°❤๐ Cartagena de Indias – Centro Historico (ณ เมืองเก่าคาตาเฮน่า) : Colombia ๐❤°

Photobucket


เป็นครั้งแรกนับแต่เขียนบล็อกมา ที่รู้สึกว่า “การเขียนบล็อกมันช่างยากจริงแฮะ” พอจะลงมือเขียนเกี่ยวกับคารตาเฮน่า (Cartagena) ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ตรงไหนดี... เป็นเพราะตั้งใจอยากเขียน อยากเล่าเกินไปหรือเปล่า...

แต่ตามประสาคนชอบเล่าอย่างฉัน มันก็ไม่เกินความสามารถอ่ะนะ

Photobucket


เริ่มแรกเลย เมื่อหลายปีก่อน ฉันรู้จักเมืองคารตาเฮน่า ผ่านเพลงและภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง และโดยไม่คาดคิดว่า ณ วันหนึ่ง ฉันจะมายืนอยู่ที่เมืองแห่งนี้จนได้

Ay! mi bien, que no haría yo por ti
Por tenerte un segundo, alejados del mundo
Y cerquita de mí
Ay! mi bien, como el río Magdalena
Que se funde en la arena del mar,
Quiero fundirme yo en ti…

Oh! My goodness, what I wouldn't do for you
To have you a second, far away of the world
and a little closer to me
Oh! My good, like the river Magdalene
That it founds (personification) in the sand of the sea
I want to fuse myself in you…


((คิดว่าต้องเคยได้ยินได้ฟัง และได้ชมภาพยนตร์กันแน่นอน))


Photobucket

~ Plaza de la Proclamacion ((เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์)) ~


Hay Amores ขับร้องโดย ชากิร่า เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Love in the Time of Cholera ที่บางฉากถ่ายทำ ณ เมืองเก่าคารตาเฮน่า ((หาฟังและดูมิวสิกวีดีโอได้ที่ยูทูปนะคะ))

Love in the Time of Cholera : Click






Photobucket

>> แผนที่โคลอมเบีย แสดงที่ตั้ง Cartagena <<

Credit : http://boxjakulov.info/tre/BOBA.html


หลังจากเดินทางอย่างบ้าคลั่ง สองวันกับหนึ่งคืน ฉันก็เดินทางไปถึงเมืองคารตาเฮน่า ในเย็นย่ำของวันที่ 7 ธันวาคม 2553 (หนึ่งคืน แวะพักนะคะ ไม่ได้เดินทางรอนแรมอะไรขนาดนั้นนะ)

แรกเห็นคาตาเฮน่า คือ โรงงานซีเมนส์ เพราะดันเดินทางเข้าเมืองด้านนั้น ก็ไม่ได้ตั้งใจอะไร ขับมาเรื่อย ๆ เห็นป้ายบอกทางก็เลี้ยวเลย เพราะถ้าไม่เลี้ยวก็อาจเลยไปบารานควิยา (Barranquilla) ได้ (ข้อเสียของการไม่มีเครื่องนำทาง หรือ GPS – The Global Positioning System)

ผ่านตลาดสด ชุมชนและชุมชน ซึ่งฉันก็ไม่รู้หรอกว่าจะไปที่ไหน ได้แต่ตื่นตากับแสงสีของเมือง มาทราบภายหลังว่า มีจุดหมายอยู่ที่เครสโป (Crespo) ชุมชนหน้าสนามบิน

ไมค์แวะไปบ้านเช่าที่เคยอยู่มาก่อน แต่เจ้าของบ้านบอกว่าเต็ม มีห้องว่างแต่กำลังตบแต่ง ซ่อมแซม วนหาที่พักอยู่นานสองนาน ก็หาไม่ได้ จนในที่สุดต้องไปยังดาวทาวน์ ไม่ได้พักในโอลทาวน์(เมืองเก่า) หรอกนะ ไปพักในย่านฝรั่งแทน ย่านนี้อยู่นอกกำแพงเมือง ถัดจากเมืองเก่าไปแค่สองบล็อก โดยมีชื่อเรียกรอง ตามถนนที่ตัดผ่านว่า “พระจันทร์ครึ่งดวง” ไมค์อธิบายไว้ว่า เป็นเพราะถนนสายนี้ครึ่งมืดครึ่งสว่าง และมีผู้หญิงแบบชั่วคราว ยืนแอบตามตรอกซอกซอย ใกล้ ๆ กันจะมีสวนสาธารณะ ที่ข้ามถนนไปสองสายก็ถึงประตูเมืองเก่าแล้ว

เมื่อหลายสิบปีก่อน อย่าได้คิดเดินถนนสายนี้คนเดียว ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน อันตรายมาก และสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ถ้าเดินถนนคนเดียว มีสาว ๆ หน้าตาดี อวบอึ๋มมาทักทาย “โอล่า มิ อารโม (สวัสดีที่รัก)” พร้อมจุ๊บซ้ายจุ๊บขวา ก็ให้พึงระวังตัวเองไว้ ถ้าคุณหวานตอบ เผลอไผลไปกับเสน่ห์ของสาวสวย เดินต่อไปไม่ถึงครึ่งซอย ก็จะเจอตำรวจมาทักทายและขอค้นตัว และก็จะพบว่า “คุณมีห่อโคเคนอยู่ในกระเป๋า” แล้วค่ำคืนนั้นของคุณก็จะมีเรื่องยาว....

ในวันที่มาถึงเป็นสัปดาห์หยุดยาว ที่เรียกกันว่า “Temporada” เวลาพิเศษ หรือเทศกาล ฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงหาที่พักได้ยากเย็น (ที่มีก็แพงเกินไป ฉันกับไมค์ไม่สามารถ)

สรุป ก็มีโฮสเทลแห่งหนึ่งที่ว่าง ไม่แย่เกินไปนัก คืนละ 30,000 Pesos ห้องดูสะอาดพอประมาณ และมีกลิ่นอับเล็กน้อย ไม่เป็นปัญหา ขอแค่มีที่นอนก็ดีแล้วล่ะ ดึกแล้ว ตอนที่เช็คอินก็สองทุ่มครึ่งได้
((กลิ่นอับ เนื่องจากอาคารเก่าแก่ แต่ไม่ได้รับการดูแล บวกกับฤดูฝนอันยาวนาน ที่มีฝนตกชุกทุกวัน ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา มีคนบอกว่าแทบไม่เห็นแสงแดดเลย))

โฮสเทลไม่มีที่จอดรถ ต้องนำฝาก ไม่ไกลจากที่พัก แค่อีกหนึ่งซอยถัดไป

หิว แต่เพลียกับการนั่งรถมากกว่า แต่ก็หาอะไรรองท้องนิดนึง ตบท้ายกับเครื่องดื่ม REDD’s เย็น ๆ ก่อนนอน




++ เช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2553 ++

Photobucket


เช็คเอาท์จากโฮสเทล กลับไปยังชุมชน Crespo ที่อย่างไร วันนี้ก็ต้องหาอพาร์เม้นท์ให้ได้ ซึ่งอันที่จริง ก็ยังมีอยู่บ้าง แต่เป็นแค่ห้องโล่ง ๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่ก็กว้างเกินไปสำหรับสองคน โดยต่อเดือนอยู่ที่ 1,500,000 Pesos บวกลบคูณหารแล้ว แพงไม่น้อยเลย

มีคนบอกมาว่า “คาตาเฮน่า เป็นเมืองที่คนนำเงินมาใช้” เพราะฉะนั้นอะไร ๆ ก็เลยราคาสูงกว่าเมืองอื่น ๆ คนนิยมมาที่นี่เพื่อพักผ่อน กิน ดื่ม เที่ยว จบ

ตระเวณหาที่พักอยู่ค่อนวันก็ไม่มีวี่แวว จนสุดท้าย ได้รู้จักกับชายหนุ่มร้านของชำ ชื่อ อันเดรส (แอนดรูย์) ชายหนุ่มน้ำใจงาม ที่โทรติดต่อถามอพาร์ทเม้นท์ให้ แนะนำให้ไปดูที่ซอยข้าง ๆ จนเย็นย่ำ จึงได้ที่พักสมใจ เป็นบ้านที่เจ้าของทำห้องให้เช่า ไม่กว้าง แต่มีเฟอร์นิเจอร์ และมีครัว ตามที่ต้องการ เดือนละ 820,000 Pesos คุยแล้วก็ตกลงเข้าพักเลย เฮ้อ โล่งใจ ได้ที่พักเสียที

พูดถึงอันเดรส ก็ต้องคุยต่อนิดนึง เพราะคิดว่า เค้าเป็นตัวอย่างของหนุ่มวัยรุ่นโคลอมเบียเลยทีเดียว เค้าเล่าให้ฟังว่า บ้านเดิมอยู่ที่เมืองเมดิยิน (Medellín) เมืองใหญ่ทางฟากตะวันตกของโคลอมเบีย โดดเด่นกับเทศกาลคริสมาสต์ โดยมีการปิดถนนหลักยาวหลายกิโลเมตร เพื่อทำโคมไฟประดับ เป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม จนได้รับการเรียกขานว่า “Río Medellín en Navidad” ((ค่ำคืนหนึ่งที่ผ่าน เจอมหกรรมรถติด เพราะการปิดถนนเพื่อการนี้ โดยไม่ทราบมาก่อน ถ้าทราบ ฉันคงเผ่นลงรถไปเดินชมถนนสายนี้ โดยปล่อยให้ไมค์ติดอยู่บนถนนคนเดียว ))

อันเดรสเรียนมหาวิทยาลัยเพียงแค่ปีเดียวก็ออกจากบ้าน เพราะแม่บ่นทุกวันว่า ไม่มีเงินส่งเรียน ให้ทำงานหาเงินเอง จึงได้ออกจากบ้านและมาทำงานกับลุงที่เปิดร้านของชำในคาตาเฮน่าแทน ชาวโคลอมเบียเรียกขานร้านชำทั่วประเทศว่า “ไชนิส เมดิยิน” เพราะเกือบทั้งหมด เจ้าของร้านชำเป็นชาวเมดิยิน

เมื่อตกลงใจพักที่คาตาเฮน่า ก็แปลว่าการเดินทางรอนแรม ต้องหยุดพักลงชั่วคราว ฉันใช้เวลาที่เมืองนี้ 53 วัน คิดว่า น่าจะแนะนำและพาคุณ ๆ เที่ยวชมรอบเมืองได้บ้าง...





Photobucket

~ พลาซ่า เด อินเดียส (Plaza de Indias) ~


คารตาเฮน่า หรือชื่อเต็มคือ คารตาเฮน่า เด อินเดียส (Cartagena de Indias) เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในลาตินอเมริกา กับเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ตื่นตา หลงไหล และติดตาม เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และมีเสน่ห์ (ทุกคนที่เคยมาเยือนเมืองนี้ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน)


Photobucket

Cartagena ถูกค้นพบในปีค.ศ. 1533 โดย Pedro de Heredia


ไม่กี่ปีหลังจากที่ค้นพบ ชาวสเปนได้วางผังให้เป็นเมืองหน้าด่าน โดยมีกลยุทธ์หลักคือ การสร้างกำแพงล้อมรอบเมือง ป้องกันการรุกรานจากชาวอังกฤษและโจรสลัดชาวดัชต์กับฝรั่งเศส

แต่ก็ไม่สามารถต้านทานได้ จนกระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 17 สเปนจึงได้ว่าจ้างวิศวกรทหารที่เก่งที่สุดในยุโรป ดำเนินการก่อสร้างป้อมปราการ ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นหนึ่งสัญญลักษณ์ที่โดดเด่นของเมือง

คารตาเฮน่าเดิมทีคือเมืองท่าค้าทาส เช่นเดียวกับเวราครูซ, เม็กซิโก ในเวลานั้น โดยค้าขายทาสชาวผิวดำ

ในปีค.ศ. 1984, Cartagena ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (World Heritage Site) โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO)


Photobucket

~ โลโกของเมืองโดยนักออกแบบชาวสเปน ที่มีการซุบซิบว่า “เป็นสัญญลักษณ์ที่ราคาสูงลิบ” ~


ตามไปอ่านเรื่องราวของคารตาเฮน่าเพิ่มเติมได้ที่ History Cartagena และ Travel Cartagena





Photobucket

>> แผนผังเมือง Cartagena <<

Credit : http://www.adncolombia.com/colombia-map



วันนี้ขอพาไปเดินชมเมืองเก่า กับจุดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ((คือต้องมาแชะ หรือต้องมาชมให้ได้ ไม่งั้นจะถือว่ามาไม่ถึง)) ภายในกำแพงเมือง มีจุดให้บริการนักท่องเที่ยวสองจุด ที่คุณสามารถขอแผนที่ได้ฟรี การเดินให้ทั่วเมืองเก่าใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง


Photobucket
อนุสาวรีย์ม้าคู่ ตั้งอยู่หน้าท่าเรือ มองเห็นเมนเกท (Puerta del Reloj) ด้านหลัง



Photobucket
แสงสี Puerta del Reloj เนื่องในเทศกาลคริสมาสต์ มองจาก Plaza de los Coches



Photobucket
Casa de la Aduana อยู่ถัดจากประตูหลัก (Puerta del Reloj)



Photobucket
Plaza de la Aduana ลานกว้างที่มีรถม้าจอดประจำอยู่



Photobucket
Portal de los Dulces อาคารตรงข้าม Puerta del Reloj มีขนมหวานหลากรส หลากสีสันให้เลือกซื้อหา



Photobucket
ไม่ได้มีแต่ของหวาน ยังมีล็อตเตอรี่, มินุโตส (โทรศัพท์จากมือถือ) และบาร์ รวมอยู่ในอาคารหลังนี้



Photobucket
Monumento a la Gorda de Botero ตั้งอยู่ ณ Plaza Santo Domingo



Photobucket
ซอยเล็ก ๆ มุ่งหน้าไปยัง Plaza Santo Domingo



Photobucket
Catedral de Cartagena ในบริเวณ Plaza de la Proclamacion



Photobucket
Catedral กลางวัน



Photobucket
Catedral กลางคืน (มุมเดียวกัน)



Photobucket
San Pedro Claver ณ Plaza de San Pedro Claver (มุมข้าง)



Photobucket
Plaza de San Pedro Claver (ด้านหน้า)



Photobucket
จุดเด่นของพลาซ่าคือรูปปั้นแสดงวิถีชีวิตบ้าน ๆ แบบโคลอมเบีย อย่างชายหนุ่มขายน้ำแข็งไส เป็นต้น



Photobucket
หลังคา San Pedro Claver มุมมองจากบนกำแพง



Photobucket
ซอยรอบ ๆ San Pedro Claver จะมีคนนำภาพวาด หรืองานทำมือวางขาย



Photobucket
Escuela de Bellas Artes โรงเรียนช่างศิลป์



Photobucket
ที่ตรงข้ามเป็นพลาซ่าเล็ก ๆ มีคนนำเครื่องประดับและงานเขียนมาวางขาย (Plazuela de San Diego)



Photobucket

Chicken Bus รถบัสเก่าแก่คลาสสิค (ที่ยังวิ่งรอบเมืองให้เห็นประปราย)
คันนี้ สำหรับนักท่องเที่ยว วิ่งรอบเมืองเก่า เปิดเพลงชามเปต้า (Champeta) กลิ่นอายดนตรีบ้าน ๆ แบบฉบับแอฟริกา หรือไม่ก็เร๊กเก๊โตน (Reggaeton) เพลงแดนซ์สมัยใหม่จากเปอรโต ริโก ไม่ก็รุมบ้า (Rumba) หรือแนวเพลงอื่น ๆ แบบลาติน ตามแต่ผู้โดยสารจะร้องขอ นอกจากเพลงก็มีขนมขบเคี้ยวกับเครื่องดื่มบริการ



Photobucket
Chicken Bus จะจอดสุดทางที่ Los Bovedas อาคารสีเหลืองริมกำแพง สำหรับซื้อหาของที่ระลึก



Photobucket

นอกจากชิกเก้น บัส ก็ยังมีรถม้า (วิ่งวนในเมืองเก่า) ยานพาหนะชมเมืองที่ได้รับความนิยมสำหรับคู่รัก หรือครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว



Photobucket

กำแพงเมือง ที่มีความยาวหลายสิบกิโลเมตร ลดหลั่นไปตามความจำเป็น บางส่วนก่อสร้างไว้ใต้ทะเล

สร้างขึ้นเมื่อตอนปลายศตวรรษที่ 16 สร้างแล้วเสร็จในปลายศตวรรษที่ 17 สร้างเสร็จประมาณ 25 ปีก่อนที่โคลอมเบียจะประกาศอิสระภาพจากสเปน กำแพงเมืองได้รับการกล่าวขานว่า “One of the most impressive city walls in the world.”



Photobucket
ด้านบน มีร้านอาหาร (เปิดตอนเย็น) ให้นั่งพักชิล ๆ รับลมเย็น



Photobucket
หรือชมตะวันลับฟ้า (เป็นจุดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง)



Photobucket
เดินเล่นมาทั้งวัน ขอพักเหนื่อยและจบวันสบาย ๆ ที่ช่องกำแพงนี้ละกัน...


((เจอกันใหม่บล็อกหน้า คารตาเฮน่ายังมีมุมเล็ก ๆ อีกหลายหลายมุม ที่ขอบอกว่า ให้เดินทุกวันก็ไม่เบื่อ))


1 USD ~ 1,800 Pesos


++ อัพเดทวันที่ 1 มีนาคม 2554, Bahia de Caraquez : Ecuador ++





Create Date : 02 มีนาคม 2554
Last Update : 21 มีนาคม 2554 22:33:08 น. 14 comments
Counter : 1138 Pageviews.

 
ไม่คิดว่าจะใช้เวลามากขนาดนี้ หิวจัง ขอไปหาอะไรเติมพลังก่อน แล้วค่อยแวะมาคุยด้วยอีกที


โดย: ostojska วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:4:45:49 น.  

 
เป็นเมืองที่มีรูปปั้นเยอะจังเลยนะครับน้องเอ้



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:7:44:33 น.  

 
ตามมาเที่ยวอีกด้วยคนค่ะ ยิ่งเห็นยิ่งอยากไปจริงๆนะเนี่ย

รายละเอียดเยอะดีค่ะ ขอแอดเป็นเพื่อนนะคะ
วันหลังจะตามมาอ่านใ้ห้ครบเลย


โดย: AdrenalineRush วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:10:01:27 น.  

 

แหล่มค่ะคุณเอ้...
อุ้มชอบภาพสุดท้ายเป็นที่สุดค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:19:38:53 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่เอ้

ตามมาเที่ยวเหมือนเคยค่ะ
เล่าตามสบาย สไตล์พี่เลยเถอะค่ะ
รูปพร้อม เรื่องพร้อม ใจพร้อม สบม.เลยพี่
(มายืนถือพู่ให้กำลังใจค่ะ)

ตามไปฟัง Hay Amores แล้ว
ชากิร่านี่ พลังเสียง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทั้งเพลงช้า เร็ว ร้องได้อารมณ์ ศิลปินจริงๆ

ตามถนนพระจันทร์ครึ่งดวงนี่ มียัดยาด้วยนะคะ
เหมือนบางกอกบางมุมเลยค่ะ เคยได้ยินมา
พี่เอ้ ใช้เวลาเมืองนี้นานอยู่นะคะ
คงได้เก็บความประทับใจไว้หลายที่

Chicken bus สีสวย ยาวดีนะคะ
สงสัยถ้าคนนั่งหลังเยอะ มีสิทธิ์ยกล้อได้ค่ะ



ชอบโลโก้ตัวยิ้มกว้างนี้ค่ะ พี่เอ้
ดู เฮ้! ลุยโลดด ดี



คราวนี้ทันอ่าน ทันโหวตด้วยเลยค่ะ
ไว้มาตามเที่ยวด้วยใหม่ค่ะพี่



take care na ka ;)



โดย: เลื้อย วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:20:20:03 น.  

 
เขียนได้ดีมาก...เห็นบอกว่าอยู่ที่นี่ 53 วัน ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่เมืองนี้ใช่มั้ยจ๊ะ? เมืองดูสะอาดดีนะ และก็โล่งอกโล่งใจไปด้วยจริงๆ ที่ได้ที่พักซะที

ขอบคุณที่แชร์จ๊ะ


โดย: YGHarding IP: 76.180.0.58 วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:21:54:56 น.  

 
ดีจ้าน้องเอ้ เป็นพี่ก็เดินทั้งวันไม่เบื่อเหมือนกัน ก็เมืองเค้า่สวย สีสันน่าตื่นตาตื่นใจทั้งกลางวัน กลางคืนเลยจ่ะ

อิจฉาน้องเอ้จัง ได้ไปเที่ยวและใช้ชีวิตต่างถิ่นได้ทีละนานๆขนาดนี้ รู้จักที่ทางได้ลึกซึ้งมากเลยจ้า

ปล.มีการกลับไปที่บ้านเช่าเก่าอีก เสียดายที่กลับไม่ว่างเนาะ


โดย: anigia วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:4:44:31 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องเอ้



พี่ก๋าตื่นตี 5 ทุกวันเลยครับ
ตื่นมาอัพบล็อกตอบเม้นท์นี่ล่ะครับ อิิอิอิ










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:6:50:51 น.  

 
อาคารบ้านเรือนแบบสแปนิช ดูแล้วทำให้นึกถึงเมืองวีกัน ( Vigan ) ในเขตอีโลกอสซูร์ บนเกาะลูซอน ของฟิลิปปินส์

กลิ่นอายของสเปนทำให้คนที่ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม อยากอยู่นาน ๆ


โดย: sirimas_m วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:8:24:11 น.  

 
อ่านสนุก ภาพสวยเพลินเลยค่ะ

ขอบคุณที่พาเที่ยวในที่ที่มิอาจมีโอกาสได้ไปเสมอ ๆ ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:10:32:50 น.  

 
สวัสดีค่าคุณเอ้ เมืองนี้สวยมากๆ เลยค่ะ เห็นแล้วนึกถึงหนังหลายๆ เรื่องเลยนะเนี่ย บรรยากาศชวนรื่นรมย์ ดีจังเลยนะคะหาที่พักไม่ยากเท่าไหร่ แต่แอบขำตรงที่มีผีขนุนเหมือนบ้านเราด้วยนี่แหละ

คุณเอ้ไม่ได้ตกข่าวหรอกค่าเพียงตุ๊กตาไม่ได้บอกใครมากมายเพราะกลัวเพื่อนๆ ช็อคกัน กร๊ากกก เพราะผู้หญิงบ้าๆ กำลังจะเป็นแม่ในอีกไม่กี่สัปดาห์นี่แหละค่ะ นี่แหละที่เหตุผลไม่ได้ไปดำน้ำเลย ตอนนี้ก็นอนรอเวลาอึดอัดมากค่ะ คุณเอ้เทคแคร์นะคะ


โดย: Thairabian วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:17:46:33 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องเอ้







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มีนาคม 2554 เวลา:6:33:55 น.  

 
สวัสดีค่ะเอ้

เมื่อเห็นเมืองเค้าแล้วเราไม่แปลกใจเลย
ว่าทำไมหลายคนถึงได้ชอบนักสำหรับเมืองนี้
ด้วยเพราะเป็นเมืองที่มีสีสัน ที่ไม่ใช่เฉพาะ
ความหมายเกี่ยวกับเรื่องของ "สี" เท่านั้นแต่ว่า
สีสันที่เราหมายถึง เป็นความหมายของวิถีชีวิต
ของคน ลักษณะบ้านเมือง เราว่าเค้ามีเสน่ห์
มากมายเลยจ้ะ

อิจฉาลึกๆ นะสำหรับการได้เดินทางไปเห็นอะไร
แบบแปลกๆ ใหม่ๆ จ้ะ แต่ว่าไม่อิจฉาล่ะ ที่เราได้เห็น
ไปด้วยเพราะไม่ได้เดินทางแต่เราก็ยังได้มาอ่าน
มาเห็นอะไรกับเอ้ไปด้วยทางบล็อกค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 4 มีนาคม 2554 เวลา:10:48:52 น.  

 


โดย: onceuponintime (sinbkk ) วันที่: 19 ตุลาคม 2554 เวลา:15:56:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Amazonia
Location :
Thailand - Poland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




“One’s destination

is never a place,

but a new way of

seeing things.”

- Henry Miller -



© Copy Right 2006 - 2017
http://ostojska.bloggang.com
ข้อความและรูปภาพทั้งหมด



กล้องที่ใช้ : Sony DSC - R1, Canon IXY 920 IS

โปรแกรมตบแต่งภาพ : Photofiltre & PhotoScape


ฟ้อนต์ไทยสวย ๆ จาก : ฟอนต์.คอม


Free counters!
:: Since 12 October 2010 ::


New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Amazonia's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.