+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
สวัสดี มิถุนา :: ขอยกเว้นการเมือง ..แล้วคุยเฟื่องเรื่องมีสาระ(รึเปล่า?)

สวัสดี มิถุนายน ครับ...เพื่อนๆพี่ๆ ชาว "บล็อคแก๊งค์" ที่น่ารักทุกคน

ถ้าใคร(แอบ)อ่านหน้าหลักนี้มาตลอดทุกเดือน ..คงจะรู้ดีว่า ไม่เคยมีครั้งไหน ที่ผมจะไม่เลิกข้องแวะมาคุยเรื่องการบ้านการเมืองเลยสักครั้ง แม้จะพยายามคุยแบบอ้อมๆ หรือโพล่งกันตรงๆ (แถมมิวาย ในบล็อกอื่นของตัวเอง ก็แอบจิกกัดเล็กๆน้อยๆ ตามความศรัทธา) ...นี่ยังไม่รวมกับกรณีที่ไปอยู่นอกโลกไซเบอร์ ที่ขอให้อย่ามีใครเริ่มพูดเรื่องการเมืองเชียว ผมก็พร้อมจะใส่มันทุกเมื่อ ดีไม่ดีบางที ก็เป็นคนจุดฉนวน ลากเอาคนอื่นมาคุยด้วยอีก ..ซึ่งถ้าเป็นกับคนที่อยู่พรรคพวกเดียวกันเนี่ย มันส์บรรลัย แต่หากเป็นใครที่ไปคนละพรรค ก็...มิได้นำพา

เมื่อได้มาย้อนคิดถึงความคลั่งในการเมืองไทย(ที่แสนจะอยากคลั่งตาย)ในวันนี้ของตัวกระผม ..ก็ได้แต่ อยากจะให้สมองของตัวเอง มีระบบสั่งการเลือกจะลบเรื่องเลวร้ายที่เผลอจำติดโสตประสาททั้ง 5 ให้หมดสิ้น ...ซึ่งถ้านับเรื่องการเมือง เป็นเรื่องเลวร้ายแล้ว ทุกๆเรื่องที่ผ่านหัวเข้ามา ก็อยากจะเลอะเลือนมันไปให้สิ้น จนไม่เหลือซาก แม้เศษตะกอนที่นอนก้นในซีเรบรัมกันเลยทีเดียว

แต่ในเมื่อสมองผม(และคนทุกคน) ...ก็ยังต้องมัวแต่ร้องเพลง "บางสิ่งที่อยากจำ เรากลับลืม ..บางสิ่งที่อยากลืม เรากลับจำ" กันต่อไป ..ฉะนั้นแล้ววิธีการที่ดีที่สุด ที่จะแสดงออกว่าไม่อยากสนใจในการเมือง ก็คือ การไม่พูดถึงมัน

และเดือนนี้ ..ผมก็จะคุยเรื่องอื่นๆ ที่จะสามารถมิต้องนำพา การเมือง มาร่วมประเด็นให้น่าปวดหัว

ว่าแต่.. เราจะคุยเรื่องอะไรกันดี???

คุยเรื่องข่าวบันเทิงดีมั้ย ...ข่าวที่ว่า นิกกี้ เด็กผี ไม่ไหวจะเคลียร์กะอดีตกิ๊กที่ปากร้าย แถมยังมาเจอ นายนที พลพรรคเกย์การเมือง ออกโรงด่าอีก ..โอ้ย! เวง มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องซะแล้ว.. เปลี่ยน

หรือจะคุยเรื่องข่าวกีฬาดี ...ข่าวที่ว่า ทีมชาติไทยอยากจะไปบอลโลกเต็มแก่ แต่ไม่เคยอาจถึงฝันเพราะมัวแต่ทำตัวไก่อ่อนซะงั้น ..ถึงจะมีแบ๊คเป็นอดีตนายก ก็ไม่ช่วยอะไรได้ เพราะคนนั้นเขาก็หวังแค่ประโยชน์ใส่ตัวเอง ..โอ้ย! เวงๆ วกมาการเมืองอีกแล้ว.. เปลี่ยนๆ

หรือจะไปคุยข่าวสังคมไฮโซ ..ที่มีคนเม้าท์กระฉ่อนว่า ภราดร กะ นาตาลี เตียงหัก รักล่มดีเอ่ย ..แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างไทย กับต่างประเทศ อีกด้วยนะ ..โอ้ย! เวง เวง เวง เปลี่ยนๆๆ

หรือเราจะบินไปนอกประเทศ ...ว่ากันด้วยเรื่องที่ ฮิลลารี่ คลินตัน ยอมแพ้ บาลัค โอบลาม่า พร้อมหนุนเป็นประธานาธิบดีอเมริกากันไปเลย ..แต่ถ้าย้อนความกลับไปก่อนหน้า สองคนนี้ต่างก็เคยใส่ไฟให้กันและกัน ไม่ได้ต่างจากนักการเมืองแถวๆนี้เลยแหะ ...ฮ่วย! ไม่เอาไม่พูด ..เปลี่ยนๆๆๆ

หรือจะคุยเรื่องในบ้านเราๆท่านๆ ถึงสรรพคุณที่หลากหลายของ ไม้ถูพื้น ดีล่ะ ...มันทนทานมากเลยนะ ต่อแดด ต่อฝน ต่อคำคน หรือกระทั่งความพยายามจะใช้กำลัง แต่ก็ยังมิอาจต้านทานความสกปรกของคราบที่อยากจะให้มันออกไปให้ได้ ..เฮ้ย! มันคุ้นๆชอบกล ..เปลี่ยนๆๆๆๆ

แล้วอย่างงี้ จาคุยอะไรได้ละเนี่ย ...ในเมื่อเรื่องทุกเรื่อง ทุกโยงให้เกี่ยวข้องกับการเมืองได้หมด..........(ยาวมากๆ)..........................ดดดเลย!!!

ถ้าเรามามองในมุมของจิตวิทยาแล้ว (ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจไม่มีตำราไหนเขาสอนเอาไว้หรอก ..เพราะผมได้คิดขึ้นเองตามตรรกะเพี้ยนๆทั้งนั้น) เวลาที่เราสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนคลุ้มคลั่ง เวลาที่พูดคุยถึงประเด็นอื่นๆ ก็ไม่วายจะสามารถแยกแยะเอาเรื่องความคลุ้มคลั่งมันออกจากประเด็นที่เราจะพูด ..ถึงต่อให้พยายามสักแค่ไหน ก็ไม่อาจจะปกปิดความเบี่ยงเบนนั้นได้หมดสิ้น

ก็อย่างที่ผมได้พูดเอาไว้แต่บรรทัดบนๆนั่นแหละ ...แม้ผมจะเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่นที่ไม่ข้องแวะกับการเมืองแม้แต่น้อย ก็ยังเหมือนจะมีช่องทางให้ผมดึงเอาเรื่องที่ผมพยายามบอกตัวเองว่าจะไม่คุย ยกขึ้นมาประเด็นถกและเถียงกันได้ตลอด ..ซึ่งอันนี้ ก็ย่อมไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ ว่าเป็นเพราะ สังคมมันนำพา หรือสันดานมันพาไป

จากที่ผมได้ติดตามผลโพลการสอบถามความคิดเห็นจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ(หรือเปล่า?)ต่างๆ ...เมื่อว่ากันด้วยเรื่องของการเมือง และหาเรื่องถามความคิดเห็นถึงความรู้สึกของการเมืองไทยในวันนี้ ..เสียงส่วนใหญ่ของผู้คน(โดยเฉพาะในเมืองกรุงแห่งนี้) มักจะตอบว่า น่าเบื่อ ไม่อยากรับฟังอะไรที่มันวุ่นวาย จนกระทั่งเลิกแล้วต่อกัน ...แต่สุดท้ายก็ยังไม่อาจหลีกเลี่ยง ความเป็นจริงที่เราต้องเสพสื่อข่าวสาร เพื่ออัพเดทความเป็นไปของบ้านเมือง และคงต้องยอมรับว่ามันเป็นจริงเช่นกัน ..ที่ในสังคมทุกวันนี้ เรื่องแทบทุกอย่างที่เราต้องรับรู้ มันล้วนอยู่บนพื้นฐานของการเมืองได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเนื้อความ หรือกระทั่งแนวคิดที่สะท้อนถึงความคิดเห็นอันแตกต่างของผู้คน ที่เหมือนเหรียญสองด้าน

ยกตัวอย่างอาทิ.. หากถ้าลองไปถามคนร้อยคน ว่าคิดเห็นยังไง กับการให้ผู้หญิงใช้นางสาวตลอดกาลได้ ..ก็เชื่อได้เลยว่าใน 100 คน ไม่มีใครที่คิดเห็นเหมือนกันในทางเดียวกันทั้งหมด ..หรือว่าจะเป็นเรื่องบ้านๆ อย่างความเชื่อ ความศรัทธา ของคนในสังคมเดียวกัน ก็ย่อมจะเอามาเป็นประเด็นถกถึงความถูกต้องตามครรลองได้อยู่ โดยไม่สนว่า วิทยาศาสตร์ จะสามารถพิสูจน์มันได้อย่าง 100% ก็ตามที

ฉะนั้นแล้ว ...เรื่องของการเมือง จึงเป็นเรื่องที่เราต้องเปิดหูให้รู้ และเราก็ต้องเปิดปากเพื่อจะแสดงความคิดเห็นกันต่อไป ..ถึงต่อให้คำพูดจะบ่นพร่ำว่า เซ็ง แต่ใจจริงก็ต้องเปิดเอาไว้ และทนรับกับมันในทุกสถานการณ์กันต่อไป ไม่มีวันจบวันสิ้น

แล้วกับหัวบล็อกที่บอกไว้แต่ต้นว่าจะไม่ขอคุยการเมือง ...หากสุดท้ายจากต้นจนจบที่พูดมาทั้งหมด มันก็ยังเข้าทางการเมือง ล้วนๆ นี่เอง .. -> ->

ปล. (แทนตัวเองเป็นคนเข้ามาอ่านบล็อก) ไอ้จขบ.มันเพี้ยนไปแล้วล่ะ .. 555+

หนังโรงน่าดูชม...มิถุนายน




* "สะบายดี หลวงพะบาง" ...เจอหน้ากันอีกแล้วเป็นหนที่ 3 ในรอบ 1 เดือน ..กับดาราหนุ่มอินเตอร์ฯที่งานชุกซะขนาดนี้ ก็ยังมีเวลาไปเที่ยวเล่นเมืองลาว แถมยังแอบข้ามลำน้ำโขงไปกิ๊กกะไกด์สาวสวยได้อีกด้วยนะนั่น
* "The Other Boleyn Girl" ...เรื่องรักฉาวคาวโลกีย์ในวังอังกฤษ ที่เป็นที่มาของการกำเนิด เคท แบล็นเชตต์ ..เอ๊ะ! ยังไงหว่า
* "Kung Fu Panda" ...เมื่ออนิเมชั่นสไตล์ดรีมเวิร์คสจ๋า ถูกประยุกต์เล่าออกมาเป็นเรื่องเป็นราวของวัฒนธรรมตะวันออก ..ดูสิว่า เจ้าแพนด้า จะกังฟูได้มันส์ และฮาสะเด็ดซะเท่าไหร่ (คำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ในมะกันออกมาในเกณฑ์ดี ด้วยนะเออ)
* "The Incredible Hulk" ...มันส์กว่าภาคแรกอย่างเห็นๆ แม้เป็นเพียงตัวอย่าง ..ก็คาดจะได้ดูหนังฮีโร่มาร์เวลที่มันส์ถึงพริกถึงขิง เอาเต็มเหวี่ยงให้ยิ่งกว่า ไอ้อ่อนแมนซะล่ะมั้ง
* "The Happening" ...เมื่อเฮียมาโนช กลับมาหลอนเต็มขั้น ..ขอให้มันจงเจ๋งทั้งตัวบท และมุขหักมุมที่เฉียบคมทีเถ้อ
* "รัก / สาม / เศร้า" ...หลังจากจมปลักกับหนังตลกดาษๆ หนังผีเน่าๆ ..ก็ดีใจไม่น้อยที่ พี่ยุทธเลิศ จะกลับมาเป็นตัวของตัวเอง กับสิ่งที่(น่าจะ)ทำได้ดีที่สุดซะที
* "Get Smart" ...หนังสายลับฮาๆ ปฏิบัติการเพี้ยนๆ ของนายหนุ่มหน้าเบื่อโลก และสาวตระกูล chick lit ที่สวยเริ่ดได้ตลอด(แต่ดั้น..เลือกจะบ๊อง)
* "Wanted" ...เจ๊โจลี่ กลับมาบู๊กระจายสไตล์มิสซิสสมิธ ..ถึงไม่มี สะมีพี่แบรด มาร่วมเคียงข้าง ก็ยังไปคว้าหนุ่มอับโชคแห่ง Atonement มาแทนที่เป็นคู่หูแบบเกริกพล(..ฟลุ๊ค ว่างั้น)

ดู{หนัง}แล้วอยากเล่า...

นี่คือส่วนที่จะมีมาอัพเดทกันโดยตลอด หลังจากดูหนังจบปุ๊บ ผมก็จะมาเล่าปั้บ แบบสั้นๆ กะทัดรัด ได้ใจความ ...จะดี ไม่ดี ก็จะเล่าให้หมดทุกเรื่อง ไม่สปอยไม่สแปลซให้เสียรมณ์อย่างแน่นอน

และถ้าหนังบางเรื่องมีอะไรให้ประทับใจ หรือให้มีอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้อยากเขียน ก็จะกลายสภาพไปเป็น "ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์" -> หนังโรง หรือ "ดู{หนัง} @ My Home" -> หนังแผ่น รีวิวฉบับเต็มด้วยครับ


มิถุนายน 2551


สะบายดี หลวงพะบาง -> เกรด B+

ถ้าคำพูด สะบายดี มันดูน่ารักได้โดยไม่้ต้องสาธยายความหมายอะไรในตัวของมันเองแล้ว ...หนังเรื่อง "สะบายดี หลวงพะบาง" ก็ดูน่ารักได้เองเช่นกัน ถึงจะใช้เพียงแค่ ความเรียบและง่ายในการนำเสนอ ..แต่มันก็ยังมาพร้อมด้วยความจริงใจ ซึ่งภาพพจน์ที่ได้เห็น

ผู้กำกับ "ศักดิ์ชาย ดีนาน" (ไทย) และ "อนุสอน ศิริศักดา" (ลาว)...แพ๊คคู่กันมาทำหนังลูกครึ่งเรื่องนี้ ด้วยบรรยากาศสบายๆ ขององค์ประกอบทุกอย่างที่อยู่ในตัวหนัง ..ไม่ว่าจะงานกำกับที่ดำเนินไปโดยเรียบๆ เปรียบเป็นหนังสารคดีท่องเที่ยวสักเรื่อง ที่นำเอา ตัวละครหลักทั้ง 2 เดินทางไปร่วมกัน หากแต่ก็ไม่ได้เน้นย้ำในเรื่องรายละเอียดของสถานที่อะไรนัก เพราะโดยส่วนใหญ่ของเนื้อหนัง ก็คือ การค่อยๆปู ค่อยๆปล่อย ความรู้สึกของหนุ่มและสาว สอน ที่มีต่อกัน จาก 'ปากเซ' เป็นจุดเริ่มต้น จนไปสุดทางยัง 'หลวงพะบาง'

ถึงตัวของบทหนังอาจจะไม่ได้มีความหนักแน่นเสียมากมาย จนเต็มไปด้วยความน่าติดตามในรายละเอียด... แต่มุมของความงามทางวัฒนธรรมลาว ที่หนังใส่เข้าไปก็อยู่ในตัวเรื่องได้ลงตัว พอดีๆ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่หนังขับเน้นออกมาได้อย่างถึงจุดอิ่มเอม ทั้งสำหรับคนไทยที่ไม่มักคุ้น หรือกระทั่งคนลาวเองก็คงจะรู้สึกปลื้มใจไปกับมันเช่นกัน

ในขณะส่วนที่เป็นความโรแมนติกของหนัง อันเกิดจากคู่พระนาง "อนันดา" และ "คำลี่" ก็คือ ส่วนผสมเคมีที่เป็นธรรมชาติ และลงตัว ..เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ตัวเรื่องดำเนินไปอย่างน่ารัก อ่อนหวาน อ่อนโยน อยู่ในที

แต่ถึงแม้โดยภาพรวมของ สะบายดี หลวงพะบาง จะเป็นหนังไทย(+ลาว)อีกเรื่องที่พูดถึงเรื่องคุณภาพด้วยคำว่า "ดี" ได้อยู่ หากถ้ายึดเอาเรื่องของความประทับใจเป็นส่วนสำคัญ ก็ยังไม่ถือใช่เป็นหนังโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความตราตรึงใจในทุกรายละเอียดอะไรนัก ..แต่ถึงกระนั้นแล้ว นี่ก็เป็นหนังรักที่เหมาะสำหรับการเดท และเป็นหนังท่องเที่ยว ที่ดูจบแล้วก็เกิดอยากตีตั๋วไปเฮือนเมืองลาว กันสักครั้งเลยทีเดียว






The Happening -> เกรด B+

ผมอาจจะถือเป็นคนส่วนน้อยมากๆ ในกลุ่มสาวกพี่มาโนช (เอ็ม.ไนท์. ชยามาลาน) ที่ชื่นชอบงานแหวกแนว และขนบของเขาอย่าง "Lady in the Water" มากกว่าผลงานขายชื่อ สยอง เรื่องก่อนหน้าใดๆ...อันนี้ ก็ไม่รู้ว่าเพราะ ผมไม่ตั้งความหวังจะให้หักมุมใดๆ หรือว่า มันเพ้อฝันโดนใจผมกันแน่

แต่ถึงอย่างไรก็ตามแล้ว... การขายความสยอง ก็ยังเป็นของตาย และของถนัดที่พี่มาโนช เหมาะเหม็งยิ่งกว่างานแนวอื่นใด ..และการกลับมาพร้อม "The Happening" ก็ย่อมสร้างความคาดหวังกับใครหลายๆคนว่า พี่เขาคงจะถึงทีคืนฟอร์มได้เสียที

แต่สุดท้าย(ในตอนนี้).. ก็ไม่วายจะรอดจาก เสียงวิจารณ์ถล่มในแง่ลบ กับความหาญกล้า(อีกแล้ว)ที่พี่มาโนช เลือกจะทำร้ายจิตใจใครต่อใครหลายคน ด้วยการสร้างหนังคัลต์..ที่คั้นหัวสมองมาหักมุมได้อย่าง...(อิอิ บอกไม่ได้หรอก)

แม้ใครหลายต่อหลายคนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่มาโนชทำ ...แต่ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นดีเห็นชอบ กับการนำเสนอสาส์นซ่อนเร้นถึงโลกวันนี้ ที่แอบแยบยลไปด้วย แนวความคิดสะท้อนสังคมเฉียบๆ อันมาพร้อมกับพลอตหนังแนว หายนะทางธรรมชาติบุกโลก ..ถึงแม้หลายต่อหลายช่วงจะยังไม่ลงตัว ดูประดักประเดิดไปไม่น้อย แต่ถ้ามองในสิ่งที่หนังสื่อออกมา ก็นับว่า ลายเซ็นมาโนช ยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง

แม้การแสดงของ "มาร์ค วอห์ลเบิร์ก" อาจจะดูไม่เหมาะกับตัวตนที่เป็นอยู่ ...หากถ้ามองในมุมของคนธรรมดา (ที่มีแค่ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ พอช่วยอะไรได้บ้าง) พี่มาร์ค ก็เข้าถึงในสัญชาตญาณของบทพระเอกได้ดี (ในความรู้สึกของผม)

ถ้า Signs พูดถึงเรื่องความศรัทธา ความเชื่อมั่น ต่อโลกที่เรายืนอยู่ ...The Happening ก็คือ เรื่องที่พี่มาโนชกลับมาตอกย้ำว่า เราควรจะมีความรักต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ให้มากกว่านี้ ..ก่อนที่มันอาจจะสายเกินไป (แต่จะว่าไป วันนั้น ก็คงอีกไม่นานแล้วละมั้ง)






The Incredible Hulk -> เกรด B+



ถ้า Iron Man ยังมันส์สะใจไม่ถึงพระเดชพระคุณคอหนังฮีโร่มาร์เวล แล้วละก็ ..ขอแนะให้คุณมาเติมเต็มความดุเดือดกับ "The Incredible Hulk" ..ยิ่งกับใครที่ดูภาคแรกของ อังลี ด้วยอีก ขอให้คำรับรองว่าคุณอาจจะลืมต้นฉบับเสียด้วยซ้ำ

The Incredible Hulk เริ่มเรื่องมาแบบแทบไม่ง้อ อังลี (แต่ก็ยังดีที่แอบเอี่ยวๆ กับโลเคชั่นในตอนจบภาคแรกอยู่น้อยนึง) ..เพราะหนังยอมจะเสียเครดิตเปิดไปเพื่อการเล่าความหลังของตัวเองซ้ำอีกหน แบบกะทัดรัด ได้ใจความสุดๆ โดยที่ถ้าใครพลาดภาคแรกมาก่อน ก็เลิกกลัวไม่รู้เรื่องได้เลย (แต่ถ้าใครอยากจะรู้รายละเอียดยิบย่อย ก็ต้องยอมกลับไปมึนกับภาคก่อนสถานเดียว)

ในภาคนี้ เรื่องราวแทบจะเดินตามมาสูตรหนังไล่ล่าอย่างครบครัน (กลิ่นอายของ Bourne หอมฉุยมาแต่ไกล) ..ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ภาคก่อนทำความมันส์เอาไว้(เอื่อย เฉื่อย)ดีมาก มาภาคนี้จึงต้องทำให้ดียิ่งกว่า ด้วย 3 ฉากมันส์ๆ ที่สนุก ชวนลุ้นกันสุดกู่ (แต่ระหว่างดูไป ก็รู้สึก เดจาวู นำฉากเหล่านั้น มาซ้อนทับกับฉากหนังแอ๊คชั่นอื่นๆอีกมาก..ก็แทบจะเป๊ะๆชอบกล)

ขณะที่ฉากแอ๊คชั่นสามารถทำหน้าที่สร้างความบันเทิงของมันได้ดี.. ในส่วนประกอบอื่นๆของหนัง ถึงจะมาพร้อมจุดอ่อนอยู่บ้าง ก็ไม่มีอะไรที่ขี้ริ้วขี้เหร่อย่างเด่นชัด ...แต่ที่ว่าดูดีนั้น มันก็คงแค่ระดับมาตรฐานธรรมดาๆทั่วไป ที่หนังซูเปอร์ฮีโร่จะพึงมี อันคือ บทหนังที่มีเหตุและผล แต่ประเด็นไม่เฉียบแหลม และทีมนักแสดงที่อาจยกทีมคุณภาพกันมา ก็ถือว่าดีตามสมควร(และบทส่ง)กันไป มากกว่าจะออกจอมาเด่นพอๆกัน (แต่ภาพที่มี "เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน" เป็น บรูซ แบนเนอร์.. มันดูน่าเชื่อกว่า อีริค บาน่า เยอะเลยล่ะ)

แม้โดยภาพรวม มันน่าจะดีกว่านี้ได้อีก แต่เอาเท่าที่เป็นอยู่ ก็ถือว่า.. มาได้ไกลกว่าภาคแรกเยอะมาก....กกกกกกกก!!!






Kung Fu Panda -> เกรด A- <- {Recommended}



หลังจากขำก๊ากๆ กรามสะเทือนเลือนลั่น ครั้งล่าสุดจาก Sherk 2 ..ก็นานมาแล้วที่ ดรีมเวิร์คส อนิเมชั่น ไม่สามารถแจ้งเกิดการ์ตูนที่เกิดมาเพื่อขายขำได้อย่างเต็มเหนี่ยว (แม้กระทั่ง Sherk 3 ..ก็แทบไม่เหลือความน่าขำให้กับความรู้สึกเดิมๆได้อีกแล้ว)

จนเมื่อการมาถึงของ Kung Fu Panda เป็นงานที่ดรีมเวิร์คส มั่นใจว่ามันจะคืนราก(สไตล์)เดิมๆ ได้โดยแน่แท้ ..ก็คล้ายจะเป็นนิมิตหมายที่ดีขึ้น ในหลายๆทาง สำหรับอนิเมชั่นค่ายนี้ ที่เคยมีแต่จะพัฒนาเรื่องภาพ ในช่วงหลายปีมานี้ ซะมากกว่า การใส่ใจในตัวเรื่องราว

ถ้าเว้ากันแต่เรื่องของพลอต ก็ดูจะเป็นอะไรที่ซิมเปิลๆ สำหรับการหยิบเอาเนื้อหาหนังกำลังภายในของแดนตะวันออกมาประยุกต์คลุกเคล้าใส่ความเป็นการ์ตูนสไตล์มะกันลงไปแทนที่ ..แต่ถ้ามองกันลึกไปถึงตัวเรื่อง ต้องยอมรับว่า ครั้งนี้ ดรีมเวิร์คส ทำออกมาได้ดีเกินคาดไว้ไม่น้อย และมันก็ช่างดูลงตัวเสียเหลือเกินสำหรับการสอดใส่ปรัชญาแบบจีนๆ มาแอบสอนใจเด็กๆ(และผู้ใหญ่..ด้วยก็ใช่)ได้อย่างน่าจำ

แต่ถ้าเราคิดจะดูหมีแพนด้าอุตริริเล่นกังฟู เพียงแค่อยากได้ ความขำหรรษา เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว ..ก็ขอให้คำยืนยัน(อีกคน)ว่า "สะใจ..จริงแท้!!!" (โดยเฉพาะ ฉากฝึกวรยุทธ์..ปวดกรามกัน นันสตอป)

และอีกอย่างที่ขอแนะนำสำหรับคอหนังกังฟูทั้งหลายแหล่ ..ก็คือ บรรดาฉากแอ๊คชั่นแทบทั้งหมด ที่แม้จะเห็นๆเป็นการ์ตูน ดูไม่สมจริงชัดๆ หากกลับเด็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าระทึก ชนิดที่หนังกังฟูบางเรื่องอาจมีให้สนุกไม่ถึงใจด้วยซ้ำไป (มองไม่ต้องไกล.. The Forbidden Kingdom เป็นอะไรที่อ่อนด๊อยไปเลย เมื่อลองเทียบมวย และชั้นเชิงกับหนังการ์ตูนฝรั่งจ๋า..ซะงั้น)

สุดท้าย ท้ายที่สุด ..ขอคารวะ หนึ่งจอก ให้กับ หนึ่งใน(อนิเมชั่น)ตระกูลดรีมเวิร์คส ที่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า "สนุก..อย่างแรง!!!" (แต่ก็เสียดายที่มันยังไม่ถึงจ๊าบ..ประทับใจแบบ Sherk ภาคแรก และภาคสอง)






Get Smart -> เกรด B+



กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการค้าไปแล้ว สำหรับใบหน้าเย็นชา เลื่อนลอย คล้ายอารมณ์จะเบื่อโลก ของ "สตีฟ คาเรลล์" ..และใน "Get Smart" ก็นำความโดดเด่นนี้ มาเป็นของขายที่มีเสน่ห์เป็นยิ่งๆ

หลังจากเคยขายความประทับใจมาได้สำเร็จใจผม จาก "50 First Date" ..ผู้กำกับเจ้าของเดียวกัน ก็กลับมาพร้อมความตลกตามถนัด ที่แปะหน้าด้วยเรื่องราวสายลับ พร้อมฉากแอ๊คชั่น..ที่ทำออกมาตื่นเต้นเร้าใจ ไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียว

มุขขำๆโดยส่วนใหญ่ ค่อนข้างจะ work สำหรับผม.. ที่พอจะ get ในคำพูด และท่าทาง(เจ็บตัว)อยู่ไม่น้อย และโดยส่วนมากก็มักจะเวียนๆอยู่กับการล้อขนบหนังสายลับ (โดยเฉพาะ 007 ..แทบทั้งดุ้น) หรือแวะไปจิกกัดสังคม การเมืองในประเทศ โดยเฉพาะมุขประธานาธิบดี ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาหมายถึงใครกัน

ฉะนั้นแล้ว ...คนที่จะสนุกกับหนังเรื่องนี้ได้ก็ต้องเป็นคอหนังสายลับ หรือว่าอาจจะรู้เรื่องของคนมะกันค่อนข้างมากเสียหน่อย

สตีฟ คาเรลล์ ดูมีเสน่ห์ ที่เหมาะเหม็งกับมาดสายลับนักวิเคราะห์แสนฉลาด แต่ทึ่มทื่อกับงานภาคสนาม (หากก็ไม่ติงต๊องแบบ มิสเตอร์บีน ใน Johnny English).. "แอน แฮททาเวย์" ก็แอบเปรี้ยวดูดีในมาดวูแมนฮีโร่ไม่น้อย ..ส่วน "อลัน อาร์กิ้น" และ "The Rock" ก็เป็นสมทบที่สนุกสนานกับบทบาทน้อยๆของตัวเองได้ดี

แม้โดยรวมๆ จะเป็นหนังที่สนุก ตลก มันส์ อย่างลงตัว และค่อนข้างจะมีจุดอ่อนในบทหนังอยู่น้อยกว่า หนังตลก-แอ๊คชั่น ทั่วไป(ในความคิดเห็นของผม) ..แต่ถ้าว่ากันที่เนื้อผ้า ก็เป็นความบันเทิง ที่สามารถจะคาดเดาในสิ่งที่ได้เห็นแต่ต้นจนจบโดยง่ายดาย เหมือนจะไม่พยายามเล่นกับคนดู มากไปกว่าการที่หนังเล่นเอง แล้วก็รอให้คนดูแต่ละคน จะสนุกมากหรือน้อย ก็ตามๆกันไปเอง ..ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาดอะไรหรอก แต่มันเป็นส่วนทำให้หนังให้เราได้เฉพาะเรื่องของความเพลิดเพลินเท่านั้นเอง

ถึงอย่างไรก็ตาม ..ยังอยากให้มีภาคต่อด้วยเช่นกัน เพราะหนังยัง(ต้อง)มีอะไรๆ ให้เล่นได้อีกมาก ...ดีไม่ดี ภาคหน้า อาจจะได้เห็น แม๊กซ์เวลล์ สมาร์ท สูญเสียความทรงจำ แล้วกลับมาวิ่งไล่ตามตัวตน ล้อเลียนหนังสายลับแห่งยุคนี้บางเรื่องก็ย่อมได้ ..แค่คิดก็ขำแล้ว 555+






รัก|สาม|เศร้า -> เกรด B



ถ้ามองว่า "รัก|สาม|เศร้า" มีหน้าหนังที่ดูดี กับการเล่นเรื่องความสัมพันธ์ของคนเป็นเพื่อนที่อยากพัฒนาเป็นมากกว่านั้น บวกกับเครดิตดี(ที่เหลือค่อนข้างจะน้อยแล้ว..เพราะงานระยะหลังๆมันทำลายไปซะเยอะ)ของพี่ยุทธเลิศ (ยังไม่รวมถึงเรื่องความคล้ายคลึงหลายๆอย่างกับ O-Negative..ซึ่งเกือบจะเป็นหนังของยุทธเลิศ แต่สุดท้ายพี่แกก็โดนโกง..ละมั้ง) ...ก็ไม่แปลกที่เราจะคาดหวังถึงหนังไทยคุณภาพอีกเรื่อง

แต่ รัก|สาม|เศร้า ก็ยังมิใช่คำตอบสุดท้ายที่พี่ยุทธเลิศ จะตอบได้อย่างมั่นใจว่า ความเป็นยุทธเลิศตัวจริงเสียงจริงได้กลับมาแล้ว

หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่าจะเด็ดได้หลายๆช่วง ..หากมันอยู่ในมือของผู้กำกับที่ไม่ปล่อยความชิลให้หนังมันแสดงออกไปเรื่อยๆ แบบที่พี่ยุทธ แกเป็นกับงานครั้งนี้

แม้หนังจะเอื้ออะไรหลายๆอย่าง ให้พี่ยุทธควรจะปล่อยของ ..แกกลับเลือกที่จะออมมือ แล้วก็ปล่อยให้เรื่องราวดำเนินของมันไป แบบที่ไม่มีจุดใดสูงสุด

ฉะนั้นแล้ว ถ้าใครหวังจะซึ้งจนน้ำตาไหลพราก ..ขอบอกว่าหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่คำตอบของทุกๆคน หรือแม้กระทั่งกับคนที่เคยมีประสบการณ์แอบรักเพื่อน (อย่างเช่นผม) หรือเคยมีรักสามเส้า ก็อาจจะแค่ "อ๋อเหรอ..อืม..แค่นี้เอง"

แม้ เป้ ก้อย และพีค จะทำหน้าที่ได้ดีในเรื่องของอารมณ์ และความรู้สึก ..แต่ในเมื่อบทหนังมันไม่ช่วยส่งอย่างที่ควรจะเป็นจากฝีมือยุทธเลิศ รวมๆจึงกลายเป็นหนังรักดรามา ธรรมดาๆ อีกเรื่อง.. ที่จบแล้วก็เป็นจบกัน ไม่ติดใจอะไรทั้งสิ้น






นอกเหนือไปจากจะเอา รีวิวสั้นๆของหนังที่ผมได้ดูมา แปะไว้ที่ตรงนี้แล้ว ...ก็ยังมีอีกที่หนึ่ง ที่ผมขอแนะนำให้ทุกคนได้ลองเข้าไปชม ไปเม้นต์กันที่ http://vreview.yarisme.com ...นอกจากจะมีผมก็ยังมีพี่ๆคนรักหนังอีก 5 คน ที่จะมาร่วมแจมความเห็น ..คือ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" , "บลูยอชต์" , "Nanoguy" , "renton_renton" และ "เทพบุตรตบะแตก!!" ...พร้อมกันนี้ ก็ยังมีให้ลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน อีกด้วยนะครับ






ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน ...ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ


Create Date : 06 มิถุนายน 2551
Last Update : 30 มิถุนายน 2551 17:47:23 น. 4 comments
Counter : 565 Pageviews.

 
แวะเข้ามาอ่าน วันนี้เป็นคนแรกแฮะ ~~

ที่เมกานี่ Kungfu Panda เข้าแล้วหล่ะค่ะ วันอาทิตย์ถ้ามีเวลาว่าจะไปดู :P
หนังที่รอใจจดจ่ออีกเรื่องคือ The Happening อยากรู้ว่าจะมาแนวไหน แถมฉายศุกร์13 ด้วยเนี่ย กะให้หลอนเลย

อยากดูรัก/สาม/เศร้า แต่สงสัยต้องรอกลับไปเมืองไทย ซื้อแผ่นมาดู เรื่องนี้เค้าว่ากันว่าเป็นเค้าโครงเดียวกันกับโอเนกาทีฟใช่หรือเปล่าคะ =)


โดย: vanilla IP: 12.151.36.19 วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:4:23:09 น.  

 
น้องเอ๋ย
ทุกอย่างรอบตัวเราก็เป็น "การเมือง" ทั้งสิ้น
ขนาดจะป่วย ยังมี "ป่วยการเมือง" เลย


โดย: nanoguy IP: 161.200.255.162 วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:15:30:31 น.  

 
+ ช่วงนี้พี่งดเสพย์การเมืองชั่วคราวอ่ะครับ เอียนเต็มทน น้ำเน่ายิ่งกว่าละครตบจูบ พระเอกข่มขืนนางเอก ซะอีกอ่า เหอๆ

* สะบายดี หลวงพะบาง - เอียนอนันดา เต็มกลืน กับกลัวว่าจะเป็นหนังโชว์วิวเมืองลาวเฉยๆ ... ดูจากเกรดที่ตี้ให้ ก็เลยตัดสินใจบายไปแล้ว

* The Other Boleyn Girl - ผิดหวังพอประมาณกับบทหนัง แต่การแสดงของฝ่ายหญิงทุกตัว สุดยอด

* Kung Fu Panda - ฮาอุนจิแตกอ่ะครับ

* The Incredible Hulk - ซุปเปอร์ฮีโร่ขวักไขว่เหลือเกินช่วงนี้ เลยขอดูคะแนนนิดนึงก่อนตัดสินใจดูหรือไม่ (แต่มีเฮียเอ็ด นอร์ตัน กับ ลิฟ ไทเลอร์ ก็น่าสนอยู่เนาะ )

* The Happening - อาจเป็นเย็นเนี้ยะแหละครับ ที่พี่จะไปพิสูจน์ หลังจากบายหนังเฮียมาโนชช่วงหลังๆ ไปหลายเรื่องแล้ว

* รัก / สาม / เศร้า - จี๊ดดดด โดนจายยย

* Get Smart - ยังไม่แน่ใจนะครับ กลัวแป้ก เด๋วดูคะแนนก่อง

* Wanted - ปกติพี่ไม่ถึงกับชอบหนังแอ๊คชั่น แต่หนังตัวอย่างเรื่องนี้ดูโม้ เว่อร์ๆ ดีอ่ะ ชอบ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 13 มิถุนายน 2551 เวลา:18:22:18 น.  

 
20 หนังดีหนังเด่น ในรอบครึ่งปี ของชาวเฉลิมไทย

คลิ๊กเลย..



โดย: จูริง วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:21:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
6 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.