((((( "ระบบวิศวะกรรมที่ดีที่สุดคือร่างกายของสิ่งมีชิวิตทุกชนิด*-*))))))
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
((( พหรมแดน )))


พหรมแดนของมาโลน - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่


...เป็นฉากหนึ่งในหนังเรื่องหนึ่งที่ผม ชอบใจฉากนี้มาก
คุณดูจนจบจะเห็นมุมมองแปลกๆ ออกมาคุณเห็นรึเปล่า
เป็นบทความสะท้อนการเมืองที่ผมติดใจและตามติดมานานแล้ว
เกี่ยวกับเรื่องพหรมแดนของนานาประเทศ ในยุคก่อนนู้นยุคปัจจุบัน
...ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการมีรัฐหนึ่งๆนั้นต้องมีอะไรบ้าง
และนี่คือกฏของนานาประเทศว่า รัฐมีองค์ประกอบ ที่เขาตกลงกันตอนนั้นว่า
มีปัจจัย4ประการ

-ประชากร : พลเมืองที่เกิดในรัฐนี้ อยู่ในรัฐนี้ หากินอยู่รัฐนี้

-อาณาเขต : คือเนื้อที่ ดิน น้ำ น่านฟ้า โดยมีขีดกั้นเป็นสัญลักษณ์ในแง่ปริมาณตรงๆ
-รัฐบาล : คือตัวแทนการบริหารและปกครองโดยประชาชนที่สถาปณาตัวเองว่ากลุ่มรัฐ
-อำนาจอธิปไตย : นัยนี้คือกฏหมายนั้นเอง รวมทั้งหมดไว้เป็นคำสั่งเด็ดขาดหยั่งเหรง

...พี่น้อง4ข้อข้างบนนั้นคือกฏแบบเดิมๆ ซึ้งมองผ่านมุมนิสิตบ้าๆอย่างผมแล้วมันไร้สาระสิ้นดี ผมอิงหลักของปรัชญาที่มองความหมายของมนุษย์ ว่ามีความต้องการและเจตจำนงเพื่อชิวิตที่ดีแล้วถ่ายทอดเจตนารมณ์ออกไปสู่การปกครองที่มุ่งทำให้มนุษย์ด้วยกันอยู่ร่วมกันอย่างสันติ นี่คือกฏพื้นๆที่มี
...ด้วยเนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์แล้วเราไม่อาจจะสร้างเครื่องขีดกั้นขึ้นมาอย่างเด็ดขาดและทันทีทันใดได้ มนุษย์เรามีความเป็นมาความต้องการที่ซับซ้อนกว่านั้น
...จึงเป็นที่มาว่าการมีรัฐนั้นใช่ว่าจะทำผลประโยชน์เพื่อประชาชนในทางเดียวกันอาจจะข่มขืนประชาชานก็ได้

พหรมแดน : ในทางตรรกะคือเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ขีดกันไว้ เป็นการแยกพื้นที่ แยกชื่อนามของประเทศ ให้ออกจากกัน โดยเขียนไว้และตกลงกันไว้ในกฏขององค์การสหประชาชาติ

:แต่ในทางปฏิบัติจะไม่ได้ผลจริงนักเท่าไหร่ เราอย่าลืมว่ามนุษย์มีวัฒนธรรม มีเชื้อชาติ มีเผ่าพันธุ์ ของตนเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มีพื้นที่ ภาษา ที่แน่นอน บางทีบางครั้งอาณาเขตอาจขีดกั้นพวกเขาได้แค่กฏในรัฐธรรมนูญ แต่พื้นฐานของบุคคลิกแล้วพวกเขามีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

เช่น

ที่ปลายสุดภาคอิสานของไทย - หนองคาย-เวียงจันทร์ ทั้ง2ถูกแยกอาณาเขตด้วยแม่น้ำโขงที่วิ่งตัดไฟลผ่านทั้ง2ฝั่งของรัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแยกวัฒนธรรมทางภาษา หน้าตาผิวพันธุ์ ไปซะให้หมด ทั้ง2ประเทศมีความเหมือนกันมากสุดคือภาษาพูด แต่ภาษาเขียนค่อยไปว่ากันทีหลัง มีนักวิชาการรุ่นๆหลังกล่าวขวัญกรณีนี้ว่าไทยและลาวคือบ้านพี่เมืองน้อง คือเจตจำนงของประชากรด้วยกันทั้ง2

แต่ข้อแม้ที่พรากไปได้คือชนชั้นปกครองทั้ง2จะตรึงเรื่องนี้มาก

ขั่วแดง - ไทยเข้าไปทำอะไรที่ดินแดนลาวทหารลาวจะมีสิทธิ์ฆ่าคนไทยคนนั้นให้ตายได้เลย
ขั่วดำ - ลาวลักลอบเข้ามาไทย ถูกส่งกลับประเทศทันใด

...และในอดีต2ประเทศนี้เคยมีสงครามกันทั้งนั้น ทหารลาวถูกกองทัพฝรั่งเศสยิงปืนใหญ่เข้ามาทำลายในยุคล่าอาณานิคม คนลาวผู้อพยบภัยก็ลอยคือกันข้ามฝั่งโขงมาไทย ทั้งเป็นศพบ้าง รอดบ้าง ชาวบ้านแถวนั้นเล่าขานกันว่าศพคนลาวลอยเกลื่อนเต็มน้ำโขงเลย ซ้ำลูกหลงมาดินแดนไทยด้วยซ้ำ
...ถ้าคุณมีโอกาศไปเที่ยจวชมฝั่งน้ำโขงตามชนบทของฝั่งไทยจะเห็นป้อมกันกระสุนพร้อมต่อสู้ของฝั่งไทยที่ยังปรากฏกันเรียงรายอยู่เรื่อยไป คงเป็นเพราะการป้องกันอะไรของเขาไม่ทราบ

(ข้อสังเกตุถ้ารัฐบาลลาวยอมแพ้ศึกครั้งนั้นแต่เนิ้นๆประชาชนคงไม่ตายโหงกันเยอะ)
(ข้อสังเกตุลาวเห็นประเทศไทยเป็นที่ๆปลอดภัยและปกครองได้ดีกว่ารัฐเผด็จการณ์ลาว)

ทุกวันนี้ไปลาวไม่ได้มีปัญหาอะไร ยังคุยกันได้ ยังดีกันเหมือนเคยเป็นมา ผมยังมีโอกาศลักลอบไปลาวครั้งหนึ่ง ชาวบ้านแถวนั้นแม้จะดูดิบ เถื่อน แต่ก็คนเหมือนกัน ทั้ง2ฝากฝั่งจะทำการปลูกยาสูบขายด้วยกันทั้งนั้น ผมสังเกตุอยู่นานไม่ยักกะมีคนลาวคิดจะเข้ามาอยู่ฝั่งไทยเลยแม้แต่น้อยถ้าไม่ใช่เขตค้าขายเสรี2ฝั่ง นั้นแปลว่าหากเข้ามาแล้วถุกจับได้โชคร้ายจะเป็น2เด้ง คือโดนสั่งคืนรัฐลาว

ความหมายของผมคือ
การแบ่งแยกรัฐทำได้ดีแค่ = ชนชั้นรัฐบาลเท่านั้นที่บังคับใช้ได้ผล
การแบ่งแยกรัฐไร้ขอบเขต = ชนชั้นถูกปกครองเท่านั้นที่มีพันธนาการเหนือกฏ

ขอให้คุณสังเกตุว่า ส่วนปลายของพหรมแดนรัฐไทยติดกับประเทศอะไรเราก็มักจะมีสิ่งที่เหมือนๆกันกับรัฐนั้น

เรื่อยไป เช่น ฝั่งเขมร คนสุรินทร์แทบจะพูดไทยไม่ชัดเลยมีการเล่นของขลังเหมือนเขมรทุกอย่าง
ฝั่งมาเลเชีย ก็เป็นมุสลิมโลโซ มีความคล้ายในด้านภาษา และวัฒนธรรม

แน่นอนผมกำลังจะหมายความว่า อธิปไตยและอาณาเขต นั้น อาจไร้ความหมายดั่งที่เราเรียกว่าเสือกระดาษ ไปแล้ว ในยุคเสรีเศรษฐกิจ และ ทฏษดีการได้เปรียบอย่างสมบูรณ์ ของ อดัมสมิธ

ซ้ำร้ายพหรมแดนยังเป็นการโลมคนให้ไม่รักชาติ ผมไมผมถึงว่าเช่นนั้น เพราะ การค้าต่างทุกวันนี้พ่อค้าเขาจะไม่ดูอะไรมาก ดูแค่ค่าเงินพอ

ลาวเงินอ่อนกว่าไทย ซักประมาณ 1บาทเรา = 250บาทที่ประเทศเขา
อังกฤษค่าเงินแข็งกว่าไทย ซัก 60บาทเรา = 1บาทประเทศเขา

กรณีเราไปกินอยู่ที่ลาว พกเงินไปซัก 2000บาทพอทำวีซ่าและแลกเปลี่ยนเงิน เราจะมีเงิน 2แสนกีบเลยนะครับ เข้าไปอย่าให้เขารู้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศนะ ไม้บอกก็รู้นะว่าคุณกำลังจะโดนชาร์ตราคาสินค้าไปเลยก้ได้ จะกินข้าวทีอาจเสียเงินเป็น1000กีบ (คนไทยไม่นิยมทำเพราะคุณภาพสินค้าลาวไม่ดีพอ)

อีกนัยหนึ่งเรามีสินค้าที่คุณภาพดีแทนที่จะขายให้ประเทศตัวเองกลับเอาไปขายให้อังกฤษที่มีเงินดีกว่า ได้กำไรเป็นกอกเป็นกำ (คนไทยไม่นิยมทำเพราะค่าขนส่งแพง และไม่มีอะไรดีขายเขา)

คุณลองนึกดูนะว่าอังกฤษมีภูมิประเทศที่ลาว แล้วคนไทยมันต้องไปอัดกันที่ขอบเขตชายแดนนั้นแน่ๆ เรียกว่ากำไรไว้ก่อนพ่อสอนไว้

และรัฐบาลไทยก็โลมการค้าอุตสาหกรรมข้ามชาติเพื่อส่งออกเป็นหลักในการทำ GDPแน่นอนมันสะท้อนตัวเลขว่าเลิศหรูมากๆ ซึ้งมันสะท้อนกลับมาในเรื่องอุดมรัฐว่าพวกเรามีความสุขกับการเก็บภาษีขาเข้าขาออก มากกว่าจะมาสร้างฐานะให้ประชากรในรากหญ้าประเทศไทยให้พืชผลมีราคาดี ซึ้งมันเป็นทางออกที่แน่นอนมั่นคงกว่า ประเด็นนี้ผมจะขยายต่อไปในโอกาศหน้า


Create Date : 14 เมษายน 2551
Last Update : 14 เมษายน 2551 21:50:26 น. 4 comments
Counter : 295 Pageviews.

 
ถ้าหากรัฐบาลอยากให้ตลาดหุ่นราคาสูงขึ้น อยากให้อุตสาหกรรม ธุรกิจข้ามชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ ก็ต้องปั่นค่าเงินบาทให้อ่อนที่สุด ขูดภาษีให้พอดีที่สุด นี่คือพื้นฐานวงการธุระกิจที่นักลงทุนต้องการ ตรงกันข้ามกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในประเทศ เนื่องจากไทยเป็นชาติที่พึ่งพา ตลาดหุ้น และ ธุระกิจ อุตสาหกรรมข้ามชาติมาก ทุกอย่าง จึงไปฝากหวังกะเขาไปซะหมด และรัฐบาลไม่มีกึ๋นที่จะหาธุระกิจเป็นสัญชาติของตนและ หาข้อดีจากธุระกิจต่างชาติเพื่อเอื้ออำนวยอุตสาหกรมมของตน เรียกง่ายๆว่าเก็บภาษีลูกเดียวพ่อสอนไว้ แล้วภาษีที่เก็บไปยังต้องตั้งคำถามอีกมากกว่าเอาไปทำอะไร สมเหตุสมผล หรือไม่

-คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าราคารถยนต์ไทยทำไมแพงเกินต้นทุนจริง
-คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมคนไทยไม่เปิดอุตสาหกรรมผลิตรถขึ้นเอง
-คุณเคยสงสัยหรือไม่ขยะจากโรงงานผลิตรถอยู่ที่ ทะเลบ้านเรา
-คุณเคยสงสัยหรือไม่เงินบาทอ่อนคนไทยดีใจ เงินบาทแข็งคนไทยตกใจ



โดย: โอซารัน วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:21:50:51 น.  

 
-คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าราคารถยนต์ไทยทำไมแพงเกินต้นทุนจริง

...เพราะรัฐอัดภาษีรถนอกสัญชาติ ถึงแม้จะมีเสรีการค้าก็เถอะ และกระแสนิยมรถบางยี่ฮ้อจึงทำให้ราคาเฟ้อเกินจริง การเปิดตลาดที่ให้น้อยประเทศเข้ามา ข่าวดีของไทย พึ่งมีรถจากอินเดียเข้ามา ราคารถเก๋งอยู่ที่ 8หมื่นกว่าบาท
...คนไทยซ์้อรถจะต้องซื้อรถเกรด C ไม่ค่อยมีใครได้ซาลูนไปใช้นอกจากจะรวยจริงๆ เพราะราคาทั้งนัั้้น



โดย: โอซารัน วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:21:54:32 น.  

 
-คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมคนไทยไม่เปิดอุตสาหกรรมผลิตรถขึ้นเอง
...เพราะการเป็นชาติที่ไม่นิยมของๆชาติตัวเอง และการถูกฝังในจิตสำนึกว่าของต่างชาติดีกว่าเสมอ (ทั้งที่วิศวะกรเป็นของไทย)


โดย: โอซารัน วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:22:01:12 น.  

 
-คุณเคยสงสัยหรือไม่ขยะจากโรงงานผลิตรถอยู่ที่ ทะเลบ้านเรา
...เมืองไทยได้รับคำสมญาจากฝรั่งว่าเป็นดีทรอยแห่งเอเชีย เป็นแหล่งผลิตรถยนต์ที่ใหญ่และเยอะที่สุด เมื่อเทียบกับเมืองดีทรอยที่สหรัฐอเมริกา แต่หารู็้้ไม่ว่าสิ่งปฏิกูลทั้งหลายเขาก็มาทิ้งไว้ที่นี่ ราคารถก็ไม่ได้ถูกเลย เป็นแหล่งผลิตแต่ก็เจอภาษีไล่ ราคาแพงเหมือนเดิม เปรียบเทียบกับสิงคโปรที่บ้านเมืองเขาก็อยู่ติดทะเลเป็นท่าเรือเหมือนกันแต่เขาก็ช่างเลือกกว่านี้เขาเป็นเมืองท่าเรือเลยดีกว่า นี่คือความมักง่ายของคนบางคน และอุตสาหกรรมสมัยนี้ใช้เครื่องจักรทำงานแทนคนได้เกือบ100%แล้ว ทฤษฏีที่ว่าอุตสาหกรรมเยอะคนจะว่างงานน้อย มันไม่จริง ผมไม่ดีใจ และไม่มีอะไรน่าภูมิใกับคำว่า ดีทรอยแห่งเอเชียเลย


โดย: โอซารัน วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:11:06:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โอซารัน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดี ยินดี ไม่มีปัญหา
Friends' blogs
[Add โอซารัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.