Group Blog
 
 
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 มกราคม 2552
 
All Blogs
 

เล่าเรื่องเหล้า ตอนจบ

ตอนที่แล้ว จบยังไงจำไม่ได้ละ ขี้เกียจเปิดดู ขอขึ้นใหม่แบบดื้อๆเลยละกัน เนื้อหาอาจซ้ำบ้างก็ข้ามๆไปละกัน -*-

เหล้าของผมแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆตามนิสัยที่กินได้ 5-6 แบบ ดังนี้

1. วิสกี้ อันนี้เป็นพระเอกเลย เป็นที่มาของคำว่าเหล้านี่แหละ วิสกี้ทำได้จากวัตถุดิบหลายอย่าง ไม่เอาดีกว่า เด๋วยาว เอาเป็นว่ามันให้รสชาติที่หวานเอียนๆ (ใครบอกเหล้าขม อันนี้มีเถียง) วิธีกินก็หลากหลายตามแต่รสนิยมส่วนบุคคล ตั้งแต่เพียวๆ เรียกว่า straight up คือ มีเหล้ากะแก้ว2อย่างเท่านั้น รินทีละน้อยๆ เด๋วเปลือง 555+ ไม่ช่ายยย มันจะได้เข้าปากในปริมาณที่พอดีๆ หรือใครไม่ชิน คิดว่าแก่ ก็ต้อง on the rock คือใส่น้ำแข็ง ขอบอกว่าจริงๆต้องใช้น้ำแข็งก้อนใหญ่ๆก้อนเดียว แล้วก็ต้องเป็นทรงที่ไม่ใช้เรขาคณิตด้วย คือใช้น้ำแข็งก้อนใหญ่ๆแล้วมาทุบเอา เหตุผล? เพื่อมันจะได้ละลายอย่างช้าๆ แล้วตอนกระดกเนี่ย น้ำแข็งมันจะทิ่มจมูกนิด ได้กลิ่นเหล้าหอมหวลยิ่งนัก บ้านเราชอบใช้น้ำแข็งก้อนเล็กๆ มันละลายเร็วอ่ะ ไม่ได้รสชาติที่แท้จริง ส่วนแบบยอดนิยมก็ต้องมีmixer คือ โซดา (soda water) โค้ก และน้ำ ชอบสูตรไหนก็ตามสะดวก แต่บอกนิดนึงว่า ถ้ากินโซดาน้ำ ใส่น้ำก่อนกะใส่โซดาก่อนเนี่ย ไม่เหมือนกันนะครับ ลองกินดูบ่อยๆแล้วจะรู้

ส่วนตัวผม กินแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับเหล้าและสถานการณ์เป็นสำคัญ เหล้าดีๆแพงๆอย่างบลู ก็ต้อง straight up เท่านั้น ที่เหลือก็... ถ้าไปนั่งบาร์ ก็จะสั่งออนเดอะร็อค จะได้นั่งชมวิว จีบบาร์ได้ยาวๆ แต่ถ้านั่งโต๊ะ มีปาร์ตี้ ก็จะโซดาน้ำ เพราะมีคนคอยชงให้ แถมแบบนี้ต้องคอยชน"หมดแก้ว" บ่อยๆ ขืนซัดเพียวๆมีหวังคอพับก่อนได้สนุก

ถามว่าชอบไรมากสุด ก็คงต้องเป็นบลูอะนะ ที่นี่ขวดละ 200 ปีนึงซื้อแค่หนเดียว เอามาจิบตอนหนาวๆเหงาๆ แต่กินไรบ่อยสุด ก็คงเป็นแบล็ค เพราะรสชาติคุ้นเคยและคงที่ทุกขวด ราคาแค่ 30 ถูกเป็นขี้ (นี่ขวดลิตรนะ) ตามบาร์ไทยก็ชาร์จหน่อย 85-100 แล้วแต่ร้าน แต่ก็ถือว่าถูกอยู่ดี

อ้อ คลับฝรั่งดีๆ ไม่ค่อยมีแบล็คนะครับ เพราะเกรดถือว่าต่ำไป ส่วนใหญ่จะเป็น swing มากกว่า

2. เบียร์ อันว่าเบียร์นี้ เหมือนรักพี่เสียดายน้อง สมมติว่าแฟนบอกให้เลือกเอาอย่างเดียวที่จะเลิกกิน คงต้องเลิกกับ.....แฟนเท่านั้น 555+ ล้อเล่นๆ เพราะนอกจากรสชาติแล้ว อารมณ์การกินมันคนละแบบเลย เหล้าเนี่ย ต้องเป็นเรื่องเป็นราว มีม้งมีมิกซ์ ไหนจะน้ำแข็งอีก แต่เบียร์นี่ได้ทุกที่ ทุกเวลา กินข้าวจิบเบียร์ หรือจะตบเบียร์เพียวๆ อารมณ์มาเหนื่อยๆเนี่ย ได้เบียร์เย็นๆกินซักขวดสองขวดเนี่ย ชื่นจายยยยยยยยย อย่าบอกใครเชียว จะให้มาชงเหล้าแล้วค่อยๆจิบนั้น มันไม่ได้อ่ะ คอเหล้าคงเข้าใจ

เบียร์ทั่วไปจะมีรสชาติขม ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้สาวๆไม่ค่อยชอบกิน ยกเว้นเบียร์บางประเภทและยี่ห้อ ที่ออกหวานนิดๆ หรือพูดง่ายๆว่าไม่ขม ขอไม่ลงลึกในรายละเอียดเพราะไม่ได้ค่าโฆษณา เอิ๊กๆ รู้แค่ว่า ผมกินเบียร์จนมันไม่ขมไปแล้ว ยี่ห้อไหนที่เค้าว่าขมๆ ผมก็แค่รู้สึกว่ามันขมนิดๆพอติดปลายลิ้นแค่นั้นเอง

เชื่อมั้ยว่าสมัยก่อนผมไม่ชอบกินเบียร์เลย เพราะมันขมนี่แหละ จนครั้งนึง ด้วยเหตุที่คณะเค้าได้เบียร์มาฟรีๆ 30ถัง แล้วมีมติไม่ซื้อเหล้ากัน ผมก็เลยต้องเลยตามเลย ค่อยๆจิบ ไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก้อยกซดแล้ว 555+ คือมันยิ่งกินยิ่งเพลินน่ะ หลังจากนั้นมาก็ถือเป็นธรรมเนียมว่า วันไหนไม่มีน้องๆมานั่งชง ก็จะกินเบียร์กัน ติดนิสัยมาจนตอนเรียนจบ เด๋วนี้ต้องช่วยตัวเองแล้ว นานๆจะมีหลงมาซักคน อ้อ หมายถึงน้องผู้หญิงนะครับ ผู้ชายนี่หาได้ทั่วไป คนชงเหล้าอ่ะ รู้คอกันอยู่

เบียร์ที่นี่ราคาถูกเป็นน้ำ ไม่สิ ถูกกว่าน้ำอีก - -" สำหรับเบียร์ไอ้กันนะ ไม่รู้ว่ามันสนับสนุนให้กินหรือว่าเมืองไทยมันเก็บภาษีแพง เทียบราคากันแล้ว กินเบียร์เมืองไทยแล้วปวดใจก็แล้วกัน ส่วนมากเบียร์จะขายเป็นขวดเล็ก คือเปิดกระดกได้เลย ไม่ต้องหาแก้วให้วุ่นวาย อยู่เมืองไทยใครกระดกขวดใหญ่ถือว่าเถื่อนมาก - - six-pack ตกประมาณ 6-10 บาท ก็ราวๆ 2-3ร้อยบาทไทย นี่คือราคาตามโกรเซอรี่ ในคลับก็แล้วแต่ความหรู มาตรฐานก็ 6-10บาท แต่ต่อขวด ก็คงคล้ายๆพี่ไทยแหละ ข้างนอก 40 ข้างใน 110 เรียกว่าค่าสถานที่ อิอิ

ส่วนตัว ผมชอบกินเบียร์อะไรก้ได้ที่เป็น Ale คือเบียร์ขุ่น บ้านเราไม่มีขายเป็นขวด มีแต่เบียร์สดตามลานเบียร์ เบียร์ทั่วๆไปนั้นคือ lager คือเบียร์ใส กรองเอาตะกอนไปแล้ว ขอบอกว่า เบียร์ขุ่นเนี่ยอร่อยกว่าเยอะ เข้มข้น เจ้มจ้น กินแล้วบำรุงตับดีนักแล เพราะสารอาหารเพียบ น้ำหนักจะขึ้นอย่างไว เอ้าจริงๆ เบียร์เนี่ยเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการนะขอรับ ทำเป็นเล่นไป กินแล้วต้องหมั่นดูแลพุงหน่อย เพราะมันมาเร็วกว่าที่คุณคิดเยอะ ยังงี้ละมั้ง สาวๆจึงไม่ค่อยนิยมดื่มเบียร์ซักเท่าไร

เรื่องเบียร์เนี่ย เขียนแยกได้อีกตอนเลยเชียว ไว้ว่างๆก่อนละกัน

เบียร์ที่ชอบที่สุด คือ Paulaner จากเยอรมัน อันนี้เมืองไทยมีขายครับ เป็นขวดก็ที่ฟู้ดแลนด์ ชิดลม พารากอน เอ็มโพเรียม สดๆก็ตามลานเบียร์ใหญ่ๆ ลองหากินดู ผมกินครั้งแรกแทบจะเลิกดื่มน้ำ เบียร์ไรวะ หร่อยเป็นบ้า ที่นี่หาซื้อยากหน่อย เพราะโดนภาษีแพง เบียร์ไอ้กันมันเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ ก็ประมาณสิงห์-ช้างบ้านเราผูกขาดน่ะแหละ แต่อยากบอกว่า ใครคิดมากิน Bud ที่นี่อ่ะ จะผิดหวัง ถูกสัดๆก็จิง แต่รสชาติเหมือนกินโซดา -*- จืดได้อีก เค้าเอาไว้กินกลั้วคอขำๆ ล้างปากอะไรทำนองนั้น กินเบียร์กะฝรั่งเองยังเบ้หน้าหนีเลย แต่เห็นในหนังชอบถือกันจัง เดาว่าคงเป็นโฆษณาแฝง เพราะรสชาติอย่างที่บอก มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่มันจืดอ่ะ ยิ่งตัวไลท์นะ แหม...เอาโซดามาใส่สีขายกูป่ะเนี่ย ของไอ้กันที่พอกินได้ ก็มี coors light ชื่อบอกไลท์แต่รสชาติใช้ได้ เรื่อยๆดี นอกนี้ก็ต้องเล่นเบียร์อิมพอร์ทแล้ว แพงกว่านิดหน่อย แต่รสเยี่ยม ได้แก่ พี่เขียว ไฮเนเก้นยอดนิยม ที่นี่อิมพอร์ทมาจากฮอลแลนด์นะครับ รสชาติคนละเรื่องกับบ้านเราเลย Amstel light ก็โอเค โคโรนา อันนี้ยอดนิยมของสาวๆ เพราะจืด กินง่าย ไม่ค่อยเมาด้วย เบียร์ไอ้โก้อ่ะคับ แพงเท่าไฮเนเก้น แต่กินแล้วก็งั้นๆ เอาไว้ตอนเหนื่อยๆ เพราะมันกินง่ายจริงๆ ฟองไม่ค่อยมี -*- เมืองไทยแพงซะ

ตอนนี้เบียร์เบลเยี่ยมมาแรง เพราะเป็น ale เกือบทุกยี่ห้อ ข้นสะใจ แถมหวานนุ่มชุ่มลิ้นอีก กินได้เรื่อยๆ ไม่มีผะอืดผะอม เบียร์รัสเซียหนีให้ห่าง รสชาติประหลาดๆ บรรยายไม่ถูก เบียร์ญี่ปุ่นก็ชั้นหนึ่งนะครับ พวก kirin sapporo asahi แจ๋วๆทุกตัว คงเพราะพี่ยุ่นก็ชอบกินเบียร์ เลยปรุงสูตรได้ถูกใจนักดื่มแบบสบายๆ ส่วนเบียร์ไทย ผมชอบลีโอนะครับ ยี่ห้อเดียวเท่านั้น สิงห์ผมไม่ค่อยกินเท่าไร ลีโอดีกว่าเยอะ แต่ที่นี่ไม่มีขาย ช้างสูตรใหม่ก็พอได้ แต่ต้องเย็นๆ ขายชนกะสิงห์อยู่ตอนนี้ เชื่อมั้ยว่า ฝรั่งชอบช้างมากกว่า รู้แล้วอย่าเอ็ดไป

ยิ่งเขียนยิ่งยาว ยกยอดไว้ก่อนละกัน

3. ไวน์ อันว่าไวน์นั้น อยู่เมืองไทยจัดว่าเป็นของหรู แม้แบบถูกๆจะแค่ขวด 2-300 ก็เหอะ เพราะราคานั้น คอเหล้าเอาไปซื้อแสงโสมดีกว่า แต่ที่นี่มันถูกเหมือนได้เปล่า แบบห่วยๆ (ซึ่งจริงๆไม่ได้ห่วยนะ) คือราคาถูกที่สุดนั้น ก็แค่6-7บาทเอง ระดับนี้ได้อะไร ได้ไวน์โลกใหม่ครับ คือทำในเมกาเอง ออสเตรเลีย และมีของอาร์เจนหลุดมาที่ราคานี้พอสมควร นี่คือขวดปกติ 750 มล. ถ้าเป็นขวดแม็กนั่มก็จะตก 13-14 บาท ถูกเข้าไปอีก -*- แล้วยี่ห้อที่จะเอามาแข่งขันได้เนี่ย ไม่ได้กระจอกนาครับ ตอนนี้ yellowtail มาแรง เมืองไทยผมไม่ทราบว่าราคาเท่าไร แต่ที่นี่ราคาก็อย่างข้างบน ถูกซะจนซื้อมาอมบ้วนปากหลังอาหารได้เลย

ส่วนตัวผมกินไวน์แทบทุกวัน วันละ 2-3แก้ว บางทีก็เอาซะหมดขวดน่านแหละ ให้พอตึงๆ ตัวนี้กินเพื่อสุขภาพครับ ไปเที่ยวผมจะไม่ดื่มไวน์เด็ดขาด เพราะมันแพงงงงงงงงงงงง แถมบรรยากาศไม่ให้อีกตะหาก ดื่มไวน์ต้องดื่มเงียบๆกับคนรู้ใจ หรือไม่ก็จิบไปเขียนหนังสือไป ผมชอบไวน์แดงนะครับ ได้หมดทุกพันธุ์ แต่โปรดปรานเป็นพิเศษก็ต้อง แค็บฯ บอกแล้วว่าชอบอะไรเข้มๆ ไวน์ขาวนี่กินได้แต่ไม่ชอบเท่าไร มันหวานบาดคอ แต่ถ้าเอามาทำแซงเกรียล่ะก็ โอเคเลย

พูดถึงไวน์ แตกไลน์ไปบรั่นดีนึดนึงคงได้ บรั่นดีก็คือไวน์ที่เอาไปกลั่นให้ดีกรีมันสูงขึ้น รสชาตินุ่มนวล ที่เค้าเอาไปกรอกใส่ flask เอาไว้จิบแก้หนาวนั่นแหละ บ้านเรามีอยู่ตัวนึงมั้ง คือ รีเจนซี่ นั่นน่ะเยี่ยมเลย จริงๆต้องค่อยๆจิบแล้วตัดด้วยน้ำเย็น แต่พี่ไทยเอาไว้ชงกะโซดา ซึ่งเท่าที่ลองก็ไม่เลวนะครับ ของเค้าดีจริงๆ ส่วนที่นี่บรั่นดีมาจากฝรั่งเศส รสชาตินั้นดีแน่นอน แต่ราคาก็หนักตามไปด้วย เรียกง่ายๆว่าแพงกว่าวิสกี้ ยกเว้นพวกอเมริกันเมด ราคาพอรับได้ รสชาติดีๆมีอยู่2-3เจ้า บรั่นดีนี้นานๆจะซื้อที เพราะส่วนตัวแล้วไม่นิยมอะไรที่มันกินได้ช้าๆ เสียเวลา -*-

4. โซจูและสาเก ทั้งคู่นี้ทำมาจากข้าวครับ แอลกอฮอล์สูงกว่าไวน์ สาเกสัญชาติญี่ปุ่น โซจูนั้นมาจากเกาหลี จัดเป็นเหล้าในหมวดหมู่เดียวกัน วิธีกินก็มี2แบบ ร้อนและเย็น ใช้จิบเอาเป็นจอกๆ ฮ่วย...บอกตรงๆ มันอร่อยตรงไหนฟะ??? รสชาติทะแม่งๆ บางตัวก็หวาน บางตัวก็ฝาด ราคาเมืองไทยนั้นแพงสะบัด แต่ที่นี่ก็เหมือนเดิม ถูกกว่าเยอะ แถมรายได้ที่นี่ก็ดีกว่า ก็ยังงงๆกับเมืองไทยอยู่ ขนาดภาษีแพง เหล้ายังขายดีขนาดนี้ ถ้าลดภาษี มันจะเป็นยังไงหนอ

ผมไม่ชอบกินสาเกกับโซจูเพียวๆเลย พับผ่าสิ ต้องเอาไปทำค็อกเทลมาก่อนถึงจะกิน อย่างบาร์เกาหลีจะมีโซจูค็อกเทลรสชาติต่างๆขาย ทั้งแอปเปิ้ล ลิ้นจี่ สับปะรด ทำเองก้อได้ง่ายๆ อร่อยนะครับ กินง่ายแต่เมาปลิ้น ยิ่งสาวๆให้มาเจอ โยเกิร์ตโซจู มันคือยาคูลท์ดีๆนี่เอง เด๋วจอกเด๋วจอก รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงแล้ว เอ้ย ไม่ใช่ เมาน่ะครับ ว่าง่ายๆ เพราะมันกินง่าย ย่อยง่าย ปริมาณแอลกอฮอล์มันสะสมเร็วกว่า แต่พวกนี้ดีอย่าง ตื่นมาแล้วไม่ปวดหัว เด๋วเล่าให้ฟังทีหลังว่าทำไม

5. ค็อกเทล อันนี้ขอรวมๆเลยละกัน ชักยาวละ นี่คือเครื่องดื่มยอดฮิตตลอดกาลของสาวๆ เนื่องจากมันมีหลากหลายสูตร ส่วนใหญ่ก็แนวๆเดียวกัน รสหวาน กินง่าย (ยังกะโฆษณายาเลยนิ) ก็เพราะค็อกเทลนี่แหละ เหล้าที่ขายดีที่สุดในโลก(ยกเว้นเบียร์) จึงเป็นว้อดก้า ที่ใช้เป็นเบสแทบทุกสูตร ตัวหลักๆที่กินกันก็คงไม่พ้น โมฮิโต (ฮิตนะเนี่ยที่นี่อ่ะ) caipirinha, magarita, long island iced tea ประมาณแถวๆนี้ 2ตัวแรก มันแตกรสแตกไลน์ได้อีกเป็นร้อย ตามส่วนผสมหลัก ส่วนตัวหลัง มันเมาเร็ว คนไทยชอบ ไม่เปลืองว่างั้น ไม่รู้สิ ถ้าจะกินค็อกเทลจะไปเอาเมาทำไม เอารสชาติดีกว่านะผมว่า

ผมชอบโมฮิโตนะ รสไหนก็ได้ มันสดชื่นดี แต่เวลาไปเที่ยวคลับ ผมจะกินแต่ Manhattan เครื่องดื่มของท่านชาย ที่ทำให้ดูแม้นแมน ฮ่าๆๆ ไม่หรอก ผมมันลิ้นด้านน่ะ ขืนให้กินอะไรหวานเนี่ย ได้เมาก่อนรู้รสพอดี แมนแฮตฯเนี่ย ให้ผู้ชายมากินยังเบ้หน้าหนี สาวๆมีกรี๊ด อะไรจะขมขื่นได้ปานนั้น ไม่รู้อะนะ ก็ชอบแบบนี้ ชายแท้ดื่มแมนแฮตฯแล้วดูดีกว่ายืนถือ magarita แน่นอน

6.เตกีล่า,จิน,รัม พวกนี้หลักๆเอาไว้ทำค็อกเทลน่ะ นานๆจะเอามาตบช็อตกันซะที ส่วนใหญ่ก็หลังจากเมาได้ที่แล้ว ไม่ขอพูดถึงละกัน เพราะหาความสุนทรีจากมันไม่ได้ เอิ๊กๆ

หลักๆก็มีแค่นี้ เอาไว้มาแยกเรื่องเล่าสนุกๆของแต่ละตัวคราวหลัง ท้ายนี้จะพูดถึงอาการเมาค้างแบบไม่เป็นวิทยาศาสตร์ซะหน่อย แต่มันเป็นเรื่องจริง เอ๊ะยังไง

จำไว้ง่ายๆว่า เหล้าที่ไม่มีสี จะทำให้เกิดอาการเมาค้างน้อยกว่าเหล้าที่มีสี ดังนั้น ลองสังเกตดู คืนไหนต่อให้ตบว้อดก้า เตกีล่า สาเก มาหนักแค่ไหน ตื่นเช้ามาก็ไม่ค่อยปวดหัว แต่ถ้าเผลอซัดแบล็กหมดขวดเมื่อไร เช้ามาทำใจได้เลย อ้วกแน่นอน ไม่ขออธิบายเชิงวิทยาศาสตร์นะ ขอบอกแต่วิธี "ป้องกัน" อาการเมาค้าง นั่นคือ ให้กินข้าวก่อนนอน หมายถึงยัดอะไรก็ได้ลงกระเพาะก่อนนอน อย่าปล่อยให้ท้องว่าง ง่ายๆใช่ไหม แต่ได้ผลนะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ให้กินน้ำเปล่าก่อนนอนเยอะๆ แล้วไปแปรงฟัน อย่าให้กลิ่นเหล้าหลงเหลือในปาก ตื่นเช้ามามันจะผะอืดผะอม ลองไปทำดู อย่างผมจะมีกับข้าวติดตู้เย็นไว้ตลอด เมาๆมาก็อุ่นกิน หรือถ้ากินเหล้าที่บ้านก็ต้องมีกับแกล้มเสมอ ไม่ค่อยกินเหล้าเปล่าๆหรอก เหงามือตาย

แต่ถ้าแก้ไม่ทัน หรือเมาจัดจนนอนหลับไป ตื่นมาปวดหัวโคดๆ ก็ให้กินน้ำส้ม หรืออะไรที่มันเปรี้ยวๆ ถ้าคลื่นไส้มาก ก็แนะนำเลยว่าไปล้วงคออ้วกซะ แล้วจะสบาย หลังจากนั้นหาข้าวกินอย่างไว เป็นพวกกะเพราะเผ็ดๆยิ่งดี จะทำให้สร่างเร็วขึ้น แล้วดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ พยายามอย่าถอน ไม่มีประโยชน์หรอก แก้ได้ชั่วคราวเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ...นอนครับท่าน หลับให้อิ่มๆ จนกว่าจะหายเวียนหัวนั่นแหละ ใช้เวลาสักวัน ดังนั้นจำไว้ มีงานสำคัญรออยู่พรุ่งนี้ อย่าเมาหนัก เอาแค่สนุกๆพอ

พูดก็พูด ผมล่ะประจำ ทำงาน 10โมง เมากลับมาเจ็ดโมง นอน9โมง ประจำ -*- ไปทำงานทีเงี้ย แทบไร้วิญญาณ 555+




 

Create Date : 24 มกราคม 2552
1 comments
Last Update : 24 มกราคม 2552 21:09:53 น.
Counter : 2578 Pageviews.

 

อ่านเพลินดีจังค่ะ

 

โดย: Bud Ice 24 มกราคม 2552 22:37:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


your humble servant
Location :
NYC United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add your humble servant's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.