สิงหาคม 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ ถังชีกงจื่อ เขียน










เรื่องนี้โอขอยืมมาค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ได้ยินเสียงเล่าลือมาหลายด้านอย่างหลากหลายมากด้วย เช่น ความสนุก ราคา เชิงอรรถ หรือกระทั่งดราม่า 

แต่เสียงลือเสียงเล่าอ้าง หรือจะสู้สัมผัสเอง จริงไหมSmiley





สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ (2 เล่มจบ)
ถังชีกงจื่อ เขียน  หลินโหม่ว แปล
สำนักพิมพ์สุรีย์พร
950 บาท  699 หน้า

หลังปก

- (ไม่มีข้อมูลปรากฏ)


เกริ่นเอง

ป๋ายเฉี่ยน เทพที่สูงทั้งวัยทั้งวุฒิ มีพันธะหมั้นหมายกับเยี่ยหัว รัชทายาทที่จะขึ้นปกครองสวรรค์ต่อไปมาหลายปีดีดัก ไม่เคยข้องแวะกันแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าทำไมเด็กคราวลูกคราวหลานที่นางไม่คิดเกินเลย อยู่ๆ ถึงมาให้ความสนใจตนเป็นพิเศษ

ทั้งก้อนแป้งข้าวเหนียวน้อย เด็กอ้วนกลมน่ารักน่าชัง ลูกของเยี่ยหัว คำก็เรียกนาง "เหนียงชิน (แม่)" สองคำก็ "เหนียงชิน" หลายครั้งจนนางหลงเลอะเลือนคิดว่าตนเป็นแม่ของเขาจริงๆ แล้ว

วิมานพำนักที่ป๋ายเฉี่ยนเคยใช้ชีวิตเอ้อระเหยลอยชาย ก็ถูกสองพ่อลูกเข้ามาบุกทะลายความเป็นส่วนตัวไป 

น่าแปลกที่นางไม่อึดอัดอย่างที่เคยคิด


คุยกันหลังอ่าน

เรื่องแนวเทพเซียน เปิดเรื่องด้วยดราม่าเหตุการณ์บางอย่าง แล้วก็ตัดมาเล่าเรื่องของป๋ายเฉี่ยนและเยี่ยหัว สลับกับเล่าย้อนอดีตของป๋ายเฉี่ยนบ้าง

เล่มหนึ่ง ใช้การเล่าเรื่องเนิบๆ ค่อยๆ บอกรายละเอียดต่างๆ ออกมา ให้ผู้อ่านเดาไปต่างๆ นานา

ซึ่งเล่มนี้ส่วนที่โอชอบมากที่สุดอยู่ที่นางเอก ป๋ายเฉี่ยน นางดูมึนๆ โก๊ะๆ รักการนอน ชอบบ่นถึงความแก่ของตัวเอง ไม่ก็จิกกัดตัวเองให้คนอ่านขำเล่น ใจดีกับคนที่ดีด้วย โหดใส่คนที่ร้ายกับตัว และด้วยอายุที่มาก ผ่านประสบการณ์หลากหลาย ก็จะไม่ค่อยหุนหันพลันแล่นหรือหูเบาเชื่อคนง่าย (อยู่มานานได้เปรียบงี้แหละ แค่ก!)

ร่างจริงของป๋ายเฉี่ยนเป็นจิ้งจอกขาวเก้าหาง นางเป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายสี่คน สนิทกับพี่สี่มากที่สุด เป็นเทพชั้นสูง (ซ่างเสิน) ซึ่งถือว่าเป็นลำดับเทพชั้นสูงที่สุดในเรื่อง 

ได้มาหมั้นกับเยี่ยหัวตามคำบัญชาของเทียนจวิน (เง็กเซียนฮ่องเต้ ซึ่งเป็นจักรพรรดิแดนสวรรค์) เนื่องจากรัชทายาทคนเก่า หรือก็คือคู่หมั้นคนก่อนที่เทียนจวิน (อีกนั่นแหละ) หาให้นั้น หนีไปแต่งงานกับหญิงอื่น เยี่ยหัวเลยเป็นรัชทายาทแดนสวรรค์คนปัจจุบันที่ได้รับคู่หมั้น (แก่ๆ) เป็นมรดกตกทอดนั่นเอง

แก่ขนาดไหนน่ะหรือ ก็ห่างกับเยี่ยหัวเก้าหมื่นปีน่ะ

ส่วนพระเอก เยี่ยหัว เป็นพระเอกแนวรักนางเอกคนเดียว นางเอกดีที่สุด ข้อเสียเธอคือข้อดี ข้อดีเธอคือสิ่งประเสริฐ คนอื่นจะเป็นผักปลายังไงไม่สน 

ด้วยตำแหน่งและหน้าที่รัชทายาท ทำให้เขาต้องแบกรับภาระหลายอย่างไว้บนบ่า แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างตอนต้นทำโอยั้งใจ ไม่ทุ่มใจให้เขานัก และแม้เวลาผ่านไปจนจบ เขาก็ยังไม่สามารถมุดเข้ามาในที่ในใจโอได้อยู่ดี อันนี้ความชอบส่วนตัวละนะ

ส่วนเล่มสอง จะไม่เนิบเท่าเล่มแรก เริ่มเข้าเรื่องหลัก เฉลยปมที่ปูมา บอกเล่าความเป็นไปของตัวละครต่างๆ มีดราม่าบ้างเพื่ออรรถรสที่พอเหมาะ ตัวละครที่โอชอบไม่ใช่นางเอกแล้ว เปลี่ยนไปอยู่ที่พี่สี่ของนางเอกแทน

แต่โดยรวม โอกลับชอบความอีเรื่อยเฉื่อยแฮะของนางเอกเล่มแรก โอว่ามันน่ารักดี เล่มสองสำหรับโอยังไม่ตรงกับความหวัง โอว่าเรื่องราว โอหวังที่มา โออยากเห็นเหตุผล อยากเห็นบทสรุป แต่เท่าที่อ่านทุกอย่างมันน้อยเกินไป บางฉากงงๆ ที่มา บางอย่างไม่เข้าใจที่ไป รวมถึงฉากแสดงอารมณ์ที่สำหรับโอยังไม่ถึง ฉากตลกหาย ดราม่ายังไม่พอ ความกระจ่างชัดก็ยังไม่พอเหมาะ ส่วนผสมเลยออกมาปะแล่มๆ

(4+3)/2 = 3.5

โอลังเลเล่มสองระหว่างจะให้ 3 หรือ 3.5 ดี มันมีส่วนที่โอชอบและส่วนที่โอไม่ชอบเลยปนเข้าด้วยกัน แต่น้ำหนักเทไปที่ 3 มากกว่า ขอให้ 3 นะคะ

ตอนพิเศษท้ายเล่มทุกตอน บ้างดี บ้างน่ารัก และบ้างคิดว่าควรจะไปอยู่ในเรื่องหลัก เพราะเป็นการเฉลยบางอย่าง ถ้าขาดไปเรื่องก็ไม่สมบูรณ์

เรื่องนี้สำหรับโอจัดว่าอ่านได้เพลินๆ ติดจะเนือยบางตอน ไม่แน่ใจว่าด้วยสำนวนหรือความน่าติดตามของเรื่อง หรือทั้งคู่ ช่วงขำขันก็ถูกลดทอนลงไปเหลือผิวๆ โอไม่ได้ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ ทำให้ใช้เวลาอ่านมากกว่าที่ควร



สำหรับสำนวนการแปล

โอว่าในการแปลหลักๆ ก็มีแค่สองข้อ คือ

1. ถ่ายทอดให้ผู้อ่านเข้าใจ
2. ด้วยเนื้อความครบถ้วนตรงความหมาย

เรื่องนี้ผู้แปลให้ความสำคัญกับข้อ 2. มากเกิน จนเบียดเนื้อที่ของข้อ 1. ไป

โอไม่เห็นด้วยกับการใช้คำทับศัพท์ กรณีที่โอคิดว่าสามารถทับศัพท์ได้มีแค่ (1)  ชื่อเฉพาะ (2) คำที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และ (3) คำที่ไม่มีความหมายในภาษาไทย สามกรณีนี้เท่านั้น

แต่คำหลายคำในเรื่อง สามารถแปลออกมาได้ โดยเฉพาะสรรพนามต่างๆ

กูกู (อาผู้หญิง) ซูสุ (อาผู้ชาย) เตีย (พ่อ) เหนียง (แม่) และคำแทนตัวทั้งหมด

โอเข้าใจว่าผู้แปลกังวลว่าจะทำให้ภาษาที่มีหลายระดับในเรื่องนั้นหายไป แต่สำหรับโอ ภาษาที่ผู้แปลเลือกใช้นั่นแหละ เป็นตัวทำลายอรรถรสสำคัญในเนื้อเรื่องเลย

ซูสุ สำหรับโอไม่ใช่ อาผู้ชาย แต่เป็นพยางค์ไร้ความหมาย ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง

ตัวอย่าง

[----ซูสุ1----]
.
.
.
1 ซูสุ หมายถึง อาผู้ชาย

การอ่านของผู้อ่านโดยทั่วไปจะเป็นอย่างนี้

อ่านเจอคำที่ไม่เข้าใจ >> หยุด >> วกสายตาลงมาอ่านคำอธิบายท้ายหน้า >> เข้าใจ >> กลับไปอ่านทวนประโยคข้างต้นใหม่

สังเกต ลำดับที่เกิดโดยไม่จำเป็นนั้น ทำลายสิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่แรกในทันทีโดยสิ้นเชิง ยิ่งถ้าประโยคนั้นเป็นใจความสำคัญของเนื้อเรื่องล่ะ เป็นประโยคบาดลึกล่ะ แม้ว่าต่อมาจะเข้าใจ ความรู้สึกในสัมผัสแรกที่ได้รับนั้นก็เรียกกลับมาไม่ได้

ไม่ใช่แค่ภาษาจีนมีหลายระดับ ภาษาอื่นๆ ก็มีหลายระดับเช่นกัน รวมทั้งภาษาไทยด้วย 

และอะไรที่ภาษาเราไม่มี ถ้าไม่ใช่ส่วนสำคัญ เราไม่จำเป็นแขวนคำให้ตายตัวกับจุดนั้น เพราะอาจทำให้ภาษาที่แปลเพี้ยน หรือผิดแปลกไปจากที่คนปกติใช้ กรณีที่มีความสำคัญในเนื้อเรื่อง อาจต้องใช้การอธิบายเพิ่มเติมในจุดที่เป็นปัญหา (เช่น คำแทนตัว เปิ่นจวิน หมายถึง ตัวข้าเทพผู้นี้ ถามว่าภาษาไทยใช้รูปแบบลักษณะนี้ไหม ตอบไม่ แล้วจะแปลให้เข้าใจได้ยังไงโดยไม่สับสนล่ะ ตอบแล้วถ้าตัดออกเหลือ ข้า จะทำให้เนื้อเรื่องคลาดเคลื่อนหรือเปล่า ถ้าไม่ ตัดออกค่ะ หรือถ้าในดุลพินิจเห็นว่าในลักษณะประโยคสามารถสอดแทรกความดั้งเดิมของภาษาไปในรูปแบบใดๆ ก็ควรพิจารณาเป็นกรณีไป)

โอรู้สึกว่าผู้แปลกำลังทำให้เรื่องง่ายเป็นเรื่องยาก ทำเรื่องยากเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า  หลงลืมละเลยกับความสำคัญของการแปล นั่นคือความเข้าใจของผู้อ่าน

โอชอบและชื่นชมอาจารย์ที่สอนเด็กให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย 

เข้าใจง่ายไม่ได้หมายถึงละเลย ไม่ได้หมายถึงขาด เข้าใจง่ายหมายถึงเข้าไปอยู่ในใจผู้รับ

ภาษาในเรื่อง ดูเผินๆ สละสลวย ด้วยเครื่องทรงที่สรรหามาใส่จนละลานตา หากแท้จริงแล้วจับต้องไม่ได้ ไม่จับใจคน




***เปิดเผยเนื้อหาสำคัญคร่าวๆ***

ถ้ายังไม่เคยอ่าน หรือไม่อยากรู้ ปิดได้เลยค่ะ

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


นางเอกต้องรับด่านสวรรค์ทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นเป็นซ่างเสิน เทพชั้นสูงสุด ด่านสวรรค์นี้ไม่สามารถเลี่ยงได้ ถ้าผ่านคือรอด ไม่ผ่านก็แตกดับไป

ส่วนด่านที่นางเอกต้องรับนั้นเป็นด่านทดสอบความรัก โดยนางเอกได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ พระเอกขณะนั้นได้เป็นรัชทายาทแล้ว ได้รับมอบหมายงานให้ไปจัดการบางอย่างในโลกมนุษย์ แล้วก็เจอนางเอกเข้า และตกหลุมรัก

เล่าย้อนไปอีกว่าตัวพระเอกนั้น มีความเป็นมาที่แปลกประหลาด จริงๆ เขาควรจะเกิดมาเป็นเทพนานแล้ว และเป็นฝาแฝดกับม่อเยวียน อาจารย์ของนางเอก แต่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทำให้เขาเกิดไม่ได้ พระบิดร พระมารดร (ใครไม่ทราบ ผู้สร้างโลกรึ?) ตัดสินใจหาวิธีให้เขาได้มาเกิดในร่างที่พ่อแม่เตรียมไว้ แต่โชคชะตาไม่เห็นด้วยจึงให้เขาพลัดมาเกิดเป็นหลานของจักรพรรดิ ตัวเขาในปัจจุบัน ก่อนเข้ามาเกิดนั้น เศษเสี้ยวบางส่วนติดไปกับฝาแฝด ซึ่งก็คืออาจารย์นางเอก ทำให้พระเอกคุ้นเคยกับนางเอกในสมัยที่นางร่ำเรียนวิชากับอาจารย์ ความคุ้นเคยนั้นเองทำให้พระเอกเกิดรักแรกพบกับนางเอกในโลกมนุษย์โดยไม่รู้ตัว

พระเอกหลงรักนางเอกที่เป็นมนุษย์ อยู่ด้วยกันจนนางเอกตั้งครรภ์ แต่รู้ตัวว่าความรักของทั้งคู่ไม่มีวันสมหวังเพราะเขาเป็นถึงรัชทายาท และดูจากรัชทายาทคนเก่า อารองของเขา ที่เกือบไม่รอดเพราะต้องการแต่งงานกับคนที่ตัวรัก พระเอกก็ออกอุบายวางแผนกับอาสามของตัวเองว่า เขาจะแกล้งตายในศึกที่จะมาถึงนี้ ให้อาสามออกหน้ากล่าวเท็จกับจักรพรรดิด้วย แต่แผนยังไม่ทันสำเร็จ ตัวนางเอกในโลกมนุษย์ก็ฝ่าปราการเซียนที่พระเอกกางไว้ออกมาตามหาสามีที่หายไป เมื่อออกมาจากกำบัง ทางสวรรค์จึงรู้สึกได้ถึงทายาทของพระเอกที่อยู่ในครรภ์นางเอก

พระเอกจำต้องรับนางเอกขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ ในตำหนักที่เขาอยู่มีเทพนางหนึ่งที่จักรพรรดิต้องการให้เขาผูกสัมพันธ์อยู่ จนต้องรับมาเป็นเมียรองแต่ในนาม

เทพนางนี้ชอบพระเอก จึงออกอุบายรังแกนางเอกทั้งวาจาและร่างกาย แสร้งทำเป็นว่านางเอกผลักตนสู่แทนประหารเซียน ทำให้ตาของตัวเองบาดเจ็บ

พระเอกมาช่วยไม่ทันก็รู้ว่าแย่แล้ว ตอนนี้จักรพรรดิเพ่งเล็งนางเอกอยู่จึงออกหน้าช่วยนางเอกไม่ได้ และให้นางเอกสละดวงตาตนให้เทพธิดาที่บาดเจ็บไป

นางเอกเจ็บช้ำใจมาก ตั้งครรภ์สามปีก็คลอดบุตรชาย ตั้งชื่อให้ว่า อาหลี (พรากจาก) และตัดสินใจกระโดดลงแท่นประหารเซียน ซึ่งสำหรับมนุษย์แล้ว มีเพียงความตาย โดยไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นพระเอกต้องรับสายฟ้าลงทัณฑ์แทนนางเอก และเมื่อนางเอกกระโดดลงจากแท่นประหารเซียน พระเอกก็กระโดดตาม ต้องสูญเสียตบะเซียน ต้องรักษาตัวยาวนานกว่าจะหาย

นางเอกฟื้นตื่นจำทุกอย่างได้ รู้ว่าตัวเองคือป๋ายเฉียน เป็นเทพไม่ใช่มนุษย์ รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเจอเป็นด่านสวรรค์เพื่อเลื่อนเป็นซ่างเสินของนาง เจอเจ๋อเหยียน ซึ่งเป็นเทพผู้ใหญ่ที่ตัวเองเคารพและสนิทกับครอบครัวของนาง จึงขอให้ฝ่ายนั้นลบความจำให้

ตัดมาปัจจุบัน นางเอกจึงจำอะไรเกี่ยวกับพระเอกและลูกไม่ได้เลย แต่พระเอกเห็นนางเอกครั้งแรก ก็รู้ว่านางเอกคือคนเดียวกับคนที่ตัวเองรัก ก็พยายามเข้ามาใกล้ชิด อยากอยู่กับนางเอก แต่ก็กลัวนางเอกจำอดีตได้แล้วจะเกลียดตัวเอง เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ ให้พระเอกเจ็บตัวบ้าง จนนางเอกจำทุกสิ่งได้ก็ทำใจให้อภัยพระเอกไม่ได้ ขณะไปปราบราชาปิศาจที่จะหลุดออกมาจากที่กักขัง พระเอกก็ออกไปสู้แทนแม้ว่าตัวเองอ่อนแอ จนพระเอกตาย นางเอกรู้ตัวว่าตัวเองขาดพระเอกไม่ได้ตอนนั้น

สามปีผ่านไป ทุกคนถึงรู้ว่าร่างที่คิดว่าสลาย ความจริงแล้วก็คงอยู่ ด้วยชะตาบันดาลหรืออะไรสักอย่าง ทำให้สภาพอำนวยอวยชัย โลงศพเหมือนสถานพยาบาล พระเอกฟื้นขึ้นมาหานางเอกได้ จบ แฮปปี้เอนดิ้ง


ระบายบันทึก

- สามชาติสามภพ ก็น่าจะมี ชาติสมัยนางเอกเป็นมนุษย์พระเอกเป็นเทพ ชาติสมัยพระเอกฝังอยู่ในจิตวิญญาณของอาจารย์นางเอกและนางเอกที่ยังเป็นเทพเอ๊าะๆ และชาติสมัยนางเอกแก่งั่กและพระเอกเป็นรัชทายาทแห่งวงศ์สวรรค์

- ฉากเมาเหล้าในป่าท้อแล้วนางเอกเผลอตัวลวนลามพระเอก โอไม่เข้าใจว่าใส่มาทำไม ไม่มีความสำคัญ แล้วทำให้เรื่องมันดูหลุดๆ ด้วย

- ควรใส่ความรักสมัยเป็นมนุษย์และตอนติดตาต้องใจนางเอกในเนื้อเรื่องหลักมากกว่านี้ ที่ใส่มาน้อยเกินไปจนเกิดความไม่เข้าใจและไม่เชื่อถือ

- ก้อนแป้งข้าวเหนียวเป็นเด็กที่พ่อแม่ละเลยมากที่สุดคนหนึ่ง น่าสงสารตอนท้ายบทหายไปเลย ถ้าไม่มีตอนพิเศษเจ้าคงถูกกินไปแล้วจริงๆ

- ตัวละครหลายตัวโผล่มางงๆ หายไปแบบงงๆ เช่น เฟิ่งจิ่ว หลานนางเอก อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามามีบทบาทน่าสนใจเหมือนจะสำคัญ แล้วก็หายไปเงียบๆ เข้าใจว่าจะมีบทบาทในภาคอื่นๆ แต่ลักษณะการใส่และถอดออกยังดูไม่มีจุดเริ่มจุดจบ ยังไม่สามารถทำให้โอผูกพันหรือเข้าใจตัวละครได้มากพอ

- เหนื่อยๆ กับดราม่าพระนางคู่นี้ ไม่ค่อยรู้สึกอยากเอาใจช่วยเท่าไรแฮะ โอไม่ชอบตัวละครที่อมพะนำและการโกรธงอนสลับไปมาด้วยแหละ

- ช่วงที่นางเอกเป็นมนุษย์จริงๆ ควรอยู่ในเนื้อเรื่องหลัก ไม่ใช่ตอนพิเศษ เพราะถ้าหายไปเนื้อเรื่องไม่สมบูรณ์แน่นอน

- ตัวร้ายตัวจริงคือเง็กเซียนฮ่องเต้ ร้ายตลอดฝั่ง รำตลอดกาล รู้ไหมว่าทำให้คนอื่นลำบากนะ

- แม่พระเอกนี่ยังไง ไหนตอนแรกหายไป บทท้ายๆ นางกลับมาแล้วหรือ

- ตาของนางเอก ตอนแรกควักออกไปแล้ว แล้วที่ใช้อยู่ตอนเป็นเทพเซียนนี่ตาใคร สุดท้ายได้ตาคืนมาแล้วเป็นยังไง

- บทรักไม่ค่อยละเมียดเท่าไร ชอบตอนตามจีบตามติดแบบเนียนๆ มากกว่า




รูปเล่ม 

หนังสือที่โออ่านคือพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง ไม่ทราบว่าหลังจากนั้นมีการแก้ไขอะไรเพิ่มเติมหรือไม่นะคะ

แต่ในพิมพ์นี้ โอยังเจอคำผิดอยู่ค่ะ

รวมๆ ที่อ่านแล้วสะดุด

เล่ม 1

หน้า 112 อัปปาง ที่ถูกต้องเป็น อับปาง
หน้า 123 สมัยข้ายังคงเรียนวิชาอยู่ที่คุนหลุนซวี ได้คบหาสนิทสนมกับท่านไม่เลวอย่างมาก

มันเป็นกลุ่มที่ไม่ควรไปด้วยกันค่ะ ไม่ดีไม่เลว (กลางๆ) ไม่เลว (พอใช้ได้) กับ อย่างมาก (ขั้นสุด) ตกลงว่าต้องการสื่อถึงขึ้นไหน มีอีกที่ด้วยแต่ลืมจดมา

หน้า 278 ทรมานทรกรรม ที่ถูกต้องเป็น ทรมาทรกรรม (ทอ-ระ-มา-ทอ-ระ-กำ)

เล่ม 2

หน้า 32 แป้นแร้น ที่ถูกต้องเป็น แป้นแล้น
หน้า 139 นี๊ดดดเดียว ที่ถูกต้องเป็น นี้ดดดเดียว (ใช้ไม้โท ตามหลักการผันวรรณยุกต์ อักษรสูงกลางต่ำ อธิบายไม่เป็นค่ะ ลองหาเอา หรือใช้วิธีเทียบแบบโอก็ได้ เช่น น หนู ปกติ สะกดยังไง น้า ใช่ไหม เพราะฉะนั้นต้องใช้ไม้โท)

หน้า 196 กงกรรมกงเกวียน ที่ถูกต้องเป็น กงเกวียนกำเกวียน




ส่วนเชิงอรรถ ยังจัดทำไม่ดีนัก หลายส่วนเนื้อหาซ้ำกับท้ายหน้า อะไรอยู่ในคำอธิบายท้ายหน้าแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่ในเชิงอรรถให้สิ้นเปลืองทรัพยากร (กระดาษ เงิน เวลา) 

อะไรที่จำเป็นสุดๆ ถ้าไม่เข้าใจเดี๋ยวนั้นจะส่งผลต่อผู้อ่าน ควรอยู่ในคำอธิบายท้ายหน้า เช่น ความหมายสรรพนาม ชื่อแทนตัวทั้งหลายแหล่ ส่วนอะไรที่ไม่จำเป็น เช่น ประวัติ ที่มา สำนวนที่ใกล้เคียง ควรไปอยู่ในเชิงอรรถท้ายเล่ม เพื่อจะได้ไม่รก ตามธรรมชาติของคน ไม่มีใครพลิกหน้าหลังบ่อยๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อยหรอกค่ะ 

บางข้อมูลที่ต้องการทันทีกลับไม่อยู่ในที่ควรจะมองเห็นได้ง่าย หรือบางส่วนก็ไม่มีเลย

เช่น การนับเลข (หน้า 274 เล่ม 2) สี่เก้าสามสิบหก โองงนานมาก นึกไปสี่พันเก้าร้อยสามสิบหกเหรอ อ่านๆ ไปลองๆ เดาดู ถึง อ๋อ สี่คูณเก้าได้สามสิบหก

หรือคำอธิบายบางอย่างก็ไม่จำเป็น เช่น ยิงศรเดียวได้แร้งสองตัว แล้วก็มาอธิบายข้างล่างว่า หมายถึง ยิงธนูนัดเดียวได้นกสองตัว กรณีนี้ผู้อ่านพอเข้าใจด้วยบริบทเนื้อหาประโยคอยู่แล้ว การใส่ข้อมูลมากเกินทำให้อ่านสะดุด และเกินความจำเป็น

เล่มหนึ่งมีคำบอกเลขหน้าเชิงอรรถภาพที่เกี่ยวกับเนื้อหา แต่ในเล่มสองไม่มีคำบอกเลขหน้าเลย ถ้าทำก็ควรทำทั้งหมด ไม่ทำก็ไม่ทำทั้งหมด

และส่วนที่เป็นเกร็ดต่างๆ นั้น อาจจะจำเป็นต่อการสืบค้นของผู้แปล แต่ไม่จำเป็นที่ต้องอยู่ในหนังสือของผู้อ่าน เพราะไม่ได้สำคัญต่อเนื้อเรื่อง และไม่สำคัญต่อความต้องการของผู้อ่าน เช่น สี่ทะเลแปดดินแดน สวรรค์ทั้งสามสิบหกชั้นของลัทธิเต๋า






.
.
.

การรักใครสักคนก็เป็นเช่นนี้แหละ คิดแต่อยากจะให้คนที่รักมีความสุขไปทุกอย่าง เมื่อคนที่รักมีความสุขแล้ว ตัวเราก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของความรัก ต่อให้ถูกลงโทษทนทุกข์ หากในหัวใจมีใครสักคนซุกอยู่ โทษทัณฑ์หรือความทุกข์ใหญ่หลวงเทียมฟ้า ก็เป็นเพียงการเคี่ยวกรำที่แสนหวานเท่านั้น

หน้า 156  บทที่ 21 เคียงคู่เสียงมังกรคำราม ณ คุนหลุนซวี เขาได้หวนคืน
เล่ม 2 

.
.
.


ตอนเที่ยวภูเขา พี่สี่จะพูดว่า "เจ้าดูขุนเขาสูงเสียดเมฆนี่สิ ยืนบนยอดแล้วมองไป โลกนี้ทั้งหมดช่างเล็กจ้อยถึงเพียงนี้ ไม่ได้ทำให้จิตใจของเจ้าขยายกว้างไพศาลในพริบตาดอกหรือ? ไม่ได้ทำให้เจ้ารู้สึกว่าการช้ำรักของหนุ่มสาวเป็นเพียงปุยเมฆที่ปลายฟ้า แค่โบกมือก็ลบไปได้ดอกหรือ?"

ตอนเที่ยวน้ำตก พี่สี่จะพูดว่า "เจ้าดูน้ำตกที่ไหลแรงดิ่งลงนี่สิ แล่นถาโถมสู่คงคา ไม่ว่างเว้นวันคืน ทั้งไม่เคยหวนกลับ เจ้าดูน้ำตกนี่แล้ว...ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตก็เป็นเช่นนี้ ไม่อาจหวนกลับ ต้องมองไปข้างหน้าเสมอดอกหรือ?"

ตอนเที่ยวตลาด พี่สี่จะพูดว่า "เจ้าดูมนุษย์ที่เป็นเหมือนมดปลวกเหล่านี้สิ สามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกได้เพียงไม่กี่สิบปีร้อนหนาว ทั้งยังถูกชะตาชีวิตสารพัดแบบที่เทพชะตาลิขิตผูกมัดไว้ ที่ทำนาส่วนใหญ่ลำบากยากจนไปชั่วชีวิต ที่เรียนส่วนใหญ่ไร้โอกาสแสดงความสามารถ หญิงสาวดีๆ ที่ถูกเลี้ยงในห้องหอส่วนใหญ่ได้แต่งงานกับสามีสถุล แต่พวกเขายังคงใช้ชีวิตอย่างรื่นเริง เจ้าดูมนุษย์เหล่านี้แล้ว...ไม่รู้สึกดอกหรือว่าตัวเองดีกว่าพวกเขาตั้งมากมายหลายเท่า?"


หน้า 218  บทที่ 23 เจ้าคือบทเพลงซึ่งขับขานไม่รู้จบของข้า
เล่ม 2

.
.
.





Create Date : 08 สิงหาคม 2559
Last Update : 8 สิงหาคม 2559 3:34:45 น.
Counter : 3004 Pageviews.

14 comments
  
เป็นงานแรร์ แต่พอเราได้อ่านก็เฉยๆนะ ถามว่าสนุกไหม ก็สนุก แต่ยังไม่พีคมากมาย

แต่เขาว่าภาค ลิขิตเหนือเขนย สนุกกว่า ก็ยังไม่ได้ลอง และยังดองอยู่ 5555

คุณโอ อ่านลิขิตฯ หรือยัง ถ้าอ่านแล้วใสเมาท์ต่อนะ ... รอค่ะ
โดย: Prophet_Doll วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:8:16:22 น.
  
มาอ่านรีวิว
ส่งกำลังใจค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
ALDI Klaibann Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:13:24:54 น.
  
คุณ Pd ใช่ๆ ความรู้สึกโอประมาณนั้นเลยค่ะ โอคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องช่วงเวลาที่ออกด้วย ป่าท้อฯ นี่เป็นนิยายจีนแนวโรแมนติกช่วงยุคต้นๆ ที่มาแปลในไทยเลย ท้ายเล่มพิมพ์ปี 54 ถ้านับรวมช่วงแปลอีกก็ไม่ต่ำกว่าห้าปีแล้ว ความรู้สึกแรกก็อาจจะแปลกใหม่ และสนุกถ้ามองจากตัวเลือกที่มีน้อย ณ ช่วงเวลานั้น แต่ตอนนี้หนังสือแปลออกกันให้ควั่ก รสที่ได้รับก็หลากหลาย ทำให้ความแปลกใหม่หรือแตกต่างช่วงแรกนั้นไม่เท่ากับคนที่เสพงานสมัยแรกๆ

ลิขิตเหนือเขนย โอไม่ได้ซื้อค่ะ และคิดคงไม่มีโอกาสได้อ่านด้วย เรื่องนี้โอก็ขอยืมมา

คุณ pantawan ขอบคุณที่มาเยียมและโหวตให้นะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:22:12:42 น.
  
ว้าวววว เคยได้ยินเรื่องนี้มานะคะ น่าสนุกมากเลยค่ะ

ครือเดิมทีไม่เคยสนแนวนี้ แต่ตั้งแต่ ฮวาเชียนกู่ กะซือฟุ ทำพิษ จี๊ดจ๊าดเรยติดแนวเทพเซียนแบบงอมแงมถอนตัวมะขึ้นเรยค่ะ

อูย มาอ่านรีวิวของคุณออโอแล้วยิ่งน่าอ่าน แล้วอยากรอดูตอนเอามาทำหนัง ต้องสนุกมากๆเลย

ขอพระเอกหล่อๆ มันเป็นสำมะคัญ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เวียงแว่นฟ้า Book Blog ดู Blog
ไอเอิร์ธ Cartoon Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: จี๊ดจ๊าด (บ้านต้นคูน ) วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:22:38:36 น.
  
น่าสนุกนะคะ
ปกหนังสือสวยจัง
โดย: อุ้มสี วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:22:41:03 น.
  
เอิ่มม พระเอก ที่บ้านเรียกว่าหลงนะ ไม่เห็นข้อเสียอะไรเลยเนี่ย

เห็นด้วยเรื่องการแปลแฮะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 สิงหาคม 2559 เวลา:8:50:26 น.
  
ป่าท้อสิบหลี่เป็นเรื่องแรกที่เราได้อ่านแนวเทพเซียน มีเพื่อนให้ยืมอ่าน หลังจากอ่านจบ เลยตัดสินใจซื้อมาเก็บเอง ราคาสูงมากเมื่อเทียบกับสนพ.อื่น TT

ส่วนเรื่องการแปลตอนแรกก็ไม่ชินแต่ก็ปรับตัวให้เข้ากับการแปลค่ะ โดยรวมสำหรับเราชอบมากนะในครั้งแรกที่อ่าน เพราะพล๊อตแปลกไง

แต่่ถ้ามาอ่านตอนนี้ซึ่งแนวเทพเซียนออกมาเกลื่อนกลาดแล้วเราก็คงเฉยๆกับเรื่องนี้นะ

ยิ่งตอนที่รู้ว่าคนแต่งลอกงานของนักเขียนท่านอื่นมาอีกที ยิ่งเฟลอะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังซื้อลิขิตเหนือเขนยมาดองไว้ และหวังว่าคนแต่งจะไม่ลอกงานคนอื่นมาอีกทีนะ หวังว่าเธอคงจะได้บทเรียนบ้าง

ตอนนี้รอดูซีรี่ย์เรื่องนี้อย่างเดียวเลย อยากดูที่เป็นหนังด้วย หลิวอี้เฟยรับบทป๋ายเฉียน ยิ่งอยากดูอะ

โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 9 สิงหาคม 2559 เวลา:10:17:51 น.
  
อ้าว....ยังไม่ลืมนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ออโอ Book Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 9 สิงหาคม 2559 เวลา:16:01:49 น.
  
คุณจี๊ดจ๊าด โอก็ชอบตำนานรักเหนือภพค่ะ ส่วนเรื่องนี้ถึงจะแนวเทพเซียนเหมือนกันแต่อารมณ์เรื่องจะต่างกันค่ะ นิสัยพระนางก็ต่าง ต้องลองอ่านค่ะ

คุณอุ้มสี ปกภาคแรกวาดโดย eno ค่ะ ปกหน้าเป็นรูปทิวทัศน์ปกหลังเป็นรูปคนโดยใช้ภาพต่อกัน ส่วนภาคสองใช้ผู้วาดคนละคนค่ะ

พี่สาวไกด์ฯ สวัสดีค่ะ พระเอกนี่หลงนางเอกจริงๆ ค่ะ ฮ่าๆ ขอบคุณที่โหวตให้โอนะคะ

คุณเรียวรุ้ง ทราบมาเหมือนกันค่ะว่าได้เป็นซีรีส์แล้ว คอซีรีส์จีนได้เฮเลย ขอบคุณที่โหวตบล็อกให้นะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 14 สิงหาคม 2559 เวลา:16:34:27 น.
  
คุณโอ ทับศัพท์จีนของผู้แปล เธอจะแตกต่างจากที่คนไทยเราคุ้นด้วยอีกต่างหากค่ะ เช่น ( หวงตี้/ฮ่องเต้ หวงโฮ่ว/ฮองเฮา )

เราซื้อเรื่องนี้เพราะชอบ จอมนางฯ แต่ได้พออ่านจริง ก็เฉย ๆนะ ( ช่วงหลัง ๆ ที่อ่านงานจีนแล้วพบว่า จีนแนวเทพเซียน ไม่ค่อยถูกจริตเราเท่าไร ) ลิขิตเหนือเขนย ก็เลยไม่ได้ซื้อค่ะ

งานเล่มหลัง ๆ เชิงอรรถ นี่หนาร่วม 100 หน้าได้ค่ะ

โดย: Serverlus วันที่: 23 สิงหาคม 2559 เวลา:20:09:13 น.
  
คุณเอ้ ใช่ค่ะ ตั้งแต่ชื่อเรื่องเลย อะไรสิบหลี่ หลี่อะไร อ๋อออ ลี้
โอชอบเทพเซียนนะคะ อาจเพราะมันเป็นแฟนตาซีด้วยแหละ โอชอบอะไรเหนือธรรมชาติ
โดย: ออโอ วันที่: 23 สิงหาคม 2559 เวลา:21:50:32 น.
  
เห็นด้วยกับเรื่องการใช้คำจีนมากไปไม่ยอมแปลไทยค่ะ แม้แต่คำง่าย ๆ หรือคำที่สามารถหาภาษาไทยมาใช้แทนได้ ก็ยังจะใช้คำจีนอยู่นั่นแหล่ะ
อ่านแล้วสะดุด อ่านแล้วไม่เข้าใจต้องหา/ดู/นึกทบทวนว่าคำนี้แปลเป็นไทยว่าอะไร ถ้าจะใช้คำจีนเต็มพรืดไปหมดแบบนี้แล้วเรียกว่าการแปลได้ไงคะ คนไม่รู้ภาษาจีนอย่างเราหลายครั้งก็นึกว่าคำจีนพวกนี้เป็นชื่อคนเสียอีก จำยากมากค่ะ หลายครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าคนแปลไร้ความสามารถที่จะแปลเป็นไทยหรือไง ยิ่งคำง่าย ๆ อย่าง พ่อ แม่ พี่สาว น้องสาว อาหญิง อาชาย แม่ทัพ นายกอง ฯลฯ อะไรพวกนี้ คำไทยก็มีให้ใช้ ทำไมต้องใช้คำจีนด้วยคะ คนไม่รู้ภาษาจีนอ่านหนังสือแปลเพราะอยากให้คนแปลแปลเป็นไทยให้อ่านนะคะ ไม่ใช้เอาภาษาจีนมาให้อ่าน ถ้าจะต้องอ่านภาษาจีนในหนังสือแปลไทยเยอะแยะมากมายครึ่งค่อนเล่มแบบนั้น เราไปลงเรียนภาษาจีนแล้วหาต้นฉบับมาอ่านเองเสียดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินให้คนแปลภาษาที่แปลเหมือนไม่ได้แปล น่ารำคาญมาก

คนแปลที่มีความสามารถจริง ๆ ควรต้องหาคำไทยที่เหมาะสมมาใช้ได้ มันแสดงให้เห็นความสามารถและความรู้ทางภาษา ที่ไม่เพียงแต่แปลภาษาต่างประเทศได้ ยังเชี่ยวชาญในภาษาแม่ของตัวเองด้วย
โดย: ตามอ่าน IP: 1.47.42.167 วันที่: 24 มกราคม 2560 เวลา:18:56:20 น.
  
สวัสดีค่า รบกวนถามหน่อยค่าว่าเรื่องสามชาติสามภพฉบับนิยายตอนนี้หาซื้อได้ที่ไหนคะ
โดย: เก่ง IP: 202.90.6.36 วันที่: 31 มกราคม 2560 เวลา:11:31:33 น.
  
คุณตามอ่าน โอไม่ทราบว่าเหตุผลอะไรผู้แปลถึงเลือกแปลลักษณะนี้ ก็คงมีเหตุผลของเขา แต่โอก็มีเหตุผลที่โอไม่ประทับใจเหมือนกัน ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ

คุณเก่ง ค้นหาคำว่า "สำนักพิมพ์สุรีย์พร" ในช่องค้นหาของเฟซบุ๊กค่ะ เป็นเพจของสนพ. ลองสอบถามที่นั่นนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:0:42:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments