เมื่อวานเป็นเหตุ วันนี้เป็นผล วันนี้เป็นเหตุ พรุ่งนี้เป็นผล
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
9 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 

ถูกนินทาว่าร้าย คิดอย่างไรจึงจะหายทุกข์

1. เป็นธรรมดาของโลก ให้คิดว่านี่เป็นธรรมดาของโลก

ไม่เคยมีใครสักคนบนโลกนี้ที่รอดพ้นจากคำนินทา เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้าของเรา ขนาดท่านเป็นผู้ที่ประเสริฐบริสุทธิ์สูงสุด แต่ท่านก็ยังไม่พ้นถูกคนพาลกล่าวโจมตีว่าร้ายจนได้ แล้วนับประสาอะไรกับเราที่เป็นแค่คนธรรมดาสามัญที่ยังมีทั้งดีและชั่วจะรอดพ้นปากคนนินทาไปได้ คิดอย่างนี้แล้วจะได้สบายใจว่า การถูกนินทานี่เป็นแค่เรื่องธรรมดา เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลก (โลกธรรม) และ ยังคงมีอยู่ต่อไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย

2. ให้มีจิตใจมั่นคงดุจภูผา

ถ้าเรามีความบริสุทธิ์ใจ ทำการงานด้วยความตั้งใจปรารถนาดี แต่แล้วก็ยังไม่พ้นถูกคนนินทา กล่าวร้ายว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ขอให้เรามีความมั่นใจในความดีของเรา อุปมาภูผาหินแท่งตันไม่หวั่นไหวในลมพายุฉันใด บัณฑิตผู้มีจิตใจหนักแน่นในความดี ย่อมไม่หวั่นไหวในคำสรรเสริญ และ คำนินทาแม้ฉันนั้น

3. ให้มีจิตเมตตาสงสารผู้นินทา

ให้คิดด้วยความเมตตากรุณาว่า คนที่นินทาเรานั้น ย่อมกระทำไปด้วยความอิจฉาริษยา เขาจะต้องเผาลนจิตใจของเขาให้ร้อนรุ่มเสียก่อน จึงจะสามารถพูดนินทาว่าร้ายคนอื่นออกมาได้ ให้คิดเมตตาสงสาร แทนที่จะไปโกรธเคืองเขา

อนึ่ง คนที่ชอบกล่าววาจาส่อเสียด หรือ ชอบนินทาว่าร้ายผู้อื่น

โดยปรกติเขาย่อมเป็นผู้หามิตรสหายที่ใกล้ชิดไม่ค่อยได้ เพราะไม่เคยมีใครไว้วางใจคนที่ชอบนินทาว่าร้ายผู้อื่น ให้คิดเห็นใจเขาในฐานะที่เขาต้องเป็นผู้อยู่ในโลกนี้ด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเขาย่อมหาเพื่อนแท้ไม่ได้

4. คิดหาประโยชน์จากคำนินทา

คนที่คิดกล่าวร้ายเรา บางทีเขาต้องไปนั่งคิดนอนคิดหาจุดอ่อนในตัวของเรา เพื่อเอามาพูดโจมตี บางทีจุดอ่อนเหล่านี้ตัวเราเองก็มีอยู่จริงแต่ทว่าเราไม่รู้ตัวมาก่อน นี้เป็นประโยชน์มาก เพราะเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาปรับปรุงตนเองได้ ดังนั้นเราจึงควรที่จะขอบคุณคนนินทาเรา เพราะเขาอุตส่าห์ไปนั่งคิดนอนคิดช่วยค้นหาข้อมูลมาช่วยให้เราปรับปรุงตนเอง

5. คิดวิเคราะห์ให้เห็นปัญหาสังคม

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง คือเน้นเรื่องการใช้อำนาจครอบงำกันและกัน จึงมีการปลูกฝังสอนให้คิดแข่งดีแข่งเด่น คิดเหนือผู้อื่น สอนให้อยากเป็นใหญ่เป็นโต (มานะ) มาตั้งแต่โบราณ (คาดว่าไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปี คือตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น) ทำให้คนไทยเรา เวลาเห็นใครทำดี ก็มักจะเกิดความริษยาโดยไม่รู้ตัว คือทนไม่ได้ที่จะเห็นคนอื่นดีกว่าตน สังคมที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่งเช่นนี้ ผู้คนจึงมักจะชอบนินทาว่าร้ายกันและกันเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าคิดวิเคราะห์ได้เช่นนี้

แล้วก็สบายใจ ไม่ต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก ให้ถือว่าการที่เราถูกนินทานี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางสังคมก็แล้วกัน มันเป็นเช่นนั้นเอง

ในอนาคตไม่แน่

หากมีการศึกษาเรื่องพุทธธรรมกับสังคมไทยกันอย่างจริงจัง บางทีเราอาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคมจาก “แนวดิ่ง” ให้เป็น “แนวราบ” คือ คนไทยมีความเสมอภาคกัน ไม่ถืออำนาจเป็นใหญ่ แต่ถือความถูกต้องดีงามเป็นใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้นสังคมที่เต็มไปด้วยการนินทาว่าร้ายก็จะลดน้อยลงไปเองตามธรรมชาติ แล้วภาษิตยอดฮิตที่ว่า “สังคมเสื่อมถอยเพราะคนดีท้อแท้” หรือ “ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย” จะได้เลิกใช้กันเสียที

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ลานธรรมจัก




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2550
6 comments
Last Update : 9 กรกฎาคม 2550 13:12:20 น.
Counter : 452 Pageviews.

 

อ่านแล้วอิ่มเอม มองโลกในแง่ดีมากขึ้นค่ะ

 

โดย: MeJayya 9 กรกฎาคม 2550 13:44:48 น.  

 

ข่าวคุณภาพดีจริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณเช่นเดียวกันค่ะ
ทั้งกับเจ้าของ blog นี้
และลานธรรมจัก
มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตมากทีเีดียวค่ะ

 

โดย: ตติตา 9 กรกฎาคม 2550 14:10:35 น.  

 

ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ถูกนินทา
จริงไหมค่ะ

แต่ชอบบทความนี้นะ จะจำไปใช้เวลาถูกนินทาค่ะ

 

โดย: wayoflife 9 กรกฎาคม 2550 14:19:19 น.  

 

บล๊อกมีสาระมากๆ ค่ะ ขออนุญาติ แอดบล๊อกนะคะ

 

โดย: virgo girl 9 กรกฎาคม 2550 20:02:18 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ ค่ะ

 

โดย: jini2007 (jini2007 ) 29 กันยายน 2550 17:42:30 น.  

 

สบายใจขึ้นเยอะเลย

 

โดย: ฟนท IP: 61.91.248.80 9 ตุลาคม 2550 10:11:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Frank Abanel
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" อย่ามักน้อยหวังเพียงปัญญา
เพื่อใช้ทำมาหากิน

อย่าหวังเพียงเรียนกฎหมายให้จบสิ้น
เพื่อทรัพย์สินชื่อเสียงตำเเหน่งงาน

ขอจงเป็นดั่งเทพยุติธรรม
ผู้รู้โลกลึกล้ำเกินคำขาน

บูชาความถูกต้องเป็นตำนาน
มุ่งสืบสานประโยชน์สุขเเก่มวลชน "

Google
Friends' blogs
[Add Frank Abanel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.