กรกฏาคม 2551

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
14 กรกฏาคม 2551
ว่านมงคลต่างๆ
ว่าน ไม้ประดับนามมงคล
"ว่าน" คำที่ใช้เรียกนำหน้าชื่อต้นไม้โดยเฉพาะต้นไม้ที่ใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพรและไม้ประดับบางชนิด ว่านหลายชนิดถูกเรียกว่า "ว่าน" จนติดปากและเป็นที่รู้จักกันมาแต่โบราณ จากการสืบค้นพบว่ามีการกล่าวถึงว่านในหนังสือตำรายาไทยชื่อ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ รวบรวมโดย พระยาพิศประสาทเวช ในปี พ.ศ. 2452 และ หนังสือชื่อ แพทย์ตำบล เล่ม1 รวบรวมจัดพิมพ์โดย พระยาแพทย์พงศา วิสุธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) ต้นตระกูลสุนทรเวช ในปี พ.ศ.2464 หนังสือทั้งสองเล่มกล่าวถึงว่าน 5 ชนิดเท่านั้นคือ ว่านกีบแรด ว่านนางคำ ว่านหางช้าง ว่านน้ำ ว่านเปราะ หลังจากปี พ.ศ. 2464 เป็นต้นมา ว่านจึงเริ่มเป็นที่แพร่หลาย มีตำราที่กล่าวถึงลักษณะว่าน ตำราที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับว่าน ใน ปี พ.ศ. 2476 หลวงประพัฒน์สรรพากร รวบรวมหนังสือชื่อ ตำรากระบิลว่าน จนเป็นที่ยอมรับในหมู่นักเล่นว่านและนับว่าเป็นตำราที่ให้ความรู้เรื่องว่านอย่างสมบูรณ์ที่สุด แม้ราชบัณฑิตสถานยังยอมรับและใช้เป็นหนังสืออ้างอิงในการชำระพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน โดยนิยามไว้ว่า "ว่าน คือพืชที่มีหัวบ้าง ที่ไม่มีหัวบ้าง ใช้เป็นยาบ้าง ใช้อยู่ยงคงกระพันบ้าง" เห็นได้ว่าความหมายตามพจนานุกรม ว่านคือพืชที่มีหัวหรือไม่มีหัวก็ได้ บางชนิดปลูกเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพร เป็นเครื่องรางของขลัง ป้องกันอันตราย พิษสัตว์กัดต่อย ยาเบื่อเมา ยาสั่ง ยาเสพติด สามารถดับพิษร้ายให้หายได้ ว่านแต่ละชนิดมีคุณานุภาพบันดาลให้เกิดผล เกิดโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา มีคนเคารพนับถือ มีความเชื่อกันว่าการปลูกเลี้ยงว่าน ถ้าทำให้ถูกต้องตามพิธีการ ให้ความสำคัญว่าว่านเป็นของศักสิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์ ก็ต้องมีพิธีมากกว่าการปลูกเลี้ยงธรรมดา เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปลูกเลี้ยงและเป็นการเพิ่มฤทธิ์ธานุภาพให้แก่ว่าน เช่น เวลารดน้ำต้องเศกคาถากำกับเป็นบทเป็นตอนต่างกันไป สามจบ เจ็ดจบหรือตามอายุของผู้ปลูกเลี้ยงแล้วแต่ชนิดของว่าน การขุดก็ต้องทำในวัน เดือน ต่างๆ กัน ทั้งข้างขึ้น ข้างแรม เช่น การขุดเก็บว่านมักเลือกวันอังคาร วันใดวันหนึ่งในดือนสิบสองหรือไม่เกินวันพุธข้างขึ้นของเดือนอ้าย เวลาขุดใช้มือตบดินใกล้กอว่านหรือต้นว่าน แล้วเศกคาถาเรียกว่านไปตบดินไปจนจบคาถา จึงคอยขุดนำหัวว่านขึ้นมา นับจาก พ.ศ. 2484 ความนิยมว่านก็ค่อยๆ ห่างหายไป จนกระทั่ง พ.ศ. 2500 ความนิยมว่านให้ความสำคัญกับว่านกลับมาอีกครั้งหนึ่ง มีการรวบรวมจัดพิมพ์หนังสือว่านขึ้นมาอีกหลายฉบับ โดยเฉพาะหนังสือ ว่านกับคุณลักษณะ รวบรวมโดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ จัดพิมพ์จัดจำหน่ายในนามของ สมาคมพฤกษศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมจากนักเล่นว่านมาก ปัจจุบันผู้ที่ให้ความสนใจว่านไม่เพียงชื่นชอบเหมือนผู้เลี้ยงว่านในสมัยก่อนเท่านั้น แต่ยังให้ความสนใจในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในด้านอื่นๆ หลายรูปแบบ รวมทั้งการสนใจว่านในเชิงพฤกษาศาสตร์ ซึ่งมีการจัดแบ่งว่านได้ถึง 34 วงศ์ (Family) 512 สกุล (Genus) และ กว่า 1700 พันธุ์ (Species) มีทั้งว่านที่ให้ประโยชน์ทางยาสมุนไพรรักษาโรค ว่านที่มีชื่อเป็นมงคลนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ซึ่งมีความเชื่อว่าว่านเหล่านี้เมื่อปลูกเลี้ยงแล้วจะส่งผลให้ทำมาค้าขึ้น นำโชคลาภวาสนา มาสู่ผู้ปลูกเลี้ยง เช่นว่านที่เว็บไซท์ ๑๐๘ พรรณไม้ไทย นำเสนอนี้เป็นเพียงบางส่วนของว่านที่เป็นมงคลนาม มีความสวยงาม และเป็นที่นิยมของผู้ปลูกเลี้ยงทั่วไป

วงศ์พลับพลึง
AMARYLLIDACEAE

กวักแม่ทองใบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hymenocallis spp.
วงศ์ AMARYLLIDACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านกวักแม่ทองใบ เป็นว่านที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมคล้ายหอมหัวใหญ่ ผิวนอกของหัวมีสีเขียวอ่อน เนื้อในหัวสีขาว มองดูเผินๆ จะเหมือนกับต้นพลับพลึง แต่ไม่ใช่เพราะไม่มีลำต้นเหนือดินอย่างพลับพลึง มีก้านใบแตกออกจากหัว โคนของก้านใบเป็นกาบสั้นๆ ก้านใบด้านบนแบนแต่ด้านหลังนูน กลางใบมีร่องสีเขียวเข้ม ใบยาวประมาณ 25-30 ซม. หน้าใบเป็นเส้นอย่างเห็นได้ชัด มีความหนาพอประมาณ แตกใบออกเป็น 2 ข้างสลับกันข้างละใบ เป็นใบรูปหอก ปลายใบมนแหลม โคนค่อยๆ สอบเข้าหาก้านใบ ดอกสีขาว เหมือนดอกพลับพลึง มีเกสรสีเหลือง กลิ่นหอม มีก้านช่อดอกยาว ออกดอกเป็นกลุ่ม กล่มละหลายดอก มีกลีบดอกขนาดเล็กสีขาวโคนกลีบดอกมีผังผืดสีขาวเชื่อมระหว่างกลีบดอก การปลูก ควรปลูกในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี กลบดินแค่ครึ่งหนึ่งของหัวว่าน อย่ากดดินให้แน่นนัก และให้รดน้ำทุกเช้า-เย็น ระวังอย่าให้น้ำขังเพราะจะทำให้หัวว่านเน่าได้
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหัว
ความเป็นมงคล เป็นว่านมหานิยม เหมาะที่จะปลูกไว้หน้าบ้านหรือร้านค้าขาย ดูแล้วสวยงาม จึงดึงดูดให้ผู้พบเห็นเกิดความสนใจ เรียกโชคลาภเข้าร้านเข้าบ้านไม่ขาด

สี่ทิศ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hippeastrum johnsonii.
วงศ์ AMARYLLIDACEAE
ชื่อสามัญ Wan-See-Til
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านสี่ทิศเป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์พลับพลึง มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินมีลักษณะคล้ายกับหอมหัวใหญ่ ส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือดินเป็นส่วนของก้านใบ และตัวใบเท่านั้น ลักษณะของใบเป็นสีเขียว รูปหอกยาวเรียว ปลายมน ขอบใบเรียบ ใบกว้างประมาณ 3-5 ซม. และยาวประมาณ 25–30 ซม. ก้านดอกจะแทงสูงขึ้นจากกอ มีความประมาณ 25-30 ซม. ดอกออกตรงปลายก้านดอก มีสีชมพูตรงปลายดอก ดอกแยกออกเป็น 6 กลีบ เมื่อบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 6-8 ซม. และจะทยอยกันบานทีละ 4 ดอก จึงนิยมเรียกกันว่า “ว่านสี่ทิศ”
การปลูก ควรปลูกในดินปนทราย ให้น้ำ และความชื้นปานกลาง ว่านสี่ทิศเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบแสงแดดมาก จึงควรต้องปลูกในที่แจ้ง จึงจะเจริญเติบโตและมีดอกได้ดี
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยแยกหน่อ หรือแยกหัวไปปลูกใหม่
ความเป็นมงคล เชื่อกันว่าถ้าเลี้ยงว่านสี่ทิศให้ออกดอกพร้อมกันได้ทั้งสี่ดอกหรือสี่ทิศผู้เลี้ยงจะมีโชคลาภ และหากว่าในช่วงที่ว่านสี่ทิศกำลังออกดอกทั้งสี่อยู่นั้น ผู้เลี้ยงคิดจะทำอะไร ก็จะประสบความสำเร็จทุกประการ แต่ถ้าหากว่า ว่านสี่ทิสออกดอกไม่ครบทั้งสี่ดอก หรือออกดอกแค่ 2 หรือ 3 ดอก ก็จะไม่เป็นผลดีแก่ผู้เลี้ยงเหมือนเป็นลางบอกเหตุว่าจะมีสิ่งไม่ดีเกิดแก่ผู้เลี้ยง


นกคุ้ม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eurycle ambeinensis (Loud)
วงศ์ AMARYLLIDACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านนกคุ้มเป็นว่านที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะหัวว่านคล้ายหัวว่านกระชายดำ หัวเป็นแง่งกลมๆ ติดกันเป็นพืด ใบแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน หน้าใบมีลาย คล้ายปีกนก ก้านใบยาวประมาณ 15-20 ซม. ก้านใบแข็ง และมีร่องก้านใบรูปใบค่อนข้างกลม ปลายใบมนแหลมเล็กน้อย โคนใบมนเว้าเข้าหาก้านใบ ซึ่งว่านนี้จะมีความสวยงามอยู่ที่ใบ ดอกมีสีขาวปนม่วงเล็กน้อย ลักษณะของดอกเป็นสามเหลี่ยม
การปลูก ปลูกในดินร่วนปนทรายหยาบ ควรปลูกในกระถางปากกว้างหรือกระถางปากบานทรงเตี้ยให้กระถางมีขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อให้การเจริญเติบโตและการแตกหน่อของหัวว่านเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และได้ปริมาณมาก ควรรดน้ำให้ชุ่มทั้งเช้าและเย็นทุกวัน แต่อย่ารดให้ถึงกับโชกเกินไปจะทำให้หัวว่านเน่าได้ง่าย ให้จัดวางกระถางว่านไว้ในที่ร่มรำไร อย่าให้โดดแดดจัดจะทำให้ขอบใบไหม้ และอาจเฉาตายได้
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล เชื่อกันว่าถ้าปลูกว่านนกคุ้มไว้ในบริเวณบ้าน จะให้คุณในทางป้องกันอันตรายต่างๆ โดยเฉพาะป้องกันอัคคีภัยได้เป็นอย่างดี


นางล้อม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Anamirta cocculus
วงศ์ MENISPERMACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เป็นว่านที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ในหนึ่งกอจะมีหัวใหญ่อยู่ 1 หัว อยู่ตรงกลางกอ มีหัวเล็กๆ ซึ่งเกิดทีหลังเรียงรายอยู่รอบๆ หัวใหญ่ ลักษณะของหัวเป็นสีเขียว กลมเรียวเป็นมัน ใบแตกตรงส่วนยอดของหัวว่าน ใบคล้ายใบกุยช่ายพื้นใบสีเขียว ใบแคบเล็ก ยาว ขอบใบทั้งสองข้างใบจะเป็นเส้นขนานปลายใบแหลม ผิวและขอบใบเรียบ ไม่มีจัก ไม่มีก้านใบ
การปลูก ให้ปลูกในดินร่วนปนทราย ที่ระบายน้ำได้ดี และควรปลูกใส่กระถางปากกว้าง ทรงเตี้ย แล้วจัดวางกระถางว่านไว้ในที่ร่มรำไร อย่าให้โดดแดดจัด รดน้ำเฉพาะตอนเช้า เพียงวันละหนึ่งครั้งก็พอ รดน้ำให้ชุ่ม แต่อย่าให้แฉะ เพราะจะทำให้หัวว่านเน่าได้
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกหัว
ความเป็นมงคล ว่านนางล้อมเป็นว่านมหามงคล ปลูกไว้ในบริเวณบ้าน จะช่วยป้องกันคุ้มครองบ้านเรือนให้รอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ ได้ ทำให้ครอบครัวมีความอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากศัตรูหรืออมิตรทั้งหลาย

มหาโชค
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eucharis spp.
วงศ์ AMARYLLIDACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านมหาโชคมีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน ภายในหัวจะเป็นกลีบเรียงตัวซ้อนกันอยู่ คล้ายหัวหอมใหญ่ ส่วนที่โผล่พ้นผิวดินจะเป็นกาบใบ ใบ และดอกเท่านั้น ใบลักษณะคล้ายใบพาย ปลายใบแหลม โคนใบค่อยๆ สอบเข้าหาก้านใบ พื้นใบสีเขียวเป็นมัน มีเส้นเรียงเป็นแถวตามแนวยาวของใบเล็กน้อย ก้านดอกเป็นทรงกรวยยาวประมาณ 30-40 ซม. ตรงปลายก้านแยกออกเป็น 5–7 ก้าน มีดอกสีขาวปลายก้าน มีกลีบเรียงซ้อนๆ กันเป็นทรงกลม 6 กลีบ มีเกสรกลางดอกเป็นสีเหลืองอ่อน และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย
การปลูก ควรปลูกในดินปนทราย รดน้ำแต่ปานกลางพอให้ดินชุ่ม และให้ได้รับแสงแดดรำไร
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อไปปลูก
ความเป็นมงคล เชื่อกันว่าหากเลี้ยงว่านให้เจริญงอกงามดี ผู้เลี้ยงจะมีโชคลาภในทุกๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็นวรรณะ พละกำลัง อนามัยที่สมบูรณ์ และความสุข


มหาลาภ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phaedranassa spp.
วงศ์ AMAPYLLIDACAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านหงสาวดี
ลักษณะทั่วไป ว่านมหาลาภมีลักษณะต้นเหมือนว่านมหาโชค คือลำต้นเป็นหัวใต้ดิน หัวเหมือนหอมหัวใหญ่แต่มีขนาดเล็กกว่า ใบรูปใบพาย แต่ค่อนข้างสั้นและป้อม ปลายใบโค้งมนแหลม โคนใบค่อยๆ สอบเข้าหาก้านใบ พื้นใบเรียบสีเขียวเป็นมัน ก้านใบจะยาวกว่าใบเล็กน้อย ก้านดอกพุ่งตรงขึ้นมาจากกลางลำต้นสูงประมาณ 30-40 ซม. ออกดอกเป็นกลุ่มแล้วทยอยกันบาน ดอกสีแสดปนเหลือง กลีบดอกค้อนข้างเล็กและยาว ปลายกลีบมน เกสรยาวลงสู่พื้นดิน ส่วนปลายเกสรงอนขึ้นเล็กน้อย ช่อดอกหนึ่งๆ มีดอกประมาณ 3–7 ดอก ขึ้นกับความสมบูรณ์ของต้น
การปลูก ว่านมหาลาภเจริญงอกงามได้ดีในดินร่วนปนทราย และผสมดินลูกรังสีแดงด้วย ควรให้มีการระบายน้ำที่ดี เพราะหากน้ำขังจะทำให้หัวว่านเน่าได้ หากปลูกในกระถางปากกว้างจะเหมาะมาก เพราะใบจะปกคลุมปากกระถางดูสวยงาม เป็นไม้ที่ไม่ชอบแดดจัดนักจึงควรจัดให้ได้รับแสงปานกลาง รดน้ำแต่ตอนเช้า
การขยายพันธุ์ โดยการแยกต้น
ความเป็นมงคล ว่านมหาลาภมีคุณประโยชน์ด้านเมตตามหานิยม ปลูกไว้ย่อมเกิดลาภผลทวีคูณหลายประการ มักปลูกเป็นต้นไม้เสี่ยงทาย หากเจริญงอกงาม ออกดอกดกดี ผู้ปลูกมักจะได้ลาภจากการเสี่ยงโชคเสมอ ในทางกลับกันหากว่าต้นอับเฉาไม่ออกดอกเป็นลางบอกเหตุว่าจะอับโชค เสียทรัพย์ เชื่อกันว่าการปลูกว่านมหาลาภควรปลูกในวันศุกร์ข้างขึ้นจะดีที่สุด


รางนาก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hippeastrum spp.
วงศ์ AMARYLLEDACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านรางนากเป็นหัวกลมคล้ายหอมหัวใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ใบจะงอกจากหัว ลักษณะใบหนาและแข็ง โคนใบจะเป็นกาบในรูปหอก ปลายใบแหลมมน ขอบใบเรียบ ไม่มีจัก ใบสีเขียวเข้ม หน้าใบมีร่องกลางใบเป็นสีขาวลากยาวตลอดใบ โคนใบด้านหลังเป็นสีแดง หรือแดงปนม่วง ดอกลักษณะเดียวกับว่านสี่ทิศ มีสีชมพูแสด โดยก้านดอกจะมีสีเขียวนวลยาวสูงพ้นใบ ดอกเป็นรูปกรวย ปลายดอกแยกออกเป็น 6 กลีบ ช่อหนึ่งจะมีดอก 2–4 ดอก
การปลูก ว่านรางนากชอบดินร่วนปนทราย ควรมีอิฐทุบละเอียดผสมผงถ่าน หรือใบไม้ผุ เวลาปลูกให้หัวว่านโผล่พ้นดินเล็กน้อย รดน้ำปานกลางเช้า–เย็น ควรอยู่ที่แดดร่มรำไร ปลูกในกระถางทรงเตี้ยจะงามยิ่งนัก
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการใช้หัว
ความเป็นมงคล เชื่อว่าว่านรางนากเป็นว่านเมตตามหานิยม หากปลูกในร้านค้าจะทำให้มีลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น


ไชยมงคล
ชื่อวิทยาศาสตร์ Crinum spp.
วงศ์ AMARYLLEDACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ศรีกันไชย เศรษฐีสอด
ลักษณะทั่วไป เป็นว่านมีหัวเหมือนหอมหัวใหญ่ มีลำต้นซึ่งประกอบด้วยกาบก้านใบเรียวซ้อนกันหลายกานลำต้นสีขาว ใบเหมือนใบพลับพลึง แต่มีขนาดแคบกว่า พื้นใบสีเขียว ปลายใบมักมัดสอดอยู่อีกปลายใบหนึ่งต่อเนื่องกันไป ดอกสีขาวเหมือนดอกพลับพลึง
การปลูก ควรปลูกด้วยดินร่วนปนทรายชอบน้ำ แต่อย่าให้แฉะ ควรจัดวางกระถางว่านไว้ในที่ร่ม หรือให้ถูกแสงแดดเพียงรำไร รดเช้าเย็น
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการใช้หัว
ความเป็นมงคล เป็นว่านทรงอำนาจช่วยคุ้มครองป้องกันภัยให้กับผู้ปลูกเลี้ยงจนตลอดบริเวณบ้านเรือน หัวมีสรรพคุณเป็นยาใช้กินหรือตำพอกแผลถอนพิษแมลงสัตว์กันต่อยได้ดี


วงศ์บอน
ARACEAE

เสน่ห์จันทน์เขียว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Homalomena spp.
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เป็นว่านที่เกิดจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ลำต้นโผล่ขึ้นมาเหนือดิน มีลักษณะเป็นกอกลม คล้ายต้นบวบมีสีน้ำตาลไหม้ ใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนเว้า พื้นใบและก้านใบมีสีเขียว ช่วงใบถี่ ขอบใบเรียบไม่มีหยัก ใบออกตรงส่วนยอดของลำต้น ออกดอกเป็นกลุ่มระหว่างกาบของก้านใบ ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกจำปีตูมมีสีเขียว มีกาบดอกห่อหุ้มเกสรอยู่ และมีลักษณะเป็นแท่ง ว่านเสน่ห์จันทน์เขียวมี 2 ชนิด คือ ชนิดหนึ่งเกสรจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และอีกชนิดหนึ่งเกสรไม่มีกลิ่นหอม
การปลูก เสน่ห์จันทน์เขียวเป็นว่านที่ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่จะเจริญงอกงามได้ดีในดินปนทราย ควรปลูกในที่ร่มหรือที่ร่มรำไร ให้มีแสงแดดส่องได้เพียงเล็กน้อย ถ้าถูกแสงแดดจัดนานจะทำให้ใบไหม้ การให้น้ำควรให้สม่ำเสมอทั้งเช้าและเย็น เพราะว่านเสน่ห์จันทน์เขียว เป็นไม้ที่ต้องการความชื้นสูงพอสมควร
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อจากหัวเดิมมาปลูกใหม่
ความเป็นมงคล เสน่ห์จันทน์เขียวเป็นว่านเสน่ห์เมตตามหานิยม ปลูกเลี้ยงไว้เพื่ออำนวยโชคลาภและทำให้ผู้เป็นเจ้าของมีเสน่ห์ การพบปะผู้คนก็จะมีแต่คนชอบคนรักในตัวผู้เป็นเจ้าของว่าน และเป็นว่านที่เหมาะที่จะปลูกไว้ตามร้านค้าและบ้านเรือนเพราะจะทำให้มีลูกค้าหรือแขกบ้านไปมาหาสู่อย่างมิตรอย่างสม่ำเสมอ

เสน่ห์จันทน์แดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Homalomena rubescens
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เป็นว่านที่เกิดจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ลำต้นอยู่เหนือผิวดิน ไม่มีการแตกกิ่งก้านสาขา ลำต้นประกอบด้วยก้านใบหลายๆ ก้าน ก้านใบกลมยาวมีสีเขียวอมแดงหรือสีเขียว หากเลี้ยงได้สมบูรณ์ก้านใบอาจเป็นสีแดงปนดำหรือสีแดงเลือดหมูตลอดทั้งก้านโดยไม่มีสีเขียว ใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ โคนใบมนเว้า ปลายใบแหลม และขอบใบเรียบไม่มีหยัก พื้นใบสีเขียว ว่านเสน่ห์จันทน์แดงออกดอกเป็นกลุ่ม คล้ายดอกจำปีตูม ประกอบไปด้วยกาบดอกห่อหุ้มแท่งเกสรอยู่ภายใน ทั้งดอกและก้านดอกเป็นสีแดง
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนหรือดินปนทราย เป็นว่านที่เจริญเติบโตได้ดีทั้งในที่ร่มและที่มีแสงแดดจัด แต่เป็นว่านที่ชอบน้ำมาก จึงควรรดน้ำสม่ำเสมอทั้งเช้าเย็น
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ว่านเสน่ห์จันทน์แดงจะเป็นมงคลในเรื่องของมหานิยม ถ้าปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ก็จะเป็นศรีมีเสน่ห์แก่ครอบครัว ผู้ใดจะคิดบุกเข้ามากระทำการร้ายใดๆ ก็จะไม่สำเร็จและจะทำให้ผู้ที่คิดร้ายนั้นกลับมีจิตเมตตาขึ้นมาแทน

เสน่ห์จันทน์ขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Alocasia lindenii
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เสน่ห์จันทน์ขาวเป็นว่านที่ลำต้นโผล่ขึ้นมาจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ประกอบไปด้วยกาบใบที่ห่อหุ้มลำต้นอยู่ มีลักษณะคล้ายกับต้นบอน ลำต้นเป็นสีน้ำตาล ใบเป็นรูปใบโพธิ์ พื้นใบสีเขียวและมีสีขาวประอยู่ทั่วใบ ปลายใบแหลมเรียว โคนใบเว้าเข้าหาก้านใบ และถ้าใบสมบูรณ์ดี เส้นกลางใบก็จะเป็นสีขาว ใบอ่อนแตกตรงส่วนยอดของลำต้น โดยจะมีก้านใบกลมตรงชูขึ้นมาและก้านใบก็จะมีขาวด้วย ดอกสีขาวอมเขียวออกดอกเป็นกลุ่ม ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกจำปีตูม มีกลีบเดียวกลางดอกมีเกสรเป็นรูปแท่ง มีก้านดอกยาวสีขาว
การปลูก ควรปลูกในดินปนทรายหรือดินที่มีการระบายน้ำได้ดี อย่าให้ถูกแสงแดดจัดอาจทำให้ตายได้ ควรปลูกในที่มีแสงแดดรำไร ว่านเสน่ห์จันทน์ขาวเป็นว่านที่ชอบน้ำมาก จึงควรรดน้ำทุกเช้าและเย็น
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล เป็นว่านที่มีอำนาจในทางเสน่ห์ ปลูกขึ้นที่ไหนหรือบ้านใดสามารถเป็นเสน่ห์เรียกคนไปที่นั่นได้ ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าเป็นว่านเชิงเสน่ห์ระหว่างชายและหญิง และถ้านำหัวว่านมาแกะเป็นรูปนางกวักก็จะเป็นเสน่ห์แก่ผู้ที่ทำอาชีพค้าขาย

เสน่ห์จันทน์มหาโพธิ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Homalomena
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านศรีมหาโพธิ์
ลักษณะทั่วไป เสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์มี ลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน ก้านใบกลมเรียวสีเขียว บริเวณโคนแผ่ออกเป็นกาบโอบหุ้มลำต้นแบบสลับโดยรอบ ใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบกลมและหยักเว้า เส้นกลางใบและเส้นใบทางด้านบนเป็นร่องลึกสีเขียวอ่อนทางด้านล่างนูนเป็นสัน แผ่นใบหยักเป็นคลื่น ส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะนอนขนานกับพื้นดิน ราก ลำต้น ก้านใบ หักดมจะมีกลิ่นหอม ยอดอ่อนแทงออกมาก่อนจะคลี่ใบ มีหน่ออ่อนตามข้างหัว ดอกคล้ายดอกจำปีตูม สีเขียวอ่อน
การปลูก ใช้ดินร่วนผสมอิฐเผาไฟทุบละเอียด นำไปตากน้ำค้างหนึ่งคืน เอามาใช้เป็นดินปลูก วางหัวว่านตรงกลางกระถาง โดยปลูกให้หัวโผล่ กดดินพอแน่นรดน้ำพอเปียกชุ่ม วางกระถางในที่ร่มแต่ให้ถูกแดดรำไร เป็นว่านที่ไม่โทรมเหมือนว่านอื่นๆ ที่จะทิ้งใบบางฤดู แต่ว่านนี้จะทรงตัวอยู่ได้ตลอดทั้งปี
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ใช้เป็นสิริมงคลในด้านการค้า และเมตตามหานิยม เชื่อกันว่าหากนำหัวว่านมาแกะเป็นรูปพระ แล้วใส่สงในขันสำริด เทน้ำมันจันทน์ลง เสกด้วยคาถา นำน้ำมันมาทาที่หน้าผาก ผู้คนที่พบปะจะนิยมรักใคร่สนิทสนม ต้อนรับขับสู้ เอ็นดูและเมตตา หากนำน้ำมันมาทาตัวจะเกิด นะจังงัง คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดจากอุบัติภัย อันตราย หากนำน้ำมันมาใส่หัวใส่มือ จะสามารถทำกิจการงานใดๆ สำเร็จสมดังมุ่งหมาย

แสงอาทิตย์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Homalomena Rubescens Kunth
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านตะกร้อ, ว่านกระทุ่ม (ภาคเหนือ), ว่านแสงไฟ
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกที่นำมาจากต่างประเทศ หัวเป็นเหง้าใต้ดิน ขนาดใหญ่ มีการแตกเป็นแง่งได้ เช่นเดียวกับหัวข่า ก้านใบสั้นส่วนใหญ่แผ่ออกเป็นกาบสีแดงโอบหุ้มกันเป็นลำกลมแบน สูง 30-50 ซม. ใบรูปรียาว ขนาดกว้าง 14-20 ซม. ยาว 30-40 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบเบี้ยว ขอบใบมีขลิบสีแดงโดยรอบทางด้านบน เส้นกลางใบเป็นร่องสีแดง ขอบของร่องสีขาว เส้นใบนูนออกในลักษณะตั้งฉากกับเส้นกลางใบ แผ่นใบสีเขียว ด้านล่างแผ่นใบอ่อนมีสีแดง ใบแก่จะมีสีแดงเรื่อๆ เส้นกลางใบนูนเป็นสันสีแดงเข้มกว่าแผ่นใบเมื่อถูกไฟหรือแสงอาทิตย์ใบจะห่อและด้านล่างใบจะมีเงาสะท้อน เป็นว่านที่ไม่โทรมทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน งามได้ตลอดปี
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนปนทราย เป็นว่านที่ชอบอยู่ในที่ชื้นเย็น และถูกแสงแดดรำไร
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ถือเป็นว่านทางโชคลาภ หากนำหัวว่านพกติดตัวเดินทางไกลจะเป็นอำนาจแก่ตน คุ้มครองอันตรายทั้งปวง ผู้ที่จะนำว่านนี้มาใช้ต้องชำระร่างกายและจิตใจให้สะอาดเสียก่อน คือ ต้องถือศีล 5 หรือศีล 8

นางคุ้ม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Alocasia cucullata. (Scholt)
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน
ลักษณะทั่วไป เป็นว่านที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะคล้ายหอมหัวใหญ่ ซึ่งหัวประกอบไปด้วยกลีบของหัวที่เรียงซ้อนกันอยู่จนเป็นหัวกลม ใบกลมใหญ่ หนา คล้ายใบฟักทอง มีสีเขียว ก้านใบยาวสีเขียวแก่ ดอกออกเป็นช่อจากกลางกอ ก้านดอกเป็นแท่งสูงตรง จะมีดอกตูมก่อนแล้วบานเป็นสีขาว แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบ 6 กลีบ เกสรสีเหลือง มีกลิ่นหอม
การปลูก ดินที่จะนำมาปลูกว่านนางคุ้ม ให้นำไปเผาไฟเสียก่อน แล้วทุบดินให้แตกละเอียด แล้วตากน้ำค้างทิ้งไว้ 1 คืน จึงนำดินใส่กระถางสำหรับปลูกวางหัวว่านกลางกระถางแล้วกลบดินไม่ต้องให้ดินปิดหัวว่านจนมิด ให้หัวว่านโผล่ขึ้นมาเล็กน้อย รดน้ำพอเปียกเท่านั้น อย่าให้น้ำมากไป เพราะจะทำให้หัวว่านเน่าได้ รดน้ำ เช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหัว
ความเป็นมงคล เชื่อว่าว่านนางคุ้มเป็นว่านที่มีความมงคลทางด้านคุ้มครองป้องกันอันตรายต่างๆ ถ้าปลูกไว้ในบ้านจะมีคุณทางป้องกันไฟไหม้ได้ คือ จะคุ้มครองให้บ้านและผู้เป็นเจ้าของรอดพ้นจากการถูกไฟไหม

สิงหะโมรา
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyrtosperma johnstonii
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป มีหัวลักษณะคล้ายแง่งข่า แข็ง และมีสีแดงเรื่อๆ ลำต้นคล้ายต้นของผักหนาม ลำต้นกลม ไม่แตกกิ่งก้าน ต้นอาจสูงกว่า 1.5 เมตร ใบลักษณะคล้ายใบผักหนามเช่นเดียวกับลำต้น มีสีเขียว เส้นใบสีแดง ใบหนา ยาวรี ก้านใบสีเขียวมีหนามอ่อนๆ และมีจุดสีแดงเข้มตลอดทั้งก้านใบ ลักษณะดอกเป็นแท่งกลมยาว มีกาบหุ้มช่อดอกสีน้ำตาล เป็นดอกชนิดสมบูรณ์เพศอยู่รอบๆ แท่งดอก ผลมีเปลือกแข็งมากห่อหุ้มเมล็ดไว้ และมีเนื้อนุ่มๆ ห่อหุ้มภายนอกอีกชั้นหนึ่ง
การปลูก ว่านสิงหะโมราจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ชอบความชื้นสูง รดน้ำแต่พอชุ่ม ควรให้ได้รับแดดรำไร เวลาปลูกให้กลบดินแต่พอมิดหัวเท่านั้น
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหัว
ความเป็นมงคล ว่านสิงหะโมรามีอานุภาพทางด้านป้องกันภูตผีปีศาจ

เขียวหมื่นปี
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aglaonema modestum
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ Chinese Evergreen
ชื่ออื่นๆ ว่านขันหมาก
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นกลมสีเขียวออกแดงเรื่อๆ อาจสูงถึง 1 เมตร มียางสีขาว ก้านใบสีเขียว ยาว 8-10 ซม. ลักษณะด้านบนเป็นร่องเล็กน้อย ด้านนอกกลมนูน บริเวณโคนแผ่ออกเป็นกาบสีเขียวออกแดงเรื่อๆ โอบหุ้มกันโดยรอบ ใบรูปรี ขนาดกว้าง 8-10 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบมนแหลม โคนใบแคบมน ทางด้านบนเส้นกลางใบเป็นร่องสีเขียวด้านล่างเส้นกลางใบนูนเป็นสัน แผ่นใบสีเขียวอมเหลือง มีรอยประสีเขียวเข้มหรือสีบรอนซ์เงินตลอดใบ บริเวณแผ่นใบทั่วๆ ไป ทางด้านบนแผ่นใบสีเข้มกว่าทางด้านล่างและมีรอยประมากกว่า
การปลูก เป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย ปลูกได้ทั้งในดินปนทรายหรือดินร่วนซุย ไม่ชอบแสงแดดจัด ควรปลูกในที่ร่มหรือที่มีแสงแดดส่องเพียงรำไร เหมาะที่จะปลูกในอาคาร รดน้ำบ่อยๆ หรืออาทิตย์ละครั้งก็ได้
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล เป็นว่านคงกระพันชาตรี นำใบมาตำให้แหลกละเอียดผสมกับเหล้าขาว นำมาพอกแผลสด ปิดปากแผลที่ถูกของมีคมแล้วเอาผ้าพันไว้ให้แน่น เมื่อหายเจ็บแล้วให้นำผ้าพันแผลออกจะเห็นรอยแผลเชื่อมสนิทกันเช่นเดิม เป็นรอยเล็กน้อยแต่ไม่อักเสบหรือเจ็บปวดและเมื่อแผลแห้งตกสะเก็ดจะไม่เป็นแผลเป็น เป็นไม้ประดับที่มีความสวยงาม และเป็นสง่าแก่สถานที่ปลูก วัดในสมัยโบราณมักจะมีว่านนี้เกือบทุกวัด ถือเป็นแม่ว่านที่มีมาช้านาน เป็นมรดกตกทอดจนถึงปัจจุบัน

พญาช้างเผือก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dieffenbachia picta barraquiniana
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านพญาช้างเผือกเป็นว่านที่มีหัว ลำต้นกลมยาวเป็นข้อ ลำต้นเป็นสีเขียว แตกใบที่ยอดทีละใบ ก้านใบยาวสีขาวสะอาด โคนก้านใบเป็นกาบ ครีบกาบเป็นสีเขียวใบรูปใบพายสีเขียว ปลายใบแหลมโคนใบมน ใบบาง ริมใบบิดเล็กน้อย เส้นกลางใบสีขาวหรือขาวอมเขียว มีจุดขาวประบนใบไม่มากนัก บางใบมีเพียง 2-3 จุด เป็นว่านที่แตกหน่อจากโคนต้น และตามหว่างข้อของลำต้น สามารถแยกไปปลูกได้
การปลูก ควรปลูกด้วยดินร่วน รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ เพราะเป็นว่านชอบน้ำ
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ในทางสมุนไพรใช้ใบตำกับเหล้าพอกแผลเพื่อถอนพิษงู พิษหมาบ้า พิษแมลงสัตว์กัดต่อยทุกชนิด ในทางคุ้มภัยและคงกระพันชาตรี เชื่อว่าปลูกไว้ในบริเวณบ้านป้องกันภูติผีปีศาจ ปัดเป่าเสนียดจัญไรต่างๆ หากใช้กินโดยการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหุ้มด้วยมะขามเปียก กลืนลงไประวังอย่าให้ยางถูกลิ้นหรือบริเวณภายในปากได้ เพราะพิษของยางอาจทำให้ขากรรไกรแข็งได้ เป็นคงกระพันชาตรี

นางกวักใบโพธิ์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Alocasia cuculata
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ลักษณะใบดั่งใบโพธิ์ แตกกอกลมเหมือนบอน ก้านใบกลม ส่วนที่ติดกับหัวมีลักษณะเป็นกาบ ก้านใบและใบสีเขียว หัวเป็นแท่งกลมสีน้ำตาล เมื่อมีอายุมาก ๆ จึงจะเห็นหัวโผล่ขึ้นมาเหนือดิน ดอกคล้ายดอกจำปีตูม
การปลูก ควรปลูกด้วยดินปนทราย
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล มีสรรพคุณทางมหานิยม เหมาะแก่ร้านค้าขายจะหามาปลูกเลี้ยงไว้หน้าร้าน ช่วยกวักเรียกลูกค้าให้มาอุดหนุน

กวักโพธิ์เงิน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Caladium "Changiuer"
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านกวักโพธิ์เงิน มีลักษณะเป็นกอเหมือนบอน ก้านใบกลมสีเขียวใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้าน้อย ๆ พื้นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีขาว เส้นใบสีขาว มีหัวขนาดเล็กอยู่ใต้ดิน
การปลูก ควรปลูกว่านกวักโพธิ์เงินด้วยดินปนทราย จัดวางกระถางว่านให้ได้รับแสงแดดรำไร ก้านใบจะแข็งแรงตั้งตรง หากอยู่แต่ในที่ร่มจะทำให้ก้านใบอ่อนไม่ตั้งตรง กอว่านจะไม่สวยงาม
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล สรรพคุณเป็นว่านเสน่ห์เมตตามหานิยม ปลูกเลี้ยงไว้ในบริเวณร้านค้าขายจะทำมาค้าขึ้น ปลูกไว้บริเวณบ้านจะมีแต่ผู้นำลาภยศมาให้

กวักทองคำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aglaonema commutatum
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ A.marantifolium tricolor
ชื่ออื่นๆ กวักแม่ทองคำ
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ที่มีลำต้นสูงประมาณ 50-100 ซม. ลำต้นสีเขียวอ่อน แตกกิ่งก้านสาขาออกขึ้นไปเรื่อยๆ เป็ฯก้านของใบ ใบเป็นรูปใบพาย ปลายใบแหลม โคมใบมน ใบยาวประมาณ 30 ซม. พื้นใบสีเขียวเข้มมัน มีสีเขียวอ่อนเป็นลายเล็กๆ ทาบไปตามเส้นใบ ก้านใบมีสีชมพู แต่ถ้าไม่สมบูรณ์จะเป็นสีชมพูจางหรือเป็นสีขาว
การปลูก ควรปลูกว่านด้วยดินร่วน จัดวางกระถางว่านให้ได้รับแสงแดดรำไรและมีความชื้นสูง
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล เชื่อกันว่าเป็นว่านสิริมงคล ว่านแห่งโชคลาภ ปลูกเลี้ยงไว้ในบริเวณร้านค้าขายจะทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา

เจ้าน้อยมหาพรหม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dieffenbachia seguina
วงศ์ ARACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านพญาค่าง
ลักษณะทั่วไป ว่านเจ้าน้อยมหาพรหม เป็นว่านที่มีหัวยาวกลมตรง (ลำต้น) สีเขียว ก้านใบยาวสีเขียว ใบรูปใบพายสีเขียว โคนใบมนปลายใบเรียวแหลม โคนก้านใบและลำต้นมีลายเล็กน้อย
การปลูก ควรปลูกด้วยดินร่วนหรือดินปนทราย เป็นว่านชอบน้ำ ควรวางกระถางว่านให้ถูกแสงแดดเพียงรำไร
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล สรรพคุณเป็นว่านอยู่ยงคงกระพัน โดยตัดลำต้นหรือหัวว่านเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอกลืนได้ ห่อหุ้มด้วยมะขามเปียกก่อนแล้วจึงกลืน ระวังอย่าให้ยางของว่านถูกลิ้นได้ลิ้นจะแข็งพูดไม่ออก ยางหากถูกมือหรือผิวหนังส่วนอื่นก็คันได้เช่นกัน


วงศ์ทานตะวัน
COMPOSITAE

มหากาฬ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Gynura pseudo – china hispida.
วงศ์ COMPOSITAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ผักกาดกบ ผักกาดนกเขาดำ โคก หนาดแห้ง
ลักษณะทั่วไป ว่านมหากาฬเป็นพันธุ์ไม้เลื้อย มีหัวอยู่ใต้ดิน เนื้อของหัวเป็นสีขาว ใบมีลักษณะคล้ายใบผักกาด ใบหนาและแข็ง พื้นใบสีเขียวอ่อน มีลายสีม่วงซีดๆ บนใบ ใบอ่อนจะเป็นสีม่วงแก่ ตามแขนงใบเป็นสีขาว ก้านใบเมื่อแก่จะเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีขาว ดอกมีลักษณะเป็นฝอยก้านดอกยาว มีสีเหลือง คล้ายดอกดาวเรืองแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก
การปลูก ควรปลูกในดินปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำแต่พอดินชุ่มเท่านั้น เพราะว่านมหากาฬไม่ชอบดินแฉะซึ่งจะทำให้ใบเน่าได้ง่าย ควรให้ได้รับแสงแดดปานกลาง
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล เชื่อกันว่าเป็นว่านที่มีอำนาจ หากปลูกเลี้ยงไว้ในบริเวณบ้าน นอกจากสามารถป้องกันอันตรายทั้งปวงได้แล้ว ยังทำให้ผู้ปลูกเลี้ยงมีอำนาจบารมีเป็นที่เกรงขามของคนทั่วไป

วงศ์เปล้า
EUPHORBIACEAE

ธรณีสาร
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus Pulcher Wall ex Muell Arg.
วงศ์ EUPHORBIACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลำต้นตรง สูงประมาณ 0.5–1 เมตร ลำต้นสีเขียว ตรงปลายยอดเป็นสีอ่อน หากต้นแก่โคนต้นจะเป็นสีน้ำตาล ใบมีลักษณะกลมเล็กคล้ายใบมะขาม ก้านใบสีเขียว ใบจะออกทั้ง 2 ข้างของก้านใบคู่กันไปจนสุดปลายก้าน ส่วนก้านใบจะแตกออกจากลำต้นโดยรอบๆ เป็นพุ่มสวยงาม
การปลูก ปลูกในดินร่วน หรือดินปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี ควรปลูกหรือจัดวางกระถางในบริเวณที่ได้รับแสงแดดปานกลาง และควรรดน้ำให้ชุ่มทุก เช้า-เย็น
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ดเพาะเป็นต้นกล้า แล้วจึงแยกต้นกล้าไปปลูก
ความเป็นมงคล ว่านธรณีสารเป็นว่านที่นับถือกันมาช้านาน โดยการนำไปเข้าพิธีประพรมน้ำมนต์ เพราะเชื่อกันว่าเป็นมงคล ปลูกไว้ในบริเวณบ้านแล้วจะดี และควรปลูกว่านธรณีสารในวันพฤหัสบดี ข้างขึ้น

หนุมาน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Jatropha podagrica.
วงศ์ EUPHORBIACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป มีหัวป้อมกลมใต้ดิน ต้นขึ้นเป็นลำเดี่ยว มีกิ่งก้านบริเวณยอดของลำต้น ใบลักษณะคล้ายใบตำลึง แต่หนาและขนาดใหญ่กว่ามาก พื้นใบมีสีเขียวท้องใบมีขน หลังใบมีสีเขียวนวล และมีพรายปรอท เมื่อถูกแสงแดดจะเป็นเงาเหลื่อม ก้านใบและเส้นใบสีแดงเรื่อๆ ก้านดอกยาวสีแดง ลักษณะของดอกมีขนาดเล็ก ออกดอกเป็นกระจุกรวมกันเป็นช่อ สีแดง
การปลูก ว่านหนุมานจะขึ้นง่ายในดินปนทราย ชอบแดดจัด รดน้ำทุก เช้า–เย็น
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการใช้หัว
ความเป็นมงคล เมื่อขุดหัวว่านโดยเสกคาถากำกับแล้วเก็บไว้ที่สูง เมื่อจะนำมารับประทานหรือฝนทาตัวก็ต้องเสกคาถากำกับ จะทำให้เกิดอานุภาพหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า และถ้าเอาหัวว่านมาแกะเป็นรูปพญานาคราช และเสกคาถากำกับ เมื่อพกติดตัวจะเป็นเมตตามหานิยม หรือแกะเป็นรูปพระก็จะป้องกันภัยอันตรายทั้งหลายได้ ควรปลูกในวันพฤหัสบดีข้างขึ้น


วงศ์ลิลลี่
LILIACEAE

เพชรนารายณ์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pleomele thalioides.
วงศ์ LILIACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เป็นว่านที่มีหัวเป็นลำต้นขึ้นมาจากใต้ดิน มีลักษณะกลมตรงและเป็นข้อ แตกต้นใหม่ตามข้อเนื้อของลำต้นจะแข็ง ก้านใบสีเขียวยามเต็มที่ประมาณ 25-30 ซม. แตกใบอ่อนตรงกลางต้น ใบสีเขียวมีร่องตื้นๆ เรียงเป็นขีดตามความยาวของตัวใบ 5-6 ร่อง ซึ่งใบเป็นรูปหอกปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนเข้าหาก้านใบ ว่านเพชรนารายณ์มีดอกสีแดงเรื่อๆ ผสมสีเหลือง ลักษระคล้ายกับดอกหงอนไก่ ฝักดอกเป็นสีขาว ออกดอกใน เดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม ชองทุกปี
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนปนทรายเล็กน้อย หรืออาจใช้ดินเผาผสมใบไม้เป็นดินปลูกก็ได้ เป็นว่านที่ชอบน้ำควรรดน้ำให้ชุ่มทุกเช้า-เย็น ควรให้ได้รับแสงแดดปานกลาง
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ว่านเพชรนารายณ์เป็นว่านที่ให้คุณทางมหานิยม เป็นสิริมงคลแก่บ้าน และร้านค้าขายโดยทั่วไป เชื่อกันว่าเป็นนะจังงัง ทำให้ผู้ที่ต้องการมาต่อว่าต่อขานกลับเป็นพูดดี คือมาร้ายจะกลายเป็นดี

เศรษฐีเรือนกลาง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Chlorophytum comosum.
วงศ์ LILIACEAE
ชื่อสามัญ Spider Plant.
ชื่ออื่นๆ ว่านเศรษฐีธรรมดา
ลักษณะทั่วไป ว่านเศรษฐีเรือนกลาง มีหัวอยู่ใต้ดิน ไม่มีลำต้น เป็นไม้กอขนาดเล็ก ใบจะแตกขึ้นมาจากหัวโดยตรงเป็นกอกลม อยู่เหนือดิน ลักษณะใบแบน ปลายใบเรียวแหลม แต่แคบคล้ายใบตะไคร้ แต่สั้น ขอบใบขนานไม่มีจัก ปลายใบโค้งจรดพื้นดิน สีเขียวเข้ม เมื่อโตเต็มที่จะแตกไหลเหนือดิน มีต้นเล็กๆ กระจุกอยู่ ดอกมีขนาดเล็กสีขาว ออกดอกที่ละจำนวนมากๆ อยู่รวมกันเป็นช่อ และเมื่อดอกโรยจะกลายเป็นต้นอ่อนแทนช่อดอก
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนซุยหรือดินปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี เป็นไม้ชอบน้ำและความชื้นสูง แสงรำไร หรือหากปลูกในร่มก็ควรให้ถูกแสงแดดบ้าง สามารถปลูกกได้ทั้งในกระถางแขวน หรือกระถางเตี้ยๆ ก็สวยงามดี
การขยายพันธุ์ โดยการแยกต้นอ่อนที่แตกใหม่มาปลูก
ความเป็นมงคล ว่านเศรษฐีเรือนกลางมีประโยชน์ในด้านป้องกันสรรพภัย และยังเป็นไม้เสี่ยงทาย หากเลี้ยงแล้วเจริญงอกงามดี ผู้เลี้ยงก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองเช่นเดียวกับว่าน


เศรษฐีเรือนนอก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cholorophytum comosum. (Anthesicum Vittatum)
วงศ์ LILIACEAE
ชื่อสามัญ Spider Plant
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านเศรษฐีเรือนนอกเป็นไม้กอขนาดเล็ก มีหัวอยู่ใต้ดิน ไม่มีลำต้น ใบแตกกระจายออกเป็นพุ่มอยู่เหนือดิน ใบแกมขนานคล้ายใบตะไคร้ แต่สั้นกว่ามาก มีใบด่างขาว หรือขาวนวลที่ริมใบ ลักษณะอื่นๆ จะเหมือนเศรษฐีเรือนกลางคือ เมื่อใบยาวเต็มที่จะโค้งงอลงดิน เมื่อโตเต็มที่จะมีไหลเหนือดินแตกเป็นต้นใหม่ได้เช่นเดียวกัน
การปลูก ว่านเศรษฐีเรือนนอกชอบดินร่วนหรือดินปนทราย ซึ่งระบายน้ำได้ดี ให้แดดรำไร หรือปลูกที่ร่มให้ถูกแสงแดดบ้างในบางเวลา รดน้ำปานกลาง
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือใช้ต้นอ่อนที่เกิดจากไหลไปปลูกใหม่
ความเป็นมงคล นอกจากว่านเศรษฐีเรือนนอกจะมีสรรพคุณในทางคุ้มครองป้องกันภัยแล้ว ยังถือเป็นว่านเสี่ยงทาฐานะหากว่านเจริญงอกงามผู้เลี้ยงก็จะมีฐานะเจริญรุ่งเรืองด้วย


เศรษฐีเรือนใน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cholorophytum comosum. (Anthesicum Picturatum)
วงศ์ LILIACEAE
ชื่อสามัญ Spider Plant.
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ลักษณะเช่นเดียวกับเศรษฐีเรือนนอก และเศรษฐีเรือนกลาง ใบมีลักษณะเดียวกับเศรษฐีเรือนนอก แต่ลายด่างขาวหรือขาวนวลจะอยู่ส่วนกลางใบ ขอบใบเป็นสีเขียว ออกดอกเหมือนกับว่านเศรษฐีเรือนกลาง
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนซุย หรือดินปนทราย ที่ระบายน้ำได้ดี หากมีอิฐหักหรือหินเล็กๆ ปนลงไปด้วยจะช่วยให้แตกกอเร็วขึ้น ต้องการน้ำปานกลางสม่ำเสมอ ความชื้นสูง แดดรำไร จะปลูกลงกระถางแขวน หรือกระถางทรงเตี้ยปากกว้างก็สวยงามดี
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือใช้ต้นอ่อนที่เกิดจากไหลไปปลูกใหม่
ความเป็นมงคล ว่านเศรษฐีเรือนใน มีสรรพคุณด้านเสี่ยงทายและป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง เช่นเดียวกับว่านเศรษฐีเรือนนอก และเศรษฐีเรือนกลาง


เศรษฐีไซ่ง่อน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ophiopogon Jaburan Lodd. Var. aggenteus vittatus Hort.
วงศ์ LILIACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ เศรษฐีขาว, เศรษฐีญวน, ซุ้มกระต่าย (กรุงเทพฯ)
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน รากเหมือนแฝกหอม ก้านใบแผ่ออกเป็นกาบ โอบหุ้มลำต้นแบบสลับโดยรอบ ใบรูปแคบยาวเหมือนว่านเศรษฐีขอดทรัพย์ แต่ปลายใบไม่ขอด ขนาดกว้าง 1-2 ซม. ยาว 40-50 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบแคบ ขอบใบเรียบเป็นเส้นสีขาว ด้านบนเส้นกลางใบและเส้นใบเป็นร่องเล็กน้อย สีขาวหม่น แผ่นใบสีเขียว ด้านล่างเส้นกลางใบและเส้นใบนูนมีสีเขียวสลับกับแผ่นใบที่มีสีขาวชัดเจน ดอกออกสีขาวชูก้านขึ้นสูงเทียมใบเห็นได้ชัด
การปลูก ใช้หัวแยกจากกอมาปลูก นิยมใช้ดินที่ปราศจากมลทิน หรือดินกลางแจ้งเป็นเครื่องปลูก กระถางควรเป็นทางเตี้ยจะเพิ่มความสวยงาม จัดทางระบายน้ำให้คล่องๆ และใช้ใบไม้ผุเปื่อยผสมทรายและดินเล็กน้อย จะทำให้ว่านงอกงามอย่างรวดเร็ว ควรวางกระถางในที่ร่มจะช่วยให้ใบสวยสดเป็นเงางาม
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือใช้ต้นอ่อนที่เกิดจากไหลไปปลูกใหม่
ความเป็นมงคล เป็นว่านเสี่ยงทาย และเป็นเมตตามหานิยม ปลูกเป็นไม้ประดับ เน้นในกระถางราคาแพง ตั้งโชว์ในห้องรับแขกสำหรับอวดอาคันตุกะไว้ดูเป็นเกียรติแก่เจ้าของบ้าน


เศรษฐีขอดทรัพย์
ชื่อวิทยาศาสตร์ -
วงศ์ LILIACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ เศรษฐีกอบทรัพย์
ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน คล้ายหอมหัวเล็ก เนื้อภายในหัวจะมีสีขาว ใบว่านเศรษฐีขอดทรัพย์ออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เป็นกอ ลักษณะใบคล้ายใบกุยช่าย มีสีเขียวแก่เป็นเงามัน ปลายใบจะงอม้วนเป็นวง
การปลูก ดินที่เหมาะแก่การปลูกคือดินร่วนผสมใบไม้ผุกับทราย ระบายน้ำได้ดี รดน้ำเช้า-เย็น ให้ว่านถูกแดดบ้างเป็นบางเวลา และควรปลูกในกระถางแขวน หรือกระถางทรงเตี้ยปากกว้าง
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกกอ หรือ โดยการใช้หัว
ความเป็นมงคล ถือว่าเป็นว่านทางเมตตามหานิยม หากทำมาค้าขายก็จะซื้อขายคล่อง และยังเป็นว่านเสี่ยงทาย คือหากปลายใบม้วนเป็นวงหมดทุกใบธุรกิจการงานจะประสบความสำเร็จดี ยิ่งถ้าว่านออกดอกจะยิ่งมีโชคลาภยิ่งขึ้น แต่ถ้าใบตรงไม่ม้วนงอก็จะไม่มีโชคลาภ ธุรกิจการงานไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร


กวนอิม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena sanderiana
วงศ์ LILIACEAE
ชื่อสามัญ Ribbon Plant
ชื่ออื่นๆ เศรษฐีนิตยา
ลักษณะทั่วไป เป็นพรรณไม้ยืนต้น ลำต้นโตประมาณ 1-2 ซม. สูง 1-3 เมตร ลำต้นกลม เป็นข้อๆ สีเขียว ไม่มีกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอดของลำต้น มีกาบใบหุ้มห่อลำต้นสลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลำต้น ใบแคบเรียวยาว ปลายใบแหลม โคนใบสอบลงมาถึงกาบใบ พื้นใบมีสีเขียว มีสีเขียวเข้มหรือขาวพาดตามยาวของใบ ความกว้างของใบประมาณ 2-3 ซม. ยาวประมาณ 6-8 ซม.
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ที่มีความชื้นสูง รดน้ำเช้า-เย็น แสงแดดจัดหรือแสงร่มรำไร
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการปักชำ
ความเป็นมงคล เชื่อว่าบ้านใดปลูกว่านกวนอิมจะทำให้คนในบ้านร่ำรวย มีฐานะดี เป็นต้นไม้ที่นำเงินทองของมีค่าเข้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าว่านกวนอิมเป็นต้นไม้ศักสิทธิ์ คนโบราณใชประกอบในพิธีบูชาพระเจ้าและพิธีทางศาสนา


วงศ์ขิง
ZINGIBERACEAE

พญามือเหล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Alpinia sandrerae
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อสามัญ Variegated Ginger
ชื่ออื่นๆ ขิงด่าง
ลักษณะทั่วไป ว่านพญามือเหล็ก หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ขิงด่าง มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินมีลักษณะคล้ายหัวข่ามีรสเผ็ด มีกลิ่นฉุนกว่าขิง ใบเป็นใบเดี่ยว ใบยาวคล้ายกับใบขมิ้น ปลายใบแหลมขอบใบเป็นคลื่น และมีลายสีขาวบนแผ่นใบและขอบใบ ส่วนที่เห็นเป็นลำต้นเหนือดิน คือส่วนของกาบใบที่เรียงตัวซ้อนกันอยู่ กาบใบจะมีสีเขียว โคนกาบใบสีแดงเข้ม
การปลูก ปลูกในดินปนทรายหรือดินร่วน แต่ถ้าปลูกลงดินโดยไม่ใช้กระถางก็สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ว่านจะแตกหน่อหรือแง่งเร็วกว่าการปลูกในกระถาง พรวนดิน แยกแง่งออกปลูกใหม่เป็นระยะๆ เวลาปลูกให้กลบดินให้เหลือหัวว่านโผล่ขึ้นมาเล็กน้อย แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อหรือแยกแง่งของว่านมาปลูกใหม่
ความเป็นมงคล เป็นว่านสิริมงคล เหมาะที่จะปลูกเลี้ยงไว้ในบริเวณบ้านเป็นว่านที่สามารถป้องกันอันตรายต่างๆ และยังเชื่อกันว่าเป็นว่านที่สามารถป้องกันภูตผีปีศาจต่างๆ ไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในบ้านได้ สมกับชื่อว่า “พญามือเหล็ก”

มหานิยม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia gibertii.
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป ว่านมหานิยมเป็นว่านที่มีหัวขนาดเล็กและกลมอยู่ใต้ดิน หัวคล้ายว่านมหากาฬ และคล้ายหัวกระชาย ซึ่งทั้งใบและหัวใช้ปรุงอาหารได้ ใบมีลักษณะคล้ายหูม้า มีขนาดเล็กแต่หนา ก้านใบเป็นก้านสั้นๆ แล้วค่อยๆ ผายออกเป็นใบ ปลายใบแหลม ริมใบยกและบิดพื้นใบสีเขียว
การปลูก ว่านมหานิยมเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือดินปนทราย และได้รับน้ำเช้าเย็น ควรให้ว่านได้รับแสงแดดแต่เพียงรำไร หากโดนแดดจัดๆ จะเฉาตายได้ง่าย
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ว่านนี้เชื่อถือว่าเป็นว่านทางเสน่ห์เมตตามหานิยม หากนำหัวว่านไปรับประทานจะทำให้เป็นคงกระพันชาตรี

มหาเสน่ห์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma spp.
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านดอกทอง
ลักษณะทั่วไป ลักษณะเป็นว่านมีหัว รากเป็นเส้นใหญ่ไม่แตกรากฝอย ลำต้นและใบเหมือนขมิ้น ลำต้นประกอบด้วยกาบของก้านใบหลายกาบซ้อนกัน ใบรูปใบพาย ปลายใบแหลมโคนใบมนสอบติดก้านใบ พื้นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีแดงเข้มหรือแดงเลือดหมู ส่วนที่เห็นเป็นลำต้นเหนือดินสีแดงเข้มเช่นกัน ลำต้นส่วนที่ฝังอยู่ในดินและหัวเป็นสีขาวหรือขาวอมเขียว รากเป็นสีน้ำตาล ช่อดอกเป็นกาบเรียวซ้อนสับขวางกันหลายๆ กาบ กาบใบแต่ละกาบมีดอกสีเหลืองทองขนาดเล็ก กลิ่นหอมเย็น
การปลูก ควรปลูกว่านด้วยดินปนทรายรดน้ำมากๆ แต่ระวังอย่าให้ดินแฉะ ควรจัดวางให้ได้รับแสงแดดรำไรบ้างพอสมควร
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล สรรพคุณใช้ทางเสน่ห์มหานิยมแก่ผู้ปลูก แต่ไม่นิยมให้มีดอกติดต้นถึงบาน มักจะเก็บดอกเสียก่อนก่อนที่ดอกจะบาน เพราะเชื่อกันว่าหากผู้ใดได้กลิ่นดอกว่านต้นนี้แล้วกามราคะในจิตจะกำเริบรุนแรงโดยเฉพาะสตรีเพศ จึงมีชื่อเรียกว่านต้นนี้อีกอย่างหนึ่งว่า ว่านดอกทอง ดอกของว่านคนหนุ่มสมัยโบราณจึงเสาะแสวงหาเก็บสะสมไว้หุงกับน้ำมันจันทน์ หรือบดรวมกับสีผึ้งสีปาก ใช้น้ำมันทาตัว หรือใช้สีผึ้งสีปาก เมื่อถึงคราวจะต้องไปพบหญิงสาว สตรีใดต่อคารมด้วย พอได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง มักใจอ่อนคล้อยตามได้ง่ายนับเป็นว่านที่เป็นเสน่ห์มหานิยมที่รุนแรงมาก

มหาเมฆ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma acruginosa roxb.
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เป็นว่านที่มีหัวคล้ายหัวขิงหรือหัวไพล เนื้อในสีเขียวอ่อน หรือสีม่วงแก่ปนสีฟ้า ส่วนลำต้นจะเป็นสีแดงเข้มหรือสีแดงเลือดหมู ใบสีเขียวแกนกลางใบออกสีเลือดหมูผ่ากลางไปตลอดจนถึงปลายใบซึ่งมีลักษณะแหลม โคนใบรีและจะมนเข้าหาก้านใบ ขอบใบบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย และมีกาบใบห่อหุ้มลำต้นอยู่
การปลูก ควรปลูกในดินร่วนปนทรายผสมดินลูกรังแดง วางให้หัวว่านโผล่พ้นดินขึ้นมาเล็กน้อย เป็นว่านที่ออกจะชอบแสงแดดสักหน่อย จึงควรให้อยู่กลางแจ้ง
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล เชื่อกันว่าหากเกิดจันทรุปราคา ให้นำหัวมาปลุกเสกด้วยคาถา เสกจนพระจันทร์มืดมิด แล้วนำหัวว่านมาทาบตัวจะทำให้ผู้อื่นมองไม่เห็นตัวเรา และปรารถนาสิ่งใดก็จะสมใจปรารถนา และหากรับประทานหัวก็จะเป็นคงกระพันชาตรี

มหาหงส์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hedychium coronarium.
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ ว่านกระชายเห็น
ลักษณะทั่วไป ต้นเป็นเง้าอยู่ใต้ดิน คล้ายแง่งข่า มีลำต้นเหนือดิน เป็นกาบใบที่ซ้อนกันอยู่หลายๆ กาบ ใบมีลักษณะเป็นรูปใบพาย ปลายใบแหลม โคนใบมน พื้นใบสีเขียว ก้านใบกลม แข็ง และสั้น ออกดอกเป็นช่อตั้งขึ้นอยู่ปลายยอด มีกลิ่นหอม เมื่อดอกใกล้โรยจะมีสีแดง
การปลูก ให้ปลูกในดินร่วนหรือดินบนทราย ชอบแดดรำไร น้ำปานกลาง ควรรดด้วยน้ำทุกเช้า–เย็น หากปลูกใส่กระถางก้นตื้น ปากกว้าง จะแตกหัวใหม่ได้รวดเร็ว
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล มีอานุภาพด้านเมตตามหานิยม เมื่อปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เป็นที่เมตตาของผู้คน และผู้เลี้ยงจะได้รับโชคลาภอยู่เสมอ

กระแจะจันทน์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่อสามัญ -
ชื่ออื่นๆ -
ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุก หัวเป็นแง่ง ลักษณะกลมยาว ออกติดต่อกันกระจายคล้ายดั่วหวีกล้วยแจกลูกกล้วย เนื้อในของแง่งสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนรุนแรงมาก ใบและลำต้นคล้ายเปราะหอม ก้านใบสั้นหรือยาวประมาณ 3-4 ซม. ด้านในเป็นร่องกว้าง ด้านนอกกลมนูน ใบรูปกลมรีแข็งแรงและใหญ่กว่าใบเปราะ ขนาดกว้าง 8-10 ซม. ยาว 10-12 ซม. ปลายใบมนแหลม โคนใบมน แผ่นใบอยู่ในลักษณะนอนขนานกับพื้นดิน ทางด้านบนเส้นกลางใบและเส้นใบเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่างขอบใบมีขลิบสีแดงทั้งด้านบนและด้านล่าง
การปลูก ใช้ดินที่สะอาด จะเป็นดินกลางแจ้ง ดินกลางนา หรือดินเผาไฟ ได้ทั้งนั้น ผสมอิฐหักทุบละเอียดรวมด้วย หรือไม่ก็เป็นผงถ่านก็ได้ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็จะงอกงามดีตามธรรมชาติ หากปลูกลงกระถางให้ใช้กระถางทรงเตี้ยใบใหญ่ใส่ดิน สามในสี่ของกระถาง เพื่อใบจะได้โผล่ออกมาที่ปากกระถางเสมอกันพอดี
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล ปลูกไว้เป็นเมตตามหานิยมในการเข้าหาผู้ใหญ่ ให้เกิดความเมตตาสงสารเมื่อไปขอความช่วยเหลือให้ทำการใดๆ และใช้ในการทำเสน่ห์จะมีอานุภาพมากในทางการค้าขาย นักขายเร่มักพกติดตัวไว้ เพราะเป็นเสน่ห์ทั้งตนเองและสินค้าที่นำไปขาย เข้าหาใครไม่มีใครรังเกียจ มีแต่ให้การต้อนรับเจรจาความด้วยดีทำให้ขายได้ มีกำไรดี เป็นว่านที่มีกลิ่นหอมแรงมาก จึงนิยมนำว่านนี้มาบดละเอียด แล้วคลุกเข้าด้วยกันกับแป้งหอมหรือเครื่องหอมต่างๆ เป็นเครื่องสำอางมาตั้งแต่สมัยโบราณ



Create Date : 14 กรกฎาคม 2551
Last Update : 14 กรกฎาคม 2551 18:51:44 น.
Counter : Pageviews.

18 comments
  
น่าสนใจค่ะ

อยากเห็นรูปประกอบด้วยจัง
โดย: ระแนงไม้ วันที่: 9 สิงหาคม 2551 เวลา:14:22:38 น.
  
ข้อมูลละเอียด ดีจังค่ะ ถ้าแนะนำสถาสที่่ซื้อให้ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ
โดย: พิ้งค์ IP: 202.91.18.206 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:23:22:48 น.
  
ข้อมูลละเอียด ดีจังค่ะ ถ้าแนะนำสถาสที่่ซื้อให้ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ
โดย: พิ้งค์ IP: 202.91.18.206 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:23:25:59 น.
  
อยากได้ข้อมูลของต้น กวักทรัพย์ ค่ะ

ช่วยหาหั้ยหน่อยได้มั้ยค่ะ
โดย: J LOVE J IP: 118.172.213.15 วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:16:41:13 น.
  
อยากดูรูปภาพของต้นไม้
โดย: อ้อ IP: 115.87.102.151 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:20:38:45 น.
  
อยากจะเห็นรูปภาพประกอบด้วย เพราะที่บ้านก็ปลูกไว้หลายอย่างบางทีก็เรียกชื่อไม่ถูก
โดย: นินิ IP: 118.172.67.52 วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:10:36:38 น.
  
อยากดูรูปประกอบด้วยอ่ะ
โดย: เฟิร์น IP: 125.24.224.190 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:09:40 น.
  
ถ้ามีรูปประกอบคงดีมาก

โดย: นก IP: 118.172.69.195 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:57:51 น.
  
น่าจะมีรูปให้ดูจะได้รู้จักชนิดของว่านมากขึ้น
โดย: กิ่ง IP: 202.149.25.235 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:43:04 น.
  
ใช่ค่ะ น่าจะมีรูปประกอบ
โดย: กร IP: 10.251.109.180, 203.172.199.254 วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:9:59:30 น.
  
ถ้ามีรูปจะดีมากครับ
โดย: PK IP: 202.149.25.225 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:15:54:18 น.
  
ต้องขออภัยรุปไม่ได้หามาคับ
โดย: binlaman วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:11:18:23 น.
  
น่าจะมีรูปนะคะจะดีมาก
โดย: กอบทรัพย์ IP: 117.47.249.250 วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:9:53:32 น.
  
ไม่มีรูปเลย งงงงงงงงง

โดย: KOONDANG IP: 118.173.250.26 วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:14:04:46 น.
  
เรากำลังเพาะอยู่มีหลายชนิดอยู่เหมือนกันใครสนใจว่านอะไรบอกไดนะเผื่อเรามี
โดย: เวหา IP: 203.144.144.165 วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:21:19:03 น.
  
หวงรูปจัง
โดย: นุ่น IP: 111.84.73.48 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:26:25 น.
  
มีภาพปลากรอบจะดีเริด
โดย: radiergummi วันที่: 18 สิงหาคม 2553 เวลา:12:49:24 น.
  
เวปนี้มีภาพประกอบครับ http://saimherbal.blogspot.com/2008/05/blog-post_22.html
โดย: พี IP: 183.88.251.2 วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:10:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
binlaman
Location :
พัทลุง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



Fern love the life.