สบายๆสไตล์พระรองฯ
Group Blog
 
 
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
กติกาสังคมกับเรื่องเล่าของเธอ








สภาพสังคมในระบอบประชาธิปไตยจะดีหรือแย่ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับผู้แทนที่คนทั่วไปเลือกให้ขึ้นมาเป็นผู้นำ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสภาพสังคมจะดีหรือแย่ ส่วนใหญ่นั้นขึ้นอยู่คนหมู่มากในสังคมนั้นๆ ให้ความร่วมมือและปฏิบัติกติกาของบ้านเมืองที่บรรดาผู้แทนของเขาร่วมกันสร้างขึ้นหรือไม่ รวมถึงกติกาอื่นๆที่มีมาช้านานก่อนจะมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
กติกาที่ว่า ก็คือ กฎหมายที่ผู้แทนได้ใช้สมองซีกซ้ายขบคิดและกรั่นกรองออกมาแล้วว่าดีหรือไม่ ส่วนกติกาอื่นๆก็หมายถึง ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนคำสั่งสอนของศาสนาต่างๆที่มุ่งหวังให้ทุกคนเป็นคนดี
แต่มันก็เป็นเรื่องแปลกที่เวลาสังคมมีปัญหาขึ้นไม่ว่าด้านใดๆก็ตาม คนส่วนใหญ่กลับประณามก่นด่าผู้แทนของตัวเองที่ได้เลือกมากับมือ ว่าไม่ทำอะไรเลย วันๆดีแต่นั่งชูคอรอรับเงินเดือนอยู่ในสภาผู้ทรงเกียรติ ไม่ได้นึกเลยว่าถ้าทุกคนปฏิบัติตามกติกาสังคมอย่างเคร่งครัด ปัญหาก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
............................................................................ หนอนกาแฟ


เดชาวางหนังสือพิมพ์เก่าๆเล่มนั้นลง บทความทางการเมืองต่อว่าสังคมที่เขาอ่าน ประจานความผิดพลาดของคนส่วนใหญ่ เป็นบทความแรกของเขาตั้งแต่มาทำงานอยู่ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ เขาถ่ายทอดความรู้สึกลงบนกระดาษเพื่อให้คนทั่วไปได้อ่าน โดยหวังว่าอาจมีสักหนึ่งในร้อยหนึ่งในพัน ที่เมื่อได้อ่านแล้วคงสำนึกได้ แล้วเอาไปปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมตัวเอง เขาคงดีใจมาก นั่นคือบทความแรกที่เขาเขียนขึ้นในครั้งแรกที่ได้เป็นคอลัมนิสหลังจากได้เจอเธอคนนั้น

เมื่อก่อน ตัวเดชาเองก็ไม่ต่างกับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่เขาเคยเขียนต่อว่าไว้ในคอลัมหนังสือพิมพ์เมื่อครู่ หากไม่ได้รับการกระตุ้นเตือนจากผู้หญิงคนหนึ่ง เขายังอาจเป็นคนที่ละเลยกติกาเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยอยู่ต่อไป แต่เธอทำให้แรงบันดาลใจของเขาจุดประกาย และมุ่งหมายจะเข้าไปแก้ปัญหาสังคมด้วยตัวของเขาเอง เรื่องสำคัญที่เดชาอยากจะแก้ไขให้สังคมคือ เรื่องของหญิงโสเภณี เพราะนี้คือจุดกำเนิดของความตั้งใจของเขา แม้มันอาจจะสายไปแล้วสำหรับใครบางคน แต่นี้คือวิธีเดียวที่เขาจะช่วยให้ความตั้งใจของเธอเป็นจริงขึ้นมาได้

เขายอมเปลี่ยนงานในตอนนั้นก็เพราะเธอ ยอมทิ้งโอกาสที่จะได้เงินเดือนสูงๆ เลือกมาทำงานที่มีค่าตอบแทนน้อย และมีความเสี่ยงทางด้านความมั่นคงในอาชีพ

วันนี้แล้วสินะ จะเป็นวันที่เขาได้พบเธออีกครั้ง เขากลัวเหลือเกิน กลัวที่จะพบเธออีกครั้งทั้งที่เธอสั่งห้ามไว้แล้ว กลัวที่ถ้าเธอจะโทษว่าเขาเป็นต้นเหตุให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพนั้น กลัวว่าเธอจะโกรธและไม่ให้อภัยคนอย่างเขา และกลัวที่สุดหากเธอปฏิเสธสิ่งที่เขาอยากจะบอกเธออีกเรื่อง กับความรู้สึกที่อยู่ลึกๆในใจเขารีบแต่งตัวออกจากบ้าน เพื่อจะไปพบคนที่เขาคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับเขา

ความตั้งใจของเดชาก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปีก่อน ในสมัยที่เขาเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ และเริ่มต้นใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนเป็นครั้งแรก เด็กหนุ่มในตอนนั้นเรียนจบนิติศาสตร์ จากมหาลัยชื่อดัง ด้วยคะแนนเกียรตินิยม เริ่มต้นการทำงานครั้งแรกในชีวิต ในตำแหน่ง นิติกรที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

แม้งานอาจจะดูเรียบง่ายไม่เกินกำลังความสามารถของเขาที่จะแก้ปัญหา แต่เดชากลับมีปัญหาเรื่องอื่น ปัญหาคือการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ เพราะวิธีชีวิตที่ชายหนุ่มเติบโตขึ้นมา ช่างแตกต่างกับที่นี้เหลือเกิน เดชาเติบโตมาด้วยข้าวก้นบาตรพระ มีคำสอนของหลวงพ่อเป็นบังเหียนให้ชีวิต สอนให้เขาทำดี ถือศีล ละเว้นอบายมุข แต่สังคมใหม่ของเขากลับต้อนรับด้วยสิ่งที่ตรงกันข้ามวิธีชีวิตแบบเดิมของเขา

และในคืนหนึ่ง เขาก็ได้เปลี่ยนแนวคิดและทัศนะคติ เบนเข็มมาทำหน้าที่ชี้นำสังคม
“คืนนี้ ไปไหนกันดีล่ะ ไอ้น้อง” เพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานเดิมในตอนนั้นกอดคอถามเขา เพราะได้นัดหมายกันไว้แล้ว ว่าจะมีการเลี้ยงฉลองต้อนรับให้เขาในฐานะน้องใหม่ที่ได้รับเงินเดือนครั้งแรก
“ที่ไหนก็ได้ครับ”เดชาตอบเสียงอ่อยตรงข้ามกับใจ เพราะเขาไม่อยากไปไหนทั้งนั้น แต่ที่รับปากก็เพราะไม่ต้องการทำตัวแปลกแยก
“งั้นไปที่เดิมแล้วกัน”เสียงรุ่นพี่อีกคนสรุปให้
“เอ่อ งั้น 2 ทุ่มเจอกัน”เสียงนัดหมายเวลาให้ทุกคน แล้วบอกจุดหมายปลายทางให้เขาทราบ

การที่เดชาเป็นน้องใหม่และต้องการจะปรับตัวเขากับสภาพสังคมที่พบเจอให้เร็วที่สุด เขาจึงยอมทำในสิ่งที่ตัวเองถูกปลูกฝังว่า เป็นสิ่งไม่ดี เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เป็นสถานที่อโคจรที่มอมเมาผู้คนให้ลุ่มหลงในอบายมุข คำสอนเหล่านี้ของหลวงพ่อคล้ายเป็นสิ่งที่เขาอยากลืมเลือนที่สุดในตอนนั้น ตอนที่เขากำลังเหยียบย่างเข้าสู่สถานบันเทิงยามค่ำคืน สถานที่ที่เพื่อนร่วมงานเขาเลือก เพื่อบำบัดความสุขด้วยของมึนเมา

แสงไฟวูบวาบเป็นสีต่างๆ ที่พอจะให้เห็นพื้นที่รอบตัวไม่กี่ก้าว กับเสียงเพลงที่เปิดกระหน่ำดังก้องเมือนกับมีคนใช้ค้อนทุบอยู่ในรูหู ดังจนหัวใจแทบสะเทือนหลุดออกจากตัว ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งอบอวล แล้วก็นักร้องสาวหน้าตาจิ้มลิ้มนุ่งน้อยห่มน้อย กำลังโชว์ลีลาการวาดลวดลายโยกย้ายส่ายสะโพกอยู่บนเวที บรรยากาศทั้งหมดของสถานที่อโคจรแห่งนี้ ทำให้หนุ่มน้อยผู้อ่อนต่อโลกตื่นเต้นไม่น้อย

“หมดแก้ว”คนหนึ่งชูแก้วขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้ทุกคนทำตาม
“เพื่อเป็นเกียรติแด่น้องใหม่ของเรา” ทีแรกเดชาไม่ยอมดื่มเหล้าก็เพราะคำสั่งสอนของหลวงพ่อที่ว่า “เหล้าทำให้คนดีดีขาดสติ และเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดการผิดศีลข้ออื่น” “เอ้า...ดื่มนี้หน่อย เอาให้หมดนะ”เสียงผู้ที่เป็นหัวหน้าและเป็นผู้อาวุโสที่สุดในที่นี้บอกเขาพร้อมกับเลื่อนแก้วใส่น้ำบายมุขสีเหลืองอำพันให้เขา
“ผม...ไม่...ไม่”เดชามีสีหน้าไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจ กำลังจะปฏิเสธ
“อย่าเรื่องมากน่า หัวหน้าให้ดื่ม ก็ดื่มๆไปเถอะ”เสียงใครบางคนพูดตัดบทเขา ที่กำลังจะปฏิเสธ พร้อมกับยัดแก้วเหล้าใส่มือเขา เดชามองทุกคนอย่างอ้อนวอน แต่ไร้การตอบสนอง มีแต่แววตาทุกคนที่เร่งรัดรอเวลาให้เขาดื่ม
“นั้น...อย่างนั้นแหละ”เสียงเชียร์รอบวงดังขึ้นเมื่อเห็นเดชาที่ตัดใจยอมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยสีหน้ากระอักกระอวล
“เอ่อ...มันเก่งโว้ย”เสียงเยินยอสรรเสริญดังขึ้น สรรเสริญให้กับคนที่เพิ่งทำผิดศีลได้สำเร็จ แม้เดชาจะพะอืดพะอมกับฤทธิ์น้ำเมาในท้อง แต่จำต้องฝืนทนดื่มไปอีกแก้วแล้วแก้วเล่า เพื่อแลกกับคำเยินยอสรรเสริญเหล่านั้น

เมื่อเมากันได้ที่
“ไปไหน ต่อดีวะ”กลุ่มเพื่อนที่หลงใหลอบายมุข ส่งเสียงถามกันเมื่อออกจากสถานบันเทิงเพราะถึงเวลาปิดแล้ว เดชาที่ยืนแทบไม่ไหวโดนอุ้มปีกประคอง ยังถูกรั้งตัวไว้
“แหมถามมาได้...กินเหล้าแล้ว ต่อไปมันก็ต้องหญิง”เสียงหนึ่งที่ตอบมาทำให้หลายคนรู้สึกคึกคักกับความคิดนี้ ส่วนเดชาไม่มีสติพอที่จะรับรู้ถึงการตัดสินใจของคนอื่น เพราะตอนนี้เพียงแค่พยายามประคองตัวไม่ให้ล้มก็เก่งแล้ว เขาจึงมีสภาพเหมือนชิ้นเนื้อที่ใครก็สามารถลากไปไหนต่อไหนได้

เดชารู้สึกตัวอีกที เมื่อของร้อนอุ่นๆเรียกสติของเขากลับมา บรรยากาศรอบข้างแปลกตาออกไปจากตอนที่เขาออกจากร้านเดิม เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาเขาเห็นคือตัวเขาเองกำลังนอนเหยียดยาวบนโซฟาสีแดงสด โดยมีหญิงสาวหน้าตาน่ารักกำลังเช็ดหน้าเขาด้วยผ้าขนหนูอุ่นๆ เด็กหนุ่มตกใจลุกสะดุ้งพรวด เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากเพื่อนๆได้อีกครั้ง
“ไอ้หมอนี้ มันนกรู้โว้ย พอถึงเวลาก็ฟื้นเลย”เสียงหนึ่งแซวมีเห็นเขาคืนสติ
“งั้นก็ไปเลือกกันเลยสิ จะมามัวเสียเวลาอยู่ทำไมล่ะ”ทั้งหมดหัวเราะชอบใจกันอีกครั้งกับความใจร้อนของบางคน แต่เดชายังคงหันมองไปรอบๆตัวไม่ได้สนใจที่เพื่อนสนทนากัน

ภาพที่ปรากฏกับสายตาเขา คือสถานที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีการจัดวางสัดส่วนอย่างชัดเจน โซฟานั่งสำหรับแขกผู้มาเยือนมีอยู่หลายชุด มีชายหลายกลุ่มนั่งจับจองเป็นเจ้าของพื้นที่เหล่านั้น แต่ที่สะดุดตาที่สุด คือ ตู้กระจกบานใหญ่ที่มีสาวน้อยนุ่งน้อยห่มน้อยอวดโฉมอยู่ข้างใน แต่ล่ะคนหน้าตาดีๆกันทั้งนั้น มีหมายเลขกำกับแต่ล่ะคนไว้ที่หน้าอกด้วย แม้เดชาจะเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แต่ก็รู้ได้ทันที ว่าสถานที่นี้คืออะไร
“ผมเอาเบอร์ 207”ใครคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับยกมือชี้สาวน้อยหน้าตาดีคนหนึ่ง
“พี่เอาเบอร์ 013”หัวหน้าก็เลือกผู้หญิงคนหนึ่งบ้าง แล้วทุกคนที่เหลือก็เลือกกันอย่างรวดเร็ว ยกเว้นเดชาที่ยืนตัวแข็งไม่รู้จะจัดการตัวเองอย่างไรดี เมื่อกี้ที่กินเหล้า เพราะเหล้ามันไม่มีความรู้สึกไม่มีจิตใจ แต่คราวนี้เป็นคน เขาไม่รู้จะกล้าอย่างเมื่อกี้หรือเปล่า
“ไม่กล้ารึไง”อีกแล้ว ที่ต้องมีเสียงเย้ยหยันเมื่อเห็นท่าทีเก้ๆกังๆของเขา และมันก็ทำให้เดชาหัวเสียตามเคย
“ผมเอาเบอร์ 333”เดชากัดฟันเลือกส่งๆไป เพื่อหยุดเสียงประณามรอบข้าง
“ตาถึงไม่เบานี้หว่า เอาเบอร์ตองซะด้วย”เสียงชมเชยจากใครคนหนึ่งที่เข้ามาตบไหล่เขา เหมือนชมเชยที่เขาเลือกได้ดี

แล้วพนักงานต้อนรับก็นำทางพวกเขาขึ้นไปชั้นบน สถานที่แห่งนี้ คืออาบอบนวด หรือชื่อที่เรียกติดปากนักเที่ยวยามราตรีว่า ซ่องติดแอร์ ตอนตอนเดินขึ้นชั้นบนเดชาพยายามนึกหาทางออกให้กับตัวเองตลอดเวลา เพื่อนคนแล้วคนเล่าทยอยเข้าห้องที่เดินผ่านไปทีละคน จนเหลือเขาคนเดียวที่เดินติดตามพนักงานคนนั้นไปจนถึงห้องท้ายสุดทางเดิน
“เชิญครับพี่ เดี๋ยวหมดเวลาแล้วผมจะโทรเข้าไปบอก”พนักงานคนนั้นเปิดประตูให้เขา
“ขอบใจ”เขายัดแบงก์ร้อยใส่มือพนักงานคนนั้นเหมือนอย่างที่เพื่อนคนอื่นทำกัน ก่อนจะกว้าเข้าห้องไปด้วยใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

หญิงสาวหน้าตาดีผิวขาวที่มองลักษณะภายนอกแล้วทายได้ไม่ยากว่าคงมาจากจังหวัดทางภาคเหนือ นั่งบนเตียงนอนที่ขึงผ้าปูที่นอนตึงเปรี๊ยะเธอหันมามองทางเขาแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน
“พี่จะอาบน้ำก่อนไหมค่ะ”
“มะ..มะ..ไม่เป็นไร ไม่ต้องก็ได้”
เขาตอบเสียงสั่น
“แหมพี่ ใจร้อนจัง”ภาพเธอยิ้มดูช่างน่ารักเหลือเกินในสายตาเขา
“เอ่อ...พี่ไม่....”เสียงเขาขาดหายเหมือนมีก้อนบางอย่างขัดขวางอยู่ในลำคอ
“คิกๆๆ ดูพูดเข้าสิค่ะ”เธอพูดไปขำไปยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่

“ไม่....พี่ไม่ทำอะไรทั้งนั้น”เดชาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด อาจเพราะฤทธิ์สุราได้บรรเทาเบาบางลงแล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตลอดจนคำสอนของหลวงพ่อวิ่งผ่านวูบในสมองของเขา เดชาตัดสินใจแล้ว ว่าจะไม่ยอมทำสิ่งที่ผิดอีกต่อไป แม้มันจะทำให้เขากลายเป็นคนแปลกแยกให้สายตาของเพื่อนๆก็เถอะ

“พี่ว่า เรานั่งคุยกันเฉยๆเถอะ”ด้วยคำพูดนี้ของเขา ทำให้เขาเห็นแววตาแห่งความยินดีในตาเธอ คุยกันไปสักพักเขาเริ่มถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้ แล้วเขาก็ยึดถือเธอเป็นที่ระบายเรื่องราวความผิดที่เกิดขึ้นกับเขาในคืนนี้อย่างไม่อาย เธอเองก็ตั้งใจรับฟังและคอยสอบถามถึงข้อสงสัยต่างๆจนเขาต้องบอกเล่าอย่างไม่ปิดบัง ไม่ปกปิดชื่อแซ่ แม้แต่ประวัติความเป็นมาที่เติบโตมาท่ามกลางคำสอนของหลวงพ่อ แถมยังบอกอีกว่าเขาเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่อยากให้มีอาชีพนี้เลย

“พี่เดชา นี้เป็นคนดีจริงๆนะค่ะ”เธอเรียกชื่ออย่างเคารพชื่นชมจริงใจ ไม่มีท่าทีออดอ้อนมารยาเหมือนตอนแรกๆอยู่เลย และคำชมของเธอเป็นคำชมที่เขาภูมิใจที่สุดในคืนนั้น
“คราวนี้พี่ลองรับฟังเรื่องของอรบ้างนะค่ะ”ประกายตาเธอเวลาจ้องมองเขา เหมือนวิงวอนหวังให้เขารับฟังเป็นที่ระบายความทุกข์ใจให้เธอบ้าง และนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นในอุดมการณ์ความคิดของเขาในเวลาต่อมา

เรื่องราวของหญิงสาวชาวเหนือที่ต้องลงมาขายบริการเพื่อส่งเงินไปเลี้ยงครอบครัว เหมือนดั่งเพลงเพื่อชีวิตขับขานประจานบอกสังคมเป็นอย่างไร เรื่องราวของอรก็ไม่ต่างไปจากนั้นแต่ความรู้สึกของคนฟังที่ฟังจากบทเพลง กับที่ฟังจากปากของผู้ประสบเคราะห์กรรมมันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เธอเป็นลูกสาวคนโตของพี่น้องทั้งหมดหกคน เหตุที่ต้องลงมาขายตัวตั้งแต่ที่เธออายุไม่เต็มสิบห้าดี เพราะเหตุผลเหมือนคนอีกหลายล้านคนในประเทศนี้ คือความจนของครอบครัว เพียงแต่ว่าครอบครัวอื่นจะดิ้นรนเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยการทำอาชีพตามมีตามเกิด แต่ครอบครัวเธอไม่ พ่อแม่เลือกที่จะขายเธอเพื่อความสุขสบายของคนอื่นในครอบครัว เธอเองแม้จะเสียใจที่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้ แต่ก็ต้องจำทนเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อแม่และชีวิตที่ดีกว่าของน้องๆ เธอทนทรมานทำอาชีพนี้หาเลี้ยงคนทั้งครอบครัวมาจนถึงวันที่ได้เจอเดชาก็ 3 ปี กว่าแล้ว สภาพฐานะของครอบครัวเธอก็ดีขึ้นจากปากคำบอกเล่าของเธอ

“แล้วทำไมตอนนี้ไม่เลิกล่ะ”เดชาถามอย่างสงสัย เพราะเขารู้สึกได้ว่าเด็กสาวคนนี้ทุกข์ทรมานแค่ไหน
“อรก็อยากเลิกค่ะ แต่มันเลิกไม่ได้ง่ายๆก็ดีสิคะ พวกแม่เล้าคงไม่ยอม คนที่จะเลิกได้ก็ตายหรือหมดสภาพแขกไม่เอาก่อนนั้นแหละค่ะ ถึงจะเลิกได้”
“กริ๊ง.......................”
เสียงโทรศัพท์ภายในห้องดังขึ้นขัดจังหวะสนทนา อรเอื้อมมือไปรับพูดอยู่สองสามคำ ก็ยื่นหูโทรศัพท์ให้เขา เดชารับไปก็รู้ว่าบรรดาเพื่อนๆเขาตกลงที่จะนอนค้างคืนกันที่นี้ เลยโทรมาถามเขาว่าจะค้างด้วยไหม แต่เขายังไม่ทันตอบ ทางโน้นก็วางสายไปเสียก่อน แล้วเดชาก็หันมาบอกกับอรบอกเล่าถึงการสนทนาเมื่อครู่นี้ให้เธอทราบ

“งั้นพี่นอนค้างที่นี้ด้วยดีกว่า”เดชาหงายตัวลงกับเตียงนอน แต่พอเหลียวมามองเธอก็พอว่าเธอหน้าหมองลง
“นอนคุยกันเฉยๆ คืนนี้อรจะได้สบายไม่ต้องรับแขกอื่นอีกไงล่ะ”เขารีบอธิบายเพราะกลัวเธอเข้าใจผิด เด็กสาวเงียบไปสักพักก่อนจะบอกกับเขาว่า
“หากพี่เดชาไม่อยากให้มีอาชีพขายตัวอีก พี่ก็รีบกลับเถอะค่ะ”อรบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ทำไมล่ะ”เหมือนเดชาจะตามความคิดเธอไม่ทันจึงต้องถามเพื่อความกระจ่าง
“หากไม่มีเงินไม่มีแขก ก็ไม่มีอาชีพนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินจากผู้ชายใจดีอย่างพี่ หรือว่าเงินจากผู้ชายบ้าตัณหามันก็เหมือนกันแหละค่ะ ถ้าไม่มีคนเที่ยว ไม่มีคนยอมจ่ายเงินอีก สักวันอาชีพนี้ก็หมดไปเอง ฉะนั้นหนูจึงไม่อยากให้พี่นอนค้างที่นี้ แม้จะเป็นเพียงการนอนคุยกันเฉยๆ แต่มันก็เหมือนการสนับสนุนทางอ้อม ให้มีอาชีพนี้อยู่ดี” คำตอบที่ยาวเหยียดของเด็กสาวคนนี้ เหมือนกับค้อนที่ตีเข้าแสกหน้าเขาอย่างจัง

“แล้วถ้าหากมีการกวดขันใช้กฎหมายอย่างจริงจังล่ะ”แม้จะกระจ่างชัดแล้ว แต่เขายังอดถามเธอต่อไม่ได้
“กฎหมายมันก็แค่คำพูดที่ดูสวยหรูที่อยู่บนกระดาษเท่านั้นแหละค่ะ ไม่มีใครเขาทำตามกันหรอก เหมือนที่คืนนี้พี่ถึงมาอยู่ที่นี้ไงค่ะ”คำพูดเรียบง่ายน้ำเสียงอ่อนโยนของเธอ ทำให้เขาหน้าชาชายหนุ่มรู้สึกละอายมากกว่าการโดนชี้หน้าด่าทออีก
“ถ้าพี่สงสารอรและไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนต้องมารับชะตากรรมแบบนี้ คืนนี้พี่กลับไปเถอะค่ะ แล้วอย่ามาอีกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม” และนี้คือคำพูดสุดท้ายของเธอในคืนนั้น ผู้หญิงที่เขารัก รักแม้เพียงได้เจอเพียงครั้งเดียว รักแม้เธอจะทำอาชีพที่น่ารังเกียจ

และนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เขารู้จักรับผิดชอบสังคม เพราะในคืนนั้นเองหลังจากที่เขาออกจากอาบอบนวดแห่งนั้นแล้ว เขาได้โทรแจ้งตำรวจว่าสถานที่แห่งนั้นทำกิจการอาบอบนวดบังหน้ามีการขายบริการทางเพศแอบแฟงด้วย ไม่นานนักตำรวจก็แห่กันมาพร้อมด้วยนักข่าวฝูงใหญ่ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเขาหลายคนถูกจับคาหนังคาเขาในคดีซื้อบริการทางเพศในคืนนั้น

คดีนั้นเป็นข่าวเล็กๆในหน้าหนังสือพิมพ์วันต่อมา ตัวเดชาเองไม่ได้เป็นพยานชั้นศาล เพราะหลักฐานอื่นที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าไปเจอ มีเพียงพอแล้ว ทำให้เขาไม่มีโอกาสเจออร ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนั้นด้วย ข้อหาขายบริการทางเพศ และศาลตัดสินให้จำคุก 8 เดือนไม่รอลงอาญา ในขณะที่แม่เล้าและลูกสมุนโดนจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปีกันทั้งนั้น

............................................................................

เขาไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยตลอด 8เดือนที่เธอต้องโทษ อาจเพราะเขากลัวเธอจะไม่ให้อภัยเขาหากว่าเธอรู้ความจริง ว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องติดคุก ทั้งที่จริงเขาทำก็เพราะเขาอยากช่วยเธอให้หลุดพ้นจากอิทธิพลของแม่เล้าแมงดาเหล่านั้น

แต่วันนี้เขามาแล้วหน้าทัณฑสถานหญิงกลาง เดชาได้พบกับอรอีกครั้ง เขาบอกทุกอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้น เธอยืนนิ่งฟังเขา และกล่าวเพียงเบาๆ “ขอบคุณมากคะ พี่” และโผเข้ามากอดเขา บนใบหน้าอรมีน้ำตาซึมด้วยความปิติ ซึ่งนั้นทำให้เดชาสุขใจพอแล้ว เขาไม่สนใจว่า อรจะปฏิเสธความรักที่เก็บซ่อนอยู่ในใจแต่ยังไม่ได้บอกออกมาหรือไม่ เขาจึงเลือกที่จะเก็บงำมันไว้ก่อน รอคราวหน้าค่อยหาโอกาสบอกเธอ เพราะตอนนี้การทำให้คนที่ตนเองรักมีความสุข สำคัญกว่าการที่เขาจะสมหวังในความรัก









Create Date : 24 มกราคม 2554
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2554 23:00:48 น. 2 comments
Counter : 379 Pageviews.

 
Photobucket


โดย: Junenaka1 วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:13:07:15 น.  

 
สนุกมากค่ะ


โดย: เพชรน้ำนิล วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:10:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พระรองตลอดกาล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใส่ข้อความที่นี่
Friends' blogs
[Add พระรองตลอดกาล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.