ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
All Blog
ลู่เหริน อี้เหรินเป่ย เขียน
นิยายในหมวดนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย


อี้เหรินเป่ยที่รัก Smiley



*เล่ม 1 อยู่ขวา ส่วนเล่ม 2 อยู่ซ้ายนะคะ โอจัดวางแบบนี้เพราะอยากให้ทั้งคู่หันหน้าเข้าหากันเฉยๆ  หันหลังแล้วเหมือนโกรธกันชอบกล Smiley




ลู่เหริน (2 เล่มจบ)
อี้เหรินเป่ย เขียน Onederwhy แปล
สำนักพิมพ์ Onederwhy
550 บาท (ราคาเปิดจอง + กล่องสวม, ไม่รวมค่าจัดส่ง 50 บาท)
508 หน้า


หลังปก


'ลู่ชิงเทียน' หนึ่งในสี่ยอดฝีมือแห่งยุค ผู้ซึ่งแม้แต่ท้าวยมราชแห่งปรโลกยังต้องเกรงใจ

'ลู่อีอี' สาวงามอันดับหนึ่ง

และ 'ลู่ฉือลิ่ว' ผู้ไม่เคยอยู่ในสายตาใคร ตำแหน่งฉากนอกเป็นเพียงเสมียนเล็กๆ ประจำตระกูล ทว่าแท้จริงเขากลับเป็นเงาอารักขาให้กับคุณชายลู่ชิงเทียนอย่างลับๆ 

แม้ลู่ฉือลิ่วจะหลงรักสาวงามอย่างลู่อีอี ขณะเดียวกันเขากลับเคลือบแคลงสงสัยว่าแท้จริงแล้ว ลู่อีอีนั้นคือลู่ชิงเทียนที่ปลอมตัวเป็นหญิง!

ก็ใครใช้ให้เจ้านายตนหน้าตาสะสวยขนาดนี้กันเล่า!

และต่อให้ใบหน้าของลู่ชิงเทียนจะสลักไว้ด้วยอักษร 'ใต้หล้าบาดาล' คนทั้งโลกต่างก็หลงใหลในใบหน้าดั่งสวรรค์สร้างนั่นด้วยกันทั้งนั้น

นอกจากนี้ความทรงจำของลู่ชิงเทียนก็ขาดหายไปช่วงหนึ่งด้วย หรือว่าตระกูลลู่ผู้สูงส่ง จะมีไอ้โรคจิตชอบแต่งหญิงอยู่จริง!?




เกริ่นเอง

กล่าวถึงยอดฝีมืออันดับสองของแผ่นดิน คงไม่พ้นตระกูลลู่ผู้สูงส่ง โดยมีผู้นำตระกูลคือลู่ชิงเทียน

ในช่วงเวลาหนึ่ง ตระกูลลู่จะคัดเลือกเด็กเข้ามาเพื่อให้เติบโตมาเป็นเงาอารักขาของหัวหน้าตระกูล หน้าที่ของเงานอกจากจะดูแลความปลอดภัยแล้ว ยังต้องแฝงเร้นหลบ ไม่ให้คนนอกล่วงรู้ถึงกำลังของตระกูลด้วย

ลู่ฉือลิ่วเป็นหนึ่งในเงาอารักขา ชื่อของเขาคือสิบหก (ฉือลิ่ว หมายถึงสิบหกในภาษาจีน) ถูกเรียกตามลำดับที่ที่หัวหน้าคนก่อนคัดเลือกเข้าตระกูล

แม้แต่ชื่อยังมีได้แค่ตัวเลข ตัวตนของเขามีฐานะได้แค่ 'เงา' เท่านั้น นายท่านสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ ไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม

ลู่ฉือลิ่วนั้น ความสามารถอื่น ไม่ว่าจะวรยุทธ์ ตัวเบา แกะรอย หรือฝีมือรักษา ล้วนธรรมดายิ่ง ที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้คือความสามารถในการแปลงโฉม ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการสืบหาข่าวสาร

แต่คนธรรมดาคนนี้ ครั้งหนึ่ง เคยได้รับการโปรดปรานจากหัวหน้าตระกูล ลู่ชิงเทียน

ครั้งหนึ่ง...

สี่สิบเอ็ดวัน ที่เคยได้รับความเมตตา...




คุยกันหลังอ่าน


เรื่องนี้เขียนรีวิวยากมาก เอาแค่บอกว่าเรื่องนี้แนวไหนยังไม่รู้จะตอบยังไงเลยค่ะ

เหมือนคนเขียนจับหลายๆ รูปแบบมายำรวมเป็นเรื่องเดียว เอ้อ แต่เรื่องนี้ได้ท่องยุทธภพกันพอควรเลย เกือบสามในสี่ จัดว่าเป็นกำลังภายในได้ไหมโอไม่ทราบ เพราะไม่เคยอ่านกำลังภายในเลย


เปิดเรื่องมาแนวนายบ่าวค่ะ 

โอรู้สึกว่าอาชีพของลู่ฉือลิ่วนี่เจ๋งมาก เอ้า อย่าขำ มันเก๋นะคุณ เป็นเงานี่ ถ้าใครเคยอ่านนิยายแล้วมีคำถามว่า เวลาเจ้านาย (มักเป็นพระเอก) เรียกคนใช้หรือองครักษ์ ทันทีที่เรียกต้องมีคนขานรับตลอด เจ้าคนนั้นไม่หลับไม่นอนหรืออย่างไร เรื่องนี้จะมีคำตอบค่ะ เงาอย่างฉือลิ่วต้องแฝงอย่างสงบ ซ่อนอยู่ตามซอกหลืบขื่อคา นายไม่เรียกก็ยืนขาแข็งต่อไป นานๆ เข้าก็ชินเอง กินถ่ายก็ต้องทำเหมือนคนปกติแหละ เลยต้องมีการผลัดเวรค่ะ โอก็นึกว่าจะเล่นประเด็นนี้เป็นตัวชูของเรื่อง ปรากฏไม่ค่ะ แนะนำพอเป็นกระสัยเฉยๆ 


ตัดมาเข้าเรื่องความลับความหลัง 

ตอนนี้เริ่มรู้สึก โอ๊ะ ฉันโดนคนเขียนหลอกหรือยังไงกันแน่ แต่เรื่องราวก็ดูน่าติดตามดี


สักพักเริ่มออกท่องโลกกว้างป่วนสำนักอื่น 

โอตอนนี้เหวอแล้วค่ะ มึนงงไปหมด สำนักนู้น ยอดฝีมือคนนี้ ประเด็นดูจะห่างจากตอนแรกเริ่มขึ้นเรื่อยๆ และตาลู่ชิงเทียนก็ไม่หยุดเดินทาง

แถมไม่หยุดโดนลอบทำร้ายอีกด้วย

โอถึงว่าเรื่องนี้ออกแนวกำลังภายในนะ แม้ว่าโอจะไม่เคยอ่านกำลังภายในก็เถอะ ฮ่าๆ 

ระหว่างการเดินทางที่โอเริ่มรู้สึกว่าช่างยาวนานเหลือเกิน เรื่องก็วกกลับมาที่จุดเริ่มต้นแบบไม่รู้ตัว

แบบถูกถีบด้วย!



โอขอจัดให้เป็นเรื่องราวการท่องยุทธภพ ที่มีฉากหลังเป็นการตามหา การทวงหนี้ และการชำระความแค้น โดยมีตัวเอกคือสองนายบ่าวคู่นี้ละกันค่ะ

จุดเด่นคือความพลิกผันของเรื่องราว ที่มีตลอดทั้งเรื่อง จุดยิบย่อย รวมถึงจุดใหญ่ อ่านแล้วเดาไม่ถูกค่ะ เหมือนโดนคนเขียนจับใส่ขวดแล้วแกว่งไปแกว่งมา จนถึงเขวี้ยงขวดออกไป เราก็กระเด็นกระดอนไปตามทาง

เฮ้ โอรู้สึกว่าผู้ชายอ่านน่าจะชอบเรื่องนี้กว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ อาจเพราะสาวๆ จะชอบความรักที่ค่อนข้างหวานซึ้ง แต่เจ้าพระนายคู่นี้นี่ ออกแนว โหด มัน ฮา มากกว่าหวานค่ะ และเรื่องค่อนข้างมีอะไรให้ลุ้น มีการต่อสู้ การแก้แค้น การลับฝีมือ การใช้ไหวพริบแก้ปัญหา ยุทธภพนี้ข้าใหญ่ข้าครอง ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์คือแนวคิดของลู่ชิงเทียน

โอชอบอย่างหนึ่งคือเรื่องนี้ แม้ตัวเอกจะจัดว่าเก่งมาก อย่างลู่ชิงเทียนนี่ได้รับการจัดอันดับเป็นยอดฝีมืออันดับสองเชียวนะ แต่ก็พลาดเป็น แถมพลาดบ่อยด้วยค่ะ แต่เขาก็มีวิธีแก้ของเขาไปตามเรื่อง 

การดำเนินเรื่อง เดินไม่เร็วค่ะ แต่กระโดดเลย หลายครั้งโอต้องกลับไปดูหน้าว่าฉันไม่ได้อ่านข้ามหน้า หรือหน้าไม่ได้หายใช่ไหม ทำไมเรื่องไม่ต่อกับก่อนหน้า

จริงๆ มันต่อเนื่องกันค่ะ แต่เขาเล่าข้าม เรื่องเลยกระโดดแบบพรวดเดียวถึงดวงจันทร์ ทิ้งรอยเท้าไว้ตามทางให้ดูต่างหน้าว่านี่มีคนเดินนะยะ ไม่ได้โม้

และพออ่านถึงช่วงท้าย ถึงได้เข้าใจว่า เจ้าความรู้สึกที่ว่าเรื่องนี้เดินสะเปะสะปะ ไม่ปะติดปะต่อนั่นน่ะ มันมีรอยเชื่อมของมันอยู่ และจะรวบออกมาในบทสรุปค่ะ


เล่าถึงตัวละครหลักสักเล็กน้อย

ลู่ชิงเทียน หัวหน้าตระกูลลู่คนปัจจุบัน ฉลาด มากเล่ห์ ชอบแกล้งคน ป่วนยุทธภพคือของชอบ และหน้าเงิน ส่วนหน้าตา เนื้อเรื่องบรรยายว่า ดูแยกแต่ละส่วนธรรมดา แต่พออยู่รวมกันแล้วงามยิ่ง ผมนิ่มยาวสลวยสวยเก๋ แก้มซ้ายสักคำว่า 'ใต้หล้าบาดาล' ไว้


คำบรรยายลักษณะลู่ชิงเทียน

คิ้วไม่ยาวไม่ดกดำ ตาไม่โต ดั้งจมูกสูงแต่ก็ธรรมดา ริมฝีปากไม่ใหญ่ไม่เล็ก ไม่หนาไม่บาง รูปหูเข้ารูปตรงยาว สีผิวก็ไม่ถึงกับขาวซีดราวหิมะ ออกจะเรียกได้ว่าเป็นสีรวงข้าวสาลีสุกมากกว่า ธรรมดาๆ

สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวชม เห็นจะเป็นเรือนผมเงาดำขลับดั่งผ้าแพรไหม ดูนุ่มนวลละเมียดละไม สอดรับกับผ้ารัดผมสีขาวนวลดั่งพระจันทร์ ขับให้ความเงางามของผมส่องประกายงดงามออกมา

เฉกเช่นภาพวาด หากว่ามีเพียงแค่ต้นไม้หนึ่งต้น ก้อนหินหนึ่งก้อน หรือเมฆเพียงหนึ่งกลุ่ม เป็นไปได้ที่จะมองไม่เห็นความสวยงามของภาพวาด แต่หากนำพวกมันมารวมไว้ด้วยกัน สิ่งที่ได้เห็นอาจเป็นผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์ชื่อดัง ดั่งเช่นรูปสนรับแขก ณ เขาหวงซาน

เครื่องหน้าของลู่ชิงเทียนก็เป็นเช่นนั้น แยกมองยังก็ไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อนำมารวมกัน ใครในแผ่นดินจะสู้ได้อีก



ลู่ฉือลิ่ว (สิบหก) หนึ่งในเงาอารักขาลู่ชิงเทียน มองโลกในแง่ดี ขอแค่มีชีวิตที่เรียบง่ายมีความสุขในแต่ละวันก็พอ เป็นมือเอกในการแปลงโฉม มีใบหน้าที่ใช้ประจำอยู่สามหน้า คือ หน้าเด็กหนุ่มคงแก่เรียนที่ทำให้คนเอ็นดู หน้าชายวัยกลางคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก และหน้าชายไว้หนวดเคราที่เดาอายุไม่ออก


อย่างที่บอกว่าจุดเด่นของเรื่องคือความพลิกผันตลอดเรื่องราว เพราะฉะนั้น แม้แต่นิสัยตัวละครก็คาดเดายากค่ะ 



โอชอบครึ่งเล่มแรกและช่วงท้ายค่ะ บางช่วงโอจะงงๆ มึนหัวไปกับการต่อสู้ห้ำหั่นกันบ้าง นิสัยตัวละครทั้งคู่ก็มีส่วนทั้งดีทั้งแย่ปะปนกันไป แม้จะเน้นเรื่องราวการท่องยุทธภพ แต่ช่วงที่เค้นความรู้สึกก็ทำออกมาได้ดี บางช่วงน้ำตาจวนหยดเลย การพลิกผันตลอดเรื่องก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและคาดเดาไม่ได้

และกลิ่นอายของอี้เหรินเป่ยยังชัดเจนค่ะ



สำนวนแปลดีใช้ได้ทีเดียวนะคะ ช่วงแรกชอบมาก มีการเล่นเสียงเล่นคำด้วย แต่ช่วงหลังๆ อาจเพราะเนื้อเรื่องที่เป็นลักษณะการต่อสู้ และคนเขียนเล่าเรื่องสลับระหว่างลู่ชิงเทียนกับลู่ฉือลิ่ว หลายครั้งโอเลยงงว่าประโยคนี้ใครเป็นคนพูดหรือคิดกันแน่ เขาคนนี้คือใคร ต้องอ่านแบบตั้งสติค่ะ

คำผิดมีบ้างเล็กน้อย ที่เห็นบ่อยคือคำฉีกค่ะ ชื่อหรือคำที่ควรต่อกันกลับตกลงไปอีกบรรทัด อยากให้ระวังตรงนี้นิดหนึ่ง

คำผิดพื้นฐานที่โอเห็นและจำได้นะคะ 

พึ่ง => เพิ่ง ในความหมาย เช่น เพิ่งจะ หมายถึง กำลังจะ ส่วน พึ่ง ใช้ใน พึ่งพาอาศัยค่ะ

เมื่อไหร่ เท่าไหร่ => ไม่ผิดถ้าเป็นภาษาพูดค่ะ แต่ภาษาเขียนให้ใช้ เมื่อไร เท่าไร


เอ้อ เกือบลืม สรุปลู่เหรินนี่หมายถึงอะไรคะ สงสัยจัง



ตามธรรมเนียม ตัวอย่างสำนวนและบทสนทนาในเรื่อง

.
.
.

เงาอารักขาที่ดี ต้องสามารถอำพรางตนและซ่อนเร้นร่องรอยของตนได้ ต้องไปไหนมาไหนอย่างไร้ร่องรอย หากเจ้านายต้องการตัวในเวลาใด ก็ต้องปรากฏกายออกมาในเวลานั้น และเมื่อใดที่เจ้านายไม่ต้องการให้รับใช้ ก็ต้องทำตัวให้ไร้ตัวตนในทันที

พึงระลึกไว้เสมอว่าเงาอารักขาไม่ใช่คน แต่เป็นเพียงฝุ่นธุลี


.
.
.


"ทำไมต้องรู้สึกสลดด้วยขอรับ?" ฉือลิ่วหัวเราะ

ลู่ชิงเทียนหันกลับ

ฉือลิ่วแหวกกิ่งไม้ที่ขวางทางข้างหน้าออกให้กับลู่ชิงเทียน

"หากว่าท่านรู้ผลลัพธ์แต่แรก ท่านก็จะไม่รู้สึกสลด แต่ว่าถึงข้าน้อยจะเศร้าหรือสลดแล้วทำไมหรือขอรับ นายท่านรู้สึกว่าการที่ผู้ชายคนหนึ่งไม่ได้หน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องแต่จะทอดถอนหายใจทั้งวันทั้งคืนเป็นเรื่องตลกหรือขอรับ?"

"ข้าไม่ได้หมายถึงว่าสลดเช่นนั้น แค่..."

"นายท่านหวังว่านัยน์ตาที่ข้าน้อยมองนายท่านจะต้องเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์หรือขอรับ นายท่านหวังว่าเมื่อข้าน้อยจากเฉินย่วนไปแล้ว ทุกครั้งที่เจอนายท่านข้าน้อยจะต้องหลบๆ ซ่อนๆ หรือหวังว่าจะได้ยินคำพูดจากคนอื่นว่าข้าน้อยต้องร่ำสุราเมาหัวราน้ำเพื่อลืมความโศกเศร้าหรือขอรับ?"

ลู่ชิงเทียนหรี่ตาน้อยๆ "เจ้าไม่คิดว่าคำพูดในตอนนี้ของเจ้าออกจะเหิมเกริมไปสักหน่อยหรือ?"

ฉือลิ่วหัวเราะ "ขอรับ เหิมเกริมสักหน่อย แต่ว่าข้าน้อยรู้ว่านายท่านจะไม่ลงโทษข้าน้อยเพียงเพราะสาเหตุนี้"

"ทำไมเจ้าถึงมั่นใจนัก" ท่าทีลู่ชิงเทียนเหมือนกับกำลังได้เล่น

"เพราะว่านายท่านมักใจอ่อนกับคนหน้าตาดีเสมอ"

"หืม! คนหน้าตาดีงั้นหรือ? เจ้าเนี่ยนะ" ลู่ชิงเทียนสะบัดแขน พลางพ่นลมทางจมูกอย่างเหยียดหยาม

.
.
.







ของที่ได้รับตอนสั่งรอบจองค่ะ

กล่องสวม ทำจากระดาษแข็งมัน หัวท้ายเปิด โอชอบกล่องค่ะ สวยดี แต่กระดาษที่ใช้ทำบางไปหน่อย ตอนเอาหนังสือออกไม่ยากค่ะ แต่เอาเข้ายาก กล่องเริ่มยับและมีแววว่าจะพังง่ายจากการเอาหนังสือเข้าออกบ่อยๆ อยากให้ครั้งหน้าใช้กระดาษหนากว่านี้ถ้าเป็นไปได้ค่ะ

หนังสือสองเล่ม ปกไม่ค่อยดึงดูดนักตามความรู้สึกโอ และพอวางเรียงต่อกันแล้วปกหันหน้าคนละด้านนี้ให้ความรู้สึกแปลกพอควร คงเพราะเป็นปกคู่ และรูปแบบสามารถมองให้ตาจ้องกันได้ด้วยมั้งคะ

โปสการ์ดและที่คั่นลายเดียวกับปก ตอนหยิบมาถ่ายรูปถึงเพิ่งสังเกตว่ารูปแบบไม่เหมือนกัน ฉากหลังคงเพิ่งเปลี่ยนที่ปกแล้วลืมเปลี่ยนในโปสการ์ดและที่คั่นด้วย


แต่โดยรวมโอพอใจค่ะ ตอนแรกค่อนข้างหวั่นใจเพราะไม่คุ้นกับสำนักพิมพ์เลย พยายามหารายละเอียดหนังสือแต่ก็มีน้อยมาก สุดท้ายก็เสี่ยงโอนไปทั้งที่หวั่นๆ นั่นแหละ สิ่งที่สำนักพิมพ์ที่เปิดใหม่ควรทำคือต้องพยายามสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า หมั่นตอบคำถาม ใครถามอะไรตอบได้ตอบไปเถอะ มีแต่ได้ไม่มีเสีย อัพเดทข่าวสาร ชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน จะช่วยให้เกินความมั่นใจและไว้ใจขึ้นค่ะ

แนะนำเพิ่มตรงหีบห่อ ห่อมาหลายชั้นดีค่ะ แต่โอว่ายังค่อนข้างหลวมไปหน่อย ระหว่างตัวกล่องและกันกระแทกยังมีช่องเคลื่อนได้ ถ้าคราวหน้าขอห่อกระชับกว่านี้นิดหนึ่งนะคะ





หน้าตาตอนสวมกล่อง







ชอบนะคะ แบบบอกไม่ถูกนี่แหละ ชอบลุ้น ชอบที่เรื่องยากคาดเดา ชอบความรู้สึกเหมือนโดนคนเขียนแกว่งเราไปทางนู้นทีทางนี้ที



Create Date : 02 ตุลาคม 2558
Last Update : 2 ตุลาคม 2558 9:35:44 น.
Counter : 3477 Pageviews.

10 comments
  
ที่จริงเค้าน่าจะทำปกให้หันหน้าเข้าหากันเวลาประกบสองเล่มเนาะ โอเลยต้องสลับวางเองเลย ฮา

กำลังสงสัยว่า สลักหน้าขนาดนั้น ตอนแปลงเป็นหญิง (หรือเปล่า?) รอยสักนั่นจะยังไม่ปรากฏรึ?

สิบหก - น่าจะสือลิ่วนา หรือการออกเสียงจีนแท้ๆ มันฉือหว่า?

โหวตจ้า
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:10:04:07 น.
  
สวัสดีอีกรอบจ้า

ง่ะ หุ่นดีตรงหนาย พี่ตันมากนะ ยิ่งท่อนล่างนี่..

แต่ตอนนี้กำลังลดน้ำหนักอยู่ล่ะ ลงมาจากตอนนั้นได้สามสี่โลแล้ววว
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:11:28:14 น.
  
เทียบกับองค์ชายอัปลักษณ์แล้ว สนุกกว่ามั้ยคะ?

เราไม่ใช่คอนิยายวาย แต่สอยองค์ชายฯ มาแล้วตามกระแส ยังอยู่ในกองดอง ถ้าเรื่องนี้สนุกพอกันหรือดีกว่า จะได้สอยในงานหนังสือฯ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ
โดย: ข้าวปั้น IP: 192.99.14.34 วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:12:58:33 น.
  
ตามมาเก็บเป็นข้อมูลก่อนค่ะ
โดย: Serverlus วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:13:33:55 น.
  
เดี๋ยวว่าจะอ่านคืนนี้

ตอนนี้บอกเลยว่า หลงงานเขียนของอี้เหรินเป่ยหัวปักหัวปำ

ทำไมแต่นิยายได้บีบสมองชั้นขนาดนี้นะเออ ..

รีวิวคุณโอ pd ขออ่านข้ามๆแล้วกัน เดี๋ยวเราจะไป Dark ด้วยตัวของเราเอง
โดย: Prophet_Doll วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:13:48:37 น.
  
พี่สาวไกด์ใจซื่อ ในเล่มสิบคือฉือค่ะ ส่วนโอไม่มีความรู้เรื่องภาษาจีนเลยค่า แหะๆ ส่วนเรื่องแม่สาวคนนั้นคือใคร ใช่ลู่ชิงเทียนแต่งหญิงหรือไม่ เป็นปริศนาหนึ่งในเรื่องค่ะ ต้องติดตามเนอะ
เรื่องปก สำนักพิมพ์บอกแล้วนะคะ จับวางแบบนี้ถูกต้องแล้วค่ะ เพราะเป็นปกตามแบบจีน ขอบคุณที่โหวตบล็อกให้นะคะ

ไม่ตันนะคะ เท่านี้หุ่นก็ดีแล้วค่า ลดลงไปอีกแสดงว่าต้องเฟิร์ม เป็นสาวสวยหุ่นสุขภาพดี


คุณข้าวปั้น เรื่องคนละแนวค่ะ องค์ชายอัปลักษณ์เป็นเรื่องในรั้วในวัง มีการแก่งแย่งชิงดีภายในราชสำนักเป็นฉากหลัง เรื่องจะอิงหลักความจริง เพราะเป็นตัวละครเป็นคนธรรมดาค่ะ (ถึงแม้นายเอกเรื่องนี้จะบ้าฝึกยุทธ์ก็เถอะ) ซึ่งโอจะคุ้นกับแนวนี้ ทำให้เข้าถึงได้ไม่ยาก

ส่วนลู่เหริน ฉากหลังเป็นยุทธภพ มียอดฝีมือและเจ้าสำนักต่างๆ มีกำลังภายในและการต่อสู้เข้ามาเกี่ยวข้อง มีความเว่อของพลังอภินิหารมาเกี่ยว ตัวละครก็จะมีวิทยายุทธ โคจรกำลังภายในกันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งสำหรับโอเป็นแนวที่ไม่คุ้นเคย เลยอาจจะอ่านเข้าถึงยากกว่าค่ะ

ทั้งสองเรื่องมีการชิงไหวพริบและหักเหลี่ยมเฉือนคมกันทั้งคู่ แต่เป็นคนละแบบกัน

สำหรับลู่เหริน จะมีอะไรพลิกความคาดหมายอยู่บ่อยๆ และเดาได้ยากกว่าค่ะ คือโอรู้สึกโดนคนเขียนแกล้งมากกว่า ฮ่าๆ
โอว่าจะหาเวลาอ่านลู่เหรินซ้ำอีกรอบ มีบางจุดยังไม่ค่อยเข้าใจ และอยากเก็บรายละเอียดอีกครั้งค่ะ


คุณเอ้ ขอบคุณค่า มาอ่านกันๆ

คุณ Pd โอว่าก็ไม่ค่อยดาร์กนะ เอ๊ะ หรือดาร์ก


ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนค่า

โดย: ออโอ วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:21:46:12 น.
  
กะจะมาท่องยุทธภพ เจอ ชายกับชาย ชะงักเลยค่ะคุณออโอ
ไม่อยากจะเปิดโลกทัศน์ไปมากกว่านี้ เพราะที่อ่านอยู่หลายประเภท
ก็กองดองแสนสาหัสแล้วล่ะ ...
โดย: prysang วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:22:32:51 น.
  
คุณ prysang ฮ่าๆ ถ้าเปิดนี่กองดองจะเพิ่มเป็นทบทวีค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 4 ตุลาคม 2558 เวลา:12:12:57 น.
  
จากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เรื่องที่คงข้ามไปก่อน (มิไหวลิสยาวมากแล้ว T___T) แต่ถ้าเจอโปรลดในงานก็อาจจะ ...อาจจะ
โดย: kunaom วันที่: 5 ตุลาคม 2558 เวลา:9:14:51 น.
  
คุณอ้อม งานหนังสือน่าจะมีนะคะ แต่อาจจะไม่ลดมากขนาดนั้น ติดตามข่าวจากสำนักพิมพ์นะคะ ถ้าตั้งใจจะซื้อ เก็บเลยก็ดีนะคะ ไม่ต้องเสียค่าส่งด้วย
โดย: ออโอ วันที่: 6 ตุลาคม 2558 เวลา:9:39:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments