ตุลาคม 2550

 
1
2
3
4
5
6
7
8
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
30
31
 
 
All Blog
การปลุกชมพู่ทับทิมจันทร์

พันธุ์ที่นิยมปลูก ชมพู่เพชรสุวรรณ , ชมพู่เพชรสายรุ้ง , ชมพู่เพชรน้ำผึ้ง , ชมพู่ทับทิมจันทร์ , ชมพู่ทูลเกล้า , ชมพู่น้ำดอกไม้ , และพันธุ์อื่น ๆ
ชื่อสามัญ Rosoe apple
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eugenia javaniea lamk Family myrtaceae
ประวัติ ชมพู่เป็นไม้ผลที่มีคนนิยมปลูกมาก เพราะปลูกง่าย โตเร็ว รสชาติหวานกรอบ มีวิตามินซีสูง นิยมนำไปฝากญาติมิตร เพราะเป็นผลไม้ที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภคเนื่องจากการปลูกชมพู่ต้องห่อผล ระยะเวลาการห่อผล 20 – 25 วัน ฤทธิของสารเคมีต่าง ๆ หมดฤทธิแล้ว หลังจากซื้อมาแล้วนำมาล้างผลด้วยน้ำสะอาดนิดหน่อยรับประทานได้เลย ชมพู่จัดเป็นไม้ผลเมืองร้อนมีถิ่นกำเนิดแถบประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับหว้า และยูคาลิปตัส

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของชมพู่
ชมพู่มีลำต้นค่อนข้างใหญ่ สูงประมาณ 15 – 25 เมตร ลำต้นขรุขระไม่ตรงแตกกิ่งก้านสาขามาก สีน้ำตาลคล้ำใบค่อนข้างใหญ่เรียวยาวเป็นมัน ดอกสีขาวเป็นแบบชนิดดอกสมบูรณ์เพศ ดอกใหญ่มีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผลมีลักษณะคล้ายระฆังคว่ำ เนื้อสีขาวถึงขาวขุ่นมี 1 – 3 เมล็ด เวลาแก่จัดเมล็ดจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลเข้ม

พันธุ์

ชมพู่เพชรสุวรรณ เป็นชมพู่ทีมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย เป็นพันธุ์ทีให้ผลผลิตเร็ว จะให้ผลผลิตหลังจากปลูก 7 – 8 เดือนเท่านั้น รูปทรงคล้ายชมพู่เพชร แต่มีผลคล้ำกว่าผิวมันมากกว่า รูที่ก้นผลจะกว้างกว่าชมพู่เพชรสายรุ้ง มีความกรอบและความหวานน้อยกว่า ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่หลอกผู้บริโภคว่าเป็นชมพู่เพชรสายรุ้ง

ชมพู่เพชรสายรุ้ง เป็นชมพู่ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างชมพู่กระหลาป๋าของดินโดนีเซียกับชมพู่แดงของไทย อายุตั้งแต่เริ่มปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลได้ประมาณ 2 – 3 ปี แล้วแต่การบำรุงรักษา เป็นชมพู่ที่มีรสหวานกรอบ และราคาแพงที่สุดในบรรดาชมพู่ด้วยกัน แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากทรงพุ่มค่อนข้างใหญ่จำเป็นต้องทำนั่งร้าน ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าชมพู่พันธุ์อื่น ๆ ชมพู่เพชรสายรุ้ง เป็นพันธุ์ที่ปลูกในจังหวัดเพชรบุรีมาตั้งแต่ปี 2378 รูปทรงคล้ายระฆังคว่ำ ตรงกลางผลป่องเล็กน้อย เวลาแก่จัดจะเห็นเส้นเอ็นสีแดงที่ผลชัดเจน เนื้อแข็งกรอบหวาน มีความหวานระหว่าง 11 – 15 % ( เปอร์เซ็นความหวาน)

ชมพู่เพชรน้ำผึ้ง เป็นพันธุ์ที่มีเกษตรกรนำมาจากประเทสมาเลเซีย แต่ตั้งเดิมเป็นพันธุ์มาจากประเทศอินโดนีเซีย มีลักษณะผลคล้ายชมพู่ทูลเกล้า คือผลเรียวยาวสีแดงเข้ม รสหวานอมฝาดเล็กน้อย ความหวานประมาณ 10 – 13 % ( เปอร์เซ็นความหวาน) ข้อดีของชมพู่พันธุ์นี้คือเปลือกของผลค่อนข้างหนาทำให้ไม่ช้ำง่ายเหมือนพันธุ์อื่น ๆ ขนส่งได้ไกลไม่มีเมล็ด และน้ำหนักต่อผลดี สีสวยเหมาะแก่การจัดกระเช้าเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่

ชมพู่ทับทิมจันทร์ เป็นชมพู่ที่นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย เดิมมีชื่อว่า ชีตา เกษตรกรนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538 นำมาขยายพันธุ์และตั้งชื่อใหม่หลายชื่อ ลักษณะทรงผลคล้ายชมพู่เพชรน้ำผึ้ง แต่ก้นผลใหญ่กว่า เส้นเอ็นที่ผลเด่นชัดกว่า ผิวมันเป็นประกาย รสชาติหวาน เนื้อแน่นไม่มีเมล็ดผิวค่อนข้างหนาขนส่งได้ไกล ไม่ช้ำง่าย แต่มีข้อเสียคือการออกผลจะไม่ออกทั้งปี และไม่ค่อยดกเหมือนชมพู่พันธุ์อื่น ๆ

ชมพู่ทูลเกล้า เป็นชมพู่ที่นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซียเหมือนกัน นำมาปลูกครั้งแรกที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2520 เป็นพันธุ์ที่ออกดอกและติดผลง่าย สำต้นไม่สูงมากนักจะให้ผลหลังจากปลูกประมาณ 6 – 8 เดือน ออกผลทะวายทั้งปี สีผลมีสีเขียวอ่อน หวานไม่มากนัก ปัจจุบันมีผู้ปลูกไม่มากนัก เพราะราคาสู้ชมพู่พันธุ์อื่น ๆ ไม่ได้

ชมพู่พันธุ์น้ำดอกไม ้ เป็นชมพู่พันธุ์ดั้งเดิมของไทย มีลักษณะต้นและใบคล้ายต้นหว้า ใบเรียวแหลมเป็นมัน มีผลคล้ายลูกจันทร์ สีเหลืองทอง มีกลิ่นหอมคล้ายดอกนมแมว เนื้อบาง สรรพคุณใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ จะให้ผลหลังจากปลูกประมาณ 2 ปี

การขยายพันธุ์

ชมพู่สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น
1. การชำ เป็นการขยายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสะดวกรวดเร็ว และทำได้ครั้งละมาก ๆ เหมาะสำหรับการขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย โดยจะตัดปลายกิ่งของชมพู่ยาวประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร จุ่มฮอร์โมน NAA ที่มีขายตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไปแล้วนำไปชำในแปลงพ่นหมอก ประมาณ 15 – 20 วัน ก็จะออกรากหลังจากนั้นนำไปชำในถุงพลาสติกที่บรรจุขี้เถ้าแกลบนำไปวางไว้ในที่ร่มรำไร หรือในเรือนเพาะชำอีก 25 – 30 วัน ก็นำไปจำหน่ายหรือปลูกได้
2. การตอน เป็นการขยายพันธุ์อีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นกัน แต่จะเป็นการขยายพันธุ์เพื่อนำไปปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่ต้องมีแปลงพ่นหมอกก็สามารถขยายพันธุ์ได้โดยเลือกกิ่งที่ไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป และควั่นกิ่งขูดเยื่อเจริญออกหุ้มด้วยกาบมะพร้าว และถุงพลาสติกมัดให้แน่นประมาณ 45 วัน ก็จะออกรากตัดกิ่งและนำไปชำในถุงพลาสติกอีกประมาณ 20 – 25 วัน ก็นำไปปลูกได้
3. การเพาะเมล็ด ส่วนนี้จะใช้กับการขยายพันธุ์ชมพู่ที่มีเมล็ดและจะใช้เพื่อการผสมพันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ ๆ หรือเพื่อการวิจัยพันธุ์เท่านั้น เพราะจะให้ผลผลิตช้าและคุณภาพของผลอาจจะไม่เหมือนต้นพันธุ์เดิม

ดินที่เหมาะสม ชมพู่เป็นไม้ผลที่สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ที่ดีที่สุดต้องเป็นชุดดินท่าม่วง ซึ่งเป็นดินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำใหม่ที่แม่น้ำลำคลองพัดมาทับถมทุกปี เป็นดินใหม่อายุน้อย มีอินทรีย์วัตถุสูง หน้าดินลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร มีความเป็นกรดเล็กน้อย เป็นกลาง ประมาณ 6.5 – 7.0 มี ฟอสฟอรัสและโปรแตสเซี่ยมค่อนข้างสูง ระบายน้ำได้ดี ดินชนิดนี้เหมาะสำหรับปลูกไม้ผลมาก
การเตรียมดิน ชมพู่ปลูกได้ทั้งสภาพไร่และสภาพสวน หรืออาจจะกล่าวได้ว่าปลูกแบบยกร่อง ขนาดกว้างประมาณ 6 เมตร ร่องกว้างประมาณ 2 เมตร ซึ่งการปลูกวิธีนี้นิยมมากในแถบจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และการปลูกในสภาพพื้นที่ราบ ซึ่งนิยมปลูกในแถบจังหวัดเพชรบุรี การปลูกทั่งสองวิธีนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกันคือ การปลูกในสภาพพื้นราบผลชมพู่จะมีขนาดเล็กกว่าแต่รสชาติหวานกว่า เพราะขาดน้ำ แต่การปลูกในสภาพยกร่องผลชมพู่จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่มีรสจืดเพราะบังคับน้ำไม่ได้

การปลูก หลังจากเตรียมพื้นที่ที่จะปลูกแล้ว ก็ลงมือขุดหลุมปลูกทันที โดยขุดหลุมกว้างประมาณ 1 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ใส่ปุ๋ยรองพื้นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักผสมกับปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 คลุกเคล้าให้เข้ากันภายในหลุม นำต้นชมพู่แกะถุงพลาสติกออกลงปลูก หาหลักปักผูกเชือกกันลมโยกต้นจะทำให้ต้นชมพู่ไม่โต ฤดูการปลูกได้ทุกฤดู แต่ที่นิยมปลูกได้แก่ฤดูฝนเพระไม่ต้องดูแลรักษามาก แต่ควรทำทางระยายน้ำกันต้นเน่า แต่ถ้าปลูกในฤดูแล้งควรหาเศษฟางแห้ง หรือหญ้าแห้งคลุมโคนต้นป้องกันความชื้นระเหย

การดูแลรักษา

1. การให้น้ำ แบ่งออกเป็น 2 วิธี
• การให้น้ำแบบมินิสปริงเกอร์
• การให้น้ำแบบแอ่งรอบโคนต้น

ระยะเริ่มปลูกใหม่ ๆ ควรให้น้ำวันละ 1 – 2 ครั้ง ตอนเช้า-เย็น จนกว่าต้นชมพู่จะตั้งตัวได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการอุ้มน้ำของดินที่ปลูกด้วย คือถ้าดินเก็บความชื้นได้ดีเช่นดินเหนียว ระยะการให้น้ำ ก็ห่างออกไปอาจจะเป็น 2 – 3 วัน/ครั้ง แต่ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนก็ไม่จำเป็นต้องให้น้ำก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการอุ้มน้ำของดินที่ปลูกด้วย คือถ้าดินเก็บความชื้นได้ดีเช่นดินเหนียว ระยะการให้น้ำ ก็ห่างออกไปอาจจะเป็น 2 – 3 วัน/ครั้ง แต่ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนก็ไม่จำเป็นต้องให้น้ำก็ได้ ระยะก่อนให้ผล เนื่องจากชมพู่เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำค่อนข้างมากหลังจากฤดูฝนผ่านไปแล้วควรทำแอ่งน้ำล้อมรอบโคนต้นและให้น้ำจนเต็มแอ่งปล่อยให้น้ำแห้งไปเองจะช่วยยืดระยะการให้น้ำ ระยะให้ผล ควรให้น้ำประมาณ 5 – 7 วัน/ครั้ง ถ้าดินที่เก็บความชื้นไม่ดีการให้น้ำอาจจะต้องดีกว่านี้ เพราะถ้าให้น้ำไม่เพียงพอในช่วงนี้จะทำให้ผลร่วง ผลเล็กไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะมีผลทำให้ขายไม่ได้ราคา ก่อนจะเก็บเกี่ยวผลประมาณ 7 วัน ควรงดการให้น้ำจะทำให้ผลชมพู่มีรสหวานอร่อย ซึ่งระยะนี้ถ้าไม่งดการให้น้ำ ผลชมพู่จะมีรสจืดและมีน้ำในผลมาก

2. การให้ปุ๋ย
ระยะต้นเล็ก ควรให้ปุ๋ยคอก เช่น ปุ๋ยมูลค้างคาว หรือปุ๋ยคอกอื่น ๆ รวมกับปุ๋ยสูตร 15-15-15 โดยใส่ครั้งละน้อย ๆ รอบโคนต้นประมาณ 15 วันครั้ง ปัจจุบันนิยมใช้ปุ๋ยมูลหมูหมักแทนปุ๋ยมูลวัว เพราะในปุ๋ยมูลหมูหมักไม่มีเมล็ดวัชพืชติดมากับปุ๋ย และราคาก็ไม่แพงมากนัก ปุ๋ยชนิดนี้ได้จากการเลี้ยงหมู แล้วนำมูลหมูไปทำแก๊ซชีวภาพ ระยะต้นใหญ่ หลังจากต้นชมพู่มีขนาดใหญ่พอสมควรพร้อมที่จะให้ผลแล้วก็เปลี่ยนมาใช้สูตร 8-24-24 เพื่อเร่งการออกดอก โดยใช้อัตราส่วนครึ่งหนึ่งของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มแปลงเมตรเป็นกิโลกรัม โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งห่างกันประมาณ 2 อาทิตย์ โดยใส่พร้อมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก หลังจากชมพู่ให้ผลแล้ว เปลี่ยนมาใช้ 13-13-21 โดยใช้อัตราส่วนเหมือนกับ 8-24-24 จะทำให้ผลชมพู่มีคุณภาพดีขึ้น นอกจากนี้ต้องใช้พวกธาตุอาหารรองต่าง ๆ ฉีดพ่นประมาณ 7- 15 วัน/ครั้ง การให้ปุ๋ยทางใบ การให้ปุ๋ยทางใบส่วนใหญ่เป็นการให้เสริมจากการให้ปุ๋ยทางดินมีหลักการให้พอสรุปได้ดังนี้
เมื่อต้นชมพู่แตกใบอ่อนช้าหรือแตกใบอ่อนไม่สม่ำเสมอใช้ไทยโอยูเรียอัตรา 100 – 130 กรัม/น้ำ 20 ลิต พ่นให้ทั่วทรงพุ่ม 1 – 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 7 – 10 วัน จะช่วยให้แตกใบเร็วและสม่ำเสมอขึ้น หลังแตกใบอ่อนถ้าใบมีความสมบูรณ์ต่ำไม่เขียวเข้มเป็นมันใช้ 30-20-10 หรือ 30-20-20 ฉีดพ่นอัตรา 20 – 30 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร จะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับชมพู่ และจากการวิจัยพบว่าใบสมบูรณ์ 1 ใบ มีคุณค่ามากกว่าใบไม่สมบูรณ์ 10 ใบ ในต้นเดียวกัน ระยะใบแก่ก่อนออกดอก เพื่อช่วยให้ผลแก่เร็วขึ้นและป้องกันการแตกใบอ่อนเมื่อมีฝนตกชุกควรพ่น 0-52-34 อัตรา 100 – 150 กรัม/น้ำ 20 ลิตร 7 – 15 วัน/ครั้ง ระยะชมพู่ออกดอกหรือระยาฝาชีควรพ่น GA ยืดช่ออัตรา 2 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ผสมอาหารเสริมพวกน้ำตาลกูลโคสจะทำให้ชมพู่มีสีที่สดใสขึ้น

3. การควบคุมวัชพืช การควบคุมกำจัดวัชพืชทำได้หลายวิธี ได้แก่
- วิธีกล เป็นวิธีที่เกษตรกรนิยมมากที่สุด เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมของเกษตรกรและของพื้นที่ โดยใช้จอบดาย พรวนดินและคุมโคนต้นชมพู่ด้วยฟางในฤดูแล้งป้องกันการระเหยของน้ำ และระบายน้ำออกในฤดูฝน
- การใช้สารเคมี เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมมากนัก เพราะว่าผลเสียทำให้ผลชมพู่เน่าเสียหายมาก นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้สิ่งแวดล้อมเสีย ซึ่งกำลังทดสอบอยู่

การห่อผลชมพู่
เนื่องจากชมพู่เป็นไม้ผลที่แมลงวันผลไม้ชอบทำลายมากที่สุดพืชหนึ่ง ถ้าไม่มีการห่อผลแล้วโอกาสที่แมลงวันผลไม้ทำลายให้ผลเน่าเสียมีมากกว่า 90 % วิธีการห่อผล ชมพู่เป็นไม้ผลที่ออกดอกครั้งละมาก ๆ หลังจากออกดอกแล้วประมาณ 2 เดือน ก็สามารถห่อผลได้โดยเลือกผลที่สมบูรณ์ไว้ช่อละ 3 ผล ไม่ควรเอาไว้มากกว่านี้ จะทำให้ผลเล็กคุณภาพไม่ดี ผลที่เลือกไว้เป็นผลหรือช่อที่ขั้วชี้ลงด้านล่าง จะเป็นช่อที่แข็งแรงกว่าช่อที่ขั้วหันขึ้นทางด้านบน และควรเป็นช่อดอกที่ออกบริเวณกิ่ง ไม่ควรเอาช่อที่ออกบริเวณปลายกิ่งเพราะจะทำให้ได้ผลที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการลำเลียงอาหารส่งไปได้น้อยกว่าช่อดอกที่ออกบริเวณกิ่ง หลังจากเลือกช่อผลที่ต้องการห่อได้แล้ว ก็ใช้ถุงกระดาษซึ่งจาการวิจัยพบว่าถุงกระดาษที่ทำจากถุงปูนซีเมนต์ ขนาด 6 x 14 นิ้ว ให้ผลดีที่สุด รองลงมาได้แก่ถุงพลาสติกแต่ละสีก็จะให้สีผลชมพู่ต่างกัน ซึ่งจากการทดสอบกับชมพู่เพชรสุวรรณ ชมพู่ทูลเกล้า และชมพู่น้ำดอกไม้พบว่า ถุงสีแดงและสีเหลืองจะให้สีผลที่สดใสและเป็นมันมากกว่าสีอื่น ๆ

การแต่งกิ่ง
ขณะที่ต้นชมพู่ยังเล็กควรตัดแต่งเพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ เช่นให้มีกิ่งใหญ่ประมาณ 2 – 3 กิ่ง กิ่งที่เหลือตัดออก หรือถ้าต้องการให้มีทรงพุ่มแบบต้นเดี่ยว ๆ ก็ต้องตัดกิ่งที่ไม้ต้องการออก ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของสวน แบ่งออกได้ดังนี้ การตัดแต่งประจำปี ควรตัดแต่งหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ซึ่งประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน โดยยึดหลักกิ่งที่เป็นโรค กิ่งที่ไขว้ไม่เป็นระเบียบ กิ่งที่ฉีกหัก โดยตัดชิดโคนกิ่งและใช้สารเคมีที่ป้องกันกำจัดเชื้อราทาบริเวณแผล และถ้าเป็นต้นที่สูงใหญ่มาก ๆ ไม่สะดวกแก่การปฏิบัติงานควรตัดยอดทิ้งเพื่อบังคับไม่ให้ต้นสูงเกินไป ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธุ์ด้วย การตัดแต่งตามความจำเป็น เป็นการตัดแต่งขณะห่อผลเพื่อสะดวกแก่การปฏิบัติงาน เกษตรกรนิยมใช้มือดึงกิ่งที่ไม่ต้องการออก และเพื่อให้ตาที่จะแตกเป็นกิ่งช้ำไม่แตกออกมาอีก ซึ่งตามหลักวิชาการใช้กรรไกตัดจะทำให้เกิดกิ่งใหม่ปริมาณมากเสียเวลาตัดแต่งอีกหลายครั้ง

ฤดูกาลออกดอกและติดผลของชมพู่
หลังจากเก็บเกี่ยวและตัดแต่งต้นชมพู่แล้ว ต้นชมพู่จะสะสมอาหารไว้ที่ต้นและใบเมื่อมีอาหารเพียงพอและสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะสม ชมพู่ที่จะออกดอกออกผลโดยมีช่วงที่ออกดอกดังนี้ ออกดอกเดือนตุลาคม รุ่นนี้ออกดอกไม่มากนักจะเก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนธันวาคม ส่วนใหญ่ราคาจะดี ออกดอกเดือนพฤศจิกายน รุ่นนี้จะออกดอกทะยอยต่อจากรุ่นเดือนตุลาคม ออกดอกค่อนข้างมากจะสามารถเก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนมากราคม ราคาไม่ค่อยดีนัก ออกดอกเดือนธันวาคม รุ่นนี้ออกดอกมากที่สุด จะเก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนใหญ่ราคาไม่ค่อยดี เพราะจะมีผลไม้ชนิดอื่นออกมาสู่ตลาดมาก เช่น มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด และอื่น ๆ นอกจากนี้ชมพู่ยังสามารถออกดอกทะยอยได้ทั้งปีลำต้นมีความสมบูรณ์เพียงพอ แต่ดอกไม่ค่อยมาก อาจจะไม่คุ้มกับการลงทุนถ้าเกษตรกรไม่ต้องการก็ควรใช้ฮอร์โมน NAA เช่น เพลนโนฟิกซ์ฉีดพ่นอัตรา 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร พ่นที่ดอกจะทำให้ดอกที่เราไม่ต้องการร่วงได้

การบังคับให้ออกนอกฤดู
ปกติชมพู่เป็นไม้ผลที่ออกทะวายอยู่แล้วแต่ปริมาณไม่มากนักไม่คุ้มกับการลงทุน นักวิชาการต่าง ๆ จึงหาวิธีทำให้ออกนอกฤดูเพื่อหลีกเลี่ยงการออกในฤดู ซึ่งจากการติดผลทางวิชาการยังไม่มีวิธีที่ได้ผลดีนัก นอกจากบำรุงต้นให้สมบูรณ์เต็มที่โดยการใส่ปุ๋ยทั้งทางพื้นดินและให้ปุ๋ยทางใบพร้อมกับการตัดแต่งกิ่ง

ตลาดที่จำหน่าย
ชมพู่เป็นไม้ผลที่มีเปลือกค่อนข้างบางทำให้ช้ำง่าย ขนส่งได้ไม่ไกลตลาดส่วนใหญ่จึงอยู่ภายในประเทศ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ส่งไปยังประเทศฮ่องกง และประเทศใกล้เคียง การรับซื้อถ้าเป็นสวนที่ปลูกชมพู่มากจะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน โดยนำผลชมพู่ไปก่อนแล้วจ่ายเงินทีหลัง แต่ถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจะจ่ายเงินสดเลย ถ้าเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกไม่มากนัก เกษตรกรจะนำผลชมพู่มาส่งที่ตลาดท่ายาง และตลาดบ้านลาด พ่อค้าและแม่ค้าคนกลางจะรวบรวมส่งตลาดปากคลองตลาดกระจายสู่จังหวัดใกล้เคียงต่อไป

คุณค่าทางอาหารของชมพู่ ในเนื้อชมพู่ 100 กรัม ประกอบด้วยคุณค่าทางอาหารดังนี้
พลังงาน 24 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 0.5 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 5.5 กรัม
แคลเซี่ยม 2 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.3 มิลลิกรัม
ไวตามินซี 32 มิลลิกรัม






Create Date : 10 ตุลาคม 2550
Last Update : 22 ธันวาคม 2550 20:31:24 น.
Counter : 17259 Pageviews.

39 comments
  
ที่สวนก็ลงเอาไว้ค่ะ แต่ช่วงนี้ไม่ได้แวะไปดูเลย ไม่รู้จะโตไหม อาศัยเทวดาท่านช่วยรดน้ำให้ทุกวันค่ะ
โดย: นักเนทางพเนจร IP: 125.26.215.156 วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:17:35:35 น.
  
ปลูกไม้ผลไว้นานแล้วเมื่อไหร่เก็บขายได้คงอีกระยะใช้อินทรีย์สารนะค่ะบำรุง
โดย: ob1 IP: 210.246.159.254 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:32:50 น.
  
ปลูกไม้ผลไว้นานแล้วเมื่อไหร่เก็บขายได้คงอีกระยะใช้อินทรีย์สารนะค่ะบำรุง
โดย: ob1 IP: 210.246.159.254 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:33:11 น.
  
ต้องการซื้อต้นกล้าชมพู่พันธ์ทับทิมจันทร์ อยากทราบว่าทางภาคเหนือมีจำหน่ายที่ไหนบ้าง เรียนถามท่านผู้รู้ต้องการนำไปปลูกที่บ้าน
โดย: ชัยรัตน์ IP: 222.123.21.108 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:31:27 น.
  
ไม่เเน่ใจเหมือนกันคับ ลองๆไปถามร้านขายต้นไม้ดูก้น่าจะมีบ้างนะคับ
โดย: binlaman IP: 124.121.126.201 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:11:22 น.
  
ปลูกทิ้งไว้ข้างรั้วค่ะ พอเริ่มโตเท่าผลมะนาวหนอนกินข้างในแทบหมดต้นเลย แล้วก็ล่วงใต้ต้นเยอะมาก ไม่เคยใช้ยา และปุ๋ยเลยค่ะ ทำไงดี
โดย: น้ำตาล IP: 124.121.197.107 วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:21:37:52 น.
  
ผมปลูกทับทิมจันทร์ไว้กินที่บ้านแต่มีปํญหาผลร่วงไม่ค่อยได้กินมันจะร่วงไปเกือบหมดต้นช่วยแนะนำหน่อยครับ
โดย: stop IP: 222.123.208.150 วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:10:09:05 น.
  
ผลร่วงหรอคับ ร่วง ผลขนาดไหนคับ ช่วงเป็นดอก ออกผลงดน้ำนะคับ
โดย: binlaman IP: 118.174.178.38 วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:14:10:30 น.
  
อาการผลแตกตรงหัวก้านจะแก้ไขอย่างไร ร่วงมากมีรสหวานน้อยไปเพิ่มปุ๋ยสูตรไหน จะทำให้ร่วงแตกหรือไม เมื่อใส่ปุ๋ย มียากันผลแตกไหม คืออะไรครับ
โดย: ปลิวลม IP: 124.157.200.196 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:14:58:10 น.
  
อยากปลูกมั่งจังแต่ยังไม่มีความรู้ เลย เคยปลูกแต่มะละกอขายแต่ก็ขาดทุนก็เลยต้องมาหางานทำในเมืองเพื่อหาทุนไปทำไร่นาสวนผสมตามที่ตั้งใจไว้
โดย: ต้อม IP: 116.68.148.235 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:12:39:15 น.
  
ถุงปูนซีเมนต์ ขนาด 6 x 14 นิ้ว หาซื้อได้ที่ไหน
โดย: ปริม IP: 203.146.133.61 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:47:53 น.
  
การห่อถุงลูกชมพู่ ที่ว่าขนาดหัวแม่มือนั้นต้องรอให้เกษรร่วงหมดใช่หรือไม่และการให้น้ำขณะกำลังติดดอกขอให้งดน้ำเป็นการเข้าใจที่ถูกใช่หรือไม่อย่างไร
โดย: แสตมป์ IP: 118.175.215.94 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:47:34 น.
  
ผลิตภัณฑ์ดีกันผลร่วงกันแมลงทำให้ขั้วเหนียวขอการันตีได้ดปรดดูรายละเอียดได้ที่ http://www.klaopoodang.com นะครับรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
โดย: ไพโรจน์ IP: 58.137.124.66 วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:12:28 น.
  
ที่บ้านมีห้าร้อยต้นไม่ออกดอกเลยช่วงนี้จะทำอย่างไรดี
โดย: nattamol IP: 202.149.25.235 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:49:53 น.
  
ไม่ออกเลย555
โดย: abc IP: 202.149.25.225 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:51:40 น.
  
ชมพู่เพชรแท้ๆปลูกที่อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก หวานกรอบอร่อยมาก เทียบกับที่เพชรบุรีได้เลย เสียดายมีขายแค่ช่วงปีใหม่-ฤดูแล้ง
โดย: lam29 IP: 118.174.12.162 วันที่: 13 สิงหาคม 2552 เวลา:13:38:16 น.
  
ของผมปลายยอดมักจาไห้มหงิกงอ ขอตัวช่วยหน่อยนะคับตอนนี้ใช น้ำส้มควันไม้ สลับกับยาฆ่าเเมลงก็เเก้ไม่หายรบกวนผู้รุ้ตอบหน่อยนะคับ
โดย: mass IP: 58.8.138.94 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:0:30:01 น.
  
น่าจะเพลี้ยหรือเปล่าครับ ลองหายา พ่นดู
โดย: binlaman วันที่: 17 ธันวาคม 2552 เวลา:22:06:59 น.
  
โอเช

แต้ง
โดย: ..... IP: 202.149.25.235 วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:20:28:44 น.
  
เป็นเรื่องปรกตินะครับ ที่ชมพู่ทับทิมจันทร์ จะสลัดดอก ส่วนมากจะสลัดตอนแตกใบอ่อน ถ้าวิธีของผมก็คือ ช่วงที่ชมพู่เริ่มออกดอก ใส่ป๋ย 21-7-14 ส่วนทางใบ ฉีด แคลเซี่ยมโบร่อน+สาหร่าย+แม็กนีเซี่ยม จะช่วยลดการสลัดดอกได้ดีครับ แต่ถ้าอยากประหยัดค่ายา ก็ลองงดแต่งกิ่งหักกระโดงตอนดอกเริ่มออก ไปแต่งตอนช่วงเป็นผลแล้ว ผมใช้วิธีนี้ ประหยัดค่ายาไปหลายพันเลย ถ้าอยากเพิ่มรสชาติความหวาน ลองใส่ปุ๋ย8-24-24+ปุ๋ยชีวภาพ ส่วนทางใบใช้สาหร่าย+น้ำตาลกลูโคส ครับ
โดย: เด็กดำเนิน IP: 180.180.112.32 วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:21:28:13 น.
  
เราเป็นกลุ่มทำชมพู่ส่งออก ชมพู่ดีมีคุณภาพของชาวดำเนินสะดวก
โดย: ติ๊ก กชพร IP: 182.232.144.232 วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:16:44:50 น.
  
เราเป็นกลุ่มทำชมพู่ส่งออก ชมพู่ดีมีคุณภาพของชาวดำเนินสะดวก
โดย: ติ๊ก กชพร IP: 182.232.144.232 วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:16:47:54 น.
  
มาเยี่ยม บล๊อคจ้า..
จากพี่อาม...ที่เคยไปซื้อเฟิร์นที่บ้านนะ(ว๊โก้สีน้ำเงิน)
โดย: Army IP: 203.156.191.22 วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:14:19:32 น.
  
ที่บ้าผมมีชมพู่ทับทิมจันทร์ 1 ต้น ติดดอกเมื่อตอนมกรา ดอกทะย่อยบานตั้งแต่ ปลายกุมภาและก็ล่วงไปบานเลย พอเริ่มเป็นลูกก็ไม่ได้กินอีก เพราะไม่ได้ห่อ โดนหนอนกินกับเป็นอะไรไม่รู้ อยู่ๆลูกก็เหยี่วแล้วก็ล่วง บางที่ค้างคาวก็มากิน ล่วงหนด แต่ก็ยังมีเหลืออีกเยอะ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเลยห่อถุงพลาสติกแต่ได้แค่ครึ่งต้นท่อนล่าง ท่อนบนไม่ไหวมันสูง แต่ด้วยความที่ผลกล้วว่าผลจะล่วงเพราะหนัก ผมเลยผูกปากถุงคลุมกับกิ่งไปเลย อย่างนี้ OK มัย หรือต้องแก้ปากถุงแล้วผูกแค่เหนื่อช่อก็พอ ช่วยบอกผมที่ และไอ้ทีมันออกตรงปลายกิ่งต้องตัดทิ้งด้วยปะ มันมีโอกาสได้กินมะ ผมเสียดาย ผมห่อหมดเลยไม่อยากเด็ดดอกทิ้ง บางช่อมันก็มีตั้ง 9 ดอก

และถ้าเก็บผลเสร็จแล้ว ต้องตัดกิ่ง ให้สูงแค่ 2 เมตรเลยมัย ผมอยากให้มันติดลูกบ่อยๆ เพราะคนที่บ้านชอมกินมาก ผลใหญ่รสหวานทานง่าย

เมื่อปีทีแล้วผมเพิ่งได้กินเป็นปีแรกหลังจากปลูกมา 3 ปี ตอนต้นปีได้กิน 2 ลูก แต่พอกลางปี ได้กิน 50 กว่าลูก มันติดดอกเ่ท่าไหร่ได้กินลูกเท่านั้นไม่ล่วง แล้วทำไมพอมันติดลูกเป็นพันๆ ถึงเหลือแค่ครึ่งเดี่ยว ครั้งต่อไปผมควรทำงัย แต่บอกก่อนว่าผมไม่นิยม สารเคมี ผมหมักน้ำปุ๋ย ใช่เอง จะลดทุกๆ 3 เดือน และนี้ก็จะได้เวลาลดแล้ว จะลดเลยดีมัยหรือรอให้เก็บผลก่อนช่วยแนะนำผมที

เอออีกอย่าง ถ้าดันมีฝนตกหนักทำให้มีน้ำไปขังในถุงพลาสติกที่ห่อชมพู่ ผมเทน้ำออกแล้วนะแต่มันยังมีไอน้ำเหลืออยู่ ผมควรแกะถุงออกมาตากให้แห้งแลัวห่อเข้าไปใหม่ดีมัย หรือปล่อยมันไว้อย่างนั้นก็ได้ บอกผมด้วยครับ....ขอบคุณครับบบบบบ
โดย: แสง IP: 10.0.58.240, 10.0.58.240, 127.0.0.1, 58.8.248.170 วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:13:03:57 น.
  
ผลปลายกิ่งตัดทิ้งเลย ถุงห่อเจาะรูเล็กๆที่ก้นไว้ด้วยเผื่อฝนตก ถุงก็ผูกกับกิ่งด้วยจะดีเหมือนกัน

หลังออกผลบำรุงปุ็ย 16 16 16 ตัดกิ่งไม่ให้สูงมากครับห่อก็ง่าย

ถ้าให้ลูกใหญ่ไว้ช่อละ2-3ผลก็พอครับเเล้วก็รดน้ำทุกวันช่วงติดผล ลูกจะได้โตๆพอไกล้สุกงดน้ำไปเลยจะได้รสชาติหวานกรอบ ตอนนี้ของผมก็เป็นเหมือนกันเจอฝนตกหนักรีบเก็บก่อนที่จะร่วงหมดเพราะไกล้สุกหมดเเล้วครับ
โดย: binlaman วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:20:27:10 น.
  
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมตัดสินใจแกะห่อออกหมด ปรากฏว่ามีบางส่วนเน่าด้วยทั้งๆที่เจาะรูไว้ก็ใหญ่เหมือนกันแต่ทำไมยังเน่าอีก แถมบางถุงก็มีตัวอะไรไม่รู้เล็กๆดำๆ และบางห่อก็เป็นตัวดำติดกับก้านดอก และก็ตัวแบนๆสีเขี่ยวอ่อน สีน้ำตาลบินได้ก็มีเกาะเต็มไปหมด ผมเลยต้องปลิดทิ้งเพราะทนเห็นสภาพแห้งแบบแตกลายงาไม่ไหว ตอนนี้กำลังเริ่มห่อใหม่แต่มาเจอใอ้ตัวพวกนี้อีก จะทำงัยดี

ผมได้ยินมาว่าใช้ เบตาดีน (ยาฆ่าเชื้อ)ผสมน้ำฉีดจะช่วยไล่มันได้ จิงมัย เพราะตอนนี้ที่ใช้มันเป็นน้ำยาสะเดา ฉีดแล้วไม่ไ้ด้ผลเลย ไล่อะไรไม่ได้ซะกะอย่าง

แล้วไอ้ตัวพวกนั้นมันมีชื่อเฉพาะหรือเปล่าจะได้ไม่หายามาฉีด ตอนนี้มันลุกลามเร็วมาก ผมกล้วว่ากว่าผลจะโตมันคงกินนำ้เลี้ยงไม่หมด เ๋ด๋วก็ล่วงไม่ต้องกินกันพอดี
โดย: แสง IP: 10.0.58.240, 10.0.58.240, 127.0.0.1, 58.8.34.85 วันที่: 28 มีนาคม 2554 เวลา:12:37:36 น.
  
จะดีกว่ามัยครับถ้าผมจะถ่ายรูปส่งให้ดูว่าแต่ละตัวมันหน้าตาเป็นยังงัย ถ้า โอเคก็บอกมาเลยนะครับผมจะรีบถ่ายและส่งให้ดูเลย
โดย: แสง IP: 10.0.58.240, 10.0.58.240, 127.0.0.1, 58.8.34.85 วันที่: 28 มีนาคม 2554 เวลา:12:48:53 น.
  
อย่าไปฉีดเลยเคมี เรากินเองด้วย หลีกได้ยิ่งดี เห้นเกาะดำๆบี้ทิ้งเลย ครับ
โดย: binlaman วันที่: 30 มีนาคม 2554 เวลา:19:36:24 น.
  
ไม่ทันแล้วครับ ผมเล่นไปแล้ว จัดหนักไป 10 กว่าช่อ ตอนนี้รอผลอยู่ และการบี้ไม่ค่อยจะสะดวกเลยครับ เพราะมันไปหลยอยู่ใต้ดอก
โดย: แสง IP: 10.0.58.240, 10.0.58.240, 127.0.0.1, 58.8.40.115 วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:12:19:50 น.
  
ที่บ้านผมมี5ต้นต้องห่อทุกปี ตอนห่อนะต้นก็สูงมดแดงก็เย๊อะยังขึ้นไปห่อได้ไม่รู้สึกเหนื่อย ต้นนีงมีเป็นหมื่นเป็นพันๆลูกห่อไม่หมดหลอกนะต้องเด็ดทิ้งเกือบหมด เอาเฉพาะที่ห่อได้ก็กินไม่หมดแล้ว ประมาณเดือนนึงก็จะเริ่มกินได้หลายวันกว่าจะสุกหมด
โดย: ทับทิมจันทร์ IP: 180.180.61.183 วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:20:35:41 น.
  
ผมตัดใจตัดทิ้งแลัวครับเพราะมันเยอะจัดห่อไม่ไหว สุดท้ายก็เลยตัดทิ้งเพราะไอ้พวกแมลงมันกินไปเยอะด้วยเหมือนกัน ยิ่งกิ่งไหนสูงเกิน ผมตัดทิ้งทั้งกิ่งเลย ตอนนี้ทั้งต้นแสงแดดผ่านได้ทุกซอกทุกมุม

ก็จริงนะครับ ผมตัดทิ้งไปตั้งเยอะแต่พอมานังดูอีกที ที่เหลือก็กินไม่หมดแน่ๆ เพราะถ้าไอ้ที่ห่อมันไม่มีอะไรมาทำลายมันได้อีกแลัว ผมคงเก็บผลได้เป็น 20-30 ๆ กิโล

กะว่าถ้าเก็บผลหมด ก็คงไม่ตัองตัดอีก เอาแค่เล็มให้ได้ กว้าง*ยาว แค่ 2 เมตรจะได้ดูแลรักษาง่าย
โดย: แสง IP: 10.0.58.240, 10.0.58.240, 127.0.0.1, 58.8.36.140 วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:7:17:44 น.
  
ฝนตกอีกแล้ว และปัญหาก็หนักขึ้นไปอีกเพราะผลในถุงมันเน่าด้วยความชื้น ตอนนี้ผมมีชมพู่ที่คาดว่าจะได้กินไม่ถึง 100 ลูก

ใครมีปัญหาแบบเดี่ยวกับผมมัง แชร์ประสบการณ์และวิธีแกใขสำหรับการดูแลครึ่งต่อไปให้ผมที

ขอบคุณครับ
โดย: แสง IP: 10.0.58.240, 10.0.58.240, 127.0.0.1, 58.8.35.76 วันที่: 11 เมษายน 2554 เวลา:17:50:23 น.
  
ปกติถุงผมจะเจาะรูล็กๆไวระบายน้ำ ถ้าฝนตกผลมักจะร่วง น้ำเยอะ
โดย: binlaman วันที่: 18 เมษายน 2554 เวลา:17:39:47 น.
  
จะรู้ได้งัยว่าสุก และเก็บตอนไหน มีลักษณะให้ดูมัยครับ
โดย: แสง IP: 203.170.177.162 วันที่: 19 เมษายน 2554 เวลา:12:41:57 น.
  
ที่บ้านผมมี 1 ต้น ปลูกมา 3ปี เพิ่งได้กินลูกเมื่อต้นปีนี้(55) ดกมาก ต้นงาม แต่โดนหนอนทำลายไปประมาณ 90เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ห่อ ไม่ได้ทำอะไรเลย รดน้ำอย่างเดียว ไม่มีเวลา กะว่าฤดูกาลหน้าจะเริ่มดูแลอย่างจริงจัง จะได้เก็บผลไปผากเพื่อนฝูงได้บ้าง เพื่อนๆมีอะไรจะช่วยบอกเป็นวิทยาทาน
โดย: เปี๊ยก IP: 202.28.182.5 วันที่: 21 มีนาคม 2555 เวลา:14:55:52 น.
  
รับซื้อชมพู่จากสวนเป็นจำนวนมาก เพื่อนำมาขายตลาดสี่มุมเมือง
สนใจติดต่อได้ที่ 0852286959
โดย: ใหม่ IP: 110.49.248.26 วันที่: 14 มิถุนายน 2555 เวลา:11:24:27 น.
  
ปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์มาประมาณ 3 ปีแล้ว ไม่ออกดอกให้เห็นเลย มีวิธีแก้ไขอย่างไรช่วยแนะนำด้วย
โดย: เนาว์ IP: 223.205.221.203 วันที่: 16 สิงหาคม 2555 เวลา:7:18:11 น.
  
ปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์มาประมาณ 3 ปีแล้ว ไม่ออกดอกให้เห็นเลย มีวิธีแก้ไขอย่างไรช่วยแนะนำด้วย
โดย: เนาว์ IP: 223.205.221.203 วันที่: 16 สิงหาคม 2555 เวลา:7:20:45 น.
  
ช่วงก่อนติดผลควรบำรุงต้นให้สมบูรณ์ โดยใช้ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยคอก ช่วยในการบำรุงต้น ปุ๋ยเคมีต้องเป็นสูตรเสมอนะครับ จะเป็นสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ก็ได้แล้วแต่ และก็ลดน้ำให้สม่ำเสมอ พอช่วงติดผลน้ำห้ามขาด แต่ก็อย่าให้มากเกินไปเพราะอาจทำให้ต้นแตกใบอ่อนได้ พอแตกใบอ่อนต้นอาจสลัดดอกได้ ช่วงนี้ควรดูแลให้ดีนะครับ
โดย: วาคิม IP: 125.26.44.224 วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:11:57:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

binlaman
Location :
พัทลุง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]



Fern love the life.