:: เดินเลียบช่องแคบ Magallanes และตามหา Milodón + จบทริปปาตาโกเนีย (Punta Arenas & Puerto Natales) - Chile ::


บล็อกนี้เป็นตอนต่อจากบล็อก

:: ธงต้นไม้และรถไฟสุดปลายฟ้า (Puerto Moat & Train to The End of the World) - Argentina ::





Photobucket





28 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2554


บล็อกนี้ถือเป็นการรวมมิตรการเดินทางช่วงปลายทริปปาตาโกเนียของเราค่ะ จากเมืองอุชุอะยะ (Ushuaia, Argentina) เราสองคนก็หันหน้ากลับขึ้นเหนือ โดยเปลี่ยนเส้นทาง แทนที่จะกลับทางเดิม (Ruta 5) เรากลับตกลงใจข้ามไปชิลีที่เมืองพุนตา อะรินาส (Punta Arenas) กัน (ระยะทาง ~ 650 กิโลเมตร) เมืองที่น่าจะถือว่าอยู่ทางตอนใต้สุดของทวีปอเมริกาอย่างแท้จริงค่ะ ไม่ได้เดินทางวันเดียว ต้องแวะค้างคืนที่เมือง Rio Grande ก่อน


Photobucket


ถ้าดูตามแผนที่จะเห็นว่าเมืองนี้อยู่ในเส้นทางที่นักท่องเที่ยวแวะมา ทริปส่วนใหญ่คือมาจากเมือง San Carlos de Bariloche, Argentina ข้ามไป ๆ มา ๆ ระหว่างอาร์เจนติน่าและชิลี จาก Puerto Montt, Chile ต่อลงมายัง El Calafate, Argentina ตามด้วย Torres del Paine, Puerto Natales ถึง Punta Arenas, Chile และจบลงที่ Ushuaia, Argentina ค่ะ (หลายคนก็ขึ้นแต่ก็ใช้เส้นทางนี้แหละ)

และช่วงที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมกันมากคือช่วงนี้พฤศจิกายน - มีนาคม อากาศอุ่น ฟ้าโปร่ง ถ้าใครจะมาหน้าหนาวคงต้องเช็คให้ละเอียดหน่อย เพราะโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่จะปิดให้บริการในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคมค่ะ


กลับมาที่เมือง Punta Arenas กันต่อ เมืองนึ้เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติอันยาวนาน ความเพลิดเพลินของการได้มาเยือนที่นี่คือ การได้ย่ำเท้าไปยังตรอกซอกซอย ดูสถาปัตยกรรมแบบเมืองขึ้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ปะปนกับสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่กลมกลืน

นอกจากประวัติอันเก่าแก่ ก็ยังมี Duty Free หรือโซนปลอดภาษีที่ตั้งอยู่ตรงข้ามท่าเรือ มีทุกอย่างตั้งแต่ของหนัก อย่างรถหรืออุปกรณ์งานหนักทั้งหลาย ไปจนถึงเสื้อผ้าและอาหารการกิน (ชาวอาร์เจนติน่าข้ามมาซื้อสินค้าปลอดภาษีที่เมืองนี้กันเยอะมาก)


Punta Arenas - ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Sandy Point" เป็นเมืองทางตอนใต้สุดของรัฐ Magallanes และ Antartica Chilena ในปี1927 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Magallanes และก็เปลี่ยนกลับมาในปี 1938





ช่องแคบมาเจลลัน (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Strait of Magellan, ส่วนในภาษาสเปนคือ Estrecho de Magallanes) เป็นทางเดินเรือที่ตั้งอยู่ระหว่างตอนใต้ของแผ่นดินใหญ่ทวีปอเมริกาใต้กับกลุ่มเกาะเตียร์ราเดลฟวยโก ตั้งชื่อตามชื่อของเฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน นักเดินเรือชาวโปรตุเกส

ช่องแคบนี้เป็นทางเชื่อมสำคัญระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีความยาวประมาณ 570 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดอยู่บริเวณเกาะการ์โลสที่ 3 ทางด้านตะวันตกของช่องแคบ ซึ่งกว้างเพียง 2 กิโลเมตร

เนื่องจากมาเจลลันเดินเรือมาถึงที่นี่ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย (All Saints' Day) พอดี ในตอนแรกเขาจึงตั้งชื่อว่า "ช่องแคบแห่งเหล่านักบุญ" (Strait of All Saints) แต่ต่อมาพระมหากษัตริย์แห่งสเปนที่มาเจลลันถวายงานทรงเปลี่ยนชื่อมาเป็น "ช่องแคบมาเจลลัน" เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

ปัจจุบันตลอดช่องแคบมาเจลลันถือเป็นน่านน้ำของชิลี แต่ปากทางด้านแอตแลนติกบางจุดเป็นอาณาเขตของอาร์เจนตินา อย่างไรก็ตาม เรือชาติต่าง ๆ ยังสามารถเดินทางผ่านช่องแคบนี้ได้อย่างเสรี

ก่อนที่จะมีการเปิดใช้คลองปานามาซึ่งสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1914 ช่องแคบนี้เป็นเส้นทางข้ามมหาสมุทรที่สำคัญและปลอดภัยสำหรับเรือกลจักรไอน้ำ แต่ถ้าเป็นเรือใบเช่น เรือแบบคลิปเปอร์ จะนิยมใช้ช่องแคบเดรกซึ่งอยู่ใต้ลงไปอีก เพราะมีเนื้อที่ให้กลับลำเรือได้กว้างกว่า แต่ก็ต้องเสี่ยงกับสภาพอากาศที่ปั่นป่วนและคาดคะเนได้ยาก


ข้อมูล : วิกีพีเดีย





6 -13 ธันวาคม 2554


Photobucket


จาก Punta Arenas เราเดินทางต่อไปยัง Puerto Natales ระยะทาง 260 กิโลเมตร ณ เมืองนี้เราตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะลงเรือเฟอรี่ Navimag ขึ้นเหนือไปยัง Puerto Montt ดี หรือว่าจะขับรถไปเอง ในที่สุดก็เลือกอย่างหลัง โดยการไปเยือนอุทยานแห่งชาติทอเรส เดล ไปเน่ (Tores del Paine) แล้วก็ข้ามกลับอาร์เจนติน่า จบลงที่เมือง El Calafate


Photobucket


ที่ El Calafate เราแวะไปดูกลาเซียร์ เปริโต โมเรน่า (Glacier Perito Morena) อ่านบล็อก ธารน้ำแข็ง ณ กลาเซียร์เปริโต โมเรโน่ (Perito Moreno, El Calafate) คลิกค่ะ





14 - 15 ธันวาคม 2554


Photobucket


เดินทางต่อไปยัง El Chaltén เพื่อจะเทรคกิ้งไปยังทะเลสาบบนเขาและชมวิวมอนเต่ ฟิทส์ รอย (Monte Fitz Roy) อ่านบล็อก ฝากหัวใจไว้ที่มอนเต่ ฟิทส์รอย (Monte Fitz Roy, El Chaltén) คลิกค่ะ





16 - 18 ธันวาคม 2554


Photobucket


ทริปปาตาโกเนียของเราจบลงที่ El Chaltén จุดหมายต่อไปของเราคือ “ขายรถ” จึงต้องกลับไปชิลี มีคนบอกว่าเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Punta Arenas กับ Puerto Montt น่าจะขายรถได้ไม่ยาก ที่จริงถ้าจะขายก็ขายได้เลย ตั้งแต่ข้ามไปชิลีที่เมือง Punta Arenas ก็มีคนถือเงินสดมาขอซื้ออยู่หลายราย แต่ในราคาที่ต่ำกว่าที่ตั้งไว้นิด เราจึงยังไม่ขาย

เดินทางขึ้นเหนือมาหยุดที่เมือง Gob. Gregores ต้องแวะเพราะหลายร้อยกิโลกว่าจะไปถึงชายแดนชิลีอีกครั้ง เคยแวะเมืองนี้ครั้งหนึ่งขาล่อง กะว่าจะไม่แวะอีก เพราะเป็นโฮสเทลที่แพงกว่าที่เคยพักที่ไหน ๆ ในอาร์เจนติน่า!

จากที่จะแวะเพียงแค่คืนเดียว กลับกลายเป็นว่าต้องพักนานถึง 3 คืน เพราะเจ้าของโฮสเทลเห็นป้ายประกาศขายแล้วสนใจอยากซื้อ ในราคาที่มากกว่าที่เราตั้งไว้นิดหน่อย จึงรอ แถมใจดีลดค่าที่พักให้ครึ่งหนึ่งอีกต่างหาก






19 ธันวาคม 2554


Photobucket


เราเดินทางต่อไปยังเมือง Perito Moreno พร้อมเจ้าของโฮสเทลที่เป็นชาวชิลี แต่ถือสัญชาติอาร์เจนติน่าด้วย

ไปถึงแล้วก็เลยไปยังชายแดนที่เมือง Los Antiguos ห่างจาก Perito Moreno ไปประมาณ 40 กิโลเมตร ตรงไปสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในส่วนของศุลกากร สอบถามได้ความว่า “เค้าไม่สามารถซื้อรถทะเบียนชิลีได้ เพราะไม่ได้อาศัยอยู่ในชิลีเกิน 10 ปี”

เราไม่เสียใจเท่าไหร่ เพราะคิดอยู่แล้วว่า ถึงเค้าซื้อไป ก็ต้องมีปัญหาิอื่นตามมาอีกแน่นอน...

สิ่งที่นอกเหนือไปจากความคาดหมายคือ เมืองแอนทีคที่เราแวะคือแหล่งปลูก เชอรี่ ทั้งเมืองปลูกผลไม้ตระกูลเบอรี่ตามฤดูกาล ช่วงที่เรามาเป็นช่วงที่เชอรี่และเร้ดเบอรี่กำลังให้ผลสะพรั่ง ถูกใจ

เดินไปชมสวน ซื้อหาเชอรี่สดจากต้นมากิน สองวัน สองคน 5 กิโลกรัม กินเกลี้ยง!





20 ธันวาคม 2554


Photobucket


ไม่ได้ถามรายละเอียดเรื่องเฟอรี่ข้ามทะเลสาบก่อน ทำให้เช้าของวันเราพลาดเรือไปอย่างน่าเสียดาย จึงต้องขับรถอ้อมไปไกลโข ถึงทางลูกรังเด้งดอน แต่วิวสองข้างทางก็ทำให้เพลิดเพลิน ลืมเรื่องระยะทางไปได้

จบวันลงที่เมือง Coyhaique หาที่พักได้เราก็จอดรถไว้ด้านหน้า เดินไปซุปเปอร์มาเก็ต ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงดี ก็มีคนโทรมาบอกว่ากำลังดูรถเราอยู่ จึงตาลีตาเหลือกกลับไปโรงแรม

สรุปเค้าตกลงซื้อ โดยนัดไปจัดการเรื่องเอกสารเช้าวันถัดไป ง่าย ๆ แบบนี้เลย คนซื้อบอกว่า อยากได้ซูซุกิ จิมนี่มาก ไปดูมาสองครั้งที่ Punta Arenas โดยภรรยาบอกว่า “ต้องสีแดง” เท่านั้น เค้าขับรถผ่านพอเห็นรถเราจอดประกาศขาย ก็เลยเหยียบเบรกและโทรถามทันที





21 - 22 ธันวาคม 2554


Photobucket



จัดการเอกสารเรื่องซื้อขายรถเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง (คนซื้อเป็นหัวหน้าสำนักงานสรรพากร จึงรู้เรื่องเอกสารดี) ใจหายและอาลัยกับจิมนี่พอสมควร 1 ปีครึ่งกับระยะทางเกือบ 60,000 กิโลเมตร จิมนี่ไม่เคยก่อปัญหาเลย เดินทางด้วยกันด้วยดีตลอด...

เสียดายแต่ก็ดีใจมาก ที่คนซื้อไปบอกว่า “ถูกใจ” ทำเอาเรามีความสุข ที่คนซื้อได้รถดี ๆ แบบนี้ไปครอบครอง เค้าติดต่อและส่งรูปกลับมาให้ดูหลังซื้อไปสองวัน บอกว่า อาบน้ำขัดสีภายในภายนอก ดูเหมือนรถใหม่ แถมเปลี่ยนยาง เปลี่ยนแบตเตอรี่ (ที่เริ่มเสื่อมเพราะเป็นแบตคู่รถตั้งแต่ปี 2008 โน่นเลย)

จบเรื่องรถ มาต่อเรื่องเรา ที่พอไม่มีรถ รู้สึกว่าแย่ ข้าวของที่มีต้องทิ้งไปกว่าครึ่ง จัดการแพ๊คเป้ และกลับมาเป็นคนแบกเป้เหมือนเดิม มันแตกต่างจากตอนที่ตั้งใจแบกเป้เที่ยวอย่างเดียว เพราะแบบนั้นเราสามารถจัดการกระเป๋าได้ แต่การแพ๊คกระเป๋าครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ที่เตรียมมา แต่ยังรวมถึงสัมภาระอีกกว่าครึ่งที่รับมาจากเอกวาดอร์ตอนที่ทิ้งไว้สามปีก่อน เลยกลายเป็นสองเท่า ขนาดทิ้งไปตั้งครึ่ง น้ำหนักเป้สองคนยังรวมกันเกือบ 40 กิโลกรัมแหน่ะ


ปัญหาต่อมาคือ ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้วันคริสมาสต์ และเมืองนี้อยู่ห่างไกลจากทุก ๆ เมืองทั้งจากชิลีเอง หรืออาร์เจนติน่า เอาแผนที่มากาง สรุปกันว่า เรามุ่งหน้าไปกรุงซานติอาโก เมืองหลวงชิลีก็แล้วกัน...





23 ธันวาคม 2554


Photobucket


จองตั๋วไว้เมื่อสองวันก่อน ไม่มีรถตรงไปกรุงซานติอาโก ต้องแวะที่เมือง Orsono ก่อน แล้วค่อยหาตั๋วต่อเอาข้างหน้า...

รถออกเดินทางจาก Coyhaique บ่าย 2 โมงครึ่ง ไปถึงเมืองปลายทาง Orsono 11 โมงเช้าวันถัดไป

เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เห็นตะวันลับฟ้าและดาวใต้เต็ม ๆ นับแต่ที่มา้เยือนดินแดนปาตาโกเนียแห่งนี้ สวยมากยังจำติดตาไม่ลืมเลยค่ะ

จากชิลีเราต้องข้ามไปอาร์เจนติน่า แล้วค่อยข้ามกลับชิลีอีกครั้ง แอบคิดเล่น ๆ ว่าวันไหนอาร์เจนติน่าเกิดงอนปิดพรหมแดนขึ้นมา คนเมืองนี้คงลำบาก เหลืออีกสองช้อยส์ให้เลือก เรือหรือเครื่องที่ค่าตั๋วแพงเอาเรื่อง

ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอาร์เจนติน่าไม่มีปัญหาอะไร ที่มีคือชิลี ทั้งขาเข้าขาออก ต้องเช็ค ต้องตรวจกันวุ่นวาย สิ่งหนึ่งที่ชิลีเข้มงวดมากรองจากยาเสพติด คือพืชพันธุ์และอาหารสดจำพวกชีส นม น้ำผึ้ง ห้ามนำเข้าประเทศโดยเด็ดขาด





24 - 25 ธันวาคม 2554


Photobucket


ในค่ำคืนคริสมาสต์อีฟเราไม่ได้ไปฉลองที่ไหน และในวันคริสมาสต์ ร้านรวงปิดเงียบไปตาม ๆ กัน ดีที่มีเคเบิ้ลทีวีกับอินเตอร์เน็ต ที่ทำให้ไม่เหงาเกินไป

ที่เมืองนี้ก็เป็นแหล่งปลูกผลไม้ตระกูลเบอรี่เช่นกัน มีทั้งเชอรี่ ราสเบอรี่ และบลูเบอรี่ให้ชิมหลากหลาย จึงไม่พลาดที่จะชิม มาถึงถิ่นแล้วนี่นา





26 ธันวาคม 2554


Photobucket


รถที่จะเดินทางไปกรุงซานติอาโก ออกเดินทางตอน 2 ทุ่ม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง โดยแวะจอดรับส่งคนเมืองรายทางสองเมือง เมืองหนึ่งที่คุ้นชื่อคือ Valdivia เมืองที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในโลก ในวันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1960 ด้วยความแรง 9.5 ริกเตอร์ โดยผลของแรงสั่นสะเทือน ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ สูงถึง 25 เมตร และส่งผลกระทบไปยังเมืองทางตอนใต้ของชิลี, ฮาวาย, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, ตะวันออกของนิวซีแลนด์, ตะวันออกเฉียงใต้ออสเตรเลีย และหมู่เกาะ Aleutian ในอลาสก้าด้วย

50 ปีผ่านไป แทบไม่เห็นร่องรอยของหายนะในครั้งนั้นเหลือให้เห็นเลย

ข้อมูล : วิกีพีเดีย





27 ธันวาคม 2554


Photobucket


ถึงกรุงซานติเอโกในตอนสายของวัน ประมาณ 11 โมงครึ่ง ในตอนแรกว่าจะต่อเมโทรไปเซ็นเตอร์ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็พักโฮสเทลแถว ๆ ท่ารถแทน เพราะตั๋วเครื่องบินสายการบิน GOL ที่จองไปบราซิล ยังไม่ได้ชำระ โทรไปจนท.บอกให้ไปชำระเงินที่เคาท์เตอร์สนามบิน โดยบัสไปสนามบินก็ออกเดินทางจากท่ารถนี่แหละ เพื่อความสะดวก เราก็เลยพักแถวนี้ แล้วค่อยต่อเมโทรไปหามื้อกลางวันกินที่เซ็นเตอร์เอา

อยากได้ตั๋วเมโทรแบบรายวัน แต่ไม่มี ต้องซื้อทีละเที่ยว ไม่งั้นก็ต้องรายเดือน เหมือนกับที่จะนั่งรถเมล์ก็นั่งไม่ได้ เพราะต้องซื้อการ์ดเท่านั้น สรุปว่าในกรุงถ้าไม่นั่งเมโทรก็ต้องเดินเอา

ไปกินกลางวันร้านอาหารที่เคยกินเมื่อครั้งมาซานติเอโกปีที่แล้ว หาเจอด้วย พนักงานเสริฟคนเดิม แต่เปลี่ยนเมนูใหม่ ตอนแรกว่าจะไปกินที่ร้านอาหารไทย แต่ไปยาก เอาสะดวกเราก็ลงเอยที่เซ็นเตอร์นี่แหละ

คราวก่อนมา 15 องศาเซลเซียส คราวนี้ 30 องศาเซลเซียสต่างกันลิบ ผลปรากฏคือ ร้อนเกินไป เดินตากแดดได้ไม่นาน ก็ต้องหาร่มหลบร้อน ลงเอยที่ร้านหนังสือได้หนังสือเล่มที่ไมค์ลืมไว้ที่เมืองในอาร์เจนติน่า อ่านไปแค่ครึ่งยังไม่จบอยากอ่านต่อ ขากลับยังหอบหิ้วเชอรี่กลับไปอีกสองกิโลกรัม





28 ธันวาคม 2554


Photobucket


ได้รับอีเมล์จากมาร์ชิน หนุ่มโปแลนด์ที่เราเจอกันที่อะเมซอนเปรู เมื่อหลายเดือนก่อน เมล์มาบอกว่าอยู่กรุงซานติเอโก ทำเอาแปลกใจ โลกมันกลมจริง ๆ หรือเนี่ย

นัดเจอกันที่สถานีเมโทรหนึ่ง คุยกันไปมาได้ความว่า มาร์ชินตกหลุมรักสาวเอกวาดอร์ที่เจอกันที่อุรุกวัย แล้วมาทำไมที่นี่? ตอนแรกจะมาหาซื้อรถ แล้วขับลงใต้ไปปาตาโกเนีย นั่งรถ 24 ชั่วโมง มาถึงเมื่อวานค่ำ พอเช้าวันนี้ก็เปลี่ยนใจอยากกลับไปอุรุกวัยซะงั้น อ้าว เลยกลายเป็นว่าช่วยกันหาตั๋วกลับยกใหญ่ สรุปคือ มาร์ชินบินไฟท์เดียวกับเรา แต่ลงแค่บัวเอโนสไอเรส เพราะเที่ยวบินเราออกเดินทาง 7 โมงเช้า เราจึงตกลงกันว่า ไปนั่งเล่นเดินเล่นรอเวลาเช็คอินที่สนามบินละกัน



ต่อบล็อกหน้า กับเรื่องราวการเดินทางจากชิลีไปบราซิล วันเดียวสามประเทศและเปลี่ยนเครื่องขึ้น ๆ ลง ๆ กว่า 4 ครั้งด้วยกัน





Photobucket

รูปปั้นใจกลางพลาซ่า ณ เมือง Punta Arenas ยามสายของวันที่แดดเปรี้ยง




Photobucket


เดินทอดน่องรอบเมือง บังเอิญเจอรถคันนี้เข้า เจ้าของเตรียมตัวไปท่องขั้วโลกใต้ เตรียมพร้อมทั้งเชื้อเพลิง และเสบียงอาหารเต็มรถเลยค่ะ ส่วนบนหลังคาที่เห็นคือ ลากเลื่อน แค่เห็นก็อดตื่นเต้นไม่ได้ อยากไป (ไหวหรือนั่น)




Photobucket


หอนาฬิกาสีเขียวสด ตรงข้ามท่าเรือ (แต่มีรั้วกั้น เดินเล่นนั่งเล่นได้แค่บริเวณนี้) ข้าง ๆ มีร้านขายของที่ระลึก และมีเก้าอี้ม้ายาวให้นั่งเล่น หรืออ่านหนังสือได้ค่ะ หนีความวุ่นวายที่โฮสเทลมาหามุมสงบได้ที่นี่





Photobucket


ณ ทางเดินริมชายทะเล วันนั้นลมแรงเอาเรื่อง มีนักท่องเที่ยวเดินไปมาแต่ไม่มากเพราะเป็นช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ดูเงียบ ๆ แต่พอสุดสัปดาห์ละก็ถ้าแดดดี ๆ คนที่นี่เค้าก็มานั่งอาบแดดหรือลงเล่นน้ำเหมือนกัน ถึงน้ำจะเย็นเจี๊ยบแต่ก็ไม่หวั่น





Photobucket


จากตรงหน้ามองไปทางด้านขวา จะเห็นอาคารสูงเด่นไกล ๆ นั่นคือคาสิโนประจำเมืองค่ะ มีไลฟ์มิวสิคค่ำคืนสุดสัปดาห์ด้วย





Photobucket


สะพานปลาร้างในบริเวณใกล้กัน ที่มีนกมาเกาะกลุ่มกันเยอะมาก ดูไกล ๆ นึกว่าเพนกวิน เพราะลักษณะคล้าย แต่ดูใกล้จะเห็นความต่าง นกพวกนี้คอยาวและปีกยาวบินได้

มีอยู่หนึ่งวันฟ้าเปิด เพ่งมองออกไปไกล ๆ สุดปลายฟ้า ได้เห็นก้อนน้ำแข็งก้อนโตเป็นฉากหลังค่ะ





Photobucket


ชายหาดในวันหนาว ๆ ในวันนั้นที่เดินเล่นเพลิน ๆ อยู่ ก็ได้ยินเสียงหวูด สัญญาณเตือนภัยสึนามิ ที่ต้องกลับเข้าเมืองโดยด่วน เจ้าหน้าที่ทำงานรวดเร็วมาก เพียงแค่ 10 นาที ถนนเลียบริมเลก็ร้าง (เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินมาบอก ให้เดินออกจากชายหาด เราก็กำลังเดินขึ้นจากชายหาด เพราะเสียงหวอ เสียงหวูดที่ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลยเดินขึ้นมาดู





Photobucket


ที่ Punta Arenas นอกจากจะไปเดินมอลล์ปลอดภาษี ก็เดินตลาดปลาค่ะ มีอาหารทะเลสดมาให้ชิมทุกวัน (โฮสเทลมีครัวที่ทำอาหารเองได้) เลยซื้อทั้งหอยกาบ (ตัวใหญ่มาก) เนื้อปู รวมถึงเซบิเช่แซลม่อน หรือรวมมิตรทะเล ที่ใส่กล่องพลาสติกพร้อมกิน ซื้อไปทำยำ ทำต้มยำได้ทันที โดยรวมราคาไม่แพง ถ้าเทียบกับทางฝั่งอาร์ เจนติน่านะคะ รวมถึงปูยักษ์ (King Crab) ด้วยค่ะ

กินไปจนลืมถ่ายรูป (ลืมวัฒนธรรมแบบที่พี่โน๊ตอุดมบอกไปเลย) มีอยู่วันนี้ละค่ะ ทำแซลม่อนอบ กำลังจะกิน ไมค์บอกถ่ายรูปไว้หน่อย จะเอาไปอวดญาติ

หน้าตาพอดูได้(เน้อ) แต่ลืม ดันใส่ผักชีในเตาอบด้วยเลยแห้งกรอบซะงั้น (แม่บ้านมืออาชีพมาก ๆ)





Photobucket


และ... เชอรี่กับไวน์ Gato แบรนด์ดี ๆ ราคาคุณภาพ ถูกใจ (มี 4 รสให้เลือก ชิมหมดเลย ชอบที่สุดคือ Cabernet Sauvignon ค่ะ)






Photobucket

ข้ามมาเมือง Puerto Natales กันต่อ




Photobucket

วันแรกที่เหยียบย่างเข้าเขตเมือง ก็รู้สึกชอบทันที แต่อากาศไม่แจ่มใสเท่าไหร่
ต้องรอจนวันที่แดดดี ถึงได้ไปเดินเล่นริมทะเล




Photobucket


Milodon - ใบหน้ายาวคล้ายม้าและรูปร่างคล้ายหมี (ภาษาไทยเรียกตัวอะไรก็ไม่รู้นะคะ) ครั้งหนึ่งมันเคยอาศัยอยู่แถบนี้ แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว (มีการพบซากเจ้าตัวนี้ในถ้ำที่ชื่อว่า Cueva del Milodón Natural Monument อยู่ห่างจากเมืองไป 24 กิโลเมตร) สำหรับรูปปั้นนี้ ตั้งอยู่ที่วงเวียนปากทางเข้าเมืองค่ะ





Photobucket

เมืองนี้เค้าเลยนำรูป Milodon มาติดไว้ที่ป้ายบอกทาง กลายเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองไปเลย




Photobucket

ถัดจากรูปปั้นมา จะเจอกับป้ายยินดีต้อนรับและบอกพิกัดเมือง ที่ทางขวามือคือทะเล




Photobucket

ถัดไปคือท่าเรือ เดินไปแถวนั้นเพื่อมองหาสำนักงาน Navimag แต่ปิด
จึงเดินเลยเถิดไปสะพานปลา ชมวิวยามเย็นแทน




Photobucket


วันถัดมา เดินไปยังอีกฟากของเมือง เดินตรงจากโฮสเทลที่พักถึงท่าเรือประมง หาดสกปรก แต่มองไปไกล ๆ เห็นเมฆรูปร่างแปลก ช่วยให้วิวสวยขึ้นทันตา






Photobucket


ข้ามมาอาร์เจนติน่าบ้าง ที่เมือง Los Antiguos (แปลว่าแอนทีค เมืองเก่าคลาสสิค) คือทางตอนใต้ที่ดูตามแผนที่ จะเห็นว่าเดินทางในแถบนี้ต้องข้ามไปข้ามมาค่ะ ยังคิดเล่น ๆ ว่า “ถ้าต้องขอวีซ่าละก็... ไอ๋หย๋า ไม่อยากคิดเลย” มาเมืองนี้ตอนที่เจ้าของโฮสเทลจากเมือง Gob. Gregores จะซื้อรถ แล้วก็ค้นพบว่าเมืองนี้มีสวนเชอรี่ ตาโตเลย





Photobucket


สอบถามข้อมูลจากสำนักงานท่องเที่ยว บอกว่าช่วงนี้มีสวนเปิดอยู่ไม่กี่แห่ง ไม่รีรอไปกันเลยค่ะ สวนนี้ 700 เมตรจากโฮสเทลที่พัก อยู่ซอยเดียวกันแค่ออกจากโฮสเทลเดินเลี้ยวซ้าย แป๊บเดียวก็ถึง





Photobucket


เดินเข้าไป จะเจอกับสวนเชอรี่อยู่ทางซ้ายมือ มีหลากหลายพันธุ์ กำลังแข่งกันออกผลเยอะมาก มีป้ายบอกชื่อโดยการทาสีต้นแบ่งแยกพันธุ์ เจ้าของสวนถามว่า “จะเก็บเองหรือเอาแบบที่เก็บแล้ว” เราเลือกอย่างหลัง ทันใจดี





Photobucket


เชอรี่ที่ได้รับความนิยมและมีขายทั่วไปในตลาด คือสองชนิดนี้ หลายคนบอกว่าสีเหลืองหวานกรอบ เนื้อเยอะ และเม็ดในเล็กกว่าสีม่วงคล้ำ, เห็นด้วยค่ะ



09/01/2012 @ Fortaleza - Brazil






 

Create Date : 10 มกราคม 2555
36 comments
Last Update : 10 มกราคม 2555 3:20:44 น.
Counter : 5284 Pageviews.

 

โห เจ๋งอ่ะพี่ข้อมูลละเอียดมาก ภาพก็สวย น่าสนใจสุดๆ

 

โดย: ยัยน้ำตาลเปรี้ยว 10 มกราคม 2555 1:38:45 น.  

 

ตามมาคุณเอ้มาเที่ยวด้วยคนค่ะ (มาผจญภัยน่าจะดีกว่า อิอิ)
เชอร์รี่ดูน่าทาน อยากให้ถึงฤดูเชอร์รี่เร็วๆ จัง

พูดถึงวัฒนธรรมถ่ายรูปก่อนทานอาหาร (โน๊ต อุดม เล่าได้ฮามาก)
คนไทยเป็นกันจริงๆ นะคะ เอิงก็ด้วย ถ้าอาหารหน้าตาดียกมา ขอถ่ายรูปหน่อย
กล้องไม่มี ใช้มือถือถ่ายก็ได้ 555+
ภาพวันนี้เยอะจุใจ เหมือนได้ตามไปเที่ยวด้วยค่ะ

 

โดย: diamondsky 10 มกราคม 2555 2:59:03 น.  

 

เส้นทางที่น้องเอ้เดินทาง
ไม่มีเส้นทางไหนดูธรรมดาเลยครับ

ขนาดพี่ก๋าดูจากภาพ
ยังรู้สึกเลยว่ามัน "พิเศษ" จริงๆ




 

โดย: กะว่าก๋า 10 มกราคม 2555 5:38:40 น.  

 

ตามมาเที่ยวปาตาโกเนียค่ะ

รวมระยะเวลาทั้งหมดทริปนานแค่ไหนเหรอคะคุณเอ้
(แอบสงสัย เพราะเห็นใน lonely planet ประมาณไว้ 6 เดือน สำหรับทวีปอเมริกาใต้)

รูปสวยๆท้ังนั้นเลยค่ะ เห็นแล้วอยากไปบ้าง ^^

 

โดย: Panino 10 มกราคม 2555 7:08:54 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ มีความสุขมาก ๆ นะคะ ... แอบเข้ามาชมภาพสวย ๆ ในบล็อกเนือง ๆ เลยค่ะ ได้ความรู้เกี่ยวกับประเทศทางอเมริกาใต้เยอะเลย เนื้อหาละเอียดมาก ๆ ที่สำคัญภาพสวย ๆ ตรึมเลย วันนี้ชอบภาพ Bales of Hay มากค่ะ เขียว ๆ สวยจัง

 

โดย: Tristy 10 มกราคม 2555 7:29:50 น.  

 

พี่เอ้ ปาตาโกเนียเป็นทริปในฝันเลยคะ เห็นการเดินทางของพี่แล้วทึ่งมากๆ อยากทำได้แบบพี่แบกเป้เที่ยว

 

โดย: โก๋ IP: 124.120.157.69 10 มกราคม 2555 8:57:58 น.  

 

มีความสุขมาก เพลิดเพลินกับการอ่าน ขอบคุณค่ะ

 

โดย: สุณี ปลอดประดิษฐ์ IP: 101.51.93.180 10 มกราคม 2555 9:25:25 น.  

 

เชอรี่น่ากินอ่าคุณเอ้ ^^
รูปสวยเหมือนเคยเลยค่ะ

 

โดย: wilasinee_kae 10 มกราคม 2555 11:58:58 น.  

 

มาแล้วค่ะคุณเอ้
เป็นการเดินทางที่น่าประทับใจมากๆ
คุณเอ้ขายรถแล้วเหรอคะ
ว่าไปก็ใจหาย อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน
เวลาเที่ยวลำบากสุดตอนแบกของนี่แหละคะ

คุณเอ้ไปไหนต่อคะ

 

โดย: AdrenalineRush 10 มกราคม 2555 22:14:05 น.  

 

ปาตาโกเนีย ภาพสวยๆ ประทับใจที่สุด ภาพเกรเซียนั่นเลยจ้า
คุณภาพโปสการ์ดดีๆนี่เอง
นอกนั้นก็สวยมากๆ เลือกไม่ถูกเลยจ่ะ

การเดินทางอันยาวไกล แสนคุ้มกับน้องจิมมี่
ขายไปแล้วก็อดคิดถึงเค้าไม่ได้เนาะ ร่วมทุกข์สุขมาตั้งนั้นเป็นปี
สวนเชอรี่ว๊าวๆๆ หม่ำสองคน 5 โล เกลี้ยง
สงสัยได้ไฟเบอร์เยอะเลยนะนั่น ดีจังเลย

หมี Milodon หน้ายาวคล้ายหมีขั้วโลกด้วยค่ะ เห็นแล้วนึกถึง polar bear เลย


 

โดย: anigia 10 มกราคม 2555 23:36:29 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องเอ้




 

โดย: กะว่าก๋า 11 มกราคม 2555 6:26:27 น.  

 

น้องเอ้อยู่บลาซิล

โหยยย ... พี่ก๋าอยากไปดูนักฟุตบอลบลาซิลเ้ล่้นฟุตบอลข้างถนนหรือตามชายหาดจังเลยครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 11 มกราคม 2555 8:41:45 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องเอ้






 

โดย: กะว่าก๋า 12 มกราคม 2555 6:34:29 น.  

 

อ่านบล็อกนี้แล้วเพ้อเลยค่ะ งามน่าไปมากๆ เลย

รบกวนนิดหนึ่ง อัพบล็อกช่วยติ๊กเลือกเมล์อัพเดทอเลิร์ทให้หน่อยนะคะ ไม่อยากพลาดบล็อกอะค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ



เสี่ยวหลงเปาร้านนี้ไม่อร่อยค่ะ ทั้งที่เป็นตัวขายเค้านี่แหละ 555

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 12 มกราคม 2555 8:13:16 น.  

 

ดูรูปเพลินเช่นเคยค่ะ ดีใจด้วยที่การขายรถผ่านไปด้วยดี ถูกใจทั้งผู้ขายและผู้รับ ถ้าเป็นจ๋าก็คงจะอาลัยและอยากขายให้คนที่เหมาะกับรถของเรา

อยากมีโอกาสไปหมํ่าเชอรี่สดๆซักห้าโลบ้าง ฮ่าๆ และอยากไปซื้อของตรงที่ปลอดภาษีด้วย

 

โดย: จ๋า IP: 94.173.21.125 12 มกราคม 2555 9:30:27 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณเอ้ ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำอวยพรและที่แวะทักทายถามไถ่กัน ตอนนี้ตุ๊กตาดีขึ้นแล้วค่ะขอบคุณมากนะคะและ ขอโทษจริงๆ ค่ะที่มาตอบช้าเพราะตุ๊กตายุ่งมากแถมตัวเล็กก็ซนซะ


บล็อกนี้คุ้มมากเลยค่ะ ภาพสวยมากๆ ดูเพลินเลย คลิกดูและอ่านแบบไม่มีเบื่อ โอ๊ยชีวิตนี้ได้ไปลัลล้าแบบคุณเอ้นี่ก็คุ้มแล้วววว แอบอิจฉาเล็กๆ ดูแลสุขภาพนะคะ จุ๊บๆ

 

โดย: Thairabian 12 มกราคม 2555 18:50:00 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องเอ้






 

โดย: กะว่าก๋า 13 มกราคม 2555 6:12:51 น.  

 

ว้าว สวยทุกรูปเลยอะคะรูปวิวถ่ายสวยมาก แต่รูปเชอร์รี่ไม่น่าถ่ายมาเลยนะคะ ของโปรดนัทเลยอะ แหะ ๆ

สุขสันต์วันหยุดนะคะ

 

โดย: We Are FroM BeLGiUM 14 มกราคม 2555 3:36:42 น.  

 


คุณเอ้เปลี่ยหน้าหลัก แต่ยังอยู่ที่ Egypt ไหมค่ะ
แล้วเรื่องเดินทางไป Abu Simbel ตกลงว่าคุณเอ้ไปรถไหม
ไปรถค่อนข้างอันตรายนะคะ คุณเอ้ยังต้องรอบัสเล็ก
ที่รอไปกับคณะตำรวจไหมคะ

Artichokeที่เห็นบ่อยๆ ก็ใส่ลงพิซซาค่ะ
แบบทั้งสดทั้งในน้ำมัน แต่ที่วาชอบที่สุดคือ
เผาแล้วทานข้างใน หอมมากๆ เลยค่ะ
หรือทำซอสสปาเก๊ตตี้แล้วใส่ด้วย อันนี้วาชอบทำ
ตอนที่เขามีขายเยอะๆ ค่ะ แต่ส่วนใหญ่ ทานจากขวดค่ะ

เดินทางปลอดภัยและสนุกนะคะคุณเอ้


 

โดย: Sweety-around-the-world 23 เมษายน 2555 15:51:42 น.  

 

วาเองก็เดี๋ยวนี้ติดสบายๆ เรื่อยๆ แล้วค่ะ
สมัยนั้นเด็กๆ ไฟแรงโน่นก็อยากเห็น นี่ก็ไม่อยากพลาดค่ะคุณเอ้
ถ้าตอนนี้คุณเอ้ยังอยู่ที่ Aswan คุณเอ้ไปล่องเรือ filuga ยังค่ะ
น่าสนใจค่ะ ต่อรองราคาก่อน แล้วให้เขาบอกเส้นทางจะไป
หรือเราจะบอกเขาก็ได้ค่ะ ไปกันสองคนได้คะ
ไม่ต้องรอกลุมอื่นเข้ามา
คุณเอ้ไป Valley of the Kings หรือยังค่ะ น่าสนใจทีเดียว
Luxor ก็มีวัดสวยๆ น่าสนใจมากๆ ค่ะ
คุยๆ กันไว้พอเป็นไอเดียค่ะคุณเอ้ เที่ยวชมบ้านเมืองให้สนุกนะคะ

 

โดย: Sweety-around-the-world 24 เมษายน 2555 2:27:18 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณเอ้
ตามมาเที่ยวต่อด้วยคน อยากเที่ยวแบบคุณเอ้บ้างจริงๆ ^^

 

โดย: Panino 24 เมษายน 2555 16:00:57 น.  

 

ว่าจะมาดูบล็อกอียิปต์ อะ หนีไปเมกาใต้ต่ออีกหละ อิจฉาอย่างแรกคะ ทั้งบ้านนี้และบ้านคุณวาเขา

 

โดย: We Are FroM BeLGiUM 24 เมษายน 2555 17:20:37 น.  

 

ทริปในฝันเลยอะค่ะ

 

โดย: Red-Rose-14Feb 5 กรกฎาคม 2555 22:13:40 น.  

 

เห็นภาพแล้วนึกถึงเลยค่ะ เมื่อ5ปีที่แล้วได้มีโอกาสเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เมือง Punta Arenas มาค่ะ
เป็นประสบกรณ์ที่ไม่มีวันลืมเลย คนที่โน่นน่ารักมาก อากาศก็หนาวมากๆด้วย
ได้มีโอกาสไปทัวร์ทางตอนเหนือ ก็สวยไปอีกแบบ ตอนนี้ได้แต่คั้งตาทำงาน
หวังว่าจะได้กลับไปที่โน่นอีก ;D

 

โดย: ฺีฺBuasitah IP: 124.120.134.33 22 สิงหาคม 2555 19:17:27 น.  

 

สวัสดีน้องเอ้ช่วงเบรคหนาว ดูสารคดีของคนเดินเขาที่ปาตะโกเนีย
คิดถึงบล็อกนี้ของเอ้เลย รีวิวได้ละเอียดลึกซึ้งมาก
มีโอกาสตามรอยเมื่อไหร่ ต้องเก็บไว้เป็น trip advisory ล่ะค่ะ

เห็นแวะไปเยี่ยม เมื่อไหร่จะกลับมาอัพบล็อกอีกน๊า
คิดถึงๆ

 

โดย: anigia 30 มกราคม 2556 2:00:26 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องเอ้



แวะมาทักทายด้วยความคิดถึงครับ







 

โดย: กะว่าก๋า 30 มกราคม 2556 5:48:27 น.  

 

สวัสดีค่ะ

อ่านสนุกมากค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 4 กุมภาพันธ์ 2556 12:40:51 น.  

 

ประเด็นเรื่องถ่ายภาพอาหารมาแรงจริงค่ะ
พี่อีกต่อไป ร้านอื่นอาจพิจารณาห้ามเหมือนกันกับที่นิวยอร์คแน่เลย
กรณีพี่วันนั้น ใช้กล้องมือถือถ่ายแบบไม่เปิดแฟลช
เลยพอไหวค่ะ แอบๆๆ อิอิ
ของคุณน้องเอ้ที่แวะไปทักทายเช่นเคย
ขอให้สนุกกับวันแดดดี อบอุ่นๆที่หาดบ้านเรานะคะ
รอชมภาพเด้อ

 

โดย: anigia 6 กุมภาพันธ์ 2556 2:22:30 น.  

 

สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ คิดถึงเสมอนะคะ

 

โดย: red-rose-14feb IP: 125.24.0.198 22 กุมภาพันธ์ 2556 0:13:37 น.  

 

เข้ามาอ่านอีก ชอบค่ะ อยากไป

 

โดย: tuk-tuk@korat 27 กุมภาพันธ์ 2556 12:04:35 น.  

 


มากด Like ให้เป็นคนที่ 1
ตามมาชื่นชมการท่องเที่ยวแบบนี้จัง
ชอบ
เข้าบล็อกนี้ทีไรภาพสวย
แล้วอยากตามรอยไปเที่ยวด้วยจังจ๊ะ

 

โดย: อุ้มสี 21 เมษายน 2556 20:16:18 น.  

 

ภาพสวยมากกกกกก อยากไปมั่งค่ะ

 

โดย: Maeboon 8 พฤษภาคม 2556 13:19:55 น.  

 

จะไปเที่ยวอเมริกาใต้ค่ะ เลยเข้ามาอ่านข้อมูล ขอบคุณมากนะคะ

 

โดย: Lin IP: 82.168.128.88 3 สิงหาคม 2556 20:34:12 น.  

 

นานๆทีเข้ามาบล็อกแก๊งค์ คุณเอ้สบายดีนะคะ อัพบล็อกแล้วอย่าลืมส่งข่าวไปบอกกันบ้าง จะตามมาอ่านค้า

 

โดย: settembre 28 กันยายน 2556 17:36:03 น.  

 

เราเข้ามาอ่านทบทวนสนุกดีค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 7 ตุลาคม 2556 19:40:29 น.  

 

เข้ามาอ่านค่ะสวยมากมายค่ะ อยากมีโอกาสเดินทางแบบนี้มังจังค่ะ ^^

 

โดย: นัทจัง (Journey_jung ) 25 มิถุนายน 2560 16:55:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Amazonia
Location :
Thailand - Poland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




“One’s destination

is never a place,

but a new way of

seeing things.”

- Henry Miller -



© Copy Right 2006 - 2017
http://ostojska.bloggang.com
ข้อความและรูปภาพทั้งหมด



กล้องที่ใช้ : Sony DSC - R1, Canon IXY 920 IS

โปรแกรมตบแต่งภาพ : Photofiltre & PhotoScape


ฟ้อนต์ไทยสวย ๆ จาก : ฟอนต์.คอม


Free counters!
:: Since 12 October 2010 ::


New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Amazonia's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.