พฤศจิกายน 2559

 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
อีเมลลับฉบับไซมอน Becky Albertalli เขียน















นิยายในหมวดนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย





อีเมลลับฉบับไซมอน Simon vs. the Homo Sapiens Agenda
Becky Albertalli เขียน  นลิน แปล
สำนักพิมพ์ Taisei Books  ในเครือ Nabu
300 บาท  304 หน้า

หลังปก

อันที่จริง 'ไซมอน' ก็อยากเก็บเรื่องดรามาๆ ไว้เฉพาะกับละครเวทีที่เล่นอยู่หรอกนะ แต่เมื่ออีเมลลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือจอมแบล็กเมลอย่าง 'มาร์ติน' ที่มีเงื่อนไขการหุบปากว่า ไซมอนต้องช่วยจีบสาวเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งให้...

แค่เรื่องรสนิยมลับๆ จะรู้กันทั่วก็แย่พอดูแล้ว ไหนจะเรื่องส่วนตัวของ 'บลู' เพื่อนทางอีเมลที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันจะมาถูกแฉไปด้วยอีก!

แย่ล่ะสิ... ชีวิตนักเรียนปีสามของไซมอนกำลังปั่นป่วนสุดๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องของเขาเอง ที่ต้องก้าวข้ามความกลัวไปสู่การยอมรับตัวเอง นี่ยังไม่รวมเรื่องหัวใจด้วย 

แล้วเขาจะผ่านพ้นวิกฤติปัญหาสารพัดนี้ไปได้ไหมนะ!?!



เกริ่นเอง

ไซมอนเป็นเกย์ คนที่เขาบอกความลับนี้คือเพื่อนทางอีเมลที่ใช้นามแฝงว่า "บลู"
บลูก็เหมือนกับไซมอน พวกเขาไม่แน่ใจ วินาทีหนึ่งอยากปกปิด อีกวินาทีหนึ่งก็อยากตะโกน เปิดเผยมันออกมา

แม้เป็นเพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน แต่ต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เป็นเหมือนสัญญาลับทางใจที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่อาจไปแตะตัวตนของอีกฝ่าย

จากอีเมลโต้ตอบของคนมีความคิดคล้ายกัน ก็เริ่มกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิต



คุยกันหลังอ่าน

จริงๆ จัดในหมวดเข้าใจชีวิตวัยรุ่นได้เลยนะ 

ใช่ นี่เป็นเรื่องของคู่ชายกับชายคู่หนึ่ง 

และ ใช่ นี่เป็นเรื่องเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มีครอบครัว มีเพื่อน และมีปัญหาวุ่นวายเข้ามา


นิสัยที่แตกต่างกันก็นำไปสู่การเผชิญหน้า หรือตัดสินใจที่ไม่เหมือนกัน

สิ่งที่คุณจะได้เห็นในเรื่องคือสีสันแห่งชีวิต 


ตัวละครถูกออกแบบมาอย่างดี พวกเขาเป็นตัวแทนของคนหลากหลาย และเป็นตัวแทนของผู้เขียนที่ต้องการสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจและยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ผู้เขียนแฝงสารมาถึงการยอมรับนับถือตัวเอง การยอมรับนับถือผู้อื่น และการเรียนรู้ที่จะพยายามเข้าใจผู้อื่น

โอมั่นใจว่าคนที่อ่านจะได้รับสิ่งดีๆ ที่ส่งผ่านมาให้



ตัวเอกของเรื่อง ไซมอน เป็นเด็กวัยรุ่นมัธยมปลายคนหนึ่ง ที่อยู่ในช่วงสับสนในชีวิต ช่วงเวลาที่ไม่รู้จะปรึกษาใคร "บลู" ก็ผ่านเข้ามา และเป็นคนคนหนึ่งที่เห็นในสิ่งที่เขาเห็น รู้สึกในสิ่งที่เขารู้สึก

การเล่าเรื่อง เล่าจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง คือ ไซมอน เพราะฉะนั้นเราจะรู้แค่ในขอบข่ายที่ไซมอนเห็นหรือคิด และไม่เห็นไซมอนในมุมที่คนอื่นเห็น

แต่จากคำพูดและปฏิกิริยาของเพื่อนๆ เราพอสรุปความเป็นไซมอนได้อยู่บ้าง

ไซมอนเป็นลูกคนกลางของครอบครัว เขามีพี่สาวและน้องสาว พ่อแม่ของเขาเป็นคนชอบเฮฮา พื้นฐานครอบครัวใกล้ชิดและอบอุ่น ถึงแม้ไซมอนจะเล่าถึงครอบครัวแบบเบื่อหน่ายปนรำคาญสักหน่อย แต่เขากับรับสืบทอดสนุกสนานมาจากพ่อแม่ไม่น้อย เขาเข้ากับคนอื่นง่าย เป็นตัวประสานที่ดี คอยสอดแทรกมุกตลกให้เพื่อนๆ หัวเราะ เปิดเผย ร่าเริง รักและให้ความสำคัญกับเพื่อน และเพื่อนๆ ก็รักเขา

ปัญหาของคนร่าเริง เข้ากับคนอื่นง่าย และรักเพื่อน คือ เมื่อเป็นเรื่องสำคัญ มักจะเก็บไว้ในใจ ไม่บอกให้ใครรู้ เพราะกลัวกระทบกับความสัมพันธ์ แน่นอนไซมอนก็เช่นกัน


การเฉลี่ยบทความรัก ความสัมพันธ์ เพื่อน ครอบครัว ชีวิตในโรงเรียน และชีวิตวัยรุ่น นั้นให้ความสำคัญเท่าๆ กัน เพราะฉะนั้นคุณอาจจะไม่ได้เห็นความรักที่หวานจ๋า แต่รับประกันความน่ารักแน่นอน

โออดหลับอดนอนอ่านเพราะอยากรู้ว่าใครคือ "บลู"

และโอก็บอกไม่ได้ว่าคุณอ่านแล้วจะเดาถูก เดาผิด ถูกใจ หรือผิดหวัง

โอบอกได้แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี และแนะนำให้อ่านค่ะ

4.5 ดาว หักจุดห้าเนื่องจากมีเรื่องวัฒนธรรมและภาษาของวัยรุ่นอเมริกันที่โอเข้าไม่ค่อยถึง รวมถึงส่วนอีเมลที่อยากให้นำเสนอให้มากและละเอียดกว่านี้ ความสัมพันธ์ที่ปูมาจะได้ชัดและลึกขึ้น





สำนวนแปล โอว่าเข้าใจยากและไม่ค่อยต่อเนื่องบางจุด ทำให้ต้องอ่านซ้ำๆ ทำความเข้าใจ ทำให้เรื่องจมมากกว่ากระจ่าง


ลองเก็บมาบางท่อนนะคะ

หน้า 19 ช่างเป็นเรื่องที่เซ็กซี่จริงๆ เลย บลู ฉันหมายถึง โรงเรียนมัธยมต้นน่ะเหมือนละครสยองขวัญไม่รู้จบ ก็อาจจะไม่มีวันจบสิ้นหรอก เพราะมันจบลงแล้ว แต่มันยังประทับอยู่ในจิตวิญญาณของนาย ฉันไม่สนว่านายเป็นใคร ช่วงวัยกำลังโตนี่มันโหดร้ายมากจริงๆ

ย่อหน้าบน ไม่มีความต่อเนื่องใดๆ เลย งงมาก

โอเค แกะที่ละประโยค 

ช่างเป็นเรื่องที่เซ็กซี่จริงๆ เลย บลู >> น่าจะหมายถึงเรื่องเล่าที่บลูเล่าให้ฟังในอีเมลก่อนหน้านี้ และเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าด้วย (จากประโยคหลังที่ขยายความ)

ต่อที่ 
ฉันหมายถึง โรงเรียนมัธยมต้นน่ะเหมือนละครสยองขวัญไม่รู้จบ ก็อาจจะไม่มีวันจบสิ้นหรอก เพราะมันจบลงแล้ว แต่มันยังประทับอยู่ในจิตวิญญาณของนาย >> 
ละครสยองขวัญไม่รู้จบ อาจจะไม่มีวันจบสิ้น เพราะมันจบลง >> หา?? อะไรเนี่ย 

ลองเติม/แก้นะ

>> เหมือนละครสยองขวัญไม่รู้จบ ก็น่าจะไม่มีวันจบสิ้นหรอก เพราะแม้มันจะจบลงแล้ว แต่มันยังประทับอยู่ในจิตวิญญาณของนาย

ต่อที่

ฉันไม่สนว่านายเป็นใคร ช่วงวัยกำลังโตนี่มันโหดร้ายมากจริงๆ

มันเป็นสองประโยคที่ไม่เกี่ยวอะไรกันเลยแฮะ ไม่น่ามาอยู่รวมกันได้นะ

ลองเปลี่ยน

ไม่ว่านายเป็นใคร แต่ช่วงวัยกำลังโตนี่มันโหดร้ายมากจริงๆ 

หน้า 20  แล้วพอขึ้นเกรดแปดฉันก็มีแฟนและก็สิ่งที่เขากันเรียกว่า 'ออกเดต' น่ะนะ แต่นายไม่ได้ออกจากโรงเรียนสักนิด แล้วนายก็ไม่ทำอะไรแบบนั้นในโรงเรียนด้วย 

อ่านแล้วยังแข็งๆ อยู่ค่ะ

ลองเปลี่ยน

 แล้วพอขึ้นเกรดแปดฉันก็มีแฟนและก็สิ่งที่เขาเรียกกันว่า 'ออกเดต' น่ะ แต่นายไม่ได้ออกจากโรงเรียนสักนิดหรอก แล้วนายก็ไม่ทำอะไรแบบนั้นในโรงเรียนด้วย 

หน้า 20 อีกอย่างมันเป็นวันวาเลนไทน์ด้วย ก็ฉันน่ะเจ๋งสุดๆ ไปเลยนี่นา ใช่แล้ว ถ้าฉันซื่อสัตย์กับตัวเองเต็มร้อยล่ะก็ ฉันคงรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ฉันก็ยังมีแฟนสาวอีกสองคนหลังจากนั้นอยู่ดีอะนะ

เข้าใจประเด็นนะ แต่โอยังไม่ค่อยเข้ากัน ปรับได้อยู่อีก

อีกอย่างมันเป็นวันวาเลนไทน์ด้วย ฉันนี่สุดๆ ไปเลย ใช่แล้ว ถ้าฉันซื่อสัตย์กับตัวเองเต็มร้อยล่ะก็ ฉันคงรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ฉันก็ยังมีแฟนสาวอีกสองคนหลังจากนั้นอยู่ดีอะนะ

มันเป็นอารมณ์ที่ไซมอนว่าแซะตัวเอง บอกบวกแต่ความหมายลบ

หน้า 59  ผมเหน็ดเหนื่อยกับการเปิดตัว ผมทำเป็นแต่เปิดตัว ผมไม่พยายามเปลี่ยนแปลง แต่ผมก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในแง่มุมต่างๆ ทีละเล็กทีละน้อย ผมมีแฟนสาว ผมดื่มเบียร์ แล้วในทุกๆ ครั้ง ผมก็ต้องแนะนำตัวเองสู่จักรวาลใหม่อีกครั้งหนึ่ง

อ่านแล้วไม่เข้าใจ เหน็ดเหนื่อยอะไร ยังไม่เปิดตัวเลย แล้วทำเป็นแต่เปิดตัวล่ะ คืออะไร

ส่วน แนะนำตัว อืมมม โอว่าอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าเลย

ลอง

แล้วในทุกๆ ครั้ง ผมก็ต้องนำตัวเองให้เข้ากับจักรวาลใหม่อีกครั้ง
หรือ
แล้วในทุกๆ ครั้ง ผมก็ต้องทำความรู้จักกับจักรวาลใหม่อีกครั้ง

หน้า 295 เขายิ้มด้วยรอยยิ้มซุกซนอีกแล้ว บางทีนั่นก็อาจใช่[ชื่อคน]ก็ได้ บางทีผมยังต้องเรียนรู้เขาอีกเยอะ

น่าจะปรับอีก ไม่ค่อยสื่อความหมาย

เขายิ้มด้วยรอยยิ้มซุกซนอีกแล้ว บางทีนั่นก็อาจเป็นตัว[ชื่อคน]จริงๆ บางทีผมยังต้องเรียนรู้เขาอีกเยอะ


มีอีกแหละ แต่โอไม่ได้จดไว้ และโอเหนื่อยแล้ว พอแค่นี้เนอะ





ระบายบันทึก

ใครยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้ ผ่านส่วนนี้ไปก่อนเลย โอจะพูดถึงฉากและตัวละครที่ชอบ และอยากกรีดร้อง

*** เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ***

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

- ตอนไซมอนทนไม่ไหว ระเบิดใส่มาร์ติน ฉากนี้โอน้ำตาซึมเลย

"แล้วรู้อะไรไหม นายไม่มีสิทธิ์มาพูดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันเรื่องใหญ่โคตรๆ เลย เข้าใจไหม เรื่องนี้ควรเป็น.. เป็นเรื่องของฉัน ฉันควรเป็นคนตัดสินว่าเมื่อไหร่ ตอนไหนใครที่จะได้รู้ และฉันจะพูดยังไง" จู่ๆ ลำคอผมก็ตีบตัน "นายพรากมันไปจากฉัน แล้วนายก็ลากบลูมาเกี่ยวด้วยงั้นเหรอ* นายแม่งโคตรห่วยแตก มาร์ติน ฉันไม่อยากมองหน้านายด้วยซ้ำ"

หน้า 193

ใช่ เราไม่มีสิทธิ์ไปพรากเอาสิ่งที่สำคัญนี้ของเขา เขาควรเป็นคนที่ได้โอกาสเลือกจริงๆ แถมตามาร์ตินยังเอาคนที่มีค่าทางจิตใจของไซมอนมาเกี่ยวกับเรื่องที่เขามองว่าแย่ที่สุดด้วย ฮือออ สงสาร

>> แล้วนายก็ยังลากบลูมาเกี่ยวด้วยอีกงั้นเหรอ

น่าจะทำให้ประโยคอ่านง่ายและสื่อความขึ้น


- ตอนที่ไซมอนสารภาพกับแอ๊บบี้ คือถ้าอ่านเฉยๆ เหมือนไซมอนจะพยายามพูดให้เป็นเรื่องปกติ แต่ใจเขาไปหมดแล้ว แล้วแอ๊บบี้ก็เห็น เห็นเขามือสั่น และจับมือเขา ชอบฉากนี้มาก

- เรื่องนี้ใส่ความสัมพันธ์มาดีมาก ละเอียดมาก แบบคนนี้เจอแบบนี้ ทำอย่างนี้เพราะอะไร หรือใส่ใจกับเรื่องไหน มันเป็นเหตุเป็นผลกันหมด อ่านแล้วคุณจะไม่สงสัยการกระทำของใครเลย

- ฉากไซมอนระบายใส่พ่อแม่ พ่อแม่ตกใจ ขอโทษ ฉากนี้ดี พ่อแม่อธิบายเหตุผล ฉากนี้ดีมาก

คือเราทุกคนมีเหตุผลหมดแหละ แต่พอเราเปลี่ยนจุดยืน เราก็จะมองไม่เห็นเหตุผลของอีกคน และหลายครั้งเรามักลืมว่าเรื่องสำคัญของคนหนึ่ง อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับอีกคน

ฉากแม่อธิบายนี่จิตวิทยาการเลี้ยงลูกมาเป๊ะเลย แม่เข้าใจ ... เราขอโทษ ... แล้วใช้เหตุผล

พ่อแม่ก็ไม่ได้ถูกเสมอไป เราต้องรู้จักยอมรับ และทำความเข้าใจเหตุผลของลูก และให้ลูกรู้เหตุผลของเรา

- ชอบครอบครัวไซมอน รักกันมาก อบอุ่นมาก

- แน่นอนว่าเรื่องมันฟีลกู๊ด ทุกคนจะมีสิ่งดีๆ ที่แสดงออกมาให้เราเห็น แล้วนำไปปรับใช้ได้

- สังเกตว่าเรื่องนี้จะมีการนำเสนอเรื่องสีผม และเชื้อชาติมาเอี่ยวด้วย
จากความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยความที่เราไม่เข้าใจ เราไม่ใช่เขา เราก็ตีความเขาในแบบของเรา ซึ่งบางครั้งมันก็ใช้ไม่ได้ อย่างไซมอนเอง เขาก็หลุดหลายครั้ง ไม่ได้หมายความว่าเขาดูหมิ่น แต่เขาไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจ จิตใต้สำนึกก็จะแปรไปในทางที่เขาเข้าใจ (แต่อาจไม่ถูก) โดยอัตโนมัติ

และเรื่องนี้โอว่าพยายามให้คนผิวสีเป็นตัวเอกด้วย อย่างแอ๊บบี้นี่ทุกคนในเรื่องปลื้ม รัก รวมถึงอิจฉา แล้วนางก็น่ารักจริงๆ

- สุดท้ายมาร์ตินส่งอีเมลมาขอโทษไซมอน และขอคืนดีด้วย (แบบไว้ลายตัวเองหน่อยๆ) แต่ไซมอนไม่ตอบ

โอมองว่าไซมอนให้อภัยไม่ได้ มาร์ตินบุกรุกเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตเขา ทำให้เขาอึดอัด ต้องทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ ต้องกลายเป็นตัวตลก ต้องโดนกลั่นแกล้ง มันเลวร้ายมากเกินกว่าจะให้อภัย

ซึ่งดี ผู้เขียนนำเสนอว่าเราไม่ควรทำร้ายจุดที่สำคัญของอีกฝ่าย และตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก

แต่อย่างไรก็ตาม โอคิดว่าในอนาคต ไซมอนจะให้โอกาสมาร์ติน

พื้นฐานไซมอนเป็นคนเข้ากับคนง่าย เขาค่อนข้างชอบมาร์ตินด้วยซ้ำ หมอนี่ค่อนข้างแหวกและทำให้รอบตัวเปลี่ยนไป มีตอนหนึ่งไซมอนบอกว่าเขาเกือบจะชอบมาร์ตินแล้ว คนเขียนทิ้งปมไว้อย่างนี้ เพราะอย่างนี้โอจึงมองว่า ทั้งสองคนน่าจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้

- เรื่องสำคัญ พ่อบลูของเรา

ไซมอนเอ๋ย อะไรก็ดีหมด แต่นายมันโคตรไม่ละเอียดอ่อนเลยว่ะ

สังเกตว่าเขามักจะมองข้ามเรื่องเล็กๆ บางอย่างไป ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนไม่ใส่ใจนะ โอพบว่าคนที่อัธยาศัยดีและเข้ากับคนส่วนใหญ่ง่ายมักจะเป็นแบบนี้ เพราะเขามัวแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่น จนละเลยบางเรื่องไป

จากการเล่าของไซมอน แบรมแทบจะหายออกไปจากฉากเลย

โออ่านสองรอบ รอบแรกอ่านปกติ รอบสอง อ่านเฉพาะฉากที่บลูและแบรมออก ซึ่ง...น้อยมาก

ทั้งๆ ที่หลายครั้ง แบรมมีตัวตนนะ อย่างชั่วโมงเรียนภาษา โต๊ะกินข้าว ฮีนั่งอยู่เสมอ แต่ตาไซมอนไม่กล่าวถึงฮีเลย ขอไว้อาลัยให้แบรม ณ ที่นี้

จนวันหนึ่งที่ไซมอนสังเกตเห็นเขาขึ้นมา ตอนนั้นแหละแบรมถึงเริ่มอยู่ในสายตา มองว่าเขาทำอะไร แต่งตัวแบบไหน พูดอะไร

ทั้งที่ตัวเองอยู่ในสายตาเขาตลอดแท้ๆ พ่อคู้นนน

สำหรับแบรม ไซมอนเป็นความสดใส ความมีชีวิตชีวา 
สำหรับไซมอน แบรมเป็นความเข้าใจ เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ 

พวกเขาเป็นคนที่มาเติมเต็มกันและกัน

- ฉากหวานเขินมาก ไซมอนรุกมาก ฉันอยากมุดไปสะกิดว่าพี่ขา พี่เก็บอาการหน่อย พี่เกินหน้าเกินตามาก แต่น่ารักมากด้วย ฮ่าๆ

รอยยิ้มสยบวิญญาณ ไซมอนนี่ เวลายิ้มแล้วโลกสว่างจริงๆ


.
.
.

ผมยังจำได้ดีถึงความรู้สึกที่เห็นข้อความฉบับแรกจากเขาในกล่องข้อความของผม รู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริงด้วยซ้ำไป เขาอยากรู้จักผม ในช่วงสองสามวันหลังจากนั้นที่โรงเรียน ผมรู้สึกอย่างกับตัวเองเป็นตัวละครในภาพยนตร์สักเรื่อง ผมแทบจะจินตนาการภาพซูมระยะใกล้ใบหน้าผมฉายอยู่บนจอขนาดใหญ่ได้เลย

แปลกดีนะ เพราะในความเป็นจริงนั้น ผมไม่ใช่ตัวเอกของเรื่อง อาจเป็นแค่เพื่อนสนิทตัวเอกก็ได้

ผมว่าผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่น่าสนใจมาก่อน จนกระทั่งบลูเห็นว่าผมน่าสนใจ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกเขาไม่ได้ว่าผมไม่อยากเสียเขาไป


หน้า 27  Chapter 3

ป.ล. โอแอบสงสัยประโยคสุดท้ายเล็กน้อยว่า หรือจะเป็นความหมายนี้ 
เพราะฉะนั้นผมถึงบอกเขาไม่ได้ ผมไม่อยากเสียเขาไป 

(หมายถึง บอกว่ามีคนรู้เรื่องอีเมลไม่ได้เพราะไม่อยากเสียบลูไปหรือเปล่าคะ)
.
.
.




Create Date : 03 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2559 1:57:16 น.
Counter : 1282 Pageviews.

10 comments
  
ว้าวว กำลังหารีวิวเรื่องนี้อยู่พอดีเลยค่ะ ลองอ่านแต่ตัวอย่าง แต่ก็เห็นด้วย อ่านแล้ว ยังงง เรื่องนี้อยู่ เหมือนสำนวนไม่ค่อยสวยเท่าไร แต่ลองที่คุณ blogger มาแก้ให้ใหม่ สำนวนดีเลยค่ะ อ่านแล้วลื่นตา TT แต่เรายังไม่กล้าอ่านปยะโยคขาวว ลุ้น 5555 เรื่องนี้อยากสอยมาอ่านมาก แต่ตอนนอ่านตัวอย่างแล้วก็แบบ พอดีไม่เคยอ่านแนว YGBT ของฝรั่งมาก่อน ปกติอ่านแต่ไทย พออ่านแล้วสำนนวน มันก็เลยแหม่งๆสำหรับเรา เลยลังเลว่าจะซือ้ดีไหม สรุปว่าสนุกไหมคะ เรื่องนี้
ปล.เรายังไม่อ่านไฮไลทสีขาวนะ 555
โดย: K:3 IP: 188.165.201.164 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2559 เวลา:1:22:32 น.
  
คือเรื่องนี้ดังมากกกก ไม่คิดว่าจะมีแปลไทยแล้วนะเนี่ย
น่าอ่านๆ
โดย: Caymen51 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2559 เวลา:11:24:51 น.
  
คุณK:3 อย่าเพิ่งอ่านทึบๆ สีขาวน้า เรื่องนี้สนุกค่ะ ภาษาอาจจะงงๆ หรือไม่เข้าใจในทันทีบางจุดไปบ้าง แต่โดยรวมก็ยังอ่านได้เพลิน โอแนะนำนะคะ เป็นแนว feel good อ่านแล้วยิ้มตามค่ะ

คุณCaymen51 เย้ ได้คนยืนยันอีกคนแล้วว่าเรื่องนี้ดัง เพิ่งออกมาช่วงงานหนังสือเองค่ะ โออยากอ่านแนวนี้อีกจัง จะเป็นของคนนี้หรือไม่ใช่ก็ได้ อ่านแล้วชอบค่ะ เห็นสนพ.ว่าจะมีเป็นซีรีส์ด้วยใช่ไหมคะ
โดย: ออโอ วันที่: 4 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:45:36 น.
  
นิยายวายนี่ไม่ใช่แนวเลยค่ะ

เรื่องนี้คงผ่าน ขอแค่อ่านรีวิวดีกว่า

ที่คุณโอช่วยเกลาให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

สำนวนคนแปลยังไม่ถึงอะ น่าเสียดายเนอะ ขนาดได้นิยายดังมา

น่าจะหาคนแปลเก่งๆมาแปล

โหวตให้ค่ะ

ออโอ Book Blog

ฝันดีนะคะคุณโอ

โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 4 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:08:07 น.
  
สวัสดีจ้ะโอ

เมื่อวานเดินทางตลอด บล็อกก็ไม่ได้อัพ เพิ่งอัพเมื่อเช้าค่ะ แถมไม่ได้โหวตให้ใครด้วยเพราะกว่าจะถึงห้องก็ตีสอง เลยวันมาแล้ว เสียดายสิทธิ์มากเลย

วันนี้เลยเพิ่งมาตอบกลับและโหวตให้เน้อ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:33:38 น.
  
อ่านตัวอย่างแล้ว เป็นสำนวนแปลแบบตรง ๆ ไม่เกลากันเลย รูปประโยคฝรั่งมายังไง ก็อยู่ยังงั้น

ไม่รู้เดี๋ยวนี้รีบออกหนังสือกันให้เร็วหรือไงนะ ความประณีตไม่มีเลย อย่าว่าแต่ค่ายเล็ก ๆ เลยค่ะ ค่ายใหญ่ที่ทำนิยายแปลมาจนรุ่น 2 ยังเคยเจอแบบนี้

แนวไม่ใช่ แปลไม่สมูท .....อ่านรีวิวพอค่ะ ^ ^
โดย: Serverlus วันที่: 7 พฤศจิกายน 2559 เวลา:12:08:35 น.
  
แค่เปิดมาว่า 'ไซมอนเป็นเกย์' ก็ชนะแล้วค่ะ
.
.
.
จดชื่อแป้บบบบ

โหวตให้นะคะ
โดย: Prophet_Doll วันที่: 7 พฤศจิกายน 2559 เวลา:16:56:36 น.
  
ซื้อมาอ่านตามคุณโอเลยค่ะ ขอบคุณที่รีวิวนิยายดีๆ แบบนี้นะคะ
โดย: akanae IP: 182.232.146.220 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2559 เวลา:8:32:22 น.
  
มาอ่านรีวิวหน้งสือค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ออโอ Book Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse วันที่: 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา:2:12:09 น.
  
คุณเรียวรุ้ง จริงๆ เรื่องนี้โอว่าอ่านได้ทุกเพศทุกวัยทุกคนเลยค่ะ พ่อแม่ผู้ปกครองอ่านยังได้เลย

พี่สาวไกด์ฯ ไม่เป็นไรค่า แค่มาทักทายก็ดีใจแล้ว

คุณเอ้ เรื่องนี้ดีนะคะ ถ้ากลัวติดเรืองสำนวน ลองหาฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านก็ได้ค่ะ โอยังเชียร์อยู่นะ มีแต่ความน่ารักและความรู้สึกดีๆ อวลในนั้น

คุณPd อ่านแค่นั้นจริงอะ โอเขียนตั้งเยอะนา ฮ่าๆ วัยฮอร์โมนวัยว้าวุ่นค่ะ ธีมเรื่องนี้

คุณakanae ดีใจที่ชอบนะคะ แวะมาคุยกันได้เสมอน้า

คุณnewyorknurse ขอบคุณที่มาเยี่ยมและโหวตให้โอค่า
โดย: ออโอ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:0:38:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments