากวิชาช่างกะช้อป

ส่วนวิชาหลักเยอะสุดก็B+ ต่ำสุดก็ C+ มีเคมีอย่างเดียวที่เคยได้A

พอมาเรียนป.ตรียังไม่ได้เปรอะน้ำมันแม้แต่น้อยคิดถึงมากๆเลย

รู้สึกว่ามันยาวมากเลยบล็อกนี้ใครอ่านจบนี่เก่งมากๆ

ยังไงเทอมที่จะถึงก็คงต้องขยันอีกเป็นเท่าตัวไม่รู้จะทำได้รึเปล่าแต่ก็จะพยายาม

น้องๆคนไหนที่ยังไม่ได้เข้ามหาลัยก็จำเรื่องพี่ไว้นะคะว่าถ้าขี้เกียจแล้วจะเป็นยังไง

พี่ๆที่เข้ามาอ่านคงจะได้นึกถึงความหลังตอนยังเป็น นศ.เรื่องราวชีวิตที่ไม่อาจย้อนเวลากลับไปได้แล้ว

พี่ที่มีประสบการณ์คล้ายกันหรือที่แตกต่างออกไปเล่าให้อุ๋มอ่านได้นะคะ




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2551
10 comments
Last Update : 12 พฤษภาคม 2551 13:19:55 น.
Counter : 726 Pageviews.

 

ขอแชร์ประสบการณ์จากรั้วประดู่แดงมั่งครับ

ของผมเข้ามาเรียนที่สถาบันได้เนื่องจากว่าเอนท์ไม่ติด แต่มาสมัครภาคสมทบของคณะวิทย์แล้วติดอันดับ 2 คือภาค math (อันดับ 1 เลือกคอม) ก็มาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คิดว่าคงพอเรียนได้เนื่องจากเรียนเลขมาได้แบบผ่านฉลุยมาตลอด (เฉพาะเลขนะ ส่วนฟิสิกส์ เคมี เน่าตลอด) ผลก็คือ เทอมแรกได้ 2.23 ฟาด F จากเคมีไป 1 ตัว ส่วนฟิสิกส์ดรอป ไม่งั้นคง F อีกตัวแน่นอน แต่ก็ไม่รอดในเทอมต่อมาที่ฟาด F ฟิสิกส์เข้าไปเต็ม ๆ แถมด้วย F math 2 ไปอีก ติดโปรเต็ม ๆ ไม่ต้องสืบ พอขึ้นปี 2 ก็ยังไม่วายติด F math 2 ไปอีก 2 ครั้ง (ทำไมไม่ดรอปวะ) แน่นอนโปรที่เคยรูดอยู่แล้ว ก็รูดลงไปเรื่อย ๆ ยังดีที่แต่ละเทอมมี B บ้าง B+ บ้างมาช่วยดึงนิดหน่อย ไม่งั้นคงได้ลงไปโปรต่ำเป็นแน่แท้

พอขึ้นปี 3 สถานการณ์แม้จะดีขึ้นกว่า 2 ปีแรก คือไม่มี F ตามมาหลอกหลอนอีก แต่ยังไม่วายมี D และ D+ ตามมาหลอน แถมด้วยวิชาที่เริ่มจะยากขึ้น เกรดช่วยอย่าง B+ หรือ B ก็เริ่มหายไป ต้องรีบหาลงตัวช่วยจ้าละหวั่น ท้ายที่สุดปี 3 เทอม 2 เทอมตัดสินชะตา อาจารย์ช่วยไว้ เลยรอดโปรไป ไม่โดนรีไทร์ แต่ชะตากรรมยังไม่จบสิ้น...

ตั้งแต่ปี 4 ขึ้นไป วิชาเรียนทั้งหลายที่เป็นตัวต่อของ math 2 ก็เริ่มทยอยโผล่กันขึ้นมา แถมด้วยวิชาปี 3 บางตัวก็เริ่มโผล่ขึ้นมาเป็นเงาตามตัว ด้วยความยากที่มากขึ้นก็ควรจะขยันมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่ากำลังใจที่มีเริ่มหมดไป เพราะเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ก็เริ่มจบไปหมด ถึงจะมีรุ่นน้องที่สนิท ๆ กันอยู่เยอะก็เถอะ แต่การที่เรียนป.ตรี เกิน 4 ปี ทำให้ที่บ้านเริ่มจะมีคำถามแบบว่า "จะจบเมื่อไหร่" "จะโดนรีไทร์มั๊ย" โผล่มาตลอด และด้วยกำลังใจที่หมดลง ความขยันก็หมดตาม แน่นอนผลการเรียนที่ผ่านมาก็เลยไม่ดีขึ้น ทุกเทอมจะมี D โผล่มาตัว 2 ตัว โดยไม่มี B B+ A มาช่วย ถึงมาช่วย ก็กู้สถานการณ์ไม่ได้อยู่ดี ท้ายที่สุดในปี 6 เทอมแรกมีใบแจ้งไปที่ภาคตอนกลางเทอมว่าผม "รีไทร์" ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่จบปี 5 แต่ก็ต้องขอบคุณท่านอาจารย์ที่ภาคหลายท่านที่ได้ช่วยพยายามที่จะดึงลูกหมาตาดำ ๆ ตัวนึงกลับมาเรียนได้อีกครั้งเป็นผลสำเร็จด้วยการยื่นเรื่องขอรีเกรดย้อนหลัง อาจารย์เล่าให้ฟังว่า เรื่องนี้ถึงอธิการบดีเลย ซึ่งท่านอธิการบดีก็ยินยอมให้รีเกรดได้ ก็เลยทำให้การรีไทร์นั้นเป็นโมฆะไป (กรณีแบบนี้คงมีเพียวครั้งเดียวในหน้าประวัติศาสตร์ของพระนครเหนือและคงไม่มีอีกต่อไป...อาจารย์พูดไว้ว่าอย่างนั้น) หลังจากเทอมนั้น อะไร ๆ ก็เริ่มดีขึ้น เนื่องจากวิชาหนัก ๆ ก็ผ่านไปหมด เหลือแต่ทำโปรเจ็คให้จบ และเรียนวิชาฟิสิกส์ 2 กับ Abstract Algebra ให้ผ่าน ซึ่งทั้ง 2 วิชาก็ผ่านได้ด้วยดี (แต่ก็เล่นเอาเครียดไปเยอะเหมือนกันเพราะมันยาก) สุดท้ายก็เรียนจบ ได้รับปริญญาสมใจ เหลือไว้เพียงความหลังอันไม่น่าภาคภูมิใจสมกับปริญญาเท่าไหร่ แต่ก็เอามาเป็นประสบการณ์เล่าให้หลาย ๆ คนฟัง เพื่อให้เป็นข้อคิดในการเรียนได้ว่า เรียนในสิ่งที่เรามั่นใจว่าชอบและถนัดจริง ๆ ดีกว่า อย่าไปทึกทักว่าเราน่าจะเรียนสาขานั้นสาขานี้ได้ เพราะถ้าเรียนแล้วรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราชอบจริง ๆ แล้ว จะลำบาก...มาก ถอยหลังกลับก็ไม่ได้ เรียนไปแล้วเกิดไม่รอด ก็เสียเงินเสียเวลาเสียใจอีก แถมเราไม่เสียใจคนเดียว พ่อแม่จะพาลเสียใจไปด้วย บาปเปล่า ๆ

ส่วนตัวผมปัจจุบันนี้ ก็ต่อป.โท ที่สถาบันแหละครับ แต่เปลี่ยนสาขาเรียนไปไกลเลย จากที่เคยเรียนวิทย์ ก็หนีไปเรียนศิลปศาสตร์แทน ซึ่งก็เหมาะสมกับตัวเองดี เพราะรู้ตัวตอนปี 3 ว่าชอบสาขานี้ พอสมัครสอบป.โท ก็ลงสายนี้แหละ เท่าที่เรียนก็โอเคครับ การที่ได้เรียนสายที่ชอบ ถึงแม้จะมีปัญหาชวนให้ท้อบ้าง แต่เกรดก็ทำได้ดี เรียนก็สบาย ๆ ไม่เครียดเท่าตอนป.ตรี แต่เทอมนี้คงจะเริ่มเครียด เพราะต้องทำ thesis แล้ว แต่ยังไม่ก้าวหน้าไปถึงไหน อาจารย์ที่ปรึกษายังไม่มีเลยด้วยซ้ำไป

ก็หวังเหมือนเจ้าของบล๊อกว่าอยากให้น้อง ๆ ที่จะเรียนต่อได้เอาเรื่องของผมไปเป็นตัวอย่างบ้าง ถึงจะคนละแง่กับของเจ้าของบล๊อกก็เถอะครับ

ป.ล. เจ้าของบล๊อกชื่อเล่นเหมือนน้องสาวผมเลยอ่ะ

 

โดย: DarthTrowa 12 พฤษภาคม 2551 22:55:14 น.  

 

พี่อ่าน ก็คงต้องนำไปแนะนำหลาน
ให้ตั้งใจเรียนแหละนะ คงต้องเรียนหนัก
เพราะสู้พวกที่เรียนสายอาชีพไม่ได้

หลานพี่เพิ่งติดวิศวะที่ลาดกระบัง
น่ากลัว กลิ่นมันต้องหึ่งแบบน้องแน่ๆ
เฮ้อ..ดูเหมือนเรียนหนักเนอะ

เอาใจช่วยนะ

 

โดย: แม่น้องนิก IP: 216.175.88.77 14 พฤษภาคม 2551 4:44:18 น.  

 

ได้รับตำรารึยังครับ

ตอบด้วยเน้อ

 

โดย: กระต่ายไม่ขูดมะพร้าว 15 พฤษภาคม 2551 9:27:14 น.  

 

สวัสดีจ้า สบายดีน่ะคะ เจนนี่แวะมาขอบคุณที่แวะไปอวยพรวันครบรอบวันเกิดหนูมูวี่ที่บล็อคที่ผ่านมาค่ะ และวันนี้เจนนี่ก็มาชวนไปชมรูปควันหลงสงกรานต์ที่บล็อคเจนนี่ด้วยนะคะ อย่าลืมแวะไปทักทายกันอีกน่ะคะ

ด้วยมิตรภาพ

 

โดย: สาวอิตาลี 16 พฤษภาคม 2551 17:52:08 น.  

 

เหมือนๆกันเลยง่ะ
ตอนเรียน ม.ปลายเกรดดีมากมาย
3 กว่าตลอดด พอเข้ามหาลัย
ตอนแรกอยู่ เอแบค ก็คิดว่าน่าจะโอเคแหละ
เรียนสายวิทย์มาแต่มาเข้าบริหารซะงั้น
ก็สู้เต็มที่
เกรดเทอมแรกออกมา 2.75 เริ่มมีกำลังใจ เรียน inter ได้ขนาดนี้ก็โอเคแล้ว
แต่พอมาเทอม 2 เอาแล้วตู F 1 ตัว
เกรดร่วงเหลือ 1.9 ติดโปร ครั้งนี้แหละ
เลยทำให้คิดได้ว่าสมควรสอบ A-NET ใหม่ได้ละ ก็เลยไปสอบแต่ก็กลัวไม่ติด
หนังสือก็ไม่ได้อ่านกะเอาแบบว่าถ้าติดก็ไปไม่ติดก็อยู่มันที่เดิมแหละใช้วิธีแบบว่าเอาความรู้เก่าที่มันมีอันน้อยนิดแหละไปสอบ แล้วผลออกมาก็ติด ^ ^ คณะวิทยาศาสตร์ จุลชีวะ ที่ลาดกระบัง
ด้วยความที่ว่าเราเรียนแต่ของศิลป์มา
มาวิทย์นี่ก้อแบบเริ่มต้นใหม่หมด ใหม่หมดจริงๆ ฟิสิกส์ กะ เคมีนี่ถือได้ว่า โง่ไปเลยแหละ เทอมแรก ฟิสิกส์ ดรอปไป
เคมีก็ได้แค่ D+ เทอมแรกเกรดออกมาที่ 2.34 ก็โอเคนะ ไม่ติดโปร แต่พอมาเทอม 2 ดรอปไปอีกตัวคือ แคลคูลัส2
เกรดรวม 2.33 ไม่ได้ต่างอะไรเลย -.-
แล้วตอนนี้ลงซัมเมอร์ ฟิสิกส์ไป ทำข้อสอบไม่ได้ ติด F นี่ถึงกับโปร เลยทีเดียว
ก็ขอแชร์ละกันว่าถึงวิชาไหนที่เราทำไม่ได้อย่ามัวแต่คิดว่าเราจะทำไม่ได้ตลอดแบบเราอ่ะนะ เพราะมันจะทำให้เราไม่มีกำลังใจในการอ่านอ่ะ...

ขอบคุณที่แวะไปนะคะ ^ ^

 

โดย: dearlydeer 17 พฤษภาคม 2551 8:38:51 น.  

 

ขอบคุณมากคับสำหรับคำอวยพร อิอิ

 

โดย: kennetto 21 พฤษภาคม 2551 13:49:11 น.  

 

 

โดย: yosita_yoyo 21 พฤษภาคม 2551 20:20:24 น.  

 

เพื่อนอุ๋มต้องสู้ๆน้า

เพราะเราก้อไม่ต่างกัน

อิอิ

เลิฟฟ

 

โดย: หมูแจง IP: 125.25.10.24 27 พฤษภาคม 2551 20:45:37 น.  

 

เจ้าของบล๊อกหายไปเลยครับ สงสัยรับน้องเพลินแหง ๆ

 

โดย: DarthTrowa 6 มิถุนายน 2551 3:00:30 น.  

 

เงอะ ทามมายคุณพี่เรียนแบบว่า

หนักหนาสาหัสมากมายอ่ะ

เหอๆ

คิดถึงๆ ไม่ได้เข้ามานานเหมือนกัน^^

 

โดย: MARKiiZ 22 มิถุนายน 2551 10:48:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


tennoji
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงคนนึงที่หลงใหลกับการอ่านนิยาย วรรณกรรม เรื่องสั้นทั้งหลายแหล่จนโงหัวไม่ขึ้น แต่หนังสือเรียน2หน้าก็หลับแถมขี้เกียจอีกด้วย ปัจจุบันเรียนที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต ใฝ่ฝันอยากเป้นนักเขียนแต่ไม่เคยเขียนจบสักเรื่อง55+ ตอนนี้กำลังสนใจกีฬายิงปืนอยู่ค่ะ
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]

ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
ค้นหาใน OumojijA.bloggang.com
ฟังวิทยุออนไลน์ผ่านเน็ต !
Friends' blogs
[Add tennoji's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.