เมื่อวานเป็นเหตุ วันนี้เป็นผล วันนี้เป็นเหตุ พรุ่งนี้เป็นผล
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 

เรียนกฎหมายจำเป็นไหมต้องหัวดี

ในการเรียนกฎหมายนั้นทุกคนต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นาๆ สำหรับการเรียนกฎหมาย ในขั้นตอนเบื้องต้นจากคนที่ไม่รู้กฎหมายเลย หรือ อาจรู้บ้างเเต่เพียงน้อยนิด จนต้องปรับตัวให้เข้าใจความหมายในตัวบทกฎหมาย เเละ ในการจดจำตัวบทกฎหมาย เเละ คำพิพากษาฎีกาซึ่งเป็นบรรทัดฐาน ในการนำข้อเท็จจริง มาปรับเข้ากับข้อกฎหมาย ให้ได้อย่างถูกต้อง ตามเจตนารมณ์ ของกฎหมาย เรื่องนั้นๆไป เเต่ไม่ใช่ว่าคำพิพากษาฏีกานั้นจะถูกต้องเสมอไป ซึ่งอาจมีผูที่คัดค้านไม่เห็นด้วยก็มี เเต่ก็ต้องเคารพในการตัดสินคดีนั้นๆไป ซึ่งเห็นได้จากคำพิพากษาฎีกาในยุคก่อนๆ ได้ถูกกลับในยุคปัจจุบันนี้ก็มีหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งเห็นได้ว่าในเเต่ละยุคเเต่ละสมัยบรรทัดฐาน จะไม่เหมือนกัน ซึ่งสิ่งนี้เเหละสำหรับนักกฎหมายที่ควรต้องติดตามเหตุการณ์ว่ายุคนี้บรรทัดฐาน เขายึดถือกันยังไง
สำหรับบุคคลทุกคนที่ได้ก้าวเข้ามาสู่การเรียนกฎหมายนั้น ก็ต้องพึงตระหนักไว้ว่าควรอยู่บนความไม่ประมาท เพราะความประมาทนั้นเป็นหนทางเเห่งความตายจริงๆครับ
สำหรับการเรียนกฎหมายนี้จำเป็นไหมต้องหัวดี ซึ่งกระผมเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องหัวดีเสมอไป คนหัวธรรมดาเนี่ยเเหละก็เรียนได้ เเต่อาจใช้เวลาในเข้าใจ เเละ จดจำช้ากว่าคนหัวดีหน่อย อันนี้เราไม่เถียง คนหัวดีสามารถเรียนได้เเละไปได้ทุกทางอยู่เเล้วด้วยความสามารถเฉพาะตัวของเขา เเต่ใช่ว่าคนหัวดีจะประสบความสำเร็จกันทุกคนเสมอไปจริงไหม
สำหรับคนหัวธรรมดาอย่างเราๆ ก็ต้องรู้จักวางเเผน เเละ ลงมือปฏิบัติ ซึ่งสิ่งที่ยากที่สุดนั้นก็คือ การเริ่มต้นนี่เเหละ การเริ่มต้นก็คือ การลงมือเนี่ยเเหละ การลงมือก็ไม่ใช่อะไรเลยก็คือการเริ่มอ่านหนังสือเนี่ยเเหละ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญจริง ด้วยปัจจัยหลายประการที่ทุกคนนำมาอ้างจริงไหมครับ ว่าติดโน่นติดนี่ ไปเรื่อย บ้างก็จิตใจไม่พร้อม อันนี้ผมยอมรับจริงๆว่าผมก็เป็นเหมือนกัน เเต่คิดดูสิครับถ้าคุณได้เริ่มต้นก่อน ได้ลงมือก่อน ความพร้อมในการเรียนกฎหมายของคุณก็ย่อมมีก่อนคนอื่นจริงไหมครับ อันนี้เเหละครับที่สำคัญจริงๆ ดังสุภาษิตที่ว่า หนทางไกลหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวเเรก ใช่ไหมครับ
ปัจจุบันคนที่ประสบความสำเร็จในการเรียนกฎหมาย ไม่ใช่มีเเต่คนหัวดีเสมอไป คนหัวธรรมดาผมคิดว่าเยอะกว่าที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้ ด้วยความมานะพยายามฟันฝ่าจนไปถึงเป้าหมายได้ ในบั้นปลายจุดหมาย คนหัวธรรมดาก็อาจไปถึงได้เหมือนกันจริงไหม อย่าคิดว่ามีเเต่พวกหัวดีที่ไปถึง เเต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าคนหัวดีเเละธรรมดา จะต้องปฏิบัตินั้นก็คือ การอ่านหนังสือ เนี่ยเเหละครับ ต่อให้คุณหัวดีสักเเค่ไหน ลองไม่อ่านหนังสือดูเลยสิ เเล้วไปสอบผมเชื่อว่า ผลออกมาก็ไม่น่าจะรอดเหมือนกันเเหละครับ
ดังนั้น ในสายกฎหมายตอนนี้จึงมีพวก เเพทย์ วิศวะ เภสัช เเละ อื่นๆ หันมาเรียนกฎหมายกันมากขึ้น เพราะหากเเพทย์ ผ่าตัดผิดพลาดทำให้เขาเสียหายก็อาจถูกฟ้องคดีได้จริงไหมครับ ดังนั้นบุคคลเหล่านี้ เราถือว่าพวกเขาหัวค่อนข้างดีเลย ดังนั้นการเเข่งขันกันทางสายกฎหมายจึงเริ่มสูงขึ้นทุกวัน เเต่ใช่ว่า เเพทย์ จะสอบเเข่งขัน เเล้วชนะคนอื่นเสมอไปจริงไหมครับ ผมเห็นยังมีคนที่สอบได้คะเเนนดีกว่า บุคคลเหล่านี้ก็มี เเละ เชื่อว่าต้องมีคนที่หัวธรรมดาด้วยที่ได้คะเเนนมากกว่า เเต่เหนือสิ่งอื่นใดการเตรียมพร้อมอยู่เสมอย่อมไม่มีอะไรทำให้เราเสียหายจริงไหมครับ
ซึ่งผมได้ไปอ่านในบทความของอาจารย์ท่านนึง ท่านเป็นอาจารย์ของผมด้วยอ่ะครับ อาจารย์สอบเนติบัณฑิตได้ลำดับที่ 1 ในบทความอาจารย์เขียนว่า "คนที่เรียนกฎหมายนั้นไม่จำต้องเป็นคนหัวดีเเต่ขอให้มีความสม่ำเสมอ" ซึ่งเป็นเเรงบันดาลใจที่ดีมากครับสำหรับคนที่คิดท้อเเท้เเละคิดว่าตัวเองหัวไม่ดี ซึ่งก็เป็นเเรงบันดาลใจสำหรับผมด้วยครับ
เเละผมก็ยังมีบทความที่น่าสนใจขอนำมาลงไว้ให้อ่านกัน เพื่อเป็นประโยชน์เเก่คนที่กำลังคิดท้อเเท้ อยู่นะครับ
" ยอดคน " กับ " คนธรรมดา ฟ้ามิได้เเบ่ง ยอดคน กับ คนธรรมดา ออกจากกัน ยอดคนจะปรากฎขึ้นเสมอ เเต่นั่นมิใช่เพราะฟ้ากำหนด การที่ยอดคนปรากฏขึ้นได้เพราะเขาผ่านการฝึกฝนเเละเรียนรู้ ที่จะเป็นยอดคน
อันนี้สำหรับความผิดพลาด&ผิดหวัง เเต่ใจไม่ยอมเเพ้

หนูวิ่งผ่านไปแล้ว แมวจับไม่ได้ เป็นอดีต
หนูวิ่งผ่านมา แมวจับได้ เป็นปัจจุบัน
หนูยังไม่วิ่งผ่านมา แมวจะจับได้หรือไม่ เป็นอนาคต

นมเต็มแก้วหกลงบนพื้นทราย คิดอย่างไร ทำอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้นมกลับมาเต็มแก้วดังเดิมได้

ดังนั้นกระผมขอนำคำกล่าวในบทความของผู้สอบได้อันดับที่ 1เนติบัณฑิตสมัยที่ 58 ซึ่งให้เเง่คิดที่อาจเปลี่ยนชีวิตได้ ดังคำกล่าวต่อไปนี้

ไม่มีอะไรในชีวิตได้มาอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงทุนลงเเรง ทุกอย่างมีราคาเเละต้นทุน การมีเเรงบันดาลใจที่เเรงกล้า การตั้งเป้าหมาย การรู้จักจัดสรรเวลา เเละความขยันหมั่นเพียร จะทำให้เราประสบความสำเร็จ เเละขอให้ระลึกเสมอว่าคนที่เกิดมาเก่งโดยธรรมชาตินั้นมีน้อยเเต่คนที่ประสบความสำเร็จด้วยการทำให้ตนเป็นคนเก่งนั้นมีมากเเละสามารถทำได้







 

Create Date : 12 ตุลาคม 2549
16 comments
Last Update : 19 มีนาคม 2550 3:08:30 น.
Counter : 2942 Pageviews.

 

อ่านแล้ว มีแต่เรืองขี้โม้ ทั้งน้นเรยยยยยยยยย อ่ะ

 

โดย: poo สุดสวย IP: 203.113.80.14 15 ตุลาคม 2549 6:20:50 น.  

 

อ๊ะ งั้นคนหัวทื่ออย่างเราก็เรียนได้อ่ะจิ ..มีความฝันว่าอยากเรียนกฎหมายค่ะ เผื่อว่าตอนแก่ๆ จะได้ไปสมัครเป็นผู้พิพากษาสมทบได้แบบเต็มภาคภูมิ

ตอนเลือกตรีก็ไม่เลือกเพราะไม่เคยสนใจ ตอนนี้จบแล้วเริ่มเสียดาย เฮ้อ

มีความสุขในวันอาทิตย์นะคะ

 

โดย: the Vicky 15 ตุลาคม 2549 17:25:13 น.  

 

"คนที่เรียนกฎหมายนั้นไม่จำต้องเป็นคนหัวดีเเต่ขอให้มีความสม่ำเสมอ"

ส่วนเรานอกจากจะหัวไม่ดีแล้วยังขี้เกียจอีก... จะไปรอดไหมเนี่ย

 

โดย: Mocha Macchiato 18 ตุลาคม 2549 5:14:11 น.  

 

เห็นด้วยครับ

 

โดย: ถาวร ราชก๊อตวาลา (thai_10600 ) 23 ตุลาคม 2549 16:47:40 น.  

 

หัวดีไม่ดีไม่เกี่ยวเท่าไหร่นะ...

อันนี้ดีกว่าที่วัดกันได้ว่าเรียนกฎหมายได้ไหม

ความตั้งใจและความขยัน

 

โดย: ต้นน้ำ (watersweet ) 2 พฤศจิกายน 2549 0:50:44 น.  

 

แวะมาทักทายอ่ะจ้ะ

อ่านแล้วค่อยมีกำลังใจหน่อย เพิ่งลงนิติเทอมแรก หัวไม่ดี และก็ขี้เกียจ (นิดหน่อย) แต่อ่านแล้วฮึดขึ้นมาเลยนะเนี่ย เด๋วไปอ่านหนังสือดีกว่า

ขอบคุณค๊าบ

 

โดย: ปี 1 IP: 203.121.153.8 12 พฤศจิกายน 2549 12:07:30 น.  

 

ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนกัน ถ้าถึงคราวเดือดร้อนจะขอปรึกษามั่งได้ไหมคะ ป้ามดคนล้าหลังทางกฎหมายค่ะ

 

โดย: ป้ามด 25 พฤศจิกายน 2549 12:00:45 น.  

 

ยินดีมากๆเลยครับ สำหรับ ป้ามด นะครับ

 

โดย: Frank Abanel (Frank Abanel ) 9 ธันวาคม 2549 23:42:12 น.  

 

หัวดีไม่ดีไม่เกี่ยว ว่าแต่ขยันอ่ะป่าวนี่สิเรื่องจริง
(เพิ่งเข้ามาครั้งแรก)

 

โดย: @^.^@ IP: 124.120.167.25 7 กุมภาพันธ์ 2550 3:45:24 น.  

 

เฉยๆ ครับ

 

โดย: เจจัง IP: 202.29.60.165 16 มีนาคม 2550 11:44:35 น.  

 

เคล็ดลับ...ในการอ่านหนังสือ( หากรู้สึกเบื่อการอ่าน )
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนน่ะครับว่า วิธีนี้เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลน่ะครับ ท่านใดอ่านแล้วเห็นว่าดีจะนำไปพิจารณาทำตามก็ไม่สงวนสิทธิแต่ประการใด เหมือนดังที่เราเคยได้ยินคนโบราณกล่าวว่าให้กราบไหว้หนังสือก่อนและหลังที่เราอ่านหนังสือ เหตุผลที่ผมจะกล่าวด้านล่างนี้จะอธิบายทั้งหมดครับว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาจะสำเร็จไม่ได้เลย หากขาด ความมุ่งมั่นตั้งใจจริง และ มีคาถาอีก1 บทที่ จะช่วยเราได้ อิทธิบาท 4 ( ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ) เป็นบทความของคุณ ดังตฤณ ครับ หากตอนนี้ใครเบื่อกับการอ่านหนังสือ คงพอช่วยได้บ้าง
สุดท้ายผมขอยำน่ะครับว่า เป็นความเชื่อเฉพาะตน มิได้มีเจตนาที่ไม่ดีอะไรทั้งสิ้น ( เบื่อพวกที่ชอบโพสก่อกวน ตีความในทางที่แย่ๆๆ )

ทำอย่างไรจะเอาชนะความรู้สึกด้านลบที่มีต่อหนังสือหนังหาได้
อุบายง่ายที่สุด ลัดสั้นเห็นผลเร็วที่สุดที่จะทำจิตให้เป็นเช่นนั้น ก็คือยกมือพนมไหว้หนังสือสวยๆ ด้วยใจจริงที่อ่อนน้อมเหมือนไหว้ผู้ใหญ่ที่เราเคารพ
เมื่อใดที่ไหว้ เมื่อใดที่ใจน้อมจริงๆ ยอมตัวแล้วจริงๆ ความฝืนจะหายไปชั่วขณะหนึ่ง ให้ฉวยโอกาสนั้น คุณอาจก็ลองอธิษฐานกำกับไปด้วย ว่า “ ขอความมีจิตใจที่นุ่มนวลลงด้วยการไหว้นี้ จงเป็นช่องทางเปิดรับวิชาความรู้จากหนังสือโดยง่าย ”
ที่ผมให้อธิษฐานอย่างนี้ ความจริงก็คือให้จิตเห็นหลักความจริงนั่นเอง ความจริงที่ว่าเมื่อกำแพงพังลง ความรู้ก็ไหลบ่ามาเข้าสมองง่ายขึ้น
พอยอมอ่านหนังสือ อ่านแล้วเข้าใจ เข้าใจจนจบ จบแล้วสนุกได้ครั้งหนึ่ง กำลังใจก็จะทวีขึ้นนิดหนึ่ง พอคราวหน้าถึงเวลาต้องอ่านหนังสือ นึกถึงหนังสือแล้วก็จะอยากไหว้ อยากเปิดอ่านอีก ในที่สุดคุณจะพบความจริงที่ว่า ความเคารพในวิชานั่นแหละชนวนแห่งการยอมรับ เมื่อยอมรับก็สนใจ เมื่อสนใจก็ฝักใฝ่ เมื่อฝักใฝ่ก็เริ่มฉลาดขึ้น แล้วนำไปสู่ความมั่นใจ รู้สึกเป็นกันเองกับวิชา จนที่สุดก็มีใจรักอย่างแท้จริง ลงหลักปักฐานหยั่งรากลึกอย่างถอนไม่ขึ้น

 

โดย: Frank Abanel (Frank Abanel ) 13 กรกฎาคม 2550 12:26:27 น.  

 

คนจะเรียนกฎหมายได้ ไม่เกี่ยวกับหัวดีหรือไม่ดีหรอก
คนเรียนแพทย์หรือวิศวะก็ใช่ว่าจะหัวดีเสมอไป มันขึ้นอยู่กับว่าตัวเรารักในสิ่งนั้นๆที่เราทำหรือป่าว ถ้ารักและมุ่งมั่น มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้สำเร็จ

จากประสบการณ์ที่เรียนกฎหมายมาสองปีเต็มๆ ทำให้รู้ว่าถ้ารักที่จะเรียนจริงๆ คุณต้องอ่านๆๆๆท่องๆๆ และก็ต้องเข้าใจ อ่านเที่ยวเดียวถ้าคุณเป็นพวกจำเร็ว ก็ดีไป แต่ถ้าไม่รับรองได้เลยว่าคุณไม่ได้อ่านแค่รอบเดียวแน่ และขอแนะนำอีกอย่างนึงด้วยคือ คุณควรอ่านหนังสือและท่องมาตราตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้ามาอ่านก่อนสอบแค่วันเดียวไม่ทันแน่ๆ (เราทำมาแล้ว..หัวงี้หมุนติ้วๆๆเลย) ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คนที่เรียนกฎหมายในตอนนี้นะจ๊ะ สู้ๆนะ

 

โดย: snooker IP: 76.106.84.50 17 พฤศจิกายน 2550 0:11:25 น.  

 

ผมเห็นด้วยครับกับคำที่ว่า คนเรียนกฏหมายไม่จำเป็นต้องหัวดีเสมอไป มันขึ้นอยู่กับเราทั้งสิ้น ขนาดผมเรียนกฎหมายไปด้วยทำงาน(รามฯ) ไปด้วย และ ต้องมาศึกษาด้านภาษาอังกฤษอีกด้วย ยังจบมาได้ตั้ง 3.14 ด้วยเวลา 4 ปี แต่ไม่ได้เกียรตินิยมเพราะว่าติดเอฟตอนเทอมแรก และตอนนี้ก็กำลังเรียน ต่อโท ด้านเศรษศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ทั้งๆที่คณิตก็อ่อนมาก พึ่งมาติวเข้มเมื่อเรียนนิติอยู่ปี 3 นี้เอง เหห็นไหมล่ะครับว่าการเรียนแบละทำอะไรต่างๆ สิ่งสำคัญมันขึ้นอยู่กับตัวเราครับ อย่าท้อครับ ขอให้เราร่างกายครบ 32 ประการเป็นใช้ได้ สู้ๆๆ เพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้าครับ

 

โดย: ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ IP: 202.149.25.225 30 มีนาคม 2551 22:24:12 น.  

 

ได้อ่านบทความข้างต้น และคอมเมนท์ของพี่ๆแล้วรู้สึกมีกำลังใจเพิ่มขึ้นค่ะ อันที่จริงตั้งแต่เรียน ม ปลาย มาไม่เคยมีความคิดว่าจะเรียนนิติเลยจริงๆ เพราะมัวแต่กลัวว่ามันยาก แต่พอขึ้น ม 5ก็ต้องพยายามทำใจยอมรับ เพราะพ่ออยากให้เรียน ส่วนตัวแล้วก็เห็นด้วยกับพ่อ ว่ามันเป็นทางที่ดี แต่ดูจะขัดกับใจตัวเองอยู่บ้าง มาถึงตอนนี้ในใจก็มีแต่คำว่า นิติศาสตร์ ฉันจะเรียนให้ได้ เพราะเป็นคนชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา และไปเจอคำหนึ่งก่อนจะไปประกวดแข่งขันสนามต่างๆ เป็นคำของท่านนโปเลียน "คำว่า เป็นไปไม่ได้ มีอยู่ในพจนานุกรมของ คนโง่ เท่าน" เป็นคำที่โดนใจมาก แล้วใช้คำนี้เวลาจะไปแข่งอะไร ผลลัพท์ก็ออกมาดีมากจริงๆ ค่ะ ขอบคุณบทความนี้ด้วยนะคะ

 

โดย: คุณหนูพยาบาล IP: 125.26.209.37 12 มีนาคม 2552 11:42:02 น.  

 

ไม่จำเป็นต้องหัวดีก็ได้ค่ะแค่เรามีความตั้งใจเราก็เรียนได้ค่ะแต่ถ้าเราหัวดีอยู่แล้วเราก็อาจจะได้เปรียบกว่าคนอื่นไม่ใช่คนที่หัวไม่ดีจะไม่เก่งนะค่ะแต่ถ้าเราเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วไม่ยากหรอกแต่ต้องอ่านหนังสือเยอะหน่อยเรียนหนักนิดนึงเทคนิคในการเรียนนิติศาตร์คือน้องต้องความจำดีมากกว่าเพราะมาตราตัวบทต้องแม่นแบบว่าเขียนเลขมาตราผิดไม่ได้เลยอาจจะทำให้คุณโดนตัดคะแนนได้นอกจากนี้คุณต้องมีความเข้าใจควบคู่ไปด้วยตอนเรียนปตรีไม่ยากเท่าไหร่แต่คุณต้องทำใจว่าชีวิตคุณต้องมีแต่การแข่งขันถ้าคุณขี้เกียจอ่านหนังสือคุณคงเรียนนิติไม่ได้เพราะอ่านเยอะถ้าคุณเรียนเนติจะมีความกดดันเครียดค่ะสอบอัยการผู้พิพากษายากมากถ้าคุณไม่มีใจรักจริงๆวงการนี้คุณคงเรียนไม่ได้

 

โดย: แพทตี้ IP: 49.230.151.22 18 มกราคม 2558 10:48:28 น.  

 

หัวดีไม่เท่าไหร่ครัชแต่เรียนคณะนี้ต้องความจำเป็นเลิศ

 

โดย: บอมนิติ IP: 49.230.151.22 18 มกราคม 2558 11:45:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Frank Abanel
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" อย่ามักน้อยหวังเพียงปัญญา
เพื่อใช้ทำมาหากิน

อย่าหวังเพียงเรียนกฎหมายให้จบสิ้น
เพื่อทรัพย์สินชื่อเสียงตำเเหน่งงาน

ขอจงเป็นดั่งเทพยุติธรรม
ผู้รู้โลกลึกล้ำเกินคำขาน

บูชาความถูกต้องเป็นตำนาน
มุ่งสืบสานประโยชน์สุขเเก่มวลชน "

Google
Friends' blogs
[Add Frank Abanel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.