Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
18 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 

ฮัลโหลๆ ที่นี่ที่ไหนอ่ะ

โทรศัพท์ หรือ หมากอะโหลนั้นมีความสำคัญมากสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในอเมริกา (จริงๆก็แทบจะทุกที่ในโลกอะนะ) เพราะเป็นช่องทางที่สำคัญยิ่งในการติดต่อบุคคลนั้นเพื่อแจ้งข่าวสารหรือข้อมูลใดๆก็ตาม และยิ่งสำคัญมากขึ้นหากข้อมูลนั้นเป็นโอกาสเกี่ยวกับงานหรือการเรียน

ดังนั้น แทบจะทุกคนในนิวยอร์คเลยแหละ ที่ต้องมีโทรศัพท์ไว้ให้ติดต่อได้ ถ้าไม่มีที่บ้านก็ต้องมีแบบพกพา ขอเรียกย่อๆว่ามือถือนะ คิดดูว่าขนาดคนล้างจานที่เป็นเม็กซิกันยังมีเลย ฮี่ธ่อ ก็เหมือนกับเมืองไทยกระมัง ที่ ยาม แม่ค้าตลาดสด แม่บ้าน(คุณแจ๋ว) เด็กส่งของ ฯลฯ ก็ล้วนแล้วแต่มีมือถือที่ว่ากันคนละเครื่องสองเครื่องทั้งนั้น

คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า โทรศัพท์ที่เมืองนอกนั้นถูก หรือไม่ก็ให้ฟรี อันที่ว่าฟรีน่ะ จริงครับ แต่ที่บอกว่าถูกนั้น มันก็ถูกนะ แต่มันมีสัญญาผูกมัดตามมาด้วยนี่สิ ทำให้คิดไปคิดมามันก็ไม่ถูกนะ เว้นแต่คุณเป็นคนที่จะภักดีกับโอปะเรเตอร์นั้นตลอดไป อันที่จริงคนที่เมืองไทยก็ไม่ค่อยมีใครย้ายค่ายกันสักเท่าไรนี่เนอะ แต่ยังจำต้องทนใช้เครื่องแพงๆกันอยู่ เฮ้อ...

เอาเรื่องมือถือก่อนแล้วกัน ที่นี่ (นิวยอร์ค) มีหลายค่ายใหญ่ๆให้เลือก ไม่ได้ “แข่งขัน” กันแค่สองค่ายอย่างในเมืองไทย ค่ายใหญ่ๆก็ได้แก่ T-mobile (Germany), Cingular (US) ตอนนี้เป็น AT&T ไปแล้วจ้ะ, Verizon (US), Sprint (US) และ Nextel (US) ไม่ขอพูดถึงพวกเล็กๆอย่าง Virgin (UK) หรืออีกสองสามยี่ห้อที่พิมพ์ไม่ถูกอะนะ แบบมันเพิ่งเกิดใหม่ หาซื้อยังยากเลย

ระบบมือถือของเมกานั้น จะเป็น CDMA หรือไม่ก็ GSM 1900 ทั้งหมด อย่าง ทีโมบิล กับ ซิงกูล่าร์ ก็เป็น 1900 ส่วน เวอไรซอน กับ สปรินท์ เป็น CDMA ส่วน Nextel ไม่แน่ใจอ่ะ ไม่เคยใช้อยู่ยี่ห้อเดียวนี่แหละ

ดังนั้น เวลาจะเอาโทสับมาใช้จากเมืองไทย เครื่องนั้นต้องเป็นเครื่อง Tri-band หรือ Quad-band เท่านั้นนะจ๊ะ และก็จะใช้ได้เฉพาะ T-mobile & Cingular เท่านั้นด้วย ส่วน Verizon & Sprint นั้นเป็น CDMA ก็จริง แต่ไม่มีซิมเหมือน Hutch บ้านเราเน่อ ต้องซื้อเครื่องกับเขาสถานเดียว

เครื่องของแต่ละเจ้านั้น จะถูกล็อกเอาไว้ให้ใช้กับโอปะเรเตอร์นั้นๆเพียงเจ้าเดียว เว้นแต่ถ้าคุณปลดล็อกเป็น หรือ เอาเครื่องที่ไม่ได้ล็อกมาจากเมืองไทย ก็จะสามารถใช้ได้กับทุกเจ้าที่เปลี่ยนซิมได้ อ้อ โทสับที่นี่นั้น ทุกเครื่องจะมีสกรีนของโอปะเรเตอร์เด่นชัดที่ตัวเครื่องและกล่อง ก็ดูสวยดีไปอีกแบบ และบอกให้คนที่พบเห็นรู้ได้เลยว่าใช้บริการเจ้าไหนอยู่ ไม่ต้องถาม ว่าซั่น

คนที่นี่ มักจะใช้มือถือรุ่นที่พับได้ และมีเสา นัยว่าเพื่อให้สัญญาณชัด แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นเพราะไม่ค่อยมีตัวเลือกมากนักเสียมากกว่า เพราะโทสับที่มีให้เลือกตอนซื้อนั้น น้อยมากๆ และก็ไม่สวยเอาเสียเลย ขนาดพักหลังๆนี้ โนเกียออกแบบโทสับให้เป็นแบบ Quad-band แล้ว ไอ้กันก็ไม่ยอมเอาเข้ามาจำหน่าย ยิ่งโซนี่เนี่ย มีน้อยรุ่นมากๆ แถมตกรุ่นแล้วทั้งนั้น รุ่นใหม่ๆไม่ต้องไปพูดถึง ต้องไปหาซื้อเอาเอง ซึ่งสนนราคานั้นแพงกว่าบ้านเราเสียอีก

มือถืออีกแบบนึงที่คนนิยมใช้คือ พวก PDA ยี่ห้อที่นิยมก็ Blackberry ใช้กันมากในหมู่นักธุรกิจ เข้าใจว่าสะดวกในการเช็คข่าว หรือรับส่งอีเมล

เรื่อง plan หรือที่บ้านเราเรียกโปรโมชั่นนั้น ไม่ค่อยจะต่างกันนักในด้านของราคา แต่จะต่างกันเล็กน้อยในด้านจำนวนนาทีที่ใช้บริการได้ แล้วทำไมลูกค้าถึงเลือกใช้ต่างยี่ห้อกัน อันนี้เป็นเรื่องของคุณภาพของสัญญาณ บริการของพนักงาน และ เรื่องของตัวเครื่องแล้วครับ

ที่เมกานี่ ค่าโทสับก็นับเป็นนาทีเหมือนเมืองไทย เพียงแต่ว่า นับทั้งโทรออกและรับสาย ฮ่วย! ดังนั้น จึงไม่มีการยิงกันไปยิงกันมาให้ปวดหัวแต่อย่างใด ในเมื่อมันก็เสียนาทีด้วยกันทั้งสองฝ่าย แล้วหนุ่มๆสาวๆจะจีบกันยังไงล่ะ ยิงไปให้เค้าโทรกลับก็ไม่ได้ ยังดีครับที่ทุกระบบนั้นจะโทรฟรีได้หลังสามทุ่มและเสาร์อาทิตย์ (Sprint โทรฟรีตั้งแต่หนึ่งทุ่มนะ) คนเค้าก็เอาช่วงเวลานี้มาคุยกันนานๆไง

มองในด้านดีก็โอเคนะ ประมาณว่า ขืนไม่คิดค่ารับสาย ก็คงมีการผลัดกันโทรไปมา คู่สายหรือช่องสัญญาณก็เต็มพอดี ช่วงกลางวันก็คงโทรติดยาก หลังสามทุ่มไม่ใช่ช่วงเวลาสำคัญอะไรแล้ว ใครใคร่โทรก็เชิญตามสบาย อ้อ มีไว้กันพวกเปิดเบอร์มายิงชาวบ้านเขาด้วย ประมาณว่าซื้อแบบเติมเงินไว้ แล้วรอคนโทรมาลูกเดียวประมาณนั้น เป็นการใช้เบอร์อย่างไม่คุ้มค่าเลย พับผ่า

มือถือแบบเติมเงินก็มีนะครับ มีทั้งของค่ายใหญ่ๆ และ ค่ายเล็กๆนับสิบๆค่าย แต่ค่าโทรคิดไปคิดมาแล้วมันแพงน่ะ คนเลยไม่ค่อยนิยม เพราะข้อดีเพียงข้อเดียงคือ ไม่มีสัญญาผูกมัดเท่านั้นเอง

เมื่อเปิดเบอร์ใหม่ เขาจะให้คุณเซ็นสัญญาสองปีว่าจะใช้เบอร์นี้แพลนนี้ไปตลอดสองปีนับจากนี้ จะเซ็นปีเดียวก็ได้ แต่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ เครื่องจะราคาแพงขึ้น เช่น ถ้าเซ็นสองปี เครื่องที่คุณเลือกเนี่ย ราคา 99 บาท แต่ถ้าเซ็นปีเดียว เครื่องจะราคา 149 หรือ อย่าง T-mobile เครื่องราคาเท่าเดิม แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มค่าไม่เอาสัญญาสองปีอีก 50 บาท

หากยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดสองปี คุณจะต้องเสียค่าปรับ โดยส่วนใหญ่แล้ว สองร้อยบาทจ้ะ

ค่าบริการนั้น เมืองไทยถูกกว่าแน่นอน เพราะ โดยเฉลี่ยทุกค่ายแล้ว แพลนมาตรฐานที่นิยมใช้กันจะตกเดือนละ 40 บาท เมื่อบิลมารวมค่าภาษียุ่บยั่บและค่า surcharge ต่างๆนานา ก็จะกลายเป็น 50 บาทต่อเดือน นี่หมายถึงคุณไม่ได้ใช้นาทีเกินนะ เช่น ปกติเนี่ย เขาจะให้ใช้ได้ 600 นาทีต่อเดือน ทั้งโทรออกและรับสายในเวลากลางวัน ไม่รวมค่า SMS หากเกินกว่านี้ก็จะคิดส่วนที่เกินต่างหาก ราคาแล้วแต่เจ้าๆไป ส่วน SMS นั้นปกติแล้วคิดข้อความละ 10 Cent

เรื่องเครื่องนั้น แต่ละเจ้าก็จะมีให้เลือกแตกต่างกันไป แต่ดูๆไปแล้วก็พื้นๆเหมือนกันทุกเจ้า เว้นแต่รุ่นเจ๋งๆแปลกๆก็จะมีแค่เจ้าเดียว เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดว่างั้น เช่น i-Phone จะมีให้บริการแต่ AT&T (Cingular เดิม) เท่านั้น

เครื่องยิ่งสวย ฟังก์ชั่นเยอะ ก็จะยิ่งราคาสูง คนที่ไม่คิดไรมาก ขอแค่มีไว้ใช้ ก็มักจะเลือกรุ่นที่ให้ฟรีไม่ต้องเสียเงิน แต่อย่างผม ก็เลือกให้ดูดีขึ้นมาอีกหน่อย แลกกับเงินประมาณร้อยกว่าบาท เกินนี้ไม่เอาอ่ะ ไม่จำเป็น คนที่นี่ไม่อวดหรูกันด้านมือถือเลย ไม่ชอบวางโทสับกันให้เห็นเหมือนเมืองไทย - -

เท่าที่เคยใช้มาเกือบทุกเจ้านั้น Verizon สัญญาณดีที่สุด บริการดีที่สุด และ แพงที่สุดด้วย ฮ่าๆ แต่ผมก็เลือกใช้อยู่ตอนนี้ เพราะสัญญาณดีกว่าจริงๆ แม้จะต้องทำใจเรื่องเครื่องที่ไม่ค่อยมีให้เลือกก็ตาม (อันที่จริงดูจากเครื่องรุ่นใหม่ๆที่มีให้เลือกแล้ว ผมว่ามันก็น่าจะมีซิมอะนะ แต่เค้าอาจะไม่ให้เราเปลี่ยนเองก็ได้ เพราะแกะดูข้างหลังมันโล่งโจ้งทุกยี่ห้อเลยอ่ะ เวลาจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ต้องเอาเข้าศูนย์ให้เขาทำให้สถานเดียว)

โอปะเรเตอร์อื่นๆนั้นก็จะแตกต่างกันไปคนละแบบ เช่น T-mobile นั้นจะให้นาทีมากที่สุด เมื่อเทียบกับเจ้าอื่น Cingular หรือ AT&T ก็จะมีเครื่องให้เลือกมากที่สุด สวยๆทั้งนั้นเลยเสียด้วย Sprint ก็จะให้โทรฟรีตั้งแต่ทุ่มนึง เป็นต้น เรียกว่าดีคนละด้าน ว่างั้นเถอะ

ชอบแบบไหน ก็เลือกแบบนั้นครับ แต่ก็ต้องดูพื้นที่ที่คุณอาศัยหรือทำงานด้วยนะครับ ว่าสัญญาณเจ้าไหนครอบคลุมมากกว่า อันที่จริงมันก็มีระบบโรมมิ่งนะ แต่มันจะคิดเงินเพิ่มน่ะสิ ทั้งนี่ทั้งนั้นแล้ว ในนิวยอร์คไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสัญญาณ เว้นแต่คนที่ต้องเดินทางไปต่างรัฐบ่อยๆ ซึงยี่ห้อที่โฆษณาว่าสัญญาญครอบคลุมพื้นที่ของอเมริกามากที่สุดได้แก่ Cingular จ้ะ แต่ข่าวว่าโดนซูบ่อย โทษฐานโฆษณาเกินจริง เป็นงั้นไป

เทียบกับ Verizon ที่โฆษณาว่า เป็นเครื่อข่ายที่วางใจได้ที่สุดแล้ว ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสายหลุดนะ สัญญาณก็กว้างและแรงจริงๆ ขนาดลงซับเวย์ที่ไม่ลึกมากๆยังโทรออกได้เลย ยกเว้นเวลาซับเวย์วิ่ง หรือ สถานีที่อยู่ลึกเกินสองชั้นนะ อันนั้นไม่มียี่ห้อไหนโทรได้หรอกจ้ะ

ซึ่งก็น่าแปลกนะครับ ที่ประเทศที่เน้นความปลอดภัยแบบเมกาเนี่ย ไม่ไปวางเสาในซับเวย์ เวลาเกิดเหตุร้าย เหยื่อก็คงได้แต่ทำใจ แหม...จะให้ไปหยอดตู้ คงทันกินหรอกมั้งนั่น

น่าจะหมดแล้วนะ รายละเอียดมือถือ เอาเรื่องโทสับบ้านบ้างแล้วกัน ส่วนใหญ่ที่นี่ (นิวยอร์ค) มักนิยมใช้ AT&T เพราะครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด สนนราคาก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่ถูกสุดเดือนละสิบบาท เอาไว้รับสายอย่างเดียว โทรออกก็เสียเป็นครั้งๆไป หรือแบบมาตรฐาน เดือนละสามสิบบาท โทรกี่ครั้งก็ได้ แต่ต้องเฉพาะในรัฐนิวยอร์คเท่านั้น โทรทางไกลก็คิดเพิ่มเป็นครั้งๆไป

ส่วนใหญ่โทสับบ้านที่นี่มักจะมาพร้อมเคเบิ้ลทีวีและ/หรืออินเตอร์เน็ท มักจะมีโปรโมชั่นสามอย่างในบิลเดียว เพื่อความสะดวกในการชำระเงิน ก็ว่ากันไปตามยี่ห้อ ซึ่งมีให้เลือกมากมายอีกเช่นกันเช่น RCN, AT&T, Verizon เป็นต้น

อ้อ...โทสับบ้านนั้น โทรเข้าไม่เสียนาทีเน้อ อิอิ โทรออกก็ครั้งละกี่นาทีก็ได้ ถ้าไม่ใช่โทรทางไกล

เอาเรื่องของเครื่องตอบรับโทรศัพท์สักหน่อย เท่าที่อยู่ๆมา ไม่เห็นบ้านไหนไม่มีเครื่องตอบรับอัตโนมัติเลยนะครับ นัยว่า ขนาดเครื่องแถมตอนติดตั้งครั้งแรก เค้าก็ให้เป็นแบบมีที่ตอบรับในตัวนี่แหละ สะดวกเวลาไม่อยู่บ้าน หรืออยู่ แต่ไม่อยากรับสาย อิอิ คนที่นิยมฝากข้อความนะครับ เพราะ อย่างน้อยเขาก็เชื่อว่า คุณต้องเปิดฟังทุกครั้งที่กลับบ้าน หากไม่โทรกลับ แสดงว่าต้องมีไรผิดปกติแล้ว

มือถือก็เช่นกัน เวลาปิดเครื่องหรือไม่มีสัญญาณ คนโทรหาเราก็มักจะฝากข้อความไว้ เวลาเราเปิดเครื่องหรือมีสัญญาณแล้ว เราก็จะได้รับแจ้งเตือนว่ามี Voicemail ดังนั้น ฟังไม่ขึ้นหรอกครับ เวลาแก้ตัวว่าไม่เห็นมีใครโทรมาหรือฝากข้อความไว้เลย ระบบของที่นี่เชื่อถือได้ครับ

ส่วนตัวผม เกลียดมาก เวลาโทรไปหาใครตอนกลางวันแล้ว เขาไม่อยากคุยเพราะ “เปลืองนาที ไว้โทรมาหลังสามทุ่มได้มั้ย” ฮ่วย อารมณ์มันอยากคุยตอนนั้นหนิ หรือไม่ก็มีธุระจริงๆ ฟังให้จบก่อนได้มั้ย ไม่ใช่ทักเป็นคำแรกเลยว่าเปลืองนาที โธ่ มันไม่ได้มีให้แค่เดือนละ100นาทีนะ ที่ผ่านมาเอาไปทำไรหมดล่ะ สิ้นเดือน ถ้านาทีมันเกินก็จ่ายเพิ่มแค่ไม่กี่บาท ไม่ถึงกับทำให้ล้มละลายหรอกน่า

หนุ่มๆเวลาจีบสาวก็เอาไว้โทรหลังสามทุ่มแล้วกันนะครับ กลางวันเอาไว้คุยเรื่องงานหรือธุระจำเป็นจริงๆ แต่สำหรับผม ใครจะโทรมาเวลาไหนก็ได้ทั้งนั้น เพราะผมคิดถึงจิตใจของผู้โทรเสมอ ไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเอง!




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2550
1 comments
Last Update : 18 มิถุนายน 2550 21:10:57 น.
Counter : 214 Pageviews.

 

โห ได้ความรู้มากเลย
เขียนดีมาก ๆ อ่านได้ไหลลื่น
ผมอยู่เมกามา 8 เดือนแล้ว เอาแต่ใช้อย่างเดียว ไม่เคยรู้ถึงความแตกต่างของแต่ละเครือข่ายเลยอ่ะ
ได้แต่ใช้ t-mobile เพราะแม่ใช้ family plan
ตอนนี้กำลังเล็งจะซื้อ iPhone สิ้นเดือน ก็ไม่รู้จะโดนผูกมัดแบบไหนกับ AT and T ที่จริงไม่ได้อยากได้ มือถือเล้ยยย แต่อยากได้ iPhone น่ะ
ก็คงต้องพ่วงเครือข่ายมาให้เปลืองตังค์เล่น 2 ปี

ขอ แอด ไว้ติดตามอ่านนะครับ

 

โดย: pecochan 19 มิถุนายน 2550 11:08:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


your humble servant
Location :
NYC United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add your humble servant's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.