"Over 3,000 Miles in 20 Days" : U.S. West Coast Road Trip [DAY 14] CanyonlandsNP&Dead Horse Point SP

http://pantip.com/topic/32428468

สวัสดีครับ อมยิ้ม17

วันนี้เรายังอยู่กันที่เมือง Moab รัฐ Utah ครับ หลังจากที่กระทู้ก่อนผมพาไปเที่ยวชม ความสวยงามของก้อนหิน รูปร่างแปลกๆ ที่  Arch National Park กันแล้ว  คราวนี้จะพาไปชมอีกหนึ่งไฮไลท์ ของ Utah ที่ Canyonlands National Park นั่นก็คือ " Mesa Arch " ซึ่งนักถ่ายภาพนิยมไปบันทึกภาพแสงสีทอง ยามพระอาทิตย์ฉาบที่ใต้ท้อง Arch และเมื่อมองลอดผ่านช่องหินไป ก็จะเห็นวิวของแคนยอนอันสวยงามที่เบื้องล่าง    นอกจากนั้นจะพาไปชม Dead Horse Point State Park ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันอีกด้วย ว่าแต่สงสัยไหมครับ ทำไมถึงชื่อ Dead Horse  ถ้าอยากรู้ต้องตามชมนะครับ

พร้อมแล้ว ขึ้นรถไปเที่ยวกันเลยครับเม่าออกรถ



แผนการเดินทางในวันนี้

http://goo.gl/maps/m1Pkq



เช้าวันที่สองที่เมือง Moab วันนี้มีแพลนจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ Mesa Arch ใน Canyonlands National Park ครับ



สำหรับ " Canyonlands National Park " แบ่งเป็นทั้งหมด 4 ส่วนคือ The Island in the Sky, The Needles, The Maze และ The

rivers ในกรณีที่เราพักที่เมือง Moab เราจะสามารถเข้าถึงได้เฉพาะในส่วนของ The Island in the Sky เท่านั้นครับ

http://www.nps.gov/cany/index.htm



วันนี้เราต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 4 ออกจากที่พักประมาณตี 5 เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหมายเลข 191 และเลี้ยวซ้ายเข้า Canyonsland ที่เส้นทางหมายเลข 313

ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็ถึงที่หมาย Mesa Arch Trailhead ครับ  เห็นรถจอดกันอยู่แล้วหลายคัน  ขนาดเรามาเช้าแล้วนะเนี่ย นานาอุ๊ต๊ะ

(จริงๆตอนมาถึงมืดมาก ไม่มีไฟส่องสว่างนะครับ แต่เอารูปที่ถ่ายก่อนกลับมาให้ดูก่อน)



ด้านหน้าจะมีป้ายแนะนำเส้นทางการเดิน ระยะทางไม่ไกลครับ ไปกลับประมาณ 0.5 ไมล์ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที  ทางเดินเป็นดินปนทราย ไม่ลำบากครับ





ไม่มีเส้นทางเดินที่แน่นอนครับ เดินไปเรื่อยๆ  นั่นไงครับ เห็นหินโค้งๆ นั่นไหม ถึงแล้วอมยิ้ม01





จริงๆเส้นทางเดินจะวนเป็นลูปนะครับ แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง เวลาเดินกลับ ก็กลับทางเดิมดีกว่าครับ



พอมาถึงที่ตัว Mesa Arch ช่างภาพมาจองพื้นที่ กางขาตั้งกันเต็มหมดแล้วครับ แทบไม่มีช่องว่างเข้าไปแทรกตัวได้เลย เศร้าจริงๆพาพันรีบฝุดๆ



ช่วงแรกๆ จึงต้องแอบถ่ายด้านข้างๆกันก่อน  จากตอนแรกที่ฟ้ายังมืดสนิท แสงพระอาทิตย์ก็เริ่มฉายสว่างขึ้นเรื่อยๆ







พยายามหาจังหวะแทรกตัวไปถ่าย   ถ่ายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง  แต่จะไปกางขาตั้งนี่คงยากครับ  ในที่สุดก็ได้อย่างที่คิดไว้ แม้สถานที่จะไม่เอื้ออำนวยเท่าไร

แสงของพระอาทิตย์จะฉาบใต้ท้องหินของตัว Arch จนเป็นสีทอง สวยจริงๆเลยครับ

ผมเห็นรูปตอนที่ทำแพลนหาข้อมูล พอมาเจอรูป Mesa Arch ก็รีบปักหมุดต้องไปเก็บภาพที่นี่ให้ได้ อมยิ้ม36











พอฟ้าสว่าง คนก็เริ่มทยอยกลับกันเกือบหมด  บางคนก็ปีนขึ้นไปเก็บภาพด้านบนตัว Arch ด้วย  น่ากลัวจริงๆ



เราปีนขึ้นไปบนขอบหน้าผา จะเห็นวิวที่อยู่ด้านล่าง ที่เราเห็นลอดผ่านตัว Mesa Arch



จาก Mesa Arch ตรงไปต่อที่ Grand View Point กันต่อเลยครับ



ขนาดยังไม่ถึงจุดที่เราจะไปชม  แค่วิวข้างทางก็อลังการแล้วครับ





ผ่าน Buck Canyon Overlook เดี๋ยวเรามาแวะตอนขากลับครับ





ถึง " Grand View Point " แล้ว   เดินตามทางมาเลยครับ  ดูจากชื่อคิดว่า ต้องอลังการแน่ๆ





แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ ที่จุดชมวิว เราสามารถมองเห็น Canyon ที่มีหุบเขาลึกชัน ได้อย่างสวยงาม  

รูปร่างของแคนยอนเหมือนรอยเท้าขนาดใหญ่ เห็นแม่น้ำ Colorado ไหลผ่านเบื้องล่าง

ส่วนวิวด้านหลังสุดที่เห็น คือ Abajo Mountains เวลานี้ย้อนแสงเต็มๆ ครับ ถ้าให้สวยควรจะมาช่วงเย็นๆ











จุดชมวิวที่นี่บางส่วนไม่มีรั้วกั้น ต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษด้วยนะครับ







จาก Grand View Point ขากลับเราแวะ " Buck Canyon Overlook " ครับเลี้ยวขวาเข้าไปเลย

จุดนี้จะเห็น Canyon ที่เบื้องล่าง คล้ายๆกับที่ Grand View Point ครับ แต่มีขนาดเล็กกว่า และ ไม่อลังการเท่า

















จาก Buck Canyon Overlook เราไปต่อกันที่  Green River Overlook  

แอบหลงเลี้ยวเข้า Campground ไปนิดหน่อย











จุดนี้เป็นอีกจุดที่สวยอลังการไม่แพ้ Grand View Point เลยครับ

ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่า " Green River Overlook " เราสามารถมองเห็นแม่น้ำ Green River อย่างชัดเจน

สำหรับ Green River นี้จะไหลไปรวมกับ แม่น้ำ Colorado ทางตอนใต้ของ Canyonlands National Park นะครับ















ภูเขาหัวตัดด้านหลังที่อยู่กลางภาพ มีชื่อว่า Ekker Butte ส่วนทางซ้ายมือของภาพ ชื่อว่า Elaterite Butte



Green River สมชื่อเลยครับ  ทางขวามือของแม่น้ำ ที่เป็นภูเขาหินเล็ก ๆนั้นคือ Turks Head







ภูเขาหัวตัดด้านหลังที่อยู่กลางภาพ มีชื่อว่า Ekker Butte ส่วนทางซ้ายมือของภาพ ชื่อว่า Elaterite Butte



Green River สมชื่อเลยครับ  ทางขวามือของแม่น้ำ ที่เป็นภูเขาหินเล็ก ๆนั้นคือ Turks Head





จาก Green River Overlook เราเดินทางออกไปทางเดิม ผ่าน Mesa Arch Traihead ที่เรามาเมื่อเช้า





เพิ่งเห็นว่าทางที่เราขับมาตั้งแต่เช้ามืด มันคดเคี้ยวแบบนี้นี่เอง



มีจุดชมวิวข้างทาง แวะลงไปดูสักหน่อย เป็นทางซิกแซกขึ้นเขา ดูแล้วน่าหวาดเสียวดีครับ





ถัดไปเป็นส่วนของ The Neck ส่วนที่แคบที่สุดของ Canyonlands สองข้างทางจะเป็นหน้าผาสูงครับ





ใกล้ๆกันเป็น " Shafer Canyon Viewpoint " เดี๋ยวเราขึ้นไปดูกัน



มีเส้นทางเดิน  Neck Spring Trail อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยครับ แต่ระยะทางไกลมากๆ





จาก Shafer Canyon Viewpoint มองไปที่ถนน จะเห็น The Neck อย่างชัดเจน



แม้ว่าพื้นที่ในนี้ จะแห้งแล้งมาก แต่ต้นไม้ก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้  ส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก เพื่อลดการคายน้ำ



หลังจากยืนชมวิวบริเวณที่จอดรถอยู่นาน ว่าจะเดินต่อดีหรือไม่  ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินไปชม Shafer Canyon กันต่อครับ  

เดินตามทางไปเรื่อยๆ ระยะทางก็ไม่ไกลจนเกินไป  แต่แดดเนี่ยสิ ร้อนใช้ได้ครับ



ปลายทางอยู่ตรงหินก้อนนั้นครับ



ตัว Shafer Canyon มีลักษณะเป็นหน้าผาประกอบด้วยชั้นหินทรายที่มีสีสันแตกต่างกันไปตามชนิดและอายุในการก่อตัวขึ้นมา

เห็นสภาพแห้งแล้งแบบนี้ แต่ก็ยังมีพืชจำพวก Douglas Fur ที่สามารถเจริญเติบโตได้ตามเงาของหน้าผา  เพราะถ้าอยู่กลางแสงแดดร้อนๆทั้งวัน คงไม่รอดแน่ๆ





สำหรับ Shafer Trail เส้นทางซิกแซกที่เห็นด้านล่างนั้น มีมานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยก่อนที่จะมีการจัดตั้ง Canyonlands National Park ซะอีกครับ

โดยในปี 1900 ชาวพื้นเมืองได้ใช้เส้นทางถนนแคบๆ นี้โดยใช้สัตว์เป็นพาหนะ  ในการเดินทางจาก Mesa ไปยัง แม่น้ำ Colorado

จนมาถึงปี 1950 เป็นยุคที่การทำเหมืองแร่ Uranium เฟื่องฟู  ทางก็ถูกปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อให้รถบรรทุกจากเหมืองเดินทางได้สะดวก













เรายืนชมวิวกันบริเวณนี้ครับ  ไม่มีที่กั้นขอบ ก็ว่าน่ากลัวแล้ว  แต่ครอบครัวนักท่องเที่ยวที่เห็น เค้าปีนขึ้นไปบนก้อนหินนั้น เพื่อชมวิวถ่ายรูป เห็นแล้วเสียวแทนเลย

ทำไมชอบเจอแต่นักท่องเที่ยวที่ทำอะไรเสี่ยงๆ กันนะเม่าเซย์โน





ถึงทางออก Canyonlands National Park แล้วครับ ตอนเช้ามืดที่เราเข้ามาไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ เลยไม่ได้เอกสารเลย



จากนั้นเราขับตรงไปตามทาง จะเจอแยกเลี้ยวขวาไปยัง Dead Horse Point State Park







ตามชื่อน่าจะเจอม้า แต่เจอวัวแทนครับ อิอิ



เลี้ยวตรงมาประมาณ 4 ไมล์ ก็ถึงทางเข้า " Dead Horse Point State Park " แล้วครับ

เสียค่าธรรมเนียม คันละ $10 เจ้าหน้าที่จะแจกเอกสารแผ่นพับมาให้  (เนื่องจากที่นี่เป็น State Park จึงใช้ Annual Pass ไม่ได้ครับ)









แผนที่ภายใน  Dead Horse Point State Park





เราตรงมาที่ Visitor Center กันก่อน  บริเวณด้านหน้ามีซุ้มขายกาแฟ และอาหารว่างด้วย เผื่อใครหิว ก็แวะฝากท้องที่นี่ได้ครับเพี้ยนกิน





เรายังไม่เข้าไปด้านในแต่เดินอ้อมไปด้านหลัง Visitor Center เพื่อไปชมวิวกันก่อนครับ





เดิมบริเวณนี้เกิดจากการทับถมของตะกอนจากมหาสมุทร แม่น้ำ ลำธาร และแรงลมที่พัดเอาทราย ผ่านเวลาหลายล้านปี จนเกิดเป็นชั้นหินของแคนยอนเหล่านี้

สำหรับบ่อน้ำสีฟ้า ที่เห็นนั้น เค้าใช้ทำเหมืองครับ เนื่องจากบริเวณนี้มีแร่โพแทช อยู่ใต้ดิน บริษัทที่ทำเหมืองแร่ จึงอัดน้ำลงไปใต้ดิน เพื่อละลายโพแทช

และสูบน้ำที่มีโพแทชนั้นขึ้นมาพักไว้ที่บ่อ รอให้ความร้อนจากแสงแดด ระเหยน้ำไป จนเหลือแต่โพแทชครับ









แดดช่วงตอนใกล้เที่ยงแบบนี้ ร้อนมากๆครับ  แถมถ่ายรูปก็ย้อนแสงด้วยเพี้ยนรมเสีย







เข้าไปชมภายใน Visitor Center กันบ้าง ภายในมีทั้งสินค้าจำหน่าย รวมถึงแกลอรี่ และส่วนจัดแสดงที่ให้ข้อมูลต่างๆครับ











จากนั้นเราเดินทางต่อไปยัง " Dead Horse Point "

ที่นี่มีเรื่องเล่าว่า มีคาวบอยคนหนึ่ง ได้ต้อนม้าป่าบริเวณนี้เข้าไปในคอก โดยใช้พิ้นที่แคบๆ ประมาณ 30 เมตร ซึ่งเป็นคอขวดริมหน้าผา และมีต้นไม้ พุ่มไม้เป็นรั้วกั้นคอก

คาวบอยจะนำม้าเพียงบางตัวไปขาย และปล่อยให้ตัวที่เหลือทิ้งไว้อยู่ในคอกนี้  เนื่องจากความร้อนของแสงแดด และไม่มีน้ำกิน ทำให้ม้าเหล่านั้น ค่อยๆตายลง

แม้พวกม้าเหล่านั้น จะมองเห็นแม่น้ำ Colorado ที่อยู่เบื้องล่างก็ไม่สามารถลงไปกินได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ Dead Horse ครับ



ระหว่างที่มีจุดชมวิว แวะลงไปดูสักหน่อย





นี่ไงครับ Dead Horse Point



ขับต่อไปอีกนิด ไปชมวิวที่จุด Dead Horse Point กันต่อครับ  



เดินตามทางเดินมาที่ริมหน้าผา จะมีสองเส้นทาง ให้เลือก คือ West Rim Trail และ East Rim Trail





เราเลือกเดินไปทาง West Rim Trail ครับ เพราะดูแล้วคิดว่าทาง East ไม่น่าจะมีอะไร

วิวฝั่ง West อลังการมากๆ ที่นี่เราสามารถเห็นแม่น้ำ Colorado ได้ใกล้และชัดเจนกว่าจุดอื่นๆ











กลับไปที่ลานจอดรถ เจอน้องหมาขนฟู   น่าฟัดจริงๆ  ไม่ได้มาตัวเดียวครับ  มากับเพื่อนอีกตัวนึงด้วย









จากนั้นเราเดินทางออกจาก Dead Horse Point State Park ตามเส้นทางเดิม เพื่อไปยัง Arch National Park กันต่อครับ

(ซึ่งรีวิวรวมไว้ในกระทู้ก่อนเรียบร้อยแล้วนะครับ)











สำหรับครั้งหน้าจะพาไปชม Capitol Reef National Park อย่าลืมติดตามชมกันนะครับ พาพันขอบคุณ

------------------------------------------------

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่แวะมาชม นะครับ  พบกันใหม่คราวหน้าครับ

หากเพื่อนๆต้องการติดตามหรือพูดคุย เชิญที่นี่นะครับ

FB: https://www.facebook.com/oLosMagazine

Instagram :onelightoneshadow



Create Date : 08 สิงหาคม 2557
Last Update : 8 สิงหาคม 2557 12:40:49 น. 3 comments
Counter : 612 Pageviews.

 
สวย มาก ๆ เลยค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 8 สิงหาคม 2557 เวลา:19:28:58 น.  

 
ต้องดมยาไปด้วยค่ะเอ็นทรีนี้


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 สิงหาคม 2557 เวลา:12:44:01 น.  

 
mariabamboo ขอบคุณคร้าบ

tuk-tuk@korat ไม่เหนื่อยขนาดนั้นครับ อิอิ


โดย: One Light One Shadow วันที่: 14 สิงหาคม 2557 เวลา:10:37:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

One Light One Shadow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




กด like / ถูกใจ OLOS

qrcode free counters
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add One Light One Shadow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.