กุมภาพันธ์ 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน
เรื่องนี้ขอยืมมาค่ะ Smiley ยาวๆ เลย




เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน (10 เล่มจบ)
หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน  อวี้หลิน, ดารินทิพย์ แปล
สำนักพิมพ์ SIAM INTER BOOK
2,845 บาท  3,852 หน้า

หลังปก เล่ม 1

ในหน้าประวัติศาสตร์จีนส่วนใหญ่ จะบันทึกแต่เรื่องราวของบุรุษ ส่วนสตรีที่อยู่เบื้องหลังล้วนเป็นเพียงเงาอันโดดเดี่ยวที่ถูกกล่าวถึงเพียงน้อยนิด สิ่งเดียวที่พระสนมนางในเหลือทิ้งไว้บนหน้าหนังสือประวัติศาสตร์เก่าเหลืองก็คือนามสกุลและชื่อตำแหน่งที่ไร้ความหมาย เรื่องราวชีวิตของพวกนางล้วนกลืนหายไปกับเศษเถ้าธุลีในทุกรัชสมัย

สงครามการแก่งแย่งชิงดีของสตรีนับเป็นสงครามที่โหดร้ายทารุณยิ่งกว่าสงครามใด และ "ตำหนักใน" ก็คือสมรภูมิที่รวบรวมความโหดร้ายทารุณนั้นไว้

วันที่ข้าเข้าวังหลวงเป็นครั้งแรกเป็นวันที่อากาศสดใส วันที่ยี่สิบเดือนแปดแห่งรัชศกเฉียนหยวนปีที่สิบสอง ฤกษ์งามยามดี เมื่อยืนมองจากภายในกำแพงพระราชวังต้องห้าม เห็นท้องฟ้าสีครามใสราวอัญมณีชั้นดีไร้เมฆหมอกบดบัง สูงขึ้นไปคือนกอินทรีที่บินผ่านไปมาเป็นครั้งคราว ว่ากันว่านกอินทรีที่บินสูงเสียดฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ทว่า... 

หยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลรินลงมาจากดวงตาของข้า เกรงว่าชีวิตนี้ ข้าคงต้องจมอยู่กับความถวิลหาและความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงไปตลอดกาล แม้จะทอดสายตาเหม่อมองออกไปไกลจนสุดขอบฟ้า แต่ก็คงมิอาจพานพบไปชั่วชีวิต


คุยกันหลังอ่าน

นี่เป็นเรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวังหลวง ตำหนักในที่เต็มไปด้วยหญิงสาวต่างที่มา ต่างเรื่องราว ต่างความปรารถนา

หญิงสาวมากหน้าหลายตาหวังเป็นที่โปรดปราน แต่หลายคนก็ไม่อยากเป็นเช่นนั้น

เจินหวนคือหนึ่งในหญิงสาวที่ไม่อยากได้รับการคัดเลือก นางหวังเพียงบุรุษที่สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปจนแก่เฒ่า แต่วังหลวงไม่ใช่สถานที่เช่นนั้น

เจินหวนในวัยสิบห้าปีถูกบีบบังคับให้ต่อต่อสู้ดิ้นรน ผ่านเรื่องราวนานัปการ

เป็นสิบเล่มที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมายเท่าที่ชีวิตคนคนหนึ่งจะมีได้

สุข ทุกข์ มีความหวัง และผิดหวัง

จากสาวน้อยวัยแรกแย้มจนถึงเติบโตเป็นต้นไม้แข็งแกร่ง

ชั้นเชิงเรียบง่าย จนไปถึงการซ้อนแผนและย้อนกลศัตรู

และนี่คือชีวิตของคนในวัง


เป็นเรื่องที่โอจัดว่าชอบมากเลยค่ะ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 "ข้า" แทนตัวเจินหวน ในการดำเนินเรื่อง เริ่มเล่มหนึ่งยังอาจจะยังไม่ซับซ้อน นิสัยของแต่ละคนก็ยังไม่ชัด พอผ่านไปแต่ละเล่ม นิสัยที่แท้จริงๆ แต่ละคนก็จะค่อยๆ เผยออกมา และบางครั้งเมื่อเวลาผ่านไป ใจคนก็เปลี่ยนไปได้

ตัวละครแต่ละตัวมีความเป็นมนุษย์ รัก โลภ โกรธ หลง เสียใจ ไม่ให้อภัย ปลดปลง แม้แต่ตัวเอกอย่างเจินหวนก็ตาม

เจินหวนเกิดในตระกูลใหญ่ มีความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี และเชื่อมั่นในตัวเอง รักครอบครัวและพวกพ้อง หัวดี 

เจินหวนในเล่มต้นๆ ยังเด็ก แม้จะฉลาด แต่ขาดความสุขุมเยือกเย็น และยังไม่เคยเจอเรื่องราวร้ายๆ ทำให้อาจมองโลกแค่จากมุมที่ตัวเห็นอย่างเดียว จนผ่านมรสุมชีวิตมากมาย ทำให้การมองโลกเป็นไปในมุมที่กว้างกว่าเดิม รู้จักหย่อนเพื่อหาจุดหลีกหลบการปะทะ รู้จักรอคอย บ่มเพาะให้มีนิสัยเยือกเย็น จนหลายครั้งกลายเป็นความเย็นชา

ใครที่ชอบความมีตัวตนของตัวละคร คาดหวังเรื่องราวที่หลากหลาย อยากรู้ชั้นเชิงการเอาชนะของเหล่าสตรีในวัง และการเติบโตของคน น่าจะชอบเรื่องนี้

ไม่ต้องกลัวว่าจะอ่านยากนะ หนังสือไม่ได้อ่านยากค่ะ ที่มากคือจำนวน ที่ชวนล้นปรี่คือชื่อตัวละครอันมหาศาล แต่เราเชื่อว่าท่านทำได้ ฮ่าๆ Smiley

เพื่อความมั่นใจ 

หนึ่ง โอเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหากับชื่อคนมาก แต่โอผ่านมาแล้ว เบ๊อะแบบโอยังทำได้เลย 

และ สอง ในเมื่อเราผ่านมาแล้ว เรายินดีทำหน้าที่บุกถางแผ้วทางให้ทุกท่านสะดวกจรลี โอทำสรุปมาให้ แยกเป็นเล่มๆ มีประโยชน์เวลาสับสนบรรดาชื่อและตำแหน่งทั้งหลาย หรือสถานการณ์ที่เกิด ส่วนนี้ทำให้กินเวลากว่าที่คิด และเหนื่อยกว่าที่คิดมากๆ (สรุปเล่มเดียวหกเจ็ดชั่วโมงก็มีมาแล้ว นับถือคนเขียนและคนแปลจริงๆ)





***แน่นอนว่าเนื้อหาต่อไปนี้เป็นการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ใครไม่อยากรู้จบแค่ตรงนี้เลยจ้า

ใครอยากรู้อีกนิดเพื่อตัดสินใจ งั้นลองอ่านสรุปเล่มหนึ่งดู อย่างมากก็แค่สิบเปอร์เซ็นต์เนอะ





เล่ม 1
อวี้หลิน แปล
280 บาท  354 หน้า

เจินหวน (ชื่อหวน สกุลเจิน) ลูกสาวรองเจ้ากรมอักษร อายุสิบห้าปี ต้องเข้าร่วมการคัดเลือกหญิงสาวเพื่อเข้าวังตามธรรมเนียมปฏิบัติของลูกสาวขุนนางทุกคน เจินหวนไม่อยากเข้าวัง นางมีความตั้งมั่นอยากแต่งงานและมีชีวิตอย่างสงบสุข แต่กลับพลาดแสดงความเฉลียวฉลาดให้ฮ่องเต้สนใจ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุ้ยเหริน สนมขั้นหก มีราชทินนาม ‘หวั่น’  (จากที่อ่านมา คนที่ได้รับราชทินนามต้องเป็นคนที่ฮ่องเต้ชื่นชอบเป็นพิเศษ เวลาเรียกก็จะเรียก หวั่นกุ้ยเหริน)

แม้จะต้องเข้าวังมา แต่เจินหวนยังยึดความตั้งใจเดิมคือต้องการอยู่อย่างสงบสุข ไม่อยากแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร จึงติดต่อกับเวินสือชู หมอหลวงที่คุ้นเคยกับครอบครัวอย่างดี แถมเขายังแสดงออกชัดว่ามีใจให้ แม้นางจะปฏิเสธชัดเจนไปแล้ว ว่าไม่อยากถวายการปรนนิบัติฮ่องเต้ เวินสือชูร่วมมือโดยไม่มีข้อแม้ จึงเป็นที่รู้กันต่อจากนั้นว่าหวั่นกุ้ยเหรินป่วย ต้องการการพักฟื้นอย่างเงียบสงบ

ระหว่างนั้นมีเพียงสนมนางในที่มาเยี่ยมเยียนและสนิทสนมด้วยกับเจินหวนไม่กี่คน สองในนั้นคือเสิ่นเหมยจวง ที่สนิทกับเจินหวนตั้งแต่ก่อนเข้าวัง (ชื่อเหมยจวง สกุลเสิ่น อายุสิบหกปี เข้าวังตำแหน่งเสี่ยวอี๋ สนมขั้นห้ารอง และได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผิน มีราชทินนาม ‘ฮุ่ย’ ตำแหน่งสนมขั้นห้าหลังถวายการปรนนิบัติ) และอันหลิงหรง (ชื่อหลิงหรง สกุลอัน) คนที่เจินหวนช่วยจากการดูแคลนจากหญิงผู้อื่นตั้งแต่วันเข้าร่วมการคัดเลือก ตำแหน่ง ส่วนซื่อ สนมขั้นเจ็ดรอง

หลายเดือนผ่านไป ในวังเริ่มหมดความสนใจเจินหวน หญิงที่ไม่อยู่ในสายตาของฮ่องเต้ก็ไม่มีค่าควรแก่การใส่ใจ แขกหาย ข้ารับใช้จาก เจินหวนใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในตำหนักห่างไกล 

จนกระทั่งได้พบชายแปลกหน้าที่แนะนำตัวว่าคือ ชิงเหออ๋อง (น้องชายของฮ่องเต้) ในสวน ทั้งสองต่างสนใจกันและกัน

เจินหวนกลัวตัวเอง เพราะค้นพบว่านั่นคือรักแรกพบ เป็นรักต้องห้าม ภายหลังจึงรู้ว่าชิงเหออ๋องผู้นั้นคือฮ่องเต้นั่นเอง นางทั้งดีใจ โล่งใจ และกังวลใจไปพร้อมกัน รู้ว่าต่อไปคงหลีกหนีความวุ่นวายในวังไม่พ้นแน่ แต่ก็ต้องทำเพราะรัก 

นางได้รับตำแหน่งเลื่อนเป็นผิน สนมขั้นห้าตั้งแต่ยังไม่ถวายตัว (เรียก หวั่นผิน)  ฮ่องเต้โปรดปรานเจินหวนอย่างไม่เคยทำกับสนมนางในคนอื่นๆ มาก่อน จึงทำให้นางกับเพื่อนโดนหมายหัวจากสนมคนที่อิจฉา มีการลอบทำร้ายต่างๆ นานา

และต่อมาไม่นานก็เลื่อนตำแหน่งเป็นหวั่นอี๋ สนมขั้นสี่รอง (เรียก เจินหวั่นอี๋)
เมื่อตัดสินใจจะรัก และยอมรับที่จะรัก เจินหวนต้องแสดงบทบาทต่างๆ ในหลายสถานการณ์ เป็นสนมที่จิตใจงาม บอบบาง ให้อภัยคนง่าย ต่อหน้าฮ่องเต้ และสนมผู้อื่น และเป็นคนที่ตอบโต้ได้อย่างโหดเหี้ยมต่อศัตรูที่มุ่งทำร้าย ต้องรอบคอบและระมัดระวัง หูตาว่องไว

แม้กระทั่งกับชายที่รักข้างกาย ก็ขาดความรอบคอบไม่ได้ เพราะชายคนนั้นคือบุรุษที่กุมทุกชีวิตไว้ในมือ มีตาชั่งที่ตวงวัดอำนาจและความปรารถนาในใจ มีรักที่พร้อมแจกจ่ายได้มากมาย และพร้อมจะตัดสะบั้นเมื่อสิ้นรักได้ตลอดเวลา พลาดเมื่อไร ไม่มีแม้แผ่นดินจะฝังร่าง



สถานการณ์


ก่อนเจินหวนเข้าวัง

- ฮ่องเต้อภิเษกสมรสเมื่อ 12 ปีก่อน (อายุ 13 ปี) ห้าปีต่อมาสูญเสียฮองเฮาที่รักไปขณะนางคลอดบุตรชาย และในปีเดียวกันนั้นก็สูญเสียพระมเหสีเต๋อเฟยและเสียนเฟย ว่ากันว่าการสิ้นพระชนม์เกี่ยวข้องกับการสวรรคตของฮองเฮา  น้องสาวต่างบิดาของฮองเฮา ซึ่งขณะนั้นมีตำแหน่งกุ้ยเฟย สถาปนาขึ้นเป็นฮองเฮาแทน 
- ไทเฮา ฮองเฮาองค์ก่อน และฮองเฮาองค์ปัจจุบัน เป็นญาติกัน
- เนื่องจากฮ่องเต้ครองราชย์ตั้งแต่ยังเล็ก ไทเฮาจึงว่าราชการหลังม่านสามปี หลังจากนั้นถึงปลีกตัวไม่ยุ่งทั้งราชสำนักและฝ่ายใน
- ปัจจุบันมีพระโอรส 1 พระองค์จากเชวี่ยเฟย พระธิดา 2 พระองค์ องค์โตจากซินกุ้ยผิน และองค์เล็กจากเฉาหรงหวา ฮ่องเต้ไม่โปรดพระโอรส ส่วนพระธิดาทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะองค์เล็กนั้นทรงเอ็นดู
- ตำแหน่งพระสนมเอก ซึ่งเป็นตำแหน่งรองจากฮองเฮามีเพียงสามคน คือ หวาเฟย ตวนเฟย และเชวี่ยเฟย (ตำแหน่งพระสนมขั้นสอง เฟย ทั้งหมด) ส่วนตำแหน่งพระมเหสี (ตำแหน่งพระสนมขั้นหนึ่ง) และพระสนมขั้นหนึ่งรอง นั้นยังว่างอยู่
- หวาเฟยคือพระสนมที่สวยงามที่สุด ฮ่องเต้โปรดที่สุด, ตวนเฟยคือพระสนมคนแรกที่แต่งตั้ง อยู่ในวังมานานที่สุด และเชวี่ยเฟยคือพระสนมเพียงคนเดียวที่มีพระโอรสให้ฮ่องเต้
- ฮองเฮามีตำแหน่ง แต่ไม่ค่อยมีอำนาจ ฮ่องเต้ปฏิบัติตัวด้วยความเกรงใจ ส่วนหวาเฟยคือคนมีอำนาจคานฮองเฮามากที่สุด และฮ่องเต้ก็หลงใหลที่สุดด้วย
- ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันชื่อ เสวียนหลิง เป็นพระโอรสองค์ที่สี่ของอดีตฮ่องเต้ องค์ชายคนอื่นมียศเป็นอ๋อง คนที่เป็นกำลังสำคัญของฮ่องเต้คือหรู่หนานอ๋อง เสวียนจี่ (องค์ชายสามของอดีตฮ่องเต้) และคนที่ฮ่องเต้สนิทสนมที่สุดคือชิงเหออ๋อง เสวียนชิง (องค์ชายหกของอดีตฮ่องเต้) 


หลังเจินหวนเข้าวัง

- เปิดเรื่องฮ่องเต้อายุ 25 ปี (เจินหวน 15 ปี ห่างกัน 10 ปี!) ปิดเล่มฮ่องเต้อายุ 26 ปี
- หวาเฟยสูญเสียอำนาจบางส่วนไป
- เหมยจวงตั้งครรภ์ ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหรงหวา สนมขั้นสี่ 


เกร็ด (รวบรวมจากเรื่อง)

- ตำแหน่งสนม ยิ่งสูง อำนาจยิ่งมาก สนมขั้นต่ำกว่าต้องให้ความเคารพสนมขั้นสูงกว่า
- ตำแหน่งพระสนมขั้นสามขึ้นไป จะถูกเรียกว่า “พระสนม” หรือ “นายหญิง” ได้เป็นนายตำหนัก ตำแหน่งต่ำกว่านั้นจะไม่มีตำหนักเป็นของตัวเอง (ใช้ตำหนักร่วมกันประมาณสามคนต่อตำหนัก คนที่มีตำแหน่งสนมสูงสุดจะเป็นนายตำหนัก) และจะถูกเรียกว่า “นายหญิงน้อย”
- ตามปกติจะได้เลื่อนตำแหน่งสนมหลังถวายการปรนนิบัติฮ่องเต้ หรือมีเหตุอันควรให้เลื่อน เช่น ตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือตามความพอใจของฮ่องเต้
- ไม่ใช่สนมทุกคนที่จะมีราชทินนาม โดยปกติต้องเป็นที่พอใจของฮ่องเต้ถึงจะตั้งให้
- ตำแหน่งพระสนมขั้นหนึ่ง (กุ้ยเฟย ซูเฟย เสียนเฟย และเต๋อเฟย) จะถูกเรียกว่า “พระมเหสี”



หลังอ่าน

จะถูกกองทัพชื่อทับตาย อ๊ายยย ทั้งชื่อ สกุล ราชทินนาม ตำแหน่ง แล้วพวกยศตำแหน่งนี่ เดี๋ยวเลื่อนขึ้นเลื่อนลง สำหรับคนที่จำชื่อคนยากอย่างโอ เรื่องนี้งานหนักพอควรเลยค่ะ

เวลาอ่าน ต้องจับสามหน้าพร้อมค่ะ หน้าแรกคือหน้าที่อ่านปัจจุบัน หน้าที่สองคือหน้าที่วกกลับไปหาว่าชื่อที่อ่านอยู่นี้เป็นใคร เคยปรากฏมาแล้วตรงไหน เพราะการเล่าเรื่องจะเป็นลักษณะชื่อที่อยู่ๆ ก็โผล่พรวดมาเลย เราก็ เฮ้ย มาจากไหนนน ต้องพลิกกลับไปหา (เคล็ดลับคือ ไม่ต้องไปใส่ใจกับมันมากค่ะ บางทีแค่ตัวประกอบ คนรับใช้ที่ไม่มีความสำคัญใดๆ โผล่มาทีเดียวแล้วหาย ไปจำเรื่องอื่นดีกว่า -.-) หน้าที่สามคือหน้าตำแหน่งสนมค่ะ จะได้เทียบว่าสนมคนนั้นยศอะไร สูงต่ำกว่าใครบ้าง อ่านคุ้มกระดาษเลย เปิดจนพรุน เลยอ่านได้ช้า ค่อยคืบคลานไปบ้าง แต่ไม่รู้สึกลำบากมากมายนะคะ ก็เพลินดี

ครึ่งเล่มแรกธรรมดา ไม่โดดเด่น ด้วยการเล่าเรื่องโดยสรรพนามบุรุษที่ 1 “ข้า” แทนตัวเจินหวน ข้าอย่างนั้น ข้าอย่างนี้ แทบทุกย่อหน้า เลยดูซ้ำซ้อนไปบ้าง สถานการณ์ที่น่าจะตื่นเต้นอย่างตอนถูก “รั้งไว้” คัดเลือกเข้าวังก็ธรรมดา ไม่ได้แสดงความสามารถของนางเอกเหมือนที่คนอื่นพยายามบอกว่านางเอกเก่งเท่าไร สถานการณ์ในฝ่ายในก็เป็นอารมณ์ผู้หญิงตบตีกันแย่งผู้ชาย 

แต่ครึ่งหลังสนุกค่ะ มีสถานการณ์ต่างๆ เข้ามา ทำให้การเล่าเรื่องหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ตอนที่เจินหวนตัดสินใจที่จะโดดเข้าร่วมวงแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ถ้าไม่มีอำนาจก็เท่ากับตาย ต้องวางอุบาย แสดงละคร (เจินหวนแสดงละครเก่งมากค่ะ ว่าไม่ได้นะ เขาต้องอยู่ให้รอดก็ต้องทำงี้แหละ) เจินหวนรู้ว่าฮ่องเต้ชอบตัวเองเพราะสวยและไม่เหมือนใคร ตัวเองก็ต้องหาวิธีมาทำให้ฮ่องเต้สนใจตัวเอง มากไปเบื่อง่าย ศัตรูเยอะ หายไปก็ลืม ไม่มีอำนาจป้องกันตัวเองพอ ต้องอยู่ที่กึ่งกลางให้ได้ 

หรือแม้แต่สั่งฆ่าคนก็ต้องทำ นางถึงกับเก็บไปฝันร้ายเลย จุดนี้ทำได้ดี เพราะแสดงถึงความเป็นผู้หญิงธรรมดาของเจินหวน ถูกบีบให้ต้องสู้ ต้องโหดร้าย  ซึ่งจริงๆ แล้วนิสัยเจินหวนเป็นคนรักความยุติธรรมนะคะ ถ้าไม่รังแกนางก่อน นางก็จะไม่ทำอะไร แต่ถ้าใครมายุ่ง ก็ต้องหาทางป้องกันตัวเองให้ได้ แถมลึกๆ ยังมีนิสัยหยิ่งทระนง เอาแต่ใจตัวเองใช่เล่น(เป็นลูกสาวขุนนางที่พอมียศไม่น้อยนะ) รู้จักใช้ประโยชน์คน และมีมารยาหญิง 

ความรักระหว่างเจินหวนกับฮ่องเต้เหมือนรักแรกพบ รักต้องตา รักคุยกันถูกคอ ฮ่องเต้ถูกใจเจินหวนเพราะนางสวย สดใส กล้าพูดความในใจในสิ่งที่ไม่เคยได้รับจากใครคนไหน ส่วนเจินหวนก็ถูกใจฮ่องเต้ เพราะเป็นผู้ชายคนแรกที่พบหลังจากเข้าวัง แถมฝ่ายนั้นก็แสดงอาการสนใจตัวเองชัด

ครึ่งแรก 3 เริ่มช้าไปหน่อย ครึ่งหลัง 4 
รวมแล้วเล่มนี้ 3.5



เล่ม 2
ดารินทิพย์ แปล (เล่มสองถึงเล่มสุดท้าย)
280 บาท  387 หน้า


หลังอ่าน

สนุกมากค่ะ สถานการณ์หลากหลาย เข้มข้น มีทุกรสชาติ สุข เศร้า สมหวัง ผิดหวัง น้อยใจ เสียใจ หวาดกลัว รักก็มีหลายแบบ รักเอ็นดู รักเข้าใจ รักเผื่อแผ่ รักเห็นแก่ตัว รักให้อภัย รักต้องห้าม รักอดีต รักรู้คุณ รักไม่หวังตอบแทน

เล่มนี้เจินหวนถูกบีบ ถ้าฮ่องเต้เป็นพระเอกเรื่องอื่นจะด่าแล้วเขย่า เขย่าแล้วกลับมาด่าซ้ำ คนอะไร ปากบอกว่ารัก แต่ดูแลเขาไม่ได้ 

แต่ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องในรั้วในวัง ต้องทำใจ ในเมื่อมีหญิงคนเดียวไม่ได้ แถมต้องมาสนับสนุนผู้หญิงคนอื่นให้สามีตัวเองอีก ช้ำเข้าไปอี๊กกก 

สนมก็เหมือนเป็นน้อยเขาแหละ คนมาแรกๆ นี่ชาชินแล้ว แต่คนมาทีหลังก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าต้องมีคนหลังตัวเองนะ

พูดถึงรักต้องห้าม ท่านอ๋องผู้น่ารักเสวียนชิงของดิฉัน เขาน่ารักมากกกแหละเธอ ดูเพ้อๆ ติสท์ๆ หน่อย แต่พึ่งพาได้ (เอ๊ะ! ยังไง) ชอบไปหลบมุมอยู่ในสถานที่ประหลาดๆ เรืองี้ หอร้างงี้ ริมน้ำงี้ แล้วก็ต้องเจอเจินหวนตลอด เก่งดนตรี กาพย์กลอน แต่อาภัพ แม่ต้องถูกบังคับให้ออกจากวังเพราะการแย่งชิงในวังหลวง ถึงแม่ตัวเองจะขึ้นชื่อว่าอดีตฮ่องเต้รักที่สุดก็ตาม

ที่ฉันเพ้อกว่าคือเขาแทนตัวเองว่า ‘ชิง’ เวลาผู้กับเจินหวนน่ะ อ๊า ชอบผู้ชายแทนตัวเองด้วยชื่อ Smiley

แถมมีใบ้ให้เขาด้วยนะ ถ้าไม่ไหว เหนื่อยเมื่อไร ก็มาพักกับพี่ได้ (คือเขาพูดแล้วดูดีกว่านี้น่ะนะ อันนี้ผ่านการแปลงแบบหยาบกระด้างมาก)

แต่เจินหวนปฏิเสธชัดเจนไปแล้ว หนูไม่ไปค่ะพี่ หนูอยู่ตรงนี้สบายดีแล้ว (นี่อ่านแล้วจั๊กจี้มั้ย ฮ่าๆ)

พี่ก็ได้แต่ทำหน้าเศร้าไป 

พี่ไม่ไหว มาหาหนูทางนี้ได้นะคะ Smiley

สรุป ชอบเล่มนี้จ้ะ 5


เกร็ด

- การถูกริบราชทินนามน่าอัปยศยิ่งกว่าการถูกลดตำแหน่ง
- การเลื่อนตำแหน่งเป็นกุ้ยผิน พระสนมขั้นสาม เป็นต้นไป ถือว่ามีฐานะสูงส่งอย่างแท้จริง ต้องจัดพิธีแต่งตั้งในศาลบรรพชน

เหตุการณ์

- เหมยจวงถูกกลลวง หลอกให้เข้าใจว่าตั้งครรภ์ โดนโทษสร้างเรื่องหลอกลลวงฮ่องเต้ ลดขั้นกลายเป็นฉางไจ้ ถูกกักบริเวณ ห้ามใครเข้าพบ
- เจินหวนได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นเจี๋ยอวี๋
- หลิงหรงเข้ารับการปรนนิบัติ ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นเหม่ยเหริน
- ฉางไจ้ฟางฉุนอี้ (ฉุนฉางไจ้, ฉุนเอ๋อร์) อายุสิบห้า สดใสร่าเริง เข้ารับการปรนนิบัติ ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นเหลียงหยวน ส่วนสื่อเหมยเหริน ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุ้ยเหริน ราชทินนาม ‘คัง’ (คังกุ้ยเหริน) (2 คนที่เคยอยู่ตำหนักเดียวกับเจินหวน)
- เจินหวนรู้ว่าคนที่เก็บกระดาษรูปเหมือนตัวเองไว้คือเสวียนชิง จึงรู้ว่าเขามีใจให้ และได้ปฏิเสธไปแบบอ้อมๆ
- พี่ชายของเจินหวนจะแต่งงาน ท่านพ่อให้เจินหวนเลือกพี่สะใภ้ให้
- เถียนกุ้ยเหริน สกุลตู้ ตั้งครรภ์ ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นเหลียงตี้ สนมขั้นห้ารอง
- โรคระบาดระบาดในเมืองหลวงอย่างหนัก ยังไม่มีทางรักษา เหมยจวงติดโรค
- เจินหวนหาหมอที่ร่วมหลอกเหมยจวงไปให้ฮ่องเต้ได้ ฮ่องเต้กริ้วสั่งลดขั้นหวาเฟยเป็นกุ้ยผิน ริบราชทินนาม แต่ขันทียังไม่ทันประกาศ หวาเฟยหาวิธีรักษาโรคระบาดได้ ได้รับความดีความชอบ ยังมียศเหมือนเดิม
- เฝิงซูอี๋ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นเฟย ราชทินนาม ‘จิ้ง’ (จิ้งเฟย)
- เวินสือชู หมอหลวง ยอมรับกับเจินหวนว่าเป็นคนคิดวิธีรักษาโรคระบาดได้ แต่หมอสองคนของหวาเฟยขโมยสูตรยาไป
- เจินหวนตั้งครรภ์ ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นกุ้ยผิน พระสนมขั้นสาม (หวั่นกุ้ยผิน)
- เจินหวนอายุสิบเจ็ดปี (เข้าวังมาประมาณสองปี)


เล่ม 3
280 บาท  359 หน้า


หลังอ่าน

เล่มนี้เจินหวนเจอมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ เหมือนบทพิสูจน์ที่ส่งมาเพื่อให้เติบโตอีกขึ้น แต่กว่าจะโตได้นั้นก็เจ็บเจียนตาย

สิ่งที่ฮ่องเต้ทำ ณ ตอนนั้นถ้าโอเป็นเจินหวนคงกระอัก กากบาทหัวนายคนนี้ไว้กลางใจเลย 

ซึ่งเจินหวนก็ทำเหมือนกัน ฮ่าๆ นางบอกประมาณว่า จะมาหวังรักที่บริสุทธิ์ในวังหลวงได้ยังไง ตอนนั้นยังเด็กเลยหลงเชื่ออะไรง่ายๆ 

แต่พอนางรู้มุมมองจากฝั่งฮ่องเต้บ้าง ฮ่องเต้ทำดีด้วยบ้าง ก็อดกลับมามีความรู้สึกดีๆ ให้ด้วยเหมือนเดิมไม่ได้

ซึ่งตอนนี้โอก็ให้อภัยติ๊ดๆ นิดเดียวเท่านั้น โอเป็นประเภทพิทักษ์สิทธิสตรี ผู้ชายนิสัยไม่ดีไม่ปลื้ม ฮ่องเต้ก็ไม่เชิงว่าไม่ดี เป็นคนธรรมดาที่มีมุมเห็นแก่ตัวเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ แต่สิ่งที่เขาทำมันให้อภัยยากอยู่นะ

เล่มนี้ 4 ดราม่าเยอะ จงใจใส่มาแบบเห็นได้ชัด เพราะต้องการทำให้เรื่องเดินหน้า แต่เสียดายที่ไม่พีคเลย


เกร็ด

- (ในหนังสือ) ตำแหน่งพระสนมขั้นหนึ่งรอง คือ ฟูเหริน จะถูกเรียกว่า ‘เจ้าจอม’
- แม้จะมีตำแหน่งสนมเดียวกัน แต่มีอำนาจไม่เท่ากัน โดยจะลดหลั่นกันไป เช่น ตำแหน่งพระสนมขั้นสองรอง (ประกอบด้วย เจาอี๋ เจาหยวน เจาหรง ซูอี๋ ซูหยวน ซูหรง ซิวอี๋ ซิวหยวน ซิวหรง) เจาอี๋ มีอำนาจมากที่สุด ถือเป็นหัวหน้าพระสนมขั้นสองรอง ส่วน ซิวหรง มีอำนาจน้อยที่สุด


เหตุการณ์

- หมอหลวงสองคนของหวาเฟยถูกสังหาร เวินสือชูได้ชื่อ ทำหน้าที่รักษาโรคระบาดต่อ
- ฉุนเอ๋อร์ (เหลียงหยวน สกุลฟาง) จมน้ำเสียชีวิต ภายหลังเจินหวนรู้ว่าเป็นฝีมือของหวาเฟย
- ศึกทางตะวันตกสิ้นสุด ต้าโจวชนะ หรู่หนานอ๋องเสวียนจี่และตระกูลมู่หรงเรืองอำนาจ
- เจินเหิง พี่ชายของเจินหวนได้เป็นแม่ทัพเฟิ่งกั๋ว ได้รับสมรสพระราชทาน
- หวาเฟยได้รับเลื่อนขั้นเป็น ซีหวาฟูเหริน สนมขั้นหนึ่งรอง
- ตู้เหลียงตี้ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นเถียนผิน เมื่อตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน
- เถียนผินแท้ง สืบสวนว่ามีคนใส่เรณูดอกยี่โถซึ่งเป็นพิษลงในขนม ผู้ที่นำขนมมาให้คือเชวี่ยเฟย (มารดาองค์ชายใหญ่)
- เชวี่ยเฟยผูกคอตาย ฮองเฮาดูแลองค์ชายใหญ่แทน
- ซีหวาฟูเหรินแกล้งให้เจินหวนคุกเข่าหน้าตำหนักครึ่งชั่วยามกลางอากาศร้อนจัด ขณะที่ฮ่องเต้และฮองเฮาออกจากวังไปภาวนาขอฝน ทำให้เจินหวนแท้ง ขณะตั้งครรภ์ได้สี่เดือน
- ฮ่องเต้โกรธจัด ลงโทษลดขั้นซีหวาฟูเหรินเป็นเฟย ริบราชทินนาม (เรียก มู่หรงเฟย) ห้ามเข้าเฝ้า
- เจินหวนเสียใจอย่างหนัก ร่างกายผ่ายผอม ฮ่องเต้ไม่มายังตำหนักของเจินหวน หันไปโปรดปรานหลิงหรงแทน
- หลิงหรงได้เลื่อนขั้นจากเหม่ยเหรินเป็น เสี่ยวหยวน สนมขั้นห้ารอง (เรียก อันเสี่ยวหยวน)
- เหมยจวงดึงสติเจินหวนได้
- เจินหวนก้าวข้ามช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด กลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม
- เจินหวนกลับมาได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง และสามารถดึงเฉาเจี๋ยอวี๋ (มารดาองค์หญิงเวินอี๋) มาเป็นพวกแทนมู่หรงเฟย (อดีตหวาเฟย) ได้
- เจินหวนมีบทบาทในการเมืองแบบอ้อมๆ ฮ่องเต้ทำตามคำแนะนำของนางในการวางแผนล้มอำนาจหรู่หนานอ๋อง
- มีการสถาปนาตำแหน่งไทเฮาและไท่เฟยต่างๆ มู่หรงเฟย ได้คืนตำแหน่งหวาเฟย
- ไทเฮาไม่ให้เจินหวนยุ่งเกี่ยวกับการปกครองและราชกิจ
- เจินเหิง (พี่ชายเจินหวน) มีหญิงอื่น ขอหย่ากับภรรยา ตัดขาดกับตระกูล
- เหมยจวงและเจินหวนผิดใจกัน
- เหมยจวงเหมือนจะมีความรู้สึกต้องห้ามให้เวินสือชู
- หลิงหรงพยายามกู้ความสัมพันธ์กับเจินหวนคืนมา



เล่ม 4
280 บาท  365 หน้า


หลังอ่าน

ถ้าเล่มที่แล้วรันทดน้ำตาไหลไป เล่มนี้จะเจอกับสภาวะสะอึกสะอื้นคร่ำครวญเลยค่ะ

ดูแกวแล้ว คนเขียนคงกลัวว่าเจินหวนยังเก็บเวลไม่พอ เลยส่งออกนอกด่านไปฝึกฝนวิชา แล้วค่อยมาลุยตีด่านกำจัดบอสต่อ

เจินหวนต้องฝึกฝนตัวเอง เพื่อที่จะมีความอดทนอดกลั้น เรียนที่จะพลาด เพื่อที่จะไม่ผิดซ้ำอีก จุดอ่อนของเจินหวนที่คนเขียนบอกผ่านตัวละครอื่นมาซ้ำๆ คือ เป็นคนใจอ่อน ถึงจะร้าย แผนมากแค่ไหน แต่จะร้ายเฉพาะกับคนที่มารังแกตัวเอง

และสิ่งที่คนเขียนไม่ได้บอกแต่เราพอรู้ได้ คือ เจินหวนเป็นคนเห็นแก่พรรคพวก ครอบครัวมาอันดับหนึ่ง เพื่อนรักมาอันดับสอง ส่วนคนที่มีบุญคุณจะอยู่อันดับสาม พวกนี้เจินหวนจะหาทางช่วยเหลือสุดกำลังและแรงที่มีตามลำดับความสำคัญ ซึ่งเป็นทั้งแรงผลักดันและจุดอ่อนเลยก็ว่าได้ ทำให้เจินหวนมีพลัง แต่ถ้าโดนศัตรูโจมตีจุดนี้ตรงๆ เจินหวนแพ้ยับเยินแน่

บทเรียนสำคัญครั้งนี้คือ อย่ามองแต่ข้างหน้า ให้มองกว้างๆ และระมัดระวังหลังให้ดีที่สุด

เล่มนี้หลายสิ่งจะเฉลยออกมา แต่คนอ่านอาจจะไม่แปลกใจนัก เพราะคนเขียนไม่ได้จงใจหลบซ่อนแถมยังใส่คำใบ้มาค่อนข้างชัด แต่ที่เจินหวนพลาดเพราะตัวเองยังประสบการณ์ยังน้อย ยังไม่รอบคอบพอ อารมณ์ความรู้สึกแสดงความสับสน ว้าวุ่น จนออกจะวกวนซ้ำซ้อนอยู่บ้าง

4


เกร็ด

- สนมคนที่ไม่มีราชทินนาม เรียกอีกอย่างว่า ใช้ชื่อสกุลเป็นราชทินนาม 
- ราชทินนามแต่งให้เฉพาะสนมคนโปรด หรืออยู่ในตระกูลสูง เพราะฉะนั้นสนมคนที่ไม่มีราชทินนามจึงถูกมองว่าด้อยกว่าคนที่มี

- ตำแหน่งสนมหลายตำแหน่งจำกัดจำนวนคนต่อตำแหน่ง (ไม่ครบได้ แต่ห้ามเกิน) ดังนี้ 
1. ตำแหน่งพระสนมขั้นหนึ่ง (มเหสี) ได้แก่ กุ้ยเฟย ซูเฟย เสียนเฟย และเต๋อเฟย ตำแหน่งละหนึ่งคน
2. ตำแหน่งพระสนมขั้นหนึ่งรอง (เจ้าจอม) คือ ฟูเหริน สามคน
3. ตำแหน่งพระสนมขั้นสอง คือ เฟย สี่คน
4. ตำแหน่งพระสนมขั้นสองรอง ได้แก่ เจาอี๋ เจาหยวน เจาหรง ซูอี๋ ซูหยวน ซูหรง ซิวอี๋ ซิวหยวน ซิวหรง ตำแหน่งละหนึ่งคน
5. ตำแหน่งพระสนมขั้นสาม คือ กุ้ยผิน ห้าคน
นอกนั้นไม่จำกัดจำนวน 


เหตุการณ์

- เหมยจวงดูแลไทเฮาเป็นอย่างดี ได้รับเลื่อนขั้นจากหรงหวา เป็นเจี๋ยอวี๋ สนมขั้นสามรอง 
- หลิงหรงสุภาพ อ่อนน้อม ได้รับเลื่อนขั้นจากเสี่ยวหยวน เป็นผิน สนมขั้นห้า ใช้ชื่อสกุลเป็นราชทินนาม เนื่องจากชาติตระกูลต่ำต้อย (เรียก อันผิน)
- เจินหวนถูกกักบริเวณที่ตำหนักอู๋เหลียง ที่มีสภาพเป็นเกาะ หลิงหรงทูลฮ่องเต้ขอตามเจินหวนไปอยู่ด้วย 
- ฮ่องเต้เสวียนหลิงได้รับชัยชนะจากศึกในด้วยความร่วมมือจากชิงเหออ๋องเสวียนชิง หรู่หนานอ๋องเสวียนจี่พ่ายแพ้และถูกคุมขัง
- เจินเหิง พี่ชายเจินหวนได้รับความดีความชอบจากการเป็นไส้ศึกเพื่อรวบรวมรายชื่อศัตรู
- เจินหวนกลับวัง และได้รับความโปรดปรานอย่างยิ่ง
- เจินหวนกับเหมยจวงคืนดีกัน
- เจี๋ยอวี๋เฉาฉินมั่ว (เฉาเจี๋ยอวี๋, มารดาองค์หญิงเวินอี๋) ทูลฮองเฮาว่าหวาเฟยมู่หรงซื่อหลานลอบทำร้ายองค์หญิงเวินอี๋บุตรของตน โดยโยนความผิดให้เจินหวน และมีส่วนในการตายของฉุนผิน (ฉุนเอ๋อร์, ได้รับเลื่อนขั้นเป็นผินหลังเสียชีวิต)
- หวาเฟยถูกลงโทษ ริบราชทินนาม ลดตำแหน่งเป็นส่วนซื่อ สนมขั้นเจ็ดรอง (เรียก มู่หรงส่วนซื่อ) ย้ายออกจากตำหนักมี่ซิ่ว ไปอยู่ที่ซอยหย่งเซียง (ที่อยู่ของนางกำนัล, สนมยศต่ำ)
- เฉาเจี๋ยอวี๋เปิดโปงความผิด มีความดีความชอบ เลื่อนตำแหน่งเป็นกุ้ยผิน สนมขั้นสาม ราชทินนาม ‘เซียง’ (เรียก เซียงกุ้ยผิน)
- มีการคัดเลือกธิดาจากขุนนางที่มีความชอบเข้ามาเป็นสนมฝ่ายในจำนวนสี่คน ราชทินนาม ฝู ฉี เสียง รุ่ย ได้รับตำแหน่งกุ้ยเหริน สนมขั้นหกทั้งหมด
- พี่ชายและพี่สะใภ้มีลูกชายด้วยกัน เจินหวนตั้งชื่อให้ว่า ‘จื้อหนิง’
- อวี้เหยา น้องสาวเจินหวน กำหนดหมั้นกับก่วนซี โดยน้องสาวของก่วนซีก็คือฉีกุ้ยเหรินที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง
- เจินหวนออกอุบาย ใส่ร้ายมู่หรงซื่อหลาน (มู่หรงส่วนซื่อ) ถูกลงโทษประหารชีวิต โดยให้เลือกระหว่าง เหล้าสั้น ยาพิษ และผ้าขาว เจินหวนได้ไปดูวาระสุดท้ายของมู่หรงซื่อหลานด้วยตัวเอง มู่หรงซื่อหลานเสียใจอย่างหนักจบชีวิตด้วยการเอาหัวโขกกำแพงตาย
- เซียงกุ้ยผินตาย โดยการวางยาของเวินสื่อชู ตามคำสั่งเจินหวน ตวนเฟยดูแลองค์หญิงเวินอี๋แทนมารดาที่ตายไป
- หลิงหรง ได้รับเลื่อนตำแหน่ง จากผิน เป็นเฟินอี๋ สนมขั้นสี่รอง (เรียก อันเฟินอี๋)
- เจินหวนโดนอุบายย้อนกลับ ขณะเข้าพิธีเลื่อนตำแหน่งจากกุ้ยผิน เป็นเจาอี๋ สนมขั้นสองรอง โดยถูกลดขั้นเหลือตำแหน่งเดิมคือกุ้ยผิน ถูกขังที่ตำหนักถังหลีของตัวเอง โดยให้ดูแลตามฐานะสนมตำแหน่งผิน
- เจินหวนป่วยหนัก หลิวจูสาวใช้ประจำตัวสละชีวิตเพื่อตามหมอมารักษาเจินหวน
- เจินหวนตั้งครรภ์ 
- ครอบครัวเจินหวนถูกใส่ร้าย ครอบครัวพี่ชายถูกจองจำ พ่อแม่และน้องถูกขังในจวน
- เจินหวนทูลขอความเป็นธรรมจากฮ่องเต้ให้ครอบครัว แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ พี่สะใภ้และหลานชายเจินหวนเสียชีวิตด้วยไข้จับสั่น พี่ชายถูกเนรเทศไปใช้แรงงานที่หลิงหนาน ส่วนพ่อถูกลดตำแหน่งเป็นผู้ว่าที่ชวนเป่ย
- เจินหวนคลอดก่อนกำหนด ได้ลูกสาว ตั้งชื่อว่า ‘หวันหวั่น’ ฮ่องเต้พระราชทานราชทินนาม ‘หลงเยวี่ย’
- สามวันต่อมา เจินหวนถูกปลดจากราชทินนามและตำแหน่งทั้งหมด ไปบำเพ็ญเพียรที่วัดกานลู่ โดยมีจิ่นซีและฮ่วนปี้ติดตามไป ได้รับฉายา ‘มั่วโฉว’ จากหัวหน้าแม่ชี
- จิ้งเฟยดูแลองค์หญิงหลงเยวี่ยแทนเจินหวน
- เวินสือชูตามมาเยี่ยมเจินหวน ให้ของบำรุงร่างกาย และสารภาพรักอีกครั้ง เจินหวนปฏิเสธ
- เสวียนชิงตามมาหาเจินหวน
- เจินหวนอายุยี่สิบปี (เปิดเล่มประมาณสิบแปด ถูกคุมขัง+ท้องหนึ่งปี ถูกเนรเทศหนึ่งปี ปิดเล่มประมาณยี่สิบ) องค์หญิงหลงเยวี่ยหนึ่งขวบ
เล่ม 5
280 บาท  374 หน้า

หลังอ่าน

เป็นชีวิตช่วงสับสนของเจินหวนและเสวียนชิงค่ะ เดี๋ยวก้าวหน้าเดี๋ยวถอยหลัง วนเวียนไปมา เรื่องหลายเรื่องก็หยิบมาเล่าซ้ำเลยดูยืดเยื้อชวนเบื่อหน่ายอยู่บ้าง ความคมในเล่มสองสามหายไป เรื่องในวังเป็นแค่ข่าวจากแดนไกล ช่วยท้ายเปิดประเด็นใหม่ที่น่าสนใจขึ้น

3

เพราะไม่ค่อยมีอะไรเลยไม่มีเกร็ด เหตุการณ์น้อย 

เหตุการณ์

- หลิงหรง เลื่อนตำแหน่งจากเฟินอี๋ เป็นหรงหวา (เรียก อันหรงหวา) ส่วนฉีผิน เลื่อนตำแหน่งเป็น ซุ่นอี๋ (สกุลก่วน เรียกก่วนซุ่นอี๋)
- ชางผิน สกุลหู เชื้อพระวงศ์ (ราชทินนาม ชาง) ฮ่องเต้โปรดปรานรับสั่งให้เข้าวัง ต่อมาตั้งครรภ์ คลอดองค์หญิงเหอมู่ เลื่อนขั้นจากผินเป็นเต๋ออี๋ (เรียก หูเต๋ออี๋)
- เจินหวนเจอซูกุ้ยไท่เฟย มารดาของเสวียนชิง ที่ออกบวช
- ฮ่วนปี้ปฏิเสธการจับคู่แต่งงาน และมีท่าทีแปลกไป
- เจินหวนป่วยหนัก ถูกไล่ออกจากวัดไปอยู่ที่ยอดเขาอีกลูกใกล้กัน
- เสวียนชิงรับเจินหวนไปดูแลที่หอชิงเหลียง เรียกหมอเวินสือชูมารักษา
- เสวียนชิงป่วย ฮ่องเต้พาจิ้งเฟย หูเต๋ออี๋ และองค์หญิงหลงเยวี่ยมาเยี่ยมที่หอชิงเหลียง เจินหวนได้เห็นลูกโดยบังเอิญ หลงเยวี่ยประมาณสองขวบ
- เสวียนชิงแสดงออกว่ารักเจินหวนชัดเจน เจินหวนปฏิเสธ แต่ต่อมาเห็นความตั้งใจและใจจริงที่เสวียนชิงทำจึงยอมรับ
- เหมยจวงได้เลื่อนขั้นจากหรงหวาเป็นกุ้ยผิน (เรียก ฮุ่ยกุ้ยผิน) และขอย้ายไปอยู่ที่ตำหนักถังหลี ตำหนักเก่าของเจินหวน
- เสวียนชิงและเจินหวนได้ช่วยชีวิตชายชาวเฮ่อเฮ่อโดยบังเอิญ
- เจินหวนอายุประมาณยี่สิบสองปี


เล่ม 6
280 บาท  358 หน้า

หลังอ่าน

เป็นเล่มที่เจอ ‘จุดเปลี่ยน’ อีกครั้งค่ะ ตอนอ่านนี่ตีอก ชกลม ทึ้งผมไปมา เป็นความรู้สึกกึ่งท้อกึ่งอยากรู้ต่อ เรื่องราวมีหลากหลายอารมณ์ และที่อยากถามเจินหวนคือ “ใจเธอกลายเป็นหินไปแล้วเหรอ” “เธอทนได้ไง” โอ๊ย

กลับมาอ่านต่อหลังจากพักชั่วคราว ฐานทัพอัพเกรดบอสและลูกสมุน เปลี่ยนเครื่องทรงและชื่อเรียก จำหน้าตาจำชื่อแทบไม่ได้ 

4


เกร็ด 

- องค์หญิงหรือองค์ชายจะต้องเรียกฮองเฮาว่า “เสด็จแม่” ส่วนสนมนางในคนอื่นๆ ต้องเรียกว่า “เสด็จแม่รอง+ราชทินนาม/สกุล” และเรียกแม่แท้ๆ ของตัวเองว่า “เสด็จแม่รอง” ทั้งนี้เพราะให้ความสำคัญลำดับศักดิ์
- “ตุ้ยสือ” เป็นคำเรียกความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาระหว่างนางกำนัลกับนางกำนัล และนางกำนัลกับขันที
- พระสนมขั้นสามขึ้นไปจะได้เป็น ‘นายตำหนัก’ โดยตำหนักที่อยู่จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘เตี้ยน’ (ตำหนักใหญ่) และแต่ละตำหนักใหญ่จะมีนายตำหนักเพียงคนเดียวเท่านั้น ปกครองสนมนางในในตำหนักที่มีลำดับต่ำกว่าตน ซึ่งจะถูกเรียกว่า “คนในตำหนัก” 


เหตุการณ์

- เสวียนชิงได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้ไปตรวจความเรียบร้อยที่เตียนหนาน ซึ่งมีอาณาเขตติดเฮ่อเฮ่อ
- เหมยจวงออกอุบายมาเยี่ยมเจินหวนที่วัดกานลู่ 
- เจินเหิง พี่ชายเจินหวนเสียสติเมื่อรู้ข่าวภรรยาและลูก
- เจินหวนตั้งครรภ์
- เวินสือชูบอกข่าวเสวียนชิงตายเพราะเรือที่เดินทางไปเตียนหนานอับปาง จิตใจเจินหวนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงแต่จิ่นซีเรียกสติเจินหวนคืนมาได้
- เจินหวนคิดอุบายเพื่อให้ได้กลับไปอยู่ในวังข้างกายฮ่องเต้เสวียนหลิงอีกครั้ง เพื่อช่วยครอบครัว และต้องการให้สายเลือดของเสวียนชิงได้เป็นใหญ่ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากจิ่นซีและขันทีคนสนิทฮ่องเต้ หลี่ฉาง
- แผนการสำเร็จไปด้วยดี ฮ่องเต้เข้าใจว่าเจินหวนท้องกับตัวเอง และเอ่ยปากรับเจินหวนกลับวัง
- เสวียนชิงเป็นทูตแต่งตั้งมาเชิญตัวเจินหวนเข้าวัง เรื่องกลายเป็นว่าเขารอดชีวิตจากเรืออับปาง แต่เจินหวนต้องกลับไปเป็นสนมอีกครั้ง
- เสวียนชิงไม่รู้ว่าลูกในท้องเจินหวนเป็นของตัวเอง และไม่เข้าใจเหตุผลในการกลับเข้าวังอีกครั้งของนาง
- เจินหวน ได้รับตำแหน่งสนมขั้นสอง เฟย ได้รับราชทินนาม “หวั่น” คืนมา (เรียก หวั่นเฟย) พำนักอยู่ตำหนักเว่ยยัง
- สถานการณ์ในวัง คนที่ได้รับการโปรดปรานเป็นพิเศษ คือ หูอวิ้นหรง องค์หญิง ได้รับตำแหน่งเป็นเจาอี๋ (เรียก หูเจาอี๋, ราชทินนาม ชาง) มีบุตรสาวหนึ่งคนคือองค์หญิงเหอมู่, เยี่ยหลานอี สาวนักฝึกสัตว์ ยศต่ำศักดิ์ ตำแหน่งฉางไจ้ (เรียก เยี่ยนฉางไจ้, ราชทินนาม เยี่ยน) ส่วนหญิงสกุลก่วน (เรียก ฉีกุ้ยผิน, ราชทินนาม ฉี) และอันหลิงหรง (เรียก อันกุ้ยผิน) เป็นผู้ใกล้ชิดฮองเฮา และสวีเจี๋ยอวี๋กำลังตั้งครรภ์ แต่มีดวงชะตาไม่ดี ต้องถูกกักตัวไว้ในตำหนัก
- องค์หญิงหลงเยวี่ย ลูกสาวของเจินหวน อายุสี่ปี ไม่รู้จักและใกล้ชิดแม่แท้ๆ มาก่อน แต่ติดจิ้งเฟยมากเพราะจิ้งเฟยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด
- ชิ่งผิน เป็นคนในตำหนักเดียวกับฉีกุ้ยผิน แต่ไม่ถูกกัน เลยขอมาพึ่งใบบุญเจินหวน เจินหวนยังไม่รับปาก
- เจินหวนออกจากวังมาได้สี่ปี อายุประมาณยี่สิบสามปี (สี่ปีในวัง, สี่ปีนอกวัง)


เล่ม 7
280 บาท  358 หน้า

หลังอ่าน

เจอเรื่องมากมาย หน้าชื่นอกตรม ขื่นขมระทมหวาน วางแผนซ้อนกันไปมา สนุกดีค่ะ
4.5

เกร็ด

- “ไช่หู้” ใช้เรียกความสัมพันธ์ฉันคู่รักระหว่างขันทีกับนางกำนัล แตกต่างจาก “ตุ้ยสือ” ตรงตุ้ยสือเป็นความสัมพันธ์ชั่วคราว แต่ไช่หู้คือความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา (แต่งงาน)


เหตุการณ์

- เจินหวนวางแผนออกไปดูพี่ชายที่ยังต้องรักษาตัวอยู่ เจินเหิงยังไม่มีสตินัก
- เจินหวนออกอุบายทำให้ฉีกุ้ยผิน สกุลก่วน โดนลดขั้นเป็นผิน (ฉีผิน) ส่วน ชิ่งผิน ได้รับเลื่อนขั้นเป็นหรงหวา (เรียก โจวหรงหวา, สกุลโจว) ขึ้นเป็นนายตำหนักชุ่ยเวยแทน
- เจินหวนช่วยชีวิตสวีเจี๋ยอวี๋และลูกในครรภ์ไว้ได้
- เหมยจวงกลับมาปรนนิบัติฮ่องเต้และได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง และตั้งครรภ์
- จิ่นซี นางกำนัลคนสนิทของเจินหวนโดนเล่ห์ทำร้าย เพื่อตัดกำลังเจินหวน
- สวีเจี๋ยอวี๋ (เยี่ยนอี๋, สกุลสวี) ช่วยทูลฮ่องเต้ช่วยจิ่นซี จิ่นซีรอดมาได้
- เจินหวนได้พบกับเสวียนชิงอีกครั้งในเทศกาลไหว้พระจันทร์
- จิตใจสวีเจี๋ยอวี๋ได้รับความกระทบกระเทือนทำให้ครรภ์ไม่มั่นคง ต้องคลอดก่อนกำหนด เช่นเดียวกับเจินหวนที่ตกเลือดเพราะโดนลอบทำร้าย
- เจินหวนได้บุตรเป็นฝาแฝดชายหญิง บุตรชายมีราชทินนาม คือ อวี่หาน ส่วนบุตรสาวมีราชทินนาม คือ หลิงซี และมีชื่อว่า อวิ้นฮวน ส่วนสวีเจี๋ยอวี๋ได้บุตรชาย มีราชทินนาม คือ อวี่เพ่ย (ปกติจะคิดราชทินนามก่อน โดยอาจมาตั้งชื่อเล่นให้ทีหลัง)
- จิ่นซี นางกำนัลคนสนิท ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นจากกงเหรินเป็นซั่งอี๋ (เรียก ชุยซั่งอี๋) ฮ่องเต้เอ่ยปากยกจิ่นซีให้หลี่ฉางในฐานะไช่หู้
- อันหลิงหรงสูญเสียเสียงและความโปรดปราน



เล่ม 8
280 บาท  396 หน้า

หลังอ่าน

มีเรื่องให้สะเทือนใจครั้งใหญ่อีกแล้ว รู้สึกว่าเจินหวนจะสุขุม ใจเย็น (จนเย็นชา) กว่าตอนแรกเยอะเลย
สถานการณ์ในเรื่องค่อนข้างชอบนะ บีบหัวใจดี แต่บางทีก็อดหงุดหงิดบางเรื่องไม่ได้ 

4

ตั้งแต่เล่มที่แล้วรู้สึกการแปลอ่านยากขึ้น การเรียงประโยคและการเลือกใช้คำบางครั้งทำให้สับสน 


เกร็ด

- สามารถมีไทเฮาสององค์ได้ กรณีฮ่องเต้ปัจจุบันไม่ได้เป็นลูกของฮองเฮา
- “หมู่โฮวฮองไทเฮา” คือฮองเฮาของฮ่องเต้องค์ก่อน ส่วน “เซิ่งหมู่ฮองไทเฮา” คือมารดาที่ให้กำเนิดฮ่องเต้ โดยหมู่โฮวฮองไทเฮาจะมีศักดิ์สูงกว่าเซิ่งหมู่ฮองไทเฮา (ตามยศเดิม ฮองเฮายศสูงกว่าสนมคนอื่นๆ) 


สถานการณ์

- เจินหวนยกหลงเยวี่ย ลูกสาวคนโตให้จิ้งเฟยดูแล และเฉลยว่าคนที่ทำให้จิ้งเฟยไม่สามารถตั้งครรภ์ได้คือฮองเฮา
- เจินหวนได้รับเลื่อนขั้นจากเฟยเป็นซูเฟย สนมขั้นหนึ่ง (สรรพนามเรียกขานในเรื่องคือพระมเหสี) ส่วนสวีเจี๋ยอวี๋ (เยี่ยนอี๋ สกุลสวี) ได้รับเลื่อนขั้นเป็นกุ้ยผิน สนมขั้นสาม ราชทินนามเจิน (เรียก เจินกุ้ยผิน)
- ชิงเหออ๋องเสวียนชิงให้สร้อยข้อมือกัลปัลหาสีแดงเป็นของกำนัลในการเลื่อนขั้นของเจินหวน
- เยี่ยนกุ้ยเหริน (หลานอี สกุลเยี่ย) อดีตนักฝึกสัตว์เผยเจตนาที่แท้จริงต่อเจินหวน
- น้องสาวเจินหวน อวี้เหยายี่สิบเอ็ดปี อวี้เหราสิบหกปี กลับจากชวนเป่ยมาเยี่ยมและพำนักอยู่กับเจินหวนตามบัญชาฮ่องเต้
- ไทเฮาเอ็นดูอวี้เหรา เพราะหน้าตาคล้ายฉุนหยวนฮองเฮา
- อวี้เหยาหดหู่เซื่องซึมตั้งแต่ถูกก่วนซียกเลิกหมั้นหมาย และสกุลก่วนเป็นกลุ่มคนที่ทำให้สกุลเจินตกต่ำ ตั้งมั่นไม่เหลียวแลชายใดอีก
- หรงเกิงอี (ชื่อเสา สกุลหรง) อดีตสาวใช้ของเจินกุ้ยผิน ปรนนิบัติฮ่องเต้เป็นที่พอใจ ได้รับเลื่อนขั้นตามเจินกุ้ยผิน จากเกิงอีเป็นส่วนซื่อ
- ต่อมาหรงส่วนซื่อได้รับเลื่อนขั้นจากส่วนซื่อเป็นเหนียงจื่อ สนมขั้นเจ็ด ราชทินนาม อวี๋หรง (เรียก อวี๋หรงเหนียงจื่อ)
- หลิงหรงโดนกล่าวหาว่าอัปมงคลถูกกักบริเวณในตำหนัก ทำให้คนที่เกลียดชังซ้ำเติมยิ่งขึ้น
- โจวหรงหวา (เพ่ย สกุลโจว) ได้รับเลื่อนขั้นเป็นเจี๋ยอวี๋ (เรียก โจวเจี๋ยอวี๋) เป็นพวกเดียวกับเจินหวนเพราะเจินหวนสนับสนุน ส่วนเต๋ออี๋หลิวลิ่งเสียน ดูแลเจินกุ้ยผินตลอดการตั้งครรภ์ได้รับเลื่อนขั้นเป็นหรงหวา สนมขั้นสี่ 
- อันหลิงหรง ใช้โอกาสวันขึ้นปีใหม่ระบำจิงหงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ กลับมาได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง ได้รับเลื่อนขึ้นจากกุ้ยผินเป็นเจาหยวน สนมขั้นสองรอง (เรียกอันเจาหยวน)
- ผิงหยางอ๋องเสวียนเฝิน อ๋องเก้า ได้พบอวี้เหราครั้งแรก
- เจินหวนรู้ว่าหูเจาอี๋มีโรคประจำตัวคือ โรคหอบหืด แพ้ปุยดอกไม้
- เสวียนชิงป่วย เจินหวนกังวล สั่งให้ฮ่วนปี้ไปเยี่ยม
- หูเจาอี๋ (อวิ้นหรง สกุลหู) ได้รับการแต่งตั้งเป็นเฟย (เรียก ชางเฟย)
- ชางเฟยโดนปรักปรำว่าล่วงเกินฮองเฮาองค์ก่อน สุดท้ายแผนพลิก ฮองเฮาโดนตำหนิ
- ฉีผินกล่าวหาเจินหวนว่าคบชู้กับเวินสือชู โดยมีพยานมาด้วย ฮ่องเต้ระแวงเจินหวน
- เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ องค์ชายอวี่หานต้องเข้ารับการหยดเลือดพิสูจน์ความสัมพันธ์ โดยการหยดเลือดของคนสองคนลงในภาชนะ ถ้าเลือดรวมกันเป็นเนื้อเดียวแสดงว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด
- อวี่หานผ่านการพิสูจน์ ด้วยอุบายจากฮ่วนปี้และพยาน
- ฉีผิน สกุลก่วน และเสียงผิน สกุลหนี ผู้กล่าวหา โดนลดตำแหน่งเป็นเกิงอี ริบราชทินนาม (เรียก ก่วนเกิงอี, หนีเกิงอี) และผู้ร่วมกล่าวหา อวี๋หรงเหนียงจื่อ สกุลหรง โดนตัดเบี้ยหวัดสามเดือน เจ้าเจี๋ยอวี๋ โดนตัดเบี้ยหวัดหนึ่งปี
- เพื่อเรียกความไว้ใจและตัดปัญหา เวินสือชูตัดอวัยวะเพศตัวเองต่อหน้าฮ่องเต้และสนมทั้งหลาย
- เจินหวนอึ้งตกใจ เหมยจวงที่กำลังตั้งครรภ์เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีจึงตกเลือด
- เหมยจวงคลอดบุตรยาก ต้องตามเวินสือชูที่ยังไม่หายดีมาวิเคราะห์การรักษา องค์ชายคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่เหมยจวงเสียเลือดหนัก เสียชีวิต ก่อนตายตั้งชื่อบุตรชายว่า “รุ่น” (อวี่รุ่น)
- เจินหวนรู้ความจริงว่าลูกชายของเหมยจวงเป็นลูกของเวินสือชู ไม่ใช่ฮ่องเต้
- ลักษณะทางกายภาพของเวินสือชูไม่ต่างจากขันที ไม่สามารถมีลูกได้อีกแล้ว
- เหมยจวงได้รับการสถาปนาเป็นเต๋อเฟยเป็นกรณีพิเศษ และจัดพิธีศพตามฐานะกุ้ยเฟย เจินหวนดูแลอวี่รุ่นแทนเหมยจวง
- เจ้าเจี๋ยอวี๋และอวี๋หรงเหนียงจื่อค่อยๆ สูญเสียความโปรดปราน เพราะก่อความวุ่นวายจนเป็นสาเหตุให้เหมยจวงตกใจ จนเสียชีวิตไป
- อวี่หลี องค์ชายใหญ่ ที่ฮองเฮาดูแลแทนมารดาที่ตายไป อายุสิบหกปี ฮ่องเต้แต่งตั้งให้เป็นอ๋อง พร้อมกับองค์ชายรองอวี่เพ่ย (ลูกเจินกุ้ยผิน) , องค์ชายสามอวี่หาน (ลูกเจินหวน) , และองค์ชายสี่อวี่รุ่น (ลูกเหมยจวง) เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์
- พิธีแต่งตั้งหูอวิ้นหรงต้องเลื่อนออกไปเพราะงานศพเหมยจวง เสวียนหลิงเปลี่ยนราชทินนามให้หูอวิ้นหรงใหม่จากเดิม “ชาง” เป็น “หมิ่น” ตามคำแนะนำของเจินหวน (เรียก หมิ่นเฟย)
- หลิงหรงโดนลดความโปรดปราน เพราะคนในตำหนักเป็นสาเหตุให้เหมยจวงต้องตาย
- เวินสือชูขอไปเฝ้าศพเหมยจวง
- อวี้เหรา น้องสาวเจินหวน ได้แสดงความสามารถขี่ม้ายิงธนูในอุทยานหลวง ต่อหน้าฮ่องเต้ อ๋องใหญ่, หก, และเก้า และสนมนางใน
- อวี๋หรงเหนียงจื่อ (ชื่อเสา สกุลหรง) ฉวยโอกาสขอท้าประลองขี่ม้ากับฮ่องเต้ กลับมาได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง

เล่ม 9
280 บาท  400 หน้า

หลังอ่าน


จากใจ ไม่ควรอ่านเว้นระยะนะ ต้องตั้งตัวกับชื่อตัวละครใหม่อีกรอบ โอย แล้วยิ่งอยู่ยิ่งเยอะ ที่ย่อเหตุการณ์ไว้ได้มีประโยชน์ต่อนี้แหละ

เล่มนี้ได้ฉะกันมันอีกแล้ว มีเรื่องให้สะใจเป็นพิเศษ ในที่สุดก็ปราบตัวร้ายระดับรองบอสออกได้ ซึ่งเป็นตัวร้ายที่โอเกลียดอันดับต้นๆ ในเรื่องเลย ฮูเร่ แต่ยอดหญิงของเราก็มีอุปสรรคอีกจนได้

สำนวนอ่านยากขึ้นจริงๆ แหละ ตั้งแต่เล่มเจ็ดขึ้นมา

4.5


เกร็ด

- ราชทินนามสามารถเปลี่ยนแปลงได้
- มีเพียงชายาเอกของอ๋อง จึงจะสามารถเรียกขานว่า “พระชายา” หรือ เรียก ชื่อสกุล นำหน้าคำว่าเฟย ส่วนชายารอง ถ้าเรียกตรงๆ ฟังไม่ให้ความเคารพ ส่วนใหญ่จึงเรียก ชื่อ ของชายารองตามด้วยคำว่าเฟย 

เหตุการณ์

- ฮ่วนปี้ชนเสวียนชิงขณะเมามาย จนทำให้ภาพเหมือนที่ตัดจากกระดาษรูปเจินหวนร่วงออกมาจากถุงผ้าที่เขาพกติดตัว เพื่อปิดบัง ฮ่วนปี้บอกว่านั่นเป็นรูปของนางเอง
- เสวียนหลิงยกฮ่วนปี้ให้เสวียนชิงในฐานะชายารอง ฮ่วนปี้ถูกบันทึกลงในทำเนียบตระกูล เปลี่ยนชื่อเป็น อวี้อิ่น กลายเป็นคุณหนูสามแห่งตระกูลเจิน (ใหญ่ = เหิง, รอง = หวน, สาม = อวี้อิ่น, สี่ = อวี้เหยา, ห้า = อวี้เหรา)
- โหยวจิ้งเสียน แห่งจวนเพ่ยกั๋วกง รักมั่นในตัวเสวียนชิงจนล้มป่วย ไทเฮาเห็นใจจึงให้แต่งพร้อมกับอวี้อิ่น เป็นชายารองของเสวียนชิงเช่นกัน (อวี้อิ่น เรียกแบบให้เกียรติว่าอิ่นเฟย , จิ้งเสียน เรียกแบบให้เกียรติว่า จิ้งเฟย)
- เสวียนหลิงแสดงความสนใจอวี้เหราชัดเจน แต่อวี้เหราชอบพอกับผิงหยางอ๋องเสวียนเฝิน อ๋องเก้า ในที่สุดเสวียนหลิงก็ตัดใจ ยอมออกราชโองการแต่งงานให้อวี้เหรากับเสวียนเฝิน
- หญิงงามที่ถูกส่งมาจากจวนอ๋อง ได้รับแต่งตั้งเป็นฉางไจ้ ได้แก่ ชุนฉางไจ้ (สกุลหลัว) จากจวนฉีซอนอ๋อง สวี่ฉางไจ้ (สกุลจู้) จากจวนชิงเหออ๋อง และอิงฉางไจ้ (สกุลเจียง) จากจวนผิงหยางอ๋อง ต่อมาได้รับเลื่อนชั้นเป็นไฉเหริน เหม่ยเหริน และกุ้ยเหริน สนมขั้นหกทั้งหมด โดยสวี่กุ้ยเหรินได้รับการโปรดปรานสูงสุด
- เจินกุ้ยผิน (เยี่ยนอี๋ สกุลสวี) หายป่วย ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นซูหรง สนมขั้นที่สองรอง (เรียกสวีซูหรง)
- อวี๋หรงเหนียงจื่อ (ชื่อเสา สกุลหรง) ได้รับเลื่อนขั้นเป็นกุ้ยเหริน (เรียก อวี๋หรงกุ้ยเหริน)
- อันหลิงหรงตั้งครรภ์ได้สี่เดือน
- ฮองเฮาเสนอให้เลื่อนขั้นอันหลิงหรงเป็นเฟย แม้จะมีคนครบสามคนแล้ว
- เจินหวนเสนอราชทินนาม “หลี” (นกขมิ้น) ให้อันหลิงหรง พร้อมพูดอ้อมๆ ว่า ชื่ออันหลิงหรง ตัวหลิงพ้องเสียงกับชื่อของเสวียนหลิง เสวียนหลิงจึงประกาศเปลี่ยนชื่อให้ เป็น อันหลีหลง (เรียก หลีเฟย) *ทำให้ราชทินนามที่ตั้งให้เหมือนไม่มี เพราะไปซ้ำกับชื่อ อีกทั้งยังเป็นการเสียดสีย้ำเตือนว่าอันหลีหรงมีเสียงเพราะเหมือนนกขมิ้น ทั้งที่นางเสียเสียงไปแล้ว
- เจินหวนทูลขอให้เลื่อนขั้นสนมนางในที่จากไปแล้ว และสนมนางในที่ยังอยู่ จึงมีการเลื่อนขั้นครั้งใหญ่
- ตวนเฟย (เยวี่ยปิน สกุลฉี, ราชทินนาม ตวน) ได้รับเลื่อนขั้นเป็นตวนกุ้ยเฟย ตำแหน่งหัวหน้าพระสนมขั้นหนึ่ง 
- จิ้งเฟย (รั่วเจา สกุลเฝิง, ราชทินนาม จิ้ง) ได้รับเลื่อนขั้นเป็น เต๋อเฟย ตำแหน่งพระสนมขั้นหนึ่ง
- หมิ่นเฟย (อวิ้นหรง สกุลหู , ราชทินนาม หมิ่น) ได้รับเลื่อนขั้นเป็นฟูเหริน พระสนมขั้นหนึ่งรอง เพิ่มราชทินนามคำว่า “จวง”(สุขุม) (เรียก จวงหมิ่นฟูเหริน)
- หลี่ว์เจาหรง (อิ๋งเฟิง สกุลหลี่ว์ ,ราชทินนาม ซิน) มารดาองค์หญิงซูเหอ องค์หญิงใหญ่ ได้รับเลื่อนขั้นเป็นเฟย ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพระสนมตำแหน่งเฟย (เรียก ซินเฟย)
- สวีซูหรง (เยี่ยนอี๋ สกุลสวี, ราชทินนาม เจิน) มารดาองค์ชายอวี่เพ่ย องค์ชายรอง ได้รับเลื่อนขั้นเป็นเฟย (เรียก เจินเฟย)
- เจี๋ยอวี๋โจวเพ่ย (เพ่ย สกุลโจว, ราชทินนาม ชิ่ง) ได้รับเลื่อนขั้นเป็นชิ่งกุ้ยผิน
- เยี่ยนเสี่ยวอี๋ (หลานอี สกุลเยี่ย, ราชทินนาม เยี่ยน) นักฝึกสัตว์ ได้รับเลื่อนขั้นเป็น ผิน (เรียกเยี่ยนผิน)
- อวี๋หรงเหนียงจื่อ (ชื่อเสา สกุลหรง, ราชทินนาม อวี๋หรง) ได้รับเลื่อนขั้นเป็นผิน  (เรียก หรงผิน)
- อิงกุ้ยเหริน (ชิ่งสุ่ย สกุลเจียง, ราชทินนาม อิง) ได้รับเลื่อนขั้นเป็น ผิน (เรียก อิงผิน)
- อันหลีหรงครรภ์ไม่มั่นคง ตกเลือด สูญเสียทารกเพศชายอายุห้าเดือน และไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตลอดชีวิต เสวียนหลิงเสียใจอย่างหนักเพราะเป็นต้นเหตุให้อันหลีหรงตกเลือด
- อันหลีหรงโดนข้อหาใช้เครื่องหอมเร้ากำหนัด, ทำให้เจินหวนแท้งลูกคนแรก, ทำให้เหมยจวงตาย, ป้ายความผิดให้หยางฟางอี๋จนต้องฆ่าตัวตาย, ครอบครองอู่สือซ่านและป้ายความผิดให้ฟู่เจี๋ยอวี๋โดนประหาร (อู่สือซ่าน คล้ายยาเสพติด ทำให้ติดและทำร้ายร่างกายผู้ใช้) ถูกขังในตำหนักแทนตำหนักเย็น บิดาถูกสั่งประหาร
- เจินเหิง อวี้อิ่น และอวี้เหรา มาเยี่ยมเจินหวน อันหลีหรงขอพบเจินเหิงตามลำพัง จากนั้นฆ่าตัวตาย ทิ้งประโยคสุดท้ายให้เจินเหิง
- การคัดหญิงงามปีนี้มีจุดประสงค์หลักคือหาคู่ให้องค์ชายใหญ่ อวี่หลี
- ฮองเฮาเลือกจูเชี่ยนเวย ที่มาจากตระกูลเดียวกับตนเองให้องค์ชายใหญ่ดูตัว หวังให้แต่งงานด้วย
- หูอวิ้นหรงแนะนำสวี่อี๋เหรินให้เจินหวน อยากให้คัดเข้าวัง แต่สุดท้ายอวี่หลี องค์ชายใหญ่กลับเลือกนางแต่งงาน
- การคัดหญิงงามเข้ามาใหม่ มี หญิงสกุลเว่ย (จวิน สกุลเว่ย) , ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุ้ยเหริน ราชทินนาม “ฉยง”, หญิงสกุลเจียง ได้รับการแต่งตั้งเป็นเหม่ยเหริน และหญิงสกุลหลี่ ได้รับการแต่งตั้งเป็น ไฉเหริน
- อิงผินตั้งครรภ์
- ฮ่องเต้หมายตาคนแต่งงานให้องค์หญิงใหญ่ ซูเหอ
- โหยวจิ้งเสียน (เรียก จิ้งเฟย) ชายารองของเสวียนชิงตั้งครรภ์
- ฉยงเหม่ยเหรินหายตัวอย่างปริศนา ต่อมาจึงพบศพนอกวัง ผู้ที่นางพบคนสุดท้ายคือเจินหวน 
- เจินหวนถูกปรักปรำ เสวียนหลิงระแวงเจินหวน ระงับอำนาจการดูแลฝ่ายในเจินหวนชั่วคราว
- เจียงเหม่ยเหริน ได้รับเลื่อนขั้นเป็นเสี่ยวหยวน (เรียก เจียงเสี่ยวหยวน)
- เจียงเสี่ยวหยวนตั้งครรภ์ ต่อมาตกเลือด สูญเสียเด็กในท้องไป เจินหวนถูกกล่าวหาว่าใส่เครื่องหอมกลิ่นชะมดในของกำนัลในให้เจียงเสี่ยวหยวน
- เจินหวนตั้งครรภ์ได้สองเดือน
- เจินหวนลบข้อกล่าวหาได้
- อิงผิน (ชิ่งสุ่ย สกุลเจียง) ได้รับเลื่อนขั้นเนื่องจากตั้งครรภ์เป็นหวั่นอี๋ (เรียก เจียงหวั่นอี๋)
- เจินหวนไปเยี่ยมเจียงหวั่นอี๋ และได้รู้ความจริงว่านางมีความสัมพันธ์กับลู่หลี ที่เป็นราชองครักษ์ นางไม่ทราบว่าลูกในครรภ์เป็นลูกของนางกับใคร
- เจินหวนเสนอให้เจียงหวั่นอี๋กินยาขับลูก แต่เจียงหวั่นอี๋ไม่ยอม เจินหวนจึงให้นางเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตลอดชีวิต ส่วนลู่หลี ชายที่นางมีความสัมพันธ์ด้วยถูกส่งออกนอกวัง
- เจียงชิ่นสุ่ยให้กำเนิดองค์หญิง ราชทินนาม “ไหวซู” เป็นธิดาคนที่ห้าของเสวียนหลิง (ใหญ่ = เหอมู่ , รอง = เวินอี๋, สาม = หลงเยวี่ย, สี่ = หลิงซี, ห้า = ไหวซู)
- เจินหวนอายุยี่สิบเจ็ด


เล่ม 10 
325 บาท  501 หน้า

หลังอ่าน

ที่อั้นไว้ในเล่มก่อนๆ มาปล่อยไว้ในเล่มนี้หมด เล่มอื่นจะทรมาน โศกา อาดูรขนาดไหน เล่มนี้คูณเข้าไปเลย จิตใจต้องเข้มแข็งเข้าไว้
แต่ที่โอชอบมีหลายฉากเลย ส่วนใหญ่เป็นฉากปะทะคารม ห้ำหั่น ดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร!

5


เหตุการณ์

- เวินสือชูแจ้งแก่เจินหวนว่าลูกในครรภ์ไม่สามารถอยู่ได้เกินห้าเดือน ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากหมอและเจินหวน ทุกคนนึกว่าครรภ์ปกติดี
- เจินหวนแท้งลูก ขณะที่อยู่กับฮองเฮาเพียงสองต่อสอง
- หมอหลวงเวินสือชูแจ้งแก่ฮ่องเต้ว่าเจินหวนมีรอยทุบที่ท้อง ฮองเฮาโดนกล่าวหา โดยมีองค์หญิงหลงเยวี่ยลูกสาวคนโตของเจินหวนเป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์
- ฮองเฮาโดนกักบริเวณ เจินหวนดูแลฝ่ายในแทนฮองเฮา
- คืนฉลองเทศกาลหยวนเซียว จิ้งเสียน ภรรยาที่ตั้งครรภ์กับเสวียนชิงโดนวางยาพิษขณะป้อนแกงอวี่หาน ลูกของเจินหวน ทำให้คลอดบุตรก่อนกำหนด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ลูกของจิ้งเสียนและเสวียนชิงเป็นเพศชาย ชื่ออวี่เช่อ และให้ อวี้อิ่น ภรรยาอีกคนของเสวียนชิงรับหน้าที่ดูแลอวี่เช่อแทน
- เจินหวนรู้ว่าอวี้อิ่น เป็นผู้วางยาพิษจิ้งเสียน แต่เพราะอวี้อิ่นเป็นน้อง เลยไม่ได้บอกใคร
- ชิ่งสุ่ย สกุลเจียง ได้รับเลื่อนขั้นจากหรงหวาเป็นเจี๋ยอวี๋ เนื่องจากองค์หญิงไหวซูอายุครบสามเดือน
- ฮ่องเต้รู้ว่าฮองเฮาองค์ปัจจุบันเป็นผู้สังหารฮองเฮาองค์ก่อน จึงต้องการปลดฮองเฮา แต่ไทเฮาไม่อนุญาต เพราะต้องการให้สกุลจูเรืองอำนาจต่อไป
- ฮ่องเต้ออกราชโองการกักขังฮองเฮาไว้ที่จวน ไม่อนุญาตให้ออกมาตลอดชีวิต ให้ซูเฟย (เจินหวน) ควบคมดูแลฝ่ายใน โดยมีกุ้ยเฟยและเต๋อเฟยเป็นผู้ช่วย
- องค์หญิงเจินหนิง ลูกสาวคนโตและคนเดียวของไทเฮากลับมาเยี่ยมไทเฮา (องค์หญิงเจินหนิงเป็นพี่สาวแม่เดียวกันกับฮ่องเต้) และพาเฉิงอี้ ธิดาอายุสิบหกปีกลับมาด้วย
- องค์หญิงเฉิงอี้ถูกใจหน้าตาและอุปนิสัยของเจินเหิง พี่ชายเจินหวน ฮ่องเต้จึงออกราชโองการให้แต่งงานด้วย
- สถานการณ์ฝ่ายในระส่ำระสาย แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่ละคนอยากรู้ว่าใครจะขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่ ผู้ที่มีโอกาสมากคือเจินหวน (มารดาแท้ๆ ขององค์ชายสามอวี่หาน และเป็นผู้ดูแลองค์ชายสี่อวี่รุ่นตั้งแต่เกิด, เป็นมารดาแท้ๆ ขององค์หญิงหลงเยวี่ยและองค์หญิงหลิงซี, เป็นพี่สาวชายาชิงเหออ๋องเสวียนชิง อ๋องหก, เป็นพี่สาวชายาผิงหยางอ๋องเสวียนเฝิน อ๋องเก้า, เป็นน้องสาวบุตรเขยองค์หญิงเฉิงอี้, เป็นผู้ควบคุมดูแลฝ่ายใน, ตำแหน่งซูเฟย) และอวิ้นหรง (ชาติตระกูลสูงศักดิ์ เป็นญาติกับฮ่องเต้, เป็นมารดาขององค์หญิงเหอมู่, มีเรื่องเล่าการกำเนิดที่อัศจรรย์, อุปนิสัยเย่อหยิ่งแม้แต่เจินหวนก็ต้องเกรงใจ, ตำแหน่งฟูเหริน)
- ชนเผ่าเฮ่อเฮ่อที่นำโดย หมัวเก๋อเค่อหาน แสดงท่าทีเป็นปรปักษ์ชัดเจน สถานการณ์แคว้นบ้านเมืองคับขัน เพราะที่ผ่านมาทหารของต้าโจวเน้นบุ๋นมากกว่าบู๊ และที่ผ่านมาก็เสียกำลังไปกับการศึกทางใต้และการปราบหรู่หนานอ๋อง
- อาการป่วยของไทเฮาทรุดหนัก สุดท้ายก็สวรรคต
- หมัวเก๋อเค่อหานขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ฮ่องเต้อนุญาตให้พบที่พระราชนิเวศน์ไท่ผิง โดยให้เหตุผลว่าหลบอากาศร้อน
- ฮ่องเต้ยอมพบหมัวเก๋อเค่อหานหลังจากประวิงเวลามาหลายวัน เมื่อได้รับข่าวเผ่าเฮ่อเฮ่อติดโรคระบาด
- เจินหวนได้รู้ว่าหมัวเก๋อเค่อหานคือชายที่พบที่เขาฮุยซานพร้อมกับเสวียนชิงและอวี้อิ่น หมัวเก๋อเค่อหานเองก็จำได้เช่นกัน
- หมัวเก๋อมอบของขวัญ คือ หมี สุดท้ายหมีแหกกรงออกมาจะทำร้ายคน อวี่รุ่นหกล้มหนีไม่ทัน เจินหวนจึงวิ่งไปปกป้อง ขณะที่หมีจะเข้ามาทำร้าย เสวียนชิงก็เข้ามาบังเจินหวน และล้มหมีได้ในที่สุด
- เจินเฟยสวีเยี่ยนอี๋ ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นฟูเหริน (เรียก เจินอีฟูเหริน) เพราะปกป้องฮ่องเต้จากอันตราย 
- ฮ่องเต้ระแวงเจินหวนและเสวียนชิง แต่ทั้งคู่สามารถพูดให้ฮ่องเต้คลายกังวล แต่หมัวเก๋อทูลขอเจินหวนไปเป็นชายาแลกกับความสงบของแคว้น ฮ่องเต้จึงส่งเจินหวนออกไป 
- เจินหวนเดินทางออกจากวังโดยไม่มีใครรู้ ฮ่องเต้ประกาศว่าซูเฟยป่วย จวงหมิ่นฟูเหรินเข้ามามีอำนาจการปกครอง
- เมื่อเจินหวนเดินทางกับเฮ่อเฮ่อถึงทะเลทราย เสวียนชิงก็ตามมาพาตัวกลับ หมัวเก๋อเค่อหานเห็นความรักของทั้งคู่จึงยอมปล่อยเจินหวน แต่ต้องการข้อแลกเปลี่ยนไม่ให้ตัวเองเสียหน้า อวี้เหยา น้องสี่ของเจินหวน ที่เดินทางมากับเสวียนชิง เสนอตัวไปกับหมัวเก๋อแทนเจินหวน
- หมัวเก๋อถูกใจความกล้า ความช่างเจรจา และไหวพริบของอวี้เหยาที่ถึงคราวจะสู้ก็ไม่ถอย แม้หน้าตาจะไม่งดงามเท่าเจินหวนก็ตาม ตัดสินใจรับอวี้เหยาไปเป็นชายารอง
- เสวียนชิงต้องการจะหนีไปกับเจินหวนสองคน แต่เจินหวนห่วงคนข้างหลังจึงวางยานอนหลับแล้วกลับวัง
- เจินหวนต้องใช้ไหวพริบและดวงในการกลับมาไม่ให้เสวียนหลิงระแวงอีก
- เก้าเดือนหลังจากลับมาจากชายแดน เจินหวนคลอดองค์หญิงเสวี่ยพั่ว ชื่อเล่นเชียนอวี่
- เสวียนชิงไม่ได้กลับเมืองหลวง ขอรับใช้รักษาการณ์ที่ชายแดน
- อวี้เหยาให้กำเนิดบุตรสาวกับหมัวเก๋อเค่อหาน เป็นที่รักยิ่งของหมัวเก๋อ จึงได้ขึ้นเป็นต้าเฟย (ชายาเอก) ของหมัวเก๋อ
- หูอวิ้นหรง ได้รับเลื่อนขั้นเป็น เสียนเฟย
- สองปีต่อมา เสวี่ยพั่วอายุขวบกว่าๆ เสวียนชิงกลับมาจากชายแดน เสวียนหลิงล่วงรู้ว่าเสวียนชิงมีใจให้เจินหวน กอปรกับเขามีอำนาจทางทหารมาก นึกระแวงสงสัย จึงสั่งให้เจินหวนเป็นผู้นำเหล้าพิษให้เสวียนชิงดื่ม
- เจินหวนไม่มีทางเลือก จึงเลือกกาพิษให้ตัวเองแทน แต่เสวียนชิงสลับจอกเหล้าโดยไม่ให้เจินหวนรู้
- เจินหวนเสียใจอย่างหนัก ก่อนเสวียนชิงตายจึงยอมบอกว่า อวี่หาน หลิงซี และเสวี่ยพั่ว ล้วนเป็นลูกของเสวียนชิง
- เจินหวนได้รับการเลื่อนขั้นเป็น หวงกุ้ยเฟย ตำแหน่งที่เสวียนหลิงแต่งตั้งใหม่ให้อยู่เหนือมเหสีทั้งสี่ มีอำนาจเทียบเท่าฮองเฮา 
- เจินหวนตกบันไดหอดอกถง ไม่อาจใช้ขาร่ายรำได้ต่อไป
- อวี้อิ่นเสียใจอย่างหนัก เอาหัวชนโลง ฆ่าตัวตายตามเสวียนชิงไป คู่สามีภรรยาผิงหยางอ๋องรับดูแลอวี่เช่อ ลูกของเสวียนชิงกับจิ้งเสียนแทน
- เจินหวนรู้ว่าเสวียนหลิงทราบเรื่องราวของตัวเองกับเสวียนชิงจากจดหมายที่เสวียนชิงส่งมาให้อวี้อิ่น ที่ลงท้ายถามถึงซูเฟยทุกครั้ง จดหมายนี้อวิ้นหรงเป็นผู้นำมาให้เสวียนหลิง
- หูอวิ้นหรงโดนแผนตัวเองย้อนทำร้ายตัว โดนลดขั้นลงจากเสียนเฟยเป็นไฉเหริน
- วันครบรอบอายุสี่สิบเอ็ดปีของเสวียนหลิง เยี่ยนผินเยี่ยหลานอีทำการแสดงขี่เสือ และบังคับเสือให้เข้าทำร้ายเสวียนหลิง ผลคือ เถียนผินเสียชีวิต (เถียนผิน: เคยท้องและแท้งไป โดยขนมที่มารดาองค์ชายใหญ่นำมาให้) เยวี่ยกุ้ยเหรินสูญเสียแขนไป (เยวี่ยกุ้ยเหริน: หญิงสกุลหลี่ เข้าวังรอบการคัดเลือกชายาให้องค์ชายใหญ่) เสวียนหลิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนเยี่ยหลานอีและเสือถูกทหารยิงธนูใส่จนตาย
- หูไฉเหริน (อวิ้นหรง สกุลหู) หายใจเอาปุยดอกหลิวเข้าไปจนอาการหอบหืดกำเริบ ตาย
- เสวียนหลิงฟื้นจากการบาดเจ็บ ไม่ค่อยสนงานราชกิจ มักมอบให้เจินหวนดูแล โปรดปรานหญิงงามเยาว์วัยที่ถูกคัดเข้าวังมาใหม่
- สุขภาพเสวียนหลิงอ่อนแอลง จึงมีเสียงเรียกร้องให้คัดเลือกรัชทายาท ขุนนางแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งแรกสนับสนุนองค์ชายใหญ่อวี่หลี อีกฝั่งสนับสนุนองค์ชายสามอวี่หาน (ลูกเจินหวน) เจินหวนเสนอให้แต่งตั้งองค์ชายสี่อวี่รุ่น (ลูกเหมยจวง) แทน จึงไม่มีใครโต้แย้ง
- เสวียนหลิงป่วยหนักจนแทบไม่ลุกจากเตียง เจินหวนแก้แค้น
- เจินหวนฝากหลงเยวี่ยให้จิ่นซีดูแล คอยตักเตือนชี้แนะเหมือนตอนที่อยู่กับนาง
- เจินหวนบอกความจริงเสวียนหลิงว่าอวี่รุ่นเป็นลูกของเหมยจวงกับเวินสือชู เสวียนหลิงโกรธจัด ในที่สุดก็จากไป
- ฮ่องเต้เสวียนหลิง สวรรคตเมื่ออายุสี่สิบสามปี อวี่รุ่นเปลี่ยนชื่อเป็นซูรุ่นเพื่อไม่ให้ซ้ำกับพี่น้องคนอื่น เจินหวนขึ้นเป็นไทเฮาอย่างถูกต้องเพราะเป็นมารดาผู้เลี้ยงดูซูรุ่นตั้งแต่เกิด ราชทินนาม หมิงอี้ (เรียก หมิงอี้ไทเฮา)
- ฮ่องเต้ยังเด็ก เจินหวนปฏิเสธว่าราชการหลังม่าน ให้เสวียนเฝินเป็นผู้สำเร็จราชการแทน
- อวี้เหรามีบุตรสาวหนึ่งคนกับเสวียนเฝิน ไม่มีบุตรชาย เจินหวนจึงออกปากให้อวี่เช่อ ลูกของเสวียนชิงและจิ้งเสียนสืบทอดเชื้อสายของผิงหยางอ๋องแทน ส่วนเชื้อสายของชิงเหออ๋องเสวียนชิง ให้อวี่หาน ลูกของตนสืบทอด
- หญิงสกุลจู ฮองเฮาแต่ในนาม เสียชีวิต
- เจินหวนอายุสามสิบสามปี
- ผ่านไปหลายปี ทั้งอวี่รุ่นและอวี่หานมีลูกของตนเอง หลายสิบปีผ่านไป เนื่องจากลูกของอวี่รุ่นไม่มีลูก จึงให้ลูกของอวี่หาน ซึ่งก็คือหลานของเจินหวน คลองบัลลังก์ต่อไป แม้เจินหวนจะไม่อยู่รับรู้เรื่องราวนั้นแล้ว
- ท้ายเล่มเป็นตอนพิเศษจากมุมมองของหลิงหรง


แล้วโอเข้าใจว่า ราชัน ถ้าหมายถึงพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มี ย์

"ราชัน" แปลว่า พระราชา หรือ พระมหากษัตริย์ ส่วน ราชันย์ หากเติม ย์ จะแปลว่า เชื้อสายพระมหากษัตริย์




สิบเล่ม (3.5+5+4+4+3+4+4.5+4+4.5+5)/10 = 4.15


.
.
.

ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา ความประหลาดใจ ความเป็นศัตรู และการยกยอปอปั้น ทำให้ข้าตัดสินใจสิ่งสำคัญลงไป ข้าตัดสินใจยอมรับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ โดยพร้อมจะรับมือกับการโจมตีที่จะมาถึง ข้าจะรักและเทิดทูนเขาด้วยหัวใจของข้า ไม่รู้ว่าทางเลือกนี้จะเป็นทางเสี่ยงอันตรายมากเพียงใด แต่แสงสว่างไสวในฤดูใบไม้ผลิ และรอยยิ้มของฮ่องเต้เสวียนหลิงได้เปิดประตูอีกบานหนึ่ง เป็นประตูสู่โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วเย้าและลาภยศสรรเสริญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้ว่าในเวลาเดียวกัน โลกนั้นจะเต็มไปด้วยคมกระบี่และเครื่องหอมผสมยาพิษ แตข้าก็ไม่อาจห้ามมิให้ตัวเองโผเข้าไปในนั้น

หน้า 163-164 บทที่ 12 ประคองร่างแน่งน้อยอ่อนระทวย
เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน เล่ม 1
หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน อวี้หลิน แปล

.
.
.

เฝิงซูอี๋พยักหน้ายิ้มๆ "ดูเหมือนน้องหญิงเจี๋ยอวี๋จะชอบดูละคร"

ข้ายิ้มให้นาง "คนกำลังดูละคร ละครก็กำลังดูคนเช่นกัน ตอนนี้อาจจะนั่งดูอยู่หน้าเวที แต่ไม่นานอาจจะต้องขึ้นไปร่วมแสดงก็เป็นได้"

เฝิงซูอี๋เอ่ยเสียงเบา "ละครของน้องหญิงสนุกสนานและได้ข้อคิดเสมอ ข้าว่าเราออกแสดงพร้อมกันดีหรือไม่ แม้ข้าจะไม่มีความสามารถอะไรนัก แต่ข้ายินดีตีกลองดีดพิณประสาน น้องหญิงเห็นเป็นเช่นไร"

ข้ายิ้ม "เช่นนั้นคงต้องขอบคุณพี่หญิงเพคะ"
หน้า 212 บทที่ 13 เงามีด
เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน เล่ม2
หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน ดารินทิพย์ แปล

.
.
.

เสวียนหลิงยิ้มเอ่ย "ข้าเห็นสตรีอื่นเวลาประทินโฉม ก่อนประทินโฉมใบหน้าหนึ่ง หลังประทินโฉมเป็นอีกใบหน้าหนึ่ง ราวคนละคนก็ไม่ปาน"

ข้ายิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่ เอ่ยกลั้วหัวเราะ "เช่นนั้นไม่ดีหรือเพคะ ฝ่าบาททรงครอบครองหนึ่งสตรีเท่ากับครอบครองสองสตรี โฉมสะคราญงามทวิพักตร์ ฝ่าบาททรงเปี่ยมวาสนายิ่งนักเพคะ"

หนัา 324 บทที่ 18 วสันต์โศก
เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน เล่ม3
หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน ดารินทิพย์ แปล

.
.
.

ความรู้สึกของน้องต่อท่านพี่
รักตรึงจิตตรึงชีวีมิแปรผัน
ขอท่านจงอย่าละเลยความผูกพัน
พบหน้ากันโปรดดูแลด้วยหัวใจ
ครั้นไกลห่างมิอาจอยู่ใกล้ชิด
พึงนึกคิดเคียงคู่ไม่หวั่นไหว
พึงคิดถึงคะนึงหาอยู่ร่ำไป
พึงถวิลมิรู้วายทั้งเช้าเย็น

เสียงเพลงดังลอดเข้ามาในวิหาร ทะลุผ่านกระเบื้องใสหลากสีทุกแผ่นบนผนังวัดกานลู่ จิ้งไป๋ทำปากขมุบขมิบอย่างรังเกียจ "บทเพลงไร้สาระ รบกวนองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า"

"มีใจนึกฟังย่อมได้ยิน หากไม่สนใจใจย่อมสงบ" หัวหน้าแม่ชีเอ่ย

ข้าถอนหายใจ ต่อให้ข้าไม่สนใจ เสียงเพลงก็แว่วดังให้ข้าได้ยินอยู่ดี


หน้า 83-84 บทที่ 5 ฮ่วนปี้
เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน เล่ม5
หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน ดารินทิพย์ แปล

.
.
.

กลัวหรือไม่ ไยข้าจะไม่กลัวเล่า เพียงแต่หากความกลัวมีประโยชน์ เรื่องราวใดๆ ในใต้หล้าคงล้วนคลี่คลายเพียงแค่หนีปัญหาโดยการแอบไปนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่ม ชีวิตคนเราหากง่ายดายถึงเพียงนั้น ก็คงไม่เรียกว่าชีวิต

หน้า 134 บทที่ 10 คำนึงถึงท่านพี่มิเลือนหาย
เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน เล่ม6
หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน ดารินทิพย์ แปล

.
.
.

"ยังไม่ถึงวันคัดเลือกหญิงงาม นางก็รีบหาคนเข้าวังมาเป็นพวกเสียแล้ว"

ข้าเป่าไอร้อนบนน้ำชา "วัยร่วงโรยโฉมโรยรา สตรีทุกคนล้วนหวาดกลัว จะไม่วางแผนอนาคตให้ตัวเองได้อย่างไร" ข้าวางถ้วยชาลง ยกมือแตะหางตา "แม้แต่ตัวข้าเอง ทุกวันเมื่อตื่นเช้ามายังรู้สึกว่ารูปโฉมของตัวเองวันนี้โรยรากว่าเมื่อวาน ในวังหลวง หากรูปโฉมโรยราก็จะถูกทอดทิ้ง ไม่แปลกที่นางจะเตรียมการเนิ่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นในวังหลวงแห่งนี้ เพียงระวังผู้อื่นยังไม่พอ แต่ต้องมีคนของตัวเอง แม้ว่าคนของตัวเองนี้อาจจะไว้ใจมิได้ กระทั่งอาจจะมีวันหนึ่งที่ทรยศหักหลัง กระนั้นมีคนเป็นหูเป็นตาเพิ่มอีกคนถึงอย่างไรก็ดีกว่าไม่มี ฮองเฮาเป็นเช่นนี้ ข้าเป็นเช่นนี้ นางเองก็เช่นกัน ล้วนไม่ต่างกัน"


หน้า 244-245 บทที่ 16 ยอดหญิงงามดอกบัวตั๋นล้วนบรรเจิด
เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน เล่ม9
หลิวเลี่ยนจื่อ เขียน ดารินทิพย์ แปล

.
.
.


แนะนำค่ะ



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2559 16:02:52 น.
Counter : 3954 Pageviews.

13 comments
  
ขออ่านแต่เล่มหนึ่งนะโอ เพราะอ่านรีวิวแล้วน่าสนใจ คิดว่าจะหามาอ่านแหละ (แล้วกองดองอีกหลายร้อยเล่มนั่นคืออะไรคะคุณ??)

สงสัยแค่ ตอนแรกบอกว่า ถูกเรียกถวายตัวเพราะแสดงความฉลาดให้ฮ่องเต้รู้ แต่ไหงมา "รักแรกพบ" กันอีกทีหนึ่งได้อะจ๊ะ

แต่อ่านรีวิวแล้วนางเอกน่าสนใจดี ดูเป็น "คน" ดีจ้ะ


วันนี้โหวตเต็มแล้ว แปะใจให้ได้อย่างเดียวนะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ออโอ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

พรุ่งนี้มาโหวตให้จ้าา
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:04:25 น.
  

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

โห ... ยอมรับเลยครับ รีวิวได้สุดยอด 10 เล่มพร้อมกัน โดยรีวิวอย่างละเอียดด้วยแสดงความต้องเป็นนักอ่านที่เก่งมาก ๆ เลยครับ

ผมมีปัญหาเวลาอ่านเรื่องจีนเหมือนกันครับ ปัญหาคือจำชื่อตัวละครจีนไม่ค่อยได้ อ่านไปจึงงงไม่รู้ว่าตัวไหนเป็นตัวไหน ต้องพลิกย้อนกลับไปอ่านทุกครั้งเหมือนกันครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:44:12 น.
  
โห.......... จัดยกชุดเลยรึ ..... โหดมาก 55+

แปะ ให้นะคะ
โดย: Prophet_Doll วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:11:53:10 น.
  
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog ดู Blog
พรไม้หอม Health Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog

มาโหวตให้นะจ๊ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:16:23:50 น.
  
โอ้โห คุณโอ จัดเต็มมากค่ะ
งานจีนไม่ถนัด T T
เคยพยายามอ่านแล้ว ได้ไม่กี่เรื่องเอง
สุดท้ายกลับมาหานิยายไทยเหมือนเดิม

นี่ใช้เวลากี่วันในการอ่านคะ
10เล่มนี้แบบว่าเยอะอะ เยอะมาก
เรื่องนี้น่าจะดังมากเนาะ
นุ่นไปเห็นร้านหนังสือขายดีติดอันดับด้วย

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า
สงสัยต้องลองหาเช่าเล่มแรกมาอ่านดู
เผื่อชอบบ้างค่อยหามาอ่านเป็นชุุดด้วย

อ่า เกือบลืมแปะหัวใจให้ดวงโตๆเลย

โดย: lovereason วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:58:03 น.
  
พี่สาวไกด์ฯ คืออย่างงี้ค่ะ การเรียกตัวหญิงสาวที่มีอายุเหมาะสมจากตระกูลขุนนางเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว สิ่งที่ฮ่องเต้ทำมีทั้งเลือกคนที่ถูกใจและเลือกคนจากตระกูลที่สามารถสร้างผลประโยชน์ต่อบัลลังก์/แคว้น/ตนเองได้ในอนาคต ที่เขาเลือกเจินหวนเพราะถูกใจหน้าตาและนิสัยที่ไม่หวั่นไหวง่าย ตรงนี้หยุดอยู่แค่ถูกใจเท่านั้น (ส่วนตัวเจินหวนเองไม่เห็นหน้าฮ่องเต้ค่ะ เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้เรียกชื่อ ก็จะไม่เงยหน้าสบพระพักตร์ฮ่องเต้ตรงๆ คล้ายธรรมเนียมของเราที่การมองผู้มีศักดิ์สูงกว่าเองจะเสียมารยาทหรือไม่เหมาะสมเป็นกุลสตรี) แต่ที่มาเจอ ได้พูดคุย พบปะ จริงๆ คือตอนในวังค่ะ เจินหวนรู้สึกดีกับฮ่องเต้ตอนนั้น พอเข้าใจไหมคะ โออธิบายงงหรือเปล่า

ขอบคุณสำหรับใจและโหวตค่ะ

คุณPd ฮ่าๆ ยาวๆ เลยค่ะ

คุณนุ่น ประมาณเดือนกว่าค่ะ อ่านสลับกับเล่มอื่นกลัวบล็อกร้างด้วยสี่ห้าเรื่อง เรื่องนี้ขอยืมมาด้วยเลยไม่กล้าปล่อยนาน แล้วก็อยากรู้เรื่องต่อไปเร็วๆ ค่ะ เรื่องนี้ดังเพราะเป็นซีรี่ส์ด้วยค่ะ คนรู้จักมาก
ถ้าไม่ถนัดงานจีน แล้วอยากอ่านจริงๆ อย่าเพิ่งท้อเรื่องชื่อนะคะ เล่มแรกสำหรับโอเริ่มยาก เหมือนเราอ่านหนังสือเรียนเรื่องใหม่ที่ไม่คุ้นเคย แต่พอตัวเราปรับเข้ากับเนื้อเรื่องได้แล้ว ก็จะจับทางได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับใจค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:15:01 น.
  
คุณอาคุงกล่อง ขอโทษค่ะ ตามองเลยอีกแล้ว โอก็เป็นคนจำชื่อคนยากค่ะ ไม่ได้จำกัดเฉพาะงานจีนด้วย แต่ความอยากอ่านทำให้ฮึดสู้ค่ะ ฮ่าๆ เรื่องนี้สนุกด้วย
โดย: ออโอ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:17:58 น.
  
สวัสดีอีกรอบค่าา

มาขอบคุณที่ไปตอบนะโอ

เดี๋ยวถ้าได้อ่านจะมาคุยด้วยอีกทีเนาะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:0:20:16 น.
  
พี่สาวไกด์ฯ ได้เลยค่า
โดย: ออโอ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:06:09 น.
  
เป็นเรื่องที่โดนมากเลยค่ะ
โดย: jackfruit_k วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:07:15 น.
  
คุณ jackfruit_k เนอะๆ
โดย: ออโอ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:7:42:33 น.
  
รีวิวจัดเต็มเลย ว๊าวววว

ตอนอ่าน เราแอบเขียนลำดับตำแหน่งนางสนมใส่ที่คั่นไว้ค่ะ
พวกนางเดี๋ยวเลื่อนขึ้น เดี๋ยวเลือนลงกันบ่อยเกิน
โดย: Serverlus วันที่: 2 มีนาคม 2559 เวลา:23:01:43 น.
  
คุณเอ้ โองงการจัดหน้า บางเล่มเขาก็ใส่ตำแหน่งมาให้ บางเล่มก็ไม่มี ทั้งที่มีการเลื่อนขั้นลดขั้นอยู่ทุกเล่มแท้ๆ (จำได้แม่น เล่มสองนี่ต้องถึงกับไปหยิบเล่มหนึ่งมาคู่เพื่อดูลำดับชั้น) เรื่องนี้โออยากให้เขาใส่พวกเนื้อหาเชิงอรรถท้ายเล่ม น่าจะมีเกร็ดเยอะๆ และน่าสนุกดี แต่ไม่รู้ว่าเขาจำกัดหน้าหรือเปล่านี่สิคะ
โดย: ออโอ วันที่: 3 มีนาคม 2559 เวลา:23:03:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments